<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 19:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 19:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีต ผญบ. สร้างอนุสาวรีย์ &#039;ตัวเงินตัวทอง&#039; ประชดรัฐเอื้อนายทุนใหญ่รุกป่าชายเลน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.64 - นายเสนาะ สุขจำเริญ อดีตผู้ใหญ่บ้านบ่อไร่ ต.หนองศาลา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า เมื่อปี 2562 ได้มีผู้บุกรุกทำลายป่าชายเลนบริเวณคลองตากบ ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่าง อ.ชะอำ และ อ.ท่ายาง และอยู่ติดชายทะเล ตนจึงไปแจ้งความกับตำรวจเพื่อให้ระงับเหตุ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าตนไม่มีหน้าที่แจ้งความได้ โดยต้องให้เจ้าของพื้นที่มาดำเนินการแจ้งความ ตนจึงเดินทางไปร้องเรียนยังศูนย์ดำรงธรรมอำเภอชะอำ ซึ่งศูนย์ดำรงธรรมก็บอกว่าไม่มีหน้าที่เช่นกันและให้ไปแจ้งที่สำนักงานป่าชายเลน อำเภอบ้านแหลม และอำเภอชะอำ ตนก็เดินทางไปทั้ง 2 แห่งก็บอกไม่ใช่หน้าที่ ตนจึงกลับมาที่ศูนย์ดำรงธรรมอีกครั้งและได้รับคำแนะนำว่าให้ไปที่สำนักงานเจ้าท่า จ.เพชรบุรี ซึ่งตนเดินทางไป แต่เขาก็บอกว่าไม่ใช่หน้าที่ ตนจึงเดินทางไปยังสำนักงานนิคมสหกรณ์ก็บอกไม่ใช่หน้าที่ และเมื่อไปยังสำนักรักษาพันธุ์ไม้แก่งกระจาน และสำนักงานที่ดิน ต่างก็ออกมาปฎิเสธว่าไม่ใช่เจ้าของพื้นที่ รวมแล้วตนเดินทางไปถึง 8 แห่งต่างก็บอกว่าไม่ใช่หน้าที่หรือจะรับผิดชอบแจ้งความได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไม่รู้จะทำอย่างไร เพื่อที่จะรักษาพื้นที่คลองตากบไว้ให้ได้เพราะจากบริเวณนี้มีนายทุนมาซื้อที่ดินไว้กว่า 3 หมื่นไร่ในเขตอำเภอท่ายางและชะอำ และพื้นที่ป่าชายเลนเสียหายไปเยอะ คลองตากบก็ถูกกลบ ผมจึงทำป้ายเพื่อแสดงอาณาเขตคลองและป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกอีก แต่กลับถูกคัดค้านจาก อบต.หนองศาลา สำนักงานอำเภอชะอำ และสำนักงานเจ้าท่าเพชรบุรี เขาบอกว่าผมทำป้ายหลักเขตไม่ได้เพราะบุกรุกคลอง ผมจึงถามว่าแล้วทำไมตอนให้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บุกรุกถึงไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของ เขาบอกว่าตอนนั้นไม่รู้ แต่ตอนนี้รู้แล้ว เขาแจ้งให้ผมหยุดทำ ผมเห็นว่าผู้ที่บุกรุกไม่มีใครทำอะไรเขาได้ ผมจึงทำอนุสาวรีย์ขึ้นมาใหม่จากเดิมที่เป็นป้ายเพื่อสดุดี โดยเป็นรูปสัตว์ 2 ชนิดคือตัวแรกเป็นรูปปั้นหมาแต่มีหัวเป็นคน และอีกตัวเป็นรูปปั้นตัวเงินตัวทองหัวเป็นคน เพื่อสดุดีให้เห็นว่าคนที่บุกรุกเป็นคนดี แต่ผมซึ่งเป็นผู้คัดค้านการบุกรุกป่าชายเลนจะต้องติดคุกติดตาราง ผมคงต้องติดคุกเพราะสำนักงานเจ้าท่าและอำเภอชะอำบอกว่า ผมบุกรุกพื้นที่สาธารณะ แต่คนที่บุกรุกหากมีเงินมีทองหรือมีอิทธิพลนั้นไม่เป็นไร แต่พอชาวบ้านออกมาคัดค้านการกระทำที่ไม่ถูกต้องและทำป้ายแนวเขตก็โดนข้อหาบุกรุก&amp;rdquo; นายเสนาะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง เมื่อปี 2538 บริษัทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ใหญ่แห่งหนึ่งได้เข้ามากว้านซื้อที่ดินในอำเภอชะอำและอำเภอท่ายาง รวมประมาณ 40,000 ไร่ และต่อมาในปี 2553 ได้มีการปรับพื้นที่ขนานใหญ่ ทำให้เกิดข้อพิพาทกับชาวบ้านบ่อไร่ซึ่งนำโดยนายเสนาะ เนื่องจากมีการทำลายป่าชายเลนบริเวณคลองตากบซึ่งเป็นพื้นที่จอดเรือของชาวบ้าน นอกจากนี้ยังมีการเกลี่ยพื้นที่ทับถนนที่ชาวบ้านใช้สัญจรเพื่อทำให้ที่ดินกลายเป็นผื่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีแหล่งโบราณสถานสมัยทวารวดีซึ่งกรมศิลปากรได้ลงมาตรวจสอบแล้ว