<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 07:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 07:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูเก็ตเปิดไทม์ไลน์หนุ่มบิ๊กไบค์ติดเชื้อโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.2563 &amp;nbsp;- จากกรณีจังหวัดภูเก็ตพบผู้ติดเชื้อโควิดรายล่าสุดนั้น ล่าสุดมีข้อมูลไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;เพศชาย อายุ 40 ปี อยู่ที่ ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต อาชีพ ผู้จัดการบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต พบว่า วันที่ 10/12/63 เดินทางออกจากภูเก็ตไปร่วมงานของชมรมบิ๊กไบค์ โดยรถบิ๊กไบค์ของตนเอง มีเพื่อนหญิงซ้อนท้ายด้วย 1 คน และทีมจากภูเก็ตรวมผู้ป่วย 5 คน ทานอาหารเช้าที่พังงา แถววงเวียนเขาตะปู จําชื่อร้านไม่ได้ -เดินทางเส้นทางกะปง-เขาสก มีแวะเติมน้ำามันที่ปั้มข้างทาง ไม่ทราบชื่อ รอรับทีมงานที่ ปั๊ม ปตท.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ประมาณ 1 ชม. ทานข้าว เข้าห้องน้ำ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขับรถบิ๊กไบค์กับทีมทั้งหมดไปยังเกาะลันตา โดยแวะเติมน้ำมันที่ปั๊ม ปตท.เขาน้อย ปั้มเชลล์แถวคลองท่อม
ขึ้นเรือเฟอร์รี่ข้ามฟาก ไปยัง เกาะลันตาน้อย ขับรถบิ๊กไบค์ไปยังเกาะลันตาใหญ่ เข้าที่พัก อันดามันลันตารีสอร์ท ประมาณเย็นๆ พักกับเพื่อนชาย 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 11-12/12/63 เข้าร่วมกิจกรรมงานปาร์ตี้ ของชมรม บริเวณเป็นพื้นที่เปิดโล่ง มีกิจกรรม ดื่ม ร้องเพลง แจกของขวัญนั่งคนละโต๊ะกับผู้ป่วยยืนยันที่ จ.สมุทรสาคร เข้าห้องน้ำที่ห้องพัก ไม่ได้เข้าห้องน้ำที่บริเวณจัดงาน ไม่ได้ชนแก้วกับผู้ป่วยยืนยัน ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย มี ผู้เข้าร่วมงานประมาณ 40 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 13/12/63 เตรียมตัวเก็บสัมภาระกลับภูเก็ต ได้เข้าไปสวมกอด จับมือร่ำลากับผู้ป่วย ยืนยัน ที่ จ.สมุทรสาคร ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยทั้ง 2 คน กลับมาถึงภูเก็ตเย็นๆ เวลาประมาณ 19.00 น. ไปรับประทานอาหารกับครอบครัวรวม 5 คน ที่ร้านอาหาร super beef ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 14-16/12/63 ไปทํางานที่ร้านตามปกติ ที่ทํางานมีเพื่อนร่วมงานประมาณ 15 คน ใส่ หน้ากอนามัยบ้าง ไม่ใส่บ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 17/12/63 เริ่มมีอาการปวดศีรษะ อยู่บ้าน ไม่ได้ไปทํางาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 18/12/63 มีอาการปวดศีรษะ ไอ อยู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 19/12/63 มีอาการไอ ปวดศีรษะ เจ็บคอ มีเสมหะ มีน้ามูก ลิ้นไม่ค่อยรับรส แต่จะต้องไปเคลียร์งานที่ทํางานจึงใส่หน้ากากออกไปเคลียร์งานที่ทํางานประมาณ 2 ชม. ทํางานเสร็จ กลับบ้านไม่ได้ไปที่อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 20/12/63 ได้รับข่าวจากผู้ป่วยยืนยันที่ จ.สมุทรสาคร จึงได้อยู่บ้าน และ พูดคุยกับ ทีมที่ไปทั้งหมด ครอบครัวให้หยุดงาน หยุดเรียน และเข้ารับการตรวจที่ รพ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 21/12/63 เข้ารับการตรวจที่ รพ.วชิระภูเก็ต ด้วยอาการไอ ปวดศีรษะ เจ็บคอ มี เสมหะ มีน้ำมูก ลิ้นไม่ค่อยรับรสและมีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน เก็บตัวอย่างส่งตรวจทาง ห้องปฏิบัติการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 22/12/63 ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบสารพันธุกรรมโคโรนา 2019.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87745</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กไบค์, ภูเก็ต, สมุทรสาคร, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201220/image_big_5fdf24e78dd03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯออกกฎเข้ม&#039;บิ๊กไบค์ &#039;เตรียมสอบใบขับขี่เพิ่ม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.63 นายยงยุทธ นาคแดง รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 เห็นชอบร่างกฎกระทรวงการขอและการออกใบอนุญาตขับรถและการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ. .... ทั้งนี้ จากปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากผู้ขับรถ กรมการขนส่งทางบกได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยได้ยกร่างกฎกระทรวงการขอและการออกใบอนุญาตขับรถและการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ. .... เพื่อแก้ไขปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุและการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ. 