<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมายจับเพิ่ม4มือบึ้มกรุง! ตร.เค้นสอบ18ผู้ต้องสงสัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; เผยแก๊งบึ้มป่วนกรุงบางส่วนหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน &amp;quot;ศาล&amp;quot; อนุมัติหมายจับคนร้ายเพิ่ม 4 ราย แจ้ง 4 ข้อหาหนัก &amp;quot;ตร.&amp;quot; พาพยานชี้ตัวมัด 1 ใน 2 มือวางระเบิดป้าย สตช. เตรียมฝากขัง 15 ส.ค.นี้ พร้อมเร่งสอบ 18 ผู้ต้องสงสัย หากใครเกี่ยวข้องแจ้งข้อหาเพิ่มอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ส.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่ กทม.ว่า วันที่ 14 ส.ค. ได้ออกหมายจับอีก 3 คน เป็นระดับปฏิบัติการ ส่วนเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการนำตัว 2 ผู้ต้องหามาสอบปากคำที่กองบังคับการปราบปราม ซึ่งเป็นการสอบสวนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ยังมีคนร้ายที่หนีไปประเทศเพื่อนบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าเหตุการณ์ระเบิดดังกล่าวมีการประชุมสั่งการในประเทศเพื่อนบ้านใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ใช่ เมื่อถามย้ำว่าจะต้องมีการประสานกับประเทศมาเลเซียหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ยังไม่รู้ ตำรวจกำลังดำเนินการอยู่ ปล่อยให้ตำรวจดำเนินการไป ไล่ถามแบบนี้ตายเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวว่า ขณะนี้ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม 4 ราย ในข้อหาเป็นอั้งยี่, ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์, กระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือพรัพย์ของผู้อื่น, ทำ ใช้ มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ พกพาอาวุธ (ระเบิด) ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และทำให้เสียทรัพย์ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นความผิดที่มีอายุความ 20 ปี และมีอัตราโทษสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม 4 คน ประกอบด้วย นายอัสมี อาบูวะ, นายอุสมาน เปาะลอ, นายอัมรี มะมิง, นายฮาเเซ แบเล๊าะ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ออกหมายจับไปแล้ว 2 คน คือ&amp;nbsp;
นายลูไอ แซแง และนายวิลดัน มาหะ ซึ่งถูกคุมตัวเมื่อวันที่ 2 ส.ค.62 ที่ จ.ชุมพร ระหว่างนั่งรถทัวร์ลงพื้นที่ภาคใต้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าหลังตำรวจอรินทราช 26 คุมตัวนายลูไอ แซแง อายุ 22 ปี ชาวตำบลรือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ชาวตำบลสาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส สองผู้ต้องหาลอบวางระเบิดหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากภาคใต้ขึ้นมาสอบสวนที่ สน.ปทุมวัน และแยกผู้ต้องหาอีกคนคือนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ไปคุมขังไว้ที่ สน.บางรัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.ปทุมวัน พนักงานสอบสวนนำพยานในที่เกิดเหตุระเบิดจำนวน 3 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นคนขับรถแท็กซี่ที่รับผู้ต้องหาไปส่งที่สถานีขนส่งหมอชิตมาชี้ตัวนายลูไอ ไซแง อายุ 22 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาที่ลอบวางระเบิดหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยืนยันว่าเป็นบุคคลที่ก่อเหตุดังกล่าวจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.6 กล่าวว่า ในวันที่ 15 ส.ค. จะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังยังศาลอาญากรุงเทพใต้ ในเวลาก่อนเที่ยงตรง ส่วนการสอบสวนได้สอบปากคำพยานแวดล้อมในทุกมิติ แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด สำหรับญาติที่ต้องการจะมาเยี่ยมก็เป็นไปตามสิทธิ์ที่สามารถทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในส่วนการโอนคดีนี้มาให้กองปราบปรามรับผิดชอบ ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการ เนื่องจากหากดำเนินการฟ้องร้องตามขั้นตอนปกติจะต้องทำหลายสำนวน ทั้งที่คดีเป็นเรื่องเดียวกันและมีความเชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะการบรรยายฟ้องในคดีก่อการร้ายที่ บช.น.