<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2020 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2020 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บุญเลิศ-อดีตสปช.&#039; หนุนออกกฎหมายสร้างความปรองดอง เสนอ 5 หลักการ เน้นให้อภัย อย่าเสียดายความเมตตา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค. 63 - นายบุญเลิศ คชายุทธเดช อดีตรองประธานกรรมการศึกษาแนวทางสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)เปิดเผยว่า เห็นด้วยกับแนวคิดในเชิงหลักการของนายคำนูณ สิทธิสมานสมาชิกวุฒิสภาที่อภิปรายในที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมเสนอให้รัฐบาลสร้างความปรองดองสลายความขัดแย้งทุกสีเสื้อโดยเสนอเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปเพื่อให้รัฐสภาพิจารณา ไม่ต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎรจะทำให้เกิดความปรองดอง มีหลายฝ่ายออกมาขานรับกับแนวคิดนี้ เช่น ส.ส.ฝ่ายค้าน พร้อมเข้าร่วมผลักดันให้เกิดความสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญเลิศกล่าวว่า เพื่อให้การสร้างความเป็นหนึ่งเดียวในหมู่คนไทยเกิดสัมฤทธิ์ผล ขอเสนอหลักคิด 5 ประการดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและส.ส.ฝ่ายค้าน รวมทั้งส.ว. แสดงเจตจำนงร่วมกันเป็นองค์กรนำในการขับเคลื่อนเสนอแนะ เรียกร้องต่อรัฐบาลโดยประกาศสัตยาบันว่าจะร่วมกันผ่านร่างกฎหมายสร้างความปรองดองโดยเร็ว ไม่ทำเหมือนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่สภาผู้แทนตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา 120 วันแล้วปรากฏว่า ปล่อยทิ้งขว้าง ไม่ให้ความสนใจเท่าที่ควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาลสถาบันพระปกเกล้าในฐานะหน่วยงานอิสระทางวิชาการในกำกับของรัฐสภาเป็นแกนกลางหรือเจ้าภาพประสานงานและหาแนวทางในการกำหนดกรอบขอบเขตการนิรโทษกรรมพร้อมกับด้านกระบวนการให้ทุกฝ่ายทุกภาคส่วนทุกสีเสื้อมาพูดคุยกันเพื่อหาจุดร่วมและข้อเสนอแนะอันจะนำไปสู่การสร้างฉันทามติทางร่วมในการสร้างความปรองดอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ทุกฝ่ายให้อภัยต่อกัน ไม่คิดเล็กคิดน้อย ไม่คิดว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ไม่ควรติดยึดอยู่กับข้ออ้างว่ากระทำผิดกฎหมาย เพราะแท้จริงแล้ว แจงจูงใจทางการเมืองไม่มีฝ่ายใดไม่ผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;


	ถึงเวลานิรโทษฯ ปลดล็อกขัดแย้ง
	&amp;#39;สุทิน&amp;#39; ลั่นฝ่ายค้านพร้อมหนุนนิรโทษฯ แนะรัฐบาลต้องเป็นผู้ริเริ่ม
	&amp;#39;เด็กบิ๊กป้อม&amp;#39;ประกาศพร้อมเป็นกาวใจให้ทุกฝ่ายเดินหน้านิรโทษกรรม


&lt;p&gt;4. ผู้ที่ไม่ได้เข้ารายงานตัวตามคำสั่งเรียกของหัวหน้าคสช. และเดินทางไปต่างประเทศควรได้รับโอกาสให้กลับมาประเทศโดยไม่มีความผิดเพื่ออยู่ร่วมกับครอบครัวญาติพี่น้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ให้ความช่วยเหลือเยียวยาแก้ปัญหาความเดือดร้อนทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง มีทั้งพิการ ตาบอด &amp;nbsp;แขนขาขาด นอนอยู่บนเตียงเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตเป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญเลิศ กล่าวเรียกร้องให้รัฐบาล ซึ่งเป็นรัฐบาลผสมได้เห็นปัญหาความขัดแย้งแตกแยกของคนในชาติซึ่งเป็นบาดแผลร้าวลึกต่อเนื่องมายาวนานเกือบ 15 ปี ถือเป็นวิกฤตชาติที่ทุกฝ่ายควรร่วมมือร่วมใจ ด้วยความสมัครสมานสามัคคี ควรรีบดำเนินการหาทางแก้ไข อย่ามองเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องไร้สาระที่จะปล่อยให้ผ่านๆไป เมื่อนายคำนวณเปิดประเด็นเรื่องนี้ขึ้นก็ควรที่จะมีส.ว.ช่วยกันสานต่อ เพื่อให้เกิดเป็นภาพรวมในนามของวุฒิสภา ในการกระ ทำเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลและพรรคการเมือง ส.