<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 19:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 19:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้ม็อบหนุนทรัมป์บุกรัฐสภาหมายฆ่าสมาชิกคองเกรส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เอกสารที่อัยการยื่นต่อศาลสหรัฐเผยว่า อัยการมีความเชื่อว่าผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่บุกโจมตีรัฐสภาเมื่อวันพุธที่แล้ว มีแผนที่จะ &amp;quot;จับตัวและลอบสังหารเจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้ง&amp;quot; ในเหตุการณ์จลาจลซึ่งทำให้มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 15 มกราคม อ้างบันทึกการควบคุมตัวที่อัยการของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐในรัฐแอริโซนายื่นต่อศาลเมื่อวันพฤหัสบดี ที่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสอบสวนของตำรวจสำนักสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) เพื่อขอควบคุมตัวเจค็อบ แชนส์ลีย์ ชายชาวแอริโซนาวัย 33 ปี นักทฤษฎีสมคบคิดกลุ่มคิวอะนอนที่มีภาพถ่ายหราสวมหมวกเขาสัตว์ของหมอผี ยืนอยู่ที่โต๊ะของรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ บนบัลลังก์ประธานวุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลักฐานหนักแน่น รวมถึงคำพูดและการกระทำของแชนส์ลีย์ที่อาคารรัฐสภา สนับสนุนว่า เจตนาของพวกผู้ก่อจลาจลในอาคารรัฐสภาคือการจับตัวและลอบสังหารเจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้งในรัฐบาลสหรัฐอเมริกา&amp;quot; อัยการกล่าวถึงเหตุการณ์วันที่ 6 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการกล่าวว่า แชนส์ลีย์ทิ้งกระดาษโน้ตถึงเพนซ์ไว้บนบัลลังก์ประธานของสภาที่เพนซ์เพิ่งทำหน้าที่ประธานที่ประชุมไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้น มีข้อความว่า &amp;quot;เป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น ความยุติธรรมกำลังมา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายของรัฐที่ว่าความให้แชนส์ลีย์ยังไม่ให้ทัศนะเกี่ยวกับรายงานนี้ แชนส์ลีย์มีกำหนดขึ้นศาลในวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการกล่าวว่า ชายผู้นี้เสพยาเป็นประจำและน่าจะมีปัญหาทางจิต เขามักคุยว่า เขาเชื่อว่าตนเองเป็นมนุษย์ต่างดาว เป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่มายังโลกมนุษย์เพื่อก้าวสู่ความจริงอีกขั้น อัยการขอศาลอนุมัติการควบคุมเขาไว้เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่เขาจะหลบหนีและเป็นอันตรายต่อชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์จลาจลเมื่อวันที่ 6 มกราคม เกิดขึ้นภายหลังผู้สนับสนุนหลายพันคนฟังคำปราศรัยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยุให้พวกเขาเคลื่อนขบวนจากด้านนอกทำเนียบขาวไปที่รัฐสภา เพื่อขัดขวางการประชุมร่วมสองสภาเพื่อลงมติรับรองว่าโจ ไบเดน คือผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์อ้างซ้ำๆ โดยไม่มีหลักฐานว่าเขาโดนโกงคะแนน และกล่าวชื่นชมการแสดงพลังของผู้สนับสนุนเขาในตอนแรก ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจมาประณามความรุนแรงในเวลาต่อมา เหตุการณ์วันนั้นซึ่งผู้สนับสนุนทรัมป์บุกทำลายข้าวของ ปล้นสะดมและโจมตีตำรวจ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน รวมถึงตำรวจรัฐสภา 1 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงยุติธรรมสหรัฐดำเนินคดีอาญาแล้วมากกว่า 80 คดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ผู้ที่โดนตั้งข้อหาจำนวนมากถูกเอฟบีไอติดตามตัวได้อย่างง่ายดายจากวิดีโอและภาพถ่ายทางโซเชียลมีเดีย โดยขณะนี้เอฟบีไอมีผู้ต้องสงสัยแล้วมากกว่า 200 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีของแชนส์ลีย์เป็นข้อกล่าวหาหนักขึ้น ที่อัยการและเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางเริ่มดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุจลาจลที่มีพฤติการณ์รุนแรง โดยในวันพฤหัสบดีอัยการยังดำเนินคดีกับโรเบิร์ต แซนฟอร์ด นักดับเพลิงเกษียณ ที่ถูกกล่าวหาว่าเขวี้ยงถังดับเพลิงใส่ศีรษะของตำรวจนายหนึ่ง และปีเตอร์ สเตเกอร์ ที่ถูกกล่าวหาว่าใช้เสาธงชาติทุบตีตำรวจอีกนาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนอื่นที่โดนตั้งข้อหาฐานมีส่วนร่วมในเหตุการณ์จลาจลครั้งนี้ด้วยยังรวมถึงชายคนหนึ่งที่ถือธงสมาพันธรัฐเดินอยู่ในอาคารรัฐสภา, ชายที่สวมเสื้อกีฬาแขนยาวมีข้อความว่า &amp;quot;ค่ายเอาช์วิตซ์&amp;quot; และนักกีฬาว่ายน้ำเหรียญทองโอลิมปิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แชนส์ลีย์ลงทะเบียนเป็นสมาชิกของคิวอะนอน ทฤษฎีสมคบคิดของกลุ่มขวาจัดที่ถูกระบุว่าเป็นตัวกระพือพฤติกรรมของผู้สนับสนุนทรัมป์ส่วนหนึ่งที่บุกรัฐสภาในวันนั้น ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียหลายรายเริ่มจัดการกับผู้ติดตามทฤษฎีเหล่านี้ ซึ่งเชื่อว่าทรัมป์กำลังทำสงครามลับกับลัทธิเสรีนิยมของพวกใคร่เด็กที่บูชาซาตาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ส.ส.เดโมแครตและรีพับลิกันเพิ่งลงมติถอดถอนทรัมป์ฐาน &amp;quot;ยุยงปลุกปั่นการก่อการกบฏ&amp;quot; ด้วยการปลุกเร้ากลุ่มผู้สนับสนุนเขาให้เคลื่อนขบวนบุกคองเกรส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอฟบีไอเพิ่งมีคำเตือนในสัปดาห์นี้ถึงแผนการประท้วงติดอาวุธในกรุงวอชิงตันและในเมืองหลวงของ 50 มลรัฐ ก่อนหน้าพิธีสาบานตนของไบเดนวันพุธที่ 20 มกราคม เมื่อเช้าวันศุกร์ ใจกลางกรุงวอชิงตันถูกล็อกดาวน์แล้ว โดยทหารกองกำลังเนชันแนลการ์ดมากกว่า 20,000 นายถูกระดมมาดูแลความสงบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89956</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุกรัฐสภา, ม็อบหนุนทรัมป์, รัฐสภาสหรัฐ, สมาชิกสภาคองเกรส, แผนลอบฆ่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210107/image_big_5ff669e525606.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2021 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2021 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่างทรัมป์ รองปธน.เพนซ์เตรียมร่วมพิธีสาบานตนของไบเดน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่ออเมริกันหลายสำนักรายงานว่า รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ จะเข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐของโจ ไบเดน วันที่ 20 มกราคมนี้ด้วย ถึงแม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศแล้วว่าไม่เข้าร่วม ขณะเดโมแครตขู่เดินหน้ายื่นญัตติถอดถอนถ้าทรัมป์ไม่ลาออก ส่วนเอฟบีไอลุยจับกุมตั้งข้อหาม็อบกบฏบุกรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ เป็นประธานการประชุมร่วมสภาคองเกรส เพื่อลงมติรับรองผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ที่อาคารรัฐสภาภายหลังเกิดเหตุผู้ก่อจลาจลบุกโจมตี เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับเพนซ์ รองประธานาธิบดีผู้ซื่อสัตย์จงรักภักดีและคอยปกป้องทรัมป์มาตลอด 4 ปี ตกต่ำลงนับแต่เพนซ์ประกาศให้การรับรองชัยชนะของโจ ไบเดน ภายหลังการลงมติของสภาคองเกรสเมื่อวันพุธ วันเดียวกับที่กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์บุกโจมตีปล้นสะดมทำลายข้าวของภายในอาคารรัฐสภา ซึ่งทำให้เพนซ์กับบรรดาสมาชิกคองเกรส เจ้าหน้าที่ และผู้สื่อข่าวต้องหนีหัวซุกหัวซุนเข้าห้องหลบภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความพยายามขัดขวางการลงมติของคองเกรสโดยกลุ่มผู้ชุมนุมขวาจัดภายหลังฟังคำปราศรัยยุยงของทรัมป์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน หนึ่งในนั้นเป็นตำรวจรัฐสภาที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อหลายสำนักของสหรัฐรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อ้างเจ้าหน้าที่รัฐบาลหลายคนว่า เพนซ์ตัดสินใจแล้วว่าจะเข้าร่วมพิธีสาบานตนของไบเดน เพื่อรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐ วันที่ 20 มกราคม แม้ว่าเมื่อวันศุกร์ ทรัมป์จะทวีตไว้ก่อนที่ทวิตเตอร์จะระงับบัญชีของเขาอย่างถาวร ว่าเขาจะไม่ไปเข้าร่วมพิธีของไบเดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวไบเดนเคยกล่าวไว้ในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าเขายินดีต้อนรับเพนซ์ในพิธีสาบานตน ซึ่งครั้งนี้จะลดขนาดของพิธีลงเนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวยกย่องการบุกโจมตีรัฐสภาในตอนแรก แต่ต่อมาได้ออกวิดีโอประณามความรุนแรง รอยเตอร์กล่าวว่า ทรัมป์ตัดสินใจเรียกร้องให้กลับคืนสู่ความสงบเพราะถูกที่ปรึกษาอาวุโสหลายคนรบเร้า แหล่งข่าวหลายรายบอกกับรอยเตอร์ว่า