<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43121</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จักรทิพย์กุมขมับ!สางบึ้มกรุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ย่านประตูน้ำระทึก! รายวัน พบระเบิดเพลิงจากเหตุบึ้มทั่วกรุง ซุกอยู่ในร้านเสื้อผ้าชั้น 5 ห้างดังอีก 1 ลูก &amp;quot;อีโอดี&amp;quot; เร่งเก็บกู้ไปตรวจสอบ &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; ยกทีมสอบปากคำ 4 ผู้ต้องสงสัยละเอียดยิบ กุมขมับรับมีปัญหาบ้าง ยังเสียงแข็งมั่นใจปิดคดีได้แม้ต้องใช้เวลา &amp;quot;หนุ่ม รปภ.&amp;quot; คอตกแกล้งเพื่อนวางระเบิดปลอม เจอคุก 7 เดือน &amp;quot;ศาล&amp;quot; ปรานีโทษจำลดเหลือ 3 เดือน 15 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดเหตุพบวัตถุต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดหลายจุดในกรุงเทพฯ รายวันอีกครั้งในย่านประตูน้ำ กรุงเทพฯ เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา เจ้าของร้านขายเสื้อผ้าภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำ โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดภายในร้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล นำกำลังเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรืออีโอดี และประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจ สน.พญาไท เดินทางเข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยร้านขายเสื้อผ้าชื่อดัง บริเวณชั้น 5 ของสรรพสินค้าย่านประตูน้ำ เขตราชเทวี กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่อีโอดีพบเป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบเพลิง หรือระเบิดเพลิง ชนิดเดียวกันกับที่พบในร้านค้าย่านประตูน้ำเมื่อหลายวันก่อน เบื้องต้นเชื่อว่าระเบิดเพลิงที่พบเป็นของกลุ่มเดียวกับที่ก่อเหตุเผาร้านค้าย่านประตูน้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ถือเป็นระเบิดเพลิงลูกที่ 8 จากทั้งหมด 17 ลูก ส่วนที่เหลือเป็นระเบิดแสวงเครื่อง 9 ลูกที่เกิดเหตุระเบิดหลายจุดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา อาทิ บริเวณศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ, สถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี รวมถึงสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผบช.ส., พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น.,พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. เดินทางไปที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) อ.เมืองฯ จ.ยะลา ประชุมร่วมกับ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 ในฐานะ ผบ.ศปก.ตร.สน. และ พล.ต.ต.สมชาย รักเสนาะ ผบก.สส.ภ.9 เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมผู้ต้องสงสัยลอบวางระเบิดในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในศูนย์พิทักษ์สันติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดินทางมาถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้ใช้เวลาในการสอบถามถึงความคืบหน้าของคดีจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะนำตัวผู้ถูกควบคุมตัวคือ นายวิลดัน มะหะ หนึ่งใน 4 ผู้ต้องสงสัยที่ได้ควบคุมตัวเอาไว้มาสอบปากคำเพิ่มเติม รวมทั้งทยอยสอบปากคำผู้ถูกควบคุมทั้งหมดทีละคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการลงพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า อ.เมืองฯ จ.