2548 ให้มีความเหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน โดยร่างกฎกระทรวงดังกล่าวมีสาระสำคัญ เช่น กำหนดให้ใบรับรองแพทย์ที่จะนำมาใช้ประกอบการขอรับหรือขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลต้องแสดงให้เห็นว่า ผู้นั้นไม่มีโรคประจำตัวหรือสภาวะของโรคที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่า อาจเป็นอันตรายขณะขับรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบกจะประสานความร่วมมือกับแพทยสภาในการกำหนดโรคหรือสภาวะของโรคที่ต้องห้ามในการขอรับใบอนุญาตขับรถและจะวางแนวทางในการตรวจรับรองของแพทย์กับแพทยสภาต่อไป นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มเติมข้อกำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะขับรถจักรยานยนต์ที่มีกำลังสูง (Big bike) ต้องผ่านการอบรมและทดสอบการขับรถตามที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม การให้อำนาจนายทะเบียนสามารถพิจารณาให้ผู้ขอรับหรือขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถต้องเข้ารับการตรวจและนำใบรับรองแพทย์มายืนยันความเหมาะสมในการขับรถ รวมทั้ง ยังได้กำหนดให้ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถจะต้องใช้ใบรับรองแพทย์ประกอบในการดำเนินการขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถดังกล่าวด้วย โดยร่างกฎกระทรวงดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 120 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีกำลังสูง (Big bike) หรือรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์มากกว่า 400cc ขึ้นไป เป็นพาหนะที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ผู้ขับขี่ต้องมีความระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย และมีประสบการณ์การใช้งาน เพราะรถมีสมรรถนะค่อนข้างสูง กำลังแรง และน้ำหนักค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นการใช้รถต้องอาศัยทักษะความชำนาญ เพื่อการป้องกันอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์บนท้องถนน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีจำนวนรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์มากกว่า 400cc ขึ้นไป จดทะเบียนทั้งสิ้น 216,547 คัน จากจำนวนรถจักรยานยนต์ทั้งหมด 21,284,775 คัน การที่ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวผ่านความเห็นชอบ จะส่งผลให้สามารถช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน สร้างความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่และประชาชนผู้ใช้ถนนไม่ให้เกิดการบาดเจ็บหรือสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน และมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75023</URL_LINK>
                <HASHTAG>Big Bike, กรมการขนส่งทางบก (ขบ.), บิ๊กไบค์, ยงยุทธ นาคแดง, สอบใบขับขี่เพิ่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3e26fe46292.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 19:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. ไฟเขียวออกกฎคุมเข้มใบขับขี่ &#039;บิ๊กไบค์&#039; ลดอุบัติเหตุเสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.63 -&amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ..... ที่แก้ไขเพิ่มเติมจากร่างที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ และให้ดำเนินการต่อไปได้ ทั้งนี้สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงดังกล่าวมีการเพิ่มเติมข้อกำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะขับรถจักรยานยนต์ที่มีกำลังสูง(Big bike) ต้องผ่านการอบรมและทดสอบการขับรถตามที่อธิบดีประกาศกำหนดเป็นการเพิ่มเติม อันจะส่งผลให้สามารถช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน สร้างความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่และประชาชนผู้ใช้ถนนมิให้เกิดการบาดเจ็บหรือสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน และมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74837</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล, บิ๊กไบค์, รองโฆษกรัฐบาล, ใบอนุญาตขับขี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3bc2ec7afd0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2020 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2020 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถตู้กลับรถตัดหน้า &#039;บิ๊กไบค์&#039; พุ่งอัดกลางลำดับคาที่ บาดเจ็บอีก 5 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค.63 - ร.