<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำคุก5แกนนำพันธมิตร บุกNBTไล่รัฐบาลสมัคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศาลสั่งจำคุก &amp;quot;สมเกียรติ&amp;quot; 2 ปี &amp;quot;อัญชะลี-ภูวดล-ยุทธิยง-น้องสนธิ&amp;quot; คนละ 1 ปี ไม่รอลงอาญา คดีนำพันธมิตรฯ บุก NBT ไล่รัฐบาลสมัคร ก่อนให้ประกันตัว 5 แกนนำตีราคา 2-3 แสนบาท &amp;quot;เจ๊ปอง&amp;quot; ยันจัดรายการข่าวต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ เวลา 09.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อ.1033/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.), น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก, นายภูวดล ทรงประเสริฐ, นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที แนวร่วม พธม. และนายชิติพัทธ์ ลิ้มทองกุล น้องชายของนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำ พธม. ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุก มั่วสุม สร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง อั้งยี่ซ่องโจรฯ กรณีร่วมกันบุกยึดสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) ในช่วงการชุมนุมของ พธม. เพื่อขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เมื่อปี 2551
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องโจทก์ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 25-26 ส.ค.2551 จำเลยทั้งห้ากับพวก 85 คน ที่ศาลฎีกาพิพากษาลงโทษแล้ว ร่วมกันกระทำความผิดเป็นซ่องโจร มั่วสุมก่อการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยร่วมกันเดินขบวนในถนนสาธารณะจากบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ และจากที่อื่นๆ โดยมีอาวุธปืน มีด ขวาน ไม้กอล์ฟ ไม้ท่อน หนังสติ๊ก ลูกเหล็ก แล้วร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบริเวณและอาคารสำนักงานสถานีเอ็นบีที ทุบทำลายประตูหน้าต่าง ตัดสายไฟฟ้าตู้ควบคุมระบบไฟฟ้า ระบบโทรศัพท์ ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบกล้องวงจรปิด ทำลายระบบส่งสัญญาณการออกอากาศวิทยุโทรทัศน์ และร่วมกันข่มขืนใจพนักงานไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ออกอากาศและกระจายเสียง และสั่งให้ออกไปจากอาคารสถานี โดยจำเลยทั้งห้าเป็นหัวหน้าและเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิด อันเป็นความผิดฐานร่วมกันเป็นซ่องโจร ฐานร่วมกันทำให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ฐานร่วมกันบุกรุก และฐานร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 210, 215, 309, 358, 364 และ 365 จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้จำเลยทั้งหมดเดินทางมาฟังคำพิพากษาครบทุกคน โดยนายภูวดลนั่งรถเข็นมาศาล และมีกลุ่มคนเดินทางมาให้กำลังใจจำนวนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานตามที่คู่ความทั้งสองฝ่ายนำสืบแล้วเห็นว่า โจทก์มีพยานเจ้าพนักงานตำรวจที่ไปดูแลรักษาความปลอดภัย, ผอ.สถานีเอ็นบีที และช่างภาพสถานีเอ็นบีที เบิกความว่าก่อนเกิดเหตุกลุ่ม พธม.ชุมนุมกันที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ เพื่อขับไล่รัฐบาลที่มีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อมาเมื่อวันที่ 25 ส.ค.2551 แกนนำ พธม. ประกาศว่าวันที่ 26 ส.ค.2551 จะบุกสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งสถานีเอ็นบีเมื่อวันที่ 26 ส.