ยะลา ในครั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด มีการกุมขมับในระหว่างซักถามผู้ต้องสงสัยหลายครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ให้สัมภาษณ์ว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ หลังจากที่มีปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่กรุงเทพฯ 2 จุด ก็มาสอบถามทางบุคคลที่ได้ควบคุมตัวเอาไว้ว่ามีความเชื่อมโยงกันอย่างไร ก็จะพูดคุยกับทุกคนที่ได้ควบคุมตัวเอาไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้กำลังพยายามอยู่ว่าสิ่งที่ได้ไปตรวจค้นที่กรุงเทพฯ ทั้งสองจุดนั้นมีความเชื่อมโยงกันได้อย่างไร ซึ่งข้อกังวลนั้นก็ต้องทำไป ปัญหามันก็จะมีทุกคดีอยู่แล้ว แต่ก็ต้องเดินหน้าต่อไป เจ้าหน้าที่ทุกนายพร้อมในการทำงาน ในคดีนี้ก็เชื่อว่าจะสามารถปิดคดีได้ แต่ก็ต้องใช้เวลา เพราะมีหลายชุด พยานหลักฐานสาวไปถึงที่ไหนก็ว่าไปตามพยานหลักฐาน สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็อยากจะให้จบเร็วๆ เพราะพี่น้องประชาชนเป็นห่วง แต่เจ้าหน้าที่ก็จะไม่ผลีผลาม จะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบให้ความเป็นธรรมกับทุกคน&amp;quot; ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันได้ขออนุมัติหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ หมายจับที่ 462/2562 ลงวันที่ 8 ส.ค.62 นายลูโอ แซแง อายุ 23 ปี และหมายจับที่ 463/2562 ลงวันที่ 8 ส.ค.62 นายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ชาว จ.นราธิวาส ข้อหา &amp;quot;อั้งยี่, ร่วมกันทำ ใช้ มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้, พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และพกพาอาวุธ (ระเบิด) ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าคดีระเบิดหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ ว่า เรื่องนี้ ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ไปหมดแล้ว และตนไม่อยากให้สัมภาษณ์อะไร เพราะเป็นเรื่องของ ผบ.ตร. คงปล่อยให้ตำรวจทำงานไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์เหตุระเบิดส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการเมือง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนไม่ทราบ ตอนนี้เรายังไม่ได้ตัดประเด็นอะไรไป ต้องหาข้อมูลไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบพื้นที่ในกทม.ที่มีนักศึกษาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้พักอาศัยอยู่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาดูเพราะว่ามันเคยมีเหตุเกิดขึ้น เช่น ซอยรามคำแหง 53 เขาก็ไปดูว่ายังมีหลงเหลืออยู่หรือไม่ เขาก็ตรวจสอบทุกจุดที่สงสัย &amp;nbsp;ปล่อยให้ตำรวจทำงานไปก่อน มาซักถามกันทุกวันใครจะตอบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ควบคุมตัวนายเสน่ห์ ฮิมวาด อายุ 29 ปี อาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัยในคอนโดฯ แห่งหนึ่ง ผู้ต้องหาคดีวางระเบิดปลอมหน้าสำนักงานขายคอนโดฯ ในซอยรัชดาภิเษก 32 และแจ้งความเท็จ มาส่งให้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 1 ยื่นฟ้องคดีด้วยวาจา ซึ่งอัยการก็ได้ยื่นฟ้องนายเสน่ห์เป็นจำเลย ในความผิดฐานทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจโดยการขู่เข็ญ และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานฯ โดยศาลรับไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.4689/2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2562 จำเลยได้นำวัตถุทรงกระบอกพันด้วยเทปพันสายไฟสีดำ ด้านหนึ่งมีสายไฟยาวประมาณ 1 ฟุต มีลักษณะต้องสงสัยคล้ายวัตถุระเบิดมาวางไว้ใน ซ.รัชดาภิเษก 32 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. ทำให้ประชาชนที่เดินผ่านไปมาเกิดความตกใจกลัว เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวมีเหตุการณ์ลอบวางระเบิดหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร และภายหลังเกิดเหตุ จำเลยได้แจ้งข้อความว่ามีชายต้องสงสัยเป็นผู้นำวัตถุคล้ายระเบิดมาวางไว้บริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งการแจ้งความของจำเลยเป็นเท็จ ความจริงจำเลยเป็นผู้นำวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวไปวางไว้ที่เกิดเหตุเอง สอบสวนแล้วจำเลยให้การรับสารภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 172, 392 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจ จำคุก 1 เดือน ฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน และแจ้งความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุด จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 7 