<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ๊อดไซด์ไลน์&#039;อู้ฟู่355ล. ปปช.คุ้ยเงินกู้เสี่ยกำพล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เปิดคลังสมบัติ &amp;quot;บิ๊กอ๊อด&amp;quot; หลังพ้นเก้าอี้ สนช. ยังรวย 355 ล้าน ลดลงแค่ 4.8 แสน ไร้ร่องรอยเงินกู้ 300 ล้าน ป.ป.ช.เผยอดีต ผบ.ตร.ส่งคำชี้แจงแล้ว รอสถาบันการเงินแจ้งกลับมา จ่อเรียก &amp;quot;เสี่ยกำพล&amp;quot; ให้ข้อมูล ดีเอสไออ้างคดีไม่คืบ เหตุสอบเส้นทางเงินจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ได้มีการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง และนางพจมาน พุ่มพันธุ์ม่วง คู่สมรส กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยแจ้งว่า มีทรัพย์สินทั้งหมด 358,683,700 บาท โดยเป็นทรัพย์สินของ พล.ต.อ.สมยศ จำนวน 262,802,209 บาท ของคู่สมรส จำนวน 95,881,491 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทรัพย์สินของ พล.ต.อ.สมยศ ได้แก่ เงินฝาก 6,223,731 บาท, เงินลงทุน 74,285,877 บาท, เงินให้กู้ยืม 109,000,000 บาท, ที่ดิน 40,792,600 บาท, โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 2,000,000 บาท, ยานพาหนะ 500,000 บาท, ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่ 2 แสนบาทขึ้นไป) 30,000,000 บาท ส่วนทรัพย์สินของนางพจมาน ได้แก่ เงินฝาก 8,415,241 บาท, เงินลงทุน 8,822,300 บาท, ที่ดิน 45,300,300 บาท, โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 23,343,950 บาท, ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่ 2 แสนบาทขึ้นไป) 10,000,000 บาท ขณะที่หนี้สินนั้นเป็นของ พล.ต.อ.สมยศ โดยเป็นในส่วนเงินกู้จากธนาคารและสถาบันอื่นจำนวน 3,313,473 บาท ดังนั้น จึงมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 355,370,227 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบัญชีรายการแสดงทรัพย์สินและหนี้สินที่ พล.ต.อ.สมยศยื่นกรณีเข้ารับตำแหน่ง สนช. เมื่อวันที่ 8 ส.ค.2557 แจ้งว่า พล.ต.อ.สมยศและคู่สมรสมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 355,857,726 บาท เป็นทรัพย์สินทั้งสิ้น 374,679,849 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 18,822,122 บาท โดยแบ่งเป็นทรัพย์สินของ พล.ต.อ.สมยศ มูลค่า 246,455,152 บาท ได้แก่ เงินฝาก 11,544,651 บาท, เงินลงทุน 53,117,900 บาท, เงินให้กู้ยืม 109,000,000 บาท, ที่ดิน 40,792,601 บาท, โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 2,000,000 บาท, ทรัพย์สินอื่นฯ 30,000,000 บาท มีหนี้สิน 13,947,446 บาท ส่วนทรัพย์สินของคู่สมรสมูลค่า 128,224,696 บาท ได้แก่ เงินฝาก 27,790,529 บาท, เงินลงทุน 1,280,216 บาท, ที่ดิน 65,810,000 บาท, โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 23,343,950 บาท, ทรัพย์สินอื่นฯ 10,000,000 บาท มีหนี้สิน 4,874,676 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเทียบระหว่างกรณีเข้ารับตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่ง พบว่า ทรัพย์สินของ พล.ต.อ.สมยศ และคู่สมรส มีทรัพย์สินลดลง 487,499 บาท นอกจากนี้ยังพบว่าหนี้สินลดลง 15,508,649 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.สมยศไม่ได้มีการแจ้งเรื่องกู้ยืมเงินหรือการคืนเงินนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ เจ้าของอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเครท มูลค่า 300 ล้านบาท ตามที่เป็นข่าว ไว้ในบัญชีทรัพย์สินในส่วนของหนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือหนี้สินอื่นแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานป.ป.ช. กล่าวว่า หากไม่พบสิ่งผิดปกติในการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินของ พล.ต.อ.สมยศ เจ้าหน้าที่สำนักตรวจสอบทรัพย์สินจะส่งเรื่องให้ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.