ต.อ.คมกฤช ทองอุไร รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางปู จ.สมุทรปราการ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 29 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์พุ่งชนรถตู้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย บนถนนสุขุมวิท คลองบางเสาธง ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกุศล สมุทรปราการ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และอาสาสมัครมูลนิธิกู้ภัยบางปู 811 เดินทางไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุบริเวณกลางถนน พบศพนายอนันท์ โพธิ์ศรีลา อายุ 26 ปี นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ยี่ห้อ ฮอนด้า ซีบี 500 สีดำ ทะเบียน 6 กง 8910 กรุงเทพมหานคร ล้มอยู่ สภาพด้านหน้ารถจักรยานยนต์พังเสียหายยับเยิน ห่างออกไปไม่ไกลพบรถยนต์ตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ฮบ 5877 กรุงเทพมหานครภายในรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และบริเวณฟุตบาทอีก 4 ราย แบ่งเป็นชาย 3 ราย และหญิง 2 ราย เจ้าหน้าที่มูลนิธิ ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่งโรงพยาบาลรัทรินทร์ บางปู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนางสาวปวีณา ราชภิภพ อายุ 32 ปี ญาติของผู้ได้รับบาดเจ็บ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บทั้งหมดได้ขึ้นรถยนต์ตู้คันดังกล่าวเพื่อจะไปเที่ยวที่เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี หลังจากปิดประตูรถ คนขับรถยนต์ตู้ได้กลับรถกลางถนนทันที เพื่อจะมุ่งหน้าไปทางด้านคลองด่าน ระหว่างนั้นผู้ตายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ มาจากทางด้านคลองด่านด้วยความเร็ว ก่อนพุ่งชนเข้ากลางลำรถยนต์ตู้อย่างเต็มแรง ส่งผลทำให้คนขับขี่บิ๊กไบด์เสียชีวิตทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตขับขี่รถจักรยานยนต์มาจากทิศทางคลองด่านด้วยความเร็ว พอมาถึงที่เกิดเหตุรถยนต์ตู้ได้เลี้ยวออกมาจากข้างทางกำลังจะกลับรถมุ่งหน้าไปทางคลองด่าน ทำให้รถจักรยานยนต์ชนเต็มแรงจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนผู้ที่เห็นเหตุการณ์และผู้ได้รับบาดเจ็บอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58534</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สมุทรปราการ, บิ๊กไบค์, บิ๊กไบค์ชนรถตู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200301/image_big_5e5b238b3d3e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2019 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2019 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมลุยออกกฎคุมเข้มบิ๊กไบค์หลังอุบัติเหตุทางถนนพุ่ง74%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.62-นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ ว่า ตามนโยบายของนายศักดิ์สยามชิดชอบ รมว.คมนาคมได้เร่งรัดการแก้ไขปัญหาและออกมาตรการความปลอดภัยเพื่อลดสถิติอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตจากการขับขี่จักรยานยนต์เนื่องจากผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน74% มาจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ ประกอบกับองค์การอนามัยโลก (WHO)ได้แสดงความกังวลว่าประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงเป็นอันดับ 9 ของโลก

อย่างไรก็ตามกระทรวงคมนาคมจะตั้งคณะทำงานเร่งสรุปผลแนวทางดำเนินการภายใน 30 วัน ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบต่อไป ซึ่งบางมาตรการสามารถออกมาบังคับใช้ได้ภายในปี 2562 ผ่านทางประกาศกระทรวงคมนาคม บางเรื่องต้องใช้เวลาดำเนินงานผ่านการแก้กฎหมายขนส่งและจราจรของประเทศโดยเบื้องต้นจะตั้งคณะกรรมการย่อยขึ้นมา3ชุดได้แก่คณะทำงานด้านยานพาหนะ, ด้านโครงสร้างพื้นฐานและด้านการบังคับใช้กฎหมายและการประชาสัมพันธ์ เพื่อจัดทำมาตรการกำกับดูแลความปลอดภัยในการขับขี่รถจักรยานยนต์

