<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2019 13:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2019 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;บุญรักษ์&quot;สั่งการรร.เลี่ยงจัดกิจกรรมวันสอบGAT/PAT พร้อมเปิดศูนย์รับร้องเรียนช่วยนร.ได้รับผลกระทบเลื่อนสอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศวันเลือกตั้งคือวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ.2562 &amp;nbsp;ทำให้ทางทางกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)ตัดสินใจ กลับไปใช้วันทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และการทดสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ (PAT) ตามกำหนดการเดิม คือ วันที่ 23-26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562 นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ในส่วนสนามสอบที่เป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตนได้สั่งการไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทุกแห่งแล้ว ให้แจ้งไปยังโรงเรียนที่เป็นสนามสอบดำเนินการการหลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมอื่นๆ ในวันและเวลาดังกล่าว เนื่องจากงานราชการและนโยบายของรัฐบาลต้องมาก่อน อีกทั้ง สพฐ. ยังได้เปิดศูนย์รับเรื่องราว เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากการเลื่อนสอบ และมอบให้ สพท. รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากการเลื่อนสอบดังกล่าว อย่างในกรณีที่มีการจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า เรื่องนี้ทาง สพท. ได้ประสานมายัง สพฐ.ให้ออกหนังสือรับรองเหตุผลความจำเป็นในการเลื่อนวันเดินทาง เพื่อที่ทางสายการบินจะไม่คิดค่าธรรมเนียมในการเลื่อนวันเดิน และกรณีที่นักเรียนบางกลุ่มติดเรียนวิชารักษาดินแดน (ร.ด.) จำนวนหนึ่ง ทาง สพฐ.ก็จะทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังหน่วยบัญชาการรักษารักษาดินแดน ทั้งนี้สำหรับในเรื่องการจองที่พักของนักเรียนที่จะต้องเลื่อนตามวันสอบ GAT/PAT นั้น ทาง สพท.ก็ได้ประสานไปยังโรงแรมในพื้นที่แล้วก็พบว่าไม่มีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม จากนี้ผมจะนำข้อมูลที่ได้รับการร้องเรียนทั้งหมด มาสรุปอย่างเป็นทางการ ว่ามีประเด็นใดย้างที่เป็นปัญหาอุปสรรคและ สพฐ.ดำเนินการแก้ไขอย่างไร ซึ่งผมคิดว่าเรื่องทั้งหมดจะไม่ได้เป็นการอุปสรรคต่อการสอบ GAT/PAT ในครั้งนี้&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27772</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., บุญรักษ์ ยอดเพ็ชร, เตรียมการสอบGAT/PAT, เลื่อนสอบGAT/PATหนีเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190129/image_big_5c4ff405d533e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2018 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล็งนำหลักสูตรคณิตศาสตร์เซี่ยงไฮ้มาเป็นต้นแบบ/เผยอังกฤษยังนำไปใช้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สพฐ. เล็งศึกษาหลักสูตรคณิตของเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนมาเป็นต้นแบบ การเรียนการสอนคณิตศาสตร์ไทย&amp;nbsp; เผยแม้แต่ประเทศอังกฤษยังนำไปใช้ด้วย เพราะสอนลงลึกให้เด็กเขียนโปรแกรมได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่ระดับขั้นพื้นฐานอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ว่า การปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไม่จำเป็นต้องเป็นการรื้อปรับใหญ่ทั้งหมด เพราะตัวหลักสูตรมีความยืดหยุ่นในการทำงานอยู่แล้ว อีกทั้งตนยังได้พูดไว้ในหลายเวทีด้วยว่า การหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานแต่ละสถานศึกษาสามารถปรับเองได้ตามความต้องการและบริบทของแต่ละพื้นที่ เพราะจะมีเพียงบางรายวิชาที่เป็นวิชาบังคับที่กำหนดให้ต้องเรียน และก็จะมีบางรายวิชาที่สถานศึกษาสามารถบริหารจัดการหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานได้เอง ซึ่งสถานศึกษาไหนมีความต้องการที่จะเตรียมเด็กและผลิตเด็กให้เป็นอย่างไร อยู่ที่สถานศึกษาเป็นผู้กำหนดและปรับเปลี่ยนการจัดการเรียนการสอนเองได้อยู่แล้ว เช่น การจัดทำโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา ที่โรงเรียนสามารถบริหารจัดการเองได้ว่าจะจัดการศึกษาในรูปแบบไหนอย่างไรให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ของตัวเอง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แต่สำหรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานก็คือ วิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์&amp;nbsp; เช่น การเรียนวิชาคณิตศาสตร์&amp;nbsp; นายบุญรักษ์ กล่าวว่า จะต้องมีการปรับปรุงอย่างแน่นอน&amp;nbsp; โดยอาจจะต้องเรียนให้ลงลึกไปถึงการเรียนการสอนสำหรับการเขียนโปรแกรมให้ได้&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่ใช่เป็นการเรียนคณิตศาสตร์แบบพื้นฐานอีกต่อไป รวมถึงการเรียนในรูปแบบสะเต็มศึกษา ขณะเดียวกัน สพฐ.จะมีการเทียบหนังสือเรียนวิชาคณิตศาสตร์กับทั่วโลกด้วยว่า การเรียนวิชาคณิตศาสตร์ในระดับประถมศึกษา และประเทศอื่นสอนคณิตศาสตร์ระบบนี้ในรูปแบบไหน ซึ่มได้รับทราบข้อมูลว่ามีหลักสูตรคณิตศาสตร์ที่ดีมากของเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และพบว่าประเทศอังกฤษก็นำหลักสูตรคณิตศาสตร์ของเซี่ยงไฮ้มาใช้ด้วย เพราะเด็กที่เรียนคณิตศาสตร์ในชั้น ม.1 กลับเรียนเนื้อหาคณิตศาสตร์ของชั้น ม.3&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นในเร็วๆนี้ผมจะส่งทีมงานไปศึกษาหลักสูตรคณิตศาสตร์ของเซี่ยงไฮ้ เพื่อดูว่าเราจะถอดบทเรียนและนำรูปแบบของเซี่ยงไฮ้มาใช้ได้อย่างไรบ้าง&amp;quot;นายบุญรักษ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13053</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., บุญรักษ์ ยอดเพ็ชร, หลักสูตรคณิตศาสตร์, ไทยนำหลักสูตรคณิตศาสตร์เซี่ยงไฮ้ต้นแบบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3df3105d991.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 18:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กลุ่มใกล้เกษียณเตรียมเฮ มีสิทธิ์ได้พิจารณาเลื่อนวิทยฐานะเป็นกรณีพิเศษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25มิ.ย.61-นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มีมติได้จะรับทบทวนการเสนอขอวิทยฐานะตาม ว13 ที่มีผู้ได้รับผลกระทบร้องเรียน เป็นรายกรณี โดยให้ผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณามีหนังสือขอทบทวนพร้อมเหตุผลผ่านต้นสังกัดนั้น ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาในกรณีดังกล่าวแล้ว ซึ่งกรรมการส่วนหนึ่งจะมาจากคณะทำงานที่พิจารณาผู้ที่ผ่านหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประสพผลสำเร็จ เป็นที่ประจักษ์ที่มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญทุกตำแหน่ง และจะมีกรรมการที่มาจาก ก.ค.ศ.ด้วย โดยคณะกรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองผู้ที่ส่งคำขอทบทวนก่อนที่จะเสนอให้คณะกรรมการ ก.ค.ศ.พิจารณาอีกครั้ง นอกจากนี้ตนยังได้มอบนโยบายให้คณะกรรมการชุดดังกล่าวเร่งพิจารณากลุ่มผู้ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือนตุลาคม 2561 นี้เป็นพิเศษด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กลุ่มผู้ที่ต้องการขอทบทวนไม่ได้มีความต้องการ เรียกร้องให้มีการพิจารณาที่ผิดไปจากหลักเกณฑ์เดิม และไม่ต้องการการพิจารณาเป็นพิเศษ แต่ขอให้พิจารณาข้อมูลที่เสนอมาให้ดีเท่านั้น เพราะไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดทางดุลพินิจ แต่หากกรรมการทบทวนแล้วมองว่าไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่จะต้องรับวิทยฐานะ ก็ขอให้ชี้แจงกลับมาเพื่อที่จะสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12081</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., คนใกล้เกษียณได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ, ทบทวนวิทยฐานะ, บุญรักษ์ ยอดเพ็ชร, พิจารณาวิทยฐานะ, ว.13</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180125/image_big_5a69ca18294c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2018 19:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2018 19:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สพฐ.