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน 15 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พนักงานอัยการยังได้ยื่นฟ้องนายเสน่ห์อีกสำนวน ในความผิดฐานเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์) ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาเช่นกัน ศาลรับไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.691/2562 และพิพากษาให้จำคุกจำเลย 3 เดือน โดยนับโทษจำเลยต่อจากคดีวางระเบิดปลอมและแจ้งความเท็จ ดังนั้น เมื่อรวมจำคุกจำเลยทั้งสองสำนวนแล้วเป็นเวลา 6 เดือน 15 วัน ทั้งสองสำนวนไม่รอลงอาญา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43121</URL_LINK>
                <HASHTAG>บึ้มกรุงเทพ, ย่านประตูน้ำ, ระเบิดเพลิง, ระเบิดแสวงเครื่อง, วางระเบิดปลอม, หนังสือพิมพ์, อีโอดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190809/image_big_5d4d755baec6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บึ้มโยงการเมืองจับตัวบงการยาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; โยนสื่อเจาะข่าวบึ้มกรุงเทพฯ ทำคนร้ายไหวตัว ยอมรับหา &amp;quot;มาสเตอร์มายด์&amp;quot; ยาก บอกใครรู้ให้ 2 ล้าน แต่เชื่อระเบิดส่วนใหญ่โยงการเมือง &amp;quot;ผู้ช่วย ผบ.ตร.&amp;quot; ชี้พวกป่วนระดับปฏิบัติมีมากกว่า 15 คน แจ้ง 3 ข้อหาหนัก 2 หนุ่มนราฯ ซุกระเบิดหน้า สตช. &amp;quot;นครบาล&amp;quot; ลุยค้นอพาร์ตเมนต์ต้องสงสัยย่านรามคำแหง &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; สั่งผู้ว่าฯ เข้มงานข่าวหลังเสียท่ามาหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 8 ส.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. และคณะทำงานสืบสวนสอบสวน แถลงความคืบหน้าคดีลอบวางระเบิดหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งครบ 1 สัปดาห์หลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง คดีนี้ไม่ได้ง่าย สื่อมวลชนพยายามซักถาม บางสำนักพยายามไซโคว่าหนีนักข่าว ความจริงตนรู้หมดทุกอย่างแต่ไม่พูด บางคนสนิทสนมกับทีมคณะทำงานแอบส่งข่าวให้กัน แต่ผลที่ตามมาคือคนร้ายที่เหลือขยับหมด แล้วใครรับผิดชอบ ไม่ใช่คดีล้อเล่น เจ้าหน้าที่ต้องทำให้รอบคอบรัดกุมที่สุด ไม่ได้ตำหนิ แต่ขอให้เข้าใจการทำงานเจ้าหน้าที่ อยากจะให้ข่าวใจจะขาด คนร้ายไม่ได้โง่ เขาก็ดูสื่ออยู่เหมือนกัน ไม่ได้น้อยใจ แต่รำพึงรำพันให้ฟัง ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงาน คดีระเบิดจับได้ภายใน 10 ชม.ยังไม่เคยมี ไม่มีใครชม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า การแถลงข่าวครั้งนี้ไม่ใช่เฉพาะประชาชนที่ดูที่ฟังอยู่ เชื่อว่าโจรก็ฟังอยู่ด้วย &amp;nbsp;เราควบคุมตัวคนร้ายวันที่ 2 ส.ค. วันที่ 3 และ 4 คนร้ายก็ขยับตัวแล้ว ถึงไม่อยากให้ข่าว เพราะจะทำงานยากขึ้น แผนประทุษกรรมบอกได้เลยไม่เหมือนโจรไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เช่นเดียวกันกับโซเชียลฯ มีการแชร์สงบจบที่ลุงตู่ ผมถามว่าสงบคืออะไร คำว่าสงบคือไม่มีม็อบขนาดใหญ่ ที่ผ่านมาม็อบเสื้อเหลืองเสื้อแดงมาชุมนุมกันปิดบ้านเผาเมือง แต่ 5 ปีที่ผ่านมาไม่มีการชุมนุม เขาจึงเรียกว่าสงบ นอกจากนี้ยังบอกว่ารัฐบาลทำเอง ดิสเครดิตตัวเอง มันไม่ใช่ แม้กระทั่ง ผบ.ทบ.ออกมาพูดว่าเป็นกลุ่มเดิมๆ เพราะท่านเคยทำงานที่ใต้มา ท่านรู้มีข้อมูล แต่สื่อมาตีความกันไปเอง เพราะสื่อเป็นผู้ให้ข่าวประชาชนบริโภคข่าว สื่อเป็นผู้ชี้นำ ถ้าถามว่าหน้าเดิมๆ มีไหม ผมตอบเลยว่ามี ผสมกัน ศัพท์ทางใต้เข้าเรียกว่าหน้าขาว คือคนที่ยังไม่มีประวัติอาชญากรรม คดีระเบิดเป็นคดีที่จับยากที่สุด คนร้ายที่จับได้ 2 คน สะพายเป้ขนาดใหญ่ข้างหลังนั้นคือชุดที่เตรียมมาอย่างละ 5 ชุด เพื่อใช้อำพรางในการหลบหนี เสื้อ กางเกง รองเท้า หมวก อย่างละ 5 ตัว โจรไม่ได้โง่&amp;quot; ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ท.สุวัฒน์เสริมว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1.ระเบิด 2.