สำหรับเริ่มมาตรการบังคับใช้กฎหมาย เข้มงวดและเพิ่มโทษของผู้ขับขี่จักรยานยนต์ เริ่มจากการนำระบบตัดแต้มมาใช้กับรถจักรยานยนต์พร้อมด้วยการเริ่มใช้กล้องจับผิดพฤติกรรมการขับขี่รถขนาดเล็กและเชื่อมระบบใบสั่งกับใบขับขี่ ใครไม่จ่ายห้ามต่อภาษีประจำปีเป็นต้น ขณะที่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่(บิ๊กไบค์)จะมีการออกกฎหมายห้ามวิ่งแทรกในช่องจราจรเหมือนมอเตอร์ไซด์ขนาดเล็ก ซึ่งบิ๊กไบค์ต้องจอดรอรถติดเข้าแถวเหมือนรถยนต์ มิเช่นนั้นจะมีระบบกล้องจับผิดพฤติกรรมเพื่อลงโทษ นอกจากนี้จะพิจารณาควบคุมความเร็วบิ๊กไบค์อย่างเข้มงวดและห้ามขับเกิน 80 กม./ชม. ในเขตเมืองและชุมชน

นอกจากนี้จะมีการแก้ไขใบอนุญาตขับขี่จักรยานยนต์ โดยจะมีการแก้กฎหมายเพื่อแยกประเภทใบขับขี่จักรยานยนต์แบ่งเป็นขนาดเล็กและขนาดใหญ่(บิ๊กไบค์)​ หลังจากนี้จะลงรายละเอียดขนาดของเครื่องยนต์ตามใบขับขี่ เช่น รถขนาดเล็กไม่เกิน 100 cc และรถบิ๊กไบค์ตั้งแต่ 300-400 cc ขึ้นไป

&amp;ldquo;จะเพิ่มความเข้มงวดเรื่องการสอบภาคปฏิบัติเพื่อออกใบขับขี่ โดยเฉพาะบิ๊กไบค์ที่ต้องจัดทำสนามสอบภาคปฏิบัติใหม่ ควบคู่ไปกับการนำระบบจำลองสถานการณ์จริง (Simulator)​มาใช้ร่วมกับบททดสอบภาคปฏิบัติ เช่นเดียวกับที่ประเทศญี่ปุ่น ใช้การทดสอบระดับนี้ในการวัดจิตสำนึกความปลอดภัย (Safety Mindset) มาเป็นหนึ่งในเกณฑ์ให้คะแนนผู้ขับขี่ด้วย เหตุการจำลองเสมือนจริงอาทิ การขับบนสภาพฝนตกถนนลื่น สถานกรณ์มีรถหรือวัตถุพุ่งตัดหน้า สถานการณ์กลับรถและสถาการณ์คับขันเมื่อรถกำลังจะชนเป็นต้น&amp;rdquo;นายจิรุตม์ กล่าว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46562</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อุบัติเหตุ, กระทรวงคมนาคม, บิ๊กไบค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190819/image_big_5d5a54eae092f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2019 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2019 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สคอ.ออกโรงเตือนขี่บิ๊กไบค์ไม่เหมาะกับถนนในเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28&amp;nbsp;ก.ค.62&amp;nbsp;จากกรณีที่มีผู้ขี่รถบิ๊กไบค์ อายุ 37 ปี ลูกชายค่ายเพลงดังพุ่งชนราวเหล็กกั้นสะพาน คอขาดจากร่างเสียชีวิต เป็นกระแสข่าวดัง สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้พบเห็นและอีกกรณีล่าสดคือ&amp;nbsp;2หนุ่มขี่บิ๊กไบค์พุ่งชนป้ายข้างทางเสียชีวิตใกล้มหาวิทยาลัยย่านลาดกระบัง กทม. ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายพรหมมินทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กัณธิยะผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบติเหตุ (สคอ.) กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้องขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับผู้เสียชีวิตและครอบครัวของผู้ประสบเหตุทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กรณี&amp;nbsp;&amp;nbsp;

&amp;nbsp;แต่อยากฝากเตือนไปยังทุกครอบครัว โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่กำลังคิดจะใช้รถจักรยานยนต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;จริงอยู่ที่รถบิ๊กไบค์มีประมาณการใช้น้อยกว่ารถจักยานยนต์ทั่วไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่จำนวนรถจักรยานยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุภาพรวมสูงถึงร้อยละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนคนเดินเท้าร้อยละ10&amp;nbsp;&amp;nbsp;และรถจักรยานร้อยละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยรถบิ๊กไบค์ก็อยู่รวมในประเภทรถจักยานยนต์นั้นอัตราการเกิดอุบัติเหตุไม่ค่อยสูงมากนัก แต่มีความร้ายแรงไม่น้อยไปกว่ารถประเภทอื่น

นายพรหมมินทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวต่อว่า&amp;nbsp;รถบิ๊กไบค์ไม่เหมาะสมกับถนนที่มีความเสี่ยงตลอดสองข้างทางเนื่องจาก&amp;nbsp;1.บิ๊กไบค์มีขนาดใหญ่ ต้องการการทรงตัวสูง หากนำมาใช้ในเมืองที่มีอุโมงค์ มีสะพาน ทางโค้ง ถือว่าอันตรายมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;รถบิ๊กไบค์เหมาะสมกับถนนประเภทแยกเลน&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;การขี่รถที่ต้องใช้ความเร็วสูงไม่สามารถใช้ได้จริง เพราะถนนไม่ได้ออกแบบไว้จะเห็นได้จากการมีราวกั้น ทางโค้ง ตลาด ไม่เหมาะกับรถบิ๊กไบค์มาใช้&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;ต้องมีทักษะการขับขี่สูง&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีความชำนาญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผ่านการฝึกฝน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และมีการใช้เบรกที่ถูกต้อง เพราะจะส่งผลต่อการทรงตัวของรถ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.