<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แพทย์ชนบท’บุกกรุงมาช่วยตรวจสวอปหาเชื้อโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.2564 เพจชมรมแพทย์ชนบทโพสต์รูปและเนื้อหาในหัวข้อ &amp;ldquo;แพทย์ชนบทบุกกรุง​&amp;rdquo; ระบุว่า แพทย์ชนบทจากหลายโรงพยาบาลยกพลบุกกรุง​ มาตรวจ​สวอปหาเชื้อโควิด​ &amp;nbsp;ปฏิบัติการ 3 วันครั้งนี้​ น่าจะสามารถคัดกรองโควิดได้​ 20,000-30,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ 60 ชีวิต​ แบ่งเป็น 6 ทีม​ ออกรถเดินทางไป 6 สาย​ ไปยังชุมชนแออัดเป้าหมาย​ที่ได้มีการนัดหมายไว้ก่อนแล้ว​ ทีมชุดแรกที่มาปฏิบัติการครั้งนี้​ 6 สาย​ ประกอบด้วย 1.ทีมจากนครศรีธรรมราช​ ทีมนี้ใหญ่สุด 2.ทีมจากขอนแก่น 3.ทีมจากสงขลา​ 1 คือ​ รพ.จะนะ &amp;nbsp;4.ทีมจากสงขลา 2 คือ​ รพ.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ​ ณ​ อำเภอนาทวี​ &amp;nbsp;และบวกด้วย​ รพ.ตากใบ 5.ทีมจาก​กาญจนบุรี​ คือ​ รพ.​ด่านมะขามเตี้ย​ และ 6.ทีมจาก​น่าน​ คือ​ รพ.บ่อเกลือ​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การคัดกรองสวอปหาเชื้อครั้งนี้​ อย่างน้อยก็เพื่อให้แต่ละคนจัดการตนเองได้เหมาะสม​ หากมีเชื้อก็เข้าสู่การกักตัวที่บ้านหรือกักในชุมชน​ หากไม่พบเชื้อก็จะได้กักตัวเองและลดกิจกรรมต่างๆ ลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แพทย์ชนบทบุกกรุง กระโดดจากโลกโซเชียล​ มาสู่โลกปฏิบัติ​การจริง​ &amp;nbsp; ภารกิจสู้ภัยโควิด​ เราต้องช่วยกันลงแรง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109649</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุกกรุง, สวอป, เพจชมรมแพทย์ชนบท, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60ee68911362a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2020 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2020 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็นจีโออีสานบุกกรุง! บี้นายกฯ-สถานทูตกัมพูชา ล่าตัวการอุ้ม&#039;วันเฉลิม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย. 63 - ที่สำนักงานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคอีสาน หรือ กป.อพช.อีสาน ซ.วุฒาราม เขตเทศบาลนครขอนแก่น นายคุ้มพงศ์&amp;nbsp; ภูมิภูเขียว&amp;nbsp; ผู้ประสานงานเครือข่ายทนายความเพื่อปฏิรูปความยุติธรรม พร้อมด้วย นายณัฐวุฒิ กรมภักดี ผู้ประสานงานกลุ่มเพื่อนคนไร้บ้าน จ.ขอนแก่น , นายถนัด&amp;nbsp; แสงทอง เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน และนายปฎิวัติ&amp;nbsp; เฉลิมชาติ เลขาธิการ กป.อพช. ภาคอีสาน&amp;nbsp; ได้ร่วมกันแถลงการณ์เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จากกรณีการหายตัวไปของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์&amp;nbsp; ผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่อาศัยอยู่ในประเทศกัมพูชา หลังจากที่ถูกกลุ่มคนร้ายบังคับจับตัวไป เหตุเกิดบริเวณด้านหน้าคอนโดมีเนียมที่พักใจกลางกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปฎิวัติ&amp;nbsp; เฉลิมชาติ เลขาธิการ กป.อพช. ภาคอีสาน&amp;nbsp; กล่าวว่า การกระทำที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นกับผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่เป็นคนไทย แต่กลับถูกถูกบังคับให้สูญหาย เป็นอาชญากรรมร้ายแรงทางกฎหมายระหว่างประเทศ&amp;nbsp; กป.อพช.อีสาน จึงขอเรียกร้องให้ทางการกัมพูชาเร่งสืบสวนสอบสวนติดตามการหายตัวไปของนายวันเฉลิม อย่างเร่งด่วนและจริงจัง ขณะเดียวกันในฐานะที่นายวันเฉลิมเป็นพลเมืองไทย แม้ว่านายวันเฉลิม จะเป็นผู้ต้องหาตามความผิด&amp;nbsp; พรบ.คอมพิวเตอร์ และข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ของทางการไทย ก็ตามรัฐบาลไทยจะต้องประสานงานและดำเนินการติดตามหาพลเมืองไทยในเหตุการณืที่เกิดขึ้นนี้ด้วย ดังนั้นหลังจากนี้ไป&amp;nbsp; กป.อพช. มีมติร่วมกันว่าจะนำคณะ เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อยื่นหนังสือต่อสถานทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย&amp;nbsp; และนายกรัฐมนตรีของไทย เพื่อให้เร่งดำเนินการเอาผิดคนร้ายโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายคุ้มพงศ์&amp;nbsp; ภูมิภูเขียว&amp;nbsp; ผู้ประสานงานเครือข่ายทนายความเพื่อปฏิรูปความยุติธรรม กล่าวว่า&amp;nbsp; ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ความรู้ความเข้าใจกับสังคม&amp;nbsp; เพราะกรณีนี้อาจจะเกิดขึ้นกับใครก็ได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp; ที่ผ่านมาเหตุการณ์ในลักษณะนี้มักเกิดขึ้นกับคนที่อยู่ในความสนใจของสังคม&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากดำเนินการตามหลักการร่างพระราชบัญญัติการป้องกัน&amp;nbsp; ปราบปรามการทรมานและการบังคับให้บุคคลสูญหานั้น เขตอำนาจการพิจารณาคดีมีทั้งในประเทศไทยและกัมพูชา โดยรับรองตามสิทธิอนุสัญญา&amp;nbsp; การดำเนินคดีจะใช้กฎหมายระหว่างประเทศ รายละเอียดในทางปฏิบัติผู้เกี่ยวข้องของทั้ง 2 ประเทศ&amp;nbsp; ตำรวจสากลก็จะต้องเข้ามาร่วมในการสอบสวนร่วมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีสำหรับอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ ประเทศไทยได้ร่วมลงนาม ปี 2555&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือเป็นการพัฒนาระบบยุติธรรม ที่สำคัญรัฐบาลไทยต้องแสดงความจริงใจที่จะยุติ&amp;nbsp; ไม่ใช้ความรุนแรงและการไล่ล่านอกระบบกฎหมายต่อกลุ่มคนที่เห็นต่าง ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือลี้ภัยในต่างประเทศ เมื่อมีประเด็นเกิดขึ้นรัฐบาลไทยต้องเปิดใจให้กว้าง ต้องให้การดูแล&amp;nbsp; ให้ถือว่าเป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่งที่ต้องได้รับการคุ้มครอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68137</URL_LINK>
                <HASHTAG>กป.อพช.อีสาน, คุ้มพงษ์ ภูมิภูเขียว, บุกกรุง, ปฏิวัติ เฉลิมชาติ, วันเฉลิม, เอ็นจีโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200608/image_big_5eddfadb762fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