อุปกรณ์ที่เกิดเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะทำงานในส่วนของตัวเองที่รับผิดชอบอยู่ และทางตำรวจภูธรภาค 9 ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้ 2 ราย คือ นายลูไอ แซแง อายุ 22 ปี และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ด้วยกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากนั้นหลังออกคำสั่งแต่งตั้งพนักงานสอบสวนได้ขอหมายจับทั้ง 2 ราย และขณะนี้อยู่ในความดูแลของตำรวจภาค 9 การก่อเหตุครั้งนี้แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม 1.กลุ่มมาสเตอร์มายด์ ผู้กำหนดยุทธศาสตร์ 2.กลุ่มวางแผนสั่งการ กำหนดขั้นตอนวิธีการปฏิบัติ กำหนดตัวบุคคล สรรหาคนมาปฏิบัติ 3.กลุ่มที่มีส่วนช่วยในการสนับสนุนทั้งก่อน ขณะก่อเหตุและหลังเกิดเหตุ และ 4.คือกลุ่มปฏิบัติ ซึ่งการสืบสวนสอบสวนโฟกัสไปทุกกลุ่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ต้องหาที่คุมตัวไว้ 2 คน อยู่ในกลุ่มที่ 4 มีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี และมีผู้ปฏิบัติที่อยู่ในกลุ่มนี้มีมากกว่า 15 คน หลังจากเกิดเหตุในครั้งนี้ได้เชิญตัวบุคคลมาพูดคุยซักถามเป็นร้อยคน ถ้ามีพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จะใช้กฎหมายที่มีควบคุมตัว แต่ไม่สามารถตอบได้ว่าควบคุมตัวอยู่เท่าไหร่ เพราะบางส่วนพูดคุยเสร็จก็ให้กลับ ทั้งหมดทำตามกฎหมายทุกอย่างสามารรถตรวจสอบได้ทั้งหมด&amp;quot; ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้เปิดให้สื่อสอบถาม โดยถามว่าระเบิดที่เกิดขึ้นจะเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ตอบว่า เหตุระเบิดตั้งแต่ปี 44 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันหลายพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ ทั้งรัฐบาลของ นายทักษิณ ชินวัตร, พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยส่วนตัวแล้วเชื่อว่าส่วนใหญ่ระเบิด 80-90 เปอร์เซ็นต์เกี่ยวข้องกับการเมือง ไม่ได้คิดเอง เพราะมีประสบการณ์มาตั้งแต่ปี 44 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนที่อยู่เบื้องหลังผมก็อยากรู้ ใครรู้จะให้เงิน 2 ล้าน คำถามที่ทุกคนอยากรู้ตอนนี้คือ ใครสั่ง เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ มาจากไหน มีแค่นี้ไม่เห็นมีใครชมตำรวจเลยว่าจับได้ภายใน 10 ชม. และจากการสอบถามผู้ต้องหาที่ถูกจับได้ทั้ง 2 คน เขาบอกว่าเขารอดแล้วนั่งรถทัวร์ไปจนถึงจังหวัดชุมพรถึงรู้ว่าไปไม่รอด &amp;nbsp;ทุกคำถามผมอยากตอบแค่ถ้าตอบมีปัญหา เดินลำบากแน่&amp;quot; พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าผู้ต้องหาที่จับได้ทั้ง 2 คนให้การอย่างไร ผบ.ตร.กล่าวว่า ภาพรวมการซักถามให้การเป็นประโยชน์ แต่การก่อเหตุครั้งนี้คนร้ายเตรียมชุดมาเปลี่ยน 5 ชุด แว่นตา 5 อัน รองเท้า 5 คู่ ใช้เปลี่ยนอำพรางทั้งหมด 5 ชุด แล้วคนร้ายโง่หรือฉลาด โจรไทยเคยมีไหมเปลี่ยนชุดถึง 5 ชุด และผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนี้เคยมีประวัติก่อเหตุยิงถล่มฐานนาวิกโยธินที่จังหวัดนราธิสวาสเมื่อปี 56 หลังจากนี้ก็จะขยายผลหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ว่าการประกอบระเบิดนำมาประกอบที่กรุงเทพฯ หรือประกอบมาจากใต้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การประกอบระเบิดทุกจุดแพตเทิร์นเดียวกัน ส่วนระเบิดเพลิงที่พบที่ร้านขายเสื้อผ้าย่านประตูน้ำเชื่อว่าเป็นระเบิดที่ตกค้างในวันเดียวกัน แต่อาจจะผิดพลาดของวงจร&amp;quot; ผบ.ตร.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ระเบิดครั้งนี้เป็นขบวนการบีอาร์เอ็นหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า จากที่ทำงานมาคนร้ายที่ลอบก่อเหตุยังไม่พบว่ามีใครประกาศเป็นการก่อเหตุของกลุ่มตัวเอง แต่การวางระเบิดแต่ละจุดมีความเชื่อมโยงกัน ยกตัวอย่างที่ศูนย์ราชการฯ คนร้ายวางที่ริมถนน ไม่ประสงค์ให้คนเสียชีวิต เช่นเดียวกันกับที่สำนักปลัดกลาโหม แต่จะเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์อย่างไร ยังไปไม่ถึง ก็อยากรู้เหมือนกัน ส่วนคนร้ายที่วางระเบิดหน้า สตช. คนร้ายปอดๆ กล้าๆ เบื้องต้นแจ้งข้อหาอั้งยี่ พยายามฆ่า และครอบครองวัตถุระเบิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้สรุปเหตุลอบวางระเบิดครั้งนี้มีทั้งหมดด้วยกัน 15 จุด 16 ลูก เพราะที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2 ลูก แบ่งเป็นระเบิดเพลิงแสวงเครื่อง 7 ลูก ระเบิดแสวงเครื่อง 9 ลูก จุดระเบิดด้วยไอซีไทเมอร์+เชื้อปะทุไฟฟ้าแสวงเครื่อง สามารถเก็บกู้ระเบิดแสวงเครื่องได้ 4 ลูก และระเบิด 12 ลูก มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.