มีบางคนเตือนว่าทรัมป์อาจโดนปลดออกจากตำแหน่งหรือต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดกันว่ากระบวนการยื่นญัตติเพื่อถอดถอนทรัมป์ครั้งที่ 2 โดยรัฐสภา จะเริ่มต้นในวันจันทร์ที่ 11 มกราคม โดยนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต เตือนว่า เดโมแครตจะเริ่มกระบวนการนี้ เว้นแต่ทรัมป์ลาออก หรือเพนซ์ใช้รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขครั้งที่ 25 ปลดทรัมป์พ้นตำแหน่ง แม้เพนซ์จะไม่ประกาศต่อสาธารณะถึงจุดยืนเรื่องนี้ แต่นิวยอร์กไทมส์รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เพนซ์ไม่เห็นด้วยกับการใช้กลไกนี้ ซึ่งไม่เคยถูกใช้มาก่อนในประวัติศาสตร์สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.เท็ด ลิว พรรคเดโมแครตซึ่งช่วยร่างคำกล่าวหาเพื่อถอดถอนทรัมป์ กล่าวว่า บทบัญญัติเพื่อถอดถอนนั้น ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภาแล้วไม่ต่ำกว่า 180 คนจนถึงคืนวันเสาร์ และ ส.ส.เดโมแครตจะเสนอญัตตินี้เข้าสภาในวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การถอดถอนประธานาธิบดีนั้นจำเป็นต้องใช้เสียงถึง 2 ใน 3 ของวุฒิสภา ซึ่งหลังจากการเลือกตั้งชี้ขาดที่จอร์เจีย ทำให้เดโมแครตมีที่นั่งเท่ากับรีพับลิกัน และถึงแม้จะมี ส.ว.รีพับลิกันหลายคนประณามการโจมตีรัฐสภาและเรียกร้องให้ทรัมป์ลาออก แต่การขอให้รีพับลิกันร่วมมือถอดถอนทรัมป์ยังคงเป็นเรื่องยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สำนักงานอัยการดิสตริกต์ออฟโคลัมเบีย ประกาศว่า ได้จับกุมและตั้งข้อหาผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกรัฐสภาเพิ่มเติมเมื่อวันศุกร์ หนึ่งในนั้นคือเจค็อบ แอนโธนี แชนส์ลีย์ หรือ เจค แอนเจลี หนุ่มรอยสักสวมหมวกเขาสัตว์ในภาพถ่ายที่เผยแพร่ไปทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แชนส์ลีย์ซึ่งขนานนามตนเองว่าเป็นหมอผีแห่งคิวอะนอน เข้าพบเอฟบีไอที่สำนักงานวอชิงตันเมื่อวันพฤหัสบดี เขาบอกกับเจ้าหน้าที่ในเวลาต่อมาว่า เขาเข้ามาที่นี่ในฐานะส่วนหนึ่งของการรวมกลุ่มกับผู้รักชาติคนอื่นๆ จากแอริโซนา ตามคำร้องขอของประธานาธิบดี ที่ขอให้ &amp;quot;ผู้รักชาติ&amp;quot; ทุกคนมาที่ดี.ซี.ในวันที่ 6 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่ถูกจับกุมเพิ่มเติมยังรวมถึงเดอร์ริก อีแวนส์ สมาชิกสภารัฐเวสต์เวอร์จิเนียที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน เอกสารของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐกล่าวว่า อีแวนส์ไลฟ์สตรีมภาพที่ตัวเขาเข้าร่วมการบุกรัฐสภาเมื่อวันพุธพร้อมกับผู้สนับสนุนทรัมป์คนอื่นๆ เขาประกาศลาออกจากตำแหน่งแล้วเมื่อวันเสาร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89372</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอน, บุกรัฐสภา, พิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์, ไมค์ เพนซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210110/image_big_5ffacd547a58d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อุ๊ หฤทัย&#039; บุกสภาประกาศ3จุดยืนค้านแก้ไขรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย.2563 เมื่อเวลา 10.00 น. น.ส.หฤทัย ม่วงบุญศรี ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มไทยภักดี พร้อมนายศาตรา โตอ่อน นักวิชาการอิสระ ได้นำมวลชนจำนวนหนึ่งมาแสดงพลังบริเวณหน้าอาคารรัฐสภา เพื่ออ่านแถลงการณ์และจุดยืนในการต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ น.ส.หฤทัย ประกาศจุดยืน3 ข้อ โดยระบุว่า 1.เรียกร้องให้มีการยุติกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เนื่องจากมีข้อมูลปรากฎว่าผู้สนับสนุนให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นมีกลุ่มทุนต่างชาติอยู่เบื้องหลัง ซึ่งจะกระทบต่ออธิปไตยของคนไทย ทั้งๆที่คนไทยมากกว่า 16 ล้านคนลงประชามติเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ และทำให้ประเทศเกิดความอ่อนแอจนเกิดการแทรกแซงในที่สุด ดังนั้น เราจะไม่ยอมให้แก้ไชรัฐธรรมนูญอย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.หฤทัย กล่าวอีกว่า 2.การพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นกระชากหน้านักการเมืองออกมา เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้ช่วยให้เกิดการแก้ปัญหาากท้องของประชาชน ซึ่งเป็นประเด็นที่นักการเมืองไม่เคยนำเสนอต่อประชาชนแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการยกเลิกส.ว. ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในฐานะเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่เลือกบุคคลเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระเพื่อเข้าไปทำหน้าที่ปราบการทุจริต ดังนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็นไปเพื่อเกิดการทุจริต 3.หากเกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เกรงว่าจะมีการพยายามแก้ไขเนื้อหาในหมวดสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยที่จะถูกล่วงละเมิดไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83596</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มไทยภักดี, บุกรัฐสภา, หฤทัย ม่วงบุญศรี, อุ๊ หฤทัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5facbf603a52d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2020 22:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2020 22:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวเซอร์เบียบุกรัฐสภาประท้วงรัฐบาลรื้อฟื้นเคอร์ฟิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวเซอร์เบียหลายพันคนปะทะกับตำรวจขณะพยายามบุกรัฐสภาระหว่างการประท้วงเมื่อค่ำวันอังคาร เพราะไม่พอใจที่รัฐบาลจะกลับมาประกาศเคอร์ฟิวช่วงสุดสัปดาห์ ภายหลังพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นมากหลังยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ไปเมื่อ 2 เดือนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงชุมนุมด้านหน้ารัฐสภาเซอร์เบียเมื่อวันพุธที่ 8 กรกฎาคม คัดค้านแผนรื้อฟื้นเคอร์ฟิวช่วงสุดสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มผู้ประท้วงตะลุมบอนกับตำรวจขณะพยายามบุกเข้าอาคารรัฐสภาในกรุงเบลเกรดเมื่อวันพุธที่ 8 กรกฎาคม ทำให้ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาเพื่อขับไล่ โทรทัศน์เซอร์เบียแพร่ภาพผู้ประท้วงที่จุดพลุแฟลร์ บางคนขว้างก้อนหินเข้าใส่ตำรวจและตะโกนให้ประธานาธิบดีอเล็กซานดาร์ วูชิช ลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วลาดิเมียร์ เรบิก ผู้บัญชาการตำรวจเซอร์เบีย เผยว่า มีตำรวจได้รับบาดเจ็บ 43 นาย ผู้ประท้วงบาดเจ็บ 17 คน และจับผู้ประท้วงได้ 23 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเย็นวันอังคาร วูชิชประกาศจะกลับมาใช้เคอร์ฟิวหลังพบผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ภายใน 24 ชั่วโมง 13 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขผู้เสียชีวิตสูงสุด การประกาศเคอร์ฟิวครั้งใหม่บังคับใช้วันศุกร์ถึงวันจันทร์ โดยรัฐบาลจะตัดสินใจอีกครั้งว่าจะใช้เฉพาะในกรุงเบลเกรดหรือทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ วูชิชโดนวิจารณ์ว่ารีบยกเลิกล็อกดาวน์เร็วเกินไปเนื่องจากมีการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ซึ่งพรรคของเขาชนะอย่างถล่มทลาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70894</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุกรัฐสภา, ประท้วงเคอร์ฟิว, เซอร์เบีย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05e67513b73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> บุกสภาชงฟื้น‘รธน.’ปี40 ‘คารม’ย้ำไม่ร่วมก้าวไกล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ครช.-นศ.เดินเท้าบุกรัฐสภายื่น กมธ.ศึกษาแก้ รธน.เสนอนำฉบับปี 40 มาใช้ให้รัฐบาลใหม่จัดเลือกตั้ง ส.ส.ร.-ไม่รับรองอำนาจรัฐประหาร &amp;quot;พีระพันธุ์&amp;quot; พร้อมส่ง &amp;quot;วัฒนา&amp;quot; ไปรับฟังแฟลชม็อบทุกกลุ่ม ชี้ ปชต.ไม่ใช่อ้างสิทธิเสรีภาพ ต้องคำนึงสิทธิคนอื่นด้วย &amp;quot;หมอระวี&amp;quot; ผนึกพรรคเล็กเบรก &amp;quot;สุรทิน&amp;quot; วอนทุกฝ่ายร่วมมือฝ่าวิกฤติ &amp;quot;คารม&amp;quot; ย้ำไม่ไปต่อกับก้าวไกล &amp;quot;เต้น&amp;quot; เขย่าขวัญส้มหวาน เผลอๆ มีกิน 3 ต่อ &amp;quot;ทอน&amp;quot; โดนอาญา ก้าวไกลโดนยุบ &amp;nbsp;สมาชิกผึ้งแตกรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อช่วงเช้าวันที่ 13 มีนาคม คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) และเครือข่าย People Go Network รวมตัวกันเดินเท้าตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินกำแพงเพชรไปถึงรัฐสภาย่านเกียกกาย โดยมีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ออกมารับหนังสือข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากนายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมี กมธ.