<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลนัด 2 เม.ย.ชี้ปมคลังสั่ง &#039;ยิ่งลักษณ์&#039; ชดใช้ค่าเสียหายทุจริตจำนำข้าว 3.5 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นายอัฐฐิติพงศ์ หรือ อัครพงศ์ ทีปวัชระ หรือช่วยเกลี้ยง อดีตเลขานุการกรมการค้าต่างประเทศ นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีต ผอ.สำนักบริหารการค้าข้าว กรมการค้าต่างประเทศ และอดีตผู้ช่วยเลขานุการ ในคณะทำงานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พานิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี รมว.พาณิชย์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง เป็นผู้ถูกฟ้องที่&amp;nbsp;1-4&amp;nbsp;กรณีขอให้ศาลสั่งเพิกถอนคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ ที่สั่งให้ทั้งหมดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการทุจริตโครงการรับจำนำและระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐในวันจันทร์ที่ 29 มี.ค. เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีนี้ปัจจุบัน ผู้ฟ้องคดีทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จำคุกอยู่ตามคำพิพาษาศาลฎีภาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีทุจริตโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;ซึ่งการฟ้องคดีดังกล่าวต่อศาลปกครองกลางเกิดขึ้นหลังกระทรวงพาณิชย์มีคำสั่งที่&amp;nbsp;457&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ก.ย.&amp;nbsp;59&amp;nbsp;สั่งให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยให้ นายบุญทรง ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน&amp;nbsp;1,770&amp;nbsp;ล้านบาท,&amp;nbsp;นายภูมิ จำนวน&amp;nbsp;2,300&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และ นายมนัส,&amp;nbsp;นายอัฐฐิติพงศ์,&amp;nbsp;นายทิฆัมพร เป็นเงินจำนวนรายละ&amp;nbsp;4,011&amp;nbsp;ล้านบาท ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.&amp;nbsp;2539&amp;nbsp;จากกรณีจงใจกระทำละเมิดให้ราชการเสียหาย จากการนำข้าวตามสัญญาซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐมาเวียนขายให้ผู้ประกอบการค้าข้าวภายในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในวันที่ 29 มี.ค.ศาลปกครองยังจะออกนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกในคดีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์&amp;nbsp;ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 2 คน&amp;nbsp;ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 9 คน กรณีขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 ลงวันที่ 13 ต.ค.59 ที่ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 3.5 หมื่นล้าน จากเหตุขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ราชการตามอำนาจหน้าที่ ทำให้กระทรวงการคลังได้รับความเสียหาย โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์มีการยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองรวม 4 คำฟ้อง ซึ่งศาลได้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในวันดังกล่าวศาลจะได้มีการสรุปข้อเท็จจริงในคดีให้ผู้รับมอบอำนาจของคู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้รับทราบ รวมทั้งให้ตุลาการผู้แถลงคดีจะได้แถลงความเห็นส่วนตัวที่ไม่มีผลผูกพันต่อการพิจารณาวินิจฉัยคดีขององค์คณะตามขั้นตอนการพิจารณาของศาลปกครอง&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งนัดอ่านคำพิพากษาคดีนี้ในวันที่ 2 เม.ย.เวลา 09.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97376</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, คดีทุจริตจำนำข้าว, คดีโกงข้าวจีทูจี, บุญทรง เตริยาภิรมย์, ภูมิ สาระผล, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ศาลปกครองกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_6045838f034d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอวรงค์เตือนอย่าโกงอีก ‘ชูวิทย์’ชี้ยังมีรมต.นอนคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;หมอวรงค์&amp;quot; ยกเป็นความดีงามของรัฐธรรมนูญ ให้อุทธรณ์ในศาลฎีกานักการเมืองได้ และสิ้นสุดด้วยคุก &amp;quot;บุญทรง&amp;quot; เพิ่มเป็น 48 ปี เป็นอุทาหรณ์ทุกรัฐบาล หัวอย่าโกง ด้าน &amp;quot;ชูวิทย์&amp;quot; ผู้ชำนาญการคุกชี้ &amp;nbsp;&amp;quot;บุญทรง&amp;quot; อาจติดจริงแค่ 11 ปี เชื่อจะไม่ใช่รัฐมนตรีคนสุดท้ายที่เข้าคุก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาเพิ่มโทษจำคุกนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จากเดิม 42 ปี เป็น 48 ปี และมีการเพิ่มโทษจำคุกจำเลยคนอื่นอีกหลายราย ในคดีทุจริตการระบายข้าวแบบจีทูจี สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีบทบาทสูงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลยิ่งลักษณ์เมื่อปี 2555 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของคดีนี้ ให้ความเห็นว่า