<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64110</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2020 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2020 11:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอบคุณที่อุทิศตน!นายกฯส่งมอบกรมธรรม์ให้บุคลากรทางการแพทย์พร้อมเงินสนับสนุนอสม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24 เม.ย.63-&amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานส่งมอบกรมธรรม์ประกันชีวิตให้กับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข พร้อมมอบกองทุนสนับสนุนและเยียวยาให้กับ อสม. โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า การส่งมอบครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและภาคเอกชน คือบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) โดย นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ ได้มอบ 1.กรมธรรม์ประกันชีวิตสำหรับแพทย์และพยาบาล จำนวน 50,000,000 บาท 2.กรมธรรม์ประกันชีวิตสำหรับผู้ช่วยพยาบาล เทคนิคการแพทย์และรังสีเทคนิค จำนวน 10,000,000 บาท 3.กองทุนสนับสนุนและเยียวยาให้แก่อสม. จำนวนเงิน 10,000,000 บาท เพื่อเป็นการสร้างขวัญ กำลังใจ และตอบแทนการกระทำความดีของบุคลากรสาธารณสุขทั้งระบบ จำนวน 400,000 คน และ อสม. จำนวน 1,040,000 คน ที่เป็นกำลังหลักของประเทศ ในการรับมือกับการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดยปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งและเสียสละ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณ บุคลคลกรทุกภาคส่วนที่ได้ เสียสละ อุทิศตน ในการเฝ้าระวังคัดกรองโควิด19 ทำให้สถานการณ์ในประเทศดีขึ้น อย่างไรก็ตามทางรัฐบาลก็ไม่ได้ประมาท ได้มีการเตรียมการวางแผนร่วมกันกับทั้งภาคเอกชน สังคม อย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำ สุขภาพ สำคัญที่สุด รองลงมาคือเรื่องเศรษฐกิจ&amp;quot;รองโฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรียังกล่าวเพิ่มเติมว่าเป็นที่น่าชื่นชมและขอบคุณ ที่บริษัท BTS ได้เข้ามาช่วยเหลือบุคคลกรสาธารณสุข โดย มอบกรรมธรรม์ เงินช่วยเหลือเยียวยา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางภาคเอกชนจะเข้ามาร่วมมือในการเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64110</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธรรม์, นายคีรี กาญจนพาสน์, นายอนุทิน ชาญวีรกุล, บุคลากรการแพทย์, ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200424/image_big_5ea26d201a809.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วอนกักตัวเอง14วัน ‘บิ๊กตู่’ขอปชช.มีจิตสำนึก/‘สธ.’พบชาวผูดี้ติดเชื้อ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ขอร้องคนไทยกลับจาก ตปท.กักตัวให้ครบ 14 วัน มั่นใจมาตรการคุมเข้มได้ผล ย้ำหน้ากากอนามัยผลิตเสร็จต้องให้บุคลากรการแพทย์ก่อน &amp;quot;ศูนย์ข้อมูลโควิด-19&amp;quot; เผยเล็งใช้แอปฯ ติดตามตัวกลุ่มเสี่ยง &amp;quot;สธ.