<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2019 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2019 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หิ้วฝากขัง 2 มือบึ้มหน้า สตช. เร่งตามจับอีก 4 คนร้ายหลบหนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15&amp;nbsp;ส.ค.62&amp;nbsp;ที่ สน.ปทุมวัน พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน พร้อมด้วยหน่วยปฏิบัติการพิเศษอินทราช&amp;nbsp;26&amp;nbsp;อาวุธครบมือควบคุมตัวนายลูไอ แซแง และนายวิลดัน มาหะ ผู้ต้องหาก่อเหตุลอบวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ส.ค.ที่ผ่านมา ไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดา หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ได้แจ้งข้อ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ข้อหา&amp;nbsp;&amp;quot;เป็นอั้งยี่,&amp;nbsp;ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์,กระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือพรัพย์ของผู้อื่น,&amp;nbsp;หลังจากที่ควบคุมตัวครบกำหนด &amp;nbsp;48&amp;nbsp;ชม. ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกควบคุมตัวตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ศูนย์ซักถาม ศปก.ตร.สน.ยะลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ส.ค.ที่ผ่านมาคณะพนักงานสอบสวนคลี่คลายคดีนี้ให้ตำรวจไปร้องทุกข์กับกองปราบปราม (บก.ป.) เพื่อขอให้มีการโอนย้ายคดี ฝ่ายกฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้เสนอเรื่องให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พิจารณาเซ็นคำสั่งอนุมัติแล้วเมื่อช่วงเย็นวานนี้ ทำให้เหลือเพียงขั้นตอนทางธุรการที่ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นเพื่อลดความยุ่งยากในการดำเนินคดี ส่วนการติดตามจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี หลังจากที่วานนี้ ศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่ม 4 คน ยืนยันว่าฝ่ายสืบสวน ยังคงติดตามจับกุมผู้ต้องหาทุกรายที่เกี่ยวข้อง ส่วนผู้ต้องหาที่หลบหนีไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้ได้ประสานขอความร่วมมือไปในระดับหนึ่งให้ช่วยเฝ้าระวังแล้ว และหากมีการออกหมายจับผู้ต้องหาในขบวนการนี้ครบทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43497</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อเหตุวางระเบิด, บึ้มป่วนกรุง, ฝากขังศาล, วางเพลิงเผาทรัพย์, สน.ปทุมวัน, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, อั้งยี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190815/image_big_5d54d2ba7b024.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมายจับเพิ่ม4มือบึ้มกรุง! ตร.เค้นสอบ18ผู้ต้องสงสัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; เผยแก๊งบึ้มป่วนกรุงบางส่วนหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน &amp;quot;ศาล&amp;quot; อนุมัติหมายจับคนร้ายเพิ่ม 4 ราย แจ้ง 4 ข้อหาหนัก &amp;quot;ตร.&amp;quot; พาพยานชี้ตัวมัด 1 ใน 2 มือวางระเบิดป้าย สตช. เตรียมฝากขัง 15 ส.ค.นี้ พร้อมเร่งสอบ 18 ผู้ต้องสงสัย หากใครเกี่ยวข้องแจ้งข้อหาเพิ่มอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ส.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่ กทม.ว่า วันที่ 14 ส.ค. ได้ออกหมายจับอีก 3 คน เป็นระดับปฏิบัติการ ส่วนเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการนำตัว 2 ผู้ต้องหามาสอบปากคำที่กองบังคับการปราบปราม ซึ่งเป็นการสอบสวนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ยังมีคนร้ายที่หนีไปประเทศเพื่อนบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าเหตุการณ์ระเบิดดังกล่าวมีการประชุมสั่งการในประเทศเพื่อนบ้านใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ใช่ เมื่อถามย้ำว่าจะต้องมีการประสานกับประเทศมาเลเซียหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ยังไม่รู้ ตำรวจกำลังดำเนินการอยู่ ปล่อยให้ตำรวจดำเนินการไป ไล่ถามแบบนี้ตายเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวว่า ขณะนี้ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม 4 ราย ในข้อหาเป็นอั้งยี่, ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์, กระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือพรัพย์ของผู้อื่น, ทำ ใช้ มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ พกพาอาวุธ (ระเบิด) ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และทำให้เสียทรัพย์ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นความผิดที่มีอายุความ 20 ปี และมีอัตราโทษสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม 4 คน ประกอบด้วย นายอัสมี อาบูวะ, นายอุสมาน เปาะลอ, นายอัมรี มะมิง, นายฮาเเซ แบเล๊าะ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ออกหมายจับไปแล้ว 2 คน คือ&amp;nbsp;
