<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 00:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เปิดตัวโปรเจกต์ BMW R18 Custom จุดประกายให้วงการนักแต่งมอเตอร์ไซค์สไตล์คลาสสิก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ชวน Smiths Vintage Club สำนักมอเตอร์ไซค์คัสตอมอันดับต้นๆ ของเมืองไทย มาร่วมกันจุดประกายให้กับวงการนักแต่งรถสไตล์วินเทจ ด้วยการเปิดตัวโปรเจกต์สุดพิเศษ บีเอ็มดับเบิลยู R18 Custom ต่อยอดจากรถครูซเซอร์รุ่นดั้งเดิมที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดในทุกอณู&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีเอ็มดับเบิลยู R18 เป็นมอเตอร์ไซค์ครูซเซอร์ดีไซน์คลาสสิกที่นำเอาดีเอ็นเอจากรถต้นแบบอย่าง บีเอ็มดับเบิลยู Concept R5 ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากบีเอ็มดับเบิลยู R5 รุ่นเดิมจากเมื่อกว่า 80 ปีที่แล้ว กลับมาชุบชีวิตใหม่อีกครั้งด้วยเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่มีขนาดใหญ่ เจาะตลาดกลุ่มผู้ชื่นชอบรถทรงคลาสสิก สำหรับการออกแบบตัวรถ ไม่ได้มีเพียงรูปทรงที่ดูย้อนยุคเท่านั้น แต่ยังยกมาทั้งดีไซน์ของท่อไอเสีย บังโคลนแบบคลาสสิค รวมถึงระบบต่างๆ เช่นเพลาขับเคลื่อน&amp;nbsp;ซึ่งย้อนกลับไปใช้องค์ประกอบและรูปแบบในแนวเดียวกันรุ่นดั้งเดิม ในลุคใหม่ที่คุมโทนสีดำ ตัดกับความเงาของโครเมี่ยมได้อย่างลงตัว ในเมื่อบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ได้เชื่อมั่นในพลังของเครื่องยนต์บ็อกเซอร์มาตั้งแต่ปี 1923 เราจึงนำเครื่องยนต์บ็อกเซอร์สองสูบที่ทรงพลังที่สุดของเราด้วยขนาด 1,802 cc มาเป็นหัวใจของบีเอ็มดับเบิลยู R18 มอบพละกำลัง 91 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดถึง 158 นิวตันเมตรที่ 3,000 รอบต่อนาที ทั้งยังผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาผสานกับกลิ่นอายของการขับขี่มอเตอร์ไซค์แบบคลาสสิกได้อย่างลงตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู R18 Custom คันพิเศษนี้ จะถูกปรับแต่งโดย Smiths Vintage Club ไลฟ์สไตล์แบรนด์ระดับแถวหน้าที่เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้ชื่นชอบความวินเทจและคนรักมอเตอร์ไซค์คลาสสิก ด้วยตัวตนที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้ก่อตั้งอย่าง&amp;nbsp;&amp;ldquo;สัน&amp;ndash;สรวิสิษฎ์&amp;nbsp;บรรจงลักษมี&amp;rdquo;&amp;nbsp;ที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของคอมมิวนิตี้ยอดฮิตสำหรับวินเทจไบค์เกอร์ในมหานครแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชื่อของ Smiths Vintage Club&amp;nbsp;มีที่มาจากวงร็อคอังกฤษ&amp;nbsp;&amp;ldquo;The Smiths&amp;rdquo;&amp;nbsp;ที่โด่งดังในช่วงทศวรรษ 1980s และเป็นวงโปรดของคุณสัน นอกจากความรักในเพลงร็อคแล้ว แน่นอนว่าคุณสันเป็นผู้ที่ชื่นชอบมอเตอร์ไซค์เป็นอย่างมาก และยังเป็นเจ้าของรถคัสตอมหลากหลายรุ่น ซึ่งทำให้การเลือกรถเข้ามาแต่งแต่ละคันนั้น&amp;nbsp;ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยด้วยความคลาสสิกและหายากของแต่ละรุ่น ไม่ว่าจะเป็นบีเอ็มดับเบิลยู R100, R51, หรือ R90S และนอกเหนือจากการแต่งรถแล้ว มอเตอร์ไซค์บางคันของคุณสันยังถูกนำไปปรับปรุงเครื่องยนต์เพื่อเป็นรถแข่งเต็มตัว ก่อนจะส่งไปลงสนามภายใต้สังกัดทีม Smiths Vintage Club และถึงกับเคยคว้าแชมป์ด้วยการเอาชนะมอเตอร์ไซค์รุ่นปัจจุบันมาแล้ว เมื่อถามถึงรถแต่งคันโปรดของคุณสัน หนึ่งในไฮไลท์จากคอลเลกชันของเขาก็คือ บีเอ็มดับเบิลยู R68 ปี 1954 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรุ่นระดับตำนานที่มีจำนวนการผลิตน้อยมาก เพียงราว 1,800 คันเท่านั้น โดยคุณสันได้นำรถหายากคันนี้มาแต่งใหม่ ยกเอาท่อไอเสียขึ้นไปอยู่ด้านบนให้เหมือนกับเป็นรถแข่ง ส่วนอีกหนึ่งคันโปรดอย่าง บีเอ็มดับเบิลยู R100 RS ปี 1980 ซึ่งเป็นรุ่นที่นิยมไม่น้อยในวงการนักแต่งคัสตอมไบค์ และทางคุณสันเองก็ได้นำมาแต่งแบบทำใหม่หมดในทุกรายละเอียดเช่นกัน ไม่เว้นแม้แต่ยางรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โปรเจกต์ บีเอ็มดับเบิลยู R18 Custom นี้ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการสเก็ตช์ภาพเพื่อให้งานออกแบบสามารถดึงตัวตนของความเป็น Smiths Vintage Club ออกมาได้มากที่สุด และต่อยอดจากความคลาสสิกของตัวรถเองอย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนที่จะเริ่มลงมือสร้างผลงานจริงต่อไป มาติดตามดูกันว่าผลงานการสรรสร้าง BMW R18 Custom จาก Smiths Vintage Club จะออกมาเป็นอย่างไร โดยสามารถอัปเดทความเคลื่อนไหวของโปรเจกต์นี้ได้เร็วๆนี้ ที่ Facebook BMW Motorrad Thailand&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118850</URL_LINK>
                <HASHTAG>บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c1e9c4d76b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ประกาศปรับราคามอเตอร์ไซค์หลากหลายรุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งในตลาดบิ๊กไบค์ไทยอย่างต่อเนื่อง ก้าวสู่ศักราชใหม่ด้วยการประกาศปรับราคามอเตอร์ไซค์หลายรุ่น เอาใจเหล่านักบิดไทยด้วยโอกาสในการเป็นเจ้าของมอเตอร์ไซค์เหนือชั้นได้ง่ายดายยิ่งขึ้น ซึ่งการปรับราคาในครั้งนี้ ครอบคลุมมอเตอร์ไซค์ถึง 12 รุ่นในตระกูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์เร้าใจสายสปอร์ต เช่น บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R มอเตอร์ไซค์โรดสเตอร์ดุดันปราดเปรียว เช่น บีเอ็มดับเบิลยู G 310 R มอเตอร์ไซค์แอดเวนเจอร์คู่ใจขาลุยอย่างบีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS Adventure ไปจนถึงมอเตอร์ไซค์ Heritage สุดคลาสสิกในดวงใจของเหล่าไบค์เกอร์ เช่น บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Scrambler โดยราคาใหม่มีผลแล้ววันนี้ ณ ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิเกล ญาเบรส-โปห์ล ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และผู้นำเข้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เปิดเผยว่า ในตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เราได้พัฒนาศักยภาพของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องด้วยกลยุทธ์ต่าง ๆ ตั้งแต่การเปิดตัวมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ที่ครอบคลุมทั้งความต้องการด้านการขับขี่และไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง ไปจนถึงการตอบโจทย์ความต้องการด้านการเงินด้วยข้อเสนอทางการเงินที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย ซึ่งจากการศึกษาศักยภาพและความต้องการในตลาดบิ๊กไบค์ไทย เราเชื่อว่าการปรับราคาในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นและเพิ่มโอกาสให้ผู้ขับขี่ในประเทศไทยได้เป็นเจ้าของมอเตอร์ไซค์พรีเมียมที่เหนือระดับจากบีเอ็มดับเบิลยูในราคาที่เข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น และเรายังคงมีแผนที่จะเสริมความแข็งแกร่งในตลาดไทยตลอดทั้งปี 2564 นี้ เพื่อนำเสนอจิตวิญญาณและสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดที่สามารถตอบโจทย์แฟน ๆ ชาวไทยได้อย่างตรงจุดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เรายังเตรียมกิจกรรมฝึกทักษะการขับขีและทริปที่น่าสนุกอีกมากมายไว้ให้ลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดได้ร่วมสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกันในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปรับราคาใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ครอบคลุมมอเตอร์ไซค์รุ่นต่าง ๆ ดังนี้ บีเอ็มดับเบิลยู G 310 R ราคาใหม่ 170,000 บาท บีเอ็มดับเบิลยู G 310 GS ราคาใหม่ 195,000 บาท บีเอ็มดับเบิลยู F 750 GS ราคาใหม่เริ่มต้นที่ 419,000 บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS ราคาใหม่ เริ่มต้นที่ 459,000 บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS Adventure ราคาใหม่ 539,000 บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 XR ราคาใหม่ 749,000 บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R ราคาใหม่ 599,000 บีเอ็มดับเบิลยู R nineT ราคาใหม่ เริ่มต้นที่ 929,000 บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Urban G/S ราคาใหม่ 799,000 บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Racer ราคาใหม่ 799,000 บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Pure ราคาใหม่ 699,000 บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Scrambler ราคาใหม่ 799,000&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90918</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด, ยานยนต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210125/image_big_600e3c06a3a77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 23:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 22:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด จัดทดสอบ BMW F 900 R และ F 900 XR ใหม่ พร้อมพาชมสายการผลิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย พาสื่อมวลชนมุ่งหน้าสู่จังหวัดระยอง เปิดประสบการณ์ความสนุกสนานและสมรรถนะทรงพลังในสไตล์ไดนามิก โรดสเตอร์และแอดเวนเจอร์ สปอร์ต จากมอเตอร์ไซค์ขนาดมิดไซส์สองรุ่นใหม่ล่าสุด บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR บนระยะทางรวมกว่า 280 กิโลเมตร พร้อมเข้าชมสายการผลิตมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ณ โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง หนึ่งในโรงงานประกอบมอเตอร์ไซค์ที่สำคัญของบีเอ็มดับเบิลยูในภูมิภาคเอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมทดสอบรถครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;BMW Motorrad Discoveride&amp;rdquo; เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานและปลอดภัย โดยสื่อมวลชนได้ทดสอบฟีเจอร์และสมรรถนะต่าง ๆ ของบีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR อย่างเต็มที่ตลอดสองวัน เริ่มต้นด้วยการขับขี่บนเส้นทางจากสนามเอ็นดูโร่ พาร์ค ไทยแลนด์ จังหวัดชลบุรี เพื่อเตรียมความพร้อมเรื่องอุปกรณ์การขับขี่และรับฟังคำแนะนำเกี่ยวกับรถมอเตอร์ไซค์สองรุ่นใหม่จากทีมมาร์แชล ก่อนมุ่งหน้าสู่โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ในจังหวัดระยองและเดินทางเข้าสู่ที่พักในวันแรกของกิจกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเดินทางในวันแรกเมื่อออกจากสนามเอ็นดูโร่ พาร์ค ไทยแลนด์ เริ่มต้นด้วยเส้นทางรอบอ่างเก็บน้ำบางพระที่มีทางโค้งสนุก ๆ ให้ทำความคุ้นเคยกับรถด้วยความเร็วที่ไม่สูงมากนัก ต่อด้วยเส้นทางรอบอ่างเก็บน้ำหนองค้อที่เป็นถนนตัดผ่านพื้นที่เกษตรกรรมและมีทรายปกคลุมถนนในบางช่วง ซึ่งสื่อมวลชนได้ทดสอบระบบป้องกันการลื่นไถลของรถที่ตอบสนองได้ทุกสภาพพื้นผิวและเปลี่ยนค่าการทำงานในจังหวะที่รถเอียงอยู่ในโค้ง รวมถึงระบบช่วงล่าง Dynamic ESA ช่วยให้ขับขี่ผ่านทุกอุปสรรคบนถนนโดยไม่ต้องกลัวว่ารถจะเสียการควบคุม อีกทั้งยังได้ทดลองแรงบิดของรถที่พรั่งพรูลงพื้นถนนได้อย่างฉับไวตั้งแต่รอบต้น ๆ ของเครื่องยนต์บนถนนก่อนถึงโรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เพื่อเยี่ยมชมขั้นตอนการประกอบบีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และ F 900 XR ที่มีมาตรฐานระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนการเริ่มต้นขับขี่ในช่วงบ่าย เป็นการเรียนรู้วิธีเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับระบบติดต่อสื่อสารของมอเตอร์ไซค์ เพื่อเก็บข้อมูลการขับขี่ผ่านแอปพลิเคชั่น BMW MOTORRAD CONNECTED และเปลี่ยนหน้าจอแสดงผล TFT บนตัวรถให้แสดงผลในโหมดสปอร์ต ซึ่งจะแสดงการวัดรอบเครื่องยนต์เหมือนการแสดงผลแบบเข็มวัด พร้อมฟังก์ชั่นแสดงผลองศาการเอียงของรถ การทำงานของระบบ Dynamic Traction Control (DTC) ระดับการใช้เบรคในระหว่างการขับขี่ รวมถึงเก็บทุกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวรถและผู้ขับขี่ในช่วงบ่าย เพื่อใช้ประเมินผลการขับขี่ของทุกคนในช่วงค่ำ โดยเส้นทางช่วงบ่ายจะเป็นทางโค้งต่อเนื่องริมอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และทางตรงยาวก่อนถึงที่พัก หลังจากการขับขี่ในวันแรก ทีมครูฝึกยังได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลการขับขี่ของผู้ขับขี่ทุกคน จากข้อมูลที่เชื่อมต่อระหว่างสมาร์ทโฟนและตัวรถ รวมไปถึงข้อมูลจากหน้าจอบนตัวรถในระหว่างขับขี่ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของกิจกรรมในครั้งนี้ และยังนับเป็นครั้งแรกที่ผู้ขับขี่ได้มีโอกาสสัมผัสระบบที่ทันสมัยที่สุดบนมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด&amp;nbsp; ซึ่งบันทึกข้อมูลการใช้งานรถและผลการขับขี่ได้อย่างละเอียดและครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่สองของกิจกรรม จะเป็นการผสมผสานทุกรูปแบบของเส้นทางที่พบได้ในประเทศไทย ทั้งเส้นทางในย่านชุมชนที่มีทางแยกร่วมค่อนข้างถี่ เส้นทางหลวงยาว ๆ ที่สามารถทำความเร็วได้ รวมไปถึงทางโค้งที่มีระยะทางระหว่างโค้งแบบสั้นและแบบกว้างที่สามารถใช้ความเร็วได้ต่อเนื่อง กิจกรรมทดสอบการขับขี่ในครั้งนี้จึงเป็นการมอบประสบการณ์ที่ครบรสทั้งในด้านข้อมูล การใช้งานจริงบนเส้นทาง และการเข้าชมโรงงานบีเอ็มดับเบิลยู พร้อมคำแนะนำอย่างละเอียดจากทีมมาร์แชลเพื่อพัฒนาทักษะการขับขี่ให้เชี่ยวชาญยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R ใหม่ ราคาจำหน่าย: 495,000 บาท สำหรับสี Black Storm Metallic (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 520,000 บาท สำหรับสี Hockenheim Silver Metallic / Racing Red (Sport Style) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 525,000 บาท สำหรับสี San Marino Blue Metallic (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดของ บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และ F 900 XR&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR ใหม่ ราคาจำหน่าย: 535,000 บาท สำหรับสี Light White (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 550,000 บาท สำหรับสี Racing Red (Sport Style) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 550,000 บาท สำหรับสี Galvanic Gold Metallic (Exclusive Style) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R ใหม่ ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบอิสระในการขับขี่และตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายในไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ จึงเหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าสำหรับนักบิดสายสปอร์ต มากประสบการณ์หรือนักบิดมือใหม่ ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR ใหม่ นับเป็นที่สุดของมอเตอร์ไซค์ในตระกูลแอดเวนเจอร์ สปอร์ตอย่างแท้จริง ด้วยสมรรถนะโฉบเฉี่ยว ตำแหน่งการขับขี่แบบนั่งตรงสไตล์ GS ความสะดวกสบายในการขับขี่ระยะไกล ทั้งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และรูปลักษณ์ที่สื่อถึงความทรงพลัง เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ ความโดดเด่นของบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR ยังอยู่ที่การสืบทอดดีไซน์และคอนเซปต์ของมอเตอร์ไซค์ในตระกูล XR ที่ผสานความสปอร์ตและสมรรถนะแบบทัวริ่งเข้าไว้ได้อย่างลงตัว และยังมาพร้อมระบบ Keyless Ride ซึ่งล้วนเป็นคุณสมบัติที่ไม่เคยมีมาก่อนในมอเตอร์ไซค์ระดับกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และ F 900 XR ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีในการขับขี่ที่ล้ำสมัยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบป้องกันการลื่นไถลของล้อหลัง (MSR) จากการชะลอตัวหรือลดเกียร์ โดยจะควบคุมและเปลี่ยนแปลงกำลังของเอนจิ้นเบรคตามสภาพการยึดเกาะของถนนและ Riding Mode ที่เลือกใช้งานอยู่ในขณะนั้น ระบบเบรก ABS Pro ที่บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดนำมาติดตั้งในมอเตอร์ไซค์ขนาดมิดไซส์เป็นครั้งแรก มีจุดเด่นอยู่ที่การใช้เบรกหน้าแบบฉับพลันในจังหวะที่รถเอียงอยู่ในการเลี้ยวโค้งโดยไม่เสียเสถียรภาพการทรงตัว พร้อมระบบ Dynamic Brake Control (DBC) ที่ช่วยตัดกำลังขับและแรงดึงแปรผันจากเครื่องยนต์ในจังหวะที่ผู้ขับขี่ใช้เบรกแบบฉับพลัน จึงชะลอความเร็วหรือหยุดรถได้เต็มประสิทธิภาพในเวลาน้อยที่สุด ระบบไฟหน้า LED ที่ปรับองศาตามการเลี้ยวโค้ง (Adaptive Cornering Light) ระบบ Dynamic Traction Control (DTC) ป้องกันการลื่นไถลของล้อหลังและการยกตัวของล้อหน้าในจังหวะเปิดคันเร่งแบบฉับพลัน ป้องกันการยกตัวของล้อหลังในทุกสภาวะการขับขี่ ซึ่งจะเปลี่ยนค่าการทำงานตามโหมดการขับขี่และองศาการเอียงของรถใน Riding Modes Pro ที่ผู้ขับขี่ใช้ในขณะนั้น และระบบช่วงล่างไฟฟ้า Dynamic ESA ตรวจจับน้ำหนักบรรทุกในขณะขับขี่เพื่อปรับระดับของระบบช่วงล่างให้เหมาะสมกับทุกสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งบีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และ F 900 XR ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สองสูบแถวเรียงที่ทรงพลังยิ่งขึ้น หลังจากที่เปิดตัวไปพร้อมบีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS ในปี 2561 มอบพละกำลัง 73 กิโลวัตต์ (99 แรงม้า) แรงบิด 88 นิวตันเมตรที่ 6,750 รอบต่อนาที โดดเด่นด้วยขนาดของเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้นเป็น 895 ซีซี จาก 853 ซีซี พร้อมองศาการจุดระเบิดที่ 270/450 องศา และระบบเก็บเสียงแบบใหม่ มอบเสียงทรงพลังและเร้าใจยิ่งขึ้น ทั้งยังมาพร้อมระบบคลัทช์แบบ anti-hopping เพื่อมอบความปลอดภัยยิ่งขึ้นให้แก่ผู้ขับขี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และ F 900 XR ใหม่ สร้างความสนุกสนานในการขับขี่ด้วยโหมดการขับขี่ &amp;lsquo;Rain&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;Road&amp;rsquo; รวมทั้ง Riding Modes Pro เพื่อยกระดับความสปอร์ตให้เร้าใจยิ่งขึ้น เสริมความปลอดภัยด้วยระบบเบรก ABS Pro และระบบ ASC (Automatic Stability Control) ซึ่งสามารถเลือกเปิดหรือปิดได้ตามต้องการ พร้อมระบบ Dynamic Traction Control (DTC) ระบบ Dynamic Brake Control (DBC) และระบบ Dynamic ESA เช่นเดียวกับมอเตอร์ไซค์ GS ในตระกูล F-Series รุ่นอื่น ๆ บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และ F 900 XR มาในโครงสร้างเฟรมเหล็กกล้าที่เสริมความแข็งแกร่งให้แก่เครื่องยนต์และถังน้ำมันซึ่งติดตั้งอยู่ด้านหน้าคนขับ เช่นเคย การควบคุมล้อหน้าตอบสนองได้อย่างฉับไวด้วยโช้คแบบเทเลสโคปิก ส่วนล้อหลังควบคุมด้วยสวิงอาร์มคู่อะลูมิเนียมพร้อมระบบกันสะเทือนแบบ Central Suspension strut&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR มาพร้อมถังน้ำมันขนาด 15.5 ลิตร ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู F 900 R มาพร้อมถังน้ำมันขนาด 13 ลิตร โดยถังน้ำมันของทั้งสองรุ่นมีน้ำหนักเบาและผ่านกระบวนการเชื่อมด้วยพลาสติกที่นำมาใช้ในการผลิตมอเตอร์ไซค์เป็นครั้งแรก ขณะที่โครงสร้างการยึดเหล็กกล้าส่วนท้ายรถก็ได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานเป็นครั้งแรกในมอเตอร์ไซค์ทั้งสองรุ่นนี้เช่นกัน จึงทำให้ส่วนท้ายรถมีรูปลักษณ์ที่เพรียวและสั้นยิ่งขึ้น โดยบีเอ็มดับเบิลยู F 900 R ซึ่งเป็นโรดสเตอร์ที่ออกแบบมาสำหรับการขับขี่แบบสปอร์ตโดยเฉพาะ จะมีระยะสปริงที่สั้นกว่าบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR ที่เน้นการขับขี่ที่นุ่มสบายและหลากหลายกว่าในสไตล์แบบทัวริ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบไฟหน้า LED ที่ปรับองศาตามการเลี้ยวโค้ง (Adaptive Cornering Light) พร้อมระบบ Headlight Pro นอกจากจะสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่ยิ่งขึ้นแล้ว ยังนับว่าเป็นฟีเจอร์ที่โดดเด่นในมอเตอร์ไซค์ขนาดมิดไซส์ ทำให้การขับขี่เวลากลางคืนมีความอุ่นใจยิ่งขึ้นด้วยไฟหน้าส่องสว่างตามการเลี้ยวโค้ง และหลอดไฟ LED ที่ได้รับการติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับมอเตอร์ไซค์ในตระกูล F-Series ทุกรุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;---------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นรินทร โชติภิรมย์กุล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76995</URL_LINK>
                <HASHTAG>BMW, BMW F 900 R, F 900 XR, ทดลองขับ, บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด, ยานยนต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58f844d74f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2019 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2019 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดตัวมอเตอร์ไซค์ตระกูล GS สองรุ่นใหม่ล่าสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm -8.2pt 0pt 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -8.2pt 0pt 0cm;&quot;&gt;บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ปลุกจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยของนักบิดชาวไทยอีกครั้ง กับการเผยโฉมมอเตอร์ไซค์ระดับตำนานในตระกูล GS สองรุ่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่ และบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ใหม่ ที่เปี่ยมด้วยความแข็งแกร่งและแตกต่าง ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่แสดงถึงจิตวิญญาณของมอเตอร์ไซค์สายผจญภัยในตระกูล GS อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรง กระจกบังลม และการออกแบบตามหลักการยศาสตร์ในแบบฉบับ GS พร้อมเปิดมิติใหม่ของประสบการณ์การขับขี่ทุกเส้นทาง นอกจากนี้ ยังถือเป็นครั้งแรกที่มอเตอร์ไซค์ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับเทคโนโลยีระบบวาล์วแปรผันใหม่ BMW ShiftCam ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องยนต์ เติมเต็มสมรรถนะ มอบพละกำลังและความแรงอย่างเหนือชั้น ส่งกำลังได้อย่างราบรื่นและนุ่มนวล ทั้งยังประหยัดน้ำมัน และลดการปล่อยมลพิษอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -8.2pt 0pt 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -8.2pt 0pt 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -8.2pt 0pt 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt; คริสเตียน แซมลาวสกี้ ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย กล่าวว่า &amp;ldquo;หลังจากที่ได้เปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS Adventure ไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เรากลับมาสร้างความเร้าใจด้วยมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ถึงสองรุ่น คือ บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่ และบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นทั้งด้านดีไซน์ สมรรถนะ และฟังก์ชั่นที่ครบครัน โดยมอเตอร์ไซค์ทั้งสองรุ่นมีความโดดเด่นเหนือใครในเซกเมนต์พรีเมียม ผสานความปราดเปรียวเหมาะแก่การขับท่องเที่ยว ผจญภัย เข้ากับความสะดวกสบายในสไตล์ทัวริ่ง พร้อมตอบโจทย์นักบิดด้วยขุมพลังที่แรงขึ้น โดยน้องใหม่ล่าสุดทั้งสองรุ่นนี้ไม่เพียงแค่มาเสริมทัพมอเตอร์ไซค์ของเราเท่านั้น แต่ยังถือเป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ถึงศักยภาพของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย จังหวัดระยอง ในการขยายสายการประกอบมอเตอร์ไซค์ของสองรุ่นนี้ภายในประเทศ บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่ (Limited Edition) ราคาจำหน่าย: 1,085,000 บาท บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่ (Limited Edition) HP Styleราคาจำหน่าย: 1,105,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -1.1pt 0pt 0cm;&quot;&gt;สมาชิกล่าสุดของมอเตอร์ไซค์ในตระกูล GS อย่างบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่ ได้สานต่อเอกลักษณ์ความทรงพลัง ผสานกับสมรรถนะการควบคุมที่ยอดเยี่ยม ตอบโจทย์นักผจญภัยที่ต้องการท่องโลกกว้างทุกรูปแบบ บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ลูกสูบนอน 2 สูบ ขนาด 1,254 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศและของเหลว เติมเต็มสมรรถนะเครื่องยนต์ด้วยเทคโนโลยี BMW ShiftCam ที่เสริมความสมดุลของเพลาลูกเบี้ยวและจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่ มอบพละกำลังสูงสุด 100 กิโลวัตต์ / 136 แรงม้า ที่ 7,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 143 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบต่อนาที ช่วยให้รถมีสมรรถนะสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางหรือช่วงปลาย นอกจากนี้ เพลาลูกเบี้ยวยังเปลี่ยนมาขับเคลื่อนด้วยห่วงโซ่ฟันแทนโซ่ส่งกำลังแบบเดิม ส่วนระบบหัวฉีดคู่และระบบไอเสียใหม่ ผ่านการรับรองมาตรฐานยูโร 4 ที่เน้นประหยัดเชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลพิษสู่อากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;ระบบกันสะเทือนล้อหลังมีสวิงอาร์มอะลูมิเนียมเดี่ยวที่สามารถปรับตั้งค่าความหนืดและการยุบตัวของสปริงได้ด้วยระบบไฮดรอลิค