พิจารณา ก่อนที่ตนเองจะลงนามเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา รับรองว่าบุคคลดังกล่าวได้ดำเนินการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอย่างถูกต้อง แต่หากพบว่ามีการแสดงบัญชีทรัพย์สินที่ไม่ตรงกับที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องไปตรวจสอบความมีอยู่จริง ที่มาที่ไปของทรัพย์สิน และดำเนินการตรวจสอบในชั้นแสวงหาข้อเท็จจริงตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยหากมีแนวโน้มว่าเป็นการแจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ จะต้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาเพื่อตั้งอนุกรรมการไต่สวนขึ้นมาพิจารณา
ปปช.สอบไม่แจ้ง 300 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีที่ไม่ปรากฏหลักฐานการยืมและคืนเงิน 300 ล้านบาทให้นายกำพล ตามที่ พล.ต.อ.สมยศเคยระบุไว้ว่าได้แจ้งในรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.แล้ว ว่า การยื่นรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินฯ ของ พล.ต.อ.สมยศต่อ ป.ป.ช.นั้น จะต้องยื่นในรายการบัญชีทรัพย์สิน 2 ตำแหน่งคือ สนช.และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) โดยตำแหน่ง ผบ.ตร.นั้น ตามกฎหมาย ป.ป.ช.ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะได้ แต่การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินนั้น ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเด็นที่สังคมสนใจนั้นคือเรื่องการยืมเงิน 300 ล้านบาทจากนายกำพล เบื้องต้น ป.ป.ช.ได้ให้ พล.ต.อ.สมยศชี้แจงข้อมูลมา ซึ่ง พล.ต.อ.สมยศได้ส่งคำชี้แจงมาถึงสำนักงาน ป.ป.ช.แล้วภายในสัปดาห์นี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบกระแสการเงินที่ได้ส่งหนังสือไปยังสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องแล้ว เพียงรอให้เขาชี้แจงมา อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่า พล.ต.อ.สมยศได้ชี้แจงต่อ ป.ป.ช.มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง เพราะต้องขอให้เจ้าหน้าที่สำนักตรวจสอบทรัพย์สินได้ตรวจสอบเสียก่อน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ พล.ต.อ.สมยศยืมเงินนายกำพลในช่วงที่เป็น ผบ.ตร. นายวรวิทย์กล่าวว่า ไม่ขอตอบเรื่องนี้ แต่เมื่อในรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินไม่ปรากฏ ดังนั้นสื่อมวลชนต้องไปวิเคราะห์กันเอง แต่ทาง ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้สถาบันการเงินชี้แจงกลับมายัง ป.ป.ช. เมื่อได้พยานหลักฐานแล้วจะให้เจ้าหน้าที่สรุปข้อมูลเบื้องต้น แล้วรายงานมาให้ตนทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ปกติให้เวลาสถาบันการเงินส่งเอกสารหลักฐานมาชี้แจงภายใน 30 วัน แต่ตอนนี้ได้ส่งหนังสือไปยังสถาบันการเงินนาน 2 เดือนแล้ว จึงมีบางส่วนที่แจ้งกลับมาแล้ว และบางส่วนยังไม่ได้แจ้งกลับมา รวมถึงบางส่วนที่ ป.ป.ช.จะต้องสอบถามเพิ่มเติมไป ซึ่งในการตรวจสอบหากในกรณีจำเป็นต้องประสานความร่วมมือกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ด้วย สำหรับเรื่องดังกล่าวนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการแสวงหาข้อเท็จจริง ยังไม่ถึงขั้นตั้งอนุกรรมการไต่สวน และในการรวบรวมพยานหลักฐานต้องเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลและถ้อยคำ แต่หากนายกำพลไม่สามารถมาให้ข้อมูลได้ จะต้องดูที่พยานหลักฐานอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คณะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เผยแพร่เอกสารชี้แจงกรณีที่มีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งที่ระบุว่าดีเอสไอได้เชิญ พล.ต.อ.สมยศไปสอบสวนขยายผล กรณีปรากฏหลักฐานการรับเงินจากนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาของดีเอสไอ ในความผิดเรื่องค้ามนุษย์ แต่เวลาผ่านไป 3 เดือน ดีเอสไอไม่เคยแถลงข่าวให้สาธารณชนทราบความคืบหน้าว่า เพื่อให้สาธารณชนเข้าใจถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานของดีเอสไอ และทราบผลการดำเนินการ จึงชี้แจงดังนี้