นายลูไอ แซแง และนายวิลดัน มาหะ ซึ่งถูกคุมตัวเมื่อวันที่ 2 ส.ค.62 ที่ จ.ชุมพร ระหว่างนั่งรถทัวร์ลงพื้นที่ภาคใต้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าหลังตำรวจอรินทราช 26 คุมตัวนายลูไอ แซแง อายุ 22 ปี ชาวตำบลรือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ชาวตำบลสาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส สองผู้ต้องหาลอบวางระเบิดหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากภาคใต้ขึ้นมาสอบสวนที่ สน.ปทุมวัน และแยกผู้ต้องหาอีกคนคือนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ไปคุมขังไว้ที่ สน.บางรัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.ปทุมวัน พนักงานสอบสวนนำพยานในที่เกิดเหตุระเบิดจำนวน 3 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นคนขับรถแท็กซี่ที่รับผู้ต้องหาไปส่งที่สถานีขนส่งหมอชิตมาชี้ตัวนายลูไอ ไซแง อายุ 22 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาที่ลอบวางระเบิดหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยืนยันว่าเป็นบุคคลที่ก่อเหตุดังกล่าวจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.6 กล่าวว่า ในวันที่ 15 ส.ค. จะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังยังศาลอาญากรุงเทพใต้ ในเวลาก่อนเที่ยงตรง ส่วนการสอบสวนได้สอบปากคำพยานแวดล้อมในทุกมิติ แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด สำหรับญาติที่ต้องการจะมาเยี่ยมก็เป็นไปตามสิทธิ์ที่สามารถทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในส่วนการโอนคดีนี้มาให้กองปราบปรามรับผิดชอบ ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการ เนื่องจากหากดำเนินการฟ้องร้องตามขั้นตอนปกติจะต้องทำหลายสำนวน ทั้งที่คดีเป็นเรื่องเดียวกันและมีความเชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะการบรรยายฟ้องในคดีก่อการร้ายที่ บช.น.จะต้องส่งผู้แทนมาแจ้งความกล่าวโทษที่กองปราบฯ นั้น จะต้องบรรยายให้เห็นภาพต่อเนื่องว่าคดีระเบิดมีความเชื่อมโยงทั้งในและนอกประเทศ จึงต้องให้กองปราบฯ ที่มีอำนาจสอบสวนทั่วราชอาณาจักรเป็นผู้ทำสำนวนการสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้ยังมีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีระเบิดป่วนกรุงอีกจำนวนหนึ่งที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.ยะลา ตามกฎหมายพิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เบื้องต้นมีจำนวน 18 คน ซึ่งหากสอบสวนพบมีความผิด ก็จะทยอยส่งตัวขึ้นมาที่กรุงเทพฯ เพื่อแจ้งข้อหาดำเนินคดีในสำนวนการสอบสวนเดียวกัน&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43481</URL_LINK>
                <HASHTAG>บึ้มกรุง, บึ้มป่วนกรุง, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์, หลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน, อนุมัติหมายจับคนร้าย, ออกหมายจับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d541f1195ace.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43242</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนมองการเมืองเอี่ยวบึ้ม 84%ผวามีระเบิด‘รอบ2’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ประชาชนถึง 86% เชื่อการเมืองมีเอี่ยวบึ้มป่วนกรุง ที่สำคัญทำให้ความเชื่อมั่นในเรื่องความสงบของรัฐบาลลุงตู่ดิ่งเหววูบ ซ้ำร้ายมีถึง 84% คาดจะมีระเบิดซ้ำอีกระลอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้เผยผลสำรวจสวนดุสิตโพล ซึ่งสอบถามประชาชนทั่วประเทศ 1,220 คน ในเหตุการณ์ระเบิดป่วนกรุงเทพมหานครเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โดยเมื่อถามว่าประชาชนคิดอย่างไรกับเหตุการณ์ ส่วนใหญ่ 40.60% รู้สึกไม่ปลอดภัย กลัว วิตกกังวล เกรงว่าจะได้รับอันตราย, &amp;nbsp;38.03% มีผู้ไม่หวังดี อยากเห็นบ้านเมืองวุ่นวาย เป็นการกระทำที่อุกอาจ, 23.02% น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง ถูกเชื่อมโยงเรื่องการนำมาตรา 44 ออกมาใช้, 18.60% อยากรู้ข้อเท็จจริงถึงสาเหตุและผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ควรชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา และ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
13.77% รัฐบาลต้องเร่งจับกุมผู้กระทำผิดโดยเร็ว มีมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เมื่อสอบถามว่า ประชาชนคิดว่าสาเหตุของการวางระเบิด พบว่า 52.49% ต้องการสร้างสถานการณ์ให้บ้านเมืองวุ่นวาย ปั่นป่วน, 36.77% มาจากความขัดแย้ง เสียประโยชน์ทางการเมือง, 21.04% เป็นการขู่เตือนรัฐบาล ต้องการดิสเครดิตรัฐบาล, 16.16% น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อการร้ายในภาคใต้ และ 11.61% ยังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง คาดการณ์ไม่ได้ ถามอีกว่าจากเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นมีผลกระทบอะไรบ้าง พบว่า 47.06% เศรษฐกิจตกต่ำ ค้าขายไม่ได้ นักท่องเที่ยวไม่กล้าเข้ามาเที่ยว, 34.57% สร้างความหวาดกลัว วิตกกังวลให้กับประชาชน, 23.74% ภาพลักษณ์ของไทยแย่ลง ต่างชาติไม่มั่นใจ, 21.16% ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของรัฐบาล และ 10.32% ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองร้อนแรงมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
