<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 23:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งราชทัณฑ์ห้ามมีเผาอีก หมายจับ3รายข้อหาหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot; กำชับกรมราชทัณฑ์ เพิ่มการรักษาความปลอดภัยอย่าปล่อยให้มีการเผาพระบรมฉายาลักษณ์อีกแม้แต่เรือนจำเดียว พบกลุ่มผู้ต้องสงสัย 3 ราย แจ้งความเอาผิด 3 ข้อหาหนัก วางเพลิงเผาทรัพย์-บุกรุกสถานที่ราชการ-ม.112 ชี้มีกลุ่มการเมืองเอี่ยวเบื้องหลัง ตำรวจเตรียมขออนุมัติหมายจับไม่เกิน 7 วันได้ตัวแน่ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุม เรือนจำกลางคลองเปรม วันที่ 1&amp;nbsp; มีนาคม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางไปร่วมประชุมที่มีว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายแพทย์วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ พ.ต.อ.ภาณุเดช สุขวงศ์ รอง ผบก.น.2 ร่วมหารือ กรณีการวางเพลิงป้ายและทำลายทรัพย์สินบริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม
โดยนายอายุตม์รายงานว่า กรมราชทัณฑ์ไปแจ้งความเอาผิดผู้กระทำผิดแล้ว และตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยให้ผู้ตรวจกรมราชทัณฑ์เป็นประธาน และเพิ่มกำลังจากหน่วยงานพิเศษร่วมปฏิบัติหน้าที่รักษาการณ์บริเวณภายนอกเรือนจำ
ส่วนการติดตามคนร้าย นายสมศักดิ์เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.ภาณุเดช ถือว่ามีความคืบหน้าไปมาก โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.64 เวลา&amp;nbsp; 03.10 น. โดยกล้องวงจรปิดของเรือนจำกลางคลองเปรม สามารถจับภาพคนร้ายได้ ตรวจพบอุปกรณ์ที่เตรียมมาเพื่อตั้งใจเผา พบถังน้ำมันและไฟแช็กทิ้งเอาไว้ จากนั้นกรมราชทัณฑ์จึงได้ประสานไปยังสถานีตำรวจนครบาลประชาชื่น ได้ติดตามจากกล้องวงจรปิดพบรถ MPV&amp;nbsp; สีขาว&amp;nbsp; เป็นรถเพียงคันเดียวในเวลาดังกล่าว พบผู้ต้องสงสัย 3 คน เป็นชาย 2 หญิง 1 โดยการตามจากกล้องวงจรปิดไปจนถึงที่พัก และพบว่ามีความเชื่อมโยงทางการเมือง เวลานี้อยู่ระหว่างพิสูจน์หลักฐานให้ชัดเจน รวมถึงเช็ก database มือถือเพื่อค้นเบอร์โทร.ว่า ผู้ลงมือนั้นติดต่อกับใครได้บ้าง&amp;nbsp; โดยในกรณีนี้ตำรวจได้ยืนยันจะทำคดีให้จบโดยเร็วที่สุด และคาดว่าจะไม่เกิน 7 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมนายสมศักดิ์ได้กำชับการทำงานของกรมราชทัณฑ์ ในเรื่องการรักษาความปลอดภัยและการรักษาทรัพย์สิน เพราะเป็นเรื่องที่มิสมควรเกิดขึ้น และอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกแม้แต่เรือนจำเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่ ร.ต.ธนกฤตเปิดเผยว่า กรมราชทัณฑ์ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.ประชาชื่น โดยได้แจ้ง 3 ข้อหาแก่ผู้กระทำความผิด คือ 1.วางเพลิงเผาทรัพย์ 2.บุกรุกสถานที่ราชการ และ 3.มาตรา 112 เพราะเป็นการเผาพระบรมฉายาลักษณ์ โดยเบื้องต้นทราบว่ามีผู้กระทำผิด 3 ราย&amp;nbsp; ตำรวจกำลังขออนุมัติหมายศาลเพื่อออกหมายจับ และจะสืบสวนขยายผลเพื่อสาวให้ถึงผู้อยู่เบื้องหลัง เพราะทราบว่ามีกลุ่มการเมืองอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ด้วย
ด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวว่า กรณีคนร้ายวางเพลิงเผาพระบรมฉายาลักษณ์ บริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อคืนวันที่ 27 ก.พ. เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้ส่งตัวแทนมาแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.ประชาชื่น ความผิดที่เกี่ยวข้องในข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์ และคาดว่าจะมีความผิด ม.112 ขณะนี้รู้ตัวกลุ่มที่ก่อเหตุแล้ว เป็นกลุ่มเดียวกันกับที่อยู่ระหว่างดำเนินคดี ขอเวลาทำงานอีกไม่นานจะจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้แน่นอน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94686</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, บุกรุกสถานที่ราชการ, พระบรมฉายาลักษณ์, วางเพลิงเผาทรัพย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เผาพระบรมฉายาลักษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603cf3b8953c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