ดีเอสไอแจงเหตุคดีล่าช้า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.สืบเนื่องจากดีเอสไอได้ดำเนินคดีอาญากับนายกำพล กับพวก ในความผิดฐานร่วมกันค้ามนุษย์ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง จากกรณีที่ดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นสถานบริการวิคตอเรีย ซีเครท โดยรับเป็นคดีพิเศษที่ 5/2561 ซึ่งคดีดังกล่าวสอบสวนเสร็จสิ้น และสรุปสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นส่งพนักงานอัยการเพื่อดำเนินการตามกฎหมายแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.จากการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษที่ 5/2561 ปรากฏข้อเท็จจริงอันน่าเชื่อว่า นายกำพลกับพวกมีการนำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ไปดำเนินการเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของเงินดังกล่าว รวมทั้งกระทำด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อปกปิด อำพรางลักษณะที่แท้จริงการได้มาซึ่งทรัพย์สิน หรือยักย้ายถ่ายเท จำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินดังกล่าวไปยังบุคคลประมาณ 40 ราย จึงมีการแยกการสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 10/2561 และเชิญผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนถึงพฤติการณ์ในการโอน รับโอนเงิน ว่ามีมูลหนี้หรือที่มาอย่างไร มีลักษณะที่เข้าข่ายเป็นความผิดตามที่กฎหมายบัญญัติหรือไม่ รวมทั้งมีการสอบสวนสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อทราบข้อเท็จจริง ซึ่งบุคคลตามข่าวเป็นหนึ่งในบุคคลที่ดีเอสไอเชิญมาสอบสวนปากคำด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ปัจจุบันคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษยังอยู่ระหว่างการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ในคดีพิเศษที่ 10/2561 ตามข้อ 2 ซึ่งมีจำนวนธุรกรรมที่ต้องตรวจสอบจำนวนมาก การดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย และเนื่องจากเรื่องนี้เป็นที่สนใจของสาธารณชน ดังนั้น หากคดีมีความคืบหน้าที่สำคัญ ดีเอสไอจะได้ประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.สุภัทร์ ธรรมธนารักษ์ ผอ.กองคดีค้ามนุษย์ กล่าวว่า หลังการสรุปสำนวนสั่งฟ้องคดีค้ามนุษย์และคดีค้าประเวณีซึ่งเป็นความผิดหลัก ในชั้นสอบสวนดีเอสไอได้อายัดทรัพย์ไว้ประมาณ 400 ล้านบาท หลังจากนี้จะตรวจสอบรายการทรัพย์สินของกลางกับรายการอายัดทรัพย์ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท เพื่อไม่ให้มีการอายัดซ้ำกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช.ขอเวลาตรวจสอบคดีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม อีก 2-3 เดือน ว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม ทั้งที่คดีนี้ไม่น่าจะมีความสลับซับซ้อนอะไรมาก การส่งสัญญาณเช่นนี้ ประชาชนอาจตั้งคำถามว่า เป็นการยื้อเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องหรือไม่ จะถือว่าไม่สนองวาระแห่งชาติในการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ได้ปฏิรูปอย่างเร่งด่วนก่อนการเลือกตั้งตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศไว้หรือไม่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9030</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำพล วิระเทพสุภรณ์, คสช., ดีเอสไอ, บิ๊กอ๊อด, ป.ป.ช., พ.ต.ท.สุภัทร์ ธรรมธนารักษ์, พจมาน พุ่มพันธุ์ม่วง, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง, วรวิทย์ สุขบุญ, สนช., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af59b932df1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 19:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กอ๊อด&#039; เล่าเรื่อง &#039;เสธ.