<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114833</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2021 21:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;นคราธานี&quot;เดินหน้าสู่ SHA  เที่ยวปลอดภัยห่างไกลโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ททท.สำนักงานอุดรธานี ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านท่องเที่ยวทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ ร่วมกันระดมความคิดและขับเคลื่อนการท่องเที่ยว ในพื้นที่ จังหวัดอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ ให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ยุคโควิด ภายใต้ชื่อกลุ่ม &amp;ldquo;นคราธานี&amp;rdquo; พร้อมเตรียมผู้ประกอบการยกระดับมาตรฐานบริการ สู่ SHA &amp;nbsp;ท่องเที่ยวปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นางธนภร พูลเพิ่ม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุดรธานี เปิดเผยว่าจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติ&amp;nbsp; สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในพื้นที่&amp;nbsp; รับผิดชอบ ประกอบด้วย จังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองคาย และ จังหวัดบึงกาฬ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังไม่เปิดให้บริการได้อย่างเต็มที่&amp;nbsp; หรือบางแห่งเปิดได้ภายใต้เงื่อนไขของมาตรการของจังหวัด&amp;nbsp; และ หน่วยงานที่รับผิดชอบ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ททท.สำนักงานอุดรธานี&amp;nbsp; จึงปรับแผนการทำงานให้เข้ากับการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ เข้าสู่ยุค New Normal&amp;nbsp; โดยใช้โอกาสนี้ มุ่งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการต่างๆ ในพื้นที่ เข้าร่วมโครงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย หรือ Amazing Thailand Safety &amp;amp; Health Administration (SHA) ให้มากที่สุด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;เครื่องหมายมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุข SHA&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้วยการเปิดคลินิกเรื่อง SHA ขึ้นมาโดยเฉพาะ และมีการจัดส่งทีมเจ้าหน้าที่ของ ททท. ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ และสถานประกอบการทางด้านการท่องเที่ยว 10 ประเภทในการเข้าสู่กระบวนการ ขณะนี้ตัวเลขเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2564&amp;nbsp; ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี มีผู้เข้าร่วมโครงการยกระดับมาตรฐาน SHA จำนวน 126 ราย จังหวัดหนองคาย 76 ราย&amp;nbsp; และบึงกาฬ 19 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับผู้ประกอบการ&amp;nbsp; 10 ประเภทกิจการ ตามที่กำหนดไว้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้แก่ 1.ภัตตาคาร ร้านอาหาร 2.โรงแรม ที่พัก สถานที่จัดประชุม 3.นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว 4.ยานพาหนะ 5. บริษัทนำเที่ยว 6.สุขภาพและความงาม 7.ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า 8.กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว 9.โรงละคร โรงมหรสพ การจัดกิจกรรม และ 10.ร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ตักบาตรเช้า วิถีชุมชน เสน่ห์วิถีไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับโครงการมาตรฐาน SHA เกิดขึ้นจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp; โดย ททท.ร่วมกับกรมควบคุมโรค&amp;nbsp; กรมอนามัย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข มีเป้าหมายเพื่อยกมาตรฐานการบริการที่มีความปลอดภัยด้านสุขอนามัย โดยเชิญชวนผู้ประกอบการและสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องแต่ละพื้นที่เข้าร่วมโครงการ ผู้ที่ผ่านมาตรฐานการประเมิน จะได้รับเครื่องหมาย SHA เป็นสัญลักษณ์ เพื่อเพิ่มความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้อำนวยการททท.สำนักงานอุดรธานี กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;ขณะเดียวกันทางสำนักงานได้ทำประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวหรือประชาชนทั่วไปที่เดินทางมาท่องเที่ยว หรือพักผ่อน ใน 3 จังหวัดคือ อุดรธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนองคาย และ บึงกาฬ&amp;nbsp; ให้ใช้บริการผู้ประกอบการที่ได้รับมาตรฐาน SHA&amp;nbsp; ที่นอกจาก จะทำให้ทุกท่าน ได้รับความมั่นใจในเรื่องสุขอนามัยและปลอดภัยจากโควิด-19&amp;nbsp; แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยังได้รับการบริการในด้านความสะดวก สะอาด ราคาเป็นธรรม และยังเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; และในช่วงสำคัญจะมีการจัดกิจกรรมโปรโมชั่น มอบของแถม ส่วนลดต่างๆ&amp;nbsp; ที่ ททท. ร่วมกับผู้ประกอบการจัดขึ้น มอบให้ผู้ใช้บริการอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับช่วงนี้&amp;nbsp; ททท.เน้นการสื่อสารในช่องทางออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ไลน์ ยูทูบ ของ ททท. สำนักงานอุดรธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ ยังมีการแชร์ความเคลื่อนไหวเชื่อมโยงกับ ททท.ของสำนักงานต่างๆ ในภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด&amp;nbsp; เพื่อสื่อสารเรื่องราวจากแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ให้ประชาชนทั่วไปรับทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ททท.สำนักงานอุดรธานี ยังนำเสนอเรื่องราวของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ให้ผู้สนใจเข้ามาชื่นชมบรรยากาศที่สวยงาม เป็นการผ่อนคลายความเครียดจากสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้ง ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจและเป็นข้อมูลให้ประชาชนใช้ประโยชน์ หากสถานการณ์ปกติและกลับมาเดินทางท่องเที่ยวได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยนำข้อมูลและโพสต์ปักหมุดเอาไว้ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ในระบบอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ผู้สนใจเปิดค้นหาข้อมูลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และตลอดเวลา เน้นแหล่งท่องเที่ยวครอบคลุม 3 จังหวัด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;วัดป่าภูก้อน จ.อุดรธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ทะเลบัวแดง แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่สวยงาม จ.อุดรธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เริ่มที่จังหวัดอุดรธานี อาทิ&amp;nbsp; แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมะ วัดป่าภูก้อน,&amp;nbsp; วัดป่าผาสุการาม ,&amp;nbsp; วัดมงคลนิมิต,&amp;nbsp; วัดหลวงพ่อนาค&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วัดนาคาเทวี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วัดป่าบ้านตาด วัดเขาช่องขาด,&amp;nbsp; วัดภูตะเภาทอง, แหล่งท่องเที่ยวเชิงความเชื่อ ท้าวเวสสุวรรณ,&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำชะโนด&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ทะเลบัวแดง,&amp;nbsp; สวนดอกไม้บ้านห้วยสำราญ,&amp;nbsp;&amp;nbsp; สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม&amp;nbsp; แหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลาดผ้านาข่า&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองหนองคาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;สกายวอร์ค วัดผาตากเสื้อ จ.หนองคาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนจังหวัดหนองคายมีสถานที่แนะนำหลายแห่ง&amp;nbsp; อาทิ วัดดงแขม,&amp;nbsp;&amp;nbsp; และวัดพระใส,&amp;nbsp;&amp;nbsp; วัดถ้ำศรีมงคล,&amp;nbsp; พระธาตุบังพวน,&amp;nbsp; สกายวอร์ค, วัดผาตากเสื้อ,&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลาดท่าเสด็จ&amp;nbsp; จังหวัดหนองคาย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ธรรมชาติจากภูลังกา อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;บรรยากาศริมโขงยามเช้า อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;พิพิธภัณฑ์ชุมชนชนมีชีวิต&amp;nbsp;จ.บึงกาฬ แหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตชาวอีสาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จังหวัดบึงกาฬ แนะนำ พิพิธภัณฑ์ชุมชนชนมีชีวิต,&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภูสิงห์ (หินสามวาฬ)&amp;nbsp; , หลวงพ่อพระใหญ่ ,วัดโพธาราม,&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศาลเจ้าแม่สองนาง,&amp;nbsp; ตลาดลาว,&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หาดคำสมบูรณ์, วัดถ้ำศรีธน&amp;nbsp; ,&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิวภูลังกา&amp;nbsp; บรรยากาศริมแม่น้ำโขง ,&amp;nbsp; น้ำตกเจ็ดสี , น้ำตกภูถ้ำพระ,&amp;nbsp;&amp;nbsp; บึงโขงหลง ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานอุดรธานี&amp;nbsp; กล่าวต่อว่า&amp;nbsp; ททท.ภาคอีสานยังมีการไลฟ์สดผ่านเพจของ ททท.สำนักงานอุดรธานี&amp;nbsp; โดยเชิญตัวแทนของ ททท. ผู้ประกอบการ ตัวแทนชุมชนในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว เข้ามารายงานสถานการณ์ต่างๆ แนะนำข้อมูลในพื้นที่ รวมทั้งจำหน่ายสินค้าต่างๆ ของแต่ละจังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาทิ เส้นทางสายผ้าทอพื้นเมือง&amp;nbsp; , แนะนำแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่น่าสนใจ เปิดใหม่ หรือมีโปรโมชั่น&amp;nbsp; ,จำหน่ายสินค้าเกษตรและสินค้าชุมชนโอท็อปต่างๆก&amp;nbsp;&amp;nbsp; , นำเสนอความสำคัญของมาตรฐาน SHA&amp;nbsp;&amp;nbsp; และมีกิจกรรมมอบของรางวัลให้แก่ประชาชนที่ติดตามชม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;กิจกรรมชวนเที่ยวนคราธานี ช่วงไลฟ์สดที่จัดขึ้นเป็นประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ เมื่อถึงช่วงเทศกาลยังมีการไลฟ์สดประเพณีวัฒนธรรมต่างๆ อันเป็นอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น ให้ประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมกิจกรรมได้รับทราบอีกด้วย อย่างเช่นประเพณีเข้าพรรษาของแต่ละชุมชนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้อำนวยการททท.สำนักงานอุดรธานี ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะเดียวกัน ก่อนหน้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาดรอบใหม่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; ททท.&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักงานอุดรธานี เล็งเห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของทั้ง 3 จังหวัด &amp;nbsp;จึงมีแนวคิดบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านท่องเที่ยวทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อระดมความคิดและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ภายใต้ชื่อกลุ่มอันเป็นมงคล &amp;ldquo;นคราธานี&amp;rdquo; เพื่อเป็นการร่วมมือกันทำงานและช่วยเหลือเยียวยา รวมทั้งช่วยกันฟื้นฟูผู้ประกอบการทุกระดับ ให้ผ่านพ้นความยากลำบากใน สถานการณ์โควิด-19 ไปได้ด้วยกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ตัวอย่างงานหัตถกรรมฝีมือชาวชุมชนในพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในจังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองคาย และ จังหวัดบึงกาฬ ได้ผ่านFacebook :&amp;nbsp; ททท.สำนักงานอุดรธานี - TatUdon&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ เว็บไซต์ www.เที่ยวอีสาน.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;สรณะ รายงาน &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114833</URL_LINK>
                <HASHTAG>Amazing Thailand Safety &amp; Health Administration (SHA), New Normal, SHA, กรมควบคุมโรค, กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, กรมอนามัย, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงสาธารณสุข, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, จังหวัดอุดรธานี, ททท., ท่องเที่ยวปลอดภัย, นคราธานี, นางธนภร พูลเพิ่ม, บึงกาฬ, ยกระดับมาตรฐานบริการ, สำนักงานอุดรธานี, หนองคาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210828/image_big_6129e42f11b60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108523</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่วยโควิดยังทะลุ6พัน! จับตา‘เดลตา’ลามตจว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดเชื้อโควิดยังพุ่งขึ้นเรื่อยๆ ทะลุ 6 พันรายเป็นวันที่สองติดต่อกัน เหลืออีกแค่ 4 จังหวัดไม่พบผู้ติดเชื้อ พังงา ชัยนาท บึงกาฬ และแม่ฮ่องสอน &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมควบคุมโรคยอมรับน่าห่วง &amp;quot; เดลตา&amp;quot; แพร่เร็วลงไปถึงครอบครัว จับตาต่างจังหวัดหลังแรงงานกลับถิ่น &amp;quot;ตรัง&amp;quot; เจอแล้วสายพันธุ์อินเดีย เดินทางจาก กทม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6,230 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 5,932 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 4,412 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 1,520 ราย, จากเรือนจำและที่ต้องขัง 294 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 4 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 277,151 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 3,159 ราย ยอดรวมหายป่วยแล้ว 217,499 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 57,470 ราย อาการหนัก 2,045 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 589 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 41 ราย เป็นชาย 21 ราย หญิง 20 ราย อยู่ใน กทม. 29 ราย, ยะลา สมุทรสาคร จังหวัดละ 2 ราย, กาญจนบุรี กำแพงเพชร ฉะเชิงเทรา นนทบุรี นครนายก ระนอง อ่างทอง อุดรธานี จังหวัดละ 1 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 2,182 ราย ขณะที่การฉีดวัคซีนวันที่ 2 ก.ค. 345,109 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 275,533 ราย เข็มที่สอง 69,576 ราย ทำให้ขณะนี้มียอดฉีดสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 10,572,292 โดส ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม 183,850,940 ราย เสียชีวิตสะสม 3,979,901 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดแรกที่มีผู้ป่วยรายใหม่สูงสุด ได้แก่ กทม. 1,971 ราย, &amp;nbsp;สมุทรปราการ 479 ราย, ปทุมธานี 448 ราย, ชลบุรี 294 ราย, สมุทรสาคร 277 ราย, นนทบุรี 257 ราย, ปัตตานี 197 ราย, &amp;nbsp;สงขลา 172 ราย, นครปฐม 169 ราย และยะลา 159 ราย ส่วนคลัสเตอร์ใหม่พบใน จ.ชลบุรี อ.บางละมุง โรงงานน้ำแข็ง มีผู้ติดเชื้อ 56 ราย และ จ.นครปฐม อ.กำแพงแสน พบคลัสเตอร์ใหม่ในมหาวิทยาลัย 6 ราย และ อ.