<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2019 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2019 10:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จากพายุปาบึก-ร้อนตับแตกทั้งวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลายเป็นหนึ่งในทอล์คออฟเดอะทาวน์ ในทุกช่องทางการสื่อสารสำหรับเรื่องราวอากาศร้อนจัดในช่วงเดือนเมษายน และยาวมาถึงวันนี้ ที่เป็นเดือนพฤษภาคมในปีนี้&amp;nbsp; จนติดท็อปชาร์ตแฮชแทค #แดดเมืองไทย #ขอโทษนะนี่แดดประเทศไทยหรือไออุ่นจากนรก ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพอากาศร้อนจัดที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือที่ร้อนทะลุ 44 องศาเซลเซียส&amp;nbsp; ส่วนภาคกลาง อีสาน และใต้ ก็มีอากาศร้อนไม่แพ้กัน ขณะที่ชาวกรุงเทพมหานครต้องรับมือกับระดับความร้อนที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียสร้อนกว่าปกติ&amp;nbsp; อากาศที่ร้อนระอุ แถมร้อนตลอดทั้งวัน ทำให้มีผู้ป่วยเป็นโรคลมแดดหรือฮีทสโตรกจนเสียชีวิต&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คำถามมากมายว่า ทำไมประเทศไทยร้อนกว่าปกติหรือร้อนเท่าปีก่อนมั้ย นายบุญธรรม ตั้งล้ำเลิศ นักอุตุนิยมวิทยาชำนาญการ กองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งเฝ้าติดตามสภาพอากาศ ภูมิอากาศ พาไปดูลักษณะอากาศของประเทศไทยชัดๆ&amp;nbsp; โดยเปรียบเทียบกับสถิติอุณหภูมิสูงที่สุดในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย ระหว่าง พ.ศ.2494 -2561 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญธรรม ตั้งล้ำเลิศ นักอุตุนิยมวิทยา นักวิชาการกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญธรรม กล่าวว่า จากสถิติอุณหภูมิสุงสุดถ้าดูจากเทรนด์อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นมาตลอด โดยสูงกว่าค่าเฉลี่ย 1-2 องศาเซลเซียส&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปีนี้ภาคเหนือมีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ จ.ลำปาง, ตาก, อุตรดิตถ์ อากาศร้อนมากกว่า 44 องศาเซลเซียส&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเทียบกับเมษายนปี 2559 อุณหภูมิสูงที่สุดที่ จ.แม่ฮ่องสอน อยู่ที่ 44.6 องศาเซลเซียส รองลงมา จ.สุโขทัย อากาศร้อน 44.5 องศาเซลเซียส ฉะนั้น อุณหภูมิสูงสุดปีนี้จึงไม่ได้ทำลายสถิติในอดีต ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์เคยร้อนมาแล้ว&amp;nbsp; ขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อเทียบกับสถิติ พบว่า อุณหภูมิสูงสุดสูงกว่าปีที่แล้ว จ.ปทุมธานีปีที่แล้ว&amp;nbsp; 39 องศาเซลเซียส ปีนี้ทะลุ 41 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ปัญหาสภาพอากาศที่ชัดเจนขึ้นในปีนี้ คือ อดีตกลางวันและกลางคืนอุณหภูมิแตกต่างกันมาก&amp;nbsp; ไม่ได้ร้อนทั้งวัน&amp;nbsp; ไม่เหมือนปัจจุบันที่ลักษณะอากาศมีความร้อนอบอ้าวทั้งวัน ทั้งที่กลางคืนควรจะเย็นลง แต่มันไม่เย็น&amp;nbsp; อุณหภูมิต่ำสุดและสูงสุดใกล้เคียงกัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 30-40 องศาเซลเซียส ทำให้คนรู้สึกถึงอากาศที่ร้อนจัด&amp;nbsp; จากแผนข้อมูลภูมิอากาศ แสดงค่าเฉลี่ยอุณหภูมิต่ำสุดของประเทศไทย 22 