ถือว่าเป็นการสิ้นสุดคดีความทางอาญาของคดีดังกล่าว และเป็นความงดงามของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในคดีของนักการเมืองที่เปิดโอกาสทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยสามารถอุทธรณ์ได้ ขณะที่รัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ ไม่เปิดโอกาสให้อุทธรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีมีผู้สร้างกระแสบิดเบือนว่าคดีทุจริตรับจำนำข้าวศาลยกฟ้องจำนวนมากนั้น ส่วนใหญ่เป็นคดีที่แตกย่อย เช่น ในโกดังมีข้าวเหลือง มีนั่งร้านซุก เวียนเทียนข้าว คดีเหล่านี้มีโอกาสถูกยกฟ้อง เพราะว่าการทุจริตในระดับปฏิบัติเป็นการสมยอมร่วมกันของทุกฝ่าย ทั้งโรงสีผู้ส่งข้าว เซอร์เวเยอร์ที่ตรวจรับคุณภาพข้าว เจ้าของโกดัง และเจ้าหน้าที่รัฐประจำโกดัง ที่แบ่งผลประโยชน์ร่วมกัน แน่นอนสำนวนคดีเหล่านี้จึงทำสำนวนอ่อนและถูกยกฟ้องได้ง่ายเพื่อให้ทุกฝ่ายรอด และคดีเหล่านี้ศาลฎีกานักการเมืองก็ไม่ได้เอามาเป็นความผิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะเป็นเรื่องระดับปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ระบุว่า ท้ายนี้อย่างน้อยคดีรับจำนำข้าว น่าจะเป็นอุทาหรณ์แก่ประชาชนคนไทยต่อนโยบายของรัฐบาล ที่ตั้งใจมาทุจริต เพราะนอกจากฝ่ายการเมืองทุจริต การทุจริตจะแพร่ระบาดไปทุกลำดับชั้น ยากแก่การป้องกันและเอาผิด เมื่อหัวตั้งใจมาโกง ก็ต้องเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายโกงเพื่อสร้างความเป็นพวก แล้วประเทศจะเหลืออะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ซึ่งติดคุกช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับนายบุญทรง เผยว่า ครั้งล่าสุดที่ตนเข้าคุกก็เจอนายบุญทรง ทักทายกัน แกบอกว่าทำเรื่องอุทธรณ์อยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พี่บุญทรงที่ผมเจอในสภา กับที่เจอในคุกเหมือนเป็นคนละคนกัน ปัจจุบันแกอายุ 59 ปี วันนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มโทษอีก 6 ปี รวมของเก่าเบ็ดเสร็จ 48 ปี และในอีก 11 ปีข้างหน้า พี่บุญทรงจะอายุครบ 70 ปี ก็อาจจะมีโอกาสเข้าเกณฑ์พักโทษคนแก่&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูวิทย์เผยอีกว่า ในช่วงนาทีนี้ผู้ที่เจ็บปวดไม่ใช่แค่นายบุญทรง แต่รวมไปถึงครอบครัวที่ต้องร่วมเจ็บปวดไปด้วย จะไม่มีใครเข้าใจหัวอกคนที่ตั้งความหวังไว้กับอิสรภาพ แล้วหายวับไปกับตาทันทีที่สิ้นคำพิพากษา ต่อให้ใจแข็งปานใดก็ทำใจไม่ได้ ถึงจะปลงอย่างไรก็ปลงไม่ตก เวลาเท่านั้นที่จะเยียวยาสมานแผลความเจ็บปวดนี้ จึงขออนุญาตเตือนนักการเมืองมีบารมีสูงส่งบุญท่วมหัวได้เป็นรัฐมนตรี หันกลับมามองนายบุญทรงเป็นบทเรียน อย่าคิดว่ามีอำนาจวาสนาแล้วจะทำอะไรได้ตามอำเภอใจ ไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อน&amp;nbsp;
&amp;quot;บุญทรง&amp;quot;ไม่ใช่คนสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันที่พลาดเราก้าวเข้าคุกเพียงคนเดียว ไม่มีใครเลยสักคนที่จะช่วยเราได้ โดยประสบการณ์อย่างผมที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ยังเชื่อว่าพี่บุญทรงจะไม่ใช่รัฐมนตรีคนสุดท้ายที่เข้าคุก&amp;rdquo; นายชูวิทย์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ตามที่ได้เรียกร้องให้ฝ่ายค้านยื่นร้องต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเพื่อหยุดการปฏิบัติหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เพราะแจกเงินสะเปะสะปะจำนวนมาก ซึ่งไม่น่าจะตรงกับยุทธศาสตร์ชาติและรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้แจกเงินอีลุ่ยฉุยแฉก และยังไม่บอกที่มาของแหล่งเงินว่าเอามาจากไหน คุ้มค่าหรือไม่ อีกทั้งรัฐบาลยังบริหารเศรษฐกิจขยายตัวได้ต่ำกว่า 5% ตามที่ยุทธศาสตร์ชาติกำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เพื่อต้องการชี้ให้เห็นว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติมีแต่คนของรัฐบาล ซึ่งคงจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์นี้ตั้งขึ้นมาเพื่อจัดการกับฝั่งตรงข้ามเท่านั้น หากฝ่ายตรงข้ามชนะการเลือกตั้ง และได้เป็นรัฐบาลใช่หรือไม่ ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าการร่างรัฐธรรมนูญนี้ก็เพื่อจุดประสงค์เฉพาะ ไม่ได้ร่างมาเพื่อพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง ดังนั้นจึงควรต้องแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเพื่อให้ประเทศพัฒนาได้ และเชื่อว่าหากไม่แก้รัฐธรรมนูญก็จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัยกล่าวว่า เพราะรัฐธรรมนูญนี้ถูกเขียนมาเพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีโดยเฉพาะ อีกทั้งยังมาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจด้วย และ พล.อ.ประยุทธ์ แม้จะบอกว่ารู้เรื่องเศรษฐกิจดี รู้ยิ่งกว่ารู้ แต่ความจริงคือ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้เคยแสดงว่ามีความรู้ความสามารถทางด้านเศรษฐกิจเลย เช่น ขนาดน้ำท่วมชั่วคราวยังแนะให้ประชาชนเลี้ยงปลา เคยถูกสังคมตำหนิเพราะพูดแบบนี้ตั้งแต่น้ำท่วมคราวที่แล้ว แต่ก็ไม่เรียนรู้ หากเรื่องง่ายๆ แบบนี้ยังคิดไม่ได้ แล้ว พล.