<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95980</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่วนวันสถาปนาBRN ตร.กู้ก่อนระเบิดใหญ่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ป่วนรับวันสถาปนากลุ่มบีอาร์เอ็น ตร.เก็บกู้ระเบิดได้ 3 ลูก อานุภาพในการทำลายค่อนข้างสูง พบเชื่อมต่อการจุดชนวนเข้าด้วยกันแบบตั้งเวลาเตรียมบึ้ม แต่ผิดพลาดเพราะวงจรซับซ้อนเกินไป เชื่อฝีมือสองพี่น้องฝาแฝดอาร์เคเค หน่วยงานด้านความมั่นคงสั่งคุมเข้ม 24 ชั่วโมง หวั่นก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2564 จากกรณีที่คนร้ายจำนวน 5 คน ปล้นรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน บฉ 3897 ยะลา ของบริษัทขนส่งชื่อดังแห่งหนึ่ง แล้วนำไปประกอบระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สปิคนิค จำนวน 2 ลูก และบรรจุระเบิดไว้ในกระป๋องสเปรย์ จำนวน 1 ลูก นำไปจอดทิ้งไว้ด้านหลังสถานีตำรวจภูธรรามัน ถนนจรูญวิถี ตำบลกายูบอเกาะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดตำรวจภูธรยะลาจะสามารถเข้าเก็บกู้ได้ทันอย่างปลอดภัย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด มีรายงานจากชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดตำรวจภูธรจังหวัดยะลาระบุว่า ระเบิดที่สามารถเก็บกู้ได้รวม 3 ลูก ประกอบด้วย ระเบิดลูกที่ 1 ซึ่งเป็นระเบิดบรรจุในกระป๋องสเปรย์ยากันยุง จุดชนวนด้วยระบบตั้งเวลา น้ำหนัก 2 กิโลกรัม วางอยู่ในถังขยะ สำหรับระเบิดลูกที่ 2 และลูกที่ 3 เป็นถังแก๊สปิคนิค ขนาด 4 กิโลกรัม น้ำหนักรวมลูกละ 28 กิโลกรัม เชื่อมต่อการจุดชนวนเข้าด้วยกันทั้งสองลูกแบบตั้งเวลา ส่วนสาเหตุที่ไม่เกิดเหตุระเบิดขึ้นนั้น เชื่อว่าเกิดจากการต่อวงจรที่ซับซ้อนของกลุ่มคนร้าย แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากระเบิด 2 ลูกนี้ทำงานเต็มรูปแบบ จะมีอานุภาพในการทำลายค่อนข้างสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าด้านคดีล่าสุด พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนคดีพิเศษเข้าตรวจสอบไล่ภาพจากกล้องวงจรปิดโดยรอบพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อหาเส้นทางที่คนร้ายใช้เคลื่อนย้ายรถเข้ามายังจุดเกิดเหตุ รวมทั้งเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นยังสั่งการให้ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เชิญตัวบุคคลที่สั่งสินค้า และให้พนักงานขับรถขนส่งไปส่งที่บ้าน เนื่องจากพบว่าก่อนเกิดเหตุเจ้าของสินค้าได้โทร.เข้าหาพนักงานขับรถรายนี้หลายครั้ง ในลักษณะสอบถามว่าใกล้จะถึงแล้วหรือยัง&amp;nbsp; ซึ่งจะตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่โทร.เข้ามายังพนักงานขับรถ ว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนร้ายหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9&amp;nbsp; บอกว่า สำหรับกลุ่มคนร้ายที่ปฏิบัติการในครั้งนี้ เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ปฏิบัติการที่รับผิดชอบในเขตพื้นที่อำเภอเมืองยะลา ต่อเนื่องกับในพื้นที่อำเภอรามัน คาดว่าเป็นกลุ่มเดิมที่ยังปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่เพื่อแสดงศักยภาพที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงติดตามอยู่ ทั้งนี้ ท่านผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ก็ได้สั่งการให้ตนประชุมมอบหมายทำงานทั้งหมด ทั้งงานสืบสวนและงานนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมกับกองกำลังที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายทหารและฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้ประชุมมอบประเด็นต่างๆ สำหรับความคืบหน้ารู้พอสมควรแล้ว ส่วนจะเกี่ยวข้องกับวันสถาปนากลุ่มบีอาร์เอ็น 13 มีนาคมหรือไม่นั้น ก็ต้องการสอบสวนอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ยังบอกอีกว่า ได้สั่งการให้ในพื้นที่ต่างๆ ตามหน้าฐานปฏิบัติการ ชุดคุ้มครองตำบล ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ ตั้งจุดตรวจจุดสกัด ตรวจสอบรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมทั้งตรวจสอบตรวจค้นบุคคลต้องสงสัย โดยเฉพาะในช่วงนี้ เน้นย้ำต้องเข้มงวดมากยิ่งขึ้น ป้องกันคนร้ายก่อเหตุซ้ำสองในพื้นที่
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่หน่วยข่าวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เชื่อว่าการก่อเหตุครั้งนี้น่าจะเป็นฝีมือนายบูคอรี หลำโส๊ะ และนายนอสารี หลำโส๊ะ สองพี่น้องฝาแฝดอาร์เคเคระดับปฏิบัติการ ร่วมกับกลุ่มอาร์เคเคจากพื้นที่กรงปินัง ปฏิบัติการปล้นรถส่งของแล้วนำระเบิดซุกในรถ แล้วนำไปจอดบริเวณหลังแฟลตตำรวจ สภ.รามันในครั้งนี้ เนื่องจากคนร้ายกลุ่มนี้จะถนัดในเรื่องปล้นรถเพื่อทำคาร์บอมบ์