สามพราน พบในโรงงานเฟอร์นิเจอร์ 11 ราย โดยวันนี้มีเพียง 4 จังหวัดเท่านั้นที่ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ คือ พังงา ชัยนาท บึงกาฬ และแม่ฮ่องสอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ว่าสถานการณ์ของไทยน่าเป็นห่วง อีกทั้งสายพันธุ์เดลตาที่เข้ามาใหม่มีการแพร่เชื้อที่เร็ว แต่การแพร่ระบาดในช่วงหลังจะมีการแพร่ระบาดจะอยู่ในพื้นที่แออัดอย่างเช่น โรงงาน และลามไปยังครัวเรือนมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล แต่เมื่อมีมาตรการปิดแคมป์ ทำให้ผู้ติดเชื้อเดินทางไปต่างจังหวัด ซึ่งในต่างจังหวัดได้รับการประสานงานและควบคุมโรคได้อย่างรวดเร็ว จะต้องติดตามดูในอีกสักระยะหนึ่งถึงสองเดือนข้างหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่าหากประชาชนช่วยกันลดการแพร่เชื้อในระยะนี้ ตัวเลขก็จะค่อยๆ ลดลง นอกจากนี้ยังต้องจับตาดูกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มที่มีโรคเรื้อรัง เพราะอยู่ในช่วงที่อาจจะเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ มาตรการสำคัญคือเร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มเสี่ยงกลุ่มเปราะบางให้ได้มากที่สุด ซึ่งหลังจากฉีดวัคซีนไปแล้วในคนกลุ่มนี้ รอประมาณ 2 สัปดาห์ภูมิคุ้มกันก็จะขึ้น และจะลดอัตราการเสียชีวิตได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 479 ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน &amp;nbsp;417 ราย, อำเภอเมืองสมุทรปราการ จำนวน 142 ราย, อำเภอพระประแดง จำนวน 69 ราย, อำเภอพระสมุทรเจดีย์ 43 ราย, อำเภอบางพลีจำนวน 141 ราย, อำเภอบางเสาธงจำนวน 16 ราย, อำเภอบางบ่อ จำนวน 6 &amp;nbsp; ราย, โรงพยาบาลเอกชนรับมารักษาต่อในสมุทรปราการ จำนวน 62 ราย ไม่มีเสียชีวิต รวมเสียชีวิตสะสม 177 ราย การตรวจคัดกรองเฝ้าระวังในคลินิก ARI และในชุมชน จำนวน 232,652 ราย พบเชื้อ 15,375 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินจังหวัดนครราชสีมา โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฯ รายงานสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 44 ราย กระจายอยู่ในหลายอำเภอ &amp;nbsp;31 อำเภอจาก 32 อำเภอ โดย อ.เมือง 16 ราย, อ.โชคชัย 5 ราย, อ.ประทาย 4 ราย, อ.พิมาย 4 ราย, สูงเนิน 3 ราย, อ.ด่านขุนทด 2 ราย, อ.โนนแดง 2 ราย, อ.ขามทะเลสอ 1 ราย, อ.ขามสะแกแสง 1 ราย, อ.ครบุรี 1 ราย, อ.ชุมพวง 1 ราย, อ.เทพารักษ์ 1 ราย, อ.โนนไทย 1 ราย, อ.ปักธงชัย 1 ราย และ อ.ห้วยแถลง 1 ราย ขณะที่สถานการณ์ในภาพรวมของจังหวัดนครราชสีมา พบผู้ติดเชื้อโควิดระลอกใหม่สะสมจำนวน 1,357 ราย รักษาหายแล้ว 994 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ 346 ราย และเสียชีวิตสะสม 17 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุข จ.ขอนแก่น ได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น โดยพบว่าวันนี้มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในเขต จ.ขอนแก่น เพิ่มขึ้น 25 ราย &amp;nbsp;เสียชีวิต 1 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมจากการระบาดระลอกที่ 3 รวม 790 ราย รักษาหายขาดจากอาการและแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ 567 ราย รักษาอยู่ 217 ราย เสียชีวิตสะสม 6 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ 28 ราย กระจายใน 12 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ 6 ราย, อ.สตึกกับ อ.นาโพธิ์ อำเภอละ 5 ราย, อ.ห้วยราช 3 ราย, อ.กระสัง 2 ราย, อ.แคนดง อ.บ้านกรวด อ.ลำปลายมาศ อ.ละหานทราย อ.โนนสุวรรณ อ.ประโคนชัย และ อ.คูเมือง อำเภอละ 1 ราย ผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้านแล้ว 233 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 119 ราย และเสียชีวิตสะสม 3 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ประธานกรรมการโรคติดต่อ จ.สงขลา เปิดเผยว่า มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 172 ราย มาจากกลุ่มเดิมๆ คือกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในโรงงาน กลุ่มรอสอบสวนโรค กลุ่มสัมผัสผู้ป่วยเสี่ยงสูงในชุมชน กลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในบริษัท/ห้างร้าน กลุ่มผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อในพื้นที่ และกลุ่มผู้สัมผัสอื่นๆ และกลุ่มสัมผัสเสี่ยงโรงเรียนสอนศาสนา รวมสะสม 6,074 ราย เสียชีวิต 22 คน นอนโรงพยาบาลกว่า 2,440 คน รักษาหายแล้วกว่า 3,450 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช พบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 22 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 1,589 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 321 ราย รักษาหายแล้วสะสม 1,246 ราย เสียชีวิตสะสม 22 ราย เป็นผู้สูงเพศชาย อายุ 82 ปี ภูมิลำเนา ต.เกาะทวด อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช มีโรคประจำตัวและเป็นบิดาของ อสม.ผู้หญิงที่เสียชีวิตรายที่ 2 ของจังหวัดนครศรีธรรมราช สำหรับผู้ติดเชื้อใหม่ 22 ราย แยกเป็นจาก อ.เมืองฯ 9 ราย, อ.ทุ่งสง 8 ราย, อ.ฉวาง 3 ราย, อ.ท่าศาลา 1 ราย และ อ.ทุ่งใหญ่ 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ตุลกานต์ มักคุ้น นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ รพ.ตรัง ในฐานะโฆษก ศบค.จ.ตรัง แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ว่าพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่จำนวน 10 ราย โดยพบติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาเป็นรายแรก คือผู้ป่วยหมายเลขที่ 1,551 เป็นผู้ป่วยชายไทย อายุ 36 ปี เป็นพนักงานบริษัท โนว่าโฟน จำกัด พื้นที่ กทม. โดยผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นผู้ป่วยยืนยันซึ่งเดินทางมาจากพื้นที่ กทม. เข้าพื้นที่ จ.ตรังเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108523</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยนาท, ติดเชื้อโควิดยังพุ่งขึ้นเรื่อยๆ, ทะลุ 6 พันราย, บึงกาฬ, พังงา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เหลืออีกแค่ 4 จังหวัดไม่พบผู้ติดเชื้อ, แม่ฮ่องสอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210703/image_big_60dfbca7b00c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2021 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอนก&quot; ปลื้มผู้รับจ้างงานโครงการU2Tช่วยเพิ่มรายได้ชุมชน แปรรูปผลผลิตอ้อยจาก1.2พันบาทต่อตันเป็น4-5หมื่นบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่วัดถ้ำศรีชมภู ต.ถ้ำเจริญ อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ ศ.(พิเศษ)&amp;nbsp;ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะผู้บริหารลงพื้นที่โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ หรือ U2T เป็นครั้งแรก โดยมีนักศึกษา บัณฑิตจบใหม่และประชาชนที่ได้รับการจ้างงานมาร่วม โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีกลุ่มชุมชนผ้าทอมือ กลุ่มผ้าทอสาวภูไท กลุ่มผ้าอีสานย้อมครามและสีธรรมชาติจากดอกดาวเรือง รวมทั้งชุมชนที่ทำขนมปั้นขลิบไส้ปลาไส้เห็ด ซึ่งผู้ได้รับการจ้างงานในโครงการ U2T ที่ลงไปใช้ชีวิตกับชาวบ้านได้นำผลิตภัณฑ์มาจัดแสดง ทั้งนี้ ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าวว่า ผู้ได้รับการจ้างงานมาจากหลากหลายสถาบันการศึกษามาทำงานและใช้ชีวิตร่วมกันในแต่ละตำบล ได้ใช้ความรู้ความสามารถไปช่วยชาวบ้าน ขณะที่มหาวิทยาลัยก็มีเครื่องมือในการนำผลิตภัณฑ์ของชุมชนมาเพิ่มมูลค่าให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ เช่น ชาวบ้านปลูกอ้อยได้ตันละ 1,200 บาท มหาวิทยาลัยและผู้ได้รับการจ้างงานก็มาช่วยแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น สามารถทำรายได้จากตันละ 1,200 บาท เป็น 4-5 หมื่นบาทต่อตัน หรืออย่างเรื่องของผ้าทอมือของอีสาน กระทรวงมหาดไทยและสถาบันสิ่งทอก็มาช่วยสนับสนุนในเรื่องของการตลาดและส่งเสริมการปลูกฝ้ายจากฝ้ายพันธุ์ดี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รมว.อว.กล่าวว่า นี่คือการเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส เปลี่ยนปัญหาเป็นนวัตกรรม ที่โครงการ U2T จะทำภายใน 1 ปีใน 3,000 ตำบล ที่วิชาการ ความรู้ จะผลิดอกออกผลไปทั่วประเทศ ตำบลอาจจะขาดในเรื่องขององค์ความรู้ซึ่งไม่ใช่ทั้งหมด แต่มหาวิทยาลัยจะใช้ตำบลเป็นสถานที่ปฎิบัติ เพื่อที่จะเปลี่ยนแปงตำบล ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็เห็นคุณประโยชน์ของโครงการ U2T เพราะฉะนั้นทุกคนต้องช่วยกันสร้างผลงานและทำตัวเองให้เป็นต้นแบบของ U2T คือ ต้นแบบเยาวชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงให้ได้ เพราะหลังจากนี้ อว.