อ.ประยุทธ์จะรับมือเรื่องยากๆ โดยเฉพาะเรื่องการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทางเทคโนโลยีของโลกได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โลกกำลังจะเผชิญปัญหาเศรษฐกิจอย่างมาก เช่น สงครามการค้าและภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่อาจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยได้ ดังนั้น ถ้าเปลี่ยน พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ ก็แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัยกล่าวด้วยว่า การที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ไปแนะนำบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้าให้ปรับเปลี่ยนตัวเอง มิเช่นนั้นจะตกยุค ก็อยากให้นายสมคิดได้พิจารณาตัวเองก่อนที่จะตักเตือนคนอื่น โดยอยากให้นายสมคิดได้เตือนตัวเอง และเตือน พล.อ.ประยุทธ์ ให้รีบปรับเปลี่ยนตัวเองก่อน เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่ได้เสนอแนวทางอะไร และไม่ได้ดำเนินนโยบายใดที่จะปรับเปลี่ยนประเทศไทยไม่ให้ตกยุคเลย มีแต่แนวคิดเก่าๆ ที่หมดสมัยแล้วทั้งนั้น ขนาดเศรษฐกิจไทยที่กำลังย่ำแย่ในขณะนี้ นายสมคิดยังกลับบอกว่าเศรษฐกิจไทยกำลังไปด้วยดี และ พล.อ.ประยุทธ์ก็พูดแต่แนวคิดผิดๆ และแนวทางเชยๆ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมมาโดยตลอด แต่ก็เปลี่ยนนายกฯ ไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นมาล็อกไว้&amp;nbsp;
ไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดังนั้นจึงอยากให้ประชาชนคิดว่า แม้ว่าประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งแล้ว แต่ความจริงคือประเทศไทยยังไม่ได้อยู่ในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะรัฐธรรมนูญนี้ไม่ได้เป็นประชาธิปไตย และสื่อต่างประเทศก็เห็นเช่นกัน ดังนั้นจึงต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ก่อนที่ประเทศไทยจะตกยุคไปมากกว่านี้&amp;rdquo; นายพิชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร่วมกิจกรรมสานเสวนา &amp;quot;จินตนาการใหม่ ข้อตกลงใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่ ประเทศไทยแบบไหนที่เราอยากอยู่ร่วมกัน&amp;quot; ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกกดดันโดยเจ้าหน้าที่รัฐ กระทั่งมหาวิทยาลัยแจ้งยกเลิกสถานที่จัดงานตามที่จองไว้ โดยให้เหตุผลว่าเป็นกิจกรรมทางการเมือง และอีกหนึ่งเหตุผลคือฝนตกหนักทำให้หลังคารั่วซึมนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด นายธนาธรได้ออกมาเปิดเผยว่า ทางผู้จัดงานได้สถานที่แห่งใหม่แล้ว คือศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในเวลาเดิมคือตั้งแต่ 12.00-16.00 น. วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายนนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า กิจกรรมสานเสวนา หาฉันทานุมัติของสังคมเกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น จัดมาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งแรกที่ จ.เชียงใหม่, ครั้งที่ 2 ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 มีหัวข้อในการเสวนาคือ &amp;quot;รัฐธรรมนูญกับปากท้องประชาชน&amp;quot; เป็นการพูดคุยกันในเรื่องสำคัญอย่างปัญหาปากท้อง เรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและเป็นธรรมเกี่ยวข้องกันอย่างไรกับรัฐธรรมนูญ โดยวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถมากมายมาพูดคุยกัน สำหรับเหตุผลที่ต้องย้ายสถานที่จากเดิมคือวิทยาลัยปกครองท้องถิ่น มข. มาเป็นที่ใหม่คือศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก ซึ่งบริหารงานโดยเอกชนนั้น เนื่องจากสิทธิเสรีภาพประชาชนถูกคุกคาม เพราะมีกลุ่มคนบางกลุ่มไปกดดันมหาวิทยาลัย ทำให้มหาวิทยาลัยต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้มีข้ออ้างยกเลิกการจัดงานตามที่ผู้จัดได้จองไว้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า พี่น้องคนไทยที่รักทุกท่าน แผ่นดินนี้มืดมน แผ่นดินนี้ไร้ความยุติธรรม แผ่นดินนี้ถูกปล้นมานานแล้ว แผ่นดินนี้เกิดภาวะข้าวยากหมากแพง ไม่มีอนาคตที่ดีต่อลูกหลานของเราแล้ว แผ่นดินนี้ถูกกดขี่ด้วยกฎเผด็จการโจรกบฏ แผ่นดินนี้ถูกปกครองด้วยเผด็จการทรราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในนามส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับพรรค ไม่เกี่ยวกับองค์กรใดๆ ขอร่วมอุดมการณ์กับผู้รักความเป็นธรรม ผู้รักความถูกต้อง รักประชาธิปไตย จะไปร่วมงาน ที่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยกับเหล่าผู้กล้า วันอาทิตย์นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเรายังเชื่อมั่นว่า ในแผ่นดินนี้ ยังมีผู้รู้ ยังมีผู้กล้า ยังมีผู้เสียสละ ยังมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์เพื่อประชาชน และประชาธิปไตย ยังมีผู้ไม่ยอมสยบต่อ เผด็จการทรราชอยู่ไม่น้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเราอยากเห็นเหล่าวีรชนผู้กล้าอย่างท่าน ในบ่ายวันที่ 8 