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยข่าวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังระบุอีกว่า ที่ผ่านมากลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้เคยก่อเหตุปล้นรถบรรทุกไม้บริเวณป่าช้าจีน เขต อ.เมืองฯ จ.ยะลา แล้วนำไปก่อเหตุคาร์บอมบ์หน้า ศอ.บต.เคยปล้นรถยนต์จากเต็นท์รถในพื้นที่ อ.นาทวี จ.สงขลา เพื่อนำไปทำคาร์บอมบ์ แต่เจ้าหน้าที่สามารถสกัดไว้ได้ และยังปล้นร้านทองในพื้นที่ อ.นาทวี จ.สงขลา ได้ทองรูปพรรณจำนวนมาก ขณะนี้คนร้ายกลุ่มนี้น่าจะแยกย้ายกันหลบหนีเข้าพื้นที่บริเวณรอยต่อ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส บางส่วนหลบหนีเข้า อ.กรงปินัง จ.ยะลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ วันที่ 13 มีนาคม เป็นวันสถาปนา&amp;nbsp; 61 ปี กลุ่มขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี หรือบีอาร์เอ็น ฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง สั่งการเป็นพิเศษให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ ให้เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ การลักลอบเข้ามาในเขตเมืองของคนร้ายที่ไม่ทราบกลุ่มแนวที่อาจเข้ามาก่อเหตุร้าย เพื่อปฏิบัติการในเชิงสัญลักษณ์ แสดงศักยภาพของกลุ่ม ในวันครบรอบสถาปนา&amp;nbsp; 61 ปีบีอาร์เอ็นดังกล่าว จึงได้สั่งการ ตลอด 24 ชั่วโมงให้มีการยกระดับในการตรวจเข้มตามจุดตรวจต่างๆ โดยเฉพาะด่าน 4 มุมเมืองที่จะเข้าในเมืองปัตตานี เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรายานพาหนะทุกชนิด โดยเน้นรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ที่เป็นรถเป้าหมาย และตรวจบุคคล รวมถึงการตั้งจุดตรวจสกัดในเส้นทางหลัก เส้นทางรอง และเส้นทางในหมู่บ้าน เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นยังให้กำลังทหาร ตำรวจ จัดชุดลาดตระเวนขนาดเล็ก รถจักรยานยนต์ รถยนต์ ออกตั้งด่านลอยในเส้นทางย่อยรอบนอกเขตเทศบาล เพื่อตัดความอิสระในการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่หวังดีอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสอบสวน สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้นำภาพคลิปวิดีโอมาจากในสถานีบริการน้ำมันพีที ริมถนนสายปัตตานี-นราธิวาส (ฝั่งไปนราธิวาส) บ้านลูโบ๊ะซูหลง ม.10 ต.เคราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นจุดที่เกิดเหตุ เป็นภาพชาย 2 คนสวมหมวกกันน็อกไม่ทราบชื่อและกลุ่ม ขี่รถ จยย.ฮอนด้าเวฟสีดำ ตามประกบยิงนายมูฮำมัดคอยาพี วาเด็ง อายุ 28 ปี สังกัดกองร้อย อส.อ.สายบุรี ที่ 5 จนรถผู้ตายเสียหลักตกข้างหลัง และหนึ่งในคนร้ายลงไปยิงซ้ำ ก่อนหลบหนีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้นำภาพไปตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้งถึงรูปพรรณสัณฐานของคนร้าย เพื่อสเกตช์ภาพคนร้าย รวมทั้งตรวจสอบพาหนะรถ จยย.ที่คนร้ายนำมาก่อเหตุด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95980</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ระเบิด, บีอาร์เอ็น, พี่น้องฝาแฝดอาร์เคเค, วันสถาปนากลุ่มบีอาร์เอ็น, สั่งคุมเข้ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน่วยงานความมั่นคง, เก็บกู้ระเบิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_6040ae1a9e4cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทภ.4ถกคณะพูดคุยสันติสุขปี64ประสานBRNดับไฟใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แม่ทัพภาค 4 เรียกถกคณะทำงานพูดคุยสันติสุขระดับพื้นที่วาระใหม่ รอมาเลเซียเปิดประเทศปีหน้าประสานบีอาร์เอ็นเจรจาดับไฟใต้ คนร้ายดักยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานรือเสาะสาหัส 2 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมปาร์คอินทาวน์ อ.เมืองฯ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน เวลา 09.30 น. พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เปิดประชุมการพูดคุยสันติสุขระดับพื้นที่ พร้อมกับ พล.ต.