จะขยายโครงการ U2T จาก 3,000 ตำบลให้ครบ 7,900 ตำบลทั่วประเทศ และที่สำคัญในวันที่ 19-20 มี.ค. ตนจะลงพื้นที่ในโครงการ U2T เป็นครั้งที่ 2 ที่ จ.ลำปาง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้านนายสนิท ขาวสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า ทางจังหวัดให้การสนับสนุนโครงการ U2T อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน ทั้งเรื่องของผ้าทอมือ ขนมปั้นขลิบ การได้มหาวิทยาลัยและผู้ได้รับการจ้างงานมาช่วยจะทำให้ได้องค์ความรู้ในเรื่องของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชาวบ้าน รวมทั้งการเพิ่มช่วยทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสร้างแบรนด์ ฉลากบรรจุภัณฑ์ การทำการตลาด การขาย ผ่านช่องทางออนไลน์ เป็นต้น ระยะ 1 ปีของโครงการ U2T ตนเชื่อว่าชุมชนจะเข้มแข็งมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95094</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, บึงกาฬ, รมว.การอุดมศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210305/image_big_6041e243eda90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2019 15:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2019 15:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ้ย!โทรแจ้ง191ตุ๊กแกขวางประตูเข้าห้องไม่ได้ ตร.นำกำลังไปที่เกิดเหตุคุมตัวโดยละม่อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย.62- เพจ Thailand Police Story รายงานว่าสถานีตำรวจภูธรบึงโขงหลง ภ.จว.บึงกาฬ รับเเจ้งเหตุ 191 ขอความช่วยเหลือ ตุ๊กแกขวางประตู เข้าห้องไม่ได้ ร้อยเวรพร้อมรถ จยย.สายตรวจ นำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ จับไปปล่อยเรียบร้อย เหตุการณ์ปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37929</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thailand Police Story, ตำรวจ, ตุ๊กแก, ตุ๊กแกขวางประตู, บึงกาฬ, แจ้ง 191</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190607/image_big_5cfa1ebf0e089.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักการเมืองเต็มตัว &#039;บิ๊กตู่&#039;อ้อนคนอีสานประกาศยอมทุกข์เพื่อชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ประเดิมหลังประธาน คสช.ปลดล็อกการเมือง ลงพื้นที่อีสานเหนือ ปราศรัยเช้ายันค่ำ &amp;nbsp;ครบทุกรส ประกาศเป็นนักการเมืองเต็มตัว ยอมเป็นทุกข์เพื่อชาติ ลั่นปีหน้าเป็นประธานอาเซียน อย่าปล่อยใครมาสร้างความวุ่นวาย เตือน อบต. อบจ.ต้องมีความรู้ว่าวันนี้รัฐบาลกำลังขับเคลื่อนอะไรอยู่ แม่นเหมือนจับวาง เสี่ยงเซียมซีได้หมายเลข 17 ถ้ากำลังรุ่มร้อนหงุดหงิด ให้ฟังคำแนะนำจากกัลยาณมิตร ตบท้ายหนองคายอากาศเย็นสบาย ไม่เหมือน กทม. อากาศก็ร้อน หัวก็ร้อน เพราะเรื่องมันเยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ เพื่อเตรียมการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 9/2561 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันเฉียงเหนือตอนบน 1 (บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี) ระหว่างวันที่ 12-13 ธ.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นการลงพื้นที่ต่างจังหวัดครั้งแรกของ พล.อ.ประยุทธ์ หลังประกาศปลดล็อก ซึ่งรวมถึงยกเลิกการห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ทั้งนี้ มีผลให้มาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสอบเพื่อไม่ให้บุคคลที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองในอดีต หรือ กลุ่มที่เคลื่อนไหวในภาคประชาสังคมเรียกร้องด้านต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้เข้ามาภายในบริเวณงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการแจกภาพถ่ายและชื่อบุคคลต้องห้ามให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทั้งนี้ ได้มีการขอความร่วมมือประชาชนที่มาต้อนรับให้วางกระเป๋าสัมภาระทั้งหมดไว้ด้านล่างของเก้าอี้ ไม่อนุญาตให้สะพายไว้ที่ตัว เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ บรรดาชาวบึงกาฬและบริเวณใกล้เคียงยังให้ความสนใจหาซื้อลอตเตอรี่เลข 44 ซึ่งเป็นทะเบียนรถยนต์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ใช้ในภารกิจที่จังหวัดบึงกาฬ โดยนายกรัฐมนตรีใช้รถโตโยต้า อัลพาร์ท สีดำ ทะเบียน 5 กง 44 กรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 09.00 น. ทันทีที่มาถึง นายกรัฐมนตรีเดินทางไปยังกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 จังหวัดบึงกาฬ เพื่อร่วมปลูกต้นไม้เป็นที่ระลึก ก่อนร่วมจัดรายการผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียง 909 งานพัฒนาภาค 2 สำนักงานพัฒนาภาค 2 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐบาลดูแลผู้มีรายได้น้อยที่มีรายได้ต่ำกว่า 1 แสนบาท และ 3 หมื่นบาทต่อปีไปก่อน ขณะนี้ต้องเห็นใจคนเหล่านี้ ซึ่งไม่ได้สอนให้ไม่ประหยัดและไม่ได้เอาเงินไปแจกให้ แต่รัฐบาลมีหลายมาตรการลงไป ที่เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงนี้&amp;nbsp;
อย่าเชื่อข่าวปลอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะเดียวกันโลกกำลังเปลี่ยนแปลง อย่างการทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น การใช้บัตรสวัสดิการของผู้มีรายได้น้อย ที่มีปัญหาในเรื่องการกดเงิน ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขและเรียนรู้ด้วยตัวเอง ไม่เช่นนั้นก็จะถูกเขาเอาประโยชน์ไป มีคนมารับจ้างกดเงินให้ เราเรียนรู้ด้วย เพราะเราเป็นเจ้าของบัตร ไม่เช่นนั้นรัฐบาลทำอะไรลงมาก็ไม่เกิดผล เม็ดเงิน 500 บาทเป็นเงินไม่มากนัก รัฐบาลมุ่งหวังลดค่าใช้จ่ายครัวเรือน ซื้ออุปกรณ์และสินค้าต่างๆ ที่ใช้ประโยชน์ได้นานๆ เช่น อาหารเก็บสต๊อกไว้เพื่อลดค่าใช้จ่าย จึงไม่อยากให้เอาเงินส่วนนี้ไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง ไปดื่มสุรา หรือซื้อของใช้ที่ไม่จำเป็น นี่คือสิ่งที่ต้องแก้ไข&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันอีกเรื่องหนึ่ง การรับฟังจากสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ต้องแยกแยะให้ออกว่าอะไรคือข้อเท็จจริงและไม่ใช่ข้อเท็จจริง อะไรเป็นสาระสำคัญหรือข่าวปลอม รวมถึงต้องให้เด็กและผู้ใหญ่รู้จักแยกแยะ อย่าฟังในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ไม่เช่นนั้นก็จะพัฒนาตัวเองไม่ได้ อีกทั้งสิ่งที่รัฐบาลเป็นห่วง ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลก็ตาม ก็หวังอย่างยิ่งว่าจะสานต่อให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น และทำอะไรก็ตามอย่าคิดอย่างสั้นๆ ต้องคิดครบวงจร และทำอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมียุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูป และแผนแม่บทที่วางไว้อย่างชัดเจน ซึ่งสิ่งเหล่านี้รัฐบาลต่อไปต้องระมัดระวังในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ แม้วันนี้เราจะใช้งบประมาณมากเท่าไรก็ตาม แต่ยังอยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้ประชาชนแยกแยะ มีหลักคิดที่ถูกต้อง แม้กระทั่งการเลือกตั้งครั้งหน้า อย่าไปสนใจในเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ ซึ่งวันนี้เราเดินตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนด อีกทั้งรัฐบาลและ คสช.ได้ปลดล็อกให้ ที่ได้ประกาศไปแล้ว สิ่งสำคัญคือความสงบเรียบร้อย และฝากดูแลในเรื่องงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งเรื่องนี้แล้วแต่จะทรงโปรดเกล้าฯ ในช่วงเวลาใด แต่เราต้องดูแลความสงบเรียบร้อยให้มากที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ช่วงท้ายนายกฯ กล่าวอวยพรปีใหม่ประชาชนด้วยว่า ขอให้ทุกคนมีความสุข และขอให้ยึดมั่นในการเป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ สุจริต ยุติธรรม รวมทั้งเจ้าหน้าที่และข้าราชการในการทำหน้าที่ให้กับประเทศชาติและประชาชน โดยทั้งสองฝ่ายต้องไว้ใจซึ่งกันและกัน ต่อไปนี้ประเทศกำลังเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 10.10 น. ที่วัดโพธาราม อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ พล.อ.ประยุทธ์และคณะกราบสักการะหลวงพ่อพระใหญ่ ที่มีความเชื่อว่าใครที่มากราบไหว้จะมีความเจริญรุ่งเรือง ตำแหน่งการงานที่ใหญ่ขึ้น มีโชคลาภแคล้วคลาดปลอดภัย นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้จุดบั้งไฟน้อย 9 บั้ง พร้อมอธิษฐานขอให้ จ.บึงกาฬเจริญรุ่งเรือง ทั้งนี้ ตามความเชื่อของชาวบ้านหากใครบนบานแล้วสมหวัง จะนิยมจุดบั้งไฟน้อย 9 บั้ง