เครื่องติดเร่งแก้ไขข้อห่วงใยของนายกฯทั้งการบ้าน-การออกข้อสอบอัตนัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19มิ.ย.-สพฐ.ขมีขมันดำเนินการตามข้อห่วงใยของนายกฯด้านการศึกษา ทั้งการให้การบ้าน และข้อสอบอัตนัย ของนายกฯ นัดประชุมผู้บริหาร &amp;nbsp;ผอ.เขตพื้นที่ ผู้เกี่ยวข้อง รายงานความคืบหน้าอย่างเป็นทางการ 24 มิ.ย.นี้ &amp;nbsp;&amp;quot;บุญรักษ์&amp;quot; ยอมรับบางประเด็นเป็นเรื่องใหม่ สพฐ.ยังไม่เคยทำมาก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญรักษ์ &amp;nbsp;ยอดเพชร &amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เร่งดำเนินการรายงานผลการปฏิรูปการศึกษา ว่า สพฐ.ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกฯ อย่างต่อเนื่องแต่อาจขาดการรายงานที่เป็นหนังสือ แต่ในขณะเดียวกันก็ยอมรับข้อห่วงใยของนายกฯ ในบางประเด็นก็เป็นเรื่องใหม่ที่ทาง สพฐ.ยังไม่ได้ดำเนินการ และเมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้รายงานถึงความคืบหน้าผลการปฏิรูปการศึกษาในประเด็นต่างๆ เช่น การลดการบ้านนักเรียน การออกข้อสอบแบบอัตนัย การป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริต &amp;nbsp;และ การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา ให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบแล้ว &amp;nbsp;นอกจากนี้ในวันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน นี้จะมีการประชุมถึงแผนการดำเนินการในเรื่องในดังกล่าวพร้อมกำหนดตัวชี้วัดให้ประสบความสำเร็จร่วมกับ ที่เชี่ยวชาญ ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผู้อำนวยเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ และ ผู้ที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมจะมอบให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบในแต่ละเรื่องที่นายกรัฐมนตรีสั่งการ เราทำอย่างไร ภาพรวมในการดำเนินการทำอย่างไร ปัญหาและอุปสรรค์ที่เกิดขึ้นเราแก้ไขปัญหากันอย่างไร ที่ผ่านเกิดอะไรขึ้นถึงยังไม่ประสบความสำเร็จ &amp;nbsp;และแผนงานในการดำเนินการในระยะต่อไปเราจะทำอย่างไร ฉะนั้นในวันอาทิตย์นี้ ผู้ที่รับผิดชอบจะรายงานให้ทุกคนได้รับทราบและปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน&amp;quot;นายบุญรักษ์กล่าว
เลขาฯสพฐ.กล่าวอีกว่านอกจากนี้ &amp;nbsp;ยังให้ผู้เข้าร่วมประชุมที่นอกจากจะมีผู้บริหาร สพฐ.แล้วยังมีผู้บริหารสถานศึกษาขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ และการศึกษาพิเศษเข้าร่วมประชุม ได้แสดงความคิดเห็นเพื่อจะให้การดำเนินงานนั้นประสบความสำเร็จดังข้อห่วงใยของนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11682</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., การทำการบ้าน-ข้อสอบอัตนัย, ข้อห่วงใยนายกตู่ด้านการศึกษา, บุญรักษ์ ยอดเพ็ชร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180125/image_big_5a69ca18294c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2018 18:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 06:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เผยชื่อ40โรงเรียนร่วมพัฒนาล็อตแรก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เผย ชื่อ 40 โรงเรียนร่วมพัฒนา &amp;ldquo;มีชัย&amp;rdquo; เชื่อ ต่อไป โรงเรียนจะไม่บริหารเอง ชุมชนจะต้องเข้ามาร่วมดูแลด้วย และพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของทุกคนในชุมชน &amp;nbsp;อีกทั้งจะต้องทำให้ผู้ปกครองและคนในชุมชนหายจากความยากจน แย้ม นายกฯ อยากขยายให้ครอบคลุมทุกจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้โครงการนวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษารูปแบบโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) ได้เปิดเผยรายชื่อโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการนี้ จำนวน 40 โรง ได้แก่ รร.