ธิรา แดหวา ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี และกรรมการคณะทำงานด้านสันติสุข และคณะประสานงานระดับพื้นที่ (สล.3) ทั้ง 9 แผนงาน ได้เข้าร่วมกันอย่างพร้อมเพรียงกว่า 100 คน เพื่อรับฟังข้อสรุปผลของคณะประสานงานระดับพื้นที่ กับความคืบหน้าในการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา ที่ได้ลงพื้นที่พบปะรับฟังกลุ่มต่างๆ ในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีกด้านหนึ่งได้ติดต่อประสานผ่านทางประชุมออนไลน์ โปรแกรม Zoom กับผู้อำนวยความสะดวกมาเลเซีย จากผู้เห็นต่างจากรัฐ รวมถึงข้อเรียกร้องหรือความต้องการของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นำมารวบรวมผ่านคณะทำงานสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับการเดินทางไปพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นนั้น จะให้ทางคณะเทคนิคเข้าไปดำเนินการ ทั้งนี้ ต้องรอให้ทางประเทศมาเลเซียเปิดประเทศในช่วงปีหน้า เพราะต้องรอให้พ้นจากช่วงโควิด-19 ไปก่อน อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอและข้อเรียกร้องทั้งหมดของทุกฝ่าย จะนำเสนอคณะทำงาน เพื่อให้การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.เกรียงไกรเปิดเผยว่า บรรยากาศการประชุมในวันนี้มีความหลากหลายของข้อเสนอของผู้เข้าร่วมประชุมมากมาย ทั้งเรื่องเศรษฐกิจสังคม โดยเฉพาะในเรื่องของยาเสพติด ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญ เรื่องในของความรุนแรงในพื้นที่ และการสร้างความสัมพันธ์ให้เกิดความรักความกลมเกลียวของประชาชน และการพัฒนาให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในเรื่องของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีตัวแทนองค์การสหประชาชาติเข้ามารับฟังความคิดเห็นในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ทางผู้แทนของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นโอดีซี) ได้มารับฟังในส่วนของเรื่องยาเสพติดที่เกิดขึ้นอยู่พื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายที่สำคัญต่อพี่น้องประชาชน จึงได้อธิบายถึงการบำบัด รักษาฟื้นฟู พัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ที่ติดยาเสพติด รวมไปถึงเรื่องของการปราบปรามการค้ารายย่อยและรายใหญ่ ซึ่งในเขตพื้นที่ชายแดนเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือลงไปสู่ประเทศที่ 3 และในช่วงที่ผ่านมาก็ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาคต่างๆ มีสถิติจากการจับกุมมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สิ่งที่สำคัญที่ผู้แทนสหประชาชาติสอบถามในเรื่องข้อจำกัดประเด็นเรื่องยาเสพติดของขบวนการค้ารายใหญ่ จึงชี้แจงไปว่าได้มีการดำเนินการในการประสานงานภายในประเทศในการติดตามการเคลื่อนย้ายยาเสพติดอยู่แล้ว นำไปสู่การจับกุมมากมาย แต่เรื่องการค้ารายใหญ่กับประเทศที่ 3 ยังมีข้อจำกัดอยู่ หากได้แชร์ข้อมูลกับทางสหประชาชาติ คิดว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพการจับกุมมากกว่านี้ ซึ่งได้รับคำตอบว่าเราจะได้ร่วมมือกับยูเอ็นโอดีซีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.โฑติวิทย์ แสงจันโท ร้อยเวร สภ.อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสายรือเสาะ-สะโล ม.2 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชาตรี รัตนคช ผกก.สภ.รือเสาะ ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง รุดไปที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณสามแยก ถนนสายรือเสาะ-บ้านสะโล ม.2 บ้านยะบะ ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ ห่างจาก สภ.รือเสาะ ประมาณ 1 กิโลเมตร ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลรือเสาะ และส่งต่อโรงพยาบาลราชนครินทร์จังหวัดนราธิวาส ทราบชื่อ อส.ทพ.อริสมัน ดอเลาะ อายุ 27 ปี สังกัดร้อย ทพ.4604 ฉก.ทพ.46 อยู่บ้านเลขที่ 118/1 ม.3 ต.ละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส กระสุนโดนบริเวณต้นขาซ้าย, นายบาหารูดิง ลือแมตูซง อายุ 37 ปี ลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วนอยู่บ้านเลขที่ 76/1 ม.9&amp;nbsp; ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส กระสุนโดนบริเวณน่องด้านซ้าย อาการสาหัสทั้งสองนาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุกำลังพลร้อย ทพ.4604 ฉก.ทพ.46 พร้อมด้วยลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วน เดินทางด้วยระยนต์กระบะกลับจากไปร่วมการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรหมู่บ้าน ที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียมที่บ้านยาแลเบาะ ม.5 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ ซึ่งเพิ่งเปิดบริการได้เพียงสองสัปดาห์ หลังจากจบการแข่งขัน ได้เดินทางกลับฐาน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณด้านหลังร้านอะยัมบอย ซึ่งเป็นที่เปลี่ยว คนร้ายไม่ต่ำ 3 คนดักซุ่มอยู่ในที่มืด ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าสีดำ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่เพื่อสร้างสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84436</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จังหวัดชายแดนใต้, ดับไฟใต้, บีอาร์เอ็น, สันติสุขระดับพื้นที่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แม่ทัพภาค 4, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201119/image_big_5fb67a4f14612.