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อกาลเวลาผ่านมา กรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ อุณหภูมิต่ำสุดสูงเฉลี่ยถึง 25 - 30&amp;nbsp; องศาเซลเซียส แสดงถึงอุณหภูมิที่สูงขึ้นๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถติอุณหภูมิประเทศไทยในรอบ66ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; อากาศร้อนผิดปกติเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของโลก มีการเปลี่ยนแปลงในหลายรูปแบบ ประชากรของโลกเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp; พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป การสร้างสาธารณูปโภค ถนนหนทาง สิ่งปลูกสร้าง การใช้ชีวิต การใช้พลังงานต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล้วนส่งผลทำให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไปจากอดีต สิ่งแวดล้อมที่ดี มีปัจจัยแทรกแซงทำให้ลดลง ไม่กลับมาเหมือนเดิม การขาดต้นไม้หรือพื้นที่สีเขียว ทำให้เมืองขาดประสิทธิภาพในการกักเก็บก๊าซคาร์บอนมาอยู่ในเนื้อไม้&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้เกิดการสะสมความร้อน เพราะก๊าซเรือนกระจก นอกจากมาจากก๊าซภาคอุตสาหกรรมแล้ว&amp;nbsp; ยังมาจากไอน้ำและก๊าซคาร์บอน ทำให้ชั้นบรรยากาศมีอุณหภูมิสูงขึ้น ฉะนั้น&amp;nbsp; โอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอากาศร้อนจัดกำลังเพิ่มขึ้นทุกขณะ&amp;nbsp; เช่นเดียวกับพฤติกรรมฝนที่เปลี่ยนแปลงไป ปกติฝนตก 1,500 -2,000 มิลลิเมตรต่อปี&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตกเป็นระยะๆ ปัจจุบันตกหนัก ปริมาณฝนมากต่อครั้ง ทำให้การจัดการน้ำทำได้ยากขึ้น ปัจจุบันนี้เรารับผลจากการกระทำในอดีต&amp;nbsp; ถึงลงมือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในปัจจุบัน ก็ไม่ได้หมายความว่า สภาพอากาศที่ดีจะกลับคืนมาใน 5 ปี&amp;nbsp; 10 ปี แต่สิ่งแวดล้อมจะค่อยๆ ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม อุณหภูมิขึ้นแล้ว ขึ้นเลย ไปไม่กลับ ไม่เหมือนวัฏจักรน้ำ ฝน มีขึ้น มีลง&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพความเสียหายจากพายุปาบึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายบุญธรรม กล่าวว่า สภาพอากาศร้อนจัดในประเทศไทย ถ้าร่างกายรับมือกับความอ่อนเพลียจากความร้อนไม่ได้ จะมีอาการโรคลมแดด หรือฮีทสโตรก&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขาดน้ำ ซึ่งต้องได้รับการรักษาโดยด่วน&amp;nbsp; อาจถึงขั้นเสียชีวิต&amp;nbsp; จะต่างกับการเกิดคลื่นความร้อนในยุโรป หรือเขตอบอุ่น ซึ่งอุณหภูมิสูงสุดอยู่ระหว่าง 30-35 องศาเซลเซียส เมื่อคนยุโรปเผชิญปรากฎการณ์คลื่นความร้อน 40 องศาเซลเซียส ระบบร่างกายเปลี่ยนไป รับไม่ไหว เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง ซึ่งประเทศไทยไม่มีผลกระทบเรื่องคลื่นความร้อน&amp;nbsp; เพราะอยู่ในเขตร้อนอยู่แล้ว อุณหภูมิฤดูร้อนอยู่ระหว่าง 35-40 องศาเซลเซลเซียส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพอากาศที่ร้อนจัดไม่ใช่สัญญาณเตือนครั้งแรกจากภาวะเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก&amp;nbsp; นายบุญธรรม กล่าวว่า&amp;nbsp; ปรากฏการณ์พายุโซนร้อนปาบึกที่เกิดขึ้น ในเมื่อเดือนมกราคม 2562&amp;nbsp; ที่ผ่านมา จากปกติที่ฤดูกาลของพายุทางตอนใต้ของไทยมักเกิดขึ้นช่วงปลายปีประมาณเดือนตุลาคม -ธันวาคม&amp;nbsp; ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 60 ปี&amp;nbsp; แสดงถึงฤดูกาลของพายุจะเปลี่ยนแปลงไป&amp;nbsp; ถ้ายังจำกันได้ ปี 2505 พายุโซนร้อนแฮเรียตเข้าถล่มภาคใต้สร้างความเสียหาย&amp;nbsp; 27 ปี ต่อมา หรือพ.