อย่าให้เขาสร้างความวุ่นวาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการบูรณาการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ เพื่อดูแลประชาชน อุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งว่า ตนตั้งใจทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าให้ได้ ทำให้ต่างประเทศยอมรับ ถึงแม้เราจะยังไม่เป็นประชาธิปไตยก็ตาม และไม่ได้ต้องการให้ใครมารักรัฐบาล แค่ต้องการช่วยผู้มีรายได้น้อย อย่างอ่างเก็บน้ำลำสะพุง ที่ จ.ชัยภูมิ คนดีใจแทบตายที่ตนไปทำให้เขา แต่ก่อนทำไมไม่ทำอะไรให้เขา ต้องแลกอะไรก่อนหรืออย่างไรถึงทำให้เขา ท่านต้องช่วยกันรักษาประเทศชาติ วันนี้รัฐบาลทำทุกอย่างให้ต่อเนื่องเชื่อมโยง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า เดี๋ยวจะเลือกตั้งอยู่แล้ว ขอให้เลือกให้ดี ให้เลือกจากนโยบายของเขา ถามเขาสิว่าสิ่งที่เขาพูดจะให้อย่างไร ได้เมื่อไหร่ รัฐบาลนี้ไม่ยุ่งวุ่นวายกับการเมืองของท่าน แต่จะทำให้เกิดความปรองดอง วันนี้ก็ปลดล็อกไปแล้ว ท่านอย่าไปยอมให้เขาทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายในประเทศอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลนี้ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เพราะเป็นหน้าที่ของ กกต. เมื่อปลดล็อกให้ไปแล้ว ประชาชนต้องอย่ายอมให้ใครนำพาไปสู่ความวุ่นวายสับสนอลหม่าน เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นอีกไม่ได้ เพราะประเทศไทยกำลังจะเป็นประธานอาเซียนในปีหน้า หากเกิดขึ้นอีกก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ขอให้ประชาชนเลือกคนจากนโยบายที่ดี โลกนี้เป็นโลกแห่งกติกา โลกแห่งพันธสัญญา ทั้งนี้ การเลือกตั้งต้องดูแลนักศึกษาอย่าให้ไปบิดเบือน ไม่จำเป็นต้องไปทำแบบนั้น สัญญาก็ต้องเป็นสัญญา ใครจะเป็นก็ไม่ว่า อย่างไรก็ตาม การทำความดีต้องให้กำลังใจกันและกัน ไม่ใช่มาบั่นทอนบิดเบือนให้ร้ายกัน การเลือกตั้งไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า เราทำกุศลร่วมกันเพื่อแผ่นดินของเรา ทำบุญเข้าวัดเข้าวา ทำกุศลกับคนที่ยากลำบาก ไม่ใช่ทำบุญเยอะๆ เพื่อให้ขึ้นสวรรค์ มันไม่ใช่ สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ ทุกคนต้องรู้ว่าทำดีหรือไม่ดี ต้องหักห้ามใจตนเอง มีหิริโอตตัปปะ สิ่งที่เขาพูดมาทั้งหมดมันให้ร้าย วันนี้ประเทศไทยจะเป็นอย่างนั้นไม่ได้แล้ว วันนี้ตนสายตาแย่แล้ว เพราะต้องอ่านเอกสารทุกวัน เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประชาชน ที่ต้องการเรื่องการเกษตร รายได้ ความรู้ที่มากขึ้น การแก้ปัญหาต่างๆ เรื่องเยอะแยะไปหมด&amp;nbsp;
อย่าเสนอความเห็นบนถนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดโพธาราม อ.เมืองบึงกาฬ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการบูรณาการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ได้เยี่ยมชมบูธบริการทางการแพทย์ต่างๆ และได้แวะบูธกรมสุขภาพจิต เสี่ยงเซียมซีความสุข โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้เซียมซีหมายเลข 17 ซึ่งมีคำทำนายว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณกำลังได้รับพลังแห่งธาตุไฟอย่างเต็มเปี่ยม ธาตุไฟคือความร้อน ความกระตือรือร้น ความก้าวไปข้างหน้า คือความเร่งรีบ ความวู่วาม และการทำลาย แนะหากคุณกำลังเร่งรีบกับทุกสิ่งในชีวิต ถึงเวลาที่คุณจะต้องทำอะไรให้ช้าลงเสียบ้าง หากคุณกำลังรุ่มร้อนหงุดหงิด ขุ่นเคืองใจ ถึงเวลาที่คุณจะหาวิธีสงบจิตใจ ค้นหาความสุข สงบเย็น ธาตุไฟช่วยเผาผลาญ สร้างความอบอุ่น แต่ก็ทำให้ร่างกายสุดโทรม และเหนื่อยอ่อน นี่เป็นเวลาที่คุณควรได้ทบทวนชีวิต แล้วเลือกปรับสมดุลใหม่ให้ลงตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าลืมว่า ชีวิตที่เป็นสุข เกิดจากชีวิตที่สมดุล การงาน การเงิน สุขภาพ ความรัก ความสัมพันธ์ การพัฒนาตน หากละเลยด้านหนึ่งด้านใด ก็จะกระทบต่อชีวิตโดยรวม คำทำนายแนะนำให้คุณหยุดพักเพื่อทบทวนฟังสัญญาณเตือนจากร่างกายและจิตใจ ฟังคำแนะนำจากกัลยาณมิตร รอบตัว แล้วธาตุไฟในตัวคุณก็จะเป็นพลังที่สร้างสรรค์ช่วยนำทางขับเคลื่อนชีวิตไปในทางที่คุณต้องการ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 12.00 น. ที่สวนสาธารณะหนองบึงกาฬและบึงสวรรค์ ต.บึงกาฬ จ.บึงกาฬ พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะ พบปะกับประชาชนและเยี่ยมชมผลงานการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลของจังหวัดบึงกาฬ มีนายนิพนธ์ คนขยัน นายก อบจ.บึงกาฬ รอต้อนรับ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับประชาชนที่มารอต้อนรับประมาณ 5,000 คนว่า ดีใจ ชื่นใจที่ได้เดินทางมาบึงกาฬ แม้จะเป็นจังหวัดที่ 77 แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มของทุกคนแล้วก็มีความสุข อากาศหนาวคล้ายกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เห็นรอยยิ้มและการต้อนรับ ซึ่งเป็นการให้เกียรติซึ่งกัน ทุกคนมารับด้วยใจที่ถึงกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้รัฐบาลมารับฟังปัญหาของทุกๆ คน ทุกพวกทุกฝ่าย ใครส่งอะไรมาก็รับฟังทั้งหมด ขอเพียงอย่างเดียว อย่าไปเสนอความคิดเห็นกลางท้องถนน วันนี้กรุงเทพฯ เริ่มกันแล้ว ที่นี่จะมีหรือไม่ จะตั้งแถวเดินขบวนกันอีกหรือไม่ ขอร้องเถอะ ประเทศชาติจะเสียหาย ใครทำเราอย่าไปยอมรับ เพราะมันไม่ใช่กติกา ทุกอย่างมีช่องทาง ทุกประเทศก็แก้ปัญหากันแบบนี้ ไม่มีที่ไหนจะปิดถนน เรื่องเหล่านี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก ตอนนี้เราอยู่ในช่วงวันที่จะต้องเปลี่ยนผ่าน เราต้องร่วมมือกันเดินหน้าประเทศ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เจ้าหน้าที่รัฐจะต้องตอบคำถามประชาชนให้ได้ ทั้ง อบต. อบจ. ที่เลือกเข้ามา ต้องมีความรู้ว่าวันนี้รัฐบาลกำลังขับเคลื่อนอะไรอยู่ ส่วนวันหน้าค่อยเลือกรัฐบาลหน้า แล้ววันนี้รัฐบาลนี้กำลังทำอะไรอยู่ ถ้ามันดีก็ช่วยกันทำต่อ อะไรถูกก็ต้องทำต่อ ไม่ใช่ต้องไปล้มล้างทุกอัน แต่สิ่งที่ต้องหยุดและแก้ไข คือการทุจริตและทำผิดกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ได้ปลดล็อกแล้ว แต่ก็เริ่มมีการตั้งแถว ตั้งขบวนชุมนุมต่อต้านด่ารัฐบาลกันแล้ว ถามหน่อยว่าทำไปเพื่ออะไร แล้วจะให้คนพวกนี้มาบริหารประเทศหรือ ก็สุดแล้วแต่พวกท่าน ตนไม่ว่าใครทั้งสิ้น แต่ท่านควรจะเอาทุกอย่างเป็นบทเรียน ซึ่งไม่ใช่บทเรียนของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว เป็นบทเรียนของประชาชนในชาติ ทำอย่างไรที่จะให้คนไม่ดี ที่พูดให้ร้ายทั้งในและต่างประเทศหยุด ท่านอาจจะได้ประโยชน์จากที่ผ่านมา แต่รัฐบาลเสียประโยชน์ เช่น เก็บข้าวไว้ 4 ปีเน่าเสียขาดทุนไปเท่าไหร่ เป็นต้น&amp;nbsp;