แอ๊ว&#039; น้องชายไม่ใช่มาเฟียแต่เป็นทหารผู้กว้างขวาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&amp;nbsp;พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29&amp;nbsp; มี.ค. 61 - &amp;nbsp;ในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ &amp;nbsp;พล.อ.อัครเดช ศศิประภา หรือเสธ.แอ๊ว อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม และอดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ศาลา 9 วัดโสมนัสราชวรวิหาร วานนี้ &amp;nbsp;พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะพี่ชายเสธ.แอ๊ว &amp;nbsp; ได้พูดถึงน้องชายว่าเขาเป็นคนที่มีจิตใจกว้างขวาง มีเส้นทางชีวิตที่โลดโผน สนุกสนาน &amp;nbsp;มีพรรคพวกมาก ต้อนรับแขก ชอบรับฟังความทุกข์ร้อนของคน เป็นคนที่รับปากทุกคนและช่วยแก้ไขปัญหาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถือเป็นตัวกลางประนีประนอมระหว่างคนที่มีความขัดแย้งต่อสู้กัน เพราะเป็นคนมีบารมีจึงพูดให้คนประนีประนอมกันได้ ทำให้มีพรรคพวกมาก ไม่ใช่ลักษณะของมาเฟีย เพราะเค้าไม่ได้บีบคั้นหรือเรียกร้องเงินจากใคร และพวกที่เป็นเจ้าพ่อในวงการต่างๆก็มาหาและอยู่กับเขา แอ๊วก็เลี้ยงดูปูเสื่อ กินข้าว กินเหล้า ร้องเพลง เล่นไพ่ ก็เลยเป็นคนมีเพื่อนตลอดชีวิต ทั้งเพื่อนในวงการทหาร การเมือง นักธุรกิจนักเลง อยู่เบื้องหลังการแก้ไขปัญหาหลายเรื่อง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ในชีวิตรับราชการ พล.อ.อัครเดชทำงานเป็นลูกน้องของ พลเอกวันชัย เรืองตระกูล อย่าเอาอดีตปลัดกระทรวงกลาโหม มาตั้งแต่ยศร้อยตรี นอกจากนั้นยังเป็นหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ช่วงที่ท่านดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี อีกทั้งยังเคยเป็นนายทหารฝ่ายเสนาธิการของพล.อ.มงคล อัมพรพิสิฎฐ์ อดีตผบ.ทสส.ช่วงที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลหาราบที่ 9&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พล.อ. อัครเดช ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 9 ด้วยทำให้มีเครือข่ายกว้างขวางในจังหวัดกาญจนบุรี นอกจากนั้น ยังเป็นมือขวาของ &amp;quot;บิ๊กจ๊อด&amp;quot;พลเอกสุนทร คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด เมื่อครั้งมีกลุ่มผู้ชุมนุมชาวไร่อ้อยจังหวัดกาญจนบุรีก็จะเข้าไปเคลียร์ให้ ถือเป็นมือแก้ไขปัญหาม็อบและยังเป็นคนทำม็อบได้ด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บิ๊กอ๊อด บอกว่า แม้ พล.อ. อัครเดช. จะเป็นผู้กว้างขวาง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะฝ่ายปกป้องตน ในทางตรงกันข้ามตนกลับเป็นคนที่ต้องปกป้องพล.อ.อัครเดช มากกว่า เพราะผู้ใหญ่มักเข้าใจผิดเขามาตลอด ซึ่งเราก็ต้องเคลียร์ให้ โดยเฉพาะช่วงที่พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ขณะนั้น พล.อ. อัครเดช ดำรงตำแหน่งผู้บังคับกองพันทหารสารวัตร มีลูกน้องมาก จะโดนฟ้องตลอด บางทีลูกน้องไปทำผิดโดยตัวเองไม่รู้เรื่อง ก็จะโดนเจ้านายตำหนิซึ่งตนก็จะเข้าไปชี้แจงให้ทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพล.อ.อัครเดช ศศิประภา หรือเสธ.แอ๊ว &amp;nbsp;เสียชีวิตอย่างสงบเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;สิริอายุรวม 77 ปี ในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ได้มีอดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่ร่วมไว้อาลัยอย่างมากมาย อาทิ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรมว.กลาโหม ซึ่งเป็นพี่ชายของพล.อ.อัครเดช &amp;nbsp;พล.อ.วิสุทธิ์ นาเงิน รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ต.สันติพงษ์ ธรรมปิยะ รองแม่ทัพภาคที่ 1 พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ชัยณรงค์ หนุนภักดี เพื่อนร่วมรุ่นจปร.11 พ.อ.ณรงค์ กิตติขจร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายเสนาะ เทียงทอง &amp;nbsp;รวมถึงนางลลิตา ปัญโญภาส อดีตภรรยาของสารวัตรก้อง(บุตรชายเสธ.