อื่นๆ ด้วย อาทิ นายวัฒนา เมืองสุข รองประธาน กมธ.และประธานคณะอนุ กมธ.ประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน, นายโภคิน พลกุล, นายอนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย, นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ, นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่, นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ, นายศุภชัย ใจสมุทร &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 11.30 น. ตัวแทน ครช.ได้อ่านแถลงการณ์ว่า ครช.เสนอหลักเกณฑ์และแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนี้ 1.ให้ตรา พ.ร.บ.การรับฟังความเห็นของประชาชนว่าสมควรจะให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ โดยขอให้ ส.ส.เสนอร่าง พ.ร.บ.นี้ทันทีที่มีการเปิดประชุมสภาสมัยหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.ในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จัดทำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มีสาระสำคัญดังนี้ 2.1 ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาจากการเลือกตั้ง โดยใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งและใช้จำนวนราษฎรเป็นเกณฑ์กำหนดจำนวน ส.ส.ร.ในแต่ละจังหวัด และให้มีกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยการรับฟังความเห็นตลอดกระบวนการ 2.2 ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เรื่องหลักเกณฑ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยอาศัยเพียงเสียงเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภาจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง 2.3 ให้เขียนในบทเฉพาะกาลของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่าให้นำรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 มาใช้ และจัดการเลือกตั้งและให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการเลือกตั้ง ส.ส.ร.เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญ และ 3.หลังจาก ส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ ให้มีการจัดทำประชามติ หากประชาชนเห็นชอบก็ให้ประกาศใช้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวแทน ครช.กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหน้าที่ของส.ส.ร. และ ครช.เห็นควรต้องให้ความสำคัญ ดังนี้ ประเด็นที่หนึ่ง สร้างสิทธิเสรีภาพของประชาชนให้เข้มแข็ง ต้องให้สิทธิประชาชนเป็นใหญ่กว่ารัฐ ต้องเป็นรัฐสวัสดิการ สร้างหลักประกันรายได้ หลักประกันด้านสุขภาพ หลักประกันด้านการศึกษา พัฒนาประเด็นสิทธิในกระบวนการยุติธรรม คุ้มครองผู้ถูกจับกุมไม่ให้ถูกควบคุมตัวเกิน 48 ชั่วโมง ต้องได้สิทธิประกันตัว สิทธิเข้าถึงทนายความ หลักประกันความเป็นอิสระของศาล คุ้มครองสิทธิการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ สิทธิชุมชนและการมีที่อยู่อาศัย สิทธิของประชาชนที่จะเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สิทธิสมัครรับเลือกตั้งโดยไม่จำกัดอายุ รวมทั้งการปฏิรูปกองทัพให้อยู่ใต้อำนาจพลเรือนด้วย
กมธ.พร้อมไปรับฟังแฟลชม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นที่สอง สร้างกลไกเข้าสู่อำนาจที่ยึดโยงกับประชาชน ได้แก่ 1.นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส. ต้องไม่มีช่องทางสำหรับนายกฯ ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง 2.ต้องไม่มีระบบวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งหรือการคัดเลือกโดยบุคคลบางกลุ่ม แต่ต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด 3.ต้องไม่มีกระบวนการวางแผนปฏิรูปประเทศหรือยุทธศาสตร์ของประเทศที่ทำขึ้นโดยคนกลุ่มเดียว 4. ต้องไม่มีผู้บริหารท้องถิ่นที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง สนับสนุนการกระจายอำนาจ โดยไม่ต้องรอความพร้อมของท้องถิ่น และ 5.ต้องไม่มีการนิรโทษกรรมให้คณะรัฐประหารและไม่รับรองอำนาจคณะรัฐประหารให้มีผลชอบด้วยกฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 13.30 น. กมธ.