แต่กลับถูกปรับเกลี่ยพื้นที่จนโบราณสถานดังกล่าวหายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117439</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลองตากบ, จังหวัดเพชรบุรี, บุกรุกที่ดิน, บุกรุกป่าชายเลน, ป่าชายเลน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149d222611d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101062</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกยึดคืนป่าชายเลนบางปู 136 ไร่ นายทุนรุกล้ำสร้างโกดังสินค้า ลานจอดรถ ท่าเรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.64 - นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้สนธิกำลังร่วมกับชุดปฏิบัติการกรมป่าไม้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสมุทรปราการ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสมุทรปราการ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรปราการ ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เข้าทำการตรวจยึดพื้นที่ป่าชายเลนที่ถูกนายทุนใหญ่ภาคเอกชน ที่เข้ามาปลูกสร้างโกดังสินค้าขนาดใหญ่และมีการถมดินสร้างลานจอดรถและท่าเรือ บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ป่าชายเลนซึ่งมีพันธุ์ไม้ป่าโกงกางที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ เอามาเป็นประโยชน์ของตัวเองกว่า 136 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 4 บริเวณด้านหลังสถานีตำรวจภูธรบางปู ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พร้อมวางแผนปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ผลการเข้าตรวจสอบสามารถตรวจยึดที่ดินป่าชายเลนซึ่งเป็นสมบัติของชาติคืนได้จำนวน 2 แปลง พื้นที่รวมกว่า 136 ไร่ ที่ถูกบุกรุก แปลงที่แรกเป็นการบุกรุกครอบครองทำเป็นบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและที่พัก เนื้อที่ 5 ไร่ 3 งาน 72 ตารางวา ส่วนแปลงที่สองมีการบุกรุกถมดินสร้างสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่โดยมีการถมดินทำลานจอดรถและเตรียมสร้างท่าเรือ มีการกั้นรั้วห้ามเข้าออกพื้นที่และจัดทำบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เนื้อที่ 130 ไร่ 58 ตารางวา โดยพื้นที่ ที่ถูกบุกรุกเป็นพื้นที่ป่าชายเลนน้ำทะเลท่วมถึงเป็นพื้นที่ป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 &amp;nbsp;ซึ่งมีการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีตามกฎหมายต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางปู เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่าในวันนี้ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้รับคำสั่งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ลงมาตรวจสอบพื้นที่ ซึ่งเราได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีการบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าชายเลนซื้อเป็นป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 จำนวน 2 แปลง ขนาดพื้นที่ 130 ไร่ และ 105 ไร่ ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วเราพบว่าเป็นที่ดินที่เป็นป่า 2484 จริงและเราได้ทำการตรวจพิสูจน์ทางเอกสารสิทธิ์จากกรมที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมปฏิบัติการในวันนี้หลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกรมเจ้าท่า กรมที่ดิน สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรปราการ ตำรวจ และผู้ใหญ่บ้าน หลังตรวจสอบแล้วเรายืนยันชัดเจนว่าเป็นการบุกรุกยึดถือครอบครองเพื่อใช้ประโยชน์ส่วนตนอย่างชัดเจน หลังจากนี้จะมีการลงชื่อร่วมกันบันทึกจับกุมลงนามโดยทุกหน่วยงานที่มาร่วมสนธิกำลังในวันนี้ไปกล่าวโทษร้องทุกข์กับเจ้าพนักงานตำรวจให้เป็นรูปคดี หลังจากนั้นก็จะมีการฟ้องศาล ซึ่งจากการดำเนินคดีก็คาดว่าจะต้องมีทั้งโทษจำและโทษปรับ ซึ่งโทษปรับทั้งสองแปลงนี้ประมาณ 14-15 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ตนยังได้สั่งการให้หน่วยงานทีเกี่ยวข้องทุกหน่วยตั้งใจปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง และเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์และปกป้องผืนป่าและทรัพยากรทางทะเลในระดับพื้นที่ อย่างไรก็ตาม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้กำหนดแนวทางในการเร่งปราบปรามการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าชายเลนทั่วประเทศ พร้อมใช้มาตรการทางการกฎหมายดำเนินการต่อผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101062</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, จังหวัดสมุทรปราการ, บุกรุกป่าชายเลน, ป่าชายเลน, สภ.บางปู, โสภณ ทองดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6089174814ab4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2019 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2019 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โบ้ยกันแหลก! หน่วยงานรัฐเมินชาวบ้านร้องนายทุนใหญ่ทำลายป่าชายเลน ถมคลองไม่เหลือสภาพเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านชะอำมึนร้องเรียนธุรกิจอสังหาใหญ่ทำลายป่าชายเลนในคลองสาธารณะ แต่ไร้หน่วยงานรัฐเหลียวแลแถมโยนกลองกันแหลก แม้แต่ตำรวจยังไม่รับแจ้งความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.62 -&amp;nbsp;นายเสนาะ สุขจำเริญ อดีตผู้ใหญ่บ้านบ่อไร่ ตำบลหนองศาลา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า ตนและชาวบ้านได้ทำหนังสือถึงหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมอำเภอชะอำ เพื่อแจ้งให้ทราบเรื่องที่มีการบุกรุกทำลายป่าชายเลนบริเวณคลองตากบ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าชายเลนและเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์ร่วมกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ แต่เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 ได้มีรถแบ๊คโฮและพนักงานของบริษัทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ใหญ่ ซึ่งผู้ถือหุ้นธุรกิจเบียร์ยี่ห้อดังที่เป็นเจ้าของที่ดินนับหมื่นไร่ได้ทำการขุดต้นไม้ทำลายป่าในคลองตากบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสนาะ กล่าวว่า&amp;nbsp;ตนได้พาผู้ใหญ่บ้านไปดูความเสียหายและแจ้งไปยังนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองศาลา รวมทั้งแจ้งผู้อำนวยการเจ้าท่าภูมิภาค จังหวัดเพชรบุรี เพื่อขอให้แจ้งความดำเนินคดีเอาผิดแก่ผู้ทำลายป่าชายเลน ซึ่งต่อมาวันที่ 16 พฤษภาคม ตนได้รับหนังสือจากผู้อำนวยการเจ้าท่าว่า เรื่องนี้มิใช่หน้าที่ของกรมเจ้าท่า&amp;nbsp;ขณะที่นายก อบต.และผู้ใหญ่บ้านก็เพิกเฉยไม่ได้ดำเนินการแต่อย่างใด ดังนั้นจึงอยากให้ศูนย์ดำรงธรรมดำเนินการแจ้งความเอาผิดแก่ผู้ทำลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตผู้ใหญ่บ้านบ่อไร่&amp;nbsp;กล่าวว่า คลองตากบ อยู่ติดกับถนนคันกั้นน้ำเค็มสาย หาดเจ้า-ชะอำ โดยในวันที่28 พฤษภาคมนี้ เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรป่าชายเลนที่ 6 เพชรบุรี จะลงมาดูพื้นที่ใน 2 ประเด็นคือ&amp;nbsp;1.