แอ๊ว) มาร่วมงานด้วย อีกทั้งเพื่อนจปร.รุ่นที่ 11 &amp;nbsp;ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผบ.ทสส. ได้ส่งพวงหรีดมาร่วมแสดงความอาลัยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประวัติของ พล.อ.อัครเดช เกิดเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2484 เป็นนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่11 และถือเป็นนายทหารสายวงศ์เทวัญ เพราะเติบโตจากกองพันที่ 3 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 พัน 3 รอ.) เคยดำรงสำคัญ เช่น &amp;nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารสารวัตรทหารบก &amp;nbsp;ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 9 จ.กาญจนบุรี &amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงกลาโหม และเกษียณอายุราชการในตำแหน่งรองผบ.ทสส.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บทบาทที่สำคัญที่ผ่านมาของพล.อ.อัครเดชในช่วงรับราชการถือได้ว่าได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในกองทัพมากมายในช่วงที่บ้านเมืองเกิดเหตุการณ์วุ่นวายจากการตั้งกลุ่มนักเลงและแก๊งกวนเมืองต่างๆที่ก่อเหตุสร้างความวุ่ยวายและความรุนแรงขึ้น ทั้งนี้พล.อ.อัครเดชเป็นนายทหารที่ใจกว้าง มีลูกน้องและเพื่อนฝูงมากมาย หลายคนจึงนิยมเรียกกันว่า &amp;quot;เสธ.แอ๊ว&amp;quot; &amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมามักถูกกล่าวหาว่าเป็นทหารมาเฟีย แต่เจ้าตัวก็ปฏิเสธและยืนยันว่าไม่เคยใช้อำนาจของตนเองไปเป็นมาเฟียหรือหาผลประโยชน์ แต่เป็นคนที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น มีใจกว้างหรือใจนักเลง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านข่าวประกอบ ด่วน!สิ้น &amp;#39;เสธ.แอ๊ว&amp;#39; ปิดตำนานทหารมาเฟีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6041</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารมาเฟีย, บิ๊กอ๊อด, ผู้กว้างขวาง, พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา, พล.อ.อัครเดช ศศิประภา, วงการทหาร, เสธ.แอ๊ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180329/image_big_5abc4b6b9b980.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2018 02:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2018 18:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตอธิบดีกรมตำรวจอบรม&#039;อดีตผบ.ตร.&#039; ลั่นมีอำนาจเสนอถอดยศแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ. 61 - พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ กล่างถึงกรณีการปฏิรูปปตำรวจ ว่าเคยเสนอไปว่า ให้ยุบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยแบ่งเป็น ตำรวจส่วนกลาง และตำรวจส่วนท้องถิ่น ในลักษณะเดียวกับสหรัฐอเมริกา ที่มีเอฟบีไอ และตำรวจท้องถิ่น &amp;nbsp;โดยตำรวจท้องถิ่นไม่สามารถ แต่งตั้ง-โยกย้ายออกนอกพื้นที่จังหวัดได้ โดยผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ขึ้นกับผู้ว่าราชการจังหวัด โดยรับเงินเดือนจากงบประมาณของแต่ละจังหวัด ซึ่งจะช่วยให้ตำรวจมีความมั่นคงในชีวิต เข้าใจปัญหาของแต่ละพื้นที่อย่างถ่องแท้ เนื่องจากปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่มาเป็นระยะเวลานาน และภาคประชาชนยังสามารถช่วยเป็นหูเป็นตาในการทำงานของตำรวจได้อีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ประทิน กล่าวกรณี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. ที่ให้สัมภาษณ์ผ่านสำนักข่าวแห่งหนึ่งว่าอาชีพตำรวจเป็นเพียงไซด์ไลน์ ว่า คนที่พูดแบบนี้ไม่ควรเป็นตำรวจ เพราะการที่คุณเป็นตำรวจ คุณต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง มีความตั้งใจทำงาน และมีความยุติธรรมในใจ บ้านเมืองถึงจะสงบเรียบร้อย หากแค่เอาเครื่องแบบตำรวจมาใส่แล้วไปทำมาหากินทางอื่น แม้จะมีความได้เปรียบ เนื่องจากสามารถไปหากินกับบ่อนก็ได้ กับซ่องก็ได้ หรือผู้ค้ายาเสพติดก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การพูดแบบนี้ไม่ใช่การไม่ให้เกียรติ แต่ถือว่าเป็นคน...