<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 08:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 08:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยเผชิญ&#039;ภาวะโลกรวน &#039;กระทบติดอันดับ 8 ของโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;


&amp;nbsp;&amp;ldquo;วันสิ่งแวดล้อมโลก&amp;rdquo; ที่ตรงกับวันที่&amp;nbsp; 5มิถุนายนของทุกปี ในโอกาสนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) จึงได้จัดกิจกรรมวันสิ่งแวดล้อม เสวนาออนไลน์ &amp;ldquo;ภาวะโลกรวน ป่วนลมหายใจ&amp;rdquo; ผ่านเฟซบุ๊ก กฟผ. เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของโลกและประเทศไทยในปัจจุบัน และแนวทางการพัฒนาและใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต่อมนุษย์อย่างยั่งยืน

ดร.รวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) ได้กล่าวถึงรายงานความเสี่ยงของโลกปี 2020 โดย World Economic Forum ด้านสิ่งแวดล้อม 5 อันดับแรก 1.สภาพอากาศที่รุนแรง 2.ความล้มเหลวจากการบรรเทาผลกระทบและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 3.การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ 4.ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ ภูเขาไฟระเบิด 5.ภัยพิบัติทางธรรมชาิที่เกิดจากมนุษย์ เช่น การรั่วไหลของน้ำมันและการปนเปื้อนสารเคมีในแหล่งธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.รวีวรรณ ภูริเดช&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการสผ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;เลขาธิการ สผ. กล่าวเพิ่มว่า &amp;nbsp;และในสถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลกที่รายงานโดย Climate Watch Data 2018 อันดับ 1 คือ จีน ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 122355.24 mtCO₂e หรือประมาณ 19% รองลงมาคือสหรัฐอเมริกา ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อยู่ที่ 6023.62 mtCO₂e หรือประมาณ 18% ส่วนประเทศไทยมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่ที่ 416.95 mtCO₂e หรือประมาณ 0.8% จากข้อมูลรายงานความก้าวหน้ารายสองปี ฉบับที่ 3 ได้ระบุว่าสัดส่วนของภาคพลังงานมีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด รวมไปถึงภาคขนส่งด้วย หรือในภาคการเกษตร ที่มีการปลดปล่อยก๊าซมีเทน จึงต้องมีการเฝ้าระวังและแก้ไข ภาคครัวเรือนก็มีส่วน เพราะมีการใช้ไฟ การเดินทาง สิ่งที่น่าสนใจคือป่าไม้ มีสัดส่วนที่ติดลบ เมื่อเทียบกับประเทศภูฏานสัดส่วนของป่าไม้สูงมาก

&amp;ldquo;ประเทศไทยจึงถือว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอยู่ในอันดับ 8 ของโลก โดยในสถานการณ์ปัจจุบันสิ่งที่กังวลมากคือเรื่องของสุขภาพ เพราะเมื่ออากาศร้อนมีช่วงเวลาที่ยาวขึ้น ยุงก็สามารถขยายระยะเวลาการวางไข่ได้เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออก หรือโรคที่มียุงเป็นพาหะ รวมไปถึงการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น อุณหภูมิของน้ำทะเล เพราะปะการังอาจจะตายได้ หรือภาคการเกษตรที่ต้องอาศัยน้ำฝน และสภาพอากาศค่อนข้างมาก หากสภาพอากาศไม่อำนวยก็มีผลต่อผลผลิตทางการเกษตร &amp;nbsp;แต่เดิมคงจะได้ยินที่สถานการณ์ของโลกร้อน แต่ในตอนนี้เราก็กำลังจะเจอกับภาวะโลกรวน ที่มาจากสภาพอากาศที่แปรปรวน&amp;rdquo; &amp;nbsp;เลขาธิการ สผ. กล่าวถึงผลกระทบที่ไทยต้องเผชิญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการ กฟผ