เป็นนักการเมืองเต็มตัวแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมาวันนี้ ถ้าเป็นนักการเมืองเต็มตัว ตอนนี้ผมจะบอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ได้ เพราะผมบริหารประเทศ ถ้าเป็นนักการเมืองจะดีใจ เพราะมีคนมารับเยอะ เรียกลุงตู่ๆ &amp;nbsp;รู้ไหมว่าผมเป็นทุกข์ แต่ผมยอมเป็นทุกข์ ยอมตายจากตรงนี้ ถ้าผมกลับไป ผมก็นอนคิดว่าทำไมเขาต้องมาหวังที่เรา ทำไมเขาต้องให้เราทำงาน เพราะเขามีความหวังไง เราต้องทำความหวังให้เป็นความจริง แต่เราจะมาหลอกลวง ล่อลวง ไม่ได้ โดยเฉพาะที่บอกว่าเดี๋ยวจะดีขึ้น จะทำไอ้นั่นไอ้นี่ เราต้องทำทีละขั้นทีละตอน ประชาชนต้องศึกษาสิ่งที่รัฐบาลทำมา&amp;quot; นายกฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า วันนี้มีปัญหามาก เพราะหลายคนไม่ค่อยยอม อยากจะใช้อีลุ่ยฉุยแฉกเหมือนเดิม ตนก็ต้องป้องกันเรื่องพวกนี้ไว้ให้กับพวกท่าน แต่อยู่ที่ว่าจะรักษาไว้ได้หรือไม่เท่านั้นเอง โครงการไหนที่เกินพันล้านหมื่นล้านต้องเข้า ครม. และอย่าไปเชื่อใครที่เอางบประมาณมาขาย รัฐบาลนี้ไม่มีใครเอามาขาย หากมีใครเอามาขายให้บอกเลย เอางบมาขายไม่ได้ เพราะงบต้องอนุมัติโดย ครม. ที่ต้องมีหลักการและเหตุผลในการอนุมัติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า แค่นี้แล้วกัน ปวดท้องแล้ว แต่ปวดท้องด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส เพราะเห็นรอยยิ้ม ทุกคนต้องช่วยชาติ ต้องมีจิตอาสา ทำความดีด้วยหัวใจอันยิ่งใหญ่ของคนไทยทุกคน ไม่มีเว้น ทุกคนคือคนไทย จะดีจะชั่วก็คือคนไทย อยู่ที่ว่าคนดีจะทำให้คนไม่ดี ไม่ทำให้ประเทศชาติเสียหายอีกต่อไปได้อย่างไร จำไว้ไม่ใช่ศัตรูใคร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องปรับปรุงตัวเอง เพราะอยู่ใกล้ประชาชนมากที่สุด ต้องเรียนรู้ทำงานแบบเดิมๆ ไม่ได้อีกแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวตอนท้ายว่า นางงามมาประเทศไทย เพราะบ้านเมืองเราสงบ งานอุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ ก็จัดได้ เดี๋ยวพวกเราก็ไปเที่ยวกัน แต่งตัวสวยๆ ถ่ายรูป ถ้าบ้านเมืองไม่สงบ มีประท้วง เดินขบวน ถือป้าย ค้าขายไม่ได้ สัญจรไปมาไม่ได้ อันตราย ทุกคนต้องอยู่ในบ้านกันหมด ทะเลาะกันในครอบครัว ในบ้านคุยกันไม่ได้ การเมืองไม่ใช่เรื่องความขัดแย้ง แต่การเมืองคือการสร้างสรรค์ ทำการเมืองแบบสร้างสรรค์คือสิ่งที่ดีที่สุด ฝากไว้ด้วยแล้วกัน ฟังนโยบายพรรคไหนว่ามา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.30 น. ที่สถานีผลิตน้ำปะโค การประปาส่วนภูมิภาค สาขาหนองคาย ต.ปะโค อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย พล.อ.ประยุทธ์เปิดโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาค อ.เมืองหนองคาย-อ.สระใคร จากนั้นได้กล่าวว่า อีกสิ่งหนึ่งต้องเตรียมการก็คือพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 10 ซึ่งเป็นประเพณีตามจารีตของไทย รัชกาลที่ 10 ก็จะเหมือนรัชกาลที่ 9 โดยสมบูรณ์ ยังไงก็พระบารมีปกเกล้า คนไทย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายเวลา 18.00 น. ที่วัดอุทุมพร จ.หนองคาย พล.อ.ประยุทธ์สักการะหลวงพ่อใหญ่อุทุมพร ก่อนเยี่ยมชมหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ต.บ้านเดื่อ โดยมีชาวบ้านรำออนซอนบ้านเดื่อต้อนรับ จากนั้นนายกฯ ได้เดินทักทายประชาชน และกล่าวว่า เขาหาว่าผมจะรักษาอำนาจ ผมก็ปลดล็อกให้ แต่ขออย่าไปตามพวกเขา บัตรคนจนที่รัฐบาลให้เพราะสงสารผู้มีรายได้น้อย ใครที่ไม่ใช่ผู้มีรายได้น้อยและมาขึ้นทะเบียน เขาจะเรียกเงินคืนทั้งหมด ย้ำว่าที่รัฐบาลทำก็เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ไม่ใช่เพื่อเอาใจ วันนี้ผมมีวาสนาที่ได้มาเจอประชาชน ที่นี่อากาศดี เย็นสบาย น่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเยอะ ไม่เหมือนตอนอยู่กรุงเทพฯ อากาศก็ร้อน หัวก็ร้อน เพราะเรื่องมันเยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนที่นายกฯ จะเดินเยี่ยมชมบูธผลิตภัณฑ์สินค้าโอท็อป และเดินทางไปวัดโพธิ์ชัย เพื่อสักการะหลวงพ่อพระใส ที่วัดโพธิ์ชัย (พระอารามหลวง) พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวหนองคายให้ความเคารพนับถือ และเดินทางกลับเข้าที่พัก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24106</URL_LINK>
                <HASHTAG>บึงกาฬ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181212/image_big_5c111ece765d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึกนครพนม ‘น้ำโขง’หนุนสูง เฝ้าระวัง24ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; อิทธิพลของพายุโซนร้อน &amp;ldquo;เบบินคา&amp;rdquo; ทำให้เกิดอุทกภัยใน 8 จังหวัด ได้แก่ นครพนม บึงกาฬ &amp;nbsp;สกลนคร เพชรบุรี นครนายก ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ และอุบลราชธานี ส่วนอีก 10 จังหวัดเริ่มคลี่คลายแล้ว จับตานครพนม เตือนภัยแม่โขงวิกฤติ หลังเขื่อนในลาวปล่อยน้ำ!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า &amp;nbsp;อิทธิพลของพายุโซนร้อน &amp;ldquo;เบบินคา&amp;rdquo; และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม-1 กันยายน 2561 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินถล่มในพื้นที่ 18 จังหวัด ได้แก่ น่าน เชียงราย ลำปาง พะเยา เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน หนองคาย นครพนม บึงกาฬ เพชรบุรี สกลนคร ลพบุรี นครนายก ชัยภูมิ เพชรบุรี พิจิตร กาฬสินธุ์ และอุบลราชธานี รวม 93 อำเภอ 408 ตำบล 2,318 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 55,353 ครัวเรือน 162,711 คน ผู้เสียชีวิต 4 ราย สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 10 จังหวัด ได้แก่ น่าน ลำปาง พะเยา เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เพชรบูรณ์ หนองคาย เชียงราย ลพบุรี และพิจิตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 8 จังหวัด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รวม 34 อำเภอ 164 ตำบล 1,135 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 30,773 ครัวเรือน 78,334 คน ได้แก่ นครพนม น้ำล้นตลิ่ง ในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีสงคราม อำเภอนาหว้า อำเภอนาทม อำเภอบ้านแพง อำเภอท่าอุเทน อำเภอธาตุพนม และอำเภอเมืองนครพนม รวม 55 ตำบล 517 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 11,500 ครัวเรือน 22,422 คน ปัจจุบันระดับน้ำมีแนวโน้มทรงตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บึงกาฬ น้ำในแม่น้ำโขงล้นตลิ่งในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอบุ่งคล้า อำเภอโซ่พิสัย อำเภอปากคาด อำเภอศรีวิไล อำเภอบึงโขงหลง อำเภอเซกา และอำเภอพรเจริญ รวม 46 ตำบล 371 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,038 ครัวเรือน 29,439 คน พื้นที่การเกษตรคาดว่าเสียหาย 41,338 ไร่ ปัจจุบันระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สกลนคร น้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอคำตากล้า อำเภอนิคมน้ำอูน อำเภอพรรณานิคม และอำเภออากาศอำนวย รวม 9 ตำบล 15 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 144 ครัวเรือน 346 คน ปัจจุบันระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพชรบุรี น้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แก่งกระจาน อำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด และอำเภอบ้านแหลม รวม 7 ตำบล 19 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 497 ครัวเรือน 2,048 คน ปัจจุบันระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครนายก น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครนายก อำเภอบ้านนา และอำเภอองครักษ์ รวม 10 ตำบล 61 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 6,730 ครัวเรือน 17,498 &amp;nbsp;คน ปัจจุบันระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยภูมิ น้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบำเหน็จณรงค์ และอำเภอจัตุรัส รวม 5 ตำบล 12 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 343 ครัวเรือน 1,045 คน ปัจจุบันระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กาฬสินธุ์ น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอกมลาไสย และอำเภอฆ้องซัย รวม 18 ตำบล 68 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 961 ครัวเรือน 1,873 คน ปัจจุบันระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง อุบลราชธานี น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเขื่องใน อำเภอเมืองอุบลราชธานี และอำเภอโขงเจียม รวม 14 ตำบล 72 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,560 ครัวเรือน 3,663 คน ปัจจุบันระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพลกล่าวว่า ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว ท้ายนี้หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนมรายงานว่า ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำโขงพื้นที่นครพนมเพิ่งจะลดปริมาณลงยังไม่ถึง 24 ชั่วโมง แต่ปรากฏข่าวที่สถานีหลวงพระบาง สปป.