ค.2551 ในเวลา 05.00 น. มีกลุ่มนักรบศรีวิชัย ซึ่งเป็นการ์ดของกลุ่ม พธม. บุกรุกเข้าไปในอาคารสถานีเอ็นบีที ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจสามารถจับกุมได้ 85 คน หลังจากนั้นมีกลุ่มผู้ชุมนุมทยอยเดินทางมาที่หน้าประตูทางเข้า-ออกด้านหน้าสถานี จนเวลา 06.00 น. ผู้ชุมนุมกลุ่มใหญ่พร้อมรถยนต์บรรทุกติดเครื่องขยายเสียงเป็นเวทีปราศรัยเคลื่อนที่มาถึงสถานีเอ็นบีที่หลายคันผู้ชุมนุมบนรถดังกล่าวผลัดเปลี่ยนกันพูดโจมตีรัฐบาลและสถานีเอ็นบีที ว่าเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล ต้องการยึดเอ็นบีทีให้จอดำและเชื่อมต่อสัญญาณออกอากาศเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของกลุ่ม พธม. รวมทั้งเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ชุมนุมที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเจ้าพนักงานตำรวจที่เป็นพยานโจทก์ยืนยันว่า ขณะเกิดเหตุอยู่ในลักษณะประจันหน้ากันที่ประตูรั้ว พยานเห็นจำเลยทั้ง 5 อยู่บนรถ และมีพยานจำเสียงของจำเลยที่ 2 ได้ โดยโจทก์มีภาพถ่ายเป็นพยานหลักฐานด้วย ต่อมากลุ่ม พธม.ได้พังประตูรั้วเหล็กฝ่าแนวกั้นของเจ้าพนักงานตำรวจบุกรุกเข้าไปในบริเวณพื้นที่และอาคารสถานีเอ็นบีที ซึ่งจำเลยที่ 5 ประกาศต่อหน้าเจ้าพนักงานตำรวจว่าผู้ชุมนุมเป็นกองทัพประชาชน มีผู้สั่งการให้มายึดเอ็นบีที ขอให้เจ้าพนักงานตำรวจออกจากอาคารสถานีไป จากนั้นกลุ่ม พธม.ได้ยึดพื้นที่สถานีและอาคารดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น.จึงออกจากพื้นที่ดังกล่าว นอกจากพยานในที่เกิดเหตุแล้ว เจ้าพนักงานตำรวจผู้ติดตามความเคลื่อนไหวการชุมนุมทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี และผู้ถอดเทปคำปราศรัยบนเวทีชุมนุมที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ยังเบิกความข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบุกยึดสถานีเอ็นบีทีอย่างสอดคล้องกัน พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักมั่นคง รับฟังได้ว่าจำเลยทั้งห้ากับพวกที่บุกรุกเข้าไปในอาคารสถานีเอ็นบีที เมื่อเวลา 08.00 น. กับกลุ่มนักรบศรีวิชัยที่บุกรุกเข้าไปในอาคารสถานีเอ็นบีที เมื่อเวลา 05.00 น.ในวันที่ 26 ส.ค.2551 มีเจตจำนงเดียวกัน กระทำการต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน เพื่อปฏิบัติภารกิจบุกยึดสถานีเอ็นบีทีให้บรรลุเป้าหมายที่แกนนำร่วมกันมีมติ เป็นการร่วมกันกระทำความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 1, 2, 3, 4 ซึ่งอ้างว่ามีผู้ชุมนุมดาวกระจายไปที่สถานีเอ็นบีทีแล้วถูกจับกุมไป ยังมีผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งอยู่ที่หน้าสถานีเอ็นบีที เมื่อจำเลยทราบข่าวจึงเคลื่อนขบวนติดตามไปภายหลังเพื่อจะนำมวลชนที่อยู่หน้าสถานีเอ็นบีทีกลับมาที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยไม่ได้เข้าไปในสถานีเอ็นบีที และจำเลยที่ 5 เป็นเพียงผู้ชุมนุมธรรมดาที่เดินทางไปร่วมชุมนุม ไม่ได้พูดประกาศต่อเจ้าพนักงานตำรวจนั้น ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ จำเลยทั้งห้ามีความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมก่อการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ฐานร่วมกันบุกรุก ฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์และฐานร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น ส่วนความผิดฐานร่วมกันเป็นซ่องโจรนั้น โจทก์ยังไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยทั้งห้ากับพวกและกลุ่มนักรบศรีวิชัยสมคบกันร่วมประชุมวางแผนกัน จึงลงโทษในความผิดฐานร่วมกันเป็นซ่องโจรไม่ได้ จำเลยที่ 1 เป็นแกนนำของกลุ่ม พธม. ร่วมสมคบคิดบุกยึดสถานีเอ็นบีที ขึ้นเวทีชุมนุมที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ร่วมประกาศภารกิจและเดินทางไปในลักษณะกำกับดูแล เป็นหัวหน้าเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิด แต่สำหรับจำเลยที่ 2-5 พยานหลักฐานยังไม่ชัดว่าเป็นหัวหน้าหรือมีหน้าที่สั่งการในการบุกยึด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกระทำของจำเลยทั้งห้าเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท พิพากษาให้ลงโทษบทหนักสุด ฐานร่วมกันบุกรุกในเวลากลางคืน ให้จำคุกนายสมเกียรติ จำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี จำคุก น.