<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2025 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 13:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถอนอีกรอบ! วาระต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ครม.ยังไม่พิจารณาวันนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2564 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมงมีรายงานว่า กระทรวงมหาดไทยได้นำวาระเสนอต่ออายุสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายให้กับบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ&amp;nbsp;BTS&amp;nbsp;เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาหนี้สะสมที่ กทม.ค้างจ่ายการเดินรถให้&amp;nbsp;BTS&amp;nbsp;แต่ล่าสุดมีรายงานว่า ได้มีการถอนวาระดังกล่าวออกไปแล้ว โดยไม่ได้มีการนำเข้าสู่การพิจารณาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวาระพิจารณาดังกล่าว เป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณามาเป็นเวลานาน โดยก่อนหน้านี้เมื่อ 13 ส.ค.2563 ได้เคยมีการนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ต่อมามีรายงานว่าได้มีการถอนเรื่องออกสู่การพิจารณาเช่นกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ไปศึกษารายละเอียดให้ชัดเจนก่อนนำเสนอใหม่อีกครั้งหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
ibc9
lucabet789
luckyclub777
galaxy168
333be
777superslot
autoslot
club388
g2g8b
hcu99
kingslot168
lava-777
luca168
ipro789
888casino
656ufa
918kissme2
g2gth
greenx88
king168
luckyslot
m98bet
mgwin88
m98vip
mahagame88
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120186</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด, บีทีเอส, รถไฟฟ้าสายสีเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_60792718ea930.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120175</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘โคลด์เพลย์’ สุดปัง ‘เซลีนา โกเมซ-บีทีเอส-We Are KING-จาค็อบ คอลลิเออร์’ ร่วมแจม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังปล่อยซิงเกิลที่ล้วนสร้างความฮือฮาให้กับวงการเพลงทั่วโลก สมเป็นวงร็อกระดับหัวแถวของโลก ไม่ว่าจะเป็น &amp;ldquo;Higher Power&amp;rdquo; หรือว่า &amp;ldquo;My Universe&amp;rdquo; ที่เป็นการทำงานร่วมกับกลุ่มศิลปิน K-Popระดับท็อป BTS (บีทีเอส) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Coldplay (โคลด์เพลย์) ก็ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดใหม่ &amp;lsquo;Music of the Sphere&amp;rsquo; งานหมายเลข 9 ของพวกเขาออกมาให้ฟังกันเรียบร้อยแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยซิงเกิล &amp;ldquo;Higher Power&amp;rdquo; นอกจากจะเป็นซิงเกิลฮิตเพลงแรกจาก &amp;lsquo;Music of the Sphere&amp;rsquo; แล้ว ยังเปิดตัวได้สุดกระหึ่ม เมื่อมนุษย์อวกาศชาวฝรั่งเศส Thomas Pasquet (โธมัส พาเก็ต) เป็นคนแนะนำให้โลกได้ฟังเป็นครั้งแรก ด้วยการเปิดเพลงนี้บนสถานีอวกาศนานาชาติที่อยู่นอกโลก ขณะที่ &amp;ldquo;My Universe&amp;rdquo; ก็เปิดตัวด้วยอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงฮิตบิลล์บอร์ด ฮ็อต 100 (Billboard Hot 100) พร้อมทำยอดวิวบนยูทูบผ่านร้อยล้านได้อย่างรวดเร็ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากสองเพลงที่ถูกตัดเป็นซิงเกิล และได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงทั่วโลกอย่างอบอุ่นแล้ว ในอัลบั้ม &amp;lsquo;Music of the Sphere&amp;rsquo; ยังมีเพลงดี ๆ ให้ฟังอีกมากมาย อาทิ &amp;ldquo;Let Somebody Go&amp;rdquo; เพลงช้า ที่ Coldplayได้สาวระดับท็อป Selena Gomez (เซลีนา โกเมซ) มาร่วมงาน หรือ &amp;ldquo;Heart&amp;rdquo; งานแบบGospel ซึ่งพวกเขามี &amp;nbsp;We Are KING (วี อาร์ คิง) และ Jacob Collier (จาค็อบ คอลลิเออร์) มาแจม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึง &amp;ldquo;Coloratura&amp;rdquo; งานในแบบโพรเกรสสีฟ สุดอลังการ ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่แค่เป็นงานเพลงดนตรีล้ำ ๆ ตามสไตล์Coldplay ยังเป็นเพลงที่มีท่วงทำนองที่ไพเราะในแบบป็อป ติดหู ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของวงดนตรีจากเกาะอังกฤษวงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟัง &amp;lsquo;Music of the Sphere&amp;rsquo; กันได้จากSpotify, Apple Music, Joox และ True ID Music หรือดาวน์โหลดได้ที่ iTunes Store ส่วนมิวสิก วิดีโอ, คลิปต่าง ๆ ของเพลงในอัลบั้มชุดนี้ และชุดอื่น ๆ ของโคลด์เพลย์ ก็ชมได้ทาง YouTube Channel: &amp;nbsp;Coldplay&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการันตีได้เลยว่า ไม่ว่าจะเป็นเพลงจากอัลบั้มชุดก่อนหน้าหรือ &amp;lsquo;Music Of The Spheres&amp;rsquo; ก็ล้วนมาครบทั้งคุณภาพ และความลงตัวในแบบป็อป ที่ฟังแล้ว &amp;lsquo;ชอบ&amp;rsquo; แน่นอน โดยวอร์นเนอร์ มิวสิค &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120175</URL_LINK>
                <HASHTAG>BTS, Coldplay, Jacob Collier, Selena Gomez, Warner Music (วอร์นเนอร์ มิวสิค), We Are KING, จาค็อบ คอลลิเออร์, บีทีเอส, วี อาร์ คิง, เซลีนา โกเมซ, โคลด์เพลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e50e28670a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 15:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MV‘My Universe’ของศิลปินระดับโลก Coldplay และ BTS ทะลุ20 ล้านวิวในวันเดียว! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นเรื่องฮือฮาระดับ Talk of the World เมื่อสองสุดยอดศิลปินของโลก จากตะวันตกและตะวันออก Coldplay (โคลด์เพลย์) และ BTS (บีทีเอส) มาจับมือร่วมกันทำเพลง &amp;ldquo;My Universe&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ไม่ใช่แค่เป็นเรื่องฮือฮาคุยกันไปทั้งโลกเท่านั้น เพราะเมื่อมิวสิกวิดีโอ &amp;ldquo;My Universe&amp;rdquo; ฉบับเนื้อร้อง ปล่อยออกมาให้ชมและฟังกันบน YouTube Channel Coldplay ก็กระหน่ำยอดวิวทะลุ 40 ล้านอย่างรวดเร็ว ส่วนตัวเพลงที่ได้รับคำชม จากการผสมผสานเสน่ห์กับสไตล์เฉพาะตัวของ Coldplay และ BTS เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ยอดสตรีมก็ผ่านหลัก 100 ล้านโดยใช้เวลาไม่นาน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้มิวสิกวิดีโอฉบับเต็ม ๆ ของ &amp;ldquo;My Universe&amp;rdquo; ปล่อยออกมาให้ได้ชมเรียบร้อย ที่ YouTube Channel Coldplay ซึ่งทำออกมาได้อย่างแปลกตาโดย Dave Mayers (เดฟ เมเยอร์ส) ผู้กำกับมิวสิกวิดีโอของ &amp;ldquo;Higher Power&amp;rdquo; ซิงเกิลก่อนหน้านี้ของ Coldplay นั่นเอง ทำให้มิวสิกวิดีโอ &amp;ldquo;My Universe&amp;rdquo; มีคอนเซ็ปต์ต่อเนื่องจาก &amp;ldquo;Higher Power&amp;rdquo; ได้อย่างกลมกลืน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในมิวสิกวิดีโอ &amp;ldquo;My Universe&amp;rdquo; Coldplay และ BTS จะพาแฟนเพลงเดินทางไปยังแกแล็กซีอันแสนไกล The Spheres (เดอะ สเฟียร์ส) ที่เสียงเพลงเป็นของต้องห้าม แต่ BTS, Coldplay และวงดนตรีแอเลียนระดับซูเปอร์กรุปที่ชื่อว่า Supernova 7 (ซูเปอร์โนวา 7) จะมาจับมือกันต่อต้านข้อห้ามนี้ ด้วยการร่วมร้องเพลง &amp;ldquo;My Universe&amp;rdquo; ผ่านโฮโลแกรม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่งให้มิวสิกวิดีโอนี้ ไม่ได้มีแค่คอนเซ็ปต์ล้ำ ๆ แต่ยังมีการเล่าเรื่องที่น่าติดตาม งานด้านภาพก็หวือหวา สมเป็นงาน SI-FI ว่าด้วยชีวิตในห้วงอวกาศ&amp;nbsp; งานนี้ต้องชมกันด้วยตาว่า มันล้ำขนาดไหนได้ทาง YouTube Channel Coldplay ที่ยังมีมิวสิกวิดีโอและคลิปการแสดงในเพลงอื่น ๆ ของ Coldplay ให้ได้ชมอีกเพียบ และสามารถฟังกันได้แล้วที่ Spotify, Apple Music, JOOX และ TrueID Music&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับเพลง &amp;ldquo;My Universe&amp;rdquo; เป็นอีกเพลงหนึ่งจากอัลบั้มใหม่ของ Coldplay &amp;lsquo;Music Of The Spheres&amp;rsquo; ที่มีกำหนดปล่อยให้ฟัง15 ตุลาคมนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ไปท่องอวกาศกับ &amp;ldquo;Higher Power&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;My Universe&amp;rdquo; สองซิงเกิลเพราะๆ&amp;nbsp; มิวสิกวิดีโอล้ำๆ ก่อนเดินทางไปสู่แกแล็กซีอันแสนไกลกับ Coldplay กันเต็มๆ อีกที โดยวอร์นเนอร์ มิวสิค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118446</URL_LINK>