ส่วนระบบช่วงล่างที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า หรือ Dynamic ESA นั้นจะปรับการตอบสนองของโช้คอัพได้ฉับไว ปรับค่าการสั่นสะเทือนให้เหมาะสมตามสภาพถนน ทำให้ขับขี่สบาย และบังคับตัวรถได้ดี โดยบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่ มาพร้อมโหมดการขับขี่สองแบบคือ &amp;lsquo;Rain&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;Road&amp;rsquo; และ Riding Modes Pro ที่เพิ่มโหมดการขับขี่แบบโปร คือ &amp;lsquo;Dynamic&amp;rsquo;, &amp;lsquo;Dynamic Pro&amp;rsquo;, &amp;lsquo;Enduro&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;Enduro Pro&amp;rsquo; เสริมด้วยระบบควบคุมการทรงตัวแบบอัตโนมัติ (ASC) และระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน (Hill Start Control) เพิ่มความปลอดภัยทุกการเข้าโค้งด้วยระบบ Dynamic Traction Control และ ABS Pro ที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนระบบ Dynamic Brake Control หรือ DBC ช่วยให้เบรคหลังทำงานได้ดียิ่งขึ้น โดยการตัดกำลังของเครื่องยนต์เมื่อเบรคในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้ยังบังคับรถและควบคุมได้ในทุกสภาวะการขับขี่ ฟังก์ชั่นเหล่านี้ช่วยให้ผู้ขับขี่ขับสนุก เพิ่มความปลอดภัย และมั่นใจในทุกเส้นทาง จอแสดงผลสีแบบ TFT ขนาด 6.5 นิ้ว ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่พลาดทุกการเชื่อมต่อ ทั้งยังมาพร้อมกับ BMW Motorrad Multi-Controller ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงการทำงานของรถและการเชื่อมต่อได้สะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;สำหรับเส้นสายในการดีไซน์ของบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่ นั้น ตอกย้ำถึงเอกลักษณ์อันดุดันของมอเตอร์ไซค์สายผจญภัยในตระกูล GS โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED สะดุดตา มาพร้อมล้อซี่ลวด ลาย Cross Spoke ที่แข็งแรง ทนทาน เหมาะแก่การขับขี่บนเส้นทางออฟโร้ด มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับชุดกล่องสัมภาระอะลูมิเนียม (Aluminum Panniers) 3 ใบ พร้อมสีของมอเตอร์ไซค์ที่มีให้เลือกสรร 2 สไตล์ด้วยกัน ได้แก่ สีดำ Black Storm Metallic และ HP Style ที่โดดเด่นด้วยสีขาว Light White สีน้ำเงิน Racing Blue Metallic และสีแดง Metallic Racing Red บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ใหม่ (Limited Edition) 
รุ่น Exclusive Style และ HP Style ราคาจำหน่าย: 1,174,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -29.45pt 0pt 0cm;&quot;&gt;บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ใหม่ สะท้อนดีเอ็นเอของนักผจญภัยด้วยสมรรถนะเต็มพิกัดเพื่อการขับขี่ออฟโร้ดอย่างแท้จริง จากขุมพลังเครื่องยนต์ลูกสูบนอน 2 สูบ ขนาด 1,254 ซีซี รุ่นเดียวกับบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่ ส่งกำลังสูงสุด 100 กิโลวัตต์ / 136 แรงม้า ที่ 7,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 143 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบต่อนาที ผลของการทำงานเทคโนโลยี BMW ShiftCam ช่วยเพิ่มแรงบิดกับเครื่องยนต์ ส่งกำลังได้ลื่นไหล พร้อมประหยัดเชื้อเพลิงตามมาตรฐานยูโร 4 และลดการปล่อยมลพิษสู่อากาศ สำหรับดีไซน์ของบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ใหม่ นั้นได้แสดงเอกลักษณ์ของมอเตอร์ไซค์สายผจญภัยได้อย่างโดดเด่น ขนาดตัวด้านกว้างนั้นกว้างกว่าบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่อย่างชัดเจน ขยายขนาดกระจกบังลมด้านหน้าให้กว้างขึ้นและสูงขึ้น ปรับระดับได้ ลดลมปะทะได้ดีขึ้น เสริมด้วยการ์ดแฮนด์ แข็งแรงทนทาน และชุดแครชบาร์ด้านข้างเพื่อป้องกันการกระแทก ส่วนตัวถังน้ำมันปรับให้จุมากขึ้นถึง 30 ลิตร เหมาะสำหรับการขับขี่ระยะไกล มาพร้อมไฟหน้า LED สะดุดตา ล้อซี่ลวด ลาย Cross Spoke และชุดกล่องสัมภาระอะลูมิเนียม (Aluminum Panniers) 3 ใบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -29.45pt 0pt 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;มอเตอร์ไซค์สายลุยรุ่นล่าสุดนี้ มาพร้อมโหมดการขับขี่สองแบบคือ &amp;lsquo;Rain&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;Road&amp;rsquo; และ Riding Modes Pro ที่เพิ่มโหมดการขับขี่แบบโปร คือ &amp;lsquo;Dynamic&amp;rsquo;, &amp;lsquo;Dynamic Pro&amp;rsquo;, &amp;lsquo;Enduro&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;Enduro Pro&amp;rsquo; เสริมด้วยระบบควบคุมการทรงตัวแบบอัตโนมัติ (ASC) และระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน (Hill Start Control) เพิ่มความปลอดภัยทุกการเข้าโค้งด้วยระบบ Dynamic Traction Control และ ABS Pro ที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนระบบ Dynamic Brake Control หรือ DBC ช่วยให้เบรคหลังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการตัดกำลังของเครื่องยนต์เมื่อเบรคในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้รถยังบังคับและควบคุมได้ในทุกสภาวะการขับขี่ พิชิตทุกสภาพเส้นทางไม่ว่าจะเป็นออนโร้ด หรือออฟโร้ดได้แบบปลอดภัยเหนือชั้น ผู้ขับขี่สามารถใช้งานทุกฟังก์ชันได้อย่างครบวงจรเพื่อการขับขี่ที่คล่องตัวและเปี่ยมประสิทธิภาพ ด้วยจอแสดงผลสี แบบ TFT ขนาด 6.5 นิ้ว ที่มาพร้อม BMW Motorrad Multi-Controller ทำให้เข้าถึงการทำงานของรถและการเชื่อมต่อได้สะดวกยิ่งขึ้น สำหรับสีของบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ใหม่ มีมาให้เลือกสรรใน 2 สไตล์ด้วยกัน ได้แก่ สีดำ Kalamata Metallic Matt สำหรับ Exclusive Style ส่วน HP Style เสริมความสปอร์ตด้วยการผสานสีขาว Light White Racing สีน้ำเงิน Blue Metallic และสีแดง Metallic Racing Red &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41698</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, R 1250 GS, R 1250 GS Adventure, ข่าวรถ, คริสเตียน แซมลาวสกี้, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด, รถใหม่, เปิดตัวมอเตอร์ไซค์ตระกูล GS สองรุ่นใหม่ล่าสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d36963b21636.