ท.สุวัฒน์ พร้อมด้วย พล.ต.ต. อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. นำกำลังตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด เข้าตรวจค้นอพาร์ตเมนต์ไม่มีชื่อแห่งหนึ่ง เลขที่ 527/50 ภายในซอยรามคำแหง 53 แยกซอยลูกจันทร์ แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม. หลังทราบว่ากลุ่มคนร้ายคดีระเบิดกรุงเทพฯ เคยพักอาศัยอยู่ช่วงมาก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบริเวณชั้น 2 ห้อง 512 พบสภาพค่อนข้างสะอาด คล้ายกับไม่ค่อยมีการพักอาศัย ทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บวัตถุพยานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเศษเส้นผม ขนที่อยู่บนที่นอน ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม หลอดยาสีฟัน แปรงสีฟันและวัตถุพยานอื่นกว่า 20 รายการไปตรวจสอบอย่างละเอียด รวมทั้งใช้สุนัขตำรวจและเจ้าหน้าที่อีโอดีตรวจสอบรถจักรยานยนต์และถังขยะโดยรอบ พบกล่องพัสดุไปรษณีย์ต้องสงสัย ถูกตัดชื่อที่อยู่ผู้รับและผู้ส่งถูกทิ้งในถังขยะ รวมทั้งพบซิมโทรศัพท์มือถือที่ใช้สำหรับเล่นเน็ต ดีแทค ดาต้า ทู โก จำนวนหลายร้อยอันถูกทิ้งในถุงพลาสติก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เมืองทองธานี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งระหว่างมอบนโยบายของรัฐบาลให้กับส่วนราชการว่า เรื่องความมั่นคงหากข้าราชการไม่ร่วมมือร่วมใจกัน และประชาชนไม่มีส่วนร่วม ก็จะมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นอย่างที่ผ่านมา ดังนั้นต้องสร้างความเข้าใจ โดยเฉพาะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เป็นผู้เป็นตาให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพราะเราไม่สามารถมีเจ้าหน้าที่ไปประจำได้ทุกจุด และเมื่อเกิดเหตุแล้วจะเกิดความลำบากในการติดตามคนร้าย รวมถึงการสืบสวนสอบสวนมากมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยเฉพาะแนวชายแดนต้องเพิ่มความระมัดระวัง เพราะผู้ก่อความไม่สงบมีการพัฒนาขึ้น 10 ปีที่ผ่านมาเราเสียท่าในเรื่องการข่าว เราไม่มีแหล่งข่าว ดังนั้นขอฝากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดติดตามทำงานด้านการข่าวให้ใกล้ชิด ข่าวสารในจังหวัดต้องทันสมัย&amp;quot; พล.อ.ประวิตรกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43045</URL_LINK>
                <HASHTAG>บึ้มกรุงเทพ, บึ้มโยงการเมือง, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, มาสเตอร์มายด์, สื่อทำคนร้ายไหวตัว, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190808/image_big_5d4c2b70b7a28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯประยุทธ์รับไม่ได้บึ้มกรุง ลั่นคนก่อเหตุต้องไม่มีที่ยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.62 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา​ 15.10 น.​ ที่สำนักงานตำร​วจ​แห่งชาติ​(สตช.) พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์​โอชา​ นายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​กลาโหม​ ให้สัมภาษ​ณ์ถึงเหตุการณ์​ระเบิดหลายจุดในกรุงเทพมหานคร​ในเช้าวันเดียวกันนี้​ ว่า​ จากเหตุระเบิด​ 5 ครั้ง​ จาก​ 9​ เหตุการณ์​ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ​จำนวน​หนึ่ง​ แต่ก็ไม่มากนัก​ แต่แค่คนเดียวตนก็รับไม่ได้​ จึงได้สั่งการให้สตช.