<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107611</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กโจ๊ก’เปิดผลสำรวจพีเพิลโพลพบประชาชนหวาดกลัวภัยทำร้ายร่างกาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย. 64 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษา (สบ9) ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการสำรวจความหวาดกลัวภัยอาชญากรรมของประชาชนและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการทำงานของตำรวจ ผ่านพีเพิลโพล ประจำเดือนมิถุนายน 2564 ว่า ที่ผ่านมาสำนักงานยุทธ์ศาสตร์ ตร. มีการเก็บข้อมูลเป็นประจำทุกปี วิเคราะห์ข้อมูล รวบรวมสถิติต่างๆ เพื่อเป็นตัวชี้วัดของ ตร. ซึ่งจะสอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มีแนวคิดในการที่จะดูสถิติ ดูการทำงานของตำรวจแบบเรียลไทม์ จึงได้ริเริ่มทำพีเพิลโพล มีเปลี่ยนแปลงรูปแบบจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบกูเกิ้ลฟอร์ม เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน เป็นเดือนแรก และประเมินผลทุกสิ้นเดือน พบว่าในเดือนนี้มีประชาชนช่วงอายุ 20-40 ปี กรอกข้อมูลเข้ามากว่า 2 แสนกว่าราย จากสถานีตำรวจ 1,484 แห่ง ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ เพราะที่ผ่านมาในหนึ่งปีมีการจัดเก็บตัวอย่างเพียง 1-2 พันราย แต่ตอนนี้เมื่อเราใช้ข้อมูลที่ทันสมัย ใช้เครื่องมือกูเกิ้ลฟอร์ม ประชาชนก็จะกรอกง่าย อยู่บ้านก็กรอกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับข้อมูลผลสำรวจที่ในหัวข้อความหวาดกลัวภัยอาชญากรรมต่อชีวิต ร่างกาย และเพศ พบว่าประชาชนหวาดกลัวภัยในเรื่องการทำร้ายร่างกายมากที่สุด รองลงมาคือการถูกฆ่า และอันดับที่สาม คือภัยยาเสพติด ต่อมาเป็นผลสำรวจหัวข้อความหวาดกลัวภัยต่อทรัพย์สิน ประชาชนหวาดกลัวเรื่องการลักทรัพย์มากที่สุด รองลงมาคือชิงทรัพย์ และอันดับที่สามการวิ่งราวทรัพย์ และผลสำรวจหัวข้อความหวาดกลัวภัยอาชญากรรมสมัยใหม่ ประชาชนหวาดกลัวเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์มากที่สุด รองลงมาคือการหลอกลวงซื้อของออนไลน์ และอันดับที่สาม การพนันออนไลน์ โดยจะเห็นได้ว่าแบบฟอร์มนี้วัดความรู้สึกและความต้องการของประชาชนได้จริงๆ ทำให้ ผบ.ตร. สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการสั่งการตำรวจทุกโรงพัก บริหารข้อมูลเหล่านี้ตามสถานการณ์จริงได้ ทิศทางการทำงานจะชัดเจนและตรงเป้ามากขึ้น วันนี้ฟันเฟืองทุกตัวต้องขยับ ข้อมูลพีเพิลโพล จะบอก ผกก.ทุกโรงพัก ว่าพื้นที่ตนเองมีปัญหาอะไรมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ในเรื่องผลสำรวจความพึงพอใจของประชาชนที่ขึ้นมาใช้บริการภายในสถานีตำรวจ เราใช้เกณฑ์ 70 % โดยทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศผ่านเกณฑ์หมด แต่ผ่านเกณฑ์แบบปริ่มๆ 74-76 % เหล่านี้ทำให้เราต้องพัฒนาต่อไป ทั้งนี้การสำรวจของพีเพิลโพล เป็นระบบที่จำกัด 1 หมายเลขโทรศัพท์ ต่อ 1 การให้ข้อมูล และทำได้เพียง 1 ครั้งต่อเดือน เพราะฉะนั้นจะไม่มีหน้าม้ามาให้ข้อมูล และ ผบ.ตร. ย้ำว่าขอให้กรอกข้อมูลแบบตรงไปตรงมา จะได้นำข้อมูลมาปรับปรุงการทำงานของสายตรวจ ฝ่ายสืบสวน และจราจร ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การจัดทำผลสำรวจยังพบว่าสิ่งที่ประชาชนทั้งประเทศมีความต้องการมากที่สุดคือกล้องซีซีทีวี เพราะประชาชนมีความมั่นใจต่อการบันทึกภาพจากกล้อง ทำให้ ผบ.ตร. จึงได้ริเริ่มนำร่องโครงการสมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 3 โซน คือ ห้วยขวาง ลุมพินี และภาษีเจริญ ส่วนในต่างหวัดจะมีภาคละ 1 โซน คือ พัทยา ภูเก็ต อุดรธานี ปากเกร็ด สมุทรปราการ เชียงใหม่ หาดใหญ่ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งโครงการดังกล่าวมีการนำกล้อง AI มาใช้จดจำใบหน้า ติดตามบุคคลได้ จะเห็นได้ว่าแนวคิดสมาร์ทเซฟตี้โซน ของ ผบ.