ศ.2532 พายุไต้ฝุ่นเกย์เข้าชายฝั่งอ่าวไทย จากนั้นอีก 15 ปี พายุไต้ฝุ่นลินดาเข้าไทยเดือนพฤศจิกายน 2547&amp;nbsp; แสดงให้เห็นว่า การสะสมพลังงานที่ทำให้เกิดพายุในทะเลจีนใต้ หรืออ่าวไทยลดลง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;มาถึงพายุโซนร้อนปาบึก เกิดต้นปี 2562 หรือผ่านมา 15 ปีเหมือนกัน แต่หากมองสถิติย้อนกลับไป 70 ปี&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือน มค. ,ก.พ., มี.ค. ไทยไม่เคยเจอพายุเลย หมายความว่า ภูมิอากาศโลกและจำนวนพายุได้เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม ต้องเฝ้าติดตามพายุหมุนเขตร้อน หากใน 5-10 ปีนี้มีพายุเข้าไทยช่วงมกราคมอีก จะถือได้ว่า ฤดูกาลเปลี่ยนอย่างถาวรแล้ว ไม่ใช่ชั่วคราว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ในแง่การพยากรณ์อากาศ บุญธรรมบอกว่า ขณะนี้ เหตุการณ์สภาพอากาศเปลี่ยนเร็ว การพยากรณ์ยากขึ้น เนื่องจากลักษณะของตัวแปร การใช้พลังงาน การใช้ประโยชน์ในพื้นดิน ปัจจุบันการพยากรณ์ใช้ข้อมูลเบื้องต้นเข้าไปในแบบจำลอง เป็นข้อมูล 5-10 ปีที่แล้ว แต่โลกปัจจุบันมีคนกว่า 60 ล้านคน และจะเพิ่ม 120 ล้านคน ใน 20 ปีข้างหน้า เพราะฉะนั้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องพัฒนาแบบจำลองให้ทันสมัยตลอดเวลา&amp;nbsp; รวมถึงการประเมินผล ต้องอาศัยข้อมูลนำเข้าที่ดีและทันสมัยมากขึ้น ในแผนงานหรือนโยบายพัฒนาประเทศต้องบูรณาการ&amp;nbsp; และคำนึงถึงประเด็นภูมิอากาศมากขึ้น เพราะสภาวะอากาศทั้งพายุหรือสภาพแล้ง มีผลกระทบต่อพืชพรรณที่ปลูก อย่างพายุเข้าใต้ทุก 15 ปี ชาวสวน ชาวประมง ภาครัฐได้มีการเตรียมพร้อมรับมือในอนาคตหรือไม่ จากการพยากรณ์ฤดูฝนปีนี้&amp;nbsp; ฝนจะมาเร็ว และเกรงว่าฝนจะทิ้งช่วง นับเป็นเรื่องน่ากลัว เกษตรกรต้องเตรียมพร้อม ใช้น้ำท่ากับน้ำเขื่อนให้สมดุลกัน อดีตฝนตกต้องตามฤดูกาล จัดการง่าย เพราะมีความต่อเนื่อง&amp;nbsp; แต่ปัจจุบันฝนสาดเข้ามาทีเดียว แล้วหยุด บริหารน้ำยาก นอกเขตชลประทานควรปลูกพืชใช้น้ำน้อย ลดความเสียหาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถิติการเกิดพายุในรอบ70ปีของไทย และเป็นครั้งแรกที่เกิดพายุ อันหมายถึง&amp;quot;พายุปาบึก&amp;quot;ในช่วงต้นปีนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กลุ่มผู้ใช้น้ำจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาวะโลกร้อน การวางแผนรับมือน้ำมาก 5 ปี น้ำน้อย 5 ปี&amp;nbsp; สำคัญ หลายกลุ่มปรับตัวอย่างเกษตรกรอินทรีย์ที่จันทบุรีและตราดมีความรู้เรื่องการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่า น่าห่วงภาคประชาชนปลูกพืชตามกระแส เช่นเดียวกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่้ภาคเหนือ ห้ามเผาแต่ก็ยังเผาเตรียมที่ทางทำไร่&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้กรมอุตุฯ จะประกาศเตือน รณรงค์ พร้อมให้คำแนะนำ แต่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม&amp;nbsp; ก็ยังต้องให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชน ซึ่งอยากให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุฯ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องที่ได้รับมอบหมายหลัก &amp;quot;นักอุตุนิยมวิทยากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกบทบาทนอกจากนักอุตุนิยมวิทยาแล้ว บุญธรรม ยังสวมหมวกนักวิจัยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ขณะนี้เตรียมจะเสนอโครงการการใช้ข้อมูลเส้นทางพายุในการบริหารจัดการพื้นที่ เสนอขอรับทุนต่อ สกว.&amp;nbsp; แก่นสำคัญ คือ หากมีพายุเข้าภาคใต้&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ใดต้องเฝ้าระวังคลื่นพายุซัดฝั่ง หรือ Storm surge&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยแบ่งเป็นพายุโซนร้อน พายุดีเปรสชั่น พายุไต้ฝุ่น มีทุกเคส ระดับอ่อน ปานกลาง และแรง โครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดการภัยพิบัติ โดยเฉพาะกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)&amp;nbsp; หากโครงการได้รับทุน ใช้เวลา 2-3 ปี ก็สามารถส่งมอบรูปแบบการบริหารจัดการพื้นที่ให้ได้ ในประเทศที่เจริญแล้วรัฐบาลจัดเตรียมแผนเหล่านี้ไว้หมด ลดความสูญเสีย ซึ่งข้อมูลจากโครงการวิจัยที่จะทำ สามารถปรับใช้ในพื้นที่ภาคเหนือและอีสานได้ด้วย แต่เริ่มนำร่องภาคใต้ก่อน เพราะเผชิญทั้งวาตภัยและสตอร์ม เซิร์จ ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพแสดงอุณหภูมิประเทศไทยที่ร้อนจัดตั้งแต่วันที่ 1 -30 .เมษายน 2562 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35624</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุญธรรม ตั้งล้ำเลิศ นักอุตุนิยมวิทยาชำนาญการ, พายะปาบึก, ภาวะโลกร้อน, อากาศร้อนจัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190512/image_big_5cd78c845ae1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2019 23:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2019 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ปาบึก’ พายุโซนร้อนเกิดขึ้นครั้งแรกในรอบ 67ปี สัญญาณเตือน  &#039;ฤดูกาลเปลี่ยน-โลกปรับตัว&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปกติฤดูกาลพายุทางตอนใต้ของไทยมักเกิดปลายปี (จากสถิติที่แสดง) แต่&amp;#39;ปาบึก&amp;#39;เกิดขึ้นมกราคม 62 สะท้อนฤดูกาลเปลี่ยน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้สถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึกจะคลี่คลายและกลับเข้าสู่สภาวะปกติ คลื่นลมสงบ เรือประมงทั้งเล็กและใหญ่ออกทะเลทำการประมงได้ตามปกติ ประชาชนกลับไปอยู่อาศัยในบ้านพัก แต่พิษปาบึกที่มีความรุนแรงยังทิ้งร่องรอยความเสียหายในพื้นที่ 23 จังหวัด ที่พายุได้พัดผ่าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจังหวัดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช จ.นราธิวาส และ จ.ชุมพร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปรากฏการณ์พายุโซนร้อนปาบึกที่เกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2562 จากปกติที่ฤดูกาลของพายุทางตอนใต้ของไทยมักเกิดขึ้นช่วงปลายปี ประมาณตุลาคม-ธันวาคม ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบ 60 ปี ซึ่งทำให้นักอุตุนิยมวิทยา นักวิจัยด้านภูมิอากาศตั้งข้อสังเกตว่า หรือฤดูกาลของพายุเปลี่ยนไป!