เข้าไปดูแลว่าได้รับความเดือดร้อน​และบาดเจ็บตรงไหน​ เพราะไม่ต้องการให้ใครเดือดร้อน​ และสิ่งที่อยากให้ทุกคนช่วยกันคิดก็คือ เราจะแก้ไขปัญหาความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน​กันอย่างไร​ การจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารทำเพียงฝ่ายเดียวคงไม่เพียงพอ​ จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาแบบองค์​รวม​คือประชาชนมีส่วนร่วม​ ซึ่งปัจจุบัน​เรามีช่องทางสื่อสารระหว่างประชาชนกับตำร​วจ​และทหารอยู่แล้ว​ เราจึงจำเป็นต้องทำตัวให้สอดคล้อง​กับโลกปัจจุบัน​ ที่เป็นโลกแห่งการใช้โซเชียล​มีเดีย​และโทรศัพท์​ จึงขอฝากไปถึงประชาชน​ทุกคนอย่างกรณีเหตุการณ์​ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่​ 1 ส.ค. จนถึงเช้าวันนี้​ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจากกล้องซีซี​ทีวี​ จับภาพผู้ต้องสงสัย​ ขณะเดียวกัน​ตนอยากได้ภาพเหล่านี้จากประชาชนด้วย​ ดังนั้น​ หากเห็นสิ่งผิดปกติ​เกิดขึ้น​ หรือไม่น่าไว้วางใจ​ก็ขอให้ถ่ายรูปเก็บไว้​ หากเจ้าหน้าที่​ต้องการหลักฐาน​เพิ่มเติมก็สามารถส่งมาให้ได้​ เพื่อช่วยกันคลี่คลาย​สถานการณ์​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์​กล่าว​ว่า​ เหตุการณ์​ที่เกิดขึ้นตั้งแต่​ 1 ส.ค.​ที่ผ่านมา​ ตนได้สั่งการผ่านผู้บัญชาการ​ตำรวจแห่งชาติ​(ผบ.ตร.) และพล.อ.ประวิตร​ วงษ์​สุวรรณ​ รอง​นายก​รัฐมนตรี​ฝ่ายความมั่น​คง​ เพื่อช่วยกันทำงานและเป็นที่น่ายินดี​ที่เราสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัย​ได้​ 2 คน จากพื้นที่จ.ชุมพร ภายในเวลาไม่ถึง​ 24​ ชั่วโมง​ แสดงว่าเจ้าหน้าที่​ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่​ ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวน​ และผลการสอบสวนขอให้เป็นเรื่องของกระบวนการและค่อนข้างชัดเจนว่าทั้ง​ 2 คนคือผู้ก่อเหตุ​ โดยมีหลักฐานจากกล้อ​งซีซีทีวี และวัตถุพยานหลายอย่าง​ แต่ทั้งนี้​ อย่าเพิ่งด่วนให้ข้อสรุป ว่าเกิดจากอะไรหรือสาเหตุมาจากอะไร​ แต่อยากให้ทุกคนคิดว่า​ 5 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล​ เหตุการณ์​ลดน้อยลงจนเกือบไม่มีเกิดขึ้น​เลย​ แล้วทำไมจึงกลับมาเกิดในช่วงนี้อีก​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า ทุกคนต้องมองสถานการณ์​วันนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น​ ขณะนี้เรามีการประชุมรัฐมนตรี​ต่างประเทศ​อาเซียน​ ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญในการพูดคุยกับประเทศคู่เจรจา​ แล้วทำไมต้องเกิดเหตุการณ์​แบบนี้เกิดขึ้น​ เคยมีตัวอย่างแบบนี้เกิดขึ้นหรือ​เปล่า​ ก็ต้องไปสอบทบทวน​ว่า​ เกี่ยวข้องอะไรกับใครบ้างในอดีตที่ผ่าน​มา​ ทราบว่ามีหลายอย่างที่เชื่อมโยงกับกลุ่มเก่าๆบ้าง​ แต่วันนี้ยังไม่ได้ตัดประเด็นอะไรออกไปทั้งสิ้น​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวว่า​ สิ่งที่ทุกคนต้องช่วยกันก็คือ​ ทำอย่างไรให้ประเทศปลอดภัย​กว่านี้​ ตราบใดก็ตามที่ยังมีคนไม่ดีอยู่​ เหตุการณ์​ก็พร้อมจะเกิดขึ้น​ตลอดเวลา​เช่นเดียวกับต่างประเทศ​ เพราะฉะนั้น​ อยู่ที่เราจะเข้มแข็ง​พอหรือไม่​ ซึ่งประชาชนมีส่วนสำคัญ​ในการร่วมมือ​ ทั้งนี้​ ตนได้กำชับหน่วยงาน​ที่​เกี่ยวข้อง​ทั้งทหารและตำรวจ​ ก็ขอให้กำ​ลัง​ใจ​เจ้าหน้าที่​ด้วย​ ขอให้ช่วยกันเฝ้าระวังดูแลและถ่ายรูป​ ถ้าเราร่วมมือกันแบบนี้​ เหตุร้ายก็เกิด​ขึ้นไม่ง่ายนัก​ ทั้งนี้ สถานการณ์​ในพื้นที่อื่นที่เกิดขึ้นทั้ง​ 9​ ครั้ง​ 5 จุด​ ขณะนี้การสืบสวนมีความก้าวหน้าไปโดยลำดับ​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เพียงแต่ขอร้องสื่อฯว่า​ขณะที่ผมเข้ามารับหน้าที่ตรงนี้​ สื่ออย่าเพิ่งขยายความ​ หรือไปสอบถามกับผู้ที่ไม่เกี่ยว​ข้อง​ เพราะทุกคนมีความเห็นที่แตกต่าง ถ้าถามมากก็จะไปกันใหญ่​ ทำให้กระบวนการ​ต่างๆเสียหาย​ ซึ่งผมได้ย้ำกับเจ้าหน้าที่​ทุกคนว่า ในการทำหน้าที่ขอให้ระมัดระวัง​อย่างดีที่สุด​ วันนี้อย่าลืมว่าเรามีรัฐบาล​ที่มาจากการเลือกตั้ง​ ได้รับการยอมรับ​จากต่างประเทศ​ ถึงแม้จะมีใครไปพูดจาบ้างก็ตาม​ แต่ก็มีการรับรองอย่างเป็นทางการ​จากหลายส่วน​ ไม่ว่าจะเป็นประเทศมหาอำนาจหรือประเทศใหญ่ๆ​ ซึ่งทุกประเทศอยากให้รัฐบาลนี้ืทำงานสืบสานความสัมพันธ์​ระหว่าง​ประเทศ​ต่อไป​ จะเห็นได้ว่าทุกประเทศไม่ได้รังเกียจ​เรา และมีความเข้าใจดี และทราบว่าที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้น​ และผมต้องเผชิญสถานการณ์​อะไรบ้าง​ และทุกคนก็หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากประเทศไทยต่อไป​ ประเทศไทยมีศักย​ภาพ​มาก​ ถ้าเราไม่ทำลายกันเอง​ หรือพูดจาให้เกิดความเสี​ยหาย เรายังมีโอกาสอีกมาก​ เพราะถือว่าเราเป็นแกนกลางของอาเซียน​ และปีนี้เราก็เป็นประธานอาเซียน​ ผมก็ได้นำพาประเทศสมาชิกทั้งหมดไปในทิศทางเดียวกัน​ โดยมีประชาชน​เป็นศูนย์กลาง&amp;quot; นายกฯกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์​กล่าว​ว่า​ วันนี้หลายอย่างเกิดขึ้นแล้วในประเทศ​ไทย​ สิ่งเก่าๆและเดิมเราคงต้องช่วยกันเปลี่ยน​แปลง​ เพื่อให้เกิดการปฏิรูป​ประเทศ​ สิ่งสำคัญคือต้องระเบิดจากข้างใน โดยจิตใจของคนไทย​ ต้องร่วมมือกันทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า​ ทุกองค์กร​ต้องปฏิบัติหน้าที่​ตามกฎหมาย​ ตำรวจทหาร​ก็ต้องสนับสนุน​ในทุกๆรัฐบาล​ ไม่ใช่ว่าจะเป็นการสืบทอดอำนาจใดๆ​ เพราะการเป็นนายกฯก็ต้องดูแลทุกคนในฐานะหัวหน้ารัฐบาล​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้น้ำหนักในประเด็นการเมืองแค่ไหน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนบอกแล้วว่าเราไม่ทิ้งอะไรสักอย่าง จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ สรุปมีคนไม่ดีกระทำการเช่นนี้ขึ้นมา จะด้วยเหตุผลประการใด เดี๋ยวสอบสวนออกมาได้เองว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มไหนอะไรอย่างไร เดี๋ยวก็ออกมาเองเป็นชุด และจะสร้างการรับรู้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้อย่าเพิ่งใจร้อน เพิ่งเกิดเหตุ เราก็ทำเต็มที่ เมื่อคืนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้หลับได้นอน ด่านก็ตรวจสกัดทุกช่องทาง กทม.ก็ช่วย ตำรวจก็ช่วย ทหารก็ช่วย นี่คือการบูรณาการ ทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คนตามหลักฐานวัตถุพยาน ไม่ได้ใช้วิธีการอื่นเลย ใช้การสอบสวนกับกระบวนการยุติธรรม ให้ความเป็นธรรม&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า เชื่อมโยงกับการเมืองหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า จะบอกว่าเชื่อมโยงหรือไม่ ตนยังตอบไม่ได้ เพียงแต่ต้องมาดูว่ามันเกิดช่วงเวลาเดียวกันหรือเปล่า ถ้าเป็นเวลาใกล้เคียงกัน มันอาจมาจากกลุ่มเดียวกันหรือไม่ หรืออาจจะมาจากหลายกลุ่มก็ต้องดูกันอีกที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ผู้ต้องหาที่จับกุมได้เป็นคนภาคใต้ นายกฯ กล่าวว่า &amp;ldquo;อ๋อ มันก็มีมั้ง&amp;rdquo; ตนเคยบอกแล้วว่า ถ้าเรามองแง่เดียวว่า จะขึ้นมาเพื่อให้เกิดเหตุการณ์อย่างเช่นในพื้นที่ข้างล่าง มันก็ไม่ใช่เสียทีเดียว อย่าลืมว่าเป็นการใช้บริการก็มี หลายเรื่องเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาอยู่แล้ว เป็นบทเรียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า การสร้างสถานการณ์ระเบิดเกิดขึ้นก่อนที่นายกฯ จะมาประชุมที่สตช. เพียงวันเดียว มีการมองว่าเป็นเพราะตำรวจไม่ยอมรับนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ หัวเราะ พร้อมหันไปถามพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่ยืนข้างหลัง ว่า &amp;ldquo;ตำรวจไม่ยอมรับหรือ&amp;rdquo; ขณะที่ผบ.ตร. ตอบในทันทีว่า &amp;ldquo;ยอมครับ&amp;rdquo; จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวหรอก อย่ามองอย่างนั้น ตนบอกแล้วว่า ที่มาเพราะมาดูแลเขา และดูแลประชาชนผ่านเขา ฉะนั้น ตำรวจจะไม่พอใจอะไรตน ตนคิดว่าไม่มี อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายสิบปีมาแล้ว เป็นพี่เป็นน้องกันมา ตั้งแต่เป็นผบ.ทบ.ก็มี รู้จักกันมานาน ทุกคนจำหน้ารู้จักกันหมด เราต้องไว้ใจซึ่งกันและกัน แต่เรื่องนั้นก็วิเคราะห์ได้ ถ้าจะวิเคราะห์กันก็หลายเรื่อง แม้แต่การประชุมก็เกิดขึ้น ต่างประเทศก็มา อะไรก็มา และมาเกิดในช่วงนี้ นี่คือการทำงานประเทศของเรา