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘PERMAS’ผวา ‘บีอาร์เอ็น’แค้น เอาคืนถูกยิงดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; พระราชทานดอกไม้และตะกร้าสิ่งของแก่ จนท.ที่บาดเจ็บจากเหตุปะทะกับคนร้ายที่ จ.ปัตตานี &amp;nbsp;&amp;quot;กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า&amp;quot; ยันปฏิบัติหน้าที่ตาม กม. หลัง ปชช.แจ้ง 3 คนร้ายประวัติก่อเหตุรุนแรงเข้าพื้นที่ &amp;quot;กลุ่มเปอร์มัส&amp;quot; ห่วงบีอาร์เอ็นล้างแค้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 พ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานให้แก่ ส.ต.ท.กวินทร์ ไชยนุราช ผบ.หมู่ กก.ปพ.ภ.จว.ปน. ช่วยราชการ กก.สส.ภ.จว.ปน. ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ปะทะกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านต้องสงสัยไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.6 บ้านปะกาลือสง ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลจังหวัดปัตตานี เบื้องต้นอาการปลอดภัยแล้ว สร้างความปลาบปลื้มแก่ครอบครัวผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) แถลงชี้แจงเหตุเจ้าหน้าที่ปะทะกับคนร้ายในพื้นที่บ้านปะการือสง ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ว่าเมื่อวันที่ 30 เม.ย. เวลาประมาณ 17.00 น. เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังเข้าพิสูจน์ทราบเพื่อบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่บ้านปะการือสง ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และได้ปะทะกับกลุ่มคนร้าย เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ซึ่งปัจจุบันอาการปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.เกียรติศักดิ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบคนร้ายเสียชีวิต 3 ราย สามารถตรวจยึดอาวุธปืนได้จำนวน 3 กระบอก ประกอบด้วย ปืนลูกซอง ปืนเล็กยาว เอเค 102 และปืนพกขนาด 38 สำหรับอาวุธที่ตรวจยึดได้ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 จะนำไปตรวจสอบประวัติและความเชื่อมโยงทางคดีที่เกี่ยวข้องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คนร้ายที่เสียชีวิตทั้ง 3 ราย พบมีประวัติหมายจับรวม 10 หมาย ก่อคดีที่สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์มาอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย 1.นายยูโต๊ะ แมะตีเมาะ บุคคลตาม ป.วิอาญา 7 หมายที่สำคัญจากเหตุระเบิด 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบนเมื่อปี 2559 และเหตุระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารพรานกองร้อยทหารพรานที่ 4303 เมื่อปี 2560&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน 2.นายมะตามีซี สาอิ บุคคลตามหมายจับคดีปล้นร้านทองสุธาดา อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2562 และ 3.นายอับดุลอาซิ ปากียา บุคคลตามหมายจับจากเหตุระเบิดห้างบิ๊กซีปัตตานีเมื่อปี พ.ศ.2560 ทั้ง 3 คนยังเป็นผู้ต้องสงสัยเหตุโจมตีจุดตรวจบ้านกอแล และอำเภอเมืองฯ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2562 อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คดีที่กลุ่มคนร้ายทั้ง 3 คนได้ก่อขึ้นล้วนเป็นคดีที่มีความรุนแรง อุกฉกรรจ์ สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนรวมทั้งผู้บริสุทธิ์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องของวางระเบิด 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน คดีวางระเบิดห้างบิ๊กซี ปัตตานี คดีปล้นร้านทองในพื้นที่อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา&amp;quot; พ.อ.เกียรติศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก กอ.รมน.ส่วนหน้ายืนยันว่า การปฏิบัติในครั้งนี้เป็นการบังคับใช้กฎหมายกับอาชญากรที่กระทำผิดกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนและความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐไม่สามารถละเว้นการปฏิบัติได้ รวมทั้งพี่น้องประชาชนแจ้งข่าวพบความเคลื่อนไหวกลุ่มบุคคลต้องสงสัย เจ้าหน้าที่จึงได้กำลังเข้าพิสูจน์ทราบ แต่ถูกกลุ่มคนร้ายเปิดฉากยิงใส่ จึงได้เกิดการปะทะและเกิดการสูญเสียดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 08.00 น. พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี, พล.