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2019 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2019 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดตัวมอเตอร์ไซค์ตระกูล GS สองรุ่นใหม่ล่าสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm -8.2pt 0pt 0cm;&quot;&gt;บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ปลุกจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยของนักบิดชาวไทยอีกครั้ง กับการเผยโฉมมอเตอร์ไซค์ระดับตำนานในตระกูล GS สองรุ่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่ และบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ใหม่ ที่เปี่ยมด้วยความแข็งแกร่งและแตกต่าง ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่แสดงถึงจิตวิญญาณของมอเตอร์ไซค์สายผจญภัยในตระกูล GS อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรง กระจกบังลม และการออกแบบตามหลักการยศาสตร์ในแบบฉบับ GS พร้อมเปิดมิติใหม่ของประสบการณ์การขับขี่ทุกเส้นทาง นอกจากนี้ ยังถือเป็นครั้งแรกที่มอเตอร์ไซค์ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับเทคโนโลยีระบบวาล์วแปรผันใหม่ BMW ShiftCam ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องยนต์ เติมเต็มสมรรถนะ มอบพละกำลังและความแรงอย่างเหนือชั้น ส่งกำลังได้อย่างราบรื่นและนุ่มนวล ทั้งยังประหยัดน้ำมัน และลดการปล่อยมลพิษอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -8.2pt 0pt 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt; คริสเตียน แซมลาวสกี้ ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย กล่าวว่า &amp;ldquo;หลังจากที่ได้เปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS Adventure ไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เรากลับมาสร้างความเร้าใจด้วยมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ถึงสองรุ่น คือ บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่ และบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นทั้งด้านดีไซน์ สมรรถนะ และฟังก์ชั่นที่ครบครัน โดยมอเตอร์ไซค์ทั้งสองรุ่นมีความโดดเด่นเหนือใครในเซกเมนต์พรีเมียม ผสานความปราดเปรียวเหมาะแก่การขับท่องเที่ยว ผจญภัย เข้ากับความสะดวกสบายในสไตล์ทัวริ่ง พร้อมตอบโจทย์นักบิดด้วยขุมพลังที่แรงขึ้น โดยน้องใหม่ล่าสุดทั้งสองรุ่นนี้ไม่เพียงแค่มาเสริมทัพมอเตอร์ไซค์ของเราเท่านั้น แต่ยังถือเป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ถึงศักยภาพของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย จังหวัดระยอง ในการขยายสายการประกอบมอเตอร์ไซค์ของสองรุ่นนี้ภายในประเทศ บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่ (Limited Edition) ราคาจำหน่าย: 1,085,000 บาท บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่ (Limited Edition) HP Styleราคาจำหน่าย: 1,105,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -1.1pt 0pt 0cm;&quot;&gt;สมาชิกล่าสุดของมอเตอร์ไซค์ในตระกูล GS อย่างบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่ ได้สานต่อเอกลักษณ์ความทรงพลัง ผสานกับสมรรถนะการควบคุมที่ยอดเยี่ยม ตอบโจทย์นักผจญภัยที่ต้องการท่องโลกกว้างทุกรูปแบบ บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ลูกสูบนอน 2 สูบ ขนาด 1,254 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศและของเหลว เติมเต็มสมรรถนะเครื่องยนต์ด้วยเทคโนโลยี BMW ShiftCam ที่เสริมความสมดุลของเพลาลูกเบี้ยวและจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่ มอบพละกำลังสูงสุด 100 กิโลวัตต์ / 136 แรงม้า ที่ 7,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 143 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบต่อนาที ช่วยให้รถมีสมรรถนะสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางหรือช่วงปลาย นอกจากนี้ เพลาลูกเบี้ยวยังเปลี่ยนมาขับเคลื่อนด้วยห่วงโซ่ฟันแทนโซ่ส่งกำลังแบบเดิม ส่วนระบบหัวฉีดคู่และระบบไอเสียใหม่ ผ่านการรับรองมาตรฐานยูโร 4 ที่เน้นประหยัดเชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลพิษสู่อากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;ระบบกันสะเทือนล้อหลังมีสวิงอาร์มอะลูมิเนียมเดี่ยวที่สามารถปรับตั้งค่าความหนืดและการยุบตัวของสปริงได้ด้วยระบบไฮดรอลิค ส่วนระบบช่วงล่างที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า หรือ Dynamic ESA นั้นจะปรับการตอบสนองของโช้คอัพได้ฉับไว ปรับค่าการสั่นสะเทือนให้เหมาะสมตามสภาพถนน ทำให้ขับขี่สบาย และบังคับตัวรถได้ดี โดยบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่ มาพร้อมโหมดการขับขี่สองแบบคือ &amp;lsquo;Rain&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;Road&amp;rsquo; และ Riding Modes Pro ที่เพิ่มโหมดการขับขี่แบบโปร คือ &amp;lsquo;Dynamic&amp;rsquo;, &amp;lsquo;Dynamic Pro&amp;rsquo;, &amp;lsquo;Enduro&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;Enduro Pro&amp;rsquo; เสริมด้วยระบบควบคุมการทรงตัวแบบอัตโนมัติ (ASC) และระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน (Hill Start Control) เพิ่มความปลอดภัยทุกการเข้าโค้งด้วยระบบ Dynamic Traction Control และ ABS Pro ที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนระบบ Dynamic Brake Control หรือ DBC ช่วยให้เบรคหลังทำงานได้ดียิ่งขึ้น โดยการตัดกำลังของเครื่องยนต์เมื่อเบรคในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้ยังบังคับรถและควบคุมได้ในทุกสภาวะการขับขี่ ฟังก์ชั่นเหล่านี้ช่วยให้ผู้ขับขี่ขับสนุก เพิ่มความปลอดภัย และมั่นใจในทุกเส้นทาง จอแสดงผลสีแบบ TFT ขนาด 6.5 นิ้ว ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่พลาดทุกการเชื่อมต่อ ทั้งยังมาพร้อมกับ BMW Motorrad Multi-Controller ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงการทำงานของรถและการเชื่อมต่อได้สะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;สำหรับเส้นสายในการดีไซน์ของบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่ นั้น ตอกย้ำถึงเอกลักษณ์อันดุดันของมอเตอร์ไซค์สายผจญภัยในตระกูล GS โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED สะดุดตา มาพร้อมล้อซี่ลวด ลาย Cross Spoke ที่แข็งแรง ทนทาน เหมาะแก่การขับขี่บนเส้นทางออฟโร้ด มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับชุดกล่องสัมภาระอะลูมิเนียม (Aluminum Panniers) 3 ใบ พร้อมสีของมอเตอร์ไซค์ที่มีให้เลือกสรร 2 สไตล์ด้วยกัน ได้แก่ สีดำ Black Storm Metallic และ HP Style ที่โดดเด่นด้วยสีขาว Light White สีน้ำเงิน Racing Blue Metallic และสีแดง Metallic Racing Red บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ใหม่ (Limited Edition) 