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ความรุนแรงของพายุโซนร้อนปาบึก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายบุญธรรม ตั้งล้ำเลิศ นักอุตุนิยมวิทยาชำนาญการ กองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า จากสถิติพายุหมุนเขตร้อนที่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยคาบ 67 ปี (พ.ศ.2494-พ.ศ.2560) เฉลี่ยเกิดขึ้น 2-3 ลูกต่อปี แต่พายุโซนร้อนที่เกิดขึ้นในเดือนมกราคม เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2494&amp;nbsp; และเคยเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อเดือนเมษายน ปี 2504&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเดือนพฤษภาคม เกิดพายุครั้งเดียว ในปี 2550&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นเดือนมิถุนายน-ธันวาคม เป็นฤดูกาลพายุปกติทางตอนใต้ของไทย พายุโซนร้อนปาบึกจึงเป็นพายุโซนร้อนที่เกิดขึ้นครั้งแรกในรอบ 68 ปี แต่พฤติกรรมของพายุตัวนี้คล้ายพายุในฤดูกาลปกติ ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้น แต่มีปัจจัยที่ก่อให้เกิดพายุตัวนี้ได้ มาจากทั้งอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่มีค่าสูงกว่า 26 องศาเซลเซียส ส่งผ่านความร้อนก่อให้เกิดความกดอากาศต่ำและกลายเป็นพายุในที่สุด นอกจากนั้น ยังมีความชื้นที่เสริมความรุนแรงของพายุ อีกทั้งปัจจัยเรื่องลม ที่ช่วยเสริมซึ่งกันและกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับพายุปาบึกที่ส่งผลกระทบกับไทย นายบุญธรรมกล่าวว่า มีความใกล้เคียงพายุโซนร้อนแฮเรียต แต่รุนแรงน้อยกว่า แฮเรียตความเร็วลมสูงสุดใกล้จุดศูนย์กลางต่ำกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่พายุปาบึก 60-70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อให้เกิดพายุฝนตกหนักจนน้ำเอ่อขึ้นมาบนฝั่ง แต่ไม่พัดข้ามแหลมตะลุมพุก ส่วนแฮเรียตน้ำกวาดจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง เสียหายรุนแรงกว่า ขณะที่พายุไต้ฝุ่นเกย์ความเร็วลมเกินกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีกำลังแรงมาก ฝนตกหนักมาก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ลักษณะภูมิอากาศตั้งแต่ปี 2560-2561 เกิดความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะปี 2561 ฤดูฝนเลื่อนมา 15 วัน&amp;nbsp; ฤดูหนาวมาช้ากว่าปกติ นี่คือข้อบ่งชี้เกิดการเลื่อนของฤดูกาล ภูมิอากาศโลกของเราขยับค่าสถิติจากเดิม 2 สัปดาห์&amp;nbsp; สำหรับประเทศไทยเดือนมกราคมนี้ยังไม่หมดพายุ จากนี้ไปยังต้องติดตามและประเมินผลพยากรณ์อากาศระยะยาว&amp;nbsp; อีกตัวอย่างที่สะท้อนการเลื่อนฤดูกาลชัดเจนคือ วันที่ 20-25 มกราคมนี้ พายุจะเข้าทางตอนเหนือของฟิลิปปินส์ ไม่ลงทะเลจีนใต้ จากแบบจำลอง ณ วันนี้ (11 ม.