โพลยังถามว่า ประชาชนคิดว่าควรมีวิธีป้องกันหรือแก้ไขอย่างไร 45.64% ประชาชนต้องติดตามข่าวสารอย่างมีสติ ช่วยเป็นหูเป็นตา สิ่งที่ไม่ชอบมาพากล, 25.40% เร่งหาตัวคนร้ายหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดมาดำเนินคดีโดยเร็ว, 21.47% เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจทั่วทุกพื้นที่ ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มมากขึ้น, 19.02% หน่วยข่าวกรองต้องสืบหาข้อเท็จจริง และมีการข่าวที่แม่นยำ และ 15.83% มีการตั้งรางวัลให้แก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสหรือให้ข้อมูลของผู้ที่กระทำผิด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อถามว่าคิดว่าเหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ ส่วนใหญ่ถึง 86.13% ระบุเกี่ยวข้อง เพราะต้องการทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย สร้างสถานการณ์ มาจากความขัดแย้งทางการเมือง &amp;nbsp;ท้าทายอำนาจกฎหมาย ฯลฯ มีเพียง 13.87% บอกไม่เกี่ยวข้อง เพราะอาจจะมีสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัว เรื่องธุรกิจ ผลประโยชน์ ไม่ทราบข้อมูล สาเหตุที่แท้จริง ฯลฯ&amp;rdquo; สวนดุสิตโพลระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โพลยังถามว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ ส่วนใหญ่ถึง 76.39% ระบุส่งผล และทำให้เชื่อมั่นน้อยลง เพราะประชาชนรู้สึกไม่ปลอดภัย แสดงให้เห็นถึงความบกพร่องในการทำงาน การป้องกันหละหลวม กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ฯลฯ ขณะที่ 23.61% ไม่ส่งผลกระทบยัง เชื่อมั่นเหมือนเดิม เพราะเชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถแก้ปัญหาได้ มีการสั่งการเร่งติดตามดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัย น่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ ฯลฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายเมื่อถามว่า ประชาชนคิดว่าจะมีเหตุการณ์ระเบิดเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ส่วนใหญ่ถึง 83.93% มองว่าน่าจะเกิดขึ้นอีก เพราะอาจมีผู้ไม่หวังดีหรือมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ให้วุ่นวาย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจไม่สามารถควบคุมดูแลได้ทั้งหมด ฯลฯ มีเพียง 16.07% ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะน่าจะเป็นเพียงการสร้างกระแสให้คนตื่นตกใจ ต้องการสร้างความวุ่นวายเพียงชั่วคราว และให้เจ้าหน้าที่เพิ่มการตรวจตรามากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43242</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมืองมีเอี่ยวบึ้มป่วนกรุง, บึ้มกรุง, บึ้มป่วนกรุง, สวนดุสิตโพล, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190811/image_big_5d501e28c2fb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42751</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โวรัฐบาลคุมบึ้มป่วนกรุงอยู่แล้วแต่ยังไม่ลดระดับแผนรปภ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.62-นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ในขณะนี้สถานการณ์ได้คลี่คลายลงแล้ว &amp;nbsp;ซึ่งตั้งแต่ที่เกิดเหตุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ติดตามสถานการณ์และสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ด้วยความเป็นห่วงต่อสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชนทุกคน​ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการมายัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้เร่งพิสูจน์ทราบและจับกุมคนร้ายที่พยายามสร้างสถานการณ์ มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว พร้อมขยายผลผู้ที่อยู่เบื้องหลังหรือผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนั้น พร้อมกันนี้ ท่านนายกฯ ยังได้กำชับมายัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มาโดยตลอด ให้ทำงานด้วยความเป็นมืออาชีพยึดหลักกฎหมายระเบียบข้อบังคับสามารถตรวจสอบได้และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แม้ว่าสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมหมดแล้ว แต่มาตรการการรักษาความปลอดภัยยังมิได้ลดลง เพื่อเป็นการเฝ้าระวังความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น ท่านนายกฯ ได้กำชับขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนทุกคนช่วยเป็นหูเป็นตาเพื่อช่วยกันเฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัย จากลักษณะที่พบจากกล้องวงจรปิด จะเห็นว่ามีการสวมใส่หน้ากากคนป่วยเพื่ออำพราง แต่อาจจะไม่ได้ป่วยจริง สวมแว่นดำ หรือหมวกเพื่อปกปิดใบหน้า หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากประชาชนคนไทยร่วมมือร่วมใจกัน สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42751</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์, บึ้มป่วนกรุง, ระเบิด, รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d43fe953531e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชั่ว!วางบึ้มป่วนกรุง 9ครั้ง5จุด‘นายกฯ’ลั่นมันต้องไม่มีที่ยืน/บิ๊กแดงชี้กลุ่มเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;วางบึ้ม! ป่วนทั่วกรุง 9 ครั้ง 5 จุด มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย หลังตำรวจรวบ 2 หนุ่มชาวนราธิวาส ผู้ต้องสงสัยวางระเบิดหน้า สตช.ขณะนั่งรถทัวร์ลงใต้ได้ที่ จ.ชุมพร &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; ฟันธงกลุ่มคนเดิมๆ แต่ใช้หน้าใหม่ลงมือ ฟุ้งฝ่ายมั่นคงเตือนมาก่อนแล้ว &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ลั่นมันต้องไม่มีที่ยืน สั่ง &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; เร่งคลี่คลายคดี ขอปชช.ช่วยถ่ายภาพให้เบาะแสเหตุร้าย แจ้ง &amp;quot;ไมก์ ปอมเปโอ&amp;quot; คุมสถานการณ์อยู่ &amp;quot;อดีตที่ปรึกษารองนายกฯ&amp;quot; เชื่อดิสเครดิตรัฐบาล &amp;quot;ฝ่ายค้าน&amp;quot; ร่วมประสานเสียงประณามคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้เกิดเหตุระเบิดป่วนเมือง 9 ครั้ง 5 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ พร้อมทั้งเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารสำหรับขายของและเก็บสินค้าตลาดเดือนเด่น ภายในซอยเพชรบุรี 19 แขวงพญาไท เขตราชเทวี รวม 4 จุด ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่วันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งต่อเนื่องมาจากช่วงบ่ายวันที่ 1 ส.ค. ที่เจ้าหน้าที่พบวัตถุคล้ายระเบิดถูกซุกซ่อนไว้บริเวณพุ่มไม้ใต้ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 02.00 น. วันที่ 2 ส.ค. พ.ต.ต.อิทธิ พินิจกุล สวป.สภ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร ทำหน้าที่หัวหน้าด่านตรวจปฐมพร สนธิกำลังตั้งด่านตรวจที่บริเวณด่านตรวจปฐมพร ถนนเพชรเกษม หมู่ที่ 9 ตำบลวังไผ่ อ.เมืองฯ จ.ชุมพร พบรถทัวร์ปรับอากาศ กรุงเทพฯ-นราธิวาส ขับมุ่งหน้าลงภาคใต้ ซึ่งเป็นรถเป้าหมายตามที่ได้รับรายงานมีผู้ต้องสงสัยลอบวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังก่อเหตุได้โดยสารหลบหนีลงมาทางภาคใต้ จึงเรียกให้จอดไหล่ทางเพื่อตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบภายในรถทัวร์คันดังกล่าวมีผู้โดยสารมาเต็มคัน โดยชายต้องสงสัย 2 คนนั่งมาเบาะติดกัน พบข้างตัวมีกล่องขนมขบเคี้ยวทรงกลม เปิดดูภายในมีขวดโลหะทรงกลมพร้อมฝาบนปิดทับด้วยโฟมสีขาวตัดเป็นรูปวงกลม มีสายไฟและถ่านไฟขนาดเล็กพันอยู่ด้วย ลักษณะคล้ายระเบิดเวลา จึงตรวจยึดและควบคุมตัวชายทั้ง 2 คนไปสอบสวน ทราบชื่อคือ นายลูไอ แซแง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/6 หมู่ 4 ตำบลรือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส, นายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ 2 ตำบลสาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่จึงรีบนำผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน พร้อมของกลางคล้ายวัตถุระเบิดที่ตรวจยึดได้ เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อให้หน่วยงานมั่นคงและหน่วยงานเกี่ยวข้องสอบสวนอย่างละเอียดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางระเบิดป่วนกรุงเทพฯ หรือไม่อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตั้งแต่เวลา 05.00 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารสำหรับขายของและเก็บสินค้าตลาดเดือนเด่นภายในซอยเพชรบุรี 19 เขตราชเทวี รวม 4 จุด กระทั่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงควบคุมไฟไหม้จนสงบ ตำรวจชุดสืบสวน สน.พญาไท พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เข้าตรวจสอบสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ไม่น่าจะเป็นไฟฟ้าลัดวงจรอย่างที่คาดการณ์ในตอนแรก หลังพบวัตถุบางอย่างคล้ายกับชิ้นส่วนที่ใช้ประกอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่องแบบเพลิงหรือระเบิดเพลิง ตกอยู่ในที่เกิดเหตุทั้ง 4 จุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่าเป็นแผงวงจรที่ใช้ในการตั้งเวลาผูกติดกับก้อนแบตเตอรี่คล้ายกับเพาเวอร์แบงก์ ซึ่งพ่วงต่อกับปุ๋ยยูเรียสารเคมีที่ทำให้เกิดระเบิดในลักษณะเปลวไฟได้ โดยคนร้ายตั้งเวลาให้ระเบิดลูกแรกที่อาคารดีดีเฮ้าส์ทำงานก่อนประมาณครึ่งชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนระเบิดอีก 2 ลูกที่วางไว้อีก 2 จุด ในที่เกิดเหตุอีก 2 แห่ง บริเวณใกล้เคียงจึงเริ่มทำงานต่อ โดยเป้าหมายของคนร้ายในการก่อเหตุในพื้นที่ย่านประตูน้ำนี้เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์มากกว่าเป็นการประสงค์เอาชีวิต พร้อมกับเร่งทำการตรวจสอบภาพวงจรปิดในพื้นที่โดยรอบที่เกิดเหตุเพื่อตามหาตัวผู้กระทำผิดต่อไป
วางบึ้ม!ป่วนทั่วกรุง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เวลาประมาณ 07.05 น. ได้เกิดเหตุระเบิด 3 ครั้ง ที่บริเวณพุ่มไม้ด้านหน้าอาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถ.แจ้งวัฒนะ อาคารบี ฝั่งตะวันออก แรงระเบิดทำให้พุ่มไม้บริเวณดังกล่าวกระจัดกระจาย เจ้าหน้าที่หน่วยอีโอดีเข้าตรวจสอบพบระเบิดอีก 1 ลูก จึงเก็บกู้ระเบิดดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลาประมาณ 07.45 น. ได้เกิดเสียงดังคล้ายระเบิดบริเวณริมถนนหน้าป้ายสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถนนศรีสมาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทหารในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เดินออกมาบอกกับผู้สื่อข่าวว่าไม่ใช่ระเบิด เป็นเพียงไฟส่องป้ายเกิดระเบิดขึ้นมา อย่างไรก็ตาม กลับพบว่าที่เกิดจากแรงระเบิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ ผิดปกติมากกว่าจะเป็นไฟส่องป้ายระเบิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอเวลาประมาณ 08.36 น. มีเสียงดังคล้ายระเบิดเกิดขึ้น 2 ครั้ง หน้าตึกมหานครและพงหญ้าใต้บันไดทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ช่องนนทรี ฝั่งตึกมหานคร จากนั้นเจ้าหน้าที่อีโอดีเข้าตรวจสอบ พบวัตถุต้องสงสัยลักษณะเป็นกระติกน้ำ สีฟ้าขาว จากการตรวจสอบไม่พบสิ่งผิดปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลาประมาณ 08.50 น. ที่ถนนพระราม 9 ซอย 57/1 เจ้าหน้าที่ทำความสะอาด สำนักงานเขตสวนหลวง ได้รับบาดเจ็บ 3 คน เจ้าหน้าที่อีโอดีเข้าเก็บกู้ พบเทปพันสายไฟสีดำ สะเก็ดระเบิดขนาดเล็ก และมีด 1 เล่ม วัตถุพยานที่พบคล้ายระเบิดปิงปองของเด็กช่างกล แตกต่างกับวัตถุระเบิดปลอมที่พบหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางรัก ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่บีทีเอส ศาลาแดง พบวัตถุต้องสงสัย ลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยม ขนาดประมาณ 3x3 นิ้ว สีดำ วางอยู่ใต้บันไดเลื่อนทางขึ้น-ลงสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ศาลาแดง จึงประสานเจ้าหน้าที่อีโอดีเข้าตรวจสอบและเก็บกู้ พบเป็นแค่กล่องนาฬิกาเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 11.16 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha&amp;quot; ระบุว่า &amp;quot;เหตุการณ์ระเบิดเช้าวันนี้ ผมขอประณามผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสถานการณ์ ที่ทำลายความสงบสุขและภาพลักษณ์ประเทศ ผมได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของประชาชนและผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเร่งด่วนแล้วครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกโซเชียลได้มีการส่งต่อข้อความระบุ &amp;quot;ประกาศพื้นที่ควบคุมพิเศษ 1.แยกราชประสงค์ 2.สยามสแควร์ 3.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 4.อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 5.สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินและบนดินทุกสถานี 6.สถานีรถไฟหัวลำโพง 7.สถานีขนส่งทุกแห่ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ออกมายืนยันไม่มีการประกาศพื้นที่ควบคุมพิเศษตามที่มีการแชร์ความความดังกล่าวตามโลกโซเชียล ขอให้ประชาชนอย่างตื่นตระหนก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน ได้รับแจ้งพบกระเป๋าต้องสงสัยขนาดใหญ่ สีดำ มาวางทิ้งไว้บริเวณป้ายรถเมล์ประจำทาง ปากซอยพหลโยธิน 44 ตรงโรงแรมมารวย ถนนพหลโยธินขา ออก มุ่งหน้าวงเวียนบางเขน พบกระเป๋าสะพายสีดำ 1 ใบ คล้ายกระเป๋าใส่โน้ตบุ๊ก วางอยู่ข้างที่นั่งรถโดยสาร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำยางรถยนต์มาวางกั้นที่เกิดเหตุไว้และปิดการจราจร 1 ช่องทาง เพื่อป้องกันเหตุร้ายแรงที่จะเกิดขึ้น จากนั้นก็ได้ประสานเจ้าหน้าที่อีโอดี หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดมาตรวจสอบว่าภายในกระเป๋ามีอะไร
บิ๊กแดงชี้ฝีมือกลุ่มเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.รมน.) กล่าวว่า ทางฝ่ายความมั่นคงได้มีการแจ้งเตือนมาระยะหนึ่งแล้ว โดยได้ประสานงานทั้ง กอ.รมน. เหล่าทัพ ตำรวจ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะมาเกิดในช่วงนี้ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งการหน่วยงานความมั่นคง โดยโทรศัพท์สายตรงไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ให้ดูแลสถานการณ์ด้วยเหมือนว่านายกฯ กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ในจุดที่ 2 และ 3 ตามมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอตั้งข้อสังเกตว่าลักษณะเหตุการณ์รูปแบบการก่อเหตุคล้ายกับเหตุการณ์ในปี 2549 เป็นกลุ่มคนเดิมๆ แนวคิดเดิมๆ มาจากสำนักเดิมๆ ที่เคยระเบิดป้อมตำรวจหลายจุด สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือจะมีฝ่ายการเมือง หรือพวกที่ไม่หวังดีกับประเทศมาใส่ความว่าฝ่ายความมั่นคงทำเรื่องแบบนี้ทำเอง เพราะเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ทั้งที่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากกลุ่มเดิมๆ ความคิดเดิมๆ คนสั่งการคนเดิม แต่คนลงมืออาจเป็นคนหน้าใหม่ นี่คือสิ่งบอกเหตุทางการเมือง เกิดจากกลุ่มที่มีความคิดแบบนี้ และสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นสิ่งบอกเหตุว่าอาจจะมีครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก แต่ขอให้มั่นใจว่านายกฯ และฝ่ายความมั่นคงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้&amp;quot; พล.อ.อภิรัชต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ทบ.กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจจับได้ 2 คนแล้วอยู่ระหว่างการขยายผล อย่างไรก็ตาม ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก และขอความร่วมมือหากพบบุคคลต้องสงสัยหรือสิ่งต้องสงสัย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที แต่อย่าหลอกกัน เพราะยิ่งจะสร้างความปั่นป่วน ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ โดยเฉพาะเรื่องของความเชื่อมั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ผู้ต้องสงสัย 2 คนมาจากภาคใต้ ผบ.