ลาว ระดับน้ำโขงพุ่งพรวดถึง 1.50 &amp;nbsp;เมตร ทำให้สถานีตรวจวัดจังหวัดหนองคาย มีระดับน้ำเพิ่มขึ้น 99 ซม. เพิ่มขึ้นเกือบ 1 เมตร ทางจังหวัดนครพนมจึงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ฝน และการระบายน้ำจากเขื่อนของประเทศเพื่อนบ้าน ที่จะมีผลต่อการเพิ่มระดับน้ำในลำน้ำโขง คาดว่าอีกประมาณ 3 วัน มวลน้ำจะไหลมาถึงนครพนม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้สั่งประตูระบายน้ำให้เครื่องผลักดันน้ำ เร่งพร่องน้ำออกจากอ่างเป็นการด่วน เพื่อเตรียมรอรับน้ำที่จะไหลเข้ามาสมทบอีกระลอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายสินสมุทร หินเธาว์ หัวหน้าฝ่ายช่างกล รักษาการ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครพนม มีหนังสือที่ กษ 0316.10/508 ลงวันที่ 1 ก.ย.61 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้เกี่ยวข้องทุกหน่วย อ้างถึงการคาดการณ์น้ำของแม่น้ำโขงจากเว็บไซต์ http://www.mrcmekong.org/ โดยคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำโขง บริเวณจังหวัดนครพนม จะสูงถึง 12.93 เมตร ในวันที่ 4 ก.ย. ที่จะถึงนี้ จึงขอแจ้งให้ประชาชนที่พักอาศัยในพื้นที่ริมตลิ่ง และพื้นที่ลุ่มของแม่น้ำโขง เขต อ.บ้านแพง, ท่าอุเทน, อำเภอเมืองฯ และธาตุพนม เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ที่จะไหลบ่าเข้าท่วมในพื้นที่ ขอให้ขนย้ายสิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ รวมทั้งสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูงด่วน หากเป็นไปตามที่ mrc.คาดการณ์จริง ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงก็จะขึ้นสูงสุดในรอบ 13 ปี ทุบสถิติข้อมูลปี 2548 ที่ระบุว่าเดือน ส.ค. มีปริมาณน้ำขึ้นถึง 12.88 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า เขื่อนน้ำงึม 1 ประเทศลาว มีการระบายน้ำเพิ่มมาอีก ตั้งแต่บ่าย 31 ส.ค. ที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้ปริมาณน้ำดังกล่าวจะไหลมาสมทบน้ำจากเขื่อนน้ำงึม 5 และเขื่อนน้ำงึม &amp;nbsp;2 ระบายลงแม่น้ำโขงเป็นจำนวนมาก โดยจังหวัดบึงกาฬจะได้รับผลกระทบ ก่อนที่จะไหลมาที่จังหวัดนครพนมเป็นลำดับต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาโครงการชลประทานฯ ได้รายงานระดับน้ำในแม่น้ำโขงของสถานีตรวจวัดชุมชนหนองแสง เขตเทศบาลเมืองนครพนม เวลา 12.00 น. อยู่ที่ระดับ &amp;nbsp;12.68 เมตร โดยลดลงอีก 2 ซม. จากช่วงเช้าเวลา 09.00 น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16622</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาฬสินธุ์, ชัยภูมิ, ดินถล่ม, นครนายก, นครพนม, น้ำท่วมฉับพลัน, น้ำป่าไหลหลาก, น้ำล้นตลิ่ง, บึงกาฬ, สกลนคร, หนังสือพิมพ์, อุบลราชธานี, เตือนภัยแม่โขงวิกฤติ, เบบินคา, เพชรบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180901/image_big_5b8aa3fc5d7b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นครพนม&#039;ยังอ่วม 27ส.ค.นัดถกใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์เฉพาะกิจฯ เตือน 28 ส.ค. &amp;quot;สกลนคร-บึงกาฬ-นครพนม&amp;quot; เฝ้าระวังน้ำท่วม หลังติดตั้งกาลักน้ำ 25 ชุดที่เขื่อนน้ำอูนแล้วเสร็จ เร่งเพิ่มการระบายน้ำอีกวันละ 1 ลบ.ม. กำชับ 24 จังหวัดทั่วประเทศรับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก &amp;nbsp;&amp;quot;กาญจนบุรี&amp;quot; ขยายเวลาระบายน้ำเขื่อนวชิราลงกรณไปจนถึง 3 ก.ย. &amp;quot;คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ&amp;quot; เรียกทุกฝ่ายประชุม 27 ส.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 ส.ค. นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ แถลงถึงสถานการณ์น้ำและพื้นที่เสี่ยงสำคัญว่า ในวันที่ 28 ส.ค. การติดตั้งกาลักน้ำ 25 ชุดที่เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร จะแล้วเสร็จ ทำให้การระบายน้ำเพิ่มขึ้นอีกวันละ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ปัจจุบันปริมาณน้ำ 567 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 109% ปริมาณน้ำไหลเข้า 12.44 ล้าน ลบ.ม. ลดลง 1.33 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลออก 8.12 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้น 3.38 ล้าน ลบ.ม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศูนย์เฉพาะกิจฯ ได้เน้นย้ำการแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำใน 3 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร บึงกาฬ และนครพนม อย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นจากการระบายน้ำเพิ่มขึ้น&amp;quot; นายสำเริงกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ศูนย์เฉพาะกิจฯ กล่าวว่า ส่วนเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี มีแนวโน้มน้ำไหลเข้าเขื่อนลดลง ปัจจุบันปริมาณน้ำ 754 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 106% น้ำล้นทางระบายน้ำ (สปิลเวย์) สูง 99 ซม. ลดลง 1 ซม. ปริมาณน้ำไหลเข้า 13.71 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้น 3.51 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่ปริมาณน้ำไหลออก 14.31 ล้าน ลบ.ม. ลดลง 0.66 ล้าน ลบ.ม. โดยระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี บริเวณ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 92 ซม. แนวโน้มลดลง และที่ อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี สูงกว่าระดับตลิ่ง 2 ซม. แนวโน้มลดลง ทำให้พื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเพชรบุรีที่ยังได้รับผลกระทบน้ำท่วมมีแนวโน้มลดลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี มีปริมาณน้ำ 8,150 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 92% ปริมาณน้ำไหลเข้า 112.35 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้น 11.35 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลออก 52.29 ล้าน ลบ.ม. สภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำปัจจุบันยังไม่สูงกว่าตลิ่ง แต่กระทบพื้นที่รีสอร์ตที่สร้างอยู่ในแม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแม่กลอง จ.กาญจนบุรี ทั้งนี้ ยังมีการแจ้งให้พื้นที่ท้ายเขื่อนตามลำน้ำแควน้อยให้ทราบถึงแผนการระบายน้ำของอ่างเก็บน้ำอย่างต่อเนื่องด้วย&amp;nbsp;