                <HASHTAG>BTS, Coldplay, My Universe, บีทีเอส, วอร์นเนอร์ มิวสิค, ศิลปินฝรั่ง, ศิลปินเกาหลี, โคลด์เพลย์, ไอดอลเกาหลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156bf1e03084.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึก!ชี้ขาด‘บีทีเอส’ฟ้อง‘รถไฟฟ้าสายสีส้ม’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 &amp;ndash; ในเวลา 10.00 น. ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำที่ 2280/2563 ระหว่าง บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส (ผู้ฟ้องคดี) กับ คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและการกระทำละเมิดจากคำสั่งของเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเนื่องมาจากคำสั่งทางปกครอง (อุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดีบางข้อหาเพราะเหตุแห่งการฟ้องคดีหมดสิ้นไป)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ฟ้องว่า ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง กระทำการโดยไม่ชอบ
ด้วยกฎหมาย กรณีผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีมติแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาผู้ชนะการประเมินของเอกสารคัดเลือกเอกชน และวิธีการประเมินข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนอด้านการลงทุน และผลตอบแทนในการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน การออกแบบและก่อสร้างงานโยธา ส่วนตะวันตก การจัดหาระบบรถไฟฟ้า การให้บริการการเดินรถไฟฟ้า และซ่อมบำรุงรักษา โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้ซื้อเอกสารข้อเสนอการร่วมลงทุนได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีในข้อหาฟ้องขอให้เพิกถอนหลักเกณฑ์การร่วมลงทุนของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่แก้ไขเพิ่มเติม และเปลี่ยนแปลงเอกสารการคัดเลือกเอกชนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ที่ให้ใช้การประเมินซองที่ 2 ข้อเสนอทางเทคนิค และซองที่ 3 ข้อเสนอด้านการลงทุนและผลตอบแทน รวมกันแล้วแบ่งสัดส่วนเป็นคะแนนซองที่ 2 จำนวน 30 คะแนน และคะแนนซองที่ 3 จำนวน 70 คะแนน ในการดำเนินการคัดเลือกเอกชนเพื่อร่วมลงทุน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) และให้คำสั่งศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2563 ที่ให้ทุเลาการบังคับตามหลักเกณฑ์การร่วมลงทุนที่แก้ไขเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงเอกสารการคัดเลือกเอกชนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ไว้เป็นการชั่วคราว สิ้นผลบังคับลงไปด้วย เนื่องจากศาลฯ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ระหว่างพิจารณาคดีของศาลปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกการประกาศเชิญชวนการร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชนโครงการรถไฟสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) และการคัดเลือกเอกชนตามประกาศเชิญชวนฯ ดังกล่าว เหตุแห่งความเดือดร้อนหรือความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากคำสั่งที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้หมดสิ้นไปแล้ว ผู้ฟ้องคดีไม่เป็นผู้เดือดร้อนเสียหาย ทำให้การพิจารณาคดี
