<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตาม&#039;เมธี&#039;ไร้คำตอบ&#039;แป๊ะ&#039; พิสิฐชัยไม่ผิดวินัยร้ายแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่ถึงขั้นผิดวินัยร้ายแรง อธิบดี DSI เผยผลสอบ &amp;quot;พิสิฐชัย&amp;quot; นำข้อมูลจากสื่อทั่วไปผสมกับจินตนาการส่วนตัวโพสต์เฟซบุ๊กเพราะต้องการให้ศาสนาดีขึ้น ด้าน &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; เผย ผบ.ตร.ยังไม่รายงานการตามตัว &amp;quot;เมธี&amp;quot; ให้ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการสอบสวนนายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษ ดีเอสไอ ว่า จากการสอบถามถึงเหตุจูงใจในการโพสต์เฟซบุ๊กกรณีที่จะมีการจับกุม และดำเนินคดีอาญาเจ้าอาวาสวัดหลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัด พบว่า นายพิสิฐชัยต้องการให้ศาสนาดีขึ้น โดยนำข้อมูลจากสื่อทั่วไปผสมกับจินตนาการส่วนตัว ขณะนี้ทางดีเอสไอได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยทั่วไปแล้ว และจะทราบผลภายใน 30 วัน แต่ยังไม่ถึงขั้นทำผิดวินัยร้ายแรง หากในอนาคตจะมีการเพิ่มโทษเป็นผิดวินัยร้ายแรงหรือไม่นั้น จะต้องดูผลการดำเนินคดีอาญาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อธิบดีดีเอสไอ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้มอบหมายให้นายพิสิฐชัยดูคดีของวัดพระธรรมกายในส่วนของ พ.ร.บ.สงฆ์ พร้อมทั้งยังเคยเป็นชุดเจรจา เนื่องจากนายพิสิฐชัยมีความรู้ทางด้านนี้ และบวชเรียนมาเป็นเวลานาน แต่ไม่ได้ให้นายพิสิฐชัยเข้ามาดูในส่วนของการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ยังได้กำชับถึงแนวทางการปฏิบัติทางด้านให้ข่าวของดีเอสไอกับนายพิสิฐชัย เพราะทางดีเอสไอมีกฎระเบียบในการให้ข่าวชัดเจน ยิ่งเป็นพนักงานสอบสวนจะต้องระมัดระวังการแสดงความคิดเห็นให้มากขึ้น แม้ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ทางประเทศเยอรมนีปฏิเสธส่งตัวอดีตพระพรหมเมธี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยว่า ตนไม่ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่เดินทางไปประเทศฝรั่งเศส จะมีความคืบหน้าเรื่องการติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธีด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาไปดูเรื่องอาวุธปืน และไม่ได้รายงานความคืบหน้าอะไรมาที่ตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรกร พงศ์ธนากุล ประธานเครือข่ายทนายและประชาชนปกป้องพระพุทธศาสนา พร้อมด้วยประชาชนกลุ่มปกป้องพระพุทธศาสนา เดินทางมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อติดต่อขอเยี่ยมผู้ต้องหาคดีทุจริตงบประมาณอุดหนุนโรงเรียนปริยัติธรรมและงบประมาณเผยแผ่ศาสนา ตั้งแต่ปี 2557 เป็นจำนวนเงินรวมกันกว่า 150 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบด้วย นายเอื้อน กลิ่นสาลี หรืออดีตพระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม, นายสมทรง อรรถฤษณ์ หรืออดีตพระอรรถกิจโสภณ เลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร, นายบุญทวี คำมา หรือพระศรีคุณาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ, นายสมจิตร จันทร์ศรี หรืออดีตพระครูสิริวิหารการ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และนายเทอด วงษ์ชอุ่ม หรืออดีตพระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการเข้าเยี่ยมประมาณ 20 นาที นายวรกรได้ให้สัมภาษณ์ว่า การมาเยี่ยมในวันนี้ตั้งใจจะมาสอบถามเพื่อให้การช่วยเหลือในด้านคดีแก่อดีตพระทั้ง 5 คน แต่อดีตพระระบุว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดมีทนายความต่อสู้ในคดีแล้ว คงไม่รบกวนเครือข่ายทนายและประชาชนปกป้องพระพุทธศาสนา อย่างไรก็ตาม จากการที่ได้เข้าไปพูดคุยกับอดีตพระทั้ง 5 ได้ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาตำรวจ รวมถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ยังไม่เคยมีการเรียกผู้ต้องหาทั้งหมดไปสอบสวน มีเพียงการแจ้งข้อกล่าวหาที่กองปราบปรามเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนตัวไม่ขอยืนยันว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เพียงแต่นำข้อมูลที่ได้รับมาให้กระจายต่อให้สังคมได้รับรู้ หากจริงตามที่อดีตพระให้ข้อมูลก็จะถือว่าการทำคดีนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในด้านสุขภาพของอดีตพระทั้ง 5 คนนั้น จากการสังเกตและพูดคุยพบว่า อดีตพระทั้งหมดยังคงมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงดี ไม่มีท่าทีอิดโรย โดยบอกว่า ทางเรือนจำดูแลทั้งหมดเป็นอย่างดี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรกรกล่าวอีกว่า สำหรับการร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิด พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เข้าข่ายผิดมาตรา 157 กรณีที่ ผอ.พศ.มีคำสั่งส่งหนังสือถึงสำนักพุทธศาสนาจังหวัด หรือ พศจ.ทุกจังหวัด ขอข้อมูลด้านการเงินบัญชีวัด รวมถึงอยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับวัดที่พระไม่จับเงิน และนำเข้าบัญชีวัดทันที ซึ่งเป็นหนังสือที่ออกโดยไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ทางเครือข่ายคงจะร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกองบังคับการปราบปรามเพียงแห่งเดียวก่อน ยังไม่มีแผนไปร้องทุกข์กล่าวโทษที่อื่นเพิ่มเติม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11397</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีเอสไอ, บุญทวี คำมา, พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สมจิตร จันทร์ศรี, สมทรง อรรถฤษณ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอื้อน กลิ่นสาลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180614/image_big_5b227ecf61b46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