วิสามัญศึกษาแก้ไข รธน.จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นนักศึกษา 45 มหาวิทยาลัย โดยมีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ประธาน กมธ. เป็นประธาน โดยนายพีระพันธุ์กล่าวเปิดเวทีว่า ประชาธิปไตยไม่ใช่คำนึงถึงแต่ตัวเอง การที่คิดว่ามีสิทธิเสรีภาพจะทำอะไรก็ได้นั้น ถือว่าไม่ใช่ เพราะความจริงต้องคิดถึงคนอื่นด้วย เนื่องจากคนอื่นก็มีสิทธิเหมือนเรา ถ้าเราไม่คำนึงสังคมก็อยู่ไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ที่ชาวอเมริกันรักรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ใช่เครื่องมือทางการเมือง ถือว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายของเขา ไม่ได้เป็นของนักการเมือง ดังนั้นหากเราทำให้รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือคุ้มครองไม่ใช่เฉพาะการเมือง แต่คุ้มครองชีวิต จะทำให้ประชาชนรู้สึกหวงแหนและผูกพันกับรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐธรรมนูญมีสองส่วนที่เกี่ยวกับประชาชนคือ เรื่องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และเรื่องสิทธิในการบริหารประเทศ ดังนั้นทาง กมธ.จึงได้หารือว่าต้องทำรัฐธรรมนูญไม่ให้เป็นของฝ่ายการเมืองหรือคู่มือของฝ่ายการเมือง การที่เราจะทำแบบนี้ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม จึงได้ตั้งคณะอนุ กมธ.รับฟังขึ้นมา มอบหมายให้นายวัฒนา เมืองสุข ไปรับฟังทุกกลุ่มตามระยะเวลาที่ กมธ.มีอยู่ หนึ่งในกลุ่มที่สำคัญคือกลุ่มนักศึกษา&amp;quot; นายพีระพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้แสดงความคิดเห็น โดยนายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง ภาคีนักศึกษาศาลายา ม.มหิดล กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างโดยคนกลุ่มหนึ่งซึ่งเราไม่ได้เลือกมา เราไม่มีปากเสียงอะไรเลย ต่อมาเมื่อมีการทำประชามติก็ไม่ให้เราออกมาส่งเสียงว่าทำไมจึงไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับนี้ อยากเรียกร้องให้ กมธ.เปิดพื้นที่ให้นิสิตนักศึกษาทุกมหาวิทยาลัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิริยะ ก้องศิริ นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญคือ ใช้รูปแบบรัฐธรรมนูญปี 40 โดยการตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมายกร่างฯ เพราะรัฐธรรมนูญที่ไม่ดีย่อมทำให้ได้รัฐบาลที่ไม่ดี การมีรัฐธรรมนูญที่ดีจะทำให้ได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพและสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพร้อมสิน บุญจันทร์ นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ภาคีนักศึกษา ม.กรุงเทพ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเรามีการจัดแฟลชม็อบตามมหาวิทยาลัย เพื่อให้ กมธ.ได้ลงไปรับฟังความคิดเห็นตามที่นักศึกษาเสนอ จึงขอเชิญพวกท่านลงไปรับฟังความคิดเห็นที่มหาวิทยาลัย ไม่ต้องกลัวโควิด-19 พวกเราเตรียมการป้องกันไวรัสไว้แล้ว
7 พรรคเล็กเบรก&amp;quot;สุรทิน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักศึกษายังได้เรียกร้องให้ยกเลิกบทเฉพาะกาล มาตราสุดท้ายที่นิรโทษกรรมให้กับการรัฐประหารของคสช. เพราะเห็นว่าคนที่ทำการรัฐประหารควรได้รับการลงโทษ อีกทั้งยังเป็นการสิ้นเปลืองหน้ากระดาษในการเขียนรับรองเรื่องนี้ไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะโฆษก กมธ.ศึกษาแก้ไข รธน. แถลงสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมี 4 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้พิการ ประชาสังคม สตรี และกลุ่มแรงงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่กลุ่มเครือข่ายนิสิตนักศึกษาเดินขบวนไปที่รัฐสภาเพื่อขอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้ทราบว่ามีการตั้ง กมธ.ขึ้นมาเพื่อศึกษาและพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้ว ส่วนตัวมองว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำ เพราะสังคมมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำให้เกิดความสงบ หากจะแก้ไขก็ต้องแก้ไข แต่ขอให้เป็นหน้าที่ของ กมธ.