วัดปลักไม้ลาย จ.นครปฐม &amp;nbsp; รร.ชุมชนบ้านสี่แยก จ.นครศรีธรรมราช รร.บ้านหนองเงือก จ.ลำพูน รร.อนุบาลเต่างอย จ.สกลนคร รร.อนุบาลดงมหาวัน จ.เชียงราย รร.วัดนาคู (จันทศึกษาคาร) จ.พระนครศรีอยุธยา รร.ธงชัยเหนือวิทยา (โคกศิลา) จ.นครราชสีมา รร.นกรับใหญ่ว่องกุศลกิจพิทยาคม จ.ราชบุรี รร.บ้านหนองไผ่ดุสิตประชาสรรค์ จ.ขอนแก่น วิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น วิทยาเขตหนองเรือ จ.ขอนแก่น รร.บ้านภูดิน (มิตรผลอุปถัมภ์) จ.ชัยภูมิ รร.สมสะอาดพิทยาสรรพ์ จ.กาฬสินธุ์ รร.วัดบางกอบัว จ.สมุทรปราการ รร.วัดถนนกระเพรา จ.ระยอง รร.บ้านประดู่เฒ่า จ.สุโขทัย รร.ผดุงวิทยา จ.พิษณุโลก รร.บ้านบึงทับแรด จ.กำแพงเพชร วิทยาลัยการอาชีพคำม่วง จ.กาฬสินธุ์ รร.อนุบาลแคนดง จ.บุรีรัมย์ รร.บ้านโคกขามโนนสมบูรณ์ จ.บุรีรัมย์ รร.อนุบาลลืออำนาจ (ชุมชนเปือยหัวดง) จ.อำนาจเจริญ รร.เชียงกลาง (ประชาพัฒนา) จ.น่าน รร.วัดกระทุ่ม (โสมประชาสรรค์) จ.ฉะเชิงเทรา รร.แก้วเสด็จพิทยาคม จ.กาฬสินธุ์ รร.บ้านท่าตูม จ.ปราจีนบุรี รร.ท่าฉางวิทยาคาร จ.สุราษฎร์ธานี รร.อนุบาบเกาะคา จ.ลำปาง รร.วัดจุฬามณี (ชุณหะจันทนประชาสรรค์) จ.พระนครศรีอยุธยา รร.อนุบาลปัตตานี จ.ปัตตานี รร.เบญจมราชูทิศ จ.ปัตตานี รร.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท โรงเรียนสาธิตชุมชนการเรียนรู้สมเด็จย่า วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย มศว แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ รร.บ้านห้วยไร่สามัคคี จ.เชียงราย รร.บ้านแม่วะหลวง จ.ตาก รร.บ้านสันป่าไร่ จ.ตาก รร.บ่อเกลือ จ.น่าน รร.ชุมชนโพนงานโพนสวาง จ.มหาสารคาม รร.ร่องคำหงส์ทองวิทยา จ.ร้อยเอ็ด และ รร.โนนสะอาดพิทยา จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;ซึ่งโครงการนี้จะทำให้ภาคเอกชนได้มีส่วนร่วมกับโรงเรียนมากขึ้น โดยจะมีตัวแทนจากภาคเอกชนเข้าไปนั่งเป็นคณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียน ซึ่งจะมีบทบาทในเรื่องของการปรับปรุงหลักสูตร การจัดทำงบประมาณ การจัดทำแผนปฏิบัติการ เป็นต้น ทั้งนี้จะเริ่มดำเนินการทันทีในภาคเรียนที่ 1/2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายมีชัย วีระไวทยะ กรรมการพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการศึกษาในรูปแบบโรงเรียนร่วมพัฒนา กล่าวว่า &amp;nbsp;สิ่งสำคัญของการเป็นโรงเรียนร่วมพัฒนา หรือ Partnership School นั้น ผู้อำนวยการโรงเรียนจะต้องเป็นผู้นำและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงว่าการดำเนินโครงการนี้มีดีอย่างไร จากนั้นให้แจ้งรายละเอียดความต้องการที่จะเข้าโครงการฯมาที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หรือแจ้งกับภาคเอกชนที่จะเข้ามาสนับสนุน &amp;nbsp;ซึ่งเราได้สร้างแบบสำรวจข้อมูลการบริหารจัดการสถานศึกษาในรูปแบบดังกล่าว &amp;nbsp;เช่น ความเป็นผู้นำของผู้บริหารโรงเรียน การมีส่วนร่วมของครู ความพร้อมด้านบุคลากร ชุมชนให้ความสำคัญกับการศึกษา เป็นต้น &amp;nbsp;ซึ่งเท่ากับว่าต้องเกิดจากความพร้อมของชุมชน ผู้บริหารโรงเรียน &amp;nbsp;เพราะต่อไปนี้โรงเรียนจะไม่บริหารเองเพียงอย่างเดียวแต่ชุมชนจะต้องเข้ามาร่วมดูแลด้วย ซึ่งการเป็นโรงเรียนร่วมพัฒนานั้นโรงเรียนแห่งนี้จะต้องเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของทุกคนในชุมชนไม่ใช่โรงเรียนที่บริหารงานแบบเดิมๆอีกต่อไป &amp;nbsp;อีกทั้งจะต้องทำให้ผู้ปกครองและคนในชุมชนหายจากความยากจนรวมถึงจะต้องเป็นแหล่งกู้ชาติสำหรับอนาคต ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีอยากขยายให้โครงการนี้ครอบคลุมทุกจังหวัดอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8182</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., partnership School, บุญรักษ์ ยอดเพ็ชร, โรงเรียนร่วมพัฒนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180125/image_big_5a69ca18294c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้ง10ข้าราชการฉาวเข้ากรุสพฐ.