ไม่เป็นประโยชน์อีกต่อไป ทั้งไม่มีวัตถุแห่งคดีที่จะให้ศาลกำหนดคำบังคับให้เพิกถอน และผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองจะคืนข้อเสนอและหลักประกันซองให้เอกชนที่ยื่นข้อเสนอไว้ทั้งสองราย โดยเอกสารข้อเสนอทั้งหมดยังไม่มีการพิจารณาเปิดซองข้อเสนอ พร้อมคืนเงินค่าธรรมเนียมการประเมินข้อเสนอเอกชนผู้ยื่นข้อเสนอทั้งสองรายที่ได้ชำระไว้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อซองเอกสารคัดเลือกเอกชนทั้งสิบรายสามารถแสดงความจำนงขอคืนเงินค่าซื้อซองเอกสารการคัดเลือกหรือเปิดให้ผู้ซื้อซองเอกสารขอรับซองการคัดเลือกครั้งใหม่ที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 จะออกประกาศเชิญชวนใหม่ ไม่ต้องเสียเงินค่าซื้อซองเอกสารใหม่อีก กรณีไม่มีเหตุที่ศาลจะต้องพิจารณาเพื่อมีคำพิพากษาในประเด็นที่เป็นเนื้อหาคดีนี้อีกต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และต่อมาศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งที่ 39/2564 ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองได้ยกเลิกประกาศเชิญชวน
การร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชนโครงการรถไฟสายสีส้มฯ และการคัดเลือกเอกชนตามประกาศเชิญชวนฯ ดังกล่าวแล้ว เหตุแห่งการฟ้องคดีนี้ รวมถึงเหตุแห่งการพิจารณาเกี่ยวกับการทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง จึงไม่มีอยู่ต่อไป ประกอบกับผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองขอถอนคำร้องอุทธรณ์คำสั่งและคำขอระงับการบังคับตามคำสั่งทางปกครองก่อนศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่ง ซึ่งศาลปกครองสูงสุดได้อนุญาตให้ถอนคำร้องอุทธรณ์คำสั่งและคำขอให้ระงับคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองของศาล และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุแห่งการฟ้องคดีนี้ในส่วนข้อหาที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนหลักเกณฑ์การร่วมลงทุนของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่แก้ไขเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงเอกสารการคัดเลือกเอกชนเพิ่มเติมฯ ในการดำเนินการคัดเลือกเอกชนเพื่อร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) จึงหมดสิ้นไป เมื่อเหตุแห่งการฟ้องคดีตามคำขอที่ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งพิพาทหมดสิ้นไปแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะให้ศาลต้องมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพื่อออกคำบังคับมาตรา 72 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ต่อไปอีก &amp;nbsp;ส่วนความเสียหายที่ผู้ฟ้องคดีขอให้ศาลพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหายจากการที่ผู้ฟ้องคดีได้ไปจ้างที่ปรึกษาทางเทคนิคในการยื่นข้อเสนอโครงการพิพาทและที่ปรึกษาทางกฎหมายนั้น เป็นคนละส่วนกับเงินค่าซื้อซองเอกสารการคัดเลือกและหลักประกันซองที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองจะคืนให้จากการยกเลิกการประกาศเชิญชวนฯ และการคัดเลือกเอกชนตามประกาศเชิญชวนฯ และเป็นประเด็นในเนื้อหาแห่งคดีที่ศาลจะได้พิจารณาพิพากษาต่อไป &amp;nbsp;ซึ่งผู้ฟ้องคดีได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นต่อศาลปกครองสูงสุด ณ ห้องพิจารณาคดี 6 ชั้น 3 อาคาร ศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113691</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บีทีเอส, ศาลปกครองกลาง, ศาลปกครองสูงสุด, โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a624f00a54d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2021 19:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 08:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ยิ่งยืดเยื้อ ก็ยิ่งเสียหาย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามที่จะพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน จึงได้เร่งเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้า โดยมีนโยบายที่จะขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อกระจายเส้นทางการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว และขนส่งผู้โดยสารได้ในปริมาณมาก ช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดและคับคั่งบนถนนที่มีพื้นที่จำกัด รวมไปถึงลดปริมาณการใช้รถยนต์ของประชาชน เพื่อช่วยประหยัดงบประมาณในการนำเข้า และยังช่วยลดมลพิษที่ปัจจุบันภาวะโลกร้อนกำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสภาพอากาศของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;รถไฟฟ้าสายสีเขียว หรือชื่ออย่างเป็นทางการ &amp;#39;รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา สาย 1&amp;#39; สายสุขุมวิท ช่วงหมอชิต-อ่อนนุช รถไฟฟ้าสายแรกของประเทศไทย เปิดให้บริการเมื่อปี 2542 และได้มีการขยายโครงข่ายอย่างต่อเนื่องจนสามารถเชื่อมโยงกรุงเทพฯ กับฝั่งธนบุรี และขยายในแนวเหนือ-ใต้ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต เชื่อมไปหมอชิต ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ไม่ว่าจะเชื่อมกับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และเตรียมจะเชื่อมรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างใหม่อีก 2 สาย คือ เชื่อมกับสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี ที่สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ และเชื่อมกับสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ที่สถานีสำโรง ซึ่งช่วยลดปัญหาความคับคั่งของการจราจรลงได้อย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โดยเฉพาะสายสีเขียว ที่ประสบความสำเร็จเปิดให้บริการครบทุกสถานีตลอดเส้นทางทั้ง 59 สถานี รวมระยะทางกว่า 68 กิโลเมตร มีรถไฟฟ้าให้บริการมากที่สุดถึง 98 ขบวน 392 ตู้ และมีการจัดรูปแบบการเดินรถให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถรองรับผู้โดยสารทั้งระบบได้สูงสุดมากกว่า 1.5 ล้านเที่ยวคนต่อวัน ช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด ตลอดจนส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งก่อให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยรอบเส้นทางรถไฟฟ้า รองรับการพัฒนาเมืองอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปัจจุบัน การเดินรถในช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต เชื่อมไปหมอชิต ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการนั้น บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC บริษัทในเครือบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เป็นผู้รับสัมปทานเดินรถ และจะสิ้นสุดปี 2572 ดังนั้นเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการเดินรถจึงมีแนวคิดที่จะต่อสัญญากับผู้รับสัมปทานรายเดิมออกไปอีก 30 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ซึ่งก็ลุ้นกันตัวโก่งสำหรับกรุงเทพมหานคร (กทม.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) ที่ตั้งแท่นจะนำเสนอที่ ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชี้ขาดเกี่ยวกับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวในวันที่ 1 มิ.ย.2564 ที่ผ่านมา แต่แล้วก็ต่องวืดไปอีกครั้ง หลังจากที่กระทรวงคมนาคม และเครือข่ายในภาคประชาชนที่นำโดยมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคออกโรงค้านหัวชนฝา ไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐจะพิจารณาต่อขยายสัมปทานให้กับ บมจ.บีทีเอส BTS จากเดิมสิ้นสุดปี 2572 ออกไปอีก 30 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โดยให้ข้ออ้างว่า อัตราค่าโดยสารที่กำหนดตามร่างสัญญาที่ 65 บาทตลอดสายนั้นสูงเกินไป ยิ่งในสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ด้วยแล้ว ซึ่งมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและเครือข่ายยังคงยืนยันเห็นว่าอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสมนั้นคือ 25 บาทตลอดสาย ก็ยังทำให้กรุงเทพมหานครมีกำไรกว่า 23,000 ล้านบาทแล้ว และที่สำคัญรัฐควรที่จะนำโครงการมาดำเนินการเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ในส่วนของกระทรวงคมนาคม เห็นว่า ภาครัฐจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปจ่ายคืนหนี้ค่าก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายแทนกรุงเทพมหานคร รวมถึงจ่ายค่าจ้างเดินรถให้กับบีทีเอส และเมื่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวสิ้นสุดลงในปี 2573 ให้รัฐเปิดประมูลการเดินรถใหม่ โดยนำโครงการเข้าสู่กระบวนการ PPP (รัฐร่วมลงทุนเอกชน) เพื่อกำหนดรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวนั้นจะทำให้รัฐมีอำนาจเด็ดขาดในการกำหนดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวและนโยบายอื่นๆ เพื่อสวัสดิการของประชาชน และสามารถลดค่าโดยสารจาก 65 บาทต่อเที่ยวเหลือ 50 บาทต่อเที่ยว หรือต่ำกว่า ซึ่งเป็นระดับค่าโดยสารที่เหมาะสมที่ทำให้ประชาชนมีกำลังบริโภคเพิ่มขึ้น และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม ขณะที่ภาครัฐจะมีรายได้จากเงินนำส่งระหว่างปี 2573-2602 เป็นเงิน 380,200 ล้านบาท พร้อมทั้งยังระบุอีกว่า รถไฟฟ้าสายสีเขียวมีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดรายได้สูง รวมทั้งมีโอกาสในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ค่าโฆษณา ค่าเช่าพื้นที่ และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;แต่ก่อนอื่นต้องยอมรับกันว่า กรุงเทพมหานครเป็นหนี้บีทีเอสจำนวน 33,222 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้บีทีเอสอยู่ระหว่างปรึกษาทนายความของบริษัท และรวบรวมข้อมูลหลักฐานต่างๆ เพื่อดำเนินการยื่นฟ้องกรุงเทพมหานคร ตามกฎหมายคาดว่าจะเริ่มกระบวนการยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองเร็วๆ นี้ ยังไม่รวมหนี้ระบบรถไฟฟ้า ดอกเบี้ยที่จะทยอยครบดีล และค่าจ้างเดินรถในระยะ 8-9 ปีข้างหน้าก่อนสัญญาสัมปทานหลักสิ้นสุดลงในปี 2572 อีกกว่า 60,000-70,000 ล้านบาท!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;แน่นอนว่า หนี้มหาศาลก้อนนี้ถึงอย่างไรกรุงเทพมหานครก็ไม่อาจบิดพลิ้วหรือชักดาบคู่สัญญาเอกชนได้ ต่อให้ต้องทอดยาวไป 5 ปี 10 ปี ยังไงเสียก็ต้องได้รับการจ่ายคืนพร้อมดอกเบี้ย แต่ก็อย่าลืมว่าบีทีเอส (BTS) ที่ว่านี้เคยผ่านบทเรียนที่ต้องแบกหนี้ท่วมจนต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้ศาลล้มละลายกลางแบบ &amp;ldquo;การบินไทย&amp;rdquo; มาแล้ว บริษัทต้องจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ และเจ้าหนี้ต้องยอม &amp;quot;แฮร์คัตหนี้&amp;quot; ไประลอกหนึ่งแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดังนั้น หากต้องแบกหนี้จากที่รัฐเอาแต่ซื้อเวลาไม่ยอมชดใช้หนี้ให้จนไม่อาจจะให้บริการเดินรถไฟฟ้าได้อีก ถึงเวลานั้นรัฐจะทำอย่างไร ใครจะรับผิดชอบ กระทรวงคมนาคมและเครือข่ายเพื่อผู้บริโภคจะบากหน้าเข้ามารับผิดชอบแทนได้หรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;และที่สำคัญ งานนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องเร่งให้จบโดยเร็ว เพราะหากโอ้เอ้ ซื้อเวลา-ซุกปัญหาใต้พรม อาจจะกลายเป็นประเด็นการเมืองที่จับเอามาต่อรองหรือโจมตีรัฐบาลโดยใช้ประชาชนเป็นตัวประกัน ก่อให้เกิดความเสียหายมากมาย เหมือนระบบตั๋วร่วม จนแล้วจนรอดผ่านไป 10 ปียังไม่ได้ใช้กันสักที. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105460</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS, บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC, บีทีเอส, มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์, สายสีเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_608128ca6de8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2021 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2021 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ดร.สามารถ : ช็อก! บีทีเอสทวงหนี้ กทม. ก้อนใหญ่กว่า 3 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค.64 - ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ &amp;nbsp;อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช็อก! บีทีเอสทวงหนี้ กทม. ก้อนใหญ่กว่า 3 หมื่นล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงอยู่ในสภาพสุดจะทน บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสผู้รับจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย จึงได้เขียนข้อความขึ้นจอในขบวนรถไฟฟ้าและที่สถานีรถไฟฟ้าให้ผู้โดยสารได้รับรู้ว่า กทม. ติดหนี้บีทีเอสกว่า 3 หมื่นล้านบาท ทำให้ผู้พบเห็นช็อกไปตามๆ กัน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นได้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับว่าเป็นการทวงหนี้สุดคลาสสิก หลังจากได้มีหนังสือทวงหนี้ไปแล้วหลายครั้ง แต่ กทม.