ที่ตั้งขึ้นมาที่จะพิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยจะต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายให้มากที่สุด รวมถึงกลุ่มนักนิสิตนักศึกษาที่กำลังเคลื่อนไหว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ เปิดเผยว่า ตนเป็นตัวแทนของพรรคเล็ก ประกอบด้วย &amp;nbsp;พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ หัวหน้าพรรคพลังชาติไทย, นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ หัวหน้าพรรคประชาภิวัฒน์, นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล หัวหน้าพรรคพลังไทยรักไทย, นายปรีดา บุญเพลิง หัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน, พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ หัวหน้าพรรคประชานิยม และนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ หัวหน้าพรรคพลเมืองไทย แถลงตอบโต้นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ กรณีไล่พรรคประชาธิปัตย์ออกจากการร่วมรัฐบาล จากนั้นได้ลามในการตอบคำถามว่าพร้อมเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยในช่วงปิดสมัยประชุมสภาถึงขั้นว่าเสนอให้มีการยุบสภาหากมีปัญหาไปจนถึงการเสนอให้ปฏิวัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวีกล่าวว่า เป็นความเห็นของนายสุรทินเพียงพรรคเดียว พรรคอื่นในกลุ่ม 8 พรรคเล็กไม่เห็นด้วยในทิศทางนั้น เราเห็นว่าควรเป็นไปตามครรลองคลองธรรมที่ดี สำหรับจุดยืนของพวกเราในช่วงที่รัฐบาลนี้ประสบปัญหามาต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่สงครามการค้าระดับโลกระหว่างจีนกับอเมริกา วิกฤติภัยธรรมชาติ น้ำท่วมสลับกับภัยแล้ง ตามมาด้วยวิกฤติ พ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่กว่าจะผ่านได้ มาจนถึงวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กลุ่มพรรคเล็กมองว่านี่คือสงครามชีวภาพ เป็นสงครามที่ไม่ได้ประกาศสงคราม ไม่มีเสียงปืน โรคโควิด-19 ในประเทศไทยอีกไม่นานจะก้าวเข้าสู่ระยะที่ 3 ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่พรรคการเมืองและนักการเมืองจากทุกพรรค ไม่ว่าจะฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่าย ต้องร่วมมือกันเป็นหนึ่งเดียวที่จะทำให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ไปได้ ทุกคนต้องช่วยกันพายเรือประเทศไทยในครั้งนี้ ใครไม่พายก็ไม่ว่า แต่ไม่ควรเอาเท้าลงมาราน้ำ เมื่อผ่านพ้นวิกฤติของประเทศไปแล้ว ท่านจะมาขย่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ หรือขย่มรัฐบาลให้ต้องลาออกก็เป็นสิทธิของท่าน&amp;rdquo; นพ.ระวีกล่าว
&amp;quot;เต้น&amp;quot;เขย่าขวัญส้มหวาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ส่วนหนึ่งกดดันให้พรรคถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล โดยอ้างว่าเพราะมีการทุจริตของรัฐมนตรีบางคน และไม่อยากพายเรือให้โจรนั่งว่า เป็นเพียงการเล่นละครเพื่อต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคใช่หรือไม่ เชื่อว่าสุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ยอมออกจากการร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน หากหลุดจากการร่วมรัฐบาลไปแล้ว คงยากที่พรรคจะได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลอีก การออกมาแสดงเช่นนี้ก็เพียงต้องการเล่นบทพระเอกเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า ในวันที่ 14 มี.ค. จะยังไม่เข้าไปสมัครสมาชิกพรรคก้าวไกล เพราะยอมรับว่าไม่พอใจกับคำพูดของนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. และนายอภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ที่ออกมาโจมตีตนเองในทำนองว่าที่ได้เป็น ส.ส.เพราะพรรคอนาคตใหม่ เวลานี้ยังไม่ได้ตัดสินใจไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไหนทั้งสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมยอมรับว่าผมได้เป็น ส.ส.