&quot;บุญรักษ์&quot;ชี้ถือว่าถูกลงโทษรุนแรง โดนตัดเงินเดือน     </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้รับรายงานจากนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) เกี่ยวกับการดำเนินการให้ข้าราชการ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ออกจากราชการไว้ก่อนตามมาตรการป้องกันและปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งมีข้าราชการ สพฐ.ถูกดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวทั้งหมด 10 ราย โดยในจำนวนนี้ก็มีทั้งให้ออกจากราชการไว้ก่อนกับให้ย้ายออกจากหน่วยงานเดิม &amp;nbsp;สำหรับการให้ออกจากราชการไว้ก่อนนั้น สพฐ.มีการสืบข้อเท็จจริงมาแล้วว่ามีมูลความผิดชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายบุญรักษ์ กล่าวว่า ตามมาตรการดังกล่าวในส่วนของ สพฐ.จะมีการดำเนินการใน 2 ส่วน คือ &amp;nbsp;1.การดำเนินการของสพฐ.ส่วนกลาง และ การแจ้งมาตรการดังกล่าวให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ร่วมกับ ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) &amp;nbsp;ดำเนินการตามในเขตพื้นที่ของตัวเองในแต่ละจังหวัดที่มีคดีและตั้งคณะกรรมการสอบ &amp;nbsp; โดยในส่วนที่ สพฐ.ส่วนกลางดำเนินการในขณะนี้มีทั้งการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง &amp;nbsp;41 ราย และ คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง 9 ราย &amp;nbsp;ในส่วนที่มีผลการพิจารณาจากคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงแล้ว สพฐ.จึงมีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการตามาตรการของคสช. โดยมี ตน เป็นประธาน มีรองเลขาธิการ กพฐ. และ ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เป็นกรรมการ ซึ่งมีการพิจารณาข้อมูลแล้วพบเข้าข่ายที่ให้ออกจากราชการไว้ก่อน ประมาณ 14 &amp;nbsp;ราย ย้ายออกจากตำแหน่งเดิม 7 ราย ย้ายออกจากตำแหน่งเดิมไปแล้วแต่เป็นกรณีอื่น จำนวน 2 ราย และให้ย้ายมาประจำสพฐ. 1 ราย รวมทั้งสิ้น 24 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนที่ให้ย้ายมาประจำ สพฐ.นั้นอย่าคิดว่าเป็นเรื่องดี เพราะการย้ายในลักษณะนี้เป็นเรื่องรุนแรงมากถูกลดขั้นเงินเดือน &amp;nbsp;ทั้งนี้ &amp;nbsp;คำสั่งของ สพฐ.ตามาตรการของ คสช.จะออกหลังสงกรานต์ เนื่องจากต้องจัดทำรายละเอียดอย่างรอบคอบ และผู้ที่ถูกดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าวมีทั้ง ผอ.เขตพื้นที่ รองผอ.เขตพื้นที่ ผอ.โรงเรียน และครู ตามลำดับ ซึ่งถือเป็นการล้างท่อ ส่วนจะมีกรณีใดบ้างตนยังไม่ขอพูดถึง&amp;quot;นายบุญรักษ์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6963</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตกระทรวงศึกษาธิการ, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, บุญรักษ์ ยอดเพ็ชร, สพฐ, เด้ง10ข้าราชการเข้ากรุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180212/image_big_5a815aef43725.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธี&quot;ลั่นล้างทุจริตศธ.สิ้นซากในเม.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธีระเกียรติ&amp;rdquo; เผย 4 เม.ย. สรุปผลสอบ Moenet ส่วนกรณีอควาเรียม สงขลา สิ้น เม.ย.นี้ รู้ผลการสอบสวนทั้งหมด มีใครระดับไหนเข้าไปเกี่ยวข้อง &amp;nbsp;&amp;ldquo;สุเทพ&amp;rdquo; เชื่อ คกก.สืบฯ ตรวจสอบเสร็จภายในสัปดาห์นี้ ด้าน &amp;ldquo;บุญรักษ์&amp;rdquo; เผย สพฐ. ตั้ง คกก.