ทบ.กล่าวว่า &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเอาคนที่มาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาทำหรือไม่ก็ตาม แต่คนที่อยู่เบื้องหลังก็ยังเป็นกลุ่มเดิมๆ แต่ไม่ต้องห่วงท่านนายกฯ ดูแลได้ พวกเราก็ดูแลอยู่ จะไม่ให้เกิดอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าเหตุที่เกิดขึ้นหน้าหน่วยทหารถือเป็นการท้าทายนายกฯ ที่คุมทหาร คุมตำรวจด้วยหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า อย่าเรียกว่าท้าทาย คนที่จะทำก็จ้องหาช่องโหว่อยู่แล้ว แต่มันเป็นสิ่งบอกเหตุว่าต่อไปอาจจะมีการเอาเรื่องแบบนี้มาใช้หวังผลทางการเมือง ขอให้ประชาชนช่วยกัน อย่าให้คนไม่หวังดีเหล่านี้มาทำร้ายประเทศเราได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางมาประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) รวมทั้งเป็นประธานมอบนโยบายให้กับข้าราชการตำรวจระดับผู้บัญชาการ (ผบช.) ขึ้นไปทั่วประเทศ ใช้เวลากว่า 2 ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงเหตุการณ์ระเบิดหลายจุดในกรุงเทพฯ ว่า จากเหตุระเบิด 5 ครั้ง จาก 9 เหตุการณ์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง แต่ก็ไม่มากนัก แต่แค่คนเดียวตนก็รับไม่ได้ จึงได้สั่งการให้ สตช.เข้าไปดูแลว่าได้รับความเดือดร้อนและบาดเจ็บตรงไหน เพราะไม่ต้องการให้ใครเดือดร้อน และสิ่งที่อยากให้ทุกคนช่วยกันคิดก็คือ เราจะแก้ไขปัญหาความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินกันอย่างไร การจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารทำเพียงฝ่ายเดียวคงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาแบบองค์รวม คือประชาชนมีส่วนร่วม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ปัจจุบันเรามีช่องทางสื่อสารระหว่างประชาชนกับตำรวจและทหารอยู่แล้ว เราจึงจำเป็นต้องทำตัวให้สอดคล้องกับโลกปัจจุบัน ที่เป็นโลกแห่งการใช้โซเชียลมีเดียและโทรศัพท์ จึงขอฝากไปถึงประชาชนทุกคน อย่างกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 1 ส.ค. จนถึงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจากกล้องซีซีทีวี จับภาพผู้ต้องสงสัย ขณะเดียวกันตนอยากได้ภาพเหล่านี้จากประชาชนด้วย ดังนั้นหากเห็นสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น หรือไม่น่าไว้วางใจ ก็ขอให้ถ่ายรูปเก็บไว้ หากเจ้าหน้าที่ต้องการหลักฐานเพิ่มเติมก็สามารถส่งมาให้ได้ เพื่อช่วยกันคลี่คลายสถานการณ์
นายกฯ ลั่นต้องไม่มีที่ยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ผมได้สั่งการผ่าน ผบ.ตร. และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เพื่อช่วยกันทำงานและเป็นที่น่ายินดีที่เราสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน จากพื้นที่ จ.ชุมพร ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง แสดงว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวน และผลการสอบสวนขอให้เป็นเรื่องของกระบวนการ และค่อนข้างชัดเจนว่าทั้ง 2 คนคือผู้ก่อเหตุ โดยมีหลักฐานจากกล้องซีซีทีวี และวัตถุพยานหลายอย่าง แต่อย่าเพิ่งด่วนให้ข้อสรุปว่าเกิดจากอะไร หรือสาเหตุมาจากอะไร แต่อยากให้ทุกคนคิดว่า 5 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล เหตุการณ์ลดน้อยลงจนเกือบไม่มีเกิดขึ้นเลย แล้วทำไมจึงกลับมาเกิดในช่วงนี้อีก&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ทุกคนต้องมองสถานการณ์วันนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น ขณะนี้เรามีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญในการพูดคุยกับประเทศคู่เจรจา แล้วทำไมต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เคยมีตัวอย่างแบบนี้เกิดขึ้นหรือเปล่า ก็ต้องไปสอบทบทวนว่าเกี่ยวข้องอะไรกับใครบ้างในอดีตที่ผ่านมา ทราบว่ามีหลายอย่างที่เชื่อมโยงกับกลุ่มเก่าๆบ้าง แต่วันนี้ยังไม่ได้ตัดประเด็นอะไรออกไปทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้หลายอย่างเกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย สิ่งเก่าๆ และเดิมเราคงต้องช่วยกันเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เกิดการปฏิรูปประเทศ สิ่งสำคัญคือต้องระเบิดจากข้างใน โดยจิตใจของคนไทย ต้องร่วมมือกันทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ทุกองค์กรต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ตำรวจทหารก็ต้องสนับสนุนในทุกๆรัฐบาล ไม่ใช่ว่าจะเป็นการสืบทอดอำนาจใดๆ เพราะการเป็นนายกฯ ก็ต้องดูแลทุกคนในฐานะหัวหน้ารัฐบาล&amp;quot; นายกฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้น้ำหนักในประเด็นการเมืองแค่ไหน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนบอกแล้วว่าเราไม่ทิ้งอะไรสักอย่าง จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ สรุปมีคนไม่ดีกระทำการเช่นนี้ขึ้นมา จะด้วยเหตุผลประการใด เดี๋ยวสอบสวนออกมาได้เองว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มไหน อะไรอย่างไร เดี๋ยวก็ออกมาเองเป็นชุด และจะสร้างการรับรู้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้อย่าเพิ่งใจร้อน เพิ่งเกิดเหตุ เราก็ทำเต็มที่ เมื่อคืนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้หลับได้นอน ด่านก็ตรวจสกัดทุกช่องทาง กทม.