เลย ที่ทำลายสถาบันตำรวจ ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อถือ ขนาดตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ยังมองอาชีพตำรวจแบบนี้ จะทำหรือไม่ทำก็ได้ ซึ่งตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้น ต้องได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง จึงต้องตั้งใจทำงานอย่างเคร่งครัด เข้มแข็ง และทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ หากผมเป็นผู้มีอำนาจ คงเสนอถอดยศไปแล้ว เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ แล้วยังหมิ่นเหม่กับมาตรา 112 อีกด้วย &amp;nbsp;ซึ่งเมื่อพูดไปแล้ว ผมไม่ได้ต้องการให้มีการขอโทษประชาชน เพราะก่อนจะพูดอะไรออกมาท่านต้องคิดก่อนอยู่แล้ว แต่ขอให้รู้ไว้ว่า คำพูดดังกล่าวนอกจากสร้างความเสื่อมเสียให้ตำรวจแล้ว ยังลามไปถึง ผู้ที่เลือกท่านขึ้นมาดำรงตำแหน่ง และรัฐบาล&amp;rdquo;พล.ต.อ.ประทิน กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3434</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจไซด์ไลน์, บิ๊กอ๊อด, พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ, พล.ต.อ.สมยศ, อดีตผบ.ตร., อดีตอธิบดีกรมตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180219/image_big_5a8ab0cc60501.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2018 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2018 17:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยืมเงินเพื่อนร้อน! &#039;สมยศ&#039; นัดพบดีเอสไอแจงปม &#039;เสี่ยกำพล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;14 ก.พ. 61 - พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้าว่า พล.ต.อ.สมยศ ได้ประสานกับ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษว่าจะเดินทางมาให้ข้อมูลในประเด็นการกู้ยืมเงิน 300 ล้านบาทจาก นายกำพล ในช่วงเวลาบ่าย วันที่ 15 ก.พ.นี้ ส่วนจะมีการนัดหมายเข้าพบกับเจ้าหน้าที่อย่างไรหรือสถานที่ใดนั้นไม่ทราบรายละเอียด เพราะตนติดภารกิจอยู่ที่ต่างจังหวัดในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;พ.ต.ท.สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ ผอ.กองคดีการค้ามนุษย์ ดีเอสไอ เผยว่า พล.ต อ.สมยศ ได้ประสานมาจะขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนตามที่ได้เชิญมาให้ข้อมูล จากเวลา 09.00 น. เป็นเวลา 13.00 น. แต่พนักงานสอบสวนจะเตรียมพร้อมตั้งแต่เช้า ไม่ว่ามาตอนไหนพร้อมสอบได้ทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3120</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีเอสไอ, บิ๊กอ๊อด, ยืมเงินเพื่อน, สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง, ไซด์ไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a78503cbbbf2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2769</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2018 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2018 19:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมยศไซด์ไลน์&#039;ขออภัยไม่มีเจตนา ยืนยันภาคภูมิใจในอาชีพตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.พ. 61 - &amp;nbsp;กรณี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และอดีตผู้บัญชการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร). ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ทางช่องโทรทัศน์ สปริง นิวส์ ซึ่งมีนายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และ น.ส.อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ เป็นผู้ดำเนินรายการ ต่อกรณีการยืมเงินนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ เจ้าของอาบอบนวดนิคตอเรีย ซีเคร็ท จำนวน 300 ล้านบาท ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยช่วงหนึ่งพล.ต.อ.สมยศ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;quot;กรณีที่ผมไปยืมเงินคุณกำพล 4 ครั้ง จำนวน 300 ล้านบาทนั้นก็มีคนสงสัยว่าจะเอามาทำอะไร ต้องเรียนแบบนี้ก่อนว่าตลอดชีวิตรับราชการของผม เกือบจะเรียกได้ว่าอาชีพตำรวจนี่ถือว่าเป็น ไซด์ไลน์ อาชีพหลักๆผมคือทำธุรกิจ ซึ่งคนในแวดวงธุรกิจรู้เรื่องดี โดยเฉพาะเรื่องหุ้นผมนิยมมาก ผมมีรายได้ ผลกำไรจากการเล่นหุ้น และก็เสียหายเพราะการเล่นหุ้นเช่นกัน ดังนั้น ช่วงที่หมุนเงินไม่ทันก็ไปยืมเงินคุณกำพล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดพล.ต.อ.สมยศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชี้แจงกับเพื่อนข้าราชการตำรวจที่รักว่า &amp;ldquo;จากประโยคดังกล่าวเจตนาของผม เป็นการตอบคำถามผู้ให้สัมภาษณ์ กรณีที่มีการกล่าวหาและนำชื่อผมไปพาดพิงโยงใยในกรณีวิคตอเรีย ซีเครท ผมจึงได้ตอบคำถามที่ต้องการชี้แจงและสื่อให้เข้าใจว่า รายได้ของผมส่วนใหญ่มาจากการทำธุรกิจและลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เป็นหลัก ส่วนรายได้ที่ได้รับจากการทำหน้าที่ตำรวจเป็นรายได้รอง เพราะผมไม่เคยรับส่วยจากธุรกิจที่ผิดกฏหมาย และไม่เคยรับเงินจากผู้ใต้บังคับบัญชาเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ด้วยอารมณ์และความรู้สึกในขณะนั้น จึงทำให้มีคำพูดที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความรู้สึกหรือความเข้าใจไปต่างๆนานา โดยผมไม่ได้มีเจตนาในเชิงลบตามที่เป็นข่าว หรือจะทำให้เกิดความรู้สึกกระทบกระเทือนจิตใจของเพื่อนข้าราชการตำรวจแต่อย่างใด&amp;lsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมขอยืนยันว่าตลอดชีวิตการรับราชการของผม ผมรักและภาคภูมิใจในอาชีพ &amp;ldquo;ตำรวจ&amp;rdquo; ไม่เคยคิดดูถูก ดูหมิ่น ดูแคลนในอาชีพตำรวจแต่อย่างใด มีความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ในสายเลือดของผม ผมต้องขออภัยต่อเพื่อนตำรวจมา ณ ที่นี้ หากการให้สัมภาษณ์ของผม ทำให้มีผู้เข้าใจผิดหรือกระทบกระเทือนจิตใจเพื่อนข้าราชการตำรวจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณข้อมูล&amp;nbsp;ข่าวสด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2769</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, บิ๊กอ๊อด, ยืมเงินเพื่อน, สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง, ไซด์ไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180208/image_big_5a7c1acdeede4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2018 16:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2018 16:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แจ็ค&#039; ตามบี้  &#039;สมยศไซด์ไลน์&#039; คืนเงินเดือน-ยศพล.ต.อ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.พ. 61 - &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือต่อน.ส.สุภางจิตต ไพรเพทพิสัย รองเลขาธิการวุฒิสภา ผ่านไปยังนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ขอให้พิจารณาสอบสวนพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง สมาชิกสนช. ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ กรณียืมเงิน 300 ล้านบาทจากนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ เจ้าของสถานบริการวิคตอเรีย ซีเคร็ท &amp;nbsp;นอกจากนี้ ขอให้ประธานสนช. ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เพราะอาจมีความผิดตามกฎหมายป.ป.