<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2020 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2020 12:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แหม่ม&#039;พูดครั้งแรก! สามีถูกศาลสั่งฟ้องล้มละลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แหม่ม-คัทลียา กระจ่างเนตร ออกมาเปิดเผยเป็นครั้งแรก หลังจากที่ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด นายสงกรานต์ กระจ่างเนตร ผู้เป็นสามี ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 โดยยอมรับว่ารู้เรื่องดังกล่าวมานานแล้ว ยันไม่มีผลกระทบกับครอบครัวและพร้อมอยู่เคียงข้างตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เป็นเรื่องหลายสิบปีแล้ว ไม่เกี่ยวกับพี่ ก็ไม่ตกใจอะไร เราทราบเรื่องมาตลอด เขาก็เล่าให้ฟัง &amp;nbsp;เราก็รู้มาตั้งแต่แรกแล้ว มันเป็นเรื่องที่เกิดมานานมากแล้ว ก็รู้มานานแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราก็อยู่กับเขามาโดยตลอดโดยไม่ได้สร้างปัญหาหรือนำเรื่องมาให้เขาเพิ่ม เขาก็ไม่ต้องคิดมากอะไร เราก็ดูแลครอบครัวไปอย่างมีความสุข ก็อยู่กันอย่างอบอุ่น ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงและส่งกำลังใจมาให้ค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แหม่มก็เรียนตรงนี้ว่าไม่มีอะไร ไม่ได้กระทบอะไรกับแหม่มทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม การแสดงก็ยังทำอยู่เหมือนเดิม สิรินทร์ฟาร์มก็ยังผลิตโปรดักซ์ใหม่ๆ ออกมา &amp;nbsp;รีสอร์ทที่ตรังก็ปิดมาเพราะโควิดตั้งแต่เดือนมีนาคม แต่ว่าตอนนี้กำลังจะเปิดแล้วค่ะ ต้นเดือนตุลาคมนี้ ก็จะเปิดให้คนไทยได้ไปเที่ยวกัน เรื่องคุณสงกรานต์ไม่มีผลกระทบกับแหม่ม ที่จะมีผลกระทบคือโควิดมากกว่า เชื่อว่าโควิดคงกระทบกับทุกคน ก็เป็นกำลังใจให้ทุกๆ คนด้วยคิดว่าโควิดโดนกันถ้วนหน้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม &amp;nbsp;@mcintosh&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77286</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุคคลล้มละลาย, สงกรานต์ กระจ่างเนตร, สามี, แหม่ม คัทลียา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200913/image_big_5f5daf2307f90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2018 18:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2018 18:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นายทหารพระธรรมนูญให้คำแนะนำ&#039;สมรักษ์&#039;ลั่นพร้อมต่อสู้คดี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.61-เพจ กองทัพเรือ Royal Thai Navy โพสต์ข้อความกรณีเรือเอกสมรักษ์ คำสิงห์ เข้ารายงานตัวต่อเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ เพื่อรายงานตัวและรับคำแนะนำในการดำเนินการทางกฎหมาย ระบุ เวลา 12.30 น. เรือเอกสมรักษ์ คำสิงห์ เข้าพบพลเรือโท บรรพต เกิดภู่ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ เพื่อรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งเสนอรายงานตามระเบียบของกองทัพเรือ พร้อมจะดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมาย ขณะนี้เป็นกระบวนการพิทักษ์ทรัพย์ยังไม่มีคำตัดสินของศาลให้เป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่งในโอกาสนี้ เรือเอกสมรักษ์ฯ ได้รับคำแนะนำจากนายทหารพระธรรมนูญ กองทัพเรือด้วยแล้ว :คณะโฆษกกองทัพเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือเอกสมรักษ์ กล่าวหลังการเข้าพบพลเรือโทบรรพตว่า&amp;nbsp;ไม่หนักใจกับเหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นข่าว และพร้อมจะต่อสู้คดีความที่เกิดขึ้น ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นขณะนี้อาจเกินความเป็นจริง ขณะนี้เป็นเพียงกระบวนการพิทักษ์ทรัพย์ยังไม่มีคำตัดสินของศาลให้เป็นบุคคลล้มละลายแต่ประการใด และได้ขอคำแนะนำในด้านกฎหมายจากนายทหารพระธรรมนูญ ซึ่งกองทัพเรือก็ได้ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18328</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, น.อ.