ส.อัญชะลี จำเลยที่ 2 นายภูวดล จำเลยที่ 3 นายยุทธิยง จำเลยที่ 4 และนายชิติพัทธ์ จำเลยที่ 5 คนละ 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ญาติและทนายความของจำเลยทั้งห้าได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวพร้อมหลักทรัพย์ เพื่อประกันตัวต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ โดยในส่วนของนายสมเกียรติ จำเลยที่ 1 ได้ยื่นโฉนดที่ดิน จ.นครราชสีมา เนื้อที่ 4 ไร่ ราคาประเมิน 1.4 ล้านบาทเศษ ส่วน น.ส.อัญชะลี จำเลยที่ 2,&amp;nbsp;นายภูวดล จำเลยที่ 3,&amp;nbsp;นายยุทธิยง จำเลยที่ 4,&amp;nbsp;นายชิติพัทธ์ จำเลยที่ 5 ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด คนละ 200,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกระทั่งเวลา 14.45 น. ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งห้าระหว่างอุทธรณ์คดี โดยตีราคาประกันในส่วนของนายสมเกียรติ จำเลยที่ 1 วงเงิน 300,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2-5 ตีราคาประกันคนละ 200,000 บาท ซึ่งคดีจะครบกำหนดการยื่นอุทธรณ์ภายในวันที่ 12 มี.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังได้รับการปล่อยตัวแล้ว น.ส.อัญชะลี ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในพิธีกรข่าวทางสถานีโทรทัศน์ช่อง เนชั่นทีวี 22 ได้ตอบคำถามสื่อกรณีที่ถูกตัดสินจำคุกคดีนี้ จะมีผลในการทำหน้าที่สื่อหรือไม่ว่า ไม่มีผล ตนจะยังกลับไปจัดรายการข่าวเหมือนเดิม ส่วนที่มีการเปรียบเทียบกับกรณีนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรข่าวที่ยุติการทำหน้าที่สื่อ ตั้งแต่ถูกศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกคดีสนับสนุนเจ้าพนักงาน อสมท ไม่รายงานโฆษณาส่วนเกินนั้น ในรายละเอียดคงเปรียบเทียบกันไม่ได้ เนื่องจากคดีของตนกล่าวหาเรื่องการทำกิจกรรมการเมืองภาคประชาชน ที่บริเวณด้านนอกของสถานีช่อง 11 คนละเรื่องกับของนายสรยุทธ นอกจากนี้ทางเนชั่นเองได้คุยกันแล้วว่าคดียังไม่ถึงที่สุด เรายังอยู่ในกระบวนการยุติธรรมที่สามารถยื่นอุทธรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมเกียรติให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เราได้รับโชคชะตาอย่างไรเราไม่เคยหวั่นไหวที่อะไรจะเกิดขึ้น เราไม่ได้เคลื่อนไหวเพื่อประโยชน์ส่วนตนแม้แต่น้อย แม้รัฐบาลจะมานี่ก็มาจากพวกเรา จนมาถึงรัฐบาลชุดนี้ ถ้าไม่มีเราบ้านเมืองอาจจะเป็นอย่างไรไปก็ได้ เพราะฉะนั้นเรายังยืนหยัดที่จะต่อสู้เพื่อชาติ ความถูกต้องของสังคม และความมั่นคงของรัฐเสมอ น้อมรับคำตัดสินด้วยความสุภาพเรียบร้อย.
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57041</URL_LINK>
                <HASHTAG>NBT, คดีNBT, คดีหมายเลขดำ อ.1033/2561, จำคุก5แกนนำพันธมิตร, บุกNBT, บุกยึดสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย, ศาลสั่งจำคุก, ศาลอาญา, สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดีตแกนนำ, เอ็นบีที, แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e440ff041066.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2018 21:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2018 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน!ศาลฎีกาสั่งคุกระนาวนักรบศรีวิชัย-การ์ดพธม.