กันยายนนี้ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อเริ่มนับถอยหลัง ร่วมล้างมรดกบาปของเผด็จการทรราช ร่วมทวงคืนประชาธิปไตย ทวงคืนความถูกต้อง ความเป็นธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่วมทวงคืนสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค ภราดรภาพ และประชาธิปไตย เพื่อส่งต่อความถูกต้อง ความเป็นธรรม ความเสมอภาค สิทธิเสรีภาพ และอนาคตที่ดีแก่ลูกหลานของเราด้วยกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45240</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความดีงามของรัฐธรรมนูญ, บุญทรง เตริยาภิรมย์, รัฐธรรมนูญ, ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพิ่มโทษจำคุก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190907/image_big_5d739ee607db9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2019 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2019 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กนก&#039;โพสต์เศร้าสื่อถึงสองพี่น้องในต่างแดน วันใดวันหนึ่งสิ้นพี่แล้วน้องจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไร!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.62 - นายกนก รัตน์วงศ์สกุล &amp;nbsp;พิธีกรายการข่าวชื่อดัง &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กKanok Ratwongsakul Fan Page โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่างเป็นภาพล้อที่เจ็บแสบ..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่คนหนึ่งถูกจองจำมา 2 ปี อีกคนก็เร่ร่อนไปในเวลาเท่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนหนึ่งต้องนั่งนับปฏิทินในห้องสี่เหลี่ยมอีก 46 ปี อีกคนต้องบ้านแตก หนีห้องเดียวกันไปอีก.. เท่าไหร่ล่ะ..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวพี่ทำสถิติไว้ 11 ปี ตัวน้องอาจลบสถิติได้ เพราะอายุน้อยกว่า 18 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวพี่คงต้องจบชีวิตไม่ประเทศใดประเทศหนึ่ง โอกาสจะกลับมาตายรัง แทบเป็นไปไม่ได้..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ตัวพี่ต้องหนีไปชดใช้กรรมในนรกมาถึง แล้วใครจะคุ้มกะลาหัว.. ใครจะพาน้องหนี.. ใครจะคอยซื้อสัญขาติ เพิ่มพื้นที่สัมภเวสีให้..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวน้องจะใช้ชีวิตช็อปปิ้งในยุโรปจนแก่เฒ่า หรือ จะคิดอะไรได้บ้าง หลังจากพี่ตายไป?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะพี่บอกไว้ จะไม่ให้น้องติดคุก ฉะนั้นเมื่อพี่ยังอยู่ พี่ก็ดึงน้องเป็นเพื่อนเที่ยวหนีกรงขังไปเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อวันที่พี่ตาย (เร็วช้าต้องมาถึง) หลังจากนั้นตัวน้องจะทำอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะใช้ชีวิตแบบไม่ใช้หัวคิด เพราะพี่คิดให้ไม่ได้แล้ว แล้วทำไม..ไม่เริ่มหัดคิดเสียตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใจคอจะปล่อยให้ลูก มีชีวิตอยู่ท่ามกลางสายตา และคำถาม &amp;quot;เจอแม่บ้างมั๊ย..แม่หนีไปกี่ปีแล้ว..ฯ ล ฯ..?&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือมีแผนจะพาลูกกระเตงไปด้วย.. หรือจะทำแบบพี่ ปล่อยให้ลูกๆ อยู่ในวงสังคมแคบๆ ห้อมล้อมไปด้วยผู้คนที่ ส.ว.พูดในสภา..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้ลูกโตอยู่กับ ส.ส.ขี้ข้าโจร !!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมืองไทยเรายังไงก็จะมี คนแบบนี้ แม้จะเกิดกรณีของบุญทรง อีกกี่ครั้ง ก็จะมี &amp;quot;ขี้ข้าโจร&amp;quot; ขายชีวิต ยอมก้มหัวลอดหว่างขา 2 โจรพี่น้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่อยู่ในพรรคนั่น..ใช่ทุกตัว!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45188</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนก รัตน์วงศ์สกุล, ทักษิณ ชินวัตร, บุญทรง เตริยาภิรมย์, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0cdc93f1bcf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2019 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2019 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชูวิทย์&#039;ฟันธงไม่ใช่รมต.คนสุดท้ายที่เข้าคุก! ยกกรณี&#039;บุญทรง&#039;เตือนนักการเมืองอย่าเหลิงอำนาจว่าบารมีสูงส่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.62 - นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลาดก้าวเดียว คุก 48 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก้าวแรกที่พี่บุญทรงลงจากรถไปฟังคำพิพากษา ไม่มีใครทราบเลยว่าศาลท่านจะตัดสินอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วไม่รู้เป็นเวรเป็นกรรมอะไร ที่ผมมักต้องมาเจอคนรู้จักในคุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งล่าสุดที่ผมเข้าคุกก็เจอพี่บุญทรง ทักทายกัน แกบอกผมว่าทำเรื่องอุทธรณ์อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่บุญทรงที่ผมเจอในสภา กับที่เจอในคุกเหมือนเป็นคนละคนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันแกอายุ 59 ปี วันนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มโทษอีก 6 ปี รวมของเก่าเบ็ดเสร็จ 48 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สูตรอดีตคนคุกอย่างผม คุก 48 ปี ต้องติดอย่างน้อย 1 ใน 3 คือ 16 ปี นี่หมายถึงกรณีที่มีพระราชทานอภัยโทษด้วย ซึ่งปกติหากยิ่งติดคุกยาว ยิ่งมีโอกาสผ่านช่วงพระราชทานอภัยโทษมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกตัวอย่าง คนถูกศาลสั่งจำคุก 1 ปี ถึง 2 ปี เป็นระยะสั้น ก็อาจจะไม่มีพระราชทานอภัยโทษในช่วงนั้น แต่หากคนติด 5 ปี ถึง 10 ปีขึ้นไป ก็มีโอกาสที่จะมีพระราชทานอภัยโทษระหว่างติดมากขึ้น คนติดคุกจึงเฝ้ารอวโรกาสพิเศษนี้กันทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอีก 11 ปีข้างหน้า พี่บุญทรงจะอายุครบ 70 ปี ก็อาจจะมีโอกาสเข้าเกณฑ์ &amp;ldquo;พักโทษคนแก่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงนาทีนี้ ผู้ที่เจ็บปวดไม่ใช่แค่พี่บุญทรงเท่านั้น แต่รวมไปถึงครอบครัวที่ต้องร่วมเจ็บปวดไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะไม่มีใครเข้าใจหัวอกคนที่ตั้งความหวังไว้กับอิสรภาพ แล้วมันหายวับไปกับตาทันทีที่สิ้นคำพิพากษา ต่อให้ใจแข็งปานใดก็ทำใจไม่ได้ ถึงจะปลงอย่างไรก็ปลงไม่ตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาเท่านั้นที่จะเยียวยาสมานแผลความเจ็บปวดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงขออนุญาตเตือนนักการเมืองที่กำลังกระดี๊กระด๊า มีบารมีสูงส่ง บุญท่วมหัว ได้เป็นรัฐมนตรี ให้ท่านหันกลับมามองพี่บุญทรงเป็นบทเรียน อย่าคิดว่ามีอำนาจวาสนาแล้วจะทำอะไรได้ตามอำเภอใจ ไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะวันที่พลาด เราก้าวเข้าคุกเพียงคนเดียว ไม่มีใครเลยสักคนที่จะช่วยเราได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และโดยประสบการณ์อย่างผม ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากยังเชื่อว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่บุญทรงจะไม่ใช่รัฐมนตรีคนสุดท้ายที่เข้าคุก.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45181</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คดีจีทูจีข้าว, คดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ, จำนำข้าว, ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, ทุจริต, บุญทรง เตริยาภิรมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190907/image_big_5d7309a17fbac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45175</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 23:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 23:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวทนา&#039;บุญทรง&#039;ขายวิญญาณให้ซาตาน ฝากถึง&#039;ลูกชาย&#039;จำไว้เป็นบทเรียนเดินหน้าทางการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6&amp;nbsp;ก.ย. 62 -&amp;nbsp;น.ส.ศุภมาส เสนะเวส แกนำนำ&amp;#39;ฬ รักชาติ&amp;#39;&amp;nbsp;และศิษย์เก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้&amp;nbsp;&amp;quot;บุญทรงน่าเวทนาที่เลือกขายวิญญาณให้ซาตาน&amp;nbsp;แถมซาตานดันตกชั้นกลายเป็นสัมภเวสีอีก&amp;nbsp;ขอให้ลูกชายคุณบุญทรง เดินหน้าทางการเมืองให้ดีทำเพื่อชาติบ้านเมืองให้มากก็แล้วกันจำบทเรียนนี้ไว้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45175</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีจีทีจีข้าว, จำคุกบุญทรง, บุญทรง เตริยาภิรมย์, ลูกบุญทรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181128/image_big_5bfe70a80aced.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 19:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 19:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนักกว่าเดิม!ศาลฎีกาฯพิพากษาเพิ่มโทษ&#039;บุญทรง&#039;คดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.62 -&amp;nbsp;ที่ศาลฎีกา สนามหลวง องค์คณะผู้พิพากษา 9 คนชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ อ่านคำพิพากษาอุทธรณ์ในคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว, นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว และพวกรวม 28 คน คดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2560 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้พิพากษาครั้งแรกให้ นายบุญทรงและจำเลยร่วมคนอื่นๆ รวม 15 ราย จำคุกคนละ 4-48 ปี และยกฟ้องกลุ่มเอกชน 8 ราย ต่อมาอัยการโจทก์ ยื่นอุทธรณ์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยบางคนและให้ลงโทษกลุ่มบริษัทโรงสีข้าว ขณะที่จำเลยก็ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาตามกฎหมายใหม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถึงเวลานัดศาลได้ให้คู่ความทั้งอัยการโจทก์ , จำเลย , ทนายความ รวมทั้งกลุ่มญาติจำเลย ทยอยเข้าห้องพิจารณาตั้งแต่เวลา 11.00 น. เพื่อเตรียมรอฟังการอ่านคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ที่จะเริ่มอ่านในเวลา 12.00 น. โดยศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษา &amp;nbsp;7 ชั่วโมง เสร็จสิ้นเวลา 19.