&amp;quot; พบชาวอังกฤษต่อเครื่องเข้าไทยติดเชื้อไวรัส 1 ราย จับตา &amp;quot;ผีน้อย&amp;quot; หญิงไทยวัย 30 ปีมาจากเกาหลี มีไข้ส่งตัวเฝ้าระวัง &amp;quot;จุฬาราชมนตรี&amp;quot; ออกแนวทางปฏิบัติตนช่วงโควิดระบาด &amp;quot;ท่าอากาศยาน&amp;quot; 25 แห่งเพิ่มความเข้มงวด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 6 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงมาตรการรับมือและแก้ปัญหาโรคโควิด-19 ในรายการ Government Weekly EP.30 ช่วง PM Talk ผ่านเพจไทยคู่ฟ้า ตอนหนึ่งระบุว่า รัฐบาลมีมาตรการรับมือโควิด-19 ที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดหลายประเทศทั่วโลก โดยมีมาตรการตั้งแต่การคัดกรอง ตรวจสอบ และเข้ารักษาที่มีมาตรฐานระดับสูง ซึ่งทั้งสถานพยาบาลและบุคลากรของเราถือว่ามีความพร้อมจนสามารถควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการแพร่กระจายในประเทศของเราเอง โดยตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางสนามบิน ท่าเรือ ชายแดน และด่านตรวจจุดสกัดต่างๆ ทุกด่าน โดยความร่วมมือของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หลายคนห่วงกังวลในเรื่องแรงงานต่างประเทศ ซึ่งจริงๆ แล้วมีแรงงานไปทำงานหลายประเทศด้วยกัน แต่ขณะนี้ที่เป็นปัญหามากคือในส่วนที่กลับมาจากประเทศเกาหลีใต้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดในความคิดของตน รัฐบาลและทุกคนต้องมองคนเหล่านี้เป็นคนไทย จึงมีสิทธิได้รับการดูแล รักษา และป้องกันเช่นเดียวกับคนไทยอื่นๆ ไม่ว่าจะทำถูกหรือผิดกฎหมาย ซึ่งวันนี้เกาหลีใต้ได้อนุญาตให้ผีน้อยกลับประเทศได้ประมาณ 5,000 คน ซึ่งจะทยอยเข้ามา ดังนั้นเราต้องมีมาตรการรองรับให้ได้ ทำอย่างไรไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของเราที่ทำงานได้ดีตลอดมาตั้งแต่ในช่วงแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ได้ประสานหารือกับต้นทางคือเกาหลีใต้ ให้มีมาตรการคัดกรองและกักตัว 14 วันก่อนออกเดินทาง รวมทั้งทุกสายการบินมีการตรวจสอบอยู่แล้วก่อนขึ้นเครื่อง และในส่วนปลายทางของเราจะทำอย่างไรกับคนที่จะเข้ามาใหม่ ซึ่งหากมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆเราก็จะมี 2 มาตรการเสริม ได้แก่ 1.การให้อยู่ในสถานควบคุมของกระทรวงสาธารณสุข 2.คนที่ไม่มีไข้กลับมาจากประเทศต้นทางที่มีการแพร่ระบาดหาพื้นที่ในการควบคุมในภูมิลำเนา โดยเฉพาะคนที่มาจากเมืองแทกูและคย็องซัง ต้องถูกกักตัวในพื้นที่ควบคุมโรค 14 วันทันที เมื่อผ่าน 14 วันไปแล้วก็ต้องระมัดระวังตัวเอง วันนี้หลายคนมีข่าวมาเรื่อยๆ ว่าบางคนยังไม่ครบ 14 วัน แต่กลับออกไปโน่นไปนี่ เป็นสิ่งที่อยากขอร้องประชาชน เพราะตัวเองรู้ตัวเองอยู่แล้ว ไปไหนมาก็ต้องรู้&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า สำหรับหน้ากากอนามัยที่มีปัญหามาก เนื่องจากเราผลิตได้จำนวนจำกัดวันละกว่า 1 ล้านชิ้น และได้ให้เร่งเต็มที่ 11 โรงงาน แต่วัสดุการผลิตหน้ากากมาจากต่างประเทศ ที่ตอนนี้ลดลงไปเกินครึ่ง จึงเป็นปัญหา แต่วันนี้ยอดรวมกำลังเร่งผลิตให้ได้ 35-38 ล้าน พร้อมสั่งการกระทรวงพาณิชย์ให้ไปดูในเรื่องการผลิต ซึ่งขณะนี้ได้มีเฝ้าโรงงานเพื่อเก็บข้อมูลว่าผลิตได้จำนวนเท่าไหร่ในแต่ละวัน มีบัญชีควบคุมหรือไม่ และตรวจสอบแผนการจำหน่าย ตรวจสอบว่าถูกกระจายไปที่ไหนบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้แบ่งสัดส่วนไว้ 2 ส่วนคือ ให้กระทรวงสาธารณสุขเพื่อไปดูแลบุคลากรทางการแพทย์ ส่วนที่เหลือก็ให้เข้าสู่ช่องทางการจำหน่ายให้ถึงประชาชน ขณะเดียวกันตนได้ให้คนไปสำรวจในทุกพื้นที่ ปรากฏว่าไม่พอจริงๆ ไม่พอจากต้นทางมา ซึ่งในส่วนที่กักตุนก็อีกเรื่องที่กักตุนลักลอบไปขายต่างประเทศ ต้องลงโทษเด็ดขาด เพราะพวกนี้ถือว่าเอาเปรียบประชาชนและทำให้ประเทศชาติที่กำลังมีปัญหาอยู่มีปัญหามากขึ้น แบบนี้ไม่ได้ ต้องช่วยกันเสียสละบ้าง อีกอันคือที่มีการลักลอบ หรือนำเข้าถูกกฎหมาย หน้ากากจากต่างประเทศ ซึ่งจะเห็นว่าราคาแพงมาก แต่ของไทยควบคุมราคาที่ 2.50 บาท&amp;quot; นายกฯ กล่าว
