<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2020 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2020 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039; เกษียณปุ๊บงานเข้าปั๊บ! ศาลอุทธรณ์สั่งศาลอาญาคดีทุจริตฯรับไต่สวนมูลฟ้องคดี &#039;ไพรัตน์&#039; ฟ้อง &#039;จักรทิพย์&#039; โยกย้ายไม่เป็นธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.63 - &amp;nbsp;ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อท.256/2563 ที่ พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ รอง ผบก.อก.ภ.9 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ขณะเกิดเหตุ เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 กรณีใช้อำนาจแต่งตั้งโยกย้าย พ.ต.อ.ไพรัตน์ จากตำแหน่งรอง ผบก.ภ.จ.เพชรบุรี ไปเป็น รอง ผบก.อก.ภ.9 โดยไม่เป็นธรรม มีมูลเหตุจูงใจด้านอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นได้สั่งยกฟ้องชั้นตรวจคำฟ้อง เนื่องจากว่าโจทก์ได้ทำการร้องทุกข์ต่อ ก.ตร. ขอให้กลับไปทำหน้าที่ใน บช.ภ.7 คดียังอยู่ระหว่างดำเนินการของ ก.ตร.เกี่ยวกับข้อร้องทุกข์ดังกล่าว โดยยังไม่มีคำสั่ง จึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิ์ ในชั้นนี้โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งชั้นตรวจคำฟ้องดังกล่าวต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ปัญหานี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าการโยกย้ายโจทก์ในวาระประจำปี 2562 จำเลยพิจารณาปรับย้ายโจทก์ข้ามภาคเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่หน่วยต้นสังกัดเสนอมา กรณีโจทก์ถูกดำเนินการทางวินัยเกี่ยวกับการจัดทำกิจกรรมดนตรีที่จังหวัดภูเก็ต อยู่ระหว่างดำเนินการทางวินัยไม่เสร็จสิ้น และโจทก์มีความรู้ประสบการณ์ด้านงานอำนวยการในตำแหน่งต่างๆ รวม 10 ปี เหมาะสมกับตำแหน่งเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคล ให้ผู้แต่งตั้งมีอำนาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมตามความเหมาะสม คำนึงถึงหน้าที่ความรับผิดชอบในการดูแลทุกข์สุขของราษฎรเป็นสำคัญ โดยยึดหลักการว่าทุกพื้นที่ในราชอาณาจักรไทยข้าราชการตำรวจมีภารกิจที่จะต้องปฏิบัติราชการทั้งสิ้น เกิดการเรียนรู้การทำงานรอบด้านหรือพื้นที่ที่หลากหลายอันเป็นประโยชน์ต่อทางราชการตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และกฎคณะกรรมการ ข้าราชการตำรวจ (ก.ตร. ) ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2561 ข้อ 6&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้ดุลพินิจของจำเลยอยู่ภายในขอบเขตความชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ก็ใช้สิทธิร้องทุกข์ตามกฎ ก.ตร. เรื่องอยู่ระหว่างพิจารณา การที่โจทก์นำคดีมาฟ้องจึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิ และยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ หากการร้องทุกข์ไม่เป็นคุณโจทก์ย่อมสามารถใช้สิทธิฟ้องต่อศาลปกครองได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า การโยกย้ายโจทก์เป็นกรณีจำเลยใช้อำนาจโดยลำพังตามมาตรา 54 วรรคสอง, 56, 57 ประกอบกฎคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2561 ข้อ 6 มิได้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและขั้นตอนที่ต้องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาตามลำดับชั้น ผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองการแต่งตั้งก่อน ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (3) ถือได้ว่าการโยกย้ายโจทก์เป็นการโยกย้ายที่แตกต่างไปจากหลักเกณฑ์ทั่วไป แม้กฎหมายจะให้อำนาจจำเลยแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมการแต่งตั้งดังเหตุผลคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในข้อนี้ โจทก์บรรยายฟ้องถึง สาเหตุที่จำเลยกลั่นแกล้งสั่งย้ายโจทก์ว่าเกี่ยวข้องกับกรณีที่กล่าวหาว่า โจทก์มีปัญหาต่อต้านหรือคัดค้านระเบียบการตัดผมสั้นเกรียนและการจัดทำกิจกรรมดนตรีที่จังหวัดภูเก็ต อันเป็นเหตุให้โจทก์กล่าวหาว่า พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโจทก์อ้างว่าถูกกลั่นแกล้งแต่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยจากเรื่องจัดแสดงดนตรีดังกล่าวอันเป็นเท็จ ซึ่งกรณีโจทก์ถูกดำเนินการทางวินัยนั้นเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่จำเลยนำมาพิจารณาสั่งแก้ไขเปลี่ยนแปลง ย้ายโจทก์เพิ่มเติมนอกเหนือที่หน่วยต้นสังกัดเสนอมา ฟ้องโจทก์ยังอ้างพยานบุคคลและหลักฐานอื่นๆ มาให้ศาลไต่ส่วน ฟ้องโจทก์จึงถูกต้อง บรรยายพฤติการณ์ที่กล่าวหาจำเลยและชี้ช่องพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้ ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 15 วรรคหนึ่งและมาตรา 16 วรรคหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เพื่อให้ได้ความแจ้งชัดในข้อเท็จจริงแห่งคดี จำต้องฟังพยานหลักฐานของโจทก์ที่อ้างอิงตามสมควรแก่คดีว่า จำเลยเกี่ยวข้องในการกลั่นแกล้งโจทก์ดังที่โจทก์กล่าวหาตามฟ้องหรือไม่ ซึ่งต้องอาศัยพฤติการณ์จากคำเบิกความของพยานบุคคลและหลักฐานต่างๆ มาประกอบการวินิจฉัยสั่งคดีตามสมควร การที่ศาลชั้นต้นไม่ให้โอกาสโจทก์นำพยานมาไต่สวน กลับมีคำวินิจฉัยว่าโจทก์บรรยายฟ้องมาอย่างเลื่อนลอย ปราศจากหลักฐานใดมาสนับสนุนให้เห็นถึงพฤติกรรมและการแสดงออกของจำเลย แล้วมีคำพิพากษายกฟ้อง จึงเป็นการรับฟังข้อเท็จจริงยังไม่สิ้นกระแสความเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกระบวนพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤมิชอบเห็นเป็นการจำเป็นต้องย้อนสำนวนให้ศาลชั้นไต่สวนมูลฟ้อง แล้วมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 (2) ประกอบ พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 43 เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ข้ออื่นไม่จำต้องวินิจฉัย ที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นรับคดีนี้ไว้เพื่อไต่สวนมูลฟ้อง ในชั้นนี้จำเลยยังไม่ต้องมาศาล โดยขั้นตอนไต่สวนมูลฟ้อง จำเลยสามารถแต่งตั้งทนายมาเพื่อมาซักค้านพยานฝ่ายโจทก์ที่มาไต่สวนได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79219</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กแป๊ะ, พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200509/image_big_5eb659f1e9460.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2020 19:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2020 19:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039;เต้น!สั่งตรวจสอบคลิปTikTokต่างด้าวลักลอบเข้าไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.63-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีเพจดังรายหนึ่งได้โพสต์เกี่ยวกับ &amp;lsquo;ต่างด้าว&amp;rsquo; โพสต์คลิปวีดีโอ TikTok ลักลอบเข้าประเทศไทย และเพจดังเตือนให้คนไทยใส่แมสก์ด่วน ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลายว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ &amp;nbsp;กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลงไปกำชับและขับเคลื่อนทุกหน่วนที่เกี่ยวข้องในการป้องกันการแพร่ระบาดๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนที่มีพื้นที่ติดต่อกับชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน โดยได้เน้นย้ำสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ที่มีพรมแดนติดกับชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านในทุกพื้นที่ &amp;nbsp;ให้ประสานการทำงานร่วมกับ ทหาร ปกครอง กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ดำเนินการตามมาตรการและแนวทางปฏิบัติของการป้องกันโรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ และป้องกันคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ทั้งช่องทาง จุดผ่านแดนถาวร, จุดผ่อนปรนทางการค้า, จุดผ่อนปรนพิศษ และช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดน, สืบสวน หาข่าว การกระทำในลักษณะเป็นขบวนการนำพา เป็นนายหน้า และดำเนินการบังคับใช้กฎหมายและขยายผลไปถึงผู้เกี่ยวข้องทุกราย ทั้งในระดับพื้นที่ และทางสื่อ Social Media เช่น Facebook , Line และสื่อต่าง ๆ ประกอบกับจัดเจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวัง ร่วมกันดำเนินการออกตรวจสอบพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะตามช่องทางธรรมชาติ เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรณีดังกล่าวที่มีบุคคลต่างด้าว โพสต์คลิปวีดีโอ TikTok ลักลอบเข้าประเทศไทยนั้น ผบ.ตร. ได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าว ว่ามีการลักลอบเข้ามาจริงหรือไม่ &amp;nbsp;หากตรวจพบว่ามีการลักลอบเข้ามาอย่างผิดกฏหมาย ก็ให้ดำเนินการในส่วนที่ข้องตามกฎหมายต่อไป และห้ามมิให้มีกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจในปกครอง เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเข้าเมืองผิดกฎหมายของคนต่างด้าวหากพบการกระทำผิด โดยจะพิจารณาดำเนินการทางอาญา และทางวินัย อย่างเฉียบขาดทุกกรณี เพื่อควบคุมและป้องกันความเสี่ยง ไม่ให้เกิดการระบาดระลอกใหม่และให้ประเทศไทย ปราศจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในทุกมิติ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76675</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลิปวีดีโอ TikTok ลักลอบเข้าประเทศไทย, ต่างด้าว, บิ๊กแป๊ะ, พล.ต.อ.จักรทิพย์   ชัยจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0bcbf078656.