จะต้องส่งผู้แทนมาแจ้งความกล่าวโทษที่กองปราบฯ นั้น จะต้องบรรยายให้เห็นภาพต่อเนื่องว่าคดีระเบิดมีความเชื่อมโยงทั้งในและนอกประเทศ จึงต้องให้กองปราบฯ ที่มีอำนาจสอบสวนทั่วราชอาณาจักรเป็นผู้ทำสำนวนการสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้ยังมีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีระเบิดป่วนกรุงอีกจำนวนหนึ่งที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.ยะลา ตามกฎหมายพิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เบื้องต้นมีจำนวน 18 คน ซึ่งหากสอบสวนพบมีความผิด ก็จะทยอยส่งตัวขึ้นมาที่กรุงเทพฯ เพื่อแจ้งข้อหาดำเนินคดีในสำนวนการสอบสวนเดียวกัน&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43481</URL_LINK>
                <HASHTAG>บึ้มกรุง, บึ้มป่วนกรุง, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์, หลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน, อนุมัติหมายจับคนร้าย, ออกหมายจับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d541f1195ace.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออกหมายจับบึ้มกรุงอีก3  แฉสั่งการจากประเทศเพื่อนบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค. 62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่ กทม. เมื่อวันที่ 1-2 ส.ค.ว่า&amp;nbsp; วันนี้ (14 ส.ค.) ได้ออกหมายจับอีก 3 คนเป็นระดับปฏิบัติการ ส่วนเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการนำตัว 2 ผู้ต้องหามาสอบปากคำที่กองบังคับการปราบปราม ซึ่งเป็นการสอบสวนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ยังมีคนร้ายที่หนีไปประเทศเพื่อนบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เหตุการณ์ระเบิดดังกล่าวมีการประชุมสั่งการในประเทศเพื่อนบ้านใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า &amp;ldquo;ใช่&amp;rdquo; เมื่อถามย้ำว่า จะต้องมีการประสานกับประเทศมาเลเซียหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า &amp;ldquo;ก็ยังไม่รู้ ตำรวจกำลังดำเนินการอยู่ ปล่อยให้ตำรวจดำเนินการไป ไล่แบบนี้ตายเลย&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43412</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองปราบ, บิ๊กป้อม, บึ้มกรุง, ประเทศเพื่อนบ้าน, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ออกหมายจับเพิ่มอีก3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d537d9bdeb34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43242</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนมองการเมืองเอี่ยวบึ้ม 84%ผวามีระเบิด‘รอบ2’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ประชาชนถึง 86% เชื่อการเมืองมีเอี่ยวบึ้มป่วนกรุง ที่สำคัญทำให้ความเชื่อมั่นในเรื่องความสงบของรัฐบาลลุงตู่ดิ่งเหววูบ ซ้ำร้ายมีถึง 84% คาดจะมีระเบิดซ้ำอีกระลอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้เผยผลสำรวจสวนดุสิตโพล ซึ่งสอบถามประชาชนทั่วประเทศ 1,220 คน ในเหตุการณ์ระเบิดป่วนกรุงเทพมหานครเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โดยเมื่อถามว่าประชาชนคิดอย่างไรกับเหตุการณ์ ส่วนใหญ่ 40.60% รู้สึกไม่ปลอดภัย กลัว วิตกกังวล เกรงว่าจะได้รับอันตราย, &amp;nbsp;38.03% มีผู้ไม่หวังดี อยากเห็นบ้านเมืองวุ่นวาย เป็นการกระทำที่อุกอาจ, 23.02% น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง ถูกเชื่อมโยงเรื่องการนำมาตรา 44 ออกมาใช้, 18.60% อยากรู้ข้อเท็จจริงถึงสาเหตุและผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ควรชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา และ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