ก็ช่วย ตำรวจก็ช่วย ทหารก็ช่วย นี่คือการบูรณาการ ทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คนตามหลักฐานวัตถุพยาน ไม่ได้ใช้วิธีการอื่นเลย ใช้การสอบสวนกับกระบวนการยุติธรรม ให้ความเป็นธรรม&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า การสร้างสถานการณ์ระเบิดเกิดขึ้นก่อนที่นายกฯ จะมาประชุมที่ สตช.เพียงวันเดียว มีการมองว่าเป็นเพราะตำรวจไม่ยอมรับนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ หัวเราะ พร้อมหันไปถาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่ยืนข้างหลัง ว่า &amp;ldquo;ตำรวจไม่ยอมรับหรือ&amp;rdquo; ขณะที่ ผบ.ตร. ตอบในทันทีว่า &amp;ldquo;ยอมครับ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตำรวจจะไม่พอใจอะไรผม ผมคิดว่าไม่มี อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายสิบปีมาแล้ว เป็นพี่เป็นน้องกันมา ตั้งแต่เป็น ผบ.ทบ.ก็มี รู้จักกันมานาน ทุกคนจำหน้ารู้จักกันหมด เราต้องไว้ใจซึ่งกันและกัน แต่เรื่องนั้นก็วิเคราะห์ได้ ถ้าจะวิเคราะห์กันก็หลายเรื่อง แม้แต่การประชุมก็เกิดขึ้น ต่างประเทศก็มา อะไรก็มา และมาเกิดในช่วงนี้ นี่คือการทำงานประเทศของเรา ใครที่ทำก็แล้วแต่ ผมถือว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่ใช้ไม่ได้จริงๆ มันต้องไม่มีที่ยืน&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า ก่อนหน้านี้มีการข่าวอะไรมาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีในลักษณะเกิดความรุนแรง ทุกคนอยู่ในช่วงการดีใจที่ได้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง การแถลงนโยบายที่ผ่านมาก็โอเค ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย ไม่คิดว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่ทุกคนก็พยายามระวังเต็มที่แล้ว จะเห็นได้ว่าก็มีความพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์ ไม่ทำให้เกิดความสูญเสียจำนวนมาก อะไรทำนองนี้ ถ้าเราไม่เข้มงวดคงจะมากกว่านี้ ฉะนั้น เราต้องสร้างความเข้มแข็งของพวกเราด้วย
แจ้ง&amp;#39;ไมก์ ปอมเปโอ&amp;#39;เอาอยู่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะต้องใช้มาตรการพิเศษอะไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่มี ยังไม่ต้องใช้กฎหมายพิเศษ กฎหมายปกติมีอยู่แล้ว การสืบสวนสอบสวนใช้กระบวนการปกติ โดยบูรณาการร่วมกับ กอ.รมน., ศอ.บต. ซึ่งมีรัฐมนตรีที่กำกับดูแลรับผิดชอบอยู่แล้วทำงานร่วมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องคุมเข้ม แน่นอนเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นต้องมีอยู่แล้วโดยเพิ่มมาตรการให้เข้มงวดมากขึ้น ทั้งพื้นที่ราชการ พื้นที่เชิงสัญลักษณ์ต่างๆ การประชุม สถานทูต ตนได้สั่งการไปหมดแล้ว อันนี้ก็เต็มที่ ต้องบอกว่าทำเต็มที่ ขอให้ช่วยกันอีกทางหนึ่งก็แล้วกัน สื่อก็ช่วยกันด้วย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ระบุเป็นกลุ่มเก่าๆ สร้างสถานการณ์ 5 ปีที่ผ่านมา ทำไมกวาดล้างคนกลุ่มนี้ไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า บางคนก็หนีไป สอบแล้วก็พบความเชื่อมโยงกันอยู่บ้าง หลายๆ กลุ่มถูกติดคุกไปแล้วก็มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า เหตุระเบิดครั้งนี้จะทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่นหรือไม่ ระหว่างที่เป็นเจ้าภาพจัดประชุมรมว.ต่างประเทศอาเซียน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า แน่นอน คนทำก็หวังอย่างนั้น ถ้าเขามุ่งประเด็นตรงนั้น เราก็อย่าให้เขาสมหวัง เราก็เพิ่มมาตรการต่างๆ ดูแล ทุกคนก็โอเคในการพูดคุย ดูแลคุ้มครองให้ ทุกคนก็พอใจในมาตรการต่างๆ ขอให้เกิดความร่วมมือก็แล้วกัน อย่าทำอย่าคิดอะไรที่ให้คนที่กระทำสมหวัง เราต้องเข้มแข็ง เพิ่มมาตรการดูแลให้ดีที่สุด และเราก็ต้องดูแลเขาให้มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุระเบิดตอนปี 58 และปี 60 ก็เคยเกิดอยู่บ้าง และครั้งนี้พบก่อนส่วนหนึ่งที่ยังไม่ระเบิด และพบที่ระเบิดส่วนหนึ่ง แต่โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บสูญเสียจำนวนมาก แต่ถ้าเราไม่พบก่อนหรือเพิ่มมาตรการ อาจจะบาดเจ็บสูญเสียมากกว่านี้ก็ได้ ช่วยกันอะเลิร์ตแล้วกัน อะเลิร์ตเพื่อประเทศไทย ไม่ใช่แค่วันนี้ช่วงนี้ หลังจากวันนี้ก็ต้องอะเลิร์ตต่อไป นี่แหละคือประชาธิปไตยของเรา ต้องยอมรับว่าจะทำอย่างไรให้ประชาธิปไตยของเราเข้มแข็ง ทำอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในประเทศไทย เราต้องไม่ให้คนไม่ดีมีที่ยืนในสังคมในประเทศไทย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีหลายจุดที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างน้อย 3 จุด คนร้ายที่ก่อเหตุมีประสบการณ์ มีการมาสำรวจพื้นที่ก่อน ซึ่งประเด็นการก่อเหตุยังไม่สามารถตอบได้ เมื่อก่อเหตุเสร็จได้เดินทางกลับภาคใต้ทันที ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้จะมีกี่คน อย่าเพิ่งคาดเดา แต่ที่แน่ๆ เราสามารถควบคุมตัวคนร้ายได้แล้ว 2 คน เจ้าหน้าที่ไม่หนักใจในการทำงาน เรามีประสบการณ์ แต่ไม่ประมาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนร้ายเป็นคนหน้าใหม่ ไม่อยู่ในระบบ หลังจากนี้จะแต่งตั้ง พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าชุดในการทำงาน ซึ่งเป็นชุดเดียวกันกับที่คลี่คลายคดีที่ รพ.