<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 21:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 21:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมควบคุมโรค รอผลพิสูจน์บุคลากรสธ.ในพิจิตรเสียชีวิตหลังฉีดไฟเซอร์ เข็ม 3 พบมีโรคประจำตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;12 ส.ค.64 - นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีบุคลากรสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดพิจิตร&amp;nbsp; ที่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ บูสเตอร์โดสเข็มที่ 3 แล้วเสียชีวิตว่า&amp;nbsp;ทางกรมควบคุมโรค ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ยังได้ส่งทีมปฏิบัติการสอบสวนควบคุมโรค จังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกับทีมจากโรงพยาบาลโพทะเล สำนักงานสาธารณสุขอำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร เข้าสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิตในเบื้องต้น ส่งพิสูจน์ทางนิติเวชและจะรวบรวมข้อมูลโดยละเอียด เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณา โดยคณะผู้เชี่ยวชาญกรณีเสียชีวิตภายหลังการได้รับวัคซีนโควิด 19 และคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญกรณีเหตุการณ์ไม่พึ่งประสงค์รุนแรงหลังได้รับวัคซีนโควิด 19 ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทั้งนี้ ข้อมูลเบื้องต้นของผู้เสียชีวิต เป็นเพศชาย อายุ 44 ปี มีภาวะอ้วน (BMI 31) มีโรคประจำตัว หอบหืดและไขมันในเลือดสูง มีประวัติดื่มสุรา และฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เป็นวัคซีนไฟเซอร์ ในช่วงบ่ายวันที่ 10 ส.ค. 64 ที่ผ่านมา หลังได้รับวัคซีนและสังเกตอาการ 30 นาทีแล้วไม่มีอาการใดๆ จึงขับจักรยานยนต์กลับที่พัก&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ต่อมา ช่วงเช้าของวันที่ 11 ส.ค. 64 ได้มีเพื่อนร่วมงานไปเรียก และทราบว่าเสียชีวิตภายในที่พัก จึงได้แจ้งไปยังสถานีตำรวจภูธรโพทะเล และได้เก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด 19 ผลไม่พบเชื้อและได้ส่งร่างไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทั้งนี้ ในกรณีที่พบอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงหลังฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 จะมีการนำกรณีดังกล่าวเข้าสู่คณะกรรมการเพื่อพิจารณาทุกราย และจะแจ้งเพื่อป้องกันและดูแลตามความเหมาะสมต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113123</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุคลากรด่านหน้า, บูสเตอร์โดส, วัคซีนไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_6113a0904c5c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 10:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักรบด่านหน้าได้วัคซีนบูสเตอร์แค่60%! &#039;รพ.สนามมธ.&#039;พ้อจะอธิบายคนที่ไม่ได้ยังไง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 64 - เพจ&amp;quot;โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์&amp;quot; โพสต์เฟซบุ๊กในช่วงวันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า ครบสี่เดือนเต็มของโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์เวฟ3+4 และวันที่ 59 ของศูนย์รับวัคซีนธรรมศาสตร์รังสิต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ตัวเลขผู้ป่วยโควิดรายใหม่วันนี้ลดลงบ้าง อยู่ที่ 19,983คน และมีผู้เสียชีวิต 138 คน ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยโควิดที่เสียชีวิตที่ รพ.ธรรมศาสตร์เมื่อวานมากถึงสามคน และผลการตรวจ RT-PCRที่ปรากฏเมื่อเช้า มีผู้ป่วยผลบวกรายใหม่อีก 39 ราย จากผู้เข้าตรวจ swab 133 คน คิดเป็นเกือบ 40% ของผู้ที่มาตรวจทั้งหมดเลยทีเดียว ในจำนวนนี้ มีบุคลากรของรพ.ธรรมศาสตร์ กลายเป็นผู้ติดเชื้อเพิ่มมาอีกสองรายด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
งานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดวัคซีน Astraให้กับผู้ที่ลงชื่อจองคิวไว้ ที่เราทำเกือบสองเดือนติดต่อกันมาแล้ว วันนี้เราทำเพิ่มได้อีก 2,068 คน ยิ่งการระบาดรุนแรงมากขึ้น&amp;nbsp; และมีผู้เสียชีวิตในแต่ละวันมากขึ้น เรายิ่งได้เห็นจากสีหน้าและแววตาของผู้ได้รับวัคซีนว่า ชีวิตของผู้คนที่มาพบเรา ดูมีความหวังมากขึ้นเพียงใด เมื่อเดินออกไปจากยิม 4 หลังจากฉีดวัคซีนเสร็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
พวกเราช่วยดูแลจัดหา จัดการ และฉีด Astraให้กับผู้คนมากกว่า 100,000 คนมาแล้ว แต่จะมีใครรู้บ้างไหมนะ ว่าพวกเรา แพทย์พยาบาลจำนวนไม่น้อย ที่เป็นคนฉีด Astraให้กับคนอื่น เพิ่งเคยได้รับเพียง Sinovac เพียงสองเข็ม ไปตั้งแต่มีนาและเมษายนที่ผ่านมาเท่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เราส่งรายชื่อแพทย์พยาบาล เภสัชกร นักรังสี เจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์และ จนท.เวรเปล ตลอดถึงบุคลากรอื่นๆ ที่ทำงานด่านหน้าในโรงพยาบาล ที่แสดงความจำนงขอรับวัคซีนบูสเตอร์เข็มที่สามเป็น Pfizer ที่ได้รับบริจาคมาจากสหรัฐอเมริกาไปที่กระทรวงโดยผ่านจังหวัดเรียบร้อยแล้ว ตามกติกาและเงื่อนไขที่ สธ. กำหนด ทุกอย่าง แต่เมื่อวันศุกร์บ่าย เราเพิ่งได้รับทราบว่าเราได้รับการจัดสรรให้บุคลากรด่านหน้าเพียงร้อยละ 60 ของจำนวนคนที่ส่งรายชื่อไปเท่านั้น ทั้งที่เราระบุชื่อ ตำแหน่งหน้าที่ และส่งรายชื่อผู้ที่จะขอฉีด บูสเตอร์ Pfizer ไปไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนบุคลากรทั้งหมดที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลในขณะนี้ด้วยซ้ำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ความยากลำบากของการบริหารงานก็คือ เราจะอธิบายกับกลุ่มแพทย์แต่ละกลุ่มที่ทำหน้าที่อยู่ในโรงพยาบาลได้อย่างไรว่าในกลุ่มแพทย์สาขานี้ ในจำนวน 15 คนที่ร้องขอ จะมีแพทย์ได้รับวัคซีนเพียงเก้าคน อีกหกคนไม่ได้&amp;nbsp; และเราจะอธิบายกับพยาบาลในวอร์ด ICUโควิดได้อย่างไรว่า 10 คนที่ทำงานอยู่ในวอร์ดเดียวกัน และเคยฉีดSinovac มาคนละสองเข็มนั้น จะมีคนได้รับวัคซีน Pfizer เพียงหกคนเท่านั้น อีกสี่คนให้รอไปก่อน?
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
และถ้าคนของเราตอบ และดูเหมือนว่ามีความชอบธรรมที่จะตอบด้วย&amp;nbsp; ว่าถ้าเขายังไม่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่สามเหมือนเพื่อนที่ทำงานอยู่ด้วยกัน ขอให้พวกเขาได้หยุดทำงานไปก่อน จนกว่าเขาจะได้รับวัคซีนเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ ที่ทำงานอยู่ด้วยกัน เพื่อความปลอดภัยของชีวิตของเขาเอง ของครอบครัวและของญาติที่บ้านของเขาด้วยแล้ว พวกเราที่เป็นผู้บริหารจัดการ จะขอให้เขามาทำงานที่เสี่ยงภัยต่อไปอีกด้วยเหตุผลอย่างไรดีนะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เราอยากจะขอร้อง ไปยังผู้กำหนดนโยบายว่าถ้าจะต้องประหยัดวัคซีนเก็บไว้เพื่ออะไรก็ตาม ขอให้ไปใช้ส่วนที่พูดกันว่าจะสำรองไว้ในกรณีฉุกเฉินหรือส่วนที่กันไว้เพื่อการวิจัยนั้นเถิด ขออย่าได้ทำให้ผู้คนที่รบอยู่ด่านหน้าในทุกโรงพยาบาลต้องรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ และทำให้เกิดความระส่ำระสาย เกิดปัญหาเรื่องขวัญกำลังใจขึ้นในหมู่กำลังรบที่อ่อนล้า และรบมายืดเยื้อยาวนานมากแล้วของเราเลย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ที่รพ.สนามธรรมศาสตร์ วันนี้เรารับผู้ป่วยใหม่เข้ามาอีก 27 คนและส่งผู้ป่วยที่หายแล้วกลับบ้านได้ 31 คน แต่วันนี้ต้องส่งผู้ป่วยที่อาการไม่ดีกลับเข้าดูแลรักษาที่ รพ.