ช. และกฎหมายปปง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวว่า การยืนเงินจำนวนดังกล่าวผิดมาตรฐานจริยธรรมฯ ในหมวด1ข้อ 9 ต้องไม่ขอ ไม่เรียก ไม่รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดในประการที่อาจทำให้กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่ ข้อ 10 ต้องไม่รับของขวัญของกำนัล ทรัพย์สนหรือประโยชน์อื่นใด เว้นแต่เป็นการรับจากการให้โดยธรรมจรรยา และการรับที่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับให้รับได้ หมวด 2 ข้อ 17 ไม่กระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง ข้อ 19 ไม่คบหาสมาคมกับคู่กรณี ผู้ประพฤติผิดกฎหมาย ผู้มีอิทธิพล หรือผู้มีความประพฤติ หรือผู้มีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่ หมวด 3 ข้อ21 ปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างเต็มกำลังความสามารถ และยึดมั่นใจความถูกต้องชอบธรรมโปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อ 22 อุทิศเวลาแก่ทางราชการ ไม่เบียดบังเวลาราชการไปประกอบธุรกิจ เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือผู้อื่น และหมวด 4 ข้อ 27 การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามาตรฐานทางจริยธรรมในหมวด 1 ให้ถือว่ามีลักษณะร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอเรียกร้องให้พล.ต.อ.สมยศ โปรดคืนเงินเดือนตั้งแต่ดำรงตำแหน่งยศพล.ต.ต.ถึงพล.ต.อ. และกระบี่พระราชทานคืนต่อแผ่นดิน เพราะท่านบอกว่าตำรวจเป็นไซด์ไลน์ และขออยากถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่ามีมาตรฐานอย่างไรในการพิจารณาบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) และสนช. ทำไมตั้งคนเช่นนี้มาเป็น ทั้งนี้ ผมจะได้ยื่นการยืมเงิน 30 ล้าน ต่อป.ป.ช.และปปง.ด้วยอีกครั้ง&amp;rdquo; นายวัชระ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2753</URL_LINK>
                <HASHTAG>จริยธรรม, บิ๊กอ๊อด, มาตรฐานทางจริยธรรม, สนช., สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง, แจ็ค วัชระ, ไซด์ไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180209/image_big_5a7d66aa40811.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2018 07:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2018 07:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หึ่ง!สนช.เกรงใจ &#039;สมยศไซด์ไลน์&#039; เมินสอบจริยธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)เปิดเผยว่า สนช.สายพลเรือนหลายคนเกิดความไม่สบายใจเมื่อได้ฟังคำพูดของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง สมาชิกสนช. ซึ่งเป็นอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร) ที่บอกว่าทำงานตำรวจเป็นไซด์ไลน์ ซึ่งเป็นคำพูดไม่เหมาะสม และทำลายสถาบันตำรวจที่เป็นต้นน้ำของกระบวนการยุติธรรม และขวัญกำลังใจพี่น้องตำรวจกว่า 2 แสนคนทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งยังเป็นห่วงเรื่องการยืมเงิน 300 ล้านบาทจากธุรกิจค้ามนุษย์หมิ่นเหม่จริยธรรมหรือไม่ จึงอยากให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ตรวจสอบ หลังมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 มีผลบังคับใช้ ทั้งครอบคลุมไปถึง สนช. ด้วยเพราะเป็นห่วงว่าหากไม่ทำอะไรจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของ สนช. และโยงไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่แต่งตั้ง พล.ต.อ.สมยศ มาเป็น สนช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ก็ยังเป็นกังวลว่าสุดท้ายประธาน สนช.หรือมีสนช.คนใดออกมาเรียกร้องให้ตรวจสอบตามมาตรฐานจริยธรรมหรือไม่ เพราะอาจมีความเกรงใจพล.ต.อ.สมยศ จึงอยากให้ภาคประชาชนยื่นหนังสือต่อประธาน สนช. เพื่อให้เกิดแรงกดดันจากสังคมเข้ามาอีกทาง&amp;rdquo; แหล่งข่าวจาก สนช.กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2725</URL_LINK>
                <HASHTAG>จริยธรรม, บิ๊กอ๊อด, มาตรฐานทางจริยธรรม, สนช., อดีตผบ.ตร., ไซด์ไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a78503cbbbf2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