ว.จะได้หันหน้าเข้าหากัน ร่วมมือกันทำเรื่องปรองดองให้สำเร็จโดยเร็ว ก่อนที่ปัญหาใหม่ๆ จะประดังเข้ามาจนเกิดวิกฤตการณ์ซ้ำซ้อนที่หนักหน่วงมากยิ่งขึ้นจนยากต่อการแก้ไข&amp;quot;นายบุญเลิศกล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71499</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, นิรโทษกรรม, บุญเลิศ คชายุทธเดช, ปรองดอง, สมานฉันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acd8cb59e233.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลปลดล็อกช่วยแรงงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดคลังแจงตัดสิทธิ์ผู้ไม่เข้าเกณฑ์ 5,000 บาท 12 ล้านราย &amp;ldquo;ครม.&amp;rdquo; เคาะแล้วมาตรการเยียวยาผู้ประกันตนตามที่แรงงานเสนอ หากปิดกิจการจ่าย 62% ของค่าจ้าง 3 เดือน ส่วนผู้ถูกเลิกจ้างได้สิทธิ์ 70% เป็นเวลา 200 วัน &amp;ldquo;พม.&amp;rdquo; เพิ่มเงินผู้พิการ-ผู้สูงอายุ พลังงานตรึงค่าไฟที่ 3.60 บาทต่อหน่วยยาวถึง มิ.ย. อึ้ง! แม้วส่งเงินให้ ส.ส.เพื่อไทยจัดซื้อแอลกอฮอล์แจก คณาจารย์ มธ.เสนอจ่าย 3 พันบาทให้ผู้มีอายุเกิน 18 ปีขึ้นไปทุกราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา &amp;nbsp;2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ได้ให้ปลัดกระทรวงเศรษฐกิจแถลงถึงมาตรการต่างๆ ที่ดำเนินการไปแล้วและจะดำเนินการในช่วงการระบาดของโควิด-19 โดยนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง แถลงถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับมาตรการจ่ายเงินเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 วงเงิน 5,000 บาท ว่ามีประชาชนที่ลงทะเบียนผ่าน www.เราไม่ทิ้งกัน.com แล้วกว่า &amp;nbsp;27 ล้านคน ซึ่งได้ทยอยจ่ายเงินให้ประชาชนที่ผ่านเกณฑ์แล้วกว่า 3 ล้านคน และจะทยอยจ่ายเงินให้ผู้ที่ผ่านเกณฑ์อย่างต่อเนื่องทุกวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีประชาชนประมาณ 12 ล้านคนที่ถูกตัดสิทธิ์เพราะไม่เข้าข่าย ขณะที่มีประชาชนที่อยู่ระหว่างขอข้อมูลเพิ่มเติมอีก 6 ล้านคนเศษ โดยส่วนนี้ได้ส่งข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามา 1.9 ล้านคน ยังเหลืออีกประมาณ &amp;nbsp;4 ล้านคนเศษ ซึ่งสามารถเข้าไปใน www.เราไม่ทิ้งกัน.com เพื่อขอทบทวนสิทธิ์ได้ โดยเปิดให้ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.นี้ ส่วนประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัดจะมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พนักงานธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และส่งข้อมูลผ่านระบบออนไลน์เข้ามา หากข้อมูลถูกต้องจะเร่งอนุมัติเงินเยียวยา 5,000 บาทให้ประชาชนที่ผ่านเกณฑ์โดยเร็วที่สุด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับงบประมาณที่จะใช้ในการดำเนินมาตรการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 นั้น นายประสงค์กล่าวว่า ส่วนแรกจะมาจากการใช้งบกลางปี 2563 และการปรับปรุงงบประมาณรายจ่ายปี 2564 ในการใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่จำเป็น อีกส่วนจะมาจากการกู้เงินตามพระราชกำหนด &amp;nbsp;(พ.ร.ก.) กู้เงินฉุกเฉิน วงเงิน 1 ล้านล้านบาท โดยเบื้องต้นคาดว่าจะใช้ในส่วนเยียวยา 5,000 บาท และมาตรการเยียวยาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องประมาณ 5.55 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดกระทรวงการคลังยืนยันว่า ไม่มีแนวคิดจ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาทตามบัญชีครัวเรือน เนื่องจากบางครัวเรือนไม่ได้รับผลกระทบจริง ตรงนี้ยอมรับว่าเป็นประเด็นและเป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อน &amp;nbsp;เพราะบางครัวเรือนเป็นเจ้าสัว บางครัวเรือนเป็นข้าราชการ การดำเนินการต้องทำตามกฎหมายกำหนดอย่างชัดเจน