บุกNBT </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ.61-ที่ห้องพิจารณา&amp;nbsp;704&amp;nbsp;ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาครั้งที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คดีบุกรุกสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ในการชุมนุมขับไล่รัฐบาลเมื่อปี&amp;nbsp;2551&amp;nbsp;คดีหมายเลขดำที่ อ.4486/2551 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายธเนศร์ คำชุม กับพวกรวม 85 คน ซึ่งเป็นกลุ่มนักรบศรีวิชัย การ์ดของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานเป็นซ่องโจร,&amp;nbsp;มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง,&amp;nbsp;ร่วมกันไม่มีเหตุอันสมควรเข้าไปหรือซ่อนตัวในเคหสถาน หรือสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยมีอาวุธในเวลากลางคืน,&amp;nbsp;ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์,&amp;nbsp;ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ หรือทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ,&amp;nbsp;ร่วมกันพาอาวุธไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32,&amp;nbsp;33,&amp;nbsp;83,&amp;nbsp;91,&amp;nbsp;92,&amp;nbsp;210,&amp;nbsp;215,&amp;nbsp;309,&amp;nbsp;358,&amp;nbsp;364,&amp;nbsp;365 และ 371 พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490,&amp;nbsp;พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2545 และ พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2535&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 22 - 26 ส.ค. 2551 จำเลย 85 คน ร่วมกันประชุมวางแผนนัดแนะระดมพลจากสะพานมัฆวานรังสรรค์และสถานที่อื่น ตกลงกันไปเพื่อกระทำความผิดฐานร่วมกันบุกรุกอาคารสำนักงานสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที และสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย จำเลยทั้งหมดพกพาอาวุธปืน เครื่องกระสุน มีดดาบ มีดพก ร่วมกันไปทำลายทรัพย์สินและบุกรุกสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที โดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันทำลายทรัพย์สินกว่า 15 รายการ รวมความเสียหายกว่า 6 แสนบาท โดยเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้หยุดการกระทำจำเลยทั้งหมดก็ไม่หยุด อีกทั้งจำเลยยังร่วมข่มขืนใจ น.ส.ตวงพร อัศววิไล และ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ผู้ประกาศข่าวของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที และพนักงานคนอื่นๆ ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ไม่ให้จัดรายการออกอากาศ และขับไล่ให้ออกจากที่สำนักงาน โดยจำเลยให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี ซึ่งระหว่างพิจารณาคดีปรากฏว่า นายมานิต อรรถรัฐ&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;42&amp;nbsp;หลบหนีคดี ศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราวจนกว่าจะได้ตัวมา&amp;nbsp;ปัจจุบันคงเหลือจำเลยที่ต้องมาฟังคำพิพากษารวม&amp;nbsp;84&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้จำเลยที่ได้รับการประกันตัวระหว่างฎีกาคนละ&amp;nbsp;200,000&amp;nbsp;บาท นั้น ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาทั้งสิ้น&amp;nbsp;79&amp;nbsp;คน โดยที่ไม่ได้เดินทางมา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน ประกอบด้วยนายจีรวัฒน์ คงหนู&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;31,&amp;nbsp;นายประเสริฐ ด้วงทิพย์ จำเลยที่&amp;nbsp;37,&amp;nbsp;นายวีระศักดิ์ บรรจงช่วย จำเลยที่&amp;nbsp;59,&amp;nbsp;นายวันชัย รักษายศ&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;78&amp;nbsp;และนายวิธวัช สืบกระพันธ์ จำเลยที่&amp;nbsp;84&amp;nbsp;โดยจำเลยที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ยื่นขอเลื่อนฟังคำพิพากษา เนื่องจากอ้างว่าป่วยท้องเสียต้องให้น้ำเกลืออยู่ที่โรงพยาบาลใน จ.พัทลุง โดยมีใบรับรองแพทย์และตารางการจองตั๋วเครื่องบินมาแสดง แต่ศาลเห็นว่าอาการป่วยของจำเลยไม่ถึงขั้นไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ จึงเห็นว่าเป็นการประวิงเวลา ไม่อนุญาตให้เลื่อน ส่วนจำเลยที่&amp;nbsp;37&amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ได้แจ้งอาการป่วยเส้นเลือดในสมอง ไม่สามารถเดินทางมาศาลได้นั้น ศาลได้เคยออกหมายจับให้มาฟังคำพิพากษาไว้แล้ว เนื่องจากยังไม่เชื่อว่าจำเลยมีอาการป่วยถึงขั้นที่ไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ โดยศาลเห็นว่าจำเลยทั้งห้ามีพฤติการณ์หลบเลี่ยงที่จะไม่มาศาล ศาลจึงให้อ่านคำพิพากษาของจำเลยทั้งหมดในวันนี้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าก่อนเกิดเหตุนั้น กลุ่ม พธม.ชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช โดยแกนนำปราศรัยว่าจะไปปิดล้อมสถานที่ราชการ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่าจะมีการยึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีในวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ส.ค.&amp;nbsp;2551&amp;nbsp;จึงนำกำลังไปดูแลรักษาความปลอดภัย ต่อมาในเวลา&amp;nbsp;04.30&amp;nbsp;น. พวกจำเลยใส่ชุดดำไปรวมตัวกันและบุกรุกเข้าไปภายในอาคารสถานีเวลา&amp;nbsp;05.00&amp;nbsp;น. พร้อมพกพาอาวุธไม้แหลม กระจายกำลังไปตามชั้นต่างๆ ตำรวจจึงเข้าจับกุมได้พร้อมอาวุธ และต่อมาเวลา&amp;nbsp;8.00&amp;nbsp;น. ก็มีผู้ชุมนุม พธม.กว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หมื่นคน บุกรุกเข้าไปบริเวณสถานี แล้วออกจากสถานีในเวลา&amp;nbsp;18.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการโจทก์ยื่นฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาซ่องโจร เนื่องจากจำเลยมีการรวมตัวกันเปิดเผย แบ่งหน้าที่กันทำ มีการแต่งกายชุดดำและถืออาวุธ เป็นการรวมตัวกันโดยสมัครใจบุกเข้าไปในสถานี พร้อมกระจายกำลังไปค้นหาเจ้าหน้าที่ของสถานีให้ยุติการปฏิบัติงาน เป็นการวางแผนเตรียมไว้ ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า โจทก์มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;นาย เบิกความเกี่ยวกับเหตุการณ์ แต่พยานก็ไม่ทราบว่าจำเลยได้ประชุมปรึกษาหารือวางแผนร่วมกันที่ไหนอย่างไร อาจเป็นการทำตามคำสั่งแกนนำ จำเลยทั้ง&amp;nbsp;85&amp;nbsp;รายบุกรุกโดยไม่มีผู้นำ แม้จะมีการแสดงออกเปิดเผยแต่งกายลักษณะเดียวกัน อาจเกิดจากการแนะนำกันโดยไม่ได้ร่วมปรึกษาหารือ เป็นการปฏิบัติตามคำสั่ง ทำโดยสถานการณ์บีบบังคับ พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาไม่มีน้ำหนักพอว่าจำเลยกระทำผิดฐานซ่องโจร ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่จำเลยที่ 1-29,&amp;nbsp;31-41, 43-46, 48-80 และ 82 ยื่นฎีกาผลที่ศาลอุทธรณ์พิพากษา การริบอาวุธ การขอให้รอการลงโทษหรือลงโทษสถานเบา โดยระบุว่าไม่มีเจตนาก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ข่มขืนใจประทุษร้าย หลังจากเข้าไปในสถานีแล้วเจ้าหน้าที่ของสถานียังสามารถทำงานได้ตามปกติ ส่วนจำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ระบุว่าพกปืนติดตัวไปเฉยๆ ไม่ได้ใช้ในการก่อเหตุ ล้วนแต่เป็นการโต้แย้งในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามฎีกาตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา&amp;nbsp;219&amp;nbsp;บัญญัติไว้ ศาลฎีกาจึงไม่รับคำฎีกาของจำเลยไว้วินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว จึงพิพากษายืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้จำคุกนายธเนศร์ คำชุม จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 8 เดือน,&amp;nbsp;นายเมธี อู่ทอง จำเลยที่ 24 จำคุก 8 เดือน,&amp;nbsp;นายนัสเซอร์ ยีหมะ อดีตหัวหน้าการ์ดเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) จำเลยที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;กับจำเลยที่ 2-13, 15-23,&amp;nbsp;25-29,&amp;nbsp;31-41,&amp;nbsp;43&amp;ndash; 46,&amp;nbsp;48 - 80,&amp;nbsp;82 รวม&amp;nbsp;76&amp;nbsp;ราย จำคุกคนละ 6 เดือน&amp;nbsp;แต่ศาลยังให้รวมโทษปรับนายชนินทร์ อินทร์พรหม จำเลยที่ 2,&amp;nbsp;นายจรัส วีระพันธ์ จำเลยที่ 39 กับนายธนพล แก้วเชิด จำเลยที่ 80 ในความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นอีกคนละ 500 บาท ส่วนนายอัมรินทร์ ยี่เฮง จำเลยที่ 48 ยังให้บวกโทษคดีนี้กับคดีอื่นอีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน จึงจำคุกรวม 9 เดือน และนายประดิษฐ์ คงช่วย จำเลยที่ 70 ก็เช่นกัน ให้บวกโทษกับคดีอื่นอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน จึงจำคุกรวม 8 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มที่เป็นเยาวชนขณะกระทำความผิด ประกอบด้วยจำเลยที่ 30,&amp;nbsp;47, 81 นั้น ซึ่งระหว่างกระทำผิดอายุยังไม่เกิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี ให้จำคุกคนละ 4 เดือน ส่วนจำเลยที่ 83-85 ระหว่างกระทำผิดยังเป็นเยาวชน ให้จำคุกคนละ 3 เดือน ศาลจึงเห็นควรให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกทั้งหกรายจึงให้รอการลงโทษไว้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี และให้รายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ครั้ง ภายในกำหนด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี ส่วนความผิดฐานซ่องโจรนั้นให้ยกฟ้อง สำหรับจำเลยห้ารายที่ไม่มาศาลนั้น ประกอบด้วยจำเลยที่&amp;nbsp;31, 37, 59, 78, 84&amp;nbsp;ศาลให้ออกหมายจับเพื่อนำตัวมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในส่วนของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจำเลยทั้ง&amp;nbsp;79&amp;nbsp;คน ได้ฟังคำพิพากษาแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็ได้ควบคุมตัวจำเลยซึ่งเป็นชาย&amp;nbsp;69&amp;nbsp;ราย ขึ้นรถเรือนจำเพื่อไปคุมขังรับโทษตามคำพิพากษาที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพทันที ส่วนจำเลยที่เป็นหญิง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปคุมขังยังทัณฑสถานหญิงกลาง ขณะที่ถูกควบคุมตัว ทางกลุ่มญาติของจำเลยเกือบ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย ต่างมายืนรอให้กำลังใจระหว่างถูกส่งตัวขึ้นรถเรือนจำ โดยกลุ่มญาติบางรายตะโกนบอกว่าจะไปเยี่ยมในวันรุ่งขึ้น ส่วนจำเลยบางรายยังยิ้มให้และโบกมือทักทายกับกลุ่มญาติ ทั้งนี้ จำเลยที่เป็นเยาวชนอีก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย ซึ่งศาลให้รอลงอาญาไว้ก็ได้เดินทางกลับพร้อมญาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2553 ให้จำคุกนายธเนศร์ คำชุม จำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เป็นเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เดือน,&amp;nbsp;นายชนินทร์ อินทร์พรหม จำเลยที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จำคุก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนและปรับ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนจำเลยที่&amp;nbsp;3-29,&amp;nbsp;31-38,&amp;nbsp;40-41, 43-46, 48-79,&amp;nbsp;82&amp;nbsp;จำคุกคนละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายเมธี อู่ทอง จำเลยที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;จำคุก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;และนายจรัส วีระพันธ์ จำเลยที่&amp;nbsp;39&amp;nbsp;กับนายธนพล แก้วเชิด จำเลยที่&amp;nbsp;80&amp;nbsp;จำคุกคนละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนและปรับ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;30,&amp;nbsp;47,&amp;nbsp;81&amp;nbsp;จำคุกคนละ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เดือน ส่วนจำเลยที่&amp;nbsp;83-85&amp;nbsp;จำคุกคนละ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ซึ่งระหว่างกระทำผิดจำเลยที่&amp;nbsp;30,&amp;nbsp;47,&amp;nbsp;81&amp;nbsp;อายุยังไม่เกิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี และจำเลยที่&amp;nbsp;83-85&amp;nbsp;ยังเป็นเยาวชน และไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ศาลจึงเห็นควรให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษ จำเลย&amp;nbsp;30,&amp;nbsp;47,&amp;nbsp;81,&amp;nbsp;83,&amp;nbsp;84,&amp;nbsp;85&amp;nbsp;มีกำหนด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี และให้จำเลยรายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ครั้ง ภายในกำหนดเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;แต่เมื่อโจทก์และจำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2557ให้ลดโทษจำเลย&amp;nbsp;84&amp;nbsp;ราย โดยจำคุกคนละ&amp;nbsp;3-9&amp;nbsp;เดือน และส่วนที่เป็นเยาวชนให้รอการลงโทษไว้ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายชื่อจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 85 ประกอบด้วย 1.นายธเนศร์ คำชุม 2.นายชนินทร์ อินทร์พรหม3.นายสุธรรม จันทร์วงษ์4.นายสัญญา สุขเกื้อ 5.นายจำแลง คุ้มสังข์ 6.นายปัญญาเดช เอกภาณุพัตร์ 7.นายมนตรี แซ่ลิ้ม 8.นานสมถวิล แซ่เอี้ย 9.นายวุฒิชัย ช่วยบุยชู 10.นายมนัส สีสายหูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11.นายยุทธนา โอชาพงค์ 12.นายธนพัฒน์ วิไลภรณ์ 13.นายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์14.นายนัสเซอร์ ยีหมะ อดีตหัวหน้าการ์ด คปท. 15.นายสุรชัย สุทธิวรานนท์16.นายชัชวาล จันชนะพล 17.นายสัมพันธ์ อ่อนช่วย 18.นายสหัส ทองวิจิตร19.นายบัญชา ดีบรรจง20.นายเฉลิม โลกภิบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21.นายวิชาญ หยะอัด 22.นายทรงวุฒิ จุลษร 23.นายกิตติกร ขุนศรี 24.นายเมธี อู่ทอง25.นายธีรพร ชูเมือง 26.นายสมเกียรติ รัตนพันธ์ 27.นายนพดล เอี่ยมอุดม 28.นายศุภชัย สมทอง &amp;nbsp; &amp;nbsp; 29.นายบุญฤทธิ์ เชิญทอง 30.นายคฑาวุธ ชูศรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31.นายจีรวัฒน์ คงหนู32.นายพิเชษฐ์ ด้วงช่วย 33.นายวิเชียร เขียวเล็ก 34.นายสุรินทร์ แก้วหัวไทร 35.น.ส.อนัญชญา เพ็ญพลกรัง 36.นายสุรสิทธิ์ แย้มประชา 37.นายประเสริฐ ด้วงทิพย์ 38.นายดำรงศักดิ์ จันทพันธ์ 39.นายจรัส วีระพันธ์40.นายอำนวย เพชรเส้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;41.นายจรัญ หนูสังข์ 42.นายมานิต อรรถรัฐ43.นายสมโชค จันทร์แก้ว44.นายประสงค์ ตรัยรัตน์ 45.น.ส.แก้วกาญ แพสุวรรณ์ 46.นายกฤษฎา มณีพรหม 47.นายศตวรรษ จอนทอง 48.นายอัมรินทร์ ยี่เฮง 49.นายสุรเดช วราภรณ์ 50.นายสาโรจน์ ดุลยคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;51.นายภิชัย ทองนวล 52.นายปราโมทย์ พุทธขาว 53.นายประจิตร นุ่นหอม 54.น.ส.สายใจ มณีอุปถัมภ์ 55.นายอดิลักษณ์ อนุชาติ 56.นายคำรณย์ อู้สกุลวัฒนา 57.นายธัชชัย ทองจิตร 58.นายนพดล ขาวเรือง 59.นายวีระศักดิ์ บรรจงช่วย 60.นายรอย บุญนิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;61.นายสุนทร รักษายศ 62.นายประสิทธิ์ มากแก้ว 63.นายพรชัย บรรจงช่วย 64.นายคมชิต พุฒดำ 65.นายสมพงศ์ สารมาศ 66.นายณรงค์ บัวใหญ่ 67.นายเดโช มะลิลา 68.นายกะวี ยิ้มละไม 69 น.ส.วรรณวิมล แพสุวรรณ 70.นายประดิษฐ์ คงช่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;71.นายวุฒธิไกร สังข์แก้ว 72.นายวิเชษฐ์ คงจันทร์ 73.นายอำไพ สิริชยานนท์ &amp;nbsp;74.นายสุริยา สกุณา 75.นายสุนทร สุวรรณ 76.นายสุเทพ สุวรรณ 77.วิชัย อินทร์พรหม 78.นายวันชัย รักษายศ &amp;nbsp;79.ไพศาล สุขแก้ว 80.นายธนพล แก้วเชิด 81.นายสุธี จันทวงศ์ 82.นายสมเกียรติ หนูใหญ่ 83.นายวรานนท์ สุวรรณชาตรี 84.นายวิธวัช สืบกระพันธ์ &amp;nbsp;85.นายสมเกียรติ ดวงมณี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3586</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ดพันธมิตรฯ, จำคุก, นักรบศรีวิชัย, บุกNBT, บุกเอ็นบีที</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8ce4f0bcf60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