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2020 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2020 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039;จ่อลงดาบฟันตร.บกพร่องคดีบอส! &#039;เพิ่มพูน&#039;รอ&#039;วิชา&#039;เรียกแจง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค. 63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะรองประธานคณะกรรมการตรวจสอบตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีขั้นตอนการดำเนินคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา เปิดเผยว่า ผลการประชุมสรุปการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการชุดนี้ ได้ไปถึงมือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เรียบร้อยแล้ว ที่ผ่านมาทางคณะกรรมการได้ชี้แจงไปแล้ว ว่าความบกพร่องเกิดขึ้นตรงจุดไหน ขั้นตอนไหน ส่วนมีใครบ้างที่ต้องรับผิดชอบในความบกพร่องครั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ ผบ.ตร.ว่าจะมีการสั่งการอย่างไร ได้รับบทลงโทษมากน้อยแค่ไหน เชื่อว่าในเร็ววันนี้น่าจะได้คำตอบที่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือจาก ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ ว่าต้องต้องเข้าไปให้ปากคำเมื่อไหร่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74683</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส, ตร., บิ๊กแป๊ะ, พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ, พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f3a0fb4ada2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74307</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2020 14:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2020 14:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จักรทิพย์&#039; โดดคุมงาน &#039;กฎหมายและคดี&#039; ด้วยตัวเอง มอบอำนาจแล้วยังติดตามแก้ไขได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เนื่องจากงานกฎหมายและคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำความเห็นแย้งในคดีอาญาเป็นขั้นตอนหนึ่งในการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม และมีความสำคัญส่งผลต่อการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน ซึ่งต้องควบคุม กำกับดูแล และติดตามผลการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จึงได้มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 416/2563 ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2563 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้กำกับดูแลการบริหารราชการในงานกฎหมายและคดีด้วยตนเอง โดยมีผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอีก 5 ท่าน&amp;nbsp;ช่วยกำกับดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับงานที่มีความสำคัญหรือประชาชนและสังคมให้ความสนใจ ให้ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เสนอให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้พิจารณาสั่งการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย ์ผบ.ตร ยังได้มีหนังสือกำชับการสอบสวนและการทำความเห็นในคดีอาญาไปยังทุกหน่วยทั่วประเทศ ให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 ควบคุม ตรวจสอบ ติดตาม กำกับดูแล รวมทั้งสนับสนุน ให้ทำปรึกษาการทำความเห็นชอบหรือความเห็นแย้งในคดีอาญาในอำนาจหน้าที่ของผู้ที่ได้รับมอบหมายหรือเป็นผู้รับผิดชอบ หรือหากเห็นว่าเป็นคดีที่มีความสำคัญหรือได้รับความสนใจจากประชาชนในวงกว้างผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค อาจพิจารณามีความเห็นทางคดีด้วยตนเองตามที่เห็นสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนั้นแล้ว ในกรณีการมอบอำนาจให้กับผู้รับมอบอำนาจไปแล้วก็ตามก็ยังถือว่า ผู้มอบอำนาจมีหน้าที่แนะนำกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการของผู้รับมอบอำนาจ และในกรณีที่เห็นว่าผู้รับมอบอำนาจปฏิบัติราชการในเรื่องใดไม่สมควร ให้มีอำนาจแก้ไขการปฏิบัติราชการของผู้รับมอบอำนาจนั้นได้ ซึ่งถือเป็นการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534&amp;nbsp; มาตรา 40 และตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 74&amp;rdquo;พล.ต.ท.ปิยะ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74307</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กแป๊ะ, ผบ.ตร., พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f34eee9ab929.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2020 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2020 08:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร.สั่งทุกกองบัญชาการรับมือน้ำท่วมเร่งช่วยผู้ประสบภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค. 63 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทย ยังมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคเหนือ และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชน ถึงสถานการณ์ดังกล่าวประกอบกับ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งอาจส่งผลต่อการแพร่ระบาดขึ้นอีกครั้ง โดยกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างรัดกุมและรอบด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการไปยังกองบัญชาการทุกภาคส่วน ให้ประสานการปฏิบัติร่วมกับ ทหาร ฝ่ายปกครอง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เตรียมพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย ดินถล่ม ถนนตัดขน และคลื่นลมแรงที่อาจเกิดขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการแจ้งเตือนประชาชนอย่างรวดเร็ว ต่อเนื่อง ทั่วถึงในทุกช่องทาง พร้อมแนะแนวทางปฏิบัติและช่องทางการแจ้งข้อมูลหรือขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับ ผลกระทบที่อาจส่งผลต่อการจราจรในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น จุดที่มีน้ำท่วมขัง จุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ และจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในทุกพื้นที่ ออกปฏิบัติหน้าที่ อย่างเคร่งครัด ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเน้นให้มีการประสานการทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน สัญจรไปมา และเร่งระบายรถ อย่างเต็มกำลังในชั่วโมงเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดจนการจัดชุดเฉพาะกิจเคลื่อนที่เร็ว พร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในพื้นที่ที่ประสบภัย น้ำป่าไหลหลาก อาทิ ขนย้ายสิ่งของ ลำเลียงผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่ และ ฟื้นฟู เยียวยา พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ หากมีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ ความเสียหาย ให้ผู้กำกับสถานีตำรวจในพื้นนั้น เปิดโรงพักให้บริการประชาชน เข้าพักอาศัยพร้อมบริการน้ำ อาหาร ยารักษาโรคและสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น พร้อมกำชับการเพิ่มวงรอบในการตรวจตรา เพื่อป้องกันมิจฉาชีพฉวยโอกาสซ้ำเติมประชนที่ได้รับความเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ขอประชาสัมพันธ์ประชาชน นักท่องเที่ยวเพิ่มความระวังเป็นพิเศษ จากสถานการณ์ภัยทางธรรมชาติ โดยให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด รวมไปถึง ยึดหลักมาตรการในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เช่น การสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า, ล้างมือด้วยสบู่ แอลกอฮอล์ เจลหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค, การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing), ควบคุมผู้ร่วมกิจกรรมมิให้แออัด เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอความร่วมมือให้ตรวจเช็คสภาพรถ เครื่องยนต์ สภาพอากาศและเส้นทางก่อนออกเดินทาง เติมน้ำมันให้พร้อมเพียงพอต่อการเดินทาง เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง และสามารถสอบถามข้อมูลเส้นทางการจราจร หรือ แจ้งอุบัติเหตุ ขอความช่วยเหลือรถเสีย ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้ที่ สายด่วน&amp;nbsp; บก.จร. 1197&amp;nbsp; ตลอด 24 ชั่วโมง และสำหรับผู้ที่เดินทาง ในพื้นที่ต่างจังหวัด สามารถติดต่อสายด่วน ตำรวจทางหลวง 1193 ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73949</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, บิ๊กแป๊ะ, ผบ.ตร., พ.ต.อ.กกฤษณะ พัฒนเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200810/image_big_5f30a08225511.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039; สั่งสำรองราชการ &#039;วิระชัย&#039; ปมปล่อยคลิปเสียงคดียิงรถบิ๊กโจ๊ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.63 -&amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.มีคำสั่ง ตร.ที่ 387/2563 ลงวันที่ 29 ก.ค.63&amp;nbsp; เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจสำรองราชการ&amp;nbsp;ใจความระบุว่า ตามคำสั่ง ตร.ที่ 383/2563 ลงวันที่ 24 ก.ค.63 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร.ซึ่งถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยมีพฤติการณ์และการกระทำเข้าลักษณะมีเจตนาเปิดเผยความลับของทางราชการ และฝ่าฝืนระเบียบคำสั่งว่าด้วยการให้ข่าวสัมภาษณ์ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของ ตร.