ธรรมศาสตร์มากถึง 4ราย ทำให้จำนวนผู้ป่วยที่เหลืออยู่คือ 385 คน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ถ้านับตั้งแต่ต้นเมษายนเป็นต้นมา เราสู้รบในสงครามโควิดระลอกนี้มาเกือบห้าเดือนแล้วนะ และคงต้องรบหนักกันต่อไปอีกหลายเดือน สุดท้าย คงต้องพยายามหาทางอยู่ร่วมกับมันให้ได้ โดยสร้างแนวที่มั่นในโรงพยาบาลต่างๆซึ่งเป็นแนวรับสุดท้ายให้เข้มแข็ง&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนตระหนักเรื่องระวังป้องกันตัวให้มากที่สุด กับเร่งสร้างภูมิคุ้มกันโดยวัคซีนให้กว้างขวางที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งสามแนวทางนี้พวกเราที่นี่บากบั่นพากเพียรทำงานกันมายาวนานมากแล้ว&amp;nbsp; แต่ก็ดูเหมือนว่า ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก ขวัญกำลังใจและความช่วยเหลือสนับสนุนก็ลุ่มๆดอนๆ อยู่ วัคซีนก็มาบ้างไม่มาบ้าง โดยไม่ค่อยมีใครมาบอกเล่า หรืออธิบายให้ฟังว่าเรื่องมันลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนอย่างไร แต่ช่างเถอะ พวกเราทำใจได้ และก็คงจะทำสิ่งที่เราคิดว่าเป็นหน้าที่ของเราที่มีอยู่ต่อไป ให้ดีที่สุด&amp;nbsp; # ด้วยหน้าที่ ชีวิตรับผิดชอบ คือคำตอบที่รบอยู่มิรู้สิ้น .. ??.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112664</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุคลากรด่านหน้า, รพ.สยามธรรมศาสตร์, วัคซีนเข็ม3, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_61109f294e159.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 19:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 19:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศักดิ์สยาม เห็นใจบุคลากรหน้าด่าน 3 แสนคน สั่งลุยฉีดวัคซีนสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้บริการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21พ.ค.2564-รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า วันพรุ่งนี้ (21 พ.ค. 2564) เวลา 08.30 น. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจการเตรียมความพร้อมในการจัดตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 นอกโรงพยาบาลที่สถานีกลางบางซื่อ ร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยคณะกรรมการอำนวยการบริหารศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ คณะกรรมการดำเนินงานฯ ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้บริหารกระทรวงคมนาคม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในการลงพื้นที่ดังกล่าว จะมีการตรวจความพร้อมพื้นที่ ทั้งบริเวณจุดชั่งน้ำหนัก วัดความดัน จุดลงทะเบียน เซ็นใบยินยอม จุดฉีดวัคซีน จุดพักรอสังเกตอาการ 30 นาที ทั้งนี้ ศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 นอกโรงพยาบาลที่สถานีกลางบางซื่อนั้น เป็นไปตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ในการเร่งฉีดวัคซีนแก่พนักงานที่ปฏิบัติงานด่านหน้าในระบบคมนาคมขนส่งทั้งหมด ครอบคลุมทั้งทางบก น้ำ ราง และอากาศ เนื่องจากเป็นบุคลากรกลุ่มเสี่ยง และมีโอกาสเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และอาจจะแพร่ระบาดไปสู่ผู้ใช้บริการอื่นได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายศักดิ์สยาม จึงได้นำเสนอให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จัดสรรวัคซีนโควิด-19 เพื่อนำมาฉีดให้กับพนักงานด่านหน้าในระบบการคมนาคมขนส่ง พร้อมทั้งสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่ให้บริการการขนส่ง จัดรายชื่อพนักงานด่านหน้าฯ และจำนวน ที่จะต้องเร่งฉีดวัคซีน ก่อนจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 24-31 พ.