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิพากษาแก้ จำคุกนายบุญทรง จำเลยที่ 2 เพิ่มอีกกระทงหนึ่งเป็นเวลา 6 ปี รวมโทษจำคุกนายบุญทรงจากโทษเดิม 42 ปี เป็นจำคุกทั้งสิ้น 48 ปี และให้ลงโทษกลุ่มบริษัทโรงสี ได้แก่ นายปกรณ์ ลีศิริกุล กรรมการบริษัท จำเลยที่ 26 และนางประพิศ มานะธัญญา กรรมการบริษัท เจียเม้ง จำกัด&amp;nbsp;จำเลยที่ 28 คนละ 4 ปี พร้อมปรับคนละ 25,000 บาท นอกจากนี้ยังให้ปรับนิติบุคคล ซึ่งเป็นโรงสีอีก 4 ราย คือห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีกิจทวียโสธร จำเลยที่ 22, บริษัท กิจทวียโสธรไรซ์ จำกัด โดยนายทวี อาจสมรรถ กรรมการ จำเลยที่ 24, บริษัท เค.เอ็ม.ซี.&amp;nbsp;อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด จำเลยที่ 25 และบริษัท เจียเม้ง จำกัด จำเลยที่ 27 อีกรายละ 25,000 บาท โดยที่การกระทำของนายทวี อาจสมรรถ&amp;nbsp;หุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 23 เป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษ 2 กระทง รวมจำคุกจำเลยที่ 23 จำนวน 8 ปี และปรับ 50,000 บาท โดยที่พฤติการณ์ของกลุ่มโรงสี จำเลยที่ 23, 26, 28 นั้น เห็นสมควรให้รอลงอาญาไว้คนละ 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และนอกจากนี้ยังให้กลุ่มโรงสีจำเลยที่ 22-23 ชดใช้เงิน 27 ล้านบาทให้กับกระทรวงคลัง, จำเลยที่ 25-26 รวมกันชำระเงิน 15 ล้านบาท และจำเลยที่ 27-28 ให้ร่วมกันชดใช้เงิน 55 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ได้มีการกำหนดในคำพิพากษานี้ตามที่อัยการสูงสุด โจทก์ยื่นอุทธรณ์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามที่ศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ได้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดของจำเลยแต่ละคนตามคำพิพากษาแล้ว พร้อมออกคำบังคับการชดใช้ค่าเสียหายในส่วนแพ่งให้กับกระทรวงการคลังตามคำพิพากษาด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45152</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ, คดีจีทูจีข้าว, คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง, บุญทรง เตริยาภิรมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6e8309eb774.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 18:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใกล้รู้ผล!ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาวินิจฉัยอุทธรณ์จีทูจี &#039;บุญทรง&#039;เครียด-ลูกชายรุดให้กำลังใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.62 - ที่อาคารศาลฎีกา สนามหลวง นายนรินทร์ สมนึก ทนายความของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ จำเลยคดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ได้เดินทางมาถึงศาลก่อนเวลานัดฟังคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ 11.00 น. เพื่อเตรียมพร้อมในการเข้าร่วมฟังคำพิพากษา โดยนายนรินทร์ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ 2-3 วันก็ได้พูดคุยกับนายบุญทรง จำเลยที่อยู่ในเรือนจำ ซึ่งได้รับทราบหมายศาลแจ้งกำหนดนัดฟังคำพิพากษาแล้ว ก็มีอาการเครียดอยู่บ้างเล็กน้อย เราก็หวังว่าจะได้รับความเมตตาจากศาล โดยคดีนี้ทางอัยการสูงสุดโจทก์ก็ได้ยื่นอุทธรณ์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยบางรายด้วย ขณะที่จำเลยในคดีนี้ก็ได้ขออุทธรณ์คำพิพากษาเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายบุญทรง และจำเลยร่วมคนอื่นๆ ที่ ต้องคำพิพากษาตามศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในครั้งแรกนั้น &amp;nbsp;15 รายศาลก็ได้เบิกตัวจำเลยมาจากเรือนจำ เพื่อจะฟังคำพิพากษาในช่วงเที่ยงและบ่ายวันนี้ โดยนายเดชนัฐวิทย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) &amp;nbsp;บุตรชายของนายบุญทรง ก็ได้เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาและให้กำลังใจบิดาด้วย ขณะก่อนที่จะถึงเวลานัดฟังคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็ได้นำตัวกลุ่มจำเลยที่ถูกขังอยู่ในเรือนจำซึ่งวันนี้ศาลได้เบิกตัวมาตั้งแต่ช่วงเช้า ให้พักอยู่ในห้องควบคุมตัวบริเวณชั้น 1 &amp;nbsp;ของศาลฎีกา ซึ่งมีรายงานแจ้งว่า ตั้งแต่เวลา 11.00 น.ทางศาลก็ได้ให้คู่ความทั้งอัยการโจทก์, จำเลย, ทนายความ รวมทั้งกลุ่มญาติจำเลย ทยอยเข้าห้องพิจารณาเพื่อเตรียมรอฟังการอ่านคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ โดยจะเริ่มอ่านคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ ในเวลาประมาณ 12.00 น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะที่บรรยากาศโดยรอบอาคารศาลฎีกาก็ได้มีการจัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและ รปภ.