<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 11:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บีอีเอ็ม&#039; โชว์ไตรมาส 2 กำไร 201 ล้านบาท ลุยบริหารจัดการต้นทุนอยู่หมัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 ส.ค.2564 นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีอีเอ็ม เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 201 ล้านบาท ทั้งนี้กำไรของบริษัทยังคงได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงมากขึ้นกว่าระลอกที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยในไตรมาสนี้รายได้จากการดำเนินงานลดลงจากปีก่อน 86 ล้านบาท แต่ด้วยการบริหารจัดการด้านต้นทุน และค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มจากปีก่อน 49 ล้านบาท หรือ 32 %&amp;rdquo;นายสมบัติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมบัติ กล่าวว่า ภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ บีอีเอ็มยังคงดูแลผู้โดยสาร และผู้ใช้บริการทางพิเศษให้ได้รับความสะดวก ปลอดภัย ตลอดการเดินทาง ทั้งนี้บริษัทเชื่อมั่นว่าปริมาณผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้า และปริมาณจราจรจะฟื้นตัวกลับมาเร็ว เมื่อแนวโน้มการระบาดลดลง และอัตราการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113059</URL_LINK>
                <HASHTAG>บีอีเอ็ม, สมบัติ กิจจาลักษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_6114a9d760090.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2020 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2020 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บีทีเอส&#039;ชน&#039;บีอีเอ็ม&#039; ซื้อซองประมูลสายสีส้มมูลค่า1.2 แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2563 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) . รฟม. ได้เปิดให้เอกชนยื่นเอกสารข้อเสนอการร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) &amp;nbsp;มูลค่ากว่า 1.2 แสนล้านบาท &amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือบีอีเอ็ม เมื่อเวลา 10.53 น. ขบวนรถของบีอีเอ็ม เป็นเอกชนรายแรกที่มายื่นข้อเสนอ ทั้งนี้เอกสารที่มายื่นมี 240 กล่อง ได้แก่ เอกสารด้านคุณสมบัติ, ด้านเทคนิค และด้านการลงทุนและผลตอบแทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เอกชนรายที่สองที่ได้ยื่นซองเอกสารข้อเสนอร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม นำโดยนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส&amp;nbsp; นายสุรพงษ์ กล่าวภายหลังยื่นซองการประมูลฯ ว่า วันนี้ได้เดินทางมายื่นซองการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์&amp;ndash;มีนบุรี (สุวินทวงศ์) &amp;nbsp;โดยประกอบไปด้วย 3 บริษัท &amp;nbsp;คือ &amp;nbsp;บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอสซี บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ &amp;nbsp;จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอสจี &amp;nbsp;และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;สัดส่วนถือหุ้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ &amp;nbsp;ส่วนบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นั้น ยังสนใจที่จะเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ เราจึงยังใช้ชื่อ กลุ่มกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ (BSR) ส่วนจะร่วมภายหลังได้หรือไม่นั้นต้องรอดูตอนที่ชนะอีกครั้ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนเงื่อนไขการประมูลยังไม่สามารถบอกได้เพราะยังอยู่ในระหว่างประกวดราคา การทำข้อเสนอของเราที่เตรียมมาในวันนี้ทำเต็มที่ และยื่นครบทั้งหมด 4 ซอง ได้แก่ คุณสมบัติ เทคนิค การเงิน และข้อเสนอเพิ่มเติม รวม 400 กว่าลัง &amp;nbsp;ส่วนเงื่อนไขเรายังทำตามทีโออาร์แรก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้บีทีเอสพร้อมมาก เราเป็นคนทำงานก็ต้องมั่นใจเต็มที่ &amp;nbsp;ถ้าชนะเราอาจจะหาคนที่มาเป็นหุ้นส่วนได้ภายหลัง ส่วนกรณีหลังจากมีคำสั่งศาล รฟม. ยังไม่มีการเรียกคุยอะไร&amp;rdquo;นายสุรพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) &amp;nbsp;มูลค่ากว่า 1.2 แสนล้านบาท มีผู้มาซื้เอกสารข้อเสนอทั้งสิ้น 10 ราย ได้แก่ 1. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;2. บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp; 3. บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;4. บริษัท ซิโน&amp;ndash;ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)5. บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;6. บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) 7. บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;8. บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;9. ซิโนไฮโดร คอร์ปอเรชั่น ลิมิเต็ด และ &amp;nbsp;10. บริษัท วรนิทัศน์ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รฟม. ได้เปิดให้เอกชนร่วมลงทุนก่อสร้างโครงการช่วงตะวันตก ติดตั้งจัดหาระบบรถไฟฟ้า และรับสัมปทานเดินรถตลอดเส้นทาง 35.9 กม. &amp;nbsp;30 ปี วงเงินรวมประมาณ 1.2 แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็นส่วนตะวันออก (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ &amp;ndash; มีนบุรี &amp;nbsp;22.5 กม. 17 สถานี (สถานีใต้ดิน 10 สถานี และสถานียกระดับ 7 สถานี) และส่วนตะวันตก (ช่วงบางขุนนนท์ &amp;ndash; ศูนย์วัฒนธรรมฯ) 13.4 &amp;nbsp;กม. &amp;nbsp;11 สถานี (สถานีใต้ดินตลอดสาย) &amp;nbsp;มีกำหนดเปิดบริการ 2 ส่วน โดยส่วนตะวันออกเดือน มี.ค.67 และส่วนตะวันตกเดือน ก.ย. 69.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83297</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อซองประมูล, บีทีเอส, บีอีเอ็ม, รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.), รถไฟฟ้าสายสีส้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f76a3614fd16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2019 09:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2019 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้องยอมก่อนเสียค่าโง่ &#039;บอร์ด กทพ.&#039;ยกสัมปทาน30ปีล้างหนี้ บีอีเอ็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค. 2562 นายสุรงค์ บูลกุล ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยภายหลังประชุม บอร์ดวาระพิเศษเรื่องขอความเห็นชอบผลการเจรจาเพื่อยุติปัญหาข้อพิพาทและการแก้ไขสัญญาเพื่อยุติข้อพิพาทและดำเนินโครงการระบบทางด่วนขั้นที่2(ทางด่วนศรีรัชรวมถึงส่วนดี)และทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ดว่าบอร์ดมีมติอนุมัติตามข้อเสนอเรื่องการยุติข้อพิพาททางด่วนที่ศาลปกครองให้ กทพ.จ่ายค่าชดเชยกรณีสร้างทางแข่งขัน และการปรับขึ้นค่าผ่านทางไม่เป็นธรรม ให้กับ บริษัท กรุงเทพทางด่วนเหนือ จำกัด (NECL) บริษัทในเครือ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บีอีเอ็ม) โดยอนุมัติให้ กทพ.ขยายสัมปทานทางด่วน 3 สัญญา จำนวน 30 ปี นับจากวันที่แต่ละสัญญาสิ้นสุดลง เพื่อแลกกับมูลหนี้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามผ่านมาการเจรจาร่วมบีอีเอ็ม ยอมปรับลดมูลหนี้ที่เกิดจากข้อพิพาท และมูลหนี้ที่คาดว่าจะเป็นข้อพิพาทในอนาคต รวมทั้งหมด 17 โครงการ มูลค่ากว่า 1.3 แสนล้านบาท เหลือราว 5.9 หมื่นล้านบาทแล้ว เป็นผลให้การเจรจาในครั้งนี้ กทพ.จะขยายสัมปทานเพื่อแลกกับมูลหนี้ ประกอบไปด้วยโครงการ 1.ทางด่วนศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) 2.ทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วนดี ช่วงพระราม 9 &amp;ndash; ศรีนครินทร์ และ 3.ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรามีเงื่อนไขในการเจรจาเช่นสามารถต่อรองเช่นจะไม่มีการกำหนดเรื่องของการแข่งขันอีกต่อไปรวมถึงการปรับลดอัตราค่าผ่านทางบางด่านและที่สำคัญในการเจรจาครั้งนี้เป็นการเจรจาที่คณะกรรมการเห็นว่าดีที่สุดเท่าที่ทำได้ในสถานการณ์ปัจจุบันและเป็นการระงับปัญหาข้อพิพาททั้งหมดที่เราจะต้องไม่มีภาระข้อพิพาทหรือหนี้สินซึ่งกันและกัน หลังจากนี้ก็จะมุ่งหน้าดำเนินการในโครงการที่มีความจำเป็นต่อตามวิสัยทัศน์และพันธกิจที่ดำเนินการไว้&amp;rdquo;นานสุรงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรงค์ กล่าวว่า ภายใต้สัญญาใหม่มีการกำหนดปรับค่าผ่านทางแบบคงที่ โดยจะปรับขึ้นทุก 10 ปี อัตรา 10 บาท จากเดิมปรับตามค่าดัชนีผู้บริโภค (CPI) ขณะเดียวกัน เอกชนจะต้องลงทุนก่อสร้างและปรับปรุงทางด่วนขั้นที่ 2 เป็นทางด่วน 2 ชั้น (double deck) จากด่านประชาชื่น-อโศก ระยะทาง 17 กิโลเมตร (กม.) รูปแบบเป็นทางยกระดับขนาด 4 ช่องจราจร ภายใต้วงเงินการลงทุนประมาณ 31,500 ล้านบาท ในขณะที่ส่วนแบ่งรายได้ยังกำหนดไว้ที่ กพท. 60% และ บีอีเอ็ม 40% คงเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การประชุมครั้งนี้ถือว่าได้ข้อยุติลง คดีข้อพิพาทก็จะยุติลง ไม่มีการฟ้องอะไรกันอีกแล้ว 17 คดี 1.3 แสนล้าน ก็ยกออกไปหมด กรณีสร้างทางแข่งขัน และการปรับขึ้นค่าผ่านทางไม่เป็นธรรมจะไม่ถูกเป็นข้อพิพาทอีก แต่อำนาจหลังจากนี้อยู่ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะเห็นชอบตามที่เราพิจารณาไว้ไหม ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้จะเร่งเสนอคณะกรรมการมาตรา 43 ตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ หรือคณะกรรมการกำกับโครงการ กระทรวงคมนาคม และ ครม.&amp;rdquo;นายสุรงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีข้อผิดพลาดนี้จะต้องมีกระบวนการยกเลิกการฟ้องต่างๆแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเจรจาครั้งนี้ได้ข้อยุติแต่ไม่ได้เป็นที่สิ้นสุดอำนาจในการตัดสินใจอนุมัติหรือไม่อนุมัติเป็นหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี(ครม.)เราได้ทำตามคำสั่งของของ ครม.ให้ดำเนินการเจรจา ระงับข้อพิพาทและดำเนินการให้ดีที่สุดเพื่อเป็นประโยชน์แก่ประเทศ โครงการนี้ยืนยันว่า1 กทพ.ได้ประโยชน์เท่าเดิมไม่ได้เสียเปรียบ 2. รัฐบาลไม่ต้องมีภาระหนี้สินกับภาคเอกชน3.ประชาชนได้ประโยชน์ เรามุ่งในการเจรจาเพื่อประโยชน์สูงสุดให้แก่ประชาชนในการสัญจรในทางด่วนจะมีการสร้างdouble deckเพื่อระบายรถให้การสัญจรที่ติดขัดมีการไหลโฟร์ที่ดีขึ้นที่สุดแล้วผลประโยชน์จะต้องตกอยู่ที่ประชาชนส่วนอัตราการขึ้นค่าผ่านทางก็เป็นไปตามมาตรฐานมีการกำหนดที่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะเร่งส่งเรื่องไปยังกระทรวงคมนาคมเพื่อให้คณะกรรมการกำกับสัญญา พิจารณาและเสนอครม.ต่อไป โดยระหว่างนี้อัยการสูงสุดจะตรวจร่างสัญญา ซึ่งหากครม.เห็นชอบตามผลการเจรจาการขยายเวลาสัญญาทางด่วนแต่ละสัญญาออกไป 30 ปี จะมีการเซ็นสัญญาแก้ไขเพิ่มเติม กับ บีอีเอ็มใน 3 โครงการ ดังกล่าว ทั้งนี้ ในส่วนของสัญญาเดิมที่จะยังไม่สิ้นสุด จะยังคงเป็นไปตามตามเงื่อนไขเดิมจนครบสัญญาเดิม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35997</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทพ., การทางพิเศษแห่งประเทศไทย, ขยายสัมปทานทางด่วน 3 สัญญา จำนวน 30 ปี, ค่าโง่ทางด่วน, บีอีเอ็ม, สุรงค์ บูลกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b8358abae397.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 08:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 08:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทพ.ตั้งคณะอนุกรรมการเจรจาจ่ายค่าโง่บีอีเอ็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กทพ.ตั้งคณะอนุกรรมการเจรจาค่าโง่ บีอีเอ็ม เบื้องต้นยังไม่ได้ข้อสรุป เร่งส่งให้คมนาคมพิจารณาต้นเดือนหน้า คาดเริ่มก่อสร้างด่วนN2 ต้นปี63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ ผู้ว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.)เปิดเผยถึงกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา ให้ กทพ. จ่ายเงินชดเชยแก่ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด เป็นเงิน 1,790 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยรวมเป็นเงินประมาณ 4,000 ล้านบาท กรณีมีการสร้างทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ ช่วงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ-รังสิต เป็นทางแข่งขันนั้น โดย ครม.มีมติให้ กทพ.เจรจา ซึ่งได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเจรจา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะให้คณะกรรมการ บอร์ด กทพ.พิจารณา ก่อนส่งไปที่กระทรวงคมนาคมต้นเดือนธันวาคม นี้จากนั้นเสนอไปที่คณะรัฐมนตรี( ครม.)พิจารณาต่อไ ซึ่งมีหลายแนวทางในการเจรจา เช่น ขยายสัญญาแทนการชำระเงิน หรือชำระเงินตามคำสั่งศาล รวมถึงขั้นตอนการชำระที่จะไม่กระทบต่อฐานะการเงินของกทพ. ซึ่งจะดำเนินการได้ตามคำสั่งศาลภายใน 90 วัน หรือภายใน 19 ธ.ค.61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนายสุรงค์ บูลกุล ประธานกรรมการ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)กล่าวว่าบอร์ด ได้รับทราบแต่ยังไม่ได้สรุปว่าจะใช้แนวทางไหน เรื่องนี้อยู่ระหว่างกำลังหาข้อสรุปในส่วนของตัวเลขทั้งหมด ส่วนแนวทางการบริหารเงินสด กทพ.สามารถระดมลงทุนได้เฉพาะกับแบงค์ของรัฐ เช่นธนาคารกรุงไทย,ออมสิน,เอสเอ็มอีและอิสลาม เบื้องต้นได้มีการพูดคุยกับแบงค์เหล่านี้บ้างแล้วว่าอัตราที่เราจะสามารถทำเรื่องของเงินฝากที่สูงที่สุดอยู่ได้เท่าไร คาดว่าภายในอาทิตย์นี้หรืออาทิตย์หน้าจะนำมาเสนอว่าจะให้เลตดีที่สุดเท่าไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรงค์ กล่าวว่า ก็มีหลายแนวทางที่ทำควบคู่กันไปกับแบงค์ แต่ต้องไปขออนุญาตกับกระทรวงการคลังก่อน เพราะกทพ.ทำเองไม่ได้ ต้องขออนุมัติเชิงนโยบาย ตอนนี้ดอกเบี้ยในต่างประเทศประเทศกำลังขึ้นถ้าสามารถสวอปเงินบาทเป็นเงินตราต่างประเทศแล้วนำไปฝากในต่างประเทศแล้วสวอปเงินมาเป็นเงินบาทอาจจะได้ดอกเบี้ยที่สูง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ฝากให้ทางธนาคารไปศึกษาและฝากดูเรื่องนโยบายและข้อจำกัดว่าสามารถทำได้หรือไม่ ถ้าได้จะทำได้ก็มีโอกาสทำให้อัตราได้สูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้กทพ.มีข้อพิพาทระหว่าง กับบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็ม รวม 2 คดี คือ 1.คำวินิจฉัยของคณะอนุญาโตตุลาการเมื่อวันที่ 24 ต.ค.2561 ที่มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ กทพ.ชดใช้ค่าเสียหายแก่ บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีอีเอ็ม เกี่ยวกับคดีการขอปรับค่าผ่านทางพิเศษเฉลิมมหานคร และทางพิเศษศรีรัชในปี 2551 เป็นค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย จำนวนรวม 9,091 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเมื่อวันที่ 21 ก.ย.2561 สั่งให้ กทพ.ชดเชยรายได้ให้กับบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บีอีเอ็ม วงเงินชดเชยและดอกเบี้ย 4,000 ล้านบาท กรณีก่อสร้างทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ ช่วงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ-รังสิต แข่งขันทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าโครงการทาง ด่วนN2 ช่วงวงแหวนรอบนอก-แยกเกษตร งบประมาณก่อสร้าง 1.5หมื่นล้านบาท โดยเป็นอีกโครงการหนึ่งที่การทางฯใช้เงินจากกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ (TFF)นั้นขณะนี้อยู่ระหว่างรอทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.)รูปแบบโครงการที่มีแนวสายทางอยู่แนวเดียวกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลช่วงแคราย-ลำสาลี ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในพ.ย.นี้ &amp;nbsp;พร้อมดำเนินการ ปรับแก้ไขรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)ซึ่งจะต้องเสนอ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม (สผ.)เพื่อดำเนินการเห็นชอบ ภายในธ.