ก็ยังไม่จ่ายให้ เพราะไม่มีเงินจะจ่าย เนื่องจากมีรายได้จากค่าโดยสารส่วนต่อขยายน้อย ไม่พอที่จะจ่ายหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงวันนี้ (22 พฤษภาคม 2564) กทม. เป็นหนี้บีทีเอสจำนวน 33,222 ล้านบาท ประกอบด้วยหนี้ O&amp;amp;M (Operation and Maintenance) หรือค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงรักษา 12,218 ล้านบาท และหนี้ E&amp;amp;M (Electrical and Mechanical) หรือค่าขบวนรถไฟฟ้า อาณัติสัญญาณ สื่อสาร และระบบตั๋ว 21,004 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนี้ O&amp;amp;M เริ่มมีตั้งแต่ปี 2560 เมื่อเปิดเดินรถช่วงสถานีสำโรง-สถานีปู่เจ้าสมิงพราย ในวันที่ 3 เมษายน 2560 และหนี้ได้เพิ่มมากขึ้นเมื่อเปิดเดินรถจากสถานีปู่เจ้าสมิงพราย-สถานีเคหะสมุทรปราการ ในวันที่ 6 ธันวาคม 2561 ตามด้วยการเปิดเดินรถจากสถานีหมอชิต-สถานีห้าแยกลาดพร้าว ในวันที่ 9 สิงหาคม 2562 และจากห้าแยกลาดพร้าว-สถานีคูคต ในวันที่ 16 ธันวาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนี้ E&amp;amp;M เริ่มมีตั้งแต่ปี 2559 และได้เพิ่มมากขึ้นในปีที่เปิดเดินรถช่วงต่างๆ เช่นเดียวกับหนี้ O&amp;amp;M&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากหนี้ก้อนใหญ่นี้ กทม. ยังคงไม่จ่ายให้บีทีเอส หนี้ก็จะพอกพูนขึ้นทุกวัน วันละประมาณ 24 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางแก้ปัญหาหนี้ก้อนใหญ่นี้ กทม. และรัฐบาลมีทางเลือกดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เร่งชำระหนี้ให้บีทีเอส ซึ่งถึงวันนี้ (22 พฤษภาคม 2564) มีหนี้จำนวน 33,222 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เตรียมเงินก้อนใหญ่อีกประมาณ 1 แสนล้านบาท เป็นค่าจ้างเดินรถในช่วงจากนี้ไปจนถึงปี 2572 ซึ่งเป็นปีสิ้นสุดสัญญาสัมปทานการเดินรถส่วนหลักกับบีทีเอส ค่าดอกเบี้ยงานโยธาถึงปี 2572 และค่าชดเชยกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางรางบีทีเอสโกรท (BTSGIF)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากสามารถทำได้เช่นนี้ ก็สามารถเปิดประมูลหาผู้รับสัมปทานใหม่ได้ตั้งแต่ปี 2573 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. หากไม่มีเงินมาชำระหนี้ได้ และไม่มีเงินสำหรับค่าจ้างเดินรถจนถึงปี 2572 รวมทั้งค่าดอกเบี้ยงานโยธาถึงปี 2572 และค่าชดเชยกองทุน BTSGIF ก็จำเป็นที่จะต้องขยายเวลาสัมปทานให้บีทีเอส โดยให้บีทีเอสรับภาระหนี้ รวมทั้งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินรถในช่วงจากนี้ไปจนสิ้นสุดระยะเวลาสัมปทานที่จะขยายออกไป รับภาระดอกเบี้ยงานโยธาถึงปี 2572 และค่าชดเชยกองทุน BTSGIF แทน กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเดินรถไฟฟ้าเป็น &amp;ldquo;พันธกิจสาธารณะ&amp;rdquo; ที่รัฐจะต้องให้บริการแก่พี่น้องประชาชน แต่ในกรณีรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย รัฐได้มอบพันธกิจสำคัญนี้ให้เอกชน โดยว่าจ้างให้เอกชนรับภาระหน้าที่นี้แทน เอกชนต้องลงทุนและเสียค่าใช้จ่ายในการเดินรถรวมทั้งค่าซ่อมบำรุงรักษา เพื่อให้การเดินรถไฟฟ้าได้มาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล แต่เอกชนกลับไม่ได้รับค่าจ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่มีเมืองใดในโลกที่เอกชนทำหน้าที่เดินรถไฟฟ้าแทนภาครัฐแล้วไม่ได้รับค่าจ้างนานถึง 4-5 ปีเช่นกรุงเทพฯ ของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าเอกชนจะทนแบกภาระนี้ได้ต่อไปอีกนานแค่ไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทำไมถึงทำกับฉันได้?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103790</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ทวงหนี้กทม., บีทีเอส, สามารถ ราชพลสิทธิ์, เงินก้อนโต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200422/image_big_5ea0441a36b2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรับคำฟ้อง &#039;บีทีเอส&#039; กรณีล้มประมูลสายสีส้มนัดไต่สวน 27 ก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค.64-พันตำรวจเอกสุชาติ​&amp;nbsp; วงศ์อนันต์ชัย&amp;nbsp;ที่ปรึกษา ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยว่าวันนี้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิจารณารับคำฟ้องกรณี ที่บริษัท บีทีเอสกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ยื่นฟ้องผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย​ และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเบื้องต้น​ ศาลฯ นัดไต่สวนในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ แต่ทั้งนี้ จะมีการพิจารณา การเลื่อนวันอีกครั้ง เนื่องจากต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยก่อนนัดไต่สวน ศาลฯ ได้เปิดให้ รฟม. ส่งคำคัดค้าน ภายใน 15 วันนับจากวันนี้เป็นต้นไป ซึ่งจะทำหรือไม่ก็ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันวันนี้ศาลได้มีการสอบถาม​ กรณีที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ทำการส่งเรื่องไปยัง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)ให้สอบสวนการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ทางทนายความบีทีเอส​ ยืนยันไปว่า มีข้อเท็จจริงบางส่วนที่สอดคล้องกัน แต่เป็นการฟ้องร้องของบุคลลภายนอกที่หยิบยกประเด็นการฮั้วประมูลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งศาลฯ จะนำประเด็นนี้ มาประกอบการพิจารณาด้วย ส่วน รฟม. จะมีการเปิดประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มอีกรอบหรือไม่นั้น อยู่ที่การตัดสินใจของ รฟม. แต่ต้องอยู่บนเงื่อนไขที่ถูกต้องเท่านั้น คาดว่าคดีนี้ จะมีความชัดเจนในช่วงปลายปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ในฐานะทนายความ กล่าวว่า​ ขณะนี้บีทีเอสได้รับข้อมูลใหม่ ว่ามีคณะกรรมการอีก 1 ชุด ซึ่งเป็นคณะกรรมการ ตามมาตรา 36 ได้ลงนามร่วมกันยกเลิกการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มในครั้งที่ผ่านมา ทำให้จะต้องฟ้องร้องดำเนินคดีกับบุคคลกลุ่มนี้ด้วย เพราะถือว่ามีส่วนทำให้โครงการเสียหาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งข้อมูลทั้งหมดให้ศาลพิจารณาต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ส่วนการพิจารณา คดีทางแพ่งด้านความเสียหายของบีทีเอสนั้น ทีมทนายความอยู่ระหว่างประเมินความเสียหายทั้งหมด และจะส่งให้ศาลแพ่งพิจารณาให้เร็วที่สุด สำหรับคดีของศาลปกครอง ที่ทางบีทีเอสยื่นฟ้องคณะกรรมการตามมาตรา 36 นั้น ศาลได้รับไต่สวนทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่ได้นัดวันพิจารณาคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการ การรถรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้า โครงการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ซึ่งก่อหน้านี้ รฟม.ได้เริ่มกระบวนการประกวดราคารอบใหม่ โดยจะประกาศเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อนำมาประกอบการจัดทำร่างเอกสารยื่นข้อเสนอโครงการ(RFP)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามยอมรับว่าจากเดิมที่กระบวนการจะแล้วเสร็จ สามารถขายซองประกวดราคารอบใหม่ได้ในปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา &amp;nbsp;แต่ สถานการณ์การระบาด ของไวรัสโควิด- 19 ระลอก 3 ทำให้เป็นอุปสรรค โดยเฉพาะการที่ไม่สามารถเรียกประชุมคณะกรรมการมาตรา 36 ได้ จึงจำเป็นต้องเลื่อนกระบวนการทั้งหมดออกไปก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนประเด็น คดี ที่บีทีเอส.ยื่นฟ้องผู้บริหารการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กรณียกเลิกการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ครั้งแรกนั้น ความคืบหน้าวันนี้ เป็นกรณีที่ศาลอาญา ทำการรับไว้ไต่สวนเท่านั้น &amp;nbsp;ไม่ใช่การประทับรับฟ้อง ซึ่งก็เป็นกระบวนการตามปกติของศาลอาญา &amp;nbsp; ซึ่งส่วนนี้ ไม่มีผลกระทบต่อโครงการ ประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) แต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101828</URL_LINK>
                <HASHTAG>บีทีเอส, ล้มประมูลสายสีส้ม, ศาลรับคำฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_6092344dd42ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