ตร. จะนำร่องในเมืองเศรษฐกิจที่เป็นแลนด์มาร์คของประเทศ เพื่อรองรับการเปิดประเทศในอีก 120 วัน ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยจะมีการเปิดโครงการที่แยกราชประสงค์ ในต้นเดือนหน้า และจะคิกออฟพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ให้หวาดกลัวภัยน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107611</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, ผลสำรวจ, พีเพิลโพล, พึงพอใจการทำงานของโรงพัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d5a767795a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2020 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2020 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กโจ๊ก&#039;ส่งทนายฟ้องศาลปค.&#039;ประยุทธ์&#039;ออกคำสั่งโอนย้ายพ้นตร.ไม่ชอบด้วยกม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.63-พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายสิทธิ งามลำยวง ทนายความส่วนตัว นำเอกสารคำร้องยื่นฟ้องพล.อ.ประยุทธ จันทรโอชานายกรัฐมนตรี ต่อศาลกรณีออกคำสั่งย้ายโอนไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิทธิ กล่าวว่า คำสั่งย้ายโอนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายครั้งนี้กินเวลาผ่านมากว่า 1 ปี 5 เดือนแล้ว ยังไม่มีการตั้งกรรมการสอบสวนความผิด พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ และไม่มีการสอบสวนทั้งจากหน่วยงานที่ตรวจสอบทั้ง ปปท. ปปช. และ สตง.ตามกระบวนการที่ควรจะเป็น อีกทั้งเจ้าตัวก็ไม่ได้สมัครใจที่จะโอนย้ายไปในตำแหน่งดังกล่าว และที่ผ่านมาพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ &amp;nbsp;ก็ปฏิบัติหน้ที่เต็มกำลังความสามารถในฐานะตำรวจที่ต้องบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับประชาชน ด้วยการเข้าไปแก้ปัญหาคดีฉ้อโกงประชาชน หนี้นอกระบบแก๊งโรแมนซ์สแกม แก๊งอาชญากรข้ามชาติ รวมถึงคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชน โดยการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเอาจริงเอาจัง จนผลงานเป็นที่ประจักษ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
&amp;quot;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ถูกโอนย้ายไปความเดือดร้อนของประชาชน ก็ไม่ได้รับการเอาใจใส่และสานต่อ ทั้งที่เรื่องปากท้องของประชาชน ที่เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ทำให้ปัญหาซ้ำๆ เดิมๆ ที่เคยห่างหายไปช่วงปราบปรามหนักๆหวนกลับมาทำร้ายประชาชนได้อีก อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ &amp;nbsp;ไม่เคยถูกระบุว่ามีความผิดอะไร ไม่มีการตั้งกรรมการสอบ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทนายความของพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การใช้สิทธิเรียกร้องความยุติธรรมของพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ในครั้งนี้ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้ตัวเอง และเพื่อเป็นบรรทัดฐานให้แก่ข้าราชการอื่นที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแต่งตั้งโยกย้ายจากผู้บังคับบัญชา ให้กล้าที่จะลุกขึ้นมาเรียกร้องความเป็นธรรมและสร้างมาตรฐานที่ดีของการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม โดยหวังพึ่งอำนาจศาลปกครองซึ่งเป็นอำนาจตุลาการที่จะให้ความเป็นธรรมและสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้องต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78245</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศาลปกครอง, โอนย้ายไม่เป็นธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181223/image_big_5c1f37a14415d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 12:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทิดโจ๊ก&#039;กลับมาทำงานแล้ว ปลัดสำนักนายกฯเตือนอย่าละเมิดคำสั่งของนายกฯอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.63- นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) กล่าวถึงการมอบหมายงานใหม่ให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กลับมาปฏิบัติงานตามปกติแล้ว หลังจากที่ลาไปอุปสมบท ที่ประเทศอินเดีย โดยมีคำสั่งมอบหมายงานออกมาใหม่ให้มีการปรับการทำงาน โดยมอบหมายงานใหม่เรื่องการให้ข้อเสนอแนะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน โดยให้มีการทำข้อเสนอแนะแนบมาด้วย ไม่ใช่รับเรื่องราวร้องทุกข์เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ได้มีการกำชับและย้ำกับพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ มาตลอดว่า อย่าละเมิดคำสั่งเตือนของนายกรัฐมนตรีที่ออกมาก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีการมอบหมายงานให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ที่ถูกให้มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี นายธีรภัทร กล่าวว่า พล.ต.อ.วิระชัยได้มาทำงานแล้ว และเจ้าตัวบอกว่ามาทำงานทุกวัน โดยห้องทำงานอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ฝั่งตรงข้ามทำเนียบ โดยงานที่ได้รับมอบหมายเกี่ยวข้องกับการให้ข้อแนะนำต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการรับเรื่องราวร้องทุกข์ &amp;nbsp;แต่เป็นในระดับเชิงนโยบาย ซึ่งสูงขึ้นกว่าของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ &amp;nbsp;เบื้องต้นได้กำชับไปว่าต้องทำงานให้อยู่ในระบบของทางราชการ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงกระแสข่าวพล.ต.อ.วิระชัย ลาไปอุปสมบทเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้น นายธีรภัทร กล่าวว่า ช่วงนี้ พล.ต.อ.วิระชัย ลา ซึ่งได้มาลากับตนตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว และไม่ได้บอกอะไรว่าลาไปไหน บอกเพียงว่าลาพักผ่อน และจำไม่ได้ว่าลาถึงช่วงไหน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57514</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลับมาทำงานแล้ว, บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d10dcf8ce7da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2020 11:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2020 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;บิ๊กตู่&#039;ส่ายหัวปมปัญหา&#039;บิ๊กแป๊ะ-บิ๊กโจ๊ก&#039;บอกเขาจัดการกันเองได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.63-ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการยุวชนสร้างชาติว่า &amp;ldquo;เดี๋ยวจะต้องไปทำบุญบำเพ็ญกุศลถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ &amp;nbsp;ที่วัดโสมนัสราชวรวิหาร ส่วนเรื่องอื่นๆทุกคนมีหน้าที่ในการทำงานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่จังหวัดลพบุรี หรือเรื่องภายในของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เขาก็มีคนทำงานอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชา จะทำอย่างไรกับปัญหาระหว่างพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ส่ายศรีษะพร้อมถอนหายใจ และกล่าวว่า &amp;ldquo;เป็นปัญหาที่เขาจัดการกันเองได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54418</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200113/image_big_5e1bee81dbfae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
