<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมควบคุมโรคแจงบุคลากรทางการแพทย์รับวัคซีนไฟเซอร์เข็ม 4 เพราะไปปฏิบัติงานที่แคนาดา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 ส.ค.64 - นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้รับแจ้งกรณีที่มีการโพสต์ในโซเชียลว่า มีผู้ที่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ฉีดเป็นเข็มที่ 4 นั้น จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบบริหารจัดการวัคซีน COVID-19 ของกระทรวงสาธารณสุข (MOPH IC : MOPH Immunization Center) พบว่า กรณีนี้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังจะเดินทางไปปฏิบัติงานที่ประเทศแคนาดา ซึ่งมีระเบียบว่าจะต้องได้รับวัคซีนที่ประเทศแคนาดากำหนดจึงสามารถเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน ได้แก่ แอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์ โมเดอร์นา จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และโควิดชิลด์ ร่วมกับแสดงผลตรวจหาเชื้อโควิดก่อนเข้าประเทศเป็นลบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ดังนั้น กรณีนี้จึงอยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ภายหลังได้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2564 หน่วยงานสาธารณสุขของแคนาดา (The Public Health Agency of Canada) แนะนำว่าผู้คนในประเทศแคนาดาที่รับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า สามารถรับวัคซีนไขว้เป็นชนิด mRNA ได้แก่ ไฟเซอร์ หรือ โมเดอร์นา เพื่อประโยชน์ในการป้องกันโควิด ดังนั้น การรับวัคซีนไฟเซอร์ของบุคลากรทางการแพทย์รายนี้ที่กำลังจะเดินทางไปปฏิบัติงานในประเทศแคนาดาเป็นไปตามเงื่อนไขของการเข้าประเทศที่ประเทศปลายทางระบุ&amp;rdquo; นพ.โสภณ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113964</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนไฟเซอร์, น.พ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, บุคคลากรทางการแพทย์, สาธารณสุขแคนาดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f538754b97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 08:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจี๊ยะป้าบ่อสื่อ!&#039;ทูตนอกแถว&#039;หยามบุคคลากรการแพทย์ระดับเสนอนโยบายมักทำงานแบบตัวรอดไว้ก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.64- &amp;nbsp;นายรัศมิ์ ชาลีจันทร์ เจ้าของเพจทูตนอกแถว และอดีตเอกอัครราชทูตไทยในหลายประเทศ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าสิ่งหนึ่งที่เราเห็นได้จากวิกฤติการณ์โรคโควิดครั้งนี้คือ ต่อให้ระบบและบุคคลากรทางการแพทย์เราดีแค่ไหน หมอจะเก่งเท่าใด (ซึ่งเอาเข้าจริง พวกหมอในระดับที่มีส่วนเสนอ/กำหนดนโยบายก็มักทำงานและคิดได้กันแต่ในแบบระบบราชการ ที่เน้นการตั้งรับ คอยเอาตัวรอดไว้ก่อนแค่นั้น) ในสถานการณ์เช่นนี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศจะต้องมีผู้นำที่มีความสามารถ มีวิสัยทัศน์และความกล้าหาญในการตัดสินใจในสิ่งที่ถูกตัอง เพื่อนำพาให้ประเทศพ้นจากหายนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาถึงตอนนี้ทุกคนก็คงรู้กันดีแล้วว่า วิธีสำคัญที่สุดที่จะเอาชนะวิกฤตการณ์นี้ได้คือการฉีดวัคซีนให้ประชาชนให้ได้จำนวนมากที่สุด แต่การที่ประชาชนของเราได้รับการฉีดวัคซีนน้อยที่สุดประเทศหนึ่งเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในโลกที่เขาฉีดกันไปเยอะแยะแล้ว มันก็แสดงให้เห็นว่านี่คือความล้มเหลว ผิดพลาด ไร้วิสัยทัศน์ของผู้บริหารประเทศนี้ อย่างชนิดที่ไม่มีอะไรชัดเจนไปกว่านี้อีกแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อคนในระดับผู้นำรัฐบาลไทยไปแถลงในเวทีระหว่างประเทศ เรียกร้องให้มี &amp;rdquo;วัคซีนสำหรับทุกๆคน&amp;rdquo; - &amp;rdquo;A Vaccine for All&amp;rdquo; &amp;nbsp;ซึ่งแม้อาจเป็นความตั้งใจที่ดี แต่ผมก็สงสัยว่าประเทศต่างๆจำนวนมากที่เขาฉีดให้ประชาชนไปมากมายแล้ว เขาจะงง คิดกันอย่างไรหรือไม่?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าเราคิดอะไร &amp;nbsp;อาจเป็นความตั้งใจดี (แต่มันก็แทบไม่ต่างกับการลากผู้นำตนเองไปประจานกลางสี่แยกไฟแดงอยู่ในทีนะครับ) &amp;nbsp;มาจนป่านนี้แล้วมันน่าจะมีการดำเนินการอะไรที่เป็นรูปธรรม เช่นการเดินทางไปเจรจากับผู้เกี่ยวข้องต่างๆโดยตรง ดีกว่าการไปเรียกร้องในสิ่งที่ฟังดูสวยหรูแต่อาจขาดแก่นสาร มาตรการที่เป็นชิ้นเป็นอัน ที่จะช่วยให้เราได้วัคซีนมากขึ้นและเร็วขึ้นหรือเปล่า?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในเวทีนั้นมันจะมีคำถามกันไหมว่า แล้วพวกคุณมัวทำอะไรกันอยู่? ทำไมคนอื่นเขาได้แล้วคุณทำไมไม่ได้วัคซีน? มีใครเขากีดกันคุณแต่แรกหรืออย่างไร? หรือเพราะคุณทำงานไม่เป็น ไม่ฉลาดเอง?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วถ้าบอกประเทศเราจะเป็นฐานผลิตให้นี่ แล้วทำไมจึงไม่รีบทำ ป่านนี้ประเทศคุณยังไม่เห็นมีเลย มันจะยิ่งตลก absurd หนักเข้าไปอีกไหม???&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมก็ไม่รู้ว่าชาติอื่นเขาจะหัวเราะในใจมองเราเป็นตัวตลกอย่างไร ดีว่าไม่มีใครเสนอขอต่อท้าย &amp;ldquo;A vaccine for all ...&amp;rdquo; ว่า &amp;ldquo;...is reserved for countries that have capable leaders with visions and accountability&amp;rdquo; วัคซีนสำหรับทุกคนมีไว้สำหรับบรรดาประเทศที่มีผู้นำที่สามารถ มีวิสัยทัศน์และความตระหนักรู้ในหน้าที่ความรับผิดชอบของตนอะไรประมาณนี้นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งถ้าเขารู้ เขามาเห็นผู้นำที่อ่านโพยแล้วก็ยังอ่านออกชื่อวัคซีนไม่ถูกเลย นี่มันก็ยิ่ง..เฮ้อ...ตะแล๊นๆ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99899</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทูตนอกแถว, บุคคลากรทางการแพทย์, รัศมิ์ ชาลีจันทร์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607cda39a914b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