พระมงกุฎฯ และเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ที่ผ่านมามีคดีที่หนักกว่านี้ เรายังควบคุมสถานการณ์ได้&amp;quot; ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.30 น. ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า นายไมก์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในระหว่างการหารือเพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกาในหลายๆ ด้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท่านนายกฯ ได้แจ้งให้นายไมก์ ปอมเปโอ และคณะทราบว่าขณะนี้เหตุการณ์ความวุ่นวายอยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว และได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่ามิให้ประมาท ยังคงเฝ้าระวังเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าว
ประสานเสียงประณาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผกก.4 บก.สันติบาล 3 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า ทำเนียบฯ จะเพิ่มความถี่ในการตรวจมากขึ้นกว่าเดิม มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ที่ออกเวรแล้ว ให้มาช่วยเสริมการปฏิบัติในการออกตรวจ ซึ่งช่วงนี้จะเพิ่มความถี่ในการออกตรวจเป็น 24 ชั่วโมง ขณะที่การเข้า-ออกทำเนียบฯ ได้สั่งเพิ่มเติมให้ตรวจเข้มบุคคลที่เข้ามาว่าจะมาพื้นที่ส่วนไหน ซึ่งมาตรการทางเราได้วางไว้อยู่แล้วว่าใครจะมาตึกไหน จะใช้บัตรสีที่แตกต่างกันหรือสีประจำตึก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ดำเนินการตามมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ เน้นย้ำให้ร่วมมือกับประชาชนดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในทุกพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศในด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการและสถานที่สำคัญต่างๆ อย่างรอบคอบและรัดกุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร อดีตที่ปรึกษารองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง วิเคราะห์ว่า เหตุระเบิดป่วนกรุงหลายจุดค่อนข้างชัดเจนว่ามีเป้าหมายดิสเครดิตรัฐบาล และอาจใช้มือก่อการบางส่วนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติและระเบิดที่หน้ากองบัญชาการกองทัพไทย ทั้ง 2 เป้าหมายนี้จะเป็นแรงสะท้อนไปยังรัฐบาล ซึ่งอยู่ในสภาพที่ยังไม่ได้ตั้งตัว 100% เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็จะเกิดแรงกดดันต่อรัฐบาลทันที ยังโชคดีที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 คนแรกเอาไว้ได้ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ยังทำให้ประชาชนตื่นตระหนก และเชื่อได้ว่าเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อลดความน่าเชื่อถือทางการเมือง&amp;quot; รศ.ดร.ปณิธานระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงเหตุระเบิดในกรุงเทพฯ ว่า ขอเรียกร้องไปยังผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐบาล และตำรวจ ทหาร ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยเร่งหาตัวผู้ดำเนินการ ไม่ว่าจะสร้างสถานการณ์ หรือหวังผลอะไรก็แล้วแต่ มาดำเนินการลงโทษให้เร็วที่สุด เชื่อว่าทุกจุดที่มีการกระทำดังกล่าวน่าจะมีกล้องวงจรปิด ขอให้เจ้าหน้าที่รัฐเร่งตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้กระทำเหตุการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ให้รวดเร็วที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ใครที่ได้ประโยชน์จากการสร้างเหตุการณ์นี้ก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่น่าประณามที่สุดคือ ถ้ามีคนคิดที่สร้างสถานการณ์นี้เพื่อประโยชน์ของตนเอง ก็เป็นความคิดที่เลวมาก คือเล่นอยู่กับชีวิต ทรัพย์สิน และจิตใจของประชาชน เรายอมไม่ได้ที่จะให้เกิดเรื่องแบบนี้&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ทวีตข้อความกรณีเหตุระเบิดป่วนทั่งกรุงเทพฯ ว่าเกิดเหตุระเบิดหลายจุด ผมหวังว่ารัฐบาลจะเร่งสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้โดยเร็ว และเฉพาะหน้า ควรแจ้งสถานการณ์ตามความเป็นจริง และมาตรการความปลอดภัยให้ประชาชนทราบ สุดท้ายขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจทำให้กระทบกระเทือนต่อความเชื่อมั่นและบรรยากาศทางการเมืองที่กำลังทยอยกลับเข้าสู่ระบบปกติ แต่ตนเชื่อว่าประชาชนเข้าใจดี และเชื่อว่าจะผ่านไปได้ ซึ่งพวกเราต้องช่วยกัน อย่าให้สถานการณ์ระเบิดในวันนี้ ลุกลามบานปลายไปจนเป็นข้ออ้างในการเข้ามาใช้อำนาจพิเศษใดๆ อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ขอประณามผู้ก่อเหตุ ไม่ว่าจะเป็นใคร กระทำด้วยเหตุผลใด ขอให้ยุติการกระทำซะ พวกคุณไม่สามารถที่จะสร้างสถานการณ์หลอกคนไทยได้อีกแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42582</URL_LINK>
                <HASHTAG>9 ครั้ง 5 จุด, บึ้มป่วนกรุง, มันต้องไม่มีที่ยืน, ระเบิดป่วนกรุง, ระเบิดป่วนเมือง, หนังสือพิมพ์, เร่งคลี่คลายคดี, ใช้หน้าใหม่ลงมือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d4445b0e389b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