เมื่อปี 2558 กรมชลประทานได้ถมคลองตากบจนคับแคบ ทั้งๆที่มีหลักเขตของกรมที่ดิน ซึ่งปักไว้ข้างคลองระบุแนวเขตชัดเจนอยู่แล้ว แต่กลับมีการถมที่ดินรุกล้ำคลอง เมื่อชาวบ้านร่วมกันคัดค้านถึงได้หยุด อย่างไรก็ตามขณะนี้ดินที่ขุดไปไม่มีการถมกลับคืน ทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าน่าจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชน และทำให้สูญเสียพื้นที่สาธารณะไปถึง 4-5 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 พนักงานของบริษัทเอกชนได้นำรถแบคโฮขุดต้นไม้ในคลอง ทำลายป่าชายเลนความยาวตามฝั่งประมาณ 500 เมตร โดยชาวบ้านแจ้งตำรวจ แต่ตำรวจบอกว่า เอกชนอาจจะหาหลักเขตแดนของเขา ทั้งๆที่หลักเขตก็ปักไว้ตลอดความยาวจำนวน 5-6 หลัก ชาวบ้านจึงให้ตนไปแจ้งกับสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคเพชรบุรี แต่กรมเจ้าท่าฯบอกว่า ไม่มีหน้าที่ในเรื่องนี้ และก็ไม่บอกว่าเป็นหน้าที่ของหน่วยงานใด ตนจึงไปแจ้งศูนย์ดำรงธรรมอำเภอชะอำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมถามว่าบริเวณดังกล่าวได้จดทะเบียนเป็นป่าชายเลนหรือไม่ ถ้าไม่ได้จดก็เอาผิดไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้ผมมึนไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าจะไปแจ้งหน่วยงานใด พอไปแจ้งความกับตำรวจ ทางตำรวจก็พูดในทำนองว่ายังไม่แน่จะแจ้งความได้หรือไม่ ผมแจ้งเองก็ไม่ได้ เขาบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ ต้องให้ผู้ใหญ่บ้านแจ้ง และแนะให้เราไปแจ้งกรมเจ้าท่า พอไปที่กรมเจ้าท่า เขาก็บอกไม่ใช่หน้าที่ของเขา ผมเลยไปที่ศูนย์ดำรงธรรมเพื่อหาผู้กระทำความผิด แต่ศูนย์ดำรงธรรมก็ถามว่าจดทะเบียนป่าชายเลนหรือยัง ถ้ายังไม่จดก็ทำไม่ได้ เขายังบอกว่าบางทีอาจอยู่ในเขตป่าชายเลน ผมจึงไปแจ้งหน่วยป่าชายเลน เขาจึงจะมาตรวจวันที่ 28 พฤษภาคม ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาผิดใครได้หรือไม่&amp;rdquo;นายเสนาะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสนาะ กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนมีโอกาสเห็นแผนที่โฉนดบริเวณคลองตากบ พบว่าในแผนที่แทบไม่เหลือพื้นที่ของคลองตากบอยู่เลย โดยถูกกลบเกือบหมด ทั้งๆที่อดีตคลองแห่งนี้กว้าง 10 เมตร ยาวกว่า 1 กิโลเมตร เลยเคยมีโบสถ์น้ำ ซึ่งใช้ทำพิธีทางศาสนา หากย้อนไปราวร้อยกว่าปี บริเวณที่เคยเป็นชุมชนโบราณที่มีความเจริญ และเคยขุดเจอเสาโบสถ์แต่ปัจจุบันคลองสายนี้กลับถูกบุกรุกและถามทับจนแคบลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36927</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลองตากบ, จังหวัดเพชรบุรี, ชะอำ, บุกรุกป่าชายเลน, บ้านบ่อไร่, ศุนย์ดำรงธรรมเพชรบุรี, อบต.หนองศาลา, เจ้าท่าภูมิภาค 3 เพชรบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190527/image_big_5cebadc421152.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2019 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2019 19:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประมงพื้นบ้านอนุรักษ์ปูม้า&#039; ซัด รองอธิบดี ทช.เอาดีใส่ตัว ยันคว่ำบาตรไม่ร่วมมือภาครัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บังเดียร์&amp;quot; ซัด รองอธิบดี ทช. บุกมาสร้างภาพถึงศูนย์ศึกษาเรียนรู้ศาสตร์พระราชา แฉแหลกจนท.ป่าชายเลนชุดจับกุมทำเกินกว่าเหตุ ยืนคว่ำบาตร ยังไม่ให้ความร่วมมือ ทช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.62 - ที่มูลนิธิอันดามัน นายหลงเฝียะ บางสัก หรือ บังเดียร์ ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้าน บ้านน้ำราบ ผู้บุกเบิกโครงการธนาคารปูม้า พร้อมด้วยสมาชิกเครือข่ายชี้แจงข้อเท็จจริง หลังจากคณะรองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)ได้ลงพื้นที่เพื่อเจรจาหาข้อยุติร่วมกับชุมชนบ้านน้ำราบเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ซึ่งกระจ่างชัดว่านายหลงเฝียะ มิได้เจตนาบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน แต่ได้ดำเนินการไปตามมติของกลุ่มในการจัดสร้างศูนย์เรียนรู้ด้านระบบนิเวศป่าชายเลน ซึ่งเป็นประโยชน์ในการศึกษาดูงานของนักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายไพฑูรย์ แพนชัยภูมิ ผอ.