บิ๊กตู่มั่นใจแผนคุมผีน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ได้สั่งการเตรียมความพร้อมในการเดินทางกลับบ้านของแรงงานไทย เพื่อความปลอดภัยของแรงงานไทยจากเกาหลีใต้ที่เดินทางกลับประเทศ และเพื่อคัดกรองผู้ป่วยให้ได้รับการรักษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ได้หารือทางโทรศัพท์กับนางคัง คยองฮวา รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ โดยได้ตกลงที่จะร่วมมือกันใน 3 มาตรการ คือ 1.ขอให้แรงงานไทยอยู่ในเกาหลีใต้ 14 วันก่อนที่จะเดินทางกลับไทยเพื่อเฝ้าดูอาการ 2.เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจคัดกรองที่สนามบินสำหรับผู้โดยสารที่จะขึ้นเครื่องของทุกสายการบินที่จะเดินทางมาไทย (exit screening) และ 3.ขอให้เกาหลีใต้ส่งข้อมูลแรงงานไทยที่ลงทะเบียนเดินทางกลับไว้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีใต้ เพื่อที่จะได้เตรียมการและส่งแรงงานไทยกลับภูมิลำเนาได้อย่างเรียบร้อย โดยรัฐบาลเกาหลีใต้ให้คำมั่นว่าจะดูแลคนไทยในเกาหลีใต้เป็นอย่างดี หากเจ็บป่วยก็จะนำเข้ากระบวนการรักษาให้หายดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ มั่นใจต่อมาตรการที่เตรียมการไว้เพื่อรองรับการเดินทางกลับบ้านของแรงงานไทยจากเกาหลีใต้ เข้าใจสังคมที่มีความห่วงกังวล รัฐบาลมีการประเมินสถานการณ์ทุกวันโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงขอให้ประชาชนเข้าใจ และให้ความร่วมมือกับการดำเนินการตามมาตรการเพื่อความปลอดภัยในสังคม&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เดินทางตรวจเยี่ยมศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) สำนักนายกรัฐมนตรี ที่บริเวณตึกนารีสโมสร โดยนายวิษณุได้กำชับนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ จะต้องแถลงเพิ่มเติมจากทีมแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะในเรื่องข้อกฎหมาย กรณีการจะต้องกักกันตัวเป็นเวลา 14 วัน ถือเป็นข้อบังคับหรือไม่ และหากใครฝ่าฝืน ไม่เข้าสู่การกักกันตัวแล้วจะต้องถูกดำเนินการอย่างไร รวมถึงเรื่องการแจกจ่ายหน้ากากอนามัย และตอนนี้ยังมีประเด็นเพิ่มเติมเข้ามาคือเรื่องเจลล้างมือ แอลกอฮอล์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจากการแถลงข่าวของศูนย์ทุกวัน เมื่อเสร็จแล้วจะดำเนินการรายงานต่อนายกฯ ในทันที แล้วนายกฯ อาจจะมีข้อสั่งการใดลงมา แต่ถ้าเกิดกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่สำคัญมากนายกฯอาจจะลงมาแถลงข่าวด้วยตัวเองที่ศูนย์นี้ หรืออาจจะเป็นรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่อาจจะมาแถลงข่าวก็ได้&amp;quot; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดต่อไวรัสโควิด-19 พร้อมด้วยนายเชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ, นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.), นายจักษ์ พันธ์ชูเพชร ที่ปรึกษา รมว.