เพราะพรรคอนาคตใหม่ แต่ผมก็ช่วยพรรคอนาคตใหม่เต็มที่ ในร้อยเอ็ดผมก็ทำทุกอย่าง จนได้คะแนนมาจำนวนมาก ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เขตของนักศึกษา ผมก็รู้สึกไม่ดีเลย ผมก็ดูเหมือนกันว่าถ้าก้าวล่วงผมแบบนี้ ผมก็เป็นทนายความนะ ก็ดูอยู่เหมือนกัน เป็นคำพูดที่แย่มากและเสียความรู้สึก ผมกำลังตรวจสอบทุกอย่างเพื่อจะได้รู้ว่าวางตัวอย่างไรดี&amp;quot; นายคารม กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า คดีอาญากำลังติดตามนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และคณะอย่างกระชั้นชิด ต้องประเมินกันดีๆ จัดระยะห่างระหว่างคณะอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกลให้รอบคอบรัดกุม งานนี้เผลอๆ มีกิน 3 ต่อ กินธนาธร ด้วยคดีอาญา กินพรรคก้าวไกลด้วยคดียุบพรรคข้อหาครอบงำและกินสมาชิกที่เหลือในสภาพผึ้งแตกรัง &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพลังนิสิตนักศึกษาที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะค่อยๆ มอดลง ตนไม่เห็นอย่างนั้น พลังนี้เกิดแล้วและยังอยู่ จะมีพัฒนาการต่อไปข้างหน้าแน่ๆ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59698</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแก้ รธน., กมธ.ศึกษาแก้รธน., ฉบับปี 40, บุกรัฐสภา, รัฐสภา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แฟลชม็อบ, ไม่รับรองอำนาจรัฐประหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200313/image_big_5e6b957631cc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2018 20:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2018 20:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจ-ทหารปาปัวนิวกินีบุกสภา ทวงเบี้ยเลี้ยงเอเปก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทหารและตำรวจปาปัวนิวกินีบุกอาคารรัฐสภาเมื่อวันอังคาร โวยวายยังไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยงจากการปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมเอเปกที่เพิ่งจบลงเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารและตำรวจปาปัวนิวกินีรวมตัวกันด้านนอกอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2561 หลังจากบุกเข้าไปทำลายข้าวของภายในด้วยความไม่พอใจที่ยังไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยงสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมเอเปก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปาปัวนิวกินีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปก 2 วัน ซึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นลงเมื่อวันอาทิตย์ โดยรัฐบาลของประเทศยากจนแห่งนี้ได้สั่งซื้อรถหรูมาเซราติ 40 คันมาใช้รับส่งบรรดาผู้นำด้วย แต่เมื่อวันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน ไบรอัน เครเมอร์ ส.ส. ปาปัวนิวกินี ได้โพสต์คลิปวิดีโอทางเฟซบุ๊ก เปิดเผยเหตุการณ์ที่ทหารและตำรวจกลุ่มหนึ่งบุกไปอาคารรัฐสภาในกรุงพอร์ตมอร์สบี เพื่อแสดงความไม่พอใจภายหลังทหาร-ตำรวจกลุ่มนี้ได้เดินทางไปพบผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและรัฐมนตรีรับผิดชอบงานตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เห็นเหตุการณ์หน้าอาคารรัฐสภารายหนึ่งเผยกับเอเอฟพีว่า ทหารและตำรวจหลายร้อยคนรวมตัวหน้าอาคารรัฐสภา พวกเขาต้องการได้เบี้ยเลี้ยงของการปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมเอเปกจำนวน 350 กีนา หรือราว 3,530 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครเมอร์บรรยายว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเหล่านี้เผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ของรัฐสภา มีเจ้าหน้าที่รัฐสภาหลายคนถูกทำร้าย จากนั้นทหาร-ตำรวจเหล่านี้ก็ออกจากอาคารรัฐสภา แล้วมารวมตัวกันด้านหน้า เพื่อเรียกร้องคำตอบจากรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.ผู้นี้ยังได้โพสต์ภาพความเสียหายภายในอาคารรัฐสภา เฟอร์นิเจอร์และกระถางต้นไม้ถูกทำลาย ภาพถ่ายหลายใบโดนดึงลงมากองกับพื้น และกระจกแตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริส ฮอว์คินส์ เลขาธิการเอเปกของปาปัวนิวกินี แถลงกับสถานีเอบีซีว่า ในการประชุมระดับนานาชาติ โดยปกติต้องใช้เวลาราว 1 สัปดาห์ในการจัดการค่าใช้จ่ายทั้งหมด การประชุมเอเปกเพิ่งเสร็จสิ้นแค่ 2 วัน และตอนนี้เริ่มโอนค่าเบี้ยเลี้ยงให้กับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงแล้ว ขอให้พวกเขาไปเช็คสมุดธนาคารว่าได้เบี้ยเลี้ยงแล้วหรือยัง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22385</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวงเบี้ยเลี้ยง, ทหาร-ตำรวจ, บุกรัฐสภา, ประชุมเอเปก, ปาปัวนิวกินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181120/image_big_5bf40514acd9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