สมรักษ์ คำสิงห์, นายทหารพระธรรมนูญ, บุคคลล้มละลาย, พิทักษ์ทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180924/image_big_5ba8c3256617a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7709</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมเข้ม คุณสมบัติบิ๊กท้องถิ่น ห้ามมีส่วนได้-เสียกับ&#039;อปท.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มหาดไทยชง ครม.แก้คุณสมบัติต้องห้ามสมาชิกหรือผู้บริหารท้องถิ่นต้อง &amp;quot;ไม่เป็นผู้มีพฤติกรรมในทางทุจริต&amp;quot; เคยเป็นบุคคลล้มละลาย-ถูกยึดทรัพย์ข้อหาร่ำรวยผิดปกติ-ต้องคำพิพากษาทุจริต-เป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้ส่วนเสียกับ อปท.ทั้งทางตรงทางอ้อม หมดสิทธิ์ลงเลือกตั้ง หากรู้ว่าขาดคุณสมบัติแล้วยังดันทุรังลงสมัครเจอโทษจำคุกตัดสิทธิ์ 10 ปี พร้อมติดดาบ ผวจ.-รมว.มหาดไทยสั่งพ้นเก้าอี้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาลระบุว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 23 เม.ย.นี้ &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้เสนอขอความเห็นชอบมาตรการบังคับใช้กฎหมายเพื่อดำเนินการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่นเนื่องจากมีพฤติกรรมในทางทุจริต หลังจากก่อนหน้านี้ที่ประชุม ครม.เคยมอบหมายให้ มท.ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาศึกษาแนวทางและความเหมาะสมเป็นไปได้ ถึงข้อเสนอแนะของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับมาตรการดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด หรือกรณีผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่นกระทำทุจริตได้ เพราะกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปัจจุบันมีข้อจำกัดและขาดความชัดเจน เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่นถูกตรวจสอบว่ากระทำทุจริต บุคคลนั้นจะลาออกจากตำแหน่งเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้มีการสอบสวนและวินิจฉัยสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อสรุประหว่าง มท.และ สคก.ในประเด็นดังกล่าว ได้กำหนดให้ มท.พิจารณาข้อมูล เอกสาร &amp;nbsp;พร้อมทั้งความเห็นของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ได้มีมติชี้มูลความผิด โดยมอบหมายผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายอำเภอดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในการสอบสวนและวินิจฉัยสั่งให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่ง หรือสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือนำผลการสอบสวนดังกล่าวไปสู่การดำเนินคดีในทางอาญาและแพ่งต่อไปตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้ง อปท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มท.และ สคก.เห็นควรให้แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้ง อปท. รวมทั้งกฎหมายการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น ตามข้อเสนอของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ให้เพิ่มบทบัญญัติ &amp;quot;การไม่เป็นผู้มีพฤติกรรมในทางทุจริต&amp;quot; เป็นคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการเป็นผู้มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งในทุกตำแหน่ง โดยครั้งนี้ มท.ได้ขอแก้ไขลักษณะของบุคคลซึ่งต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นใน พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบด้วย บุคคลผู้ที่อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง, เป็นบุคคลล้มละลาย หรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต, เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุด ให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือ เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุด ให้ลงโทษจำคุกเพราะกระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง, เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาว่า เป็นผู้มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ หรือกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตราทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มท.