ต.ต.จีรวัฒน์ พยุงธรรม ผบก.ภ.จ.ปัตตานี, พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ฉก.ทพ.43 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิด เข้าตรวจสอบบริเวณโดยรอบบ้านปะการือสง และบริเวณบ้านหลังเกิดเหตุ เพื่อเก็บรวบรวมวัตถุพยานรวมไปถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพราะเชื่อว่าอาจจะมีบุคคลอื่นนอกเหนือจากผู้เสียชีวิต 3 คนอยู่ หรือเคยมาบ้านหลังนี้ก่อนที่จะเกิดเหตุปะทะ ซึ่งผลการตรวจค้นพบเป้สนาม 3 ใบ ภายในบรรจุอุปกรณ์ยังชีพ และพบปลอกกระสุนต่างๆ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กลุ่มสหพันธ์นิสิต นักศึกษา นักเรียน และเยาวชนปาตานี Permas ได้ออกหนังสือแถลงการณ์เปิดผนึกขอให้คู่สงครามเคารพหลักมนุษยธรรมในช่วงวิกฤติไวรัสโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า ได้รับข่าวดีเมื่อ BRN ในฐานะคู่ขัดแย้งหลักของรัฐไทย ได้ประกาศต่อสาธารณชนถึงการยุติกิจกรรมทางอาวุธชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ช่วงวิกฤติไวรัสโควิด-19 ได้อย่างสุดความสามารถบนเงื่อนไขว่าต้องไม่ถูกโจมตีจากรัฐไทยก่อน แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อวันที่ 30 เม.ย.เจ้าหน้าที่ทหารไทยได้เข้าโจมตีกองกำลังปฏิวัติแห่งชาติปาตานี ณ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เป็นเหตุให้เสียชีวิต 3 ราย &amp;nbsp;สหพันธ์นิสิตนักศึกษานักเรียนและเยาวชนปาตานี PerMAS เป็นองค์กรเคลื่อนไหวการเมืองของเยาวชนปาตานี ขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและเป็นกังวลอย่างยิ่งว่าจะเกิดการตอบโต้กลับของ BRN เนื่องจากรัฐไทยได้ละเมิดเงื่อนไขสำคัญในการยุติการปฏิบัติกิจกรรมทางอาวุธของ BRN
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น PerMAS จึงเสนอข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้ 1.ขอให้รัฐไทยยกเลิกนโยบายปราบปรามและยุติการปฏิบัติกิจกรรมทางอาวุธทุกกรณี และหันมาแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยวิธีการทางการเมือง โดยสันติวิธี 2.ขอให้ BRN ในฐานะคู่ขัดแย้งหลักของรัฐไทย อดทนอดกลั้น และไม่ตอบโต้ด้วยอาวุธเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการแก้ปัญหาไวรัส COVID-19 3.ขอเรียกร้องให้ ส.ส.ปาตานีผลักดันให้มีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้รัฐบาลทบทวนนโยบายการแก้ปัญหาปาตานีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64828</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, จนท.ที่บาดเจ็บ, บีอาร์เอ็น, พระราชทานดอกไม้และตะกร้าสิ่งของ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เหตุปะทะกับคนร้าย, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200501/image_big_5eac1eca46ebd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชื่นมื่นถกBRN นัดต้นมีนาคม เจรจาอีกรอบ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;วัลลภ&amp;rdquo; เจรจา &amp;ldquo;บีอาร์เอ็น&amp;rdquo; ครั้งแรกบรรยากาศชื่นมื่น แม้ยังไม่มีข้อเสนอ เผยเหตุไม่สานต่อคุย &amp;ldquo;มาราปาตานี&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพราะ BRN มีอิทธิพลที่สุด เชื่อเป็นตัวจริง คุยครั้งต่อไปต้น มี.ค.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 31 มกราคม พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ แถลงผลความคืบหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าเมื่อวันที่ 20 ม.ค. คณะพูดคุยฯ พร้อมผู้แทนทั้ง 6 คนจาก สมช., กระทรวงยุติธรรม, กระทรวงการต่างประเทศ, สำนักข่าวกรองแห่งชาติ, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และกองอำนวยการรักษาความมั่นภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้พบปะพูดคุยร่วมกับคณะผู้แทนของกลุ่มขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (บีอาร์เอ็น) ที่นำโดยนายอานัส อับดุลเราะห์มาน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีตันซรี อับดุล ราฮีม มูฮัมหมัดนูร์ ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.