ของศาล กระจายอยู่โดยรอบ ซึ่งได้มีการนำแผงกั้นมาวางยาวตลอดแนวถนนประมาณ 300-400 เมตรฝั่งคลองหลอดด้านหลังศาล เพื่อเป็นพื้นที่ให้สำหรับสื่อมวลชนที่ติดตามมาถ่ายภาพทำข่าว ซึ่งในการฟังคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์คดีการทุจริตระบายข้าวจีทูจีวันนี้ ศาลฎีกาได้กำหนดข้อปฏิบัติสำหรับสื่อมวลชนไว้เข้มงวด โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปยังเข้าไปในบริเวณอาคารศาลและในห้องพิจารณาคดีเพื่อความเรียบร้อย เนื่องจากวันนี้มีจำเลยและผู้ติดตามจำนวนมากในการเข้าฟังคำพิพากษา โดยในส่วนของกลุ่มทนายความ, ญาติจำเลยกับผู้ที่ติดตามที่จะเข้าร่วมฟังคำพิพากษาภายในห้องพิจารณาคดีก็มีข้อปฏิบัติเข้มงวดเช่นกัน ซึ่งมีการตรวจเช็คเครื่องมืออุปกรณ์สื่อสาร รวมทั้งการเช็ครายชื่อกับบุคคลที่ได้ เสนอชื่อมาในการเข้าฟังคำตัดสินวันนี้ โดยการเข้าฟังคำพิพากษานั้นอนุญาตให้เฉพาะคู่ความในคดีและผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การอ่านคำพิพากษาวินิจฉัยชั้นอุทธรณ์ ก็คาดว่าจะใช้เวลานานพอสมควร ซึ่งคาดว่าอาจจะเสร็จสิ้นในเวลาประมาณ 17.00 น. โดยคดีนี้ครั้งแรกที่เคยได้อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเมื่อเดือน ส.ค. 2558 ก็เคยใช้ระยะเวลายาวนานถึง 5 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการอ่านคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ของจีทูจีวันนี้ สืบเนื่องจากที่อัยการโจทก์ และจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต่อกฎหมายใหม่ (ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือกผู้พิพากษาฎีกาและผู้พิพากษาอาวุโสในชั้นฎีกา ที่เคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้าคณะในศาลฎีกาจำนวน 9 คนที่ไม่เคยนั่งพิจารณาคดีจีทูจีมาก่อน มาเป็นองค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ โดยให้ถือว่าคําวินิจฉัยนั้นเป็นคําวินิจฉัยอุทธรณ์ของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ซึ่งองค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์จะเลือกเป็นรายคดี) ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2560 ให้จำคุกตั้งแต่ 4-48 ปีกลุ่มนักการเมืองที่เป็นรัฐมนตรี และข้าราชการระดับสูงกรมการค้าต่างประเทศ รวมทั้งเอกชนกลุ่มนักค้าข้าว ที่ตกเป็นจำเลยรวม 15 ราย คือจำเลยที่ 1,2,4,5,6,7, 8,9,11,12,13,14,15,17,18&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และปรับ 3 ราย คือ บจก.สยามอินดิก้า จำเลยที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านบาท ,&amp;nbsp; บจก.กีธา พร็อพเพอร์ตี้ จำเลยที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;25,000&amp;nbsp;บาท &amp;nbsp;และ น.ส.ธันยพร จันทร์สกุลพร บุตรสาวเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;บาท กับให้ บจก.สยามอินดิก้า-น.ส.ธันยพร ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายกับกระทรวงการคลัง จำนวน&amp;nbsp;1,294,109,764.80&amp;nbsp;บาทด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ให้ บจก.สยามอินดิก้า จำเลยที่ 10&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เสี่ยเปี๋ยง นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าวคนสำคัญ จำเลยที่ 14 และนายนิมล หรือโจ รักดี&amp;nbsp;คนสนิทเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่&amp;nbsp;15 ร่วมกันชดใช้กระทรวงการคลังด้วย 16,912,128,273.66&amp;nbsp;บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ&amp;nbsp;7.5&amp;nbsp;นับแต่วันที่รับมอบข้าวตามสัญญาแต่ละฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยยกฟ้องจำเลยที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสามีของญาตินายอภิชาต และกลุ่มโรงสีกับผู้บริหารโรงสี จำเลยที่ 22 ,&amp;nbsp;23&amp;nbsp;,&amp;nbsp;24&amp;nbsp;,&amp;nbsp;25&amp;nbsp;,&amp;nbsp;26&amp;nbsp;,&amp;nbsp;27&amp;nbsp;,&amp;nbsp;28 รวม 8 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สำหรับ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ จำเลยที่ 3 และนายสุธี เชื่อมไธสง คนสนิทของเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 16 &amp;nbsp;ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราวไปเพราะจำเลยหนีคดี ก็ปรากฏว่าต่อมาเมื่อมี พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (วิ อม.) พ.ศ.2560 ออกมาบังคับใช้ ให้อำนาจศาลฎีกาฯ พิจารณาคดีที่ฟ้องและออกหมายจับจำเลยแล้วได้ใหม่โดยไม่มีตัวจำเลย อัยการสูงสุดจึงได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลนำคดีของทั้งสองพิจารณาใหม่ โดยเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2562 องค์คณะศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาว่าทั้งสองได้ร่วมกระทำผิดด้วย ให้จำคุก พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ จำเลยที่ 3 รวม 4 กระทงเป็นเวลา 72 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงความผิดแล้วให้จำคุกทั้งสิ้น 50 ปี และนายสุธี คนสนิทของนายอภิชาติหรือเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 16 จำคุก 4 กระทงเป็นเวลารวม 32 ปี และให้จำเลยที่ 16 ชดใช้ค่าเสียหายให้กับกระทรวงการคลังด้วยจำนวน 16,912,128,273.