13.77% รัฐบาลต้องเร่งจับกุมผู้กระทำผิดโดยเร็ว มีมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เมื่อสอบถามว่า ประชาชนคิดว่าสาเหตุของการวางระเบิด พบว่า 52.49% ต้องการสร้างสถานการณ์ให้บ้านเมืองวุ่นวาย ปั่นป่วน, 36.77% มาจากความขัดแย้ง เสียประโยชน์ทางการเมือง, 21.04% เป็นการขู่เตือนรัฐบาล ต้องการดิสเครดิตรัฐบาล, 16.16% น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อการร้ายในภาคใต้ และ 11.61% ยังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง คาดการณ์ไม่ได้ ถามอีกว่าจากเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นมีผลกระทบอะไรบ้าง พบว่า 47.06% เศรษฐกิจตกต่ำ ค้าขายไม่ได้ นักท่องเที่ยวไม่กล้าเข้ามาเที่ยว, 34.57% สร้างความหวาดกลัว วิตกกังวลให้กับประชาชน, 23.74% ภาพลักษณ์ของไทยแย่ลง ต่างชาติไม่มั่นใจ, 21.16% ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของรัฐบาล และ 10.32% ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองร้อนแรงมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
โพลยังถามว่า ประชาชนคิดว่าควรมีวิธีป้องกันหรือแก้ไขอย่างไร 45.64% ประชาชนต้องติดตามข่าวสารอย่างมีสติ ช่วยเป็นหูเป็นตา สิ่งที่ไม่ชอบมาพากล, 25.40% เร่งหาตัวคนร้ายหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดมาดำเนินคดีโดยเร็ว, 21.47% เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจทั่วทุกพื้นที่ ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มมากขึ้น, 19.02% หน่วยข่าวกรองต้องสืบหาข้อเท็จจริง และมีการข่าวที่แม่นยำ และ 15.83% มีการตั้งรางวัลให้แก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสหรือให้ข้อมูลของผู้ที่กระทำผิด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อถามว่าคิดว่าเหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ ส่วนใหญ่ถึง 86.13% ระบุเกี่ยวข้อง เพราะต้องการทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย สร้างสถานการณ์ มาจากความขัดแย้งทางการเมือง &amp;nbsp;ท้าทายอำนาจกฎหมาย ฯลฯ มีเพียง 13.87% บอกไม่เกี่ยวข้อง เพราะอาจจะมีสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัว เรื่องธุรกิจ ผลประโยชน์ ไม่ทราบข้อมูล สาเหตุที่แท้จริง ฯลฯ&amp;rdquo; สวนดุสิตโพลระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โพลยังถามว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ ส่วนใหญ่ถึง 76.39% ระบุส่งผล และทำให้เชื่อมั่นน้อยลง เพราะประชาชนรู้สึกไม่ปลอดภัย แสดงให้เห็นถึงความบกพร่องในการทำงาน การป้องกันหละหลวม กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ฯลฯ ขณะที่ 23.61% ไม่ส่งผลกระทบยัง เชื่อมั่นเหมือนเดิม เพราะเชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถแก้ปัญหาได้ มีการสั่งการเร่งติดตามดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัย น่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ ฯลฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายเมื่อถามว่า ประชาชนคิดว่าจะมีเหตุการณ์ระเบิดเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ส่วนใหญ่ถึง 83.93% มองว่าน่าจะเกิดขึ้นอีก เพราะอาจมีผู้ไม่หวังดีหรือมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ให้วุ่นวาย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจไม่สามารถควบคุมดูแลได้ทั้งหมด ฯลฯ มีเพียง 16.07% ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะน่าจะเป็นเพียงการสร้างกระแสให้คนตื่นตกใจ ต้องการสร้างความวุ่นวายเพียงชั่วคราว และให้เจ้าหน้าที่เพิ่มการตรวจตรามากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43242</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมืองมีเอี่ยวบึ้มป่วนกรุง, บึ้มกรุง, บึ้มป่วนกรุง, สวนดุสิตโพล, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190811/image_big_5d501e28c2fb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2019 15:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2019 15:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ลั่นเร่งควานหาตัวบงการบึ้มกรุง ใครไม่เกี่ยวอย่าร้อนตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค. 62 - ที่ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ.เมือง จ.ยะลา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงการจับกุมผู้ต้องสงสัยวางระเบิดหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่า หน่วยงานเกี่ยวข้องได้รายงานตนตลอดเวลา ซึ่งมีความคืบหน้าตามลำดับ มีการจับกุม การออกหมายจับเพิ่มเติม มีการเชื่อมโยงต่างๆ ตอนนี้ก็กำลังหาผู้อยู่เบื้องหลัง หรือคนบงการ ซึ่งเรายังคงตัดประเด็นใดไม่ได้ สถานการณ์ความไม่สงบ ไม่ปลอดภัย มีหลายอย่าง ทั้งเรื่องผลประโยชน์ เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จ.