วัลลภกล่าวว่า การพูดคุยครั้งนี้เป็นเจตจำนงร่วมกันที่ต้องการแก้ไขปัญหาเพื่อสร้างสันติสุขให้เกิดภายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยสันติวิธี มีการออกแบบการพูดคุยและยอมรับกันว่าจะใช้รูปแบบนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ใช้เวลาร่วมกันในการทำความรู้จัก และรับทราบกรอบแนวทางการทำงานร่วมกันในระยะต่อไป รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนการพูดในช่วงต่อไปให้มีความก้าวหน้าและต่อเนื่อง บรรยากาศเป็นไปเชิงสร้างสรรค์ ทั้ง 2 ฝ่ายมีท่าทีที่ดีในการที่จะร่วมมือกันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.วัลลภแถลงอีกว่า การสร้างสันติสุขที่ยั่งยืน เกิดจากพูดคุยจากผู้มีความเห็นที่แตกต่าง โดยใช้แนวทางสันติวิธี ทั้งรับฟังความคิดเห็นและทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เราจะใช้ความพยายามอย่างเต็มความสามารถในการผลักดันกระบวนการพูดคุยสันติสุขนำมาสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายคือสร้างสันติสุขและพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การพูดคุยครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่เราได้มีโอกาสพูดคุยกับตัวแทนกลุ่มบีอาร์เอ็น ขอบคุณทางฝ่ายมาเลเซียที่มีความพยายามนำกลุ่มเหล่านี้มาพูดคุยกับฝ่ายไทย ยืนยันว่าการพูดคุยเราจะใช้กระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ตกผลึกในแนวความคิด หรือกระบวนการที่เราจะไปตกลงหรือหารือ ขอให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ เพราะกระบวนการอาจมีอุปสรรคมากมายเหมือนที่เรามีประสบการณ์มาแล้ว บางทีการพูดคุยไปไม่ถึงไหนก็ล้มเลิก จึงอยากให้การพูดคุยครั้งนี้เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องยาวนาน ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มบีอาร์เอ็นที่มาร่วมพูดคุยทุกครั้งมักถูกถามเสมอว่าเป็นตัวจริงหรือไม่ พล.อ.วัลลภกล่าวว่า เขาแนะนำตัวในที่ประชุมว่าเป็นผู้นำหัวหน้าคณะพูดคุยจากกลุ่มบีอาร์เอ็น ดังนั้นการที่เขาแนะนำตัวเองเช่นนี้ และคำยืนยันจากมาเลเซีย จึงค่อนข้างมั่นใจ เราคิดว่าเป็นอย่างนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าเมื่อบีอาร์เอ็นเข้ามาแล้ว กลุ่มมาราปาตานียังอยู่ในกระบวนการพูดคุยหรือไม่ พล.อ.วัลลภกล่าวว่า เบื้องต้นเรายังพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น แต่เปิดโอกาสให้ทุกกลุ่มเข้ามีส่วนร่วม เราต้องการพูดคุยกับทุกกลุ่มทุกฝ่าย ในระยะต่อไปอาจเป็นไปได้ที่จะมีกลุ่มมาราปาตานีเข้ามาร่วมพูดคุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า การพูดคุยครั้งนี้ถูกมองกลับว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ เพราะกลับมาคุยกับบีอาร์เอ็นอีกครั้ง พล.อ.วัลลภตอบว่า ถือว่าเป็นความต่อเนื่องจากครั้งแรกที่ได้ประชุมกัน คือกลุ่มบีอาร์เอ็น และเปลี่ยนมาเป็นกลุ่มมาราปาตานี และกลับมาเป็นกลุ่มบีอาร์เอ็น ซึ่งแล้วแต่แนวทางและสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ครั้งนี้เขาก็เปลี่ยนตัวคนรุ่นใหม่เข้ามา ซึ่งมาเลเซียได้มั่นใจว่าเป็นผู้ที่เป็นตัวจริงเข้ามาพูดคุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า การพูดคุยครั้งนี้ได้มีการยื่นข้อเสนอหรือไม่ พล.อ.วัลลภกล่าวว่า มีการพูดคุยตามกรอบแนวทางการพูดคุยเพื่อสันติสุข ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการต่างๆ แต่ยังไม่มีการยื่นข้อเสนอต่อจากการพูดคุยครั้งที่แล้ว เพราะยังเป็นเพียงการพบปะสร้างบรรยากาศที่ดี สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและคุ้นเคยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงปัจจัยที่เราต้องเลือกคุยกับบีอาร์เอ็นมากกว่าสานต่อกับกลุ่มมาราปาตานี พล.อ.วัลลภกล่าวว่า เราอยากพูดกับที่มีอิทธิพลในพื้นที่ ซึ่งบีอาร์เอ็นเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลมากที่สุด ส่วนหนึ่งในกลุ่มมาราปาตานีก็มีตัวแทนของกลุ่มบีอาร์เอ็นด้วย ทั้งนี้ แกนนำคนก่อนๆ ของบีอาร์เอ็นที่พูดคุยก็อยู่กลุ่มบีอาร์เอ็น แต่อาจเปลี่ยนบทบาทและหน้าที่ ขณะที่กลุ่มคนรุ่นใหม่เริ่มเข้ามามีบทบาทในกระบวนการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า จะดึงนักการเมือง หรือ ส.ส.ในพื้นที่เข้าร่วมวงพูดคุยในกระบวนการหรือไม่ พล.อ.วัลลภกล่าวว่า เราต้องการความมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ไม่ว่าจากทั้งภาคประชาชนและนักการเมือง เพื่อให้ความคิดตกผลึกและนำไปหารือต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงข้อเสนอของนายกฯ มาเลเซียให้ไทยเปิดใจรับข้อเสนอให้ 3 จังหวัดชายแดนใต้เป็นเขตปกครองพิเศษ อยู่ในเงื่อนไขที่สามารถพูดคุยกันได้หรือไม่ พล.อ.