<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2018 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2018 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คีรี&#039;แย้มไฮสปีดเขื่อมสามสนามบินไม่หมู แต่บีทีเอส ก็สนใจ แต่รอเคลียร์2 ประเด็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;คีรี&amp;quot; เผยไฮสปีดอีอีซีไม่หมู ติดใจคำถาม 2 ข้อ ยันพร้อมอุ้มแอร์พอร์ตลิงก์ซื้อรถใหม่หากชนะประมูล ด้านบีทีเอสพร้อมชิงเค้กแทรมภูมิภาคแสนล้าน ตั้งเป้ารายได้โต25% ติดต่อกัน 5 ปี
&amp;nbsp;
6 ต.ค.61-นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ปโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยว่าสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินอีอีซี วงเงิน 2.15 แสนล้านบาทนั้นถือว่าเป็นโครงการที่ไม่หมูเมื่อดูจากตัวเลขในเอกสารเงื่อนไขการประกวดราคา(ทีโออาร์) ซึ่งตนมีคำถามหลักอยู่สองเรื่อง ได้แก่ 1.แนวทางการต่อรองเงื่อนไขในทีโออาร์หากไม่สามารถทำตามได้ทั้งหมด 2.การชำระเงินค่าเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณมักกะสันและศรีราชานั้นสามารถจ่ายเป็นเงินก้อนเดียวได้หรือไม่จากเดิมที่กำหนดให้ทยอยจ่ายตามระยะเวลาอายุสัมปทาน 50 ปีเนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อแผนลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ ซึ่งบริเวณมักกะสันมีความเหมาะสมจะพัฒนาเป็นคอนโดที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน และอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน (Mixed-use)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าประสบการณ์ด้านงานเดินรถไฟฟ้าจะทำให้มีความได้เปรียบในการประมูลและยื่นข้อเสนอเชิงเทคนิค ส่วนด้านการบริหารจัดการแอร์พอร์ตลิงก์นั้นยืนยันว่าหากบีทีเอสมีความพร้อมเข้าบริหารได้ทันทีหากเป็นผู้ชนะโครงการ พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาผู้โดยสารทั้งการเพิ่มคุณภาพบริการและจัดซื้อรถเพิ่ม
&amp;nbsp;
นายคีรีกล่าวต่อว่าส่วนเรื่องความสนใจลงทุนในโครงการรถไฟไฮสปีดสายใหม่อย่างกรุงเทพ-หัวหินนั้นขณะนี้ต้องดูไปทีละตัวเพราะแต่ละโครงการใช้เม็ดเงินลงทุนมาก เฉพาะแค่การเตรียมตัวประมูลนั้นต้องมีค่าใช้จ่ายถึง 135 ล้านบาท สำหรับโครงการรถไฟฟ้ารางเบา(แทรม)ภูมิภาค วงเงินลงทุนนับแสนล้านบาทในหัวเมืองหลักอาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่นนั้นยืนยันว่าสนใจเข้าไปศึกษาความเหมาะสมและแนวทางการลงทุนในทุกโครงการเพราะเป็นหน้าที่ของนักพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องจับตามองโอกาสทางธุรกิจ โครงการที่คิดว่าทำยากที่สุดคือแทรมเชียงใหม่เนื่องจากบางเส้นทางยังมีความหนาแน่นของประชากรอยู่น้อยมาก
&amp;nbsp;
นายคีรีกล่าวต่อว่าสำหรับเป้าหมายของบีทีเอสนั้นตั้งไว้ว่ารายได้และกำไรต้องเติบโตเฉลี่ย 25% ตลอด 5 ปีนับจากนี้ หลังจากที่ปริมาณผู้โดยสารเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันรายได้จากรถฟ้ามีสัดส่วนราว 65% ของทั้งหมด แต่ทั้งนี้ได้ตั้งเป้าว่าจะเพิ่มรายได้ในบริษัทลูกอย่าง บริษัท วีจีไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ให้มีสัดส่วนรายได้เป็น 50% ของทั้งหมด ปัจจุบันดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสื่อโฆษณา ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์(E-Payment)และบิ๊กดาต้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19213</URL_LINK>
                <HASHTAG>BTS, คีรี กาญจนพาสน์, บีทีเอส กรุ๊ปโฮลดิ้งส์, รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน, อีอีซี, แอร์พอร์ตลิงก์, โครงการรถไฟฟ้ารางเบา(แทรม) จ.ภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181006/image_big_5bb82a904b507.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