สอบสวนวินัยร้ายแรง 41ราย &amp;nbsp;และคกก.สืบฯ อีก 9 ราย ข้าราชการ 50ราย &amp;nbsp;มีตั้งแต่ระดับผอ.สำนักฯ จนถึงบุคลากรเขตพื้นที่ฯ ความผิดส่วนใหญ่ เป็นเรื่องความผิดต่อหน้าที่เรื่องการเงิน และ ความผิดการล่วงละเมิดทางเพศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวในการแถลงข่าวเรื่องการปราบปรามทุจริตภายในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ขณะนี้ ศธ.ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาทุจริตมีความคืบหน้าไปมาก อย่างเรื่องการแก้ปัญหาอินเตอร์เน็ตของ ศธ. ที่ไม่มีหนังสือการทำสัญญาเช่าซื้อสัญญาณอินเตอร์เน็ตแต่กลับมีการจ่ายค่าบริการทุกเดือน &amp;nbsp;ซึ่งได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงไปแล้ว และคณะกรรมการฯจะสรุปผลให้ทราบภายในวันที่ 4 เมษายนนี้ ส่วนประเด็นโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือ อควาเรียม &amp;nbsp;ของวิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงที่มีนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ. เป็นประธาน จะสรุปผลการสืบสวนให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ &amp;nbsp;และภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้จะรู้ผลการสอบสวนทั้งหมดว่ามีใครระดับไหนเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง โดยจากการรายงานเบื้องต้นของคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงที่ลงพื้นที่ไปติดตามพบข้อพิรุธ ในหลายประเด็น ซึ่งตรงกับคณะทำงานของตนที่เคยส่งไปดูเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น &amp;nbsp;เช่น โครงการนี้ควรจะทำให้เสร็จตั้งแต่ปี 2553 แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังก่อสร้างไม่เสร็จ และมีการขอแก้ไขงวดงานถึง 6 ครั้งตั้งแต่ปี 2557 ทำไม่ถึงให้แก้ไข และยังพบมีการเบิกเงินล่วงหน้าอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพ ชิตยวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เรื่องหลักก็คือ การก่อสร้างอควาเรียม ซึ่งขณะนี้นายการุณ ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบแล้วและภายในสัปดาห์นี้น่าจะเรียบร้อย &amp;nbsp;โดยหากคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงพบมีมูลว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้อง สอศ. จะจัดทำรายละเอียดของรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องเสนอให้ รมว.ศธ. พิจารณาการสอบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) &amp;nbsp;ที่มีข้าราชการผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตประมาณ 50 คน ซึ่งเป็นผู้ที่ถุกร้องเรียน ซึ่ง ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาทุจริตได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงไว้แล้วจำนวน 41 ราย &amp;nbsp;ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง 9 ราย ซึ่งภายในสัปดาห์นี้คงจะต้องมาดูว่าใครที่จะต้องให้ถูกออกจากราชการไว้ก่อนบ้างตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องมาตรการป้องกันและปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ ซึ่งผู้ที่โดนสอบสวนวินัยร้าแรงก็มีตั้งแต่ผู้อำนวยการสำนักหนึ่งภายใน สพฐ. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 9 ราย ผู้อำนวยการโรงเรียน รองผอ.โรงเรียน ข้าราชการครู และบุคลากรของสำนักงานเขตพื้นที่ โดยความผิดส่วนใหญ่ก็จะเป็นการกระทำความผิดต่อหน้าที่เรื่องการเงิน และ ความผิดการล่วงละเมิดทางเพศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6348</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับผีMoenet, ซี11มีเอี่ยวโกงอควาเรียม, นพ.ธีระเกียรติ จริญเศรษฐศิลป์, บุญรักษ์ ยอดเพ็ชร, ล้างบางทุจริตกระทรวงศึกษาธิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d56392373a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