ยังเสนอเพิ่มบทกำหนดโทษกรณีบุคคลซึ่งรับเลือกตั้ง โดยรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งมีกำหนดสิบปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ยังมีการแก้ไขเกี่ยวกับการสอบสวน การวินิจฉัย และการสั่งให้สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่ง โดยกำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสอบสวนและวินิจฉัยโดยเร็ว แม้ว่าสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นผู้นั้นจะได้พ้นจากตำแหน่งไปแล้วไม่ว่าด้วยเหตุผลใด เว้นแต่เพราะตาย รวมทั้งหากผลการสอบสวนปรากฏว่ามีเหตุตามที่ดำเนินการสอบสวน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นผู้นั้น พ้นจากตำแหน่งไม่ว่าผู้นั้นจะได้พ้นจากตำแหน่งไปก่อนแล้วหรือไม่ก็ตาม โดยในคำสั่งดังกล่าวให้ระบุเหตุที่ทำให้พ้นจากตำแหน่งไว้ และให้มีผลตั้งแต่วันที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมีคำสั่ง ถ้าในขณะที่มีคำสั่งดังกล่าวผู้นั้นกำลังดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้ บริหารท้องถิ่นอันเป็นผลจากการเลือกตั้งต่างวาระกัน ให้ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งที่กำลังดำรงอยู่ด้วย และให้ถือว่าวันที่สั่งให้พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวเป็นวันเริ่มนับระยะเวลา ต้องห้ามการใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังกำหนดให้ผู้บริหารท้องถิ่นต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาหรือกิจการที่กระทำ หรือจะกระทำ หรือให้แก่ส่วนท้องถิ่นนั้น หรือมีส่วนได้ส่วนเสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญา หรือกิจการที่กระทำกับหรือให้แก่ อปท. โดยมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าเป็นการต่างตอบแทน หรือเอื้อประโยชน์ส่วนตัวระหว่างกัน และ มท.ยังเสนอให้เพิ่มเติมประเด็นที่กำหนดให้ผู้บริหารท้องถิ่นต้องไม่ทอดทิ้ง หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่และอำนาจ หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน ไม่จงใจปฏิบัติตามกฎหมายหรือมติ ครม.อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของการดำเนินการเกี่ยวกับการสอบสวน วินิจฉัย และการสั่งให้ผู้บริหารท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่ง ยังแก้ไขให้สามารถดำเนินการสอบสวนแก่ผู้ถูกกล่าวหาได้ในทุกกรณี แม้ผู้ถูกกล่าวหานั้นจะพ้นจากตำแหน่งไปแล้วก็ตาม และ มท.เสนอให้เพิ่มเติมข้อกำหนดว่า ถ้าเห็นว่าผู้ถูกสอบสวนมีพฤติการณ์ตามที่ถูกสอบสวน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอผลการสอบสวนพร้อมความเห็นต่อ รมว.มหาดไทยภายในห้าสิบวันนับแต่วันที่สอบสวนเสร็จ และให้ รมว.มหาดไทยสั่งให้ผู้ถูกสอบสวนพ้นจากตำแหน่ง ไม่ว่าผู้นั้นจะได้พ้นจากตำแหน่งไปก่อนแล้วหรือไม่ก็ตาม โดยในคำสั่งดังกล่าวให้ระบุเหตุผลที่ทำให้พ้นจากตำแหน่งไว้ และให้มีผลตั้งแต่วันที่ รมว.มหาดไทยมีคำสั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าในขณะที่มีคำสั่งดังกล่าวผู้นั้นกำลังดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นอันเป็นผลจากการเลือกตั้งต่างวาระกัน ให้ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งที่กำลังดำรงอยู่ด้วย และให้ถือว่าวันที่สั่งให้พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวเป็นวันเริ่มนับระยะเวลาต้องห้ามการใช้สิทธิ์รับสมัครเลือกตั้ง ทั้งนี้คำสั่งของ รมว.มหาดไทยตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด&amp;quot; รายงานข่าวระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7709</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., ดันทุรัง, ตรวจสอบคุณสมบัติ, บุคคลล้มละลาย, ป.ป.ช., พฤติกรรมในทางทุจริต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180423/image_big_5addf996d225d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