ส่วนอนุรักษ์ฟื้นฟู กรมฯทช. นายไมตรี แสงอริยนันต์ ผอ.สบทช.10 นายประจวบ. โมฆรัตน์ ผอ.ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล (สบทช.10) และนายบรรจง นฤพรเมธี นายกสมาคมการท่องเที่ยวและโรงแรมจังหวัดตรัง ได้ลงพื้นที่ร่วมปรึกษาหรือกับคณะกรรมการกลุ่มประมงพื้นบ้านน้ำราบ เพื่อแก้ปัญหาการจับกุมนายหลงเฝียะ บางสัก ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้าน บ้านน้ำราบ โดยมีข้อหารือดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีคำสั่งเร่งด่วนให้แก้ปัญหาคดีความจากการจับกุมนายหลงเฝียะ บางสัก ข้อหาก่อสร้างอาคารบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน โดยจัดทำศูนย์เรียนรู้ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งหลังใหม่ แทนหลังเดิมที่ชำรุด โดยการจัดทำร่วมกับอบต.เพื่อป้องกันข้อกล่าวหาหรือร้องเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.มีข้อตกลงร่วมกันว่าให้สั่งย้ายหัวหน้าสถานีพัฒนาป่าชายเลนที่ 40 นายเอกชัย ชาวนา ออกจากการทำงานในพื้นที่ เนื่องจากไม่สามารถทำงานร่วมกับชุมชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.จัดเวทีประชุมเครือข่ายอย่างเร่งด่วนทั้งโดยอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นประธาน เพื่อให้เครือข่ายได้สะท้อนปัญหาการทำงาน ตลอดจนข้อจำกัดและอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งในระดับพื้นที่ รวมทั้งกลไกจังหวัด และระดับนโยบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.จัดทำแผนงานร่วมกันในระยะยาว โดยทำพื้นที่บ้านน้ำราบเป็นพื้นที่นำร่อง ต้นแบบการจัดทำศูนย์เรียนรู้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทั้งระบบและเรื่องสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายหลงเฝียะ กล่าวว่า&amp;nbsp;มติการคว่ำบาตรของเครือข่ายชมรมประมงพื้นบ้าน จ.ตรัง และเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านยังคงเหมือนเดิม จนกว่าจะแก้ปัญหาและมีการหารือร่วมกับอธิบดีฯในระดับเครือข่ายอีกครั้ง&amp;nbsp;ซึ่งตนเองไม่สามารถตัดสินใจได้เนื่องจากทุกวันนี้เราทำงานกันเป็นกลุ่มเป็นเครือข่าย เครือข่ายเห็นชอบอย่างไรก็ว่ากันไปตามนั้น ส่วนในเรื่องคดีทาง ทช.ก็ช่วยกันพิจารณาในเรื่องของการจัดการก็ว่ากันเป็นนโยบาย ที่ผ่านมาเราจัดการในพื้นที่ก็จริง แต่ก็การชักไม้ที่อยู่อาศัยเรายังผิดกฎหมายอยู่ เพราะฉะนั้นในพื้นที่เราต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อน เพราะต่อไปทุกพื้นที่ก็เป็นแบบนี้ตลอดไม่ว่าเป็นบ้านน้ำราบหรือที่อื่นมันก็ส่งผลกระทบเหมือนๆกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมยังติดใจที่เจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุมครั้งนี้ ในส่วนของการจับกุมยังไม่รู้เรื่องไม่ชัดเจนว่าตนเองจะพ้นจากการโดนจับกุมหรือไม่ เพราะมันเป็นคดีไปแล้ว ผมยังเป็นห่วงอยู่ การที่เจ้าหน้าที่เข้าทำการจับกุม บางคำพูดของเจ้าหน้าที่ที่พูดออกมาบางคำพูดรับไม่ได้ หัวหน้าคนนี้สมควรจะออกจากพื้นที่เพราะคำพูดแต่ละคำแรงมาก ผมเคยพูดกับเขาว่า ถ้ามีอะไรตกลงให้มาคุยกันในพื้นที่ แต่นายเอกชัยบอกว่าไม่จำเป็นที่ต้องมาคุยกับชาวบ้านซึ่งตรงนี้แหละมันเกิดความเป็นคับแค้นใจ&amp;quot;นายหลงเฝียะ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36413</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, กลุ่มประมงพื้นบ้าน, ชุมชนบ้านน้ำราบ, นายหลงเฝียะ บางสัก, บังเดียร์, บุกรุกป่าชายเลน, มูลนิธิอันดามัน, โครงการธนาคารปูม้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190521/image_big_5ce3f0cc9f67c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