เพราะเป็นการกู้เงิน ต้องจ่ายให้ตรงตัวผู้ที่ประสบความเดือดร้อน ถ้าจ่ายไม่ตรงตัวไม่ตรงจุดผู้จ่ายต้องรับผิดชอบ ทำให้ต้องมีการตรวจสอบตามหลังเสมอ เพราะเป็นเงินของประเทศชาติ เงินกู้ที่กู้มาประชาชนทุกคนต้องร่วมใช้หนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้แก้ไขกฎกระทรวงแรงงานเพื่อปลดล็อกให้ผู้ประกันตนที่อยู่ในสถานประกอบการที่ปิดตัวลงเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้แก่ สถานประกอบการที่ต้องปิดเนื่องจากเหตุสุดวิสัย ผู้ประกันตนจะได้รับเงินเยียวยาจากกองทุนประกันสังคม 62% ของค่าจ้างเป็นเวลา 90 วัน หรือ 3 เดือน, กลุ่มที่ต้องกักตัวเอง 14 วัน รวมถึงที่ติดเชื้อโควิด-19 และกลุ่มที่ถูกทางการปิดตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะได้รับเงินเยียวยาจากกองทุนประกันสังคม 62% ของค่าจ้าง, กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งผู้ประกันตนที่ต้องลาออกและถูกเลิกจ้าง โดยผู้ที่ลาออกเองจะได้สิทธิ์เพิ่มขึ้นจาก 30% เป็น 45% เป็นเวลา 90 วัน ส่วนที่ถูกเลิกจ้างจะได้รับสิทธิ์เพิ่มขึ้นจาก 50% เป็น &amp;nbsp;70% เป็นเวลา 200 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลัง ครม.มีมติเราจะเร่งออกกฎกระทรวงให้เสร็จในสัปดาห์นี้ และจะพยายามเบิกจ่ายให้ผู้ประกันตนให้เร็วที่สุด หากมีปัญหาใดให้ติดต่อสำนักงานประกันสังคมในแต่ละจังหวัด โดยผู้ประกันตนที่ยื่นเอกสารไปที่สำนักงานประกันสังคมแล้วไม่ต้องยื่นผ่านออนไลน์ซ้ำ ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้ยื่นสามารถยื่นผ่านออนไลน์ได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือของ &amp;nbsp;กษ.มีการลดหนี้ ธ.ก.ส.และกองทุนต่างๆ มีการพักชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย สร้างรายได้ให้ประชาชน ซึ่งกรมชลประทานได้ให้ประชาชนที่ตกงานเข้ามาช่วยงานดูแลเรื่องชลประทาน รวมถึงการหาตลาดสินค้าเกษตรให้เกษตรกร และในระยะที่ 3 จะมีมาตรการออกมาดูแลชัดเจนขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า &amp;nbsp;ตั้งแต่ ม.ค.ได้ให้สถานธนานุเคราะห์ขยายอายุตั๋วจำนำจาก 4 เดือน 30 วัน เป็น 4 เดือน 120 วัน หรือประมาณ 8 เดือน เพื่อให้มีสภาพคล่อง นอกจากนั้น พม.ได้รับเงินกู้จากกระทรวงการคลังประมาณ &amp;nbsp;2,000 ล้านบาท เพื่อลดดอกเบี้ยเป็นพิเศษให้ผู้ใช้บริการสถานธนานุเคราะห์เป็น 0.125% ตั้งแต่วันที่ 1 &amp;nbsp;เม.ย. ซึ่งคาดว่ามีผู้ได้รับประโยชน์หลายแสนราย ขณะที่การเคหะแห่งชาติ (กคช.) มีมาตรการพักชำระหนี้ ผู้เช่าซื้อ ผ่อน ผ่อนดาวน์ เป็นระยะเวลา 3 เดือน ขณะที่ผู้เช่าอาคาร สถานที่ร้านค้ากับ กคช.จะยกเว้นค่าเช่าให้ เช่นเดียวกับผู้ค้าตามแผง ในพลาซาที่อยู่ในพื้นที่ของ กคช.จะเจรจาลดค่าเช่าแผง 50% &amp;nbsp;ซึ่งครอบคลุมกลุ่มลูกค้าประมาณ 3 แสนคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กลุ่มคนพิการมีมาตรการที่เริ่มไว้ก่อนไวรัสโควิด-19 จะแพร่ระบาด คือเพิ่มเงินรายเดือนจาก 800 &amp;nbsp;บาท เป็น 1,000 บาท คาดว่าจะได้รับเงินในเดือน พ.ค. รวมถึงมีการพักหนี้ผู้สูงอายุด้วยเช่นเดียวกัน &amp;nbsp;ส่วนกลุ่มผู้เดือดร้อน คนเร่ร่อน คนไร้บ้าน และคนตกงาน พม.จะมีสถานที่ให้พักชั่วคราว และจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจว่ามีปัญหาหรือความต้องการอะไร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวว่า นอกจากภารกิจที่ทำร่วมกันกับกระทรวงอื่นๆ แล้ว ในส่วนของ มท.ยังมีภารกิจช่วยเหลือเรื่องค่าน้ำ ค่าไฟ ซึ่งมีการลดค่าไฟฟ้า 3% &amp;nbsp;เป็นเวลา 3 เดือนระหว่าง เม.ย.-มิ.ย. ขยายเวลาชำระค่าไฟฟ้าและคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า โดยส่วนนี้จะใช้งบประมาณกว่า 4 หมื่นล้านบาท ส่วนค่าน้ำจะลดค่าน้ำ 3% ในกรอบเวลา 3 เดือนเช่นเดียวกัน &amp;nbsp;และขยายเวลาชำระค่าน