&amp;#39;สกลฯ-นครพนม&amp;#39;อ่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ศูนย์เฉพาะกิจฯ กล่าวว่า ในส่วนปริมาณน้ำในแม่น้ำสำคัญๆ ที่พบว่ามีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งขณะนี้ มีน้ำสูงกว่าตลิ่งในแม่น้ำน่าน จ.อุตรดิตถ์ แม่น้ำสงคราม จ.สกลนคร ห้วยหลวง จ.อุดรธานี ลำเซบาย จ.ยโสธร แม่น้ำยังที่ อ. เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด แม่น้ำเพชรบุรี จ.เพชรบุรี คลองพระปรง จ.สระแก้ว แม่น้ำนครนายก จ.นครนายก ขณะที่แม่น้ำโขงมีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้ จ.นครพนม จ.มุกดาหาร และ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี มีน้ำสูงกว่าระดับตลิ่ง และต้องเฝ้าระวังบริเวณ จ.หนองคาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สภาพอากาศวันนี้ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยมีพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก 24 จังหวัด ภาคเหนือ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แม่ฮ่องสอน ตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี ภาคตะวันตก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ภาคตะวันออก นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ภาคใต้ ระนอง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ไทยยังคงมีฝนตกปานกลางถึงหนักในภาคเหนือ ได้แก่ จ.เชียงราย 44.0 มม., แพร่ 41.5 มม., ลำปาง 40.5 มม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จ.อุบลราชธานี 55.0 มม., สกลนคร 44.4 มม., อุดรธานี 38.6 มม. ภาคกลางได้แก่ จ.ลพบุรี 39.0 มม., เพชรบูรณ์ 39.0 มม. และภาคตะวันออก ตราด 39.0 มม.&amp;rdquo; ผอ.ศูนย์เฉพาะกิจฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สกลนคร สถานการณ์น้ำในเขื่อนน้ำอูน อ.พังโคน จ.สกลนคร ยังเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากฝนที่ตกสะสมลงมา ระดับความจุเก็บกักอยู่ที่ 564.44 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 109.12 ของระดับเก็บกักปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากระดับน้ำในเขื่อนน้ำอูนสูงขึ้น ส่งผลกระทบกับพื้นที่หมู่บ้านที่อยู่รอบเขื่อน ในพื้นที่ ต.นาใน อ.พรรณานิคม และ ต.หนองปลิง อ.นิคมน้ำอูน หลายหมู่บ้านถูกน้ำอูนเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร ทั้งสวนปาล์ม ยางพารา และนาข้าวของชาวบ้านเป็นบริเวณกว้าง และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง จากการที่ยังคงมีฝนตกในพื้นที่ ทำให้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่บ้านโนนสวรรค์-อูนดง ต.นาใน อ.พรรณานิคม มีชาวบ้าน 28 หลังคาเรือนถูกน้ำจากเขื่อนน้ำอูนโอบล้อมรอบหมู่บ้าน และท่วมถนนเส้นทางที่ใช้สำหรับเดินทางเข้าสู่หมู่บ้านเป็นระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร ระดับน้ำสูงกว่าถนนประมาณ 50 เซนติเมตร ส่งผลทำให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านเข้า-ออกได้เช่นปกติ ชาวบ้านต้องเดินทางเข้า-ออกด้วยเรือเพียงอย่างเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า หมู่บ้านแห่งหนึ่งหากปริมาณน้ำอูนยังสูงขึ้นอีกจากฝนสะสมที่ตกลงมาจะเหลืออีกประมาณ 70 เซนติเมตร น้ำจากน้ำอูนจะเข้าท่วมหมดทั้งหมู่บ้านแห่งนี้ นอกจากนี้ จากการสำรวจหมู่บ้านรอบเขื่อน ยังพบว่าหลายหมู่บ้านระดับน้ำจ่อเข้าท่วมบ้านเรือนที่อยู่อาศัยหลายหลัง ทางราชการจึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์สภาพน้ำท่าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ท้ายเขื่อนและรอบเขื่อนน้ำอูน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครพนม ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดนครพนมยังไม่เจอแสงแดด ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆมานานกว่า 10 วัน และฝนที่ตกหนักยาวต่อเนื่อง ส่งผลให้แม่น้ำสงครามยังคงเอ่อล้นตลิ่ง ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย ล่าสุดมีระดับอยู่ที่ 14.35 เมตร เพิ่มขึ้นจากวันที่ 25 ส.ค. 6 ซม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสถิติย้อนหลังปี 2538 ระดับน้ำในแม่น้ำสงครามสูง 14.60 ม. ครั้งนี้ถือว่าขึ้นสูงสุดในรอบ 23 ปี &amp;nbsp;โดยมวลน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร หมู่ 1, 9 ต.หาดแพง อ.ศรีสงคราม ได้รับความเดือดร้อนประมาณ 35 หลัง และได้ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง รวมทั้งอพยพสัตว์เลี้ยงไปสู่ที่ปลอดภัยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โครงการชลประทานนครพนม รายงานระดับน้ำในแม่น้ำโขงของสถานีตรวจวัดชุมชนหนองแสง เขตเทศบาลเมืองนครพนม วันที่ 26 ส.ค.2561 เวลา 08.00 น. มีระดับน้ำอยู่ที่ 12.47 เมตร เพิ่มขึ้นจากเวลา 06.00 น. 1 ซม. เป็นสัญญาณว่าน้ำโขงเริ่มจะทรงตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ MRC (Mekong River Commission) คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นองค์การร่วมมือระหว่างรัฐบาล คาดการณ์ระดับแม่น้ำโขงที่นครพนมไว้ว่า จะมีมวลน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ เช่น วันที่ 25 ส.ค. จะมีปริมาณน้ำ 12.38 เมตร, วันที่ 26 ส.ค. จะเพิ่มเป็น 12.45 เมตร ถึงวันที่ 27 ส.ค. จะสูง 12.61 เมตร และวันที่ 28 ส.ค. จะสูงถึงระดับ 12.73 เมตร โดยให้ประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
กาญจนบุรีเร่งพร่องน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.บึงกาฬ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบึงกาฬ (ปภ.บึงกาฬ) รายงาน
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ปัจจุบันประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย) แล้วทั้ง 8 อำเภอ 44 ตำบล 340 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 7,026 ครัวเรือน 25,923 คน พื้นที่การเกษตรทั้งนาข้าว พืชสวน พืชไร่ บ่อปลา สวนยางพารา สวนปาล์ม รวม 42,127 ไร่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน จ.กาญจนบุรี นายไววิทย์ แสงพาณิชย์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ทำการแทนผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีหนังสือที่ กฟผ.954400/00223 เรื่อง ขอขยายเวลาการระบายน้ำเขื่อนวชิราลงกรณกรณีพิเศษ ถึงหัวหน้าศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือตอนหนึ่งระบุว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำที่ไหลเข้าเขื่อนในช่วงเวลาที่ผ่านมา พบยังมีปริมาณฝนที่ตกเหนือเขื่อนมาก จึงเป็นเหตุให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำมีแนวโน้มสูงขึ้นมาโดยตลอด ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามประกาศของศูนย์เฉพาะกิจติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ กฟผ. ฉบับที่ 1/2561 เรื่องแผนการพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ และข้อสั่งการของผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ จึงขอขยายเวลาการระบายน้ำผ่านช่องทางปกติวันละ 43 ล้าน ลบ.ม. ผ่านช่องทางระบายน้ำล้น (spillway) วันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมการระบายน้ำวันละ 53 ล้านลูกบาศก์เมตร ต่อไปจนถึงวันที่ 3 ก.ย.2561 และจะติดตามสถานการณ์น้ำไหลเข้าเขื่อนเพื่อพิจารณาปรับแผนการระบายน้ำต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในวันที่ 27 ส.ค. เวลา 10.00 น. คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ จะร่วมประชุมครั้งที่ 24/2561 ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ ชั้น 3 อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน กทม. โดยมีเจ้าหน้าที่กรมอุตุนิยมวิทยา, สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), กรมชลประทาน, สำนักการระบายน้ำ กทม., กรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ, กรมทรัพยากรน้ำ, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กรมโยธาธิการและผังเมือง, และ กปร. เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16204</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครพนม, บึงกาฬ, สกลนคร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180826/image_big_5b82a93a6901f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
