<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71058</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 17:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 17:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าของรีสอร์ทดังเมืองกาญจน์ ผวากฎหมายใหม่โทษหนัก ยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหลังยื้อมานานหลายปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมอุทยานฯสั่งรื้อรีสอร์ทดังเมืองกาญจน์ รุกป่าอุทยานฯเอราวัณ เจ้าของผวายอมรื้อเอง หายวับ 13 ล้าน เตรียมพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้วิถีธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.2563 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า ตามนโยบายนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับนายทุนผู้บุกรุกป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และนายปรยุษณ์ ไวว่อง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ นายยุทธพงศ์ ดำศรีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติพุเตย และจนท.ชุดพญาเสือ นายวสันต์ สุนจิรัตน์ กำนันตำบลช่องสะเดา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จำนวน 10 นายได้ร่วมกันตรวจสอบ การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรีสอร์ทชื่อดัง บ้านกกกอด ตำบลช่องสะเดา อ.เมือง จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 20 หลัง เนื้อที่ 8ไร่ 1งาน 62 ตารางวา ที่เปิดบริการให้เช่าห้องพักมานานหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรีสอร์ทแห่งนี้มีสภาพธรรมชาติที่สวยงาม อยู่ติดริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนท่าทุ่งนา จังหวัดกาญจนบุรี มีนายทุนใหญ่ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม เป็นเจ้าของ โดยซื้อที่ดินผ่อนผันตามมติครม.30 มิ.ย. 2541 มาในราคา 13 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ&amp;nbsp;เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและนำที่ดินดังกล่าวมาทำกิจการรีสอร์ท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าของกิจการได้ยินยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดในรีสอร์ท &amp;quot;บ้านกกกอด&amp;quot; ด้วยตนเอง จำนวน 20 หลัง ออกไปให้พ้นจากเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ โดยได้ว่าจ้างคนงานเข้ามาทำการรื้อถอนตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย.2563 จนถึงวันนี้ได้รื้อถอนรีสอร์ทไปแล้วกว่า 30% คาดว่าจะรื้อถอนเสร็จไม่เกินสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ กล่าวว่า มูลเหตุที่ทำให้นายทุนเจ้าของยอมรื้อถอนรีสอร์ท &amp;quot;บ้านกกกอด&amp;quot; ด้วยตนเอง สืบเนื่องมาจากไปซื้อที่ดินผ่อนผันตามมติครม. 30 มิ.ย. 41 ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ในปี พ.ศ.2558 โดยทำกิจการรีสอร์ทในที่ดินดังกล่าว ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอุทยานแห่งชาติ จนท.อุทยานฯเอราวัณ จึงเข้าจับกุมดำเนินคดี พร้อมปิดประกาศให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ต่อมาอัยการจังหวัดกาญจนบุรี มีคำสั่งไม่ฟ้องนายทุนเจ้าของ จึงเปิดกิจการรีสอร์ทเรื่อยมาจนถึงปัจจุปัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ เห็นว่า ถึงแม้อัยการจังหวัดกาญจนบุรี มีคำสั่งไม่ฟ้อง แต่รีสอร์ท&amp;quot;บ้านกกกอด&amp;quot; ยังอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ การปิดประกาศให้รื้อถอนรีสอร์ท &amp;quot;บ้านกกกอด&amp;quot; สามารถปิดประกาศให้รื้อถอนซ้ำได้อีกตามกฎหมายอุทยานฉบับใหม่ พ.ศ.2562 ซึ่งมีโทษรุนแรงกว่า หากฝ่าฝืนไม่รื้อถอนเพราะการรื้อถอนเป็นกฎหมายวิธีบัญญัติ บังคับย้อนหลังได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าพนักงานมีอำนาจสั่งให้รื้อถอนได้ ทั้งตามกฎหมายเก่าและกฎหมายใหม่ ตามแนวทางคำพิพากษาฎีกาที่ 3342/2525อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จึงได้ปิดประกาศคำสั่งให้รื้อถอนซ้ำอีกครั้ง ตามกฎหมายอุทยานแห่งชาติฉบับใหม่ ปีพ.ศ.2562 มาตรา 35 (2) ให้รื้อถอนภายในวันที่ 5 เม.ย.2563 แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิท-19 จึงทุเลาคำสั่งผ่อนผันให้รื้อถอนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2563 หากฝ่าผืนไม่ยอมรื้อถอน ตามประกาศคำสั่งดังกล่าว ภายในเวลาที่กำหนดแล้ว ทางหัวหน้าอุทยานฯเอราวัณ จะเข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนประกาศคำสั่งดังกล่าวต่อไป ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 3 ปีและปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และค่าปรับรายวันอีกวันละ 1 หมื่นบาท จนกว่าจะรื้อถอนเสร็จสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าของจึงได้ว่าจ้างคนงานเข้ามารื้อถอนรีสอร์ท &amp;quot;บ้านกกกอด&amp;quot; ของตนเอง เพราะเกรงรับโทษในข้อหาฝ่าฝืนประกาศคำสั่ง ตามมาตรา35 (2) พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ฉบับใหม่ พ.ศ. 2562 ซึ่งมีโทษจำคุก หรือปรับ และค่าปรับรายวัน ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หลังจากรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรีสอร์ท &amp;quot;บ้านกกกอด&amp;quot; หมดแล้ว &amp;nbsp;ทางอุทยานฯจะนำพื้นที่ดังกล่าวมาฟื้นฟูสภาพป่าและพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้วิถีธรรมชาติ เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ของประชาชนในท้องถิ่น และชุมชุนใกล้เคียง ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71058</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, บุกรุกอุทยาน, รีสอร์ทกกกอด, อุทยานแห่งชาติเอราวัณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200710/image_big_5f083b9db5020.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