แรงงาน และนายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ครั้งแรกของการเปิดศูนย์ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจักษ์กล่าวว่า สำหรับแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ มีการเดินทางกลับตั้งแต่เดือน ธ.ค.62 สัปดาห์ละ 200-400 คน, เดือน ม.ค. 200-300 คน และเดือน ก.พ. 300 คน แสดงให้เห็นว่ากลุ่มคนเหล่านี้อยู่ในระยะเวลาเฝ้าดูอาการ 14 วันแล้ว แต่ก็ได้ส่งอาสาสมัครเข้าไปดูแล ยืนยันว่าไม่ได้ละเลย หรือมองข้าม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.รุ่งเรืองกล่าวว่า หากพบว่าผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ 3 กลุ่มคือ กลุ่มแรก ไม่สบาย มีไข้ หรือมีอาการระบบทางเดินหายใจ จะนำตัวส่งโรงพยาบาลในเครือข่าย สธ. หรือสถาบันบำราศนราดูรทันที, กลุ่มที่สอง มาจากพื้นที่เสี่ยง รัฐบาลได้จัดสถานที่ในการดูแลแล้ว และกลุ่มที่สาม กลุ่มเสี่ยงน้อย เจ้าหน้าที่กระทรวง สธ.มีอำนาจหน้าที่ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว และจะมีเจ้าหน้าที่ติดตามดูแลสอบถามอาการอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการประสานกับทุกหน่วยงาน เราทราบข้อมูลทุกคนที่เดินทางกลับเข้าประเทศ โดยจะมีทีมแพทย์ที่แยกติดตามดูกลุ่มนี้โดยเฉพาะ อีกทั้งจะมีการเริ่มนำแอปพลิเคชันติดตามตัวเหมือนในต่างประเทศมาใช้ เพื่อเตรียมการไปสู่ในระยะต่อไป&amp;quot; โฆษก สธ.กล่าว&amp;nbsp;
พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีกราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เป็นตัวรับแทนรับมอบกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 70,000 กรมธรรม์ เบี้ยประกันภัย จำนวน 7 ล้านบาท วงเงินคุ้มครอง 3,500 ล้านบาท จากนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และบริษัทประกันวินาศภัย 20 บริษัท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรมธรรม์ดังกล่าวมีระยะเวลาความคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่แจ้งรายชื่อ ถึงวันที่ 30 มิ.ย.2563 ตามความคุ้มครองทันทีหลังตรวจพบว่าเจ็บป่วย หรือติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 5 หมื่นบาทต่อคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ว่า พบชาวอังกฤษ เป็นผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 เข้ารับการรักษาที่สถาบันบำราศนราดูรแล้ว และทำงานประจำมีสำนักงานอยู่ที่ฮ่องกง โดยก่อนเดินทางมาไทยออกจากกรุงลอนดอน แล้วแวะพักเครื่อง (Transit) ที่ฮ่องกง 7-8 ชั่วโมง ก่อนมาไทย จากนั้นเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง พบว่ามีไข้ เสมหะ และผลตรวจยืนยันว่าเป็นโควิด-19 ล่าสุดรักษาตัวในสถาบันโรคทรวงอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุขุมกล่าวว่า ในส่วนการติดตามแรงงานผิดกฎหมายจากเกาหลีใต้ (ผีน้อย) เดินทางกลับเข้าประเทศไทย พบมีหญิงไทยอายุ 30 ปี ตรวจที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีไข้ จึงส่งเข้ารับการรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร อยู่ระหว่างรอผลยืนยันว่าติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนผู้ป่วยยืนยันรักษาตัวในโรงพยาบาลปัจจุบันอยู่ที่ 16 ราย รักษาหายแล้ว 31 ผู้ป่วยยืนยันสะสม 48 ราย และปัจจุบันไทยเป็นอันดับ 24 ของโลก&amp;quot; นพ.สุขุมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัด สธ.