ค.62 ) ไม่มีผลกระทบต่อไทย แต่เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ควรเกิด จากปกติที่ฤดูกาลพายุของฟิลิปปินส์จะเกิดมิถุนายน นี่เกิดก่อนถึง 4 เดือน การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แต่เห็นชัดในปี 61 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะเอเชียแปซิฟิก เปลี่ยนแปลงมาก&amp;quot; นายบุญธรรมให้ภาพสิ่งที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากถอดบทเรียนจากพายุปาบึกตั้งแต่การก่อตัวของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณเกาะบอร์เนียวในทะเลจีนใต้ตอนล่าง ในวันที่ 31 ธ.ค.2561 จนพายุโซนร้อนปาบึกอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับ และเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลอันดามันในวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักอุตุนิยมวิทยาชำนาญการย้ำว่า ลักษณะพายุนอกฤดูกาลเกิดขึ้นได้ ไม่ควรมองเฉพาะฤดูกาลปกติ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่เฉพาะกรมอุตุนิยมวิทยา ต้องเฝ้ามองเส้นทางพายุปี 63, 64, 65 การทำงานพยากรณ์ ค่าสถิติภูมิอากาศต้องเข้มข้นมากขึ้น ทุกหน่วยงานต้องร่วมกลั่นกรอง วิเคราะห์ข้อมูลกระแสลมเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิโลกเปลี่ยนแปลง เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรในภูมิภาคนี้ เพื่อช่วยในการปรับปรุงการคาดการณ์พายุหมุนเขตร้อน และการเตรียมรับมือและเตือนภัยอย่างทันท่วงที ซึ่งการคาดการณ์พายุยากขึ้นเรื่อยๆ เราต้องพึ่งพาตนเองให้ได้ โดยขณะนี้ทางกรมอุตุนิยมวิทยาเร่งสรุปเหตุการณ์ มีการประชุมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร อีกบทเรียนจากปาบึกคือ การให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชนเรื่องการรับข้อมูลข่าวสาร ช่วงปรากฏการณ์ปาบึกมีข่าวลือเกินจริงแพร่กระจาย ทั้งความเร็วลมของพายุ ความสูงของคลื่น ระดับน้ำที่ท่วมพื้นที่ ซึ่งอยากให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุฯ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องที่ได้รับมอบหมายเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;บ้านเรือนราษฎรริมชายฝั่งเสียหายจากพิษปาบึก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โลกร้อนส่งสัญญาณทั่วโลก และเป็นปัจจัยเร่งการพัฒนาตัวของพายุ นายบุญธรรมกล่าวว่า อุณหภูมิโลกที่ร้อนขึ้น อุณหภูมิน้ำทะเลอุ่นขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ฝนตกหนักน้ำท่วมทะเลทรายซาอุดีอาระเบีย พายุหิมะถล่มหลายประเทศ ฤดูร้อนในต่างประเทศเกิดคลื่นความร้อนถี่ขึ้น เดิมฮีโร่ ลานีญา เกิดขึ้น 3-5 ปีครั้ง แต่ปัจจุบันเกิดปีเว้นปีเลยทีเดียว สภาพภูมิอากาศไม่เหมือนอดีต แสดงถึงโลกกำลังปรับตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ความผันแปรและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเชื่อมโยงกันหมด ไม่เฉพาะปาบึกถล่ม แม้แต่ปัญหาฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานในกรุงเทพมหานครตั้งแต่ปลายปี และลากนานถึงขณะนี้ เป็นผลจากกำลังลมที่เปลี่ยนแปลงไป ปกติฤดูกาลนี้ในกรุงเทพฯ ลมจะแรง ลมเหนือจะพัดพาฝุ่นไปทางใต้หรือทะเล แต่เวลานี้พัดไม่ไป สภาพอากาศนิ่ง ทำให้ฝุ่นละอองสะสม กลุ่มฝุ่นจากภาคเหนือ อีสาน ก็มากองที่ กทม. คุณภาพอากาศแบบนี้อันตรายต่อสุขภาพของประชาชน นี่คือความผิดปกติ ทุกอย่างเปลี่ยนไปไม่เหมือน 20 -50 ปีที่ผ่านมาแล้ว&amp;quot; นายบุญธรรม