ค.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นการ กทพ.จะเริ่มดำเนินการร่างทีโออาร์ประกวดราคาก่อสร้างของทางด่วนN2 และส่วนทดแทนN1 ช่วงแยกเกษตร-ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก รวมงบประมาณการก่อสร้างทั้งสิ้น 2.5 หมื่นล้านบาทโดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในต้นปี62 หลังจากนั้นจะต้อง จะเริ่มประกาศขึ้นเว็บไซค์เพื่อทำการประชาพิจารณ์ได้ภายในต้นปี62 นี้ และคาดว่าจะสามารถประกวดราคาหาตัวผู้รับจ้างได้ภายในกลางปี62 &amp;nbsp;และหากรายงานอีไอเอแล้วเสร็จ และได้ตัวผู้รับจ้างแล้วจะสามารถลงนามสัญญาได้ภายในเดือนต.ค.-พ.ย.62 &amp;nbsp;และเริ่มก่อสร้างได้ธ.ค.62 หรือเริ่มการก่อสร้างได้ต้นปี63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการก่อสร้างทางระดับดินบริเวณทางต่างระดับตัดกับถนนประเสริฐมนูกิจและประดิษฐ์มนูธรรมหรือถนนบายพาสซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการทางด่วนN2 งบประมาณ480ล้านบาท ขนาด2ช่องจราจร 4 ทิศทาง การทางฯจะใช้เงินระดมทุนมาก่อน &amp;nbsp;ขณะนี้ทางฝ่ายก่อสร้างได้เสนอแนวทางการก่อสร้างให้ทางคณะกรรมการ(บอร์ด)กทพ.เห็นชอบแล้วโดยขั้นตอนต่อไปเสนอกระทรวงคมนาคมเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติต่อไปโดยคาดว่าจะเริ่มขั้นตอนการประกวดราคา ได้ต้นปี62 และเริ่มก่อสร้างภายในกลางปี62 นี้ ส่วนกรณีการเวนคืนพื้นที่บริเวน4 มุม โดยเฉพาะตลาดนัดหัวมุมนั้น การทางฯต้องดำเนินการฟ้องขับไล่ที่เพื่อนำพื้นที่มาดำเนินการก่อสร้างต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22003</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทพ., บีอีเอ็ม, ผู้ว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย, สุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์, เจรจาค่าโง่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b8358abae397.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11136</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2018 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเฮ!ใช้ขึ้นรถไฟฟ้าสายสีม่วง-น้ำเงินได้ เริ่ม20 ก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
BEM แจงตั้งแต่20 ก.ค.นี้เป็นต้นไปบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถใช้ขึ้นรถไฟฟ้าสายสีม่วง-น้ำเงินได้ เผยผู้ถือบัตรต้องลงทะเบียนเพื่อรับสิทธ์ ณ จุดให้บริการทุกสถานี ตั้งแต่วันที่ 6ก.ค.-30 ก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย. 61 - รายงานข่าวจากบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM &amp;nbsp;แจ้งกำหนดการเปิดรับขึ้นทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อใช้บริการในระบบรถไฟฟ้า MRT โดยนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาขึ้นทะเบียนเพื่อรับสิทธ์ ณ จุดให้บริการทุกสถานี ภายในสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง ตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม &amp;ndash; 30 กันยายน 2561 เวลา 11.00 &amp;ndash; 20.00 น. (วัน เวลา และสถานที่อาจมีความเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม) ซึ่งบัตรสามารถใช้บริการในระบบรถไฟฟ้า MRT ทั้ง 2 สาย ได้ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลโทร. 0-2624-5200 หรือติดตามทางช่องทางต่างๆ ได้ที่ เฟสบุค : BEM.MRT / ทวิตเตอร์ : bem_mrt &amp;nbsp;/ อินสตาแกรม Mrt_bangkok และ โมบายแอปพลิเคชัน : Bangkok MRT &amp;nbsp;Application &amp;ldquo;เดินทางปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว ด้วยรถไฟฟ้า MRT&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11136</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, บีอีเอ็ม, รถไฟฟ้า, สายสีม่วง, สาวนสีน้ำเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1e4a9e0ad4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