ด้าน บุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการ กฟผ. &amp;nbsp; กล่าวว่า กฟผ. ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตไฟฟ้า ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะบอกว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ ส่งผลทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก โดยเฉพาะด้านพลังงาน อาทิ การใช้เชื้อเพลิงไฟฟ้า โรงไฟฟ้าชนิดเก่าที่ใช้ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ล้วนมีส่วนทำให้เกิดโลกร้อนซึ่งก็ได้มีการตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น จึงได้มีการร่วมกับทางภาครัฐ ในการผลักดันให้มีการบริหารก๊าซเรือนกระจกในส่วนของพลังงาน โดยมีการกำหนดเป็นนโยบาย อาทิ การประเมินว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อย่าง ได้มีการจัดทำ 9 โครงการ ที่สามารถช่ยลดาร์บอนไดออกไซด์ &amp;nbsp;ซึ่งในปี 2563 สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้เกือบ 9 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ มีคาร์บอนเครดิตสะสมอยู่ 3 แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัดส่วนภาคพลังงานที่ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวต่อว่า ในส่วนของโครงการลดก๊าซเรือนกระจกที่ทำ มีทั้งโครงการโรงไฟฟ้าท้ายเขื่อน เป็นโรงไฟฟ้าหมุนเวียนแห่งแรกของ กฟผ.ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนกับ The Green Certificate Company Limited (GCC) ทางด้านคุณภาพอากาศ มีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมีประสิทธิภาพที่ดี เพื่อใช้เชื้อเพลิงน้อย ลดการปลดปล่อยมวลสารที่ออกจากโรงไฟฟ้าต่ำกว่ามาตรฐานที่ประเทศไทยกำหนด โครงการปลูกป่าที่ไปแล้วเกือบ 4.7 แสนไร่ ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 9.74 ล้านตัน/ปี ปล่อยออกซิเจนถึง 7.08 ล้านตัน/ปี แต่ก็ยังไม่สามารถเพียงพอที่จะทดแทนการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
และการทำโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ (Hydro-floating Solar Hybrid) ในเฟสแรก จำนวน 9 เขื่อน นำร่องที่เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี และมีกำลังผลิตไฟฟ้าประมาณ 2,725 MW คาดว่าจะมีการติดตั้งทุ่นเสร็จในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ &amp;nbsp;ทั้งยังสามารถเป็นจุดท่องเที่ยวในอนาคตได้อีกด้วย และนวัตกรรม First Firing ในโครงการโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 1 เพื่อลดผลกระทบที่จะมีต่อชุมชนให้น้อยที่สุด โดยใช้ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังคุณภาพอากาศ AR-QADS และสร้างชุมชนสีเขียวต้นแบบ ที่บางกรวย (Bangkruai Green Community) ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล กรรมการ กฟผ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล กรรมการ กฟผ. และรองคณบดีด้านยุทธศาสตร์ นวัตกรรมและความยั่งยืน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวเสริมในส่วนของคุณภาพอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 ที่เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งผลกระทบของ &amp;nbsp;PM 2.5 &amp;nbsp;ในเชิง SDGs ข้อ 11 ที่ระบุว่า 90% ของประชากรโลกที่อาศัยอยู่ในเมืองได้รับคุณภาพอากาศที่ไม่ดี &amp;nbsp;ดังนั้นยิ่งมีการพัฒนาเมืองมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความเสี่ยง ไทยยังได้ถูกจัดอันดับโดย World Economic Forum ในปี 2019 ว่ามี GDP จากภาคบริการและท่องเที่ยวอยู่ที่อันดับ 31 ของโลก &amp;nbsp; แต่ทว่าความั่นคงและยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมไทยอยู่อันดับที่ 140 ของโลก ดังนั้นการจัดการปัญหา PM 2.5 คงไม่ใช่เพียงการจัดการจราจร แต่คงต้องดูสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่เป็นหลักในการแก้ไขด้วย

ทั้งนี้ กฟผ.ยังได้จัดนิทรรศการออนไลน์เกี่ยวโครงการ หรือ E-Exhibition เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ด้านสิ่งแวดล้อม และการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของ กฟผ. ผ่าน&amp;nbsp;https://env64.egat.co.th/&amp;nbsp;ตั้งแต่วันนี้-30 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
----------------------
1.EGAT Envi Website2
2.การนำ AI และ IoT เข้ามาผนวกทำให้มีการคิดค้นนวัตกรรมอย่าง กล่องตรวจสอบสภาพมลภาวะ
3.ดร.รวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสผ.
4.ดัชนีความเสี่ยงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
5.บุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่ากฟผ.