กล่าวว่า หลังมีประกาศ 4 ประเทศเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย ทั้งเกาหลี จีน อิตาลี และอิหร่าน หากผู้ที่เดินทางมาจากประเทศเหล่านี้ไม่กักตัวอยู่กับบ้าน ยังออกไปกินเที่ยว ไม่รับผิดชอบต่อสังคม เจ้าพนักงานสามารถใช้อำนาจตามกฎหมาย พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ดำเนินการไปนำตัวคนเหล่านี้มากักไว้ในพื้นที่ควบคุมได้ทันที และจำนวนประเทศสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ของการระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะประเทศที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เคยประกาศไปอย่าง ญี่ปุ่น, เยอรมนี, ไต้หวัน, ฝรั่งเศส และสิงคโปร์ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทาง แต่หากเป็นการเดินทางกลับเข้ามาก็ต้องกักตัวเองเป็นเวลา 14 วันเพื่อดูอาการ นอกจากนี้ยังมีอีก 4 ประเทศ คือ สเปน สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา ถ้าใครไปประเทศเหล่านี้ ก็ขอให้เลี่ยงที่ชุมนุม ระมัดระวังตัวเอง สวมใส่หน้ากากอนามัย และหลังกลับมาก็ต้องกักตัวเช่นกัน หากมีอาการให้รีบมาโรงพยาบาล หรือโทร.สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 จะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ รวมถึงการเข้าดำเนินการ&amp;quot; ปลัด สธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงปัญหาหน้ากากอนามัยโรงพยาบาลขาดแคลน นพ.สุขุม ยอมรับว่า บางแห่งเหลือประมาณ 2 สัปดาห์-1 เดือน ขณะนี้ไม่ใช่ภาวะปกติ ต้องใช้สอยอย่างประหยัด แต่ต้องมีสต๊อกอย่างน้อย 1 เดือน ส่วนโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย สังกัด กทม.และเอกชน ให้ประสานมาที่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งแต่เดิมได้โควตากว่า 100,000 ชิ้น แต่วันนี้เป็นต้นไปมีโควตา 600,000-700,000 แสนชิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนชุดป้องกันเชื้อมีการสั่งมาจากต่างประเทศทั้งหมด 400,000 ชุด โดย 10,000 ชุดมาถึงแล้ว กำลังกระจายไปยังโรงพยาบาล ส่วนที่เหลือจะทยอยมาใน 2 เดือนนี้&amp;quot; ปลัด สธ.กล่าว
หน้ากากอนามัยถึง รพ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เยี่ยมการกระจายหน้ากากอนามัยให้บุคลากรทางการแพทย์ ที่ รพ.ศิริราช โดยมี รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผอ.รพ.ศิริราช ร่วมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวว่า มาดูที่โรงพยาบาลศิริราช โรงงานได้มาส่งแล้ว และเห็นด้วยว่ามีใบส่งสินค้ามาจากโรงงานผู้ผลิตตามคำสั่งของศูนย์ว่าออกมาจำนวนเท่าไหร่ และมาส่งที่โรงพยาบาลศิริราช ไม่ผ่านที่ไหนเลย ซึ่งการทำงานของศูนย์ จะมีการประชุมทุกวัน เพื่อให้การบริหารจัดการยืดหยุ่นและสอดคล้องกับความเป็นจริงมากที่สุด โดยดูว่าสต๊อกที่ไหนมีเพียงพอสำหรับช่วงเวลาเท่าไหร่ เพื่อแก้ปัญหาให้มีการกระจายให้ทั่วถึงที่สุดเท่าที่จะทำได้ และจากนี้จะเดินทางไปเยี่ยมชมการกระจายหน้ากากอนามัยให้กับโรงพยาบาลเกษมราษฎร์บางแค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสำนักงานจุฬาราชมนตรี ออกแถลงการณ์ขอความร่วมมือมุสลิมทุกคนให้ยึดแนวทางการปฏิบัติตนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค จำนวน 7 ข้อ ประกอบด้วย 1.หลีกเลี่ยงการสลามด้วยการสัมผัสมือ การสวมกอด และการสัมผัสแก้ม โดยให้ยกมือสลามกันเท่านั้น 2.ให้มีการทำความสะอาดอุปกรณ์ และทำความสะอาดสถานทีบริเวณที่มีผู้สัมผัสมาก 3.