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันทำสัญญาด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูข่าวรายงานด้วยว่าสำหรับจำเลยทั้ง 28 คนประกอบด้วย นายภูมิ สาระผลอดีต รมช.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว เป็นจำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;,นายบุญทรง เตริยาภิรมย์&amp;nbsp;อดีต รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุ กก.พิจารณาระบายข้าว จำเลยที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;, พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง วัจนะพุกกะ&amp;nbsp;อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ จำเลยที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;, นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;, นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ จำเลยที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;, นายอัครพงศ์ ช่วยเกลี้ยงหรือทีปวัชระ อดีต ผอ.สำนักการค้าข้าวต่างประเทศ จำเลยที่&amp;nbsp;6 &amp;nbsp;, นายสมคิด เอื้อนสุภา จำเลยที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;, นายรัฐนิธ โสจิระกุล&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;, นายลิตร พอใจ&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;, บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด จำเลยที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;,น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;, น.ส.เรืองวัน เลิศศลารักษ์&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;, น.ส.สุทธิดาหรือสุธิดา ผลดีหรือจันทะเอ&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;, นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าวคนสำคัญ จำเลยที่&amp;nbsp;14 &amp;nbsp;, นายนิมล หรือโจ รักดี&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;15 , นายสุธี เชื่อมไธสง&amp;nbsp;คนสนิทของนายอภิชาติหรือเสี่ยเปี๋ยง&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;16 &amp;nbsp;, นางสุนีย์ จันทร์สกุลพร&amp;nbsp;ญาติเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;, นายกฤษณะ สุระมนต์ จำเลยที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;, นายสมยศ คุณจักร&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;, บริษัท กีธา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัดหรือบริษัท สิราลัย จำกัด&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;, น.ส.ธันยพร จันทร์สกุลพร&amp;nbsp;บุตรสาวเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;, ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีกิจทวียโสธร จำเลยที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;, นายทวี อาจสมรรถ&amp;nbsp;หุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;, บริษัท กิจทวียโสธรไรซ์ จำกัดโดยนายทวี อาจสมรรถ กรรมการ จำเลยที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;, บริษัท เค.เอ็ม.ซี.&amp;nbsp;อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด จำเลยที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;, นายปกรณ์ ลีศิริกุล กรรมการบริษัท จำเลยที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;, บริษัท เจียเม้ง จำกัด&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;และนางประพิศ มานะธัญญา กรรมการบริษัท จำเลยที่&amp;nbsp;28&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยื่นฟ้องในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ จัดการหรือรักษาทรัพย์ ใช้อำนาจโดยทุจริตสร้างความเสียหายแก่รัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.151 ,ม.157&amp;nbsp;ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตสร้างความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;4, 123&amp;nbsp;,123/1&amp;nbsp;และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;4, 9, 10,12&amp;nbsp;พร้อมขอให้ศาลสั่งปรับจำเลย รวม&amp;nbsp;35,274,611,007&amp;nbsp;บาทด้วยซึ่งคิดคำนวณจากมูลค่าครึ่งหนึ่งในสัญญาระบายข้าวกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ล้านตันที่พบว่ามีการกระทำผิดสัญญา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ฉบับ โดย ก.ม.ฮั้วประมูล ม.4&amp;nbsp;กำหนดให้ขอปรับได้ร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;จากมูลค่าตามสัญญา และให้กลุ่มเอกชนและบริษัทนิติบุคคล&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ราย (จำเลยที่ 14-28) ร่วมกันชดใช้ความเสียหายทางแพ่งด้วยประมาณ&amp;nbsp;2.6&amp;nbsp;หมื่นล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45145</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวจีทูจี, คดีจีทูจีข้าว, บุญทรง เตริยาภิรมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190906/image_big_5d723c874866c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