6.สัดส่วนภาคพลังงานที่ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก
7.ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105505</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟผ., ดร.รวีวรรณ ภูริเดช, บุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร, ภาวะโลกรวน, รศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bd6df32ee91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 19:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มกฟผ.ทุ่ม 81 ล้าน อัดงบให้รพ.สู้ภัยโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5 พ.ค. 2564 - นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระลอกใหม่ที่ยังคงวิกฤต เนื่องจากยังพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดพบการระบาดไปยังคลัสเตอร์ใหม่ในพื้นที่ชุมชนคลองเตย กรุงเทพมหานคร กฟผ. และบริษัทในกลุ่ม กฟผ. ได้แก่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) และบริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้ระดมงบประมาณเพิ่มเติมอีก 81 ล้านบาท เพื่อร่วมบริจาคให้กับโรงพยาบาลต่าง ๆ ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ นำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ หวังให้ทีมแพทย์ทำงานได้อย่างคล่องตัว และมีความปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กฟผ. ได้ประสานตรงไปยังโรงพยาบาล เพื่อสำรวจความต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต้องใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปด้วยความรวดเร็วและครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยได้มอบเงินสนับสนุนให้กับโรงพยาบาลแล้ว 2 แห่งแรก ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อให้โรงพยาบาลได้นำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อการรักษาผู้ป่วยโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน อุปกรณ์ทางการแพทย์มีความสำคัญมาก โดยทุกโรงพยาบาลจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่ครบครัน เช่น เครื่องช่วยหายใจ เพื่อใช้ช่วยชีวิตคนไข้ได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเพื่อรักษาและเปลี่ยนคนไข้จากกลุ่มสีแดง ที่มีอาการรุนแรง เพื่อไปยังกลุ่มสีเหลือง ซึ่งมีอาการไม่รุนแรง ให้ผ่านวิกฤตและปลอดภัย จนไปสู่กลุ่มสีเขียว ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้อุปกรณ์ทางการแพทย์ ยังช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อไปยังบุคลากร เพื่อให้ทีมแพทย์ปลอดภัย และสามารถทำหน้าที่รักษาคนไข้ต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ภายในสัปดาห์นี้จะดำเนินการส่งมอบเงินสนับสนุนให้กับ 6 โรงพยาบาล ประกอบด้วย โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลวชิรพยาบาล โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และโรงพยาบาลสิรินธร รวมจำนวนเงินที่จะส่งมอบภายในสัปดาห์นี้ทั้งสิ้น 13.3 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันมีโรงพยาบาล จำนวน 149 แห่ง 77 จังหวัด ที่ได้แสดงความประสงค์ขอรับการสนับสนุนจากกลุ่ม กฟผ. ซึ่ง กฟผ. และบริษัทในกลุ่ม จะเร่งส่งมอบเงินสนับสนุนให้แก่โรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101877</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, บุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร, มอบเงินช่วยโรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_6092898b35faa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟผ. เพิ่มมาตรการเข้มป้องกันโควิดสั่งล็อคดาวน์พนักงานเดินเครื่องและผู้คุมจ่ายไฟทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เมษายน 2564 นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระลอก 3 ที่ยังคงวิกฤต โดยพบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่อย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;กฟผ. ตระหนักดีว่า ไฟฟ้าเป็นพลังงานที่สำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินงานด้านการแพทย์ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คมนาคม ฯลฯ จึงได้สั่งการยกระดับมาตรการป้องกันโควิด-19 ขั้นสูงสุด กำหนดให้พื้นที่ภายในโรงไฟฟ้าและเขื่อน กฟผ. ทั่วประเทศ เป็นพื้นที่ควบคุม (Safe Zone) สำหรับพนักงานที่ทำหน้าที่ผลิตและจ่ายไฟฟ้าอยู่ในบริเวณดังกล่าว โดยปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด และห้ามบุคคลภายนอกเข้าออกโดยเด็ดขาด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าระบบไฟฟ้าจะมีความมั่นคง รองรับสถานการณ์วิกฤตได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดสรรพื้นที่ Safe Zone ทั้งในส่วนของระบบผลิตและส่งไฟฟ้า กฟผ. ได้แยกการใช้ชีวิตของเจ้าหน้าที่เดินเครื่องโรงไฟฟ้าและเจ้าหน้าที่ควบคุมการจ่ายไฟ ออกจากเจ้าหน้าที่สำนักงานทั่วไป รวมถึงได้แยกพื้นที่ห้องControl room ของศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าให้เข้าได้เฉพาะพนักงานกะเท่านั้น พร้อมคุมเข้มในการคัดกรองและตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของเจ้าหน้าที่ก่อนเริ่มงานทุกวัน