หลีกเลี่ยงหรืองดการจัดกิจกรรมสาธารสุข การจัดค่ายอบรมต่างๆ และการจัดประชุมสัมมนา หากมีความจำเป็นจะต้องจัดกิจกรรม ให้ผู้จัดจะต้องเตรียมความพร้อมในการคัดกรองผู้เข้าร่วมกิจกรรม และมีมาตรการป้องกันและควบคุมโรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ศาสนาอนุญาตให้สวมใส่หน้ากากอนามัยในการทำการละหมาด 5.งดในการรับประทานอาหารในแบบถาดร่วม ให้แบ่งใส่ภาชนะที่ใช้เฉพาะของตนเอง และงดการรับประทานอาหารใช้มือป้อน 6.งดการอาบน้ำละหมาดในบ่อน้ำหรืออ่างใหญ่ร่วม และ 7.ผู้เดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบียตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ.2563 จนถึงปัจจุบันหามีไข้หวัดให้ไปพบแพทย์ทันที และให้พักอยู่บ้าน 14 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมท่าอากาศยาน (ทย.) นายทวี เกศิสำอาง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) กล่าวว่า ได้ตั้งคณะทำงานดำเนินการป้องกันและลดผลกระทบจากภัยคุกคาม โรคระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อกำหนดแนวทาง มาตรการเฝ้าระวัง และติดตามผลการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงแนวทางการสั่งการกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเพื่อให้สามารถปฏิบัติการได้ทันท่วงที โดยมี นายจรุณ มีสมบูรณ์ รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน เป็นประธานคณะทำงานฯ ได้ประชุมทางไกล conference กับท่าอากาศยานในความดูแล 25 แห่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสอบถามข้อมูล แนวทางการปฏิบัติในการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางผ่านท่าอากาศยาน ทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศทุกท่าอากาศยาน การดำเนินการตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัส COVID-19 เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวถึงการตั้งกองทุนสนับสนุนการดำเนินการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า กรมประชาสัมพันธ์ได้เชิญชวนบริจาคเข้าบัญชีในธนาคารกรุงไทย สาขาทำเนียบรัฐบาล ซึ่งกองทุนดังกล่าวเป็นการประเดิมด้วยเงินเดือน 1 เดือนของคณะรัฐมนตรีทั้ง 36 คน เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นการร่วมบริจาคปฐมฤกษ์ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค.นี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนไทยส่วนหนึ่งต้องการมีส่วนร่วม จึงเปิดโอกาสให้ร่วมบริจาค เพราะไม่ต้องการรับบริจาคเป็นสิ่งของ เนื่องจากเกรงจะเกิดความยุ่งยากในการบริหารจัดการ หากเป็นเงินบริจาคจะได้สามารถนำไปช่วยเหลือได้หลายอย่าง หรือนำไปเยียวยาได้ ทั้งนี้สำหรับยอดเงินบริจาคโดยรวมล่าสุด สามารถสอบถามได้จากทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ดูแลกองทุนดังกล่าว&amp;quot; อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59051</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กักตัวให้ครบ, กักตัวให้ครบ 14 วัน, คนไทยกลับจาก ตปท., บุคลากรการแพทย์, ศูนย์ข้อมูลโควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน้ากากอนามัย, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200306/image_big_5e625fc85f51c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