อย่างร้ายแรง ประกอบกับ กองบังคับการปราบปราม ได้รับคำร้องทุกข์ในกรณีกล่าวโทษว่า มีการกระทำอันเป็นการทำผิดต่อรัฐ มีมูลเข้าข่ายตามความผิด พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 74 และตามประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัติย์ทรงเป็นประมุขฉบับที่ 21 เรื่อง การห้ามดักฟังทางโทรศัพท์และเครื่องมือสื่อสารอื่นใดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากกรณีดังกล่าว เป็นเหตุในการสั่งสำรองราชการได้ ตามนัยข้อ 3(1)แห่งกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำ ตร.หรือส่วนราชการใด หรือสำรองราชการ ในส่วนราชการใด พ.ศ.2548 ดังนั้นเพื่อประโยชน์แห่งความเป็นธรรมในการดำเนินการทางวินัยและอาญา เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการในภาพรวมของ ตร.อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 61 (2) แห่ง พรบ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 จึงให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.สำรองราชการ ตร. (อัตราเลขที่ สรส.1)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72841</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทำผิดวินัยร้ายแรง, คดียิงรถบิ๊กโจ๊ก, บิ๊กแป๊ะ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, สอบมือปล่อยคลิปเสียง, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.), สำรองราชการ, เปิดเผยความลับราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f2148d071406.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039;สั่งทุกด่านเข้มสกัดต่างด้าวลอบเข้าไทย ลุยจับแก๊งค้าแรงงาน-นายจ้างที่รู้เห็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค. 63 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาตคิ&amp;nbsp; เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องร่วมปฏิบัติ ดำเนินการตามมาตรการเชิงรุก ตรวจสอบคัดกรอง เฝ้าระวัง ป้องกันและปราบปรามขบวนการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ภายหลังจากที่มีประกาศผ่อนปรนมาตรการป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานตำรวจเเห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สนองนโยบาย โดยได้กำชับและเล็งเห็นถึงความสำคัญในการป้องกัน และลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) จากบุคคลต่างด้าวที่จะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่ผ่านการตรวจคัดกรองตามมาตรการที่รัฐกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ซึ่งกำกับดูแลงานด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ กำชับ กวดขัน หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง อาทิ สตม. , บช.ตชด. , น., ภ.1-9 ในการประสานกับหน่วยร่วมปฏิบัติด้านความมั่นคง เพิ่มความเข้มในการตรวจคัดกรอง บุคคล หรือยานพาหนะตามช่องทางจุดผ่านแดนถาวร จุดผ่อนปรน และตามแนวช่องทางธรรมชาติ สกัดกั้นบุคคล หรือขบวนการขนแรงงานต่างด้าว ที่จะลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย อย่างเข้มข้น และต่อเนื่อง และกำชับให้สถานีตำรวจในพื้นที่ชั้นใน ร่วมกับฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบคัดกรองแรงงานต่างด้าวในสถานประกอบการ ห้างร้านต่างๆ ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และห้ามเจ้าหน้าที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์โดยเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการจับกุมปราบปรามการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง ทั้งบุคคลต่างด้าวและนายจ้างที่เกี่ยวข้อง ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายไปแล้วหลายราย อีกทั้งจากกรณีที่สื่อมีการนำเสนอข่าวขบวนการลักลอบเข้าไทย แค่บอก เจ๊เพชร จ่าย 4,000 รอด 100 % ทาง สตม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการสืบสวนสอบสวนและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ฝากเตือนไปยังบุคคล หรือขบวนการในลักษณะดังกล่าวที่ท้าทายกฎหมาย คอยอำนวยความสะดวก นำพา สนับสนุนช่วยเหลือแรงงานต่างด้าว ให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร รวมไปถึงนายจ้าง และสถานประกอบการที่รับแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายเข้าทำงานซึ่งไม่ผ่านการคัดกรอง จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดทุกราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน สังเกต และเฝ้าระวัง หากพบการกระทำความผิดดังกล่าว ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว หรือหากมีผู้ได้รับความเสียหายก็สามารถไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71271</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด่านทั่วประเทศ, ต่างด้าว, บิ๊กแป๊ะ, ผบ.ตร., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0bcbf078656.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