วัลลภกล่าวว่า เราจะเปิดใจรับฟังแล้วมาพิจารณาดู ทั้งนี้ ถือเป็นบรรยากาศที่ดีที่พูดคุยระหว่างกัน ยืนยันว่าหลักการของเรายังคงเดิม การเริ่มต้นพูดคุยครั้งนี้แสดงว่าทั้ง 2 ฝ่ายพร้อมยอมรับข้อคิดเห็นข้อแตกต่างของกันและกัน ถ้าเรารักษาบรรยากาศอย่างนี้ไปได้ เชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี โดยการพูดคุยครั้งต่อไปมีขึ้นในต้นเดือน มี.ค.นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ณ ห้องประชุม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ให้การต้อนรับ พล.อ.จีรศักดิ์ ชมประสพ รองประธานคณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา พร้อมคณะ ในโอกาสลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ศึกษาดูงานพร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการร่วมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการประชุมในครั้งนี้ กมธ.ได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ถึงผลการดำเนินงานด้านการพัฒนา และด้านงานด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้, แนวทางการดำเนินงานด้านการศึกษาเพื่อความมั่นคงของศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือกระทรวงศึกษาธิการ (ส่วนหน้า) รวมทั้งแนวทางการทำงาน สถิติของสถานการณ์ ผลการดำเนินงานของศูนย์ประสานข่าวกรองแห่งชาติ ภาค 5 นอกจากนี้ กมธ.ได้ร่วมปรึกษาหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะได้นำไปวิเคราะห์และเป็นข้อมูลเพื่อนำไปเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55990</URL_LINK>
                <HASHTAG>BRN, บีอาร์เอ็น, พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ, มาราปาตานี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจรจาบีอาร์เอ็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200131/image_big_5e341c28b1d1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2019 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2019 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประวิตร&#039;สวน&#039;พูดได้ไง&#039;ปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยแลกเดินหน้าพูดคุยสันติสุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.62- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีข่าวลือถึงข้อเสนอของกลุ่มบีอาร์เอ็นที่ขอให้ปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมด เพื่อเดินหน้าการพูดคุยว่า &amp;ldquo;เฮอะ พูดได้ไง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43748</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดับไฟใต้, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, บีอาร์เอ็น, พูดคุยสันติสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d23087e81964.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2019 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2019 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เบตง&#039;คุมเข้มช่วงเทศกาลตรุษจีน สกัดกลุ่มก่อความไม่สงบป่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.62 -&amp;nbsp;พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอเบตง &amp;nbsp;จ.ยะลา สั่งกำชับให้กองกำลังผสม 3 ฝ่าย ในพื้นที่อำเภอเบตง ของจังหวัดยะลา รวมทั้ง ชรบ. อรม. ตำรวจชุมชน ในพื้นที่โดยเฉพาะจุดสุ่มเสี่ยงในย่านเศรษฐกิจ สถานบันเทิง และการเข้า-ออก พรมแดนไทย ให้มีการคุมเข้มเฝ้าระวัง ภายหลังคนร้ายก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องปรามการลอบแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อทำลายภาพรวมของเศรษฐกิจ ซึ่งใกล้จะถึงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งคาดว่าในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองเบตง จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ เดินเข้ามาร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนตามย่านสถานบันเทิงกันอย่างคับคั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณที่ พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สารีรัตน์ ผกก.สภ.เบตง ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับหน่วยกำลังในพื้นที่ ยกระดับการรักษาความปลอดภัยเส้นทางเข้าออกอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งเป็น 1 ใน 8 เมืองเศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตรวจค้นยานพาหนะทุกชนิด ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่จะเข้ามายังตัวเมืองทุกคัน ตลอดจนหาบุคคลเป้าหมายที่มีคดีหมายจับในคดีความมั่นคง และคดี ป.