รุ่น Exclusive Style และ HP Style ราคาจำหน่าย: 1,174,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -29.45pt 0pt 0cm;&quot;&gt;บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ใหม่ สะท้อนดีเอ็นเอของนักผจญภัยด้วยสมรรถนะเต็มพิกัดเพื่อการขับขี่ออฟโร้ดอย่างแท้จริง จากขุมพลังเครื่องยนต์ลูกสูบนอน 2 สูบ ขนาด 1,254 ซีซี รุ่นเดียวกับบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่ ส่งกำลังสูงสุด 100 กิโลวัตต์ / 136 แรงม้า ที่ 7,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 143 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบต่อนาที ผลของการทำงานเทคโนโลยี BMW ShiftCam ช่วยเพิ่มแรงบิดกับเครื่องยนต์ ส่งกำลังได้ลื่นไหล พร้อมประหยัดเชื้อเพลิงตามมาตรฐานยูโร 4 และลดการปล่อยมลพิษสู่อากาศ สำหรับดีไซน์ของบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ใหม่ นั้นได้แสดงเอกลักษณ์ของมอเตอร์ไซค์สายผจญภัยได้อย่างโดดเด่น ขนาดตัวด้านกว้างนั้นกว้างกว่าบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่อย่างชัดเจน ขยายขนาดกระจกบังลมด้านหน้าให้กว้างขึ้นและสูงขึ้น ปรับระดับได้ ลดลมปะทะได้ดีขึ้น เสริมด้วยการ์ดแฮนด์ แข็งแรงทนทาน และชุดแครชบาร์ด้านข้างเพื่อป้องกันการกระแทก ส่วนตัวถังน้ำมันปรับให้จุมากขึ้นถึง 30 ลิตร เหมาะสำหรับการขับขี่ระยะไกล มาพร้อมไฟหน้า LED สะดุดตา ล้อซี่ลวด ลาย Cross Spoke และชุดกล่องสัมภาระอะลูมิเนียม (Aluminum Panniers) 3 ใบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -29.45pt 0pt 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;มอเตอร์ไซค์สายลุยรุ่นล่าสุดนี้ มาพร้อมโหมดการขับขี่สองแบบคือ &amp;lsquo;Rain&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;Road&amp;rsquo; และ Riding Modes Pro ที่เพิ่มโหมดการขับขี่แบบโปร คือ &amp;lsquo;Dynamic&amp;rsquo;, &amp;lsquo;Dynamic Pro&amp;rsquo;, &amp;lsquo;Enduro&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;Enduro Pro&amp;rsquo; เสริมด้วยระบบควบคุมการทรงตัวแบบอัตโนมัติ (ASC) และระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน (Hill Start Control) เพิ่มความปลอดภัยทุกการเข้าโค้งด้วยระบบ Dynamic Traction Control และ ABS Pro ที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนระบบ Dynamic Brake Control หรือ DBC ช่วยให้เบรคหลังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการตัดกำลังของเครื่องยนต์เมื่อเบรคในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้รถยังบังคับและควบคุมได้ในทุกสภาวะการขับขี่ พิชิตทุกสภาพเส้นทางไม่ว่าจะเป็นออนโร้ด หรือออฟโร้ดได้แบบปลอดภัยเหนือชั้น ผู้ขับขี่สามารถใช้งานทุกฟังก์ชันได้อย่างครบวงจรเพื่อการขับขี่ที่คล่องตัวและเปี่ยมประสิทธิภาพ ด้วยจอแสดงผลสี แบบ TFT ขนาด 6.5 นิ้ว ที่มาพร้อม BMW Motorrad Multi-Controller ทำให้เข้าถึงการทำงานของรถและการเชื่อมต่อได้สะดวกยิ่งขึ้น สำหรับสีของบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ใหม่ มีมาให้เลือกสรรใน 2 สไตล์ด้วยกัน ได้แก่ สีดำ Kalamata Metallic Matt สำหรับ Exclusive Style ส่วน HP Style เสริมความสปอร์ตด้วยการผสานสีขาว Light White Racing สีน้ำเงิน Blue Metallic และสีแดง Metallic Racing Red &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41697</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, R 1250 GS, R 1250 GS Adventure, ข่าวรถ, คริสเตียน แซมลาวสกี้, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด, รถใหม่, เปิดตัวมอเตอร์ไซค์ตระกูล GS สองรุ่นใหม่ล่าสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d36963b21636.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2019 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2019 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มอบข้อเสนอมอเตอร์ไซค์ GS พิเศษสุดถึง 3 ต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;อีกเพียงแค่สองเดือนเท่านั้นกับการเฟ้นหานักบิดสายออฟโรดตัวจริงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในการแข่งขันรอบคัดเลือก GS Trophy Thailand Qualifier 2019 ณ คีรีมายา รีสอร์ท เขาใหญ่ วันที่ 2-3 สิงหาคม 2562 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ซึ่งจะได้ร่วมลุ้นกับบรรดานักบิด GS แถวหน้าของไทยที่เข้าร่วมชิงตำแหน่งแชมป์ในสุดยอดการผจญภัยออฟโรดระดับโลก International GS Trophy 2020 ณ ประเทศนิวซีแลนด์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;สำหรับสิงห์มอเตอร์ไซค์สายพันธุ์นักสู้ และใฝ่ฝันเข้าร่วมพิสูจน์ดีเอ็นเอนักผจญภัยในการแข่งขันรอบคัดเลือกที่จะถึงนี้ สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้นอกจากฝีมือการบิดและทักษะการเอาตัวรอดที่ยอดเยี่ยม คือมอเตอร์ไซค์ GS คู่ใจ หนึ่งในหัวใจหลักของการแข่งขัน GS Trophy โดยบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ได้กำหนดมอเตอร์ไซค์ในตระกูล GS ที่สามารถใช้ในการแข่งขันไว้มากถึง 18 รุ่น และสำหรับผู้ที่กำลังมองหา มอเตอร์ไซค์ GS สมรรถนะเหนือชั้นมาครอบครอง บีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS และ R 1200 GS Adventure เป็นอีกตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบในการพานักบิดตะลุยผ่านสิ่งกีดขวางและด่านทดสอบต่าง ๆ ด้วยเครื่องยนต์บ๊อกเซอร์สองสูบที่มีระบบหล่อเย็นด้วยอากาศและน้ำให้พละกำลังสูงสุดที่ 92 กิโลวัตต์ / 125 แรงม้าที่ 7,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 125 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที โลดแล่นด้วยความเร็วสูงสุดมากกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อีกทั้งยังโดดเด่นจากสมรรถนะในการขับขี่ ด้วยโหมดการขับขี่ &amp;ldquo;Rain&amp;rdquo;, &amp;ldquo;Road&amp;rdquo;, &amp;ldquo;Dynamic&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;Enduro&amp;rdquo; โดยมีโหมดการขับขี่แบบ Pro อีกสองโหมด ได้แก่ &amp;ldquo;Dynamic Pro&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;Enduro Pro&amp;rdquo; ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ พร้อมหน้าจอสีแสดงผลคุณภาพสูง TFT เพื่อการขับขี่แบบออฟโรดเต็มประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ยังได้มอบข้อเสนอสุดพิเศษถึง 3 ต่อ สำหรับผู้ที่ซื้อบีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS และ R 1200 GS Adventure ตั้งแต่วันนี้ &amp;ndash; 31 สิงหาคม 2562  ฟรีแพ็คเกจ BMW Motorrad Service Inclusive ระยะเวลา 3 ปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ฟรี Aluminum Panniers 3 ใบ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 3 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39681</URL_LINK>
                <HASHTAG>GS Trophy, GS Trophy Thailand Qualifier 2019, International GS Trophy 2020, nattythaipost, R 1200 GS, R 1200 GS Adventure, thaipost, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด, ยานยนต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190628/image_big_5d158ee53bab3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวมพลสิงห์นักบิดสู่ BMW Motorrad Days 2018</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย สานความต่อเนื่องกับกิจกรรมประจำปีของการรวมพลสิงห์นักบิดทั่วประเทศ ในงาน BMW Motorrad Days 2018 กับปีที่สามของเทศกาลมอเตอร์ไซค์ที่เนรมิตบรรยากาศ PURE &amp;amp; CRAFTED ท่ามกลางขุนเขาของสนาม 8 Speed เขาใหญ่ ให้ผู้เข้าร่วมงานได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมมากมาย ทั้งสินค้าสำหรับสาวกบิ๊กไบค์ในสไตล์แฮนด์ คราฟต์ มินิคอนเสิร์ตจากสิงโต นำโชค ทีโบน และป้าง นครินทร์ กิ่งศักดิ์ โดยมีไฮไลต์ที่ปลดปล่อยความมันส์เคล้าสารอะดรีนาลินกับ Fun Race ทั้ง Drag Lane การแข่งความเร็วแบบ 1 ต่อ 1 บนทางตรงในระยะ 201 เมตร ที่จำลองบรรยากาศการแข่งขันสไตล์วินเทจจากงาน Glemseck ในเยอรมนี Dust Lane การแข่งขันแบบ Fun Dirt Race สไตล์ฟาสต์ แทรค บนพื้นหญ้าด้วยรถมินิ เทรล ไบค์ ที่สร้างความสนุกสนานให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ที่สำคัญกับการใกล้ชิด Mr. GS Trophy ในตำนาน ทอม วูลฟ์ ที่มาเปิดประสบการณ์การขับขี่มอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ครบทั้งออน โร้ด และออฟ โร้ด มอบความสนุกสนานอย่างปลอดภัยให้กับบรรดาสิงห์นักบิดที่ร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2561 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย สร้างสถิติความสำเร็จเป็นประวัติการณ์ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิ จำนวน 8,903 คัน ซึ่งสูงขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 15.6% ในขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ก็ประสบความสำเร็จด้วยยอดส่งมอบรถมอเตอร์ไซค์รวม 1,425 คัน เพิ่มขึ้น 9.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่มีต่อตลาดในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะตลาดประเทศไทย ว่าเป็นตลาดที่สามารถเติบโตได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่ตั้ง ฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง และพนักงานผู้เชี่ยวชาญในด้านยนตรกรรม ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการประกอบยนตรกรรมของบีเอ็มดับเบิลยูในภูมิภาคอาเซียนที่ผ่านมานอกจากนี้ โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย มีการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการขยายกระบวนการประกอบภายในโรงงานและเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สืบเนื่องจากการจัดซื้อชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศไทยในแต่ละปีเป็นจำนวนมากเพื่อป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในประเทศและเพื่อส่งออก คิดเป็นมูลค่ากว่า 4 พันล้านบาทต่อปี บีเอ็มดับเบิลยูจึงจัดตั้งสำนักงานจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ขึ้นในประเทศไทยด้วย เพื่อจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์จากซัพพลายเออร์ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับเครือข่ายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยู 30 แห่ง ใน 14 ประเทศทั่วโลก เดือนตุลาคม พ.ศ. 2561 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย สามารถประกอบรถยนต์รุ่นต่างๆ ทั้งหมด 15 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 1 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 Gran Turismo บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 บีเอ็มดับเบิลยู X1 และบีเอ็มดับเบิลยู X5 สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู F 800 R บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS บีเอ็มดับเบิลยู F 750 GS บีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS บีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS Adventure บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR และ บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 XR นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทยยังขยายสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด 4 รุ่นในประเทศไทย ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู 330e บีเอ็มดับเบิลยู 530e บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e M Sport และบีเอ็มดับเบิลยู 740Le&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23439</URL_LINK>
                <HASHTAG>biker, ข่าวยานยนต์, ข่าวรถจักรยานยนต์, ข่าวรถไทยโพสต์, ทดลองขับ, บิ๊กไบค์, บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด, รีวิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181204/image_big_5c06020745b05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