สะท้อนปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับบทบาทนักวิจัยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) นายบุญธรรมกล่าวว่า มีโครงการชื่อ &amp;quot;การพัฒนาและใช้ประโยชน์การพยากรณ์คลื่นในทะเล คลื่นชายฝั่ง และเส้นทางพายุสำหรับประเทศไทย&amp;quot; (Development and Implementation of Ocean Wave, Coastal Wave, and storm Path Predictions for Thailand) เสนอต่อ สกว. ฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ แก่นสำคัญคือการพยากรณ์คลื่นและการพยากรณ์เส้นทางพายุ โมเดลจากโครงการนี้พยากรณ์เส้นทางพายุ จับตั้งแต่หย่อมความกดอากาศที่มีศักยภาพเกิดพายุรุนแรงได้ เพราะแม้แค่หย่อมความกดอากาศต่ำส่งผลให้น้ำท่วมฉับพลันได้ อย่างปี 61 พายุถล่มสกลนคร พายุเข้าแล้ว ถอยกลับมาอีก โมเดลนี้พยากรณ์ได้ ก็ส่งข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้กรมอุตุฯ ประกอบตัดสินใจออกคำเตือน สมมติว่าพายุเข้าทุกเดือน โมเดลที่ตนพัฒนาขึ้นจะสนับสนุนงานพยากรณ์ของประเทศไทย นอกจากนี้ ตนก็เดินหน้าศึกษาค้นคว้าเทคนิคเพื่อปรับปรุงการพยากรณ์อากาศให้ทันสมัยตลอดเวลา ซึ่งในวันที่ 17 มกราคมนี้ ในฐานะนักวิจัย สกว. จะถอดบทเรียนปาบึกและนำเสนอโครงการเกี่ยวกับการพยากรณ์ต่างๆ ต่อ สกว. เพื่อเป็นประโยชน์ต่อไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม สังคมไทยยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับพายุ ซึ่งเป็นเรื่องน่ากังวล และเพื่อให้ประชาชนปลอดภัยจากพายุต้องสร้างความตระหนักในการเตรียมพร้อมรับมืออย่างเหมาะสม โดยเฉพาะท้องถิ่น นายบุญธรรมกล่าวในท้ายว่า กรณีปาบึก มีชาวสุราษฎร์ธานีโทรเข้าสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 เมื่อเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่า พายุจะขึ้นฝั่งที่นครศรีธรรมราช ก็บอกว่าโล่งใจ ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด คิดว่าปลอดภัยแล้ว ไม่มีผลกระทบ ซึ่งข้อเท็จจริงชุมพร สุราษฎร์ธานี ฝนตกหนักมาก และปัจจุบันปริมาณฝนตกเพียง 20 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ไม่ต้องหนักถึง 50-100 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ก็ท่วมแล้ว เพราะผังเมืองไม่รองรับการระบายน้ำ มีสิ่งปลูกสร้างขวางทางน้ำ ตลอดจนการใช้ประโยชน์ที่ดินเปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม ท้องถิ่นจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างความรู้ความเข้าใจชุมชนและชาวบ้าน เพราะคำว่าเส้นทางพายุ ไม่รุนแรงแค่พื้นที่จุดศูนย์กลางพายุ แต่รวมน้ำท่วม คลื่นลมแรง ภัยพิบัติ วาตภัย สตอร์มเซิร์จ ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินประชาชนได้.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26420</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, การพัฒนาและใช้ประโยชน์การพยากรณ์คลื่นในทะเล คลื่นชายฝั่ง และเส้นทางพายุสำหรับประเทศไทย, การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, ถอดบทเรียนปาบึก, บุญธรรม ตั้งล้ำเลิศ นักอุตุนิยมวิทยาชำนาญการ, พายุโซนร้อนปาบึก, ฤดูกาลเลื่อน, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, เส้นทางพายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190111/image_big_5c388f193eb19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