วิอาญา ด้วยการตรวจเลข 13 หลัก บัตรประจำตัวประชาชนอย่างละเอียดทั้งกลางวันและกลางคืน อย่างเข้มข้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากหน่วยข่าวความมั่นคง เผยว่า พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบ.ที่มีความเกี่ยวข้องกับ เหตุระเบิดตลาดพิมลชัย เข้ามาเคลื่อนไหวที่ บ.บาโด ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อเตรียมลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ากลุ่ม ก่อความไม่สงบที่ผ่านการฝึกเรียบร้อย เตรียมก่อเหตุต่อเป้าหมาย อ่อนแอ &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ และคนไทยพุทธ ที่เดินทางเพียงลำพัง ตามถนนเพื่อสร้างสถานการณ์และทดสอบจิตใจของผู้ที่ผ่านการฝึก ในการปฏิบัติแต่ละครั้งหวังผลต่อชีวิต ทรัพย์สินและอาวุธ เป็นสำคัญ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27547</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มก่อความไม่สงบ, ความรุนแรงในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้, บีอาร์เอ็น, ยะลา, เบตง, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190126/image_big_5c4bd707d50f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 22:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 22:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉ&#039;คอซารี&#039;คุมบีอาร์เอ็น โชว์ป่วนใต้ก่อนคุยสันติสุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลางตัว &amp;quot;ดูนเลาะห์ แวมานอ&amp;quot; ปรับทัพบีอาร์เอ็นฯ ยกแผง &amp;nbsp;&amp;quot;คอซารี&amp;quot;ขึ้นผู้นำคนใหม่ &amp;nbsp;ดัน &amp;quot;เป๊าะนีมะ&amp;quot;คุมกำลังทหาร ด้าน&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;rdquo;รับฝีมือ &amp;quot;บีอาร์เอ็น&amp;quot; โหมไฟใต้ช่วงนี้ ยันไม่เกี่ยวการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.62 - &amp;nbsp;ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ตนพูดไปแล้วว่าเป็นฝีมือกลุ่มบีอาร์เอ็น &amp;nbsp;เราปิดล้อมเขา เราวิสามัญเขา เขาก็ตอบโต้เรา สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดภาคใต้ ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ แต่เป็นเพราะไม่มีการเข้ามาพูดคุย ผู้สื่อข่าวถามว่า มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่เกี่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ &amp;nbsp;บรรยากาศในพื้นที่ จ.ปัตตานี จากกรณีเกิดเหตุการณ์ลอบยิงเจ้าหน้าที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดปัตตานี &amp;nbsp;ทำให้ทางด้านฝ่ายความมั่นคง ได้สั่งการให้ทุกจุดตรวจร่วมสนธิกำลัง &amp;nbsp;และประสานจุดตรวจทุกจุดตรวจ จัดให้มีการตรวจเข้มและเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรายานพาหนะทุกชนิด และบุคคลต้องสงสัยต่างๆทั้งในพื้นที่และรอบนอกพื้นที่ให้จัดแผนเฝ้าระวังป้องกัน เนื่องจากทราบมีกลุ่มเคลื่อนไหวรวมทั้งมีการลาดตระเวณ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เพื่อกำจัดพื้นที่ของกลุ่มคนร้ายที่เคลื่อนไหว &amp;nbsp;และให้เจ้าหน้าทีที่เป็นชุดสืบสวนหาข่าว และชุดนอกเครื่องแบบออกหาข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้ายเพื่อหาทางป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นในจังหวัดปัตตานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า &amp;nbsp;หน่วยข่าวความมั่นคง ประเมินการก่อเหตุรุนแรงในช่วงนี้ว่า เกิดจากการปรับตัวบุคคลระดับบริหารขององค์กรบีอาร์เอ็นฯ หลังจากที่ ดูนเลาะห์ แวมานอร์ ได้ขยับออกจากตำแหน่งหัวหน้าขบวนการฯ ไม่ยอมพบกับผู้อำนวยความสะดวก ที่ได้ประสานเพื่อพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้เปลี่ยนให้ คอ ซารี &amp;nbsp;ซึ่งเป็นสายการเมืองขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่ &amp;nbsp;พร้อมทั้งมีชื่อ วอเฮะ เป็นเลขาธิการฯ ส่วนของกองกำลังทหาร และได้แต่งตั้ง เป๊าะนีมะ ขึ้นคุมกำลังแทน โดยช่วงนี้เป็นการแสดงศักยภาพของกองกำลังทหารที่ได้มีการสร้างกำลังทดแทนขึ้นมาในช่วง1-2 ปีทีผ่านมา ทั้งนี้เพื่อเตรียมไปสู่การต่อรองเพื่อพูดคุยสันติสุขที่จะพุ่งเป้ามาที่ขบวนการบีอาร์เอ็นมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26682</URL_LINK>
                <HASHTAG>3จังหวัดชายแดนใต้, BRN, ความมั่นคง, ความไม่สงบในพื้นที่จังหวดชายแดนภาคใต้, บีอาร์เอ็น, พูดคุยสันติสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190115/image_big_5c3df9e37874c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