ใครที่ทำก็แล้วแต่ ตนถือว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่ใช้ไม่ได้จริงๆ มันต้องไม่มีที่ยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ก่อนหน้านี้มีการข่าวอะไรมาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีในลักษณะเกิดความรุนแรง ทุกคนอยู่ในช่วงการดีใจที่ได้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง การแถลงนโยบายที่ผ่านมาก็โอเคผ่านไปด้วยความเรียบร้อย ไม่คิดว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่ทุกคนก็พยายามระวังเต็มที่แล้ว จะเห็นได้ว่า ก็มีความพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์ ไม่ทำให้เกิดความสูญเสียจำนวนมาก อะไรทำนองนี้ ถ้าเราไม่เข้มงวดคงจะมากกว่านี้ ฉะนั้น เราต้องสร้างความเข้มแข็งของพวกเราด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะต้องใช้มาตรการพิเศษอะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มียังไม่ต้องใช้กฎหมายพิเศษ กฎหมายปกติมีอยู่แล้ว การสืบสวนสอบสวนใช้กระบวนการปกติ โดยบูรณาการร่วมกับกอ.รมน. , ศอ.บต. ซึ่งมีรัฐมนตรีที่กำกับดูแลรับผิดชอบอยู่แล้วทำงานร่วมกัน ส่วนเรื่องคุมเข้ม แน่นอนเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นต้องมีอยู่แล้วโดยเพิ่มมาตรการให้เข้มงวดมากขึ้น ทั้งพื้นที่ราชการ พื้นที่เชิงสัญลักษณ์ต่างๆ การประชุม สถานทูต ตนได้สั่งการไปหมดแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นายกฯ คิดว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อันนี้ก็เต็มที่ ต้องบอกว่าทำเต็มที่ ขอให้ช่วยกันอีกทางหนึ่งก็แล้วกัน สื่อก็ช่วยกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า บริหารประเทศมา 5 ปี ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่ทำไมมาเกิดช่วงนี้ที่มีการเลือกตั้งแล้ว นายกฯ กล่าวว่า มาถามตนจะตอบได้ไหม ต้องถามไอ้คนทำมันเกิดอะไรขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า พล.อ.อภิรัช คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ระบุว่าเป็นกลุ่มเก่าๆ สร้างสถานการณ์ 5ปีที่ผ่านมา ทำไมกวาดล้างคนกลุ่มนี้ไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า บางคนก็หนีไป สอบแล้วก็พบความเชื่อมโยงกันอยู่บ้าง หลายๆ กลุ่มถูกติดคุกไปแล้วก็มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ผู้ต้องหา2คนที่จับได้เป็นใคร จับได้ที่ไหน นายกฯ กล่าวว่า จับได้ที่ชุมพร เมื่อถามว่า จะทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่นหรือไม่ ระหว่างที่เป็นเจ้าภาพจัดประชุมรมว.ต่างประเทศอาเซียน นายกฯ กล่าวว่า แน่นอนคนทำก็หวังอย่างนั้น ถ้าเขามุ่งประเด็นตรงนั้น เราก็อย่าให้เขาสมหวัง เราก็เพิ่มมาตรการต่างๆ ดูแล ทุกคนก็โอเคในการพูดคุย ดูแลคุ้มครองให้ ทุกคนก็พอใจในมาตรการต่างๆ ขอให้เกิดความร่วมมือก็แล้วกัน อย่าทำอย่าคิดอะไรที่ให้คนที่กระทำสมหวัง เราต้องเข้มแข็งเพิ่มมาตรการดูแลให้ดีที่สุด และเราก็ต้องดูแลเขาให้มากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า เหตุระเบิด9จุดใน 5 พื้นที่เก็บกู้ได้ก่อน หรือระเบิดก่อน นายกฯ กล่าวว่า ตอนปี 58และ ปี 60 ก็เคยเกิดอยู่บ้าง และครั้งนี้ พบก่อนส่วนหนึ่งที่ยังไม่ระเบิด และพบที่ระเบิดส่วนหนึ่ง แต่โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บสูญเสียจำนวนมาก แต่ถ้าเราไม่พบก่อน หรือเพิ่มมาตรการอาจจะบาดเจ็บสูญเสียมากกว่านี้ก็ได้ ช่วยกันอะเลิร์ทแล้วกัน อะเลิร์ทเพื่อประเทศไทย ไม่ใช่แค่วันนี้ช่วงนี้ หลังจากวันนี้ก็ต้องอะเลิร์ทต่อไป นี่แหล่ะคือประชาธิปไตยของเรา ต้องยอมรับว่าจะทำอย่างไรให้ประชาธิปไตยของเราเข้มแข็ง ทำอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในประเทศไทย เราต้องไม่ให้คนไม่ดีมีที่ยืนในสังคมในประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นายกฯ ยังเข้มแข็งใช่หรือม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แล้วยังไง ตนอ่อนแอลงตรงไหน แบบนี้ไม่ต้องถาม โอเคนะ สวัสดีทุกคน Thank you very much&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงข่าวของพล.อ.ประยุทธ์ ครั้งนี้มีท่าทีสุขุม ไม่มีอารมณ์และสีหน้าเคร่งเครียดให้เห็น โดยยืนตอบคำถามผู้สื่อข่าวทุกคำถาม ทั้งสื่อไทยและต่างประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42562</URL_LINK>
                <HASHTAG>บึ้มกรุงเทพ, ระเบิดกทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d43f3d2e6c86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