โดยต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาทำงานและทำความสะอาดมือเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อนเข้าพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กฟผ. ได้เตรียมพร้อมศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าสำรอง โดยจัดให้มีศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าควบคู่กัน 2 ศูนย์ฯ ในแต่ละพื้นที่ เพื่อที่หากจำเป็นต้องปิดศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าเพื่อทำความสะอาดฆ่าเชื้อ เมื่อพบพนักงานในศูนย์ฯ ติดเชื้อโควิด-19 จะยังสามารถจ่ายไฟฟ้าได้อีกศูนย์ฯ ที่เหลือ รวมถึงได้ประสานไปยังพนักงาน กฟผ. ที่เคยปฏิบัติงานในศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า ซึ่งมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการควบคุมและสั่งการระบบไฟฟ้า ให้เตรียมพร้อมเข้ามาร่วมเสริมทีมงานปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง ปรับการทำงานของพนักงานเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า กฟผ. เพื่อลดการสัมผัส จากทำงานวันละ 3 กะ กะละ 8 ชั่วโมง เป็น 2 กะ กะละ 12 ชั่วโมง โดยแบ่งพนักงานเดินเครื่องเป็น 4 ชุด โดยแต่ละชุดจะทำงานสลับกันไป พร้อมทั้งได้จัดเตรียมอุปกรณ์พิเศษ อะไหล่ คู่มือที่ใช้ในการซ่อมบำรุงรักษา เพื่อให้สามารถซ่อมบำรุงได้อย่างทันท่วงทีในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กฟผ. ขอความร่วมมือคนไทยทั่วประเทศการ์ดอย่าตก ปฏิบัติตามมาตรการ DMHTT (Distancing/ Mask wearing/ Hand washing/ Testing/ Thai Cha na) อย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อโควิด-19 และขอให้ประชาชนมั่นใจว่า พนักงาน กฟผ. จะรักษาตัว เพื่อรักษาหน้าที่ในการดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศอย่างดีที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100286</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), บุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_6080e204dc2f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ด กฟผ. เห็นชอบ “นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร” เข้ารับตำแหน่ง ผู้ว่าการ กฟผ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการ กฟผ. ในการประชุมครั้งที่ 6/2563 วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2563 มีมติเห็นชอบให้ นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร รองผู้ว่าการธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการ กฟผ. ตามที่คณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการ เสนอ สืบแทน นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 3 ธันวาคม 2563 ทั้งนี้ โดยขั้นตอนต่อไป กฟผ. จะนำเสนอกระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแล เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร เกิดวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2506 อายุ 56 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ (วิศวกรรมเครื่องกล) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปริญญาโทบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และปริญญาโท บริหารธุรกิจ (Energy Management) University of Montreal ประเทศแคนาดา อีกทั้งยังผ่านการอบรม
ในหลักสูตรสำคัญมากมาย อาทิ หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร จากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ หลักสูตรการกำกับดูแลกิจการสำหรับกรรมการและผู้บริหารระดับสูงขององค์กรกำกับดูแล (Regulator) รัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชน จากสถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรวิทยาการการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หลักสูตร Advanced Management Program, Harvard Business School จากสหรัฐอเมริกา หลักสูตร Leadership Succession Program จากมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์กรภาครัฐ หลักสูตรที่จัดโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย และหลักสูตร Director Certification Program (DCP) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประวัติการทำงานที่สำคัญ มีดังนี้ พ.ศ. 2556 &amp;ndash; 2558 ดำรงตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ บริษัท อีแกท ไดมอนด์ เซอวิส จำกัด พ.ศ. 2558 &amp;ndash; 2559 ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารธุรกิจ พ.ศ. 2559 &amp;ndash; 2560 ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการกิจการสังคม พ.ศ. 2560 &amp;ndash; 2561 ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการพัฒนาธุรกิจ พ.ศ. 2561 &amp;ndash; ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการธุรกิจเกี่ยวเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66631</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร, ผู้ว่าการ กฟผ., ผู้ว่าการ กฟผ.คนใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200522/image_big_5ec793f63bef5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