ค. 2564 ที่สถานีกลางบางซื่อ เพื่อลดการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ลดการแพร่ระบาด และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการภาคการคมนาคมขนส่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุอีกว่า จากข้อมูลเบื้องต้น พบว่า มีพนักงานด่านหน้าภาคการขนส่ง ทั้งทางบก น้ำ ราง และอากาศของแต่ละหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ที่จะได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ระยะเร่งด่วน (กลุ่มเสี่ยงสูง) ประมาณ 322,855 คน โดยมีทั้งฉีดวัคซีนที่สถานีกลางบางซื่อ ในวันที่ 24-31 พ.ค. 2564 รวมถึงหน่วยงานนั้นๆ ได้ประสาน สธ. เพื่อไปดำเนินการฉีดแล้ว อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นของจำนวนตัวเลขนั้น อาจมีบางคนไม่ประสงค์จะฉีดวัคซีนรวมอยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วนของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้รวบรวมรายชื่อเจ้าหน้าที่ ที่จำเป็นต้องได้รับวัคซีนโควิด-19 ระยะเร่งด่วน ซึ่งประสงค์จะฉีดวัคซีน ในส่วนกลางกรุงเทพมหานคร และสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 ทั้งหมด จำนวน 1,200 คน ได้แก่ 1.ฝ่ายทะเบียน 589 คน 2.ฝ่ายตรวจภาพ 103 คน 3.ฝ่ายใบอนุญาตขับรถ 115 คน 4.กองตรวจการขนส่งทางบก 122 คน &amp;nbsp;และเจ้าที่ด้านงานบริหารและวิชาการ ซึ่งดูแลประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลข่าวสารกับประชาชนที่เข้ามาติดต่อที่สำนักงาน 271 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ในส่วนภูมิภาค รวม 3,568 คน ได้แก่ 1.ฝ่ายทะเบียน 982 คน 2.ฝ่ายตรวจภาพ 497 คน 3.ฝ่ายใบอนุญาตขับรถ 636 คน 4.ฝ่ายตรวจการ 81 คน &amp;nbsp;5.เจ้าหน้าที่ด้านงานบริหารและวิชาการ ซึ่งดูแลประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลข่าวสารกับประชาชนที่เข้ามาติดต่อที่สำนักงาน 1,365 คน นอกจากนี้ เมื่อดูข้อมูลของกลุ่มสถิติการขนส่ง กองแผนงาน ขบ. ถึงจำนวนใบอนุญาตขับรถ และใบอนุญาตผู้ประจำรถ จำแนกตามประเภทใบอนุญาต (ณ วันที่ 30 เม.ย. 2564) จากทั่วประเทศ รวม 280,972 คนแบ่งเป็น ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ จำนวน 101,231 คน, ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ จำนวน 7,589 คน และใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ จำนวน 172,152 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 12,000 คน ซึ่งจะเป็นพนักงานขับรถ พนักงานเก็บค่าโดยสาร และพนักงานประจำท่าปล่อยรถ ส่วนพนักงานของบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) ในเบื้องต้นมีพนักงานและผู้ประกอบการรถร่วมฯ แจ้งความประสงค์ขอรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วประมาณ 2,800 คน ขณะที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีพนักงานด่านหน้าฯ จำนวนประมาณ 1,100 คน ส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานเก็บค่าผ่านทาง และส่วนอื่นๆ ด้วย
ในส่วนของกรมทางหลวง (ทล.) ได้รวบรวมรายชื่อพนักงาน ที่จำเป็นต้องได้รับวัคซีนโควิด-19 ระยะเร่งด่วน จำนวน 1,002 ราย ซึ่งในจำนวนดังกล่าว เป็นยอดรวมทั้งหมด แต่อาจมีบางคนไม่ประสงค์จะฉีดวัคซีน ได้แก่ 1.ฝ่ายจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง จำนวน 775 ราย ประกอบด้วย ผู้จัดการด่าน 16 ราย, รองผู้จัดการด่าน 96 ราย, พนักงานจัดเก็บ 582 ราย, พนักงานควบคุมบัตร 81 ราย 2.หน่วยกู้ภัย จำนวน 145 ราย ประกอบด้วย นักปฏิบัติการกู้ภัย 5 ราย, พนักงานกู้ภัย 140 ราย และ 3.กลุ่มตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ จำนวน 82 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้เสนอรายชื่อพนักงาน ที่จำเป็นต้องได้รับวัคซีนโควิด-19 ไปยังกระทรวงคมนาคมแล้ว เป็นบุคลากรส่วนกลางในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) จำนวน 1,600 คน โดยจะเป็นกลุ่มบุคคลเสี่ยงสูง เนื่องจากมีการสัมผัสกับประชาชนเป็นจำนวนมาก เช่น เจ้าหน้าที่บริเวณด่านชั่งน้ำหนัก, เจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์, เจ้าหน้าที่เดินเอกสาร, พนักงานขับรถ รวมถึงพนักงาน ทช. ที่เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่โดยรถขนส่งสาธารณะ เป็นต้น
รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุต่ออีกว่า ด้านระบบรถไฟฟ้าของรัฐภายใต้การกำกับดูแลของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มีกลุ่มเสี่ยงสูง จำนวนประมาณ 1,000 คน โดยในจำนวนดังกล่าว จะรวมพนักงานของบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ที่ปฏิบัติงานในสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และสายสีม่วงด้วย ขณะที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จำนวน 5,683 คน ประกอบด้วย พนักงานประจำขบวนรถ พนักงานประจำสถานี คนขับรถไฟ และตำรวจรถไฟ ในส่วนบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิ้งก์ จำนวน 700 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ภาคการขนส่งทางน้ำนั้น กรมเจ้าท่า (จท.) ที่ดูแลกำกับเรือโดยสาร ได้รายงานว่า มีจำนวนกลุ่มเสี่ยงสูงที่ควรได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 รวมประมาณ 2,312 คน แบ่งเป็น ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่าส่วนกลาง จำนวน 1,200 คน ขณะที่ พนักงานเรือคลองแสนแสบ จำนวน 203 คน, พนักงานเรือด่วนเจ้าพระยา จำนวน 184 คน, พนักงานท่าเรือข้ามฟาก จำนวน 143 คนและนักเรียนศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี จำนวน 582 คน
ในส่วนของการขนส่งทางอากาศนั้น กรมท่าอากาศยาน (ทย.) มีพนักงานที่ควรได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 จำนวน 654 คน โดยส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจอาวุธ เจ้าหน้าที่คัดกรองผู้โดยสาร และประชาสัมพันธ์ ขณะที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ระบุว่า จำนวน มีพนักงานของ ทอท. และลูกจ้าง ทอท. ที่เป็นด่านหน้าฯ รวมทั้ง 6 ท่าอากาศยานที่อยู่ในการกำกับดูแล และสำนักงานใหญ่ รวม 8,264 คน แบ่งเป็น พนักงาน 6,250 คน และลูกจ้าง 2,014 คน ทั้งนี้ เมื่อแยกแต่ละท่าอากาศยานนั้น ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวม 3,421 คน แบ่งเป็น พนักงาน 2,451 คน ลูกจ้าง 970 คน, ท่าอากาศยานดอนเมือง รวม 1,496 คน แบ่งเป็น พนักงาน 1,088 คน ลูกจ้าง 408 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ท่าอากาศยานภูเก็ต รวม 973 คน แบ่งเป็น พนักงาน 651 คน ลูกจ้าง 322 คน, ท่าอากาศยานเชียงใหม่ รวม 463 คน แบ่งเป็น พนักงาน 310 คน ลูกจ้าง 153 คน, ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย รวม 245 คน แบ่งเป็น พนักงาน 174 คน ลูกจ้าง 71 คน, ท่าอากาศยานหาดใหญ่ รวม 316 คน แบ่งเป็น พนักงาน 266 คน ลูกจ้าง 90 คน และสำนักงานใหญ่ ทอท. รวม 1,359 คน แบ่งเป็น พนักงาน 1,340 คน ลูกจ้าง 19 คน ทั้งนี้ พนักงานและลูกจ้างของ ทอท. ส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายรักษาความปลอดภัย, ฝ่ายดับเพลิงและกู้ภัย, ฝ่ายบริการท่าอากาศยาน, ฝ่ายปฏิบัติการเขตการบิน, ฝ่ายวิศวะและบำรุงรักษา, ฝ่ายมาตรฐานท่าอากาศยายและชีวอนามัย, ฝ่ายบริหารการขนส่งสาธารณะ, ฝ่ายบริหารการขนส่งสินค้าทางอากาศ และฝ่ายไฟฟ้าและเครื่องกล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103610</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ฉีดวัคซีน, บุคลากรด่านหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_6058262f73a03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