รถขนาดใหญ่ มีขนาดปริมาณซีซีมาก หากนำมาขับบนถนนที่มีขอบทาง มีกันชนที่มีระยะห่างจากถนนแค่&amp;nbsp;1เมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีโอกาสสูงที่อุปกรณ์รถ เช่น ที่พักเท้า ที่เหยียบ ขาตั้ง จะเกี่ยวและกระแทกไหล่ทางสูงมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้รถพลิกคว่ำได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo; ขอฝากไปยังเด็กและเยาวชน ลูกหลานทุกท่าน ที่คิดจะใช้รถจักรยานยนต์ทุกประเภท&amp;nbsp;อยากให้รู้ว่าความรู้สึกของพ่อแม่ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงสตาร์ทเครื่องออกไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้เข้าใจว่าพ่อแม่ รักและห่วงใย อยากให้ลูกปลอดภัย และคุณในฐานะลูกได้ใส่ใจพ่อแม่มากน้อยแค่ไหน&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายพรหมมินทร์ กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;

ทั้งนี้ อยากเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมและเข้มงวดให้มากขึ้น ซึ่งกฎหมายควบคุมความเร็วก็มีอยู่แล้ว แต่ยังขาดการบังคับใช้จริงจัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือนำเทคโนโลยีที่ออกแบบเหมาะสมกับการตรวจจับความเร็วรถจักรยายนต์มาบังคับใช้ร่วมกับรถใหญ่บนถนน&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้อยากเสนอให้ผู้ที่จะใช้รถบิ๊กไบค์ควรเป็นผู้ที่มีทักษะ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญและมีอายุ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ปีขึ้นไป เพราะจะมีวุฒิภาวะในการตัดสินใจสูงกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;จะทำให้เกิดความปลอดภัยภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42133</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อุบัติเหตุ, บิ๊กไบค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190728/image_big_5d3d44519de22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2019 15:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2019 15:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รองปลัดยธ.&#039;จี้ตร.เอาผิดพ่อแม่เด็ก13ซื้อบิ๊กไบค์ให้ลูกขี่จนเกิดอุบัติเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ค.62-นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ คาวาซากิ ZX10RR ของเยาวชนอายุ 13 ปี ชนกับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ดรีม ก่อนลื่นไถลไปชนกับรถยนต์อิซูสุ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย โดยเยาวชนอายุ 13 ปี ผู้ขับขี่รถบิ๊กไบค์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาหัก ซึ่งเหตุเกิดในจ.เชียงใหม่ ว่า เยาวชนวัย 13 ปี ซึ่งขับรถบิ๊กไบค์ชนผู้อื่นบาดเจ็บ ต้องรับโทษทางอาญาในคดีที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ และทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งยังขับขี่รถจักรยานยนต์ทั้งที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ทำใบอนุญาตขับขี่ นอกจากนี้ตำรวจมีหน้าที่ต้องแจ้งข้อกล่าวหากับพ่อและแม่ในฐานะผู้ปกครอง ของเยาวชนรายดังกล่าวเข้าข่ายเป็นผู้ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิดต้องรับโทษ ตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรณีนี้ผมไม่ได้ซ้ำเติม แต่อยากให้สังคมตระหนักรู้ว่า การตามใจลูกด้วยซื้อรถยนต์บิ๊กไบค์ให้ขับขี่ทั้งที่เด็กยังไม่มีใบขับขี่ เท่ากับพ่อแม่ ผู้ปกครองเป็นผู้ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด พ่อแม่จึงย่อมสมควรได้รับโทษด้วย เพื่อให้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนแก่สังคม และจะทำให้กลุ่มพ่อแม่รังแกฉันโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จะได้ให้ความระมัดระวังมากขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40433</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, นายธวัชชัย ไทยเขียว, บิ๊กไบค์, ปลัดกระทรวงยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180811/image_big_5b6e7e2719f8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
