<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57448</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 20:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ นับเป็นเจเนอเรชั่นที่สามตั้งแต่เปิดตัวรุ่นแรกในปี 2552 ซึ่งนอกจากได้รับการพัฒนาในด้านสมรรถนะแล้ว ไฮไลท์ของบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ ยังเป็นในเรื่องของความเร็ว ที่มีความเร็วสูงสุดต่ำกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 1 วินาที การออกแบบรูปโฉมและระบบต่าง ๆ คำถึงถึงการใช้งานที่สะดวกสบายของผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น เพื่อประสิทธิภาพในการควบคุมและการขับขี่สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน บนเส้นทางคดเคี้ยว หรือแม้กระทั่งการโลดแล่นด้วยความเร็วสูงบนสนามแข่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบและเทคโนโลยี BMW ShiftCam สมรรถนะโดยรวมของบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ จึงได้รับการยกระดับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่ง BMW ShiftCam มีส่วนสำคัญในการเสริมความสมดุลของเพลาลูกเบี้ยวและจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ เสริมด้วยระบบส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและระบบท่อไอเสียที่ได้รับการปรับปรุงให้มีน้ำหนักเบาลงถึง 1.3 กิโลกรัม นอกจากนี้ เครื่องยนต์ 4 สูบ 4 จังหวะ ขนาด 999 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำและน้ำมัน ยังส่งพละกำลังเพิ่มขึ้น 6 กิโลวัตต์ (8 แรงม้า) เป็น 152 กิโลวัตต์ (207 แรงม้า) ที่ 13,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 113 นิวตันเมตร ที่ 11,000 รอบต่อนาทีช่วยเสริมประสิทธิภาพในการขับขี่และการเร่งขณะขับขี่ที่ความเร็วต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญ บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ ยังมีน้ำหนักเบาลงถึง 11 กิโลกรัม ลงจาก 208 กิโลกรัมในรุ่นก่อนหน้ามาอยู่ที่ 197 กิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ ยังพัฒนามาให้มีน้ำหนักลดลง โดยการออกแบบเฟรมรถใหม่ นอกจากจะมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงการยศาสตร์ของผู้ขับขี่แล้ว ยังเน้นไปที่การส่งน้ำหนักไปยังเครื่องยนต์ในระยะทางที่สั้นที่สุด การเคลื่อนที่ของรถมีความคล่องตัวยิ่งขึ้นจากการผสานประสิทธิภาพระหว่างมิติรถ การกระจายน้ำหนักระหว่างล้อ และความสามารถในการรับน้ำหนักที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ส่วนระบบ Full Floater Pro ช่วยเสริมสมรรถนะของช่วงล่างล้อหลังให้ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเดิม ซึ่งด้วยการพัฒนาทั้งหมดนี้ ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ สามารถนำเสนอการควบคุมรถและการยึดเกาะถนนที่แม่นยำยิ่งขึ้นในทุกสภาวะการขับขี่ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกเสริมประสิทธิภาพและลุคโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยชุดแต่ง M ซึ่งมาพร้อม ล้อสไตล์ M คันคลัทช์และเบรก M และท่อเก็บเสียง M&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ ยังสามารถรองรับสไตล์การขับขี่ที่หลากหลาย ทั้ง 4 รูปแบบการขับขี่พื้นฐาน ได้แก่ &amp;ldquo;Rain&amp;rdquo;, &amp;ldquo;Road&amp;rdquo;, &amp;ldquo;Dynamic&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;Race&amp;rdquo; อีกทั้งยังมาพร้อมโหมดการขับขี่แบบโปร ให้ผู้ขับขี่สามารถปรับเปลี่ยนการควบคุมต่าง ๆ ให้ตรงกับรูปแบบการขับขี่เฉพาะตัว ทำงานร่วมกับระบบเบรก ABS Pro ระบบ Dynamic Traction Control อัตราเร่ง และการหน่วงกำลังเครื่องยนต์ ที่ปรับเปลี่ยนตามทักษะและรูปแบบในการขับขี่ นอกจากนี้ ระบบ Dynamic Damping Control (DDC) ยังได้รับการพัฒนาเฉพาะสำหรับบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ ปรับค่าการสั่นสะเทือนให้เหมาะสมตามสภาพถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผงหน้าปัดของบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ได้รับการออกแบบใหม่ให้ลงตัวกับการโลดแล่นด้วยความเร็วสูงในสไตล์ซูเปอร์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น โดยเพิ่มตัวเลือกในการแสดงผลต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น และยังมาพร้อมจอแสดงผล TFT ขนาด 6.5 นิ้ว ที่ง่ายต่อการอ่านค่าในทุกสภาพแสง โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกรูปแบบการแสดงผลได้ 2 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ Pure Ride ซึ่งเน้นการแสดงผลเฉพาะข้อมูลที่สำคัญต่อการขับขี่ และ Core Ride ที่สามารถเลือกการแสดงผลค่าต่าง ๆ เพิ่มได้อีก 3 รูปแบบ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกการแสดงผลที่เหมาะกับสไตล์การขับขี่ที่หลากหลายได้ตามความต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ยังมาพร้อมเฟรมตัวถังแบบใหม่ หรือ Flex Frame ที่ใช้พื้นที่บริเวณถังน้ำมันและเบาะนั่งน้อยลง จึงเพิ่มพื้นที่สำหรับการรองรับน้ำหนักและที่รองเข่ามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ จุดสัมผัสระหว่างผู้ขับขี่และตัวรถยังได้รับการออกแบบใหม่ให้สอดรับกับองศาระหว่างผู้ขับขี่ มือจับทั้งสองข้าง เบาะนั่ง และที่พักเท้า เพื่อให้ผู้ขับขี่อยู่ในท่วงท่าที่สบายที่สุดตามหลักการยศาสตร์ ไฟหน้า LED ตอกย้ำถึงความโฉบเฉี่ยวและความดุดันของบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ดีไซน์ตัวถังใหม่สร้างความโดดเด่นสะดุดตาจากรุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน โดยมาใน 2 สี 2 สไตล์ด้วยกัน คือ สีแดง Racing Red Uni และสี Light White Uni/Racing โดยบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR มาพร้อมกับโปรแกรม BMSI (BMW Motorrad Service Inclusive) ที่มีระยะเวลาบำรุงรักษาตามมาตรฐาน 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร และรับประกันคุณภาพ 3 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง ราคาจำหน่าย: 1,020,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BMSI Standard) สำหรับสี Racing Red 1,050,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BMSI Standard)&amp;nbsp; สำหรับสี Light White /Racing Blue Metallic / Racing Red&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;---------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นรินทร โชติภิรมย์กุล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57448</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, thaipost, บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200217/image_big_5e4a9bbe61df4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