ชายแดนภาคใต้ ตนไม่อยากไปขัดแย้งกับใคร ใครไม่เกี่ยวข้องก็อย่าไปเดือดร้อนด้วย อาจจะเป็นใครก็ได้ ที่คิดทำเรื่องเหล่านี้ อาจจะทำให้ไม่สงบเรียบร้อย ที่จะทำให้โกรธแค้นหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่คนพวกนี้ไม่สมควรทำ ไม่ว่าจะสาเหตุอะไรก็ตาม ทั้งในพื้นที่ภาคใต้และพื้นที่อื่นๆ เพราะบ้านเราเดินหน้าอยู่ขณะนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของผู้ปกครองหรือญาติของผู้ต้องสงสัยนั้น ก็เป็นที่เรื่องธรรมดาที่ต้องเชื่อมั่นคนของตัวเองว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ เราถึงให้เขาเป็นผู้ต้องสงสัย ไม่ใช่ผู้ต้องหา ซึ่งยอมรับว่าผู้ต้องสงสัยเป็นคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42940</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควานหาตัวการ, ชายแดนใต้, นายกฯ, บิ๊กตู่, บึ้มกรุง, ยะลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190807/image_big_5d4a91d9c3502.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2019 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2019 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุกเรื่อง!&#039;วีระ&#039;ย้อน&#039;บิ๊กแดง&#039;ฟันธงคนหน้าเดิมบึ้มกรุง แล้วทำไมป้องกันไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.62 - นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน แสดงความคิดเห็นต่อกรณีเหตุระเบิดป่วนกรุงในเฟซบุ๊กว่ายังจับคนร้ายตัวจริงไม่ได้ ก็รีบฟันธงว่าเป็นคนหน้าเดิม ตอบหน่อยได้ไหม? หากการข่าวของกองทัพรู้จริง ทำไมป้องกันคนวางระเบิด คนวางเพลิงไม่ได้ใช้งบด้านความมั่นคง และงบราชการลับไปมากมายแต่กลับป้องกันไม่ได้ มันต้องไล่ออกให้หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42604</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนหน้าเดิม, บึ้มกรุง, ระเบิดกรุงเทพ, วีระ สมความคิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeafb210ada6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42560</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 16:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>DSIสั่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายใน-นอกอาคาร หวั่นคนร้ายก่อเหตุบึ้มศูนย์ราชการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;2 ส.ค. 62 - ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเกิดเหตุระเบิดทั่วกรุงเทพฯว่า หลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดภายในศูนย์ราชการฯแจ้งวัฒนะ ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการเข้า-ออกของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่และบุคคลภายนอกที่เข้ามาในพื้นที่ของดีเอสไอ และบริเวณรอบนอกอย่างเข้มงวด เนื่องจากเป็นพื้นที่เปิดและโล่ง แม้ว่าดีเอสไอจะติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งภายในอาคารและภายนอกอาคารก็ตาม แต่ก็ต้องเฝ้าระวังเพราะคนร้ายอาจใช้เป็นเส้นทางผ่านเข้าไปก่อเหตุได้&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในช่วงเวลาที่อาจจะมีการเข้ามาก่อเหตุแล้ว&amp;nbsp; หากพบเบาะแสข้อมูลก็จะส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;ldquo;ล่าสุดยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการเข้า-ออกว่ามี รถยนต์คันใดที่เข้ามาจอดทิ้งไว้และไม่มีเจ้าของหรือไม่ หากพบให้ขนย้ายออกนอกพื้นที่ทันที อย่างไรก็ตาม สำหรับพื้นที่บริเวณศูนย์ราชการทั้งอาคารเอ และอาคารบี จะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดใน 3 ส่วน คือ&amp;nbsp; พื้นที่ในส่วนที่กรมธนารักษ์รับผิดชอบ พื้นที่รายทางซึ่งจะมีกล้องวงจรปิดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกล้องวงจรปิดของสำนักงานเขตหลักสี่&amp;rdquo; พ.ต.อ.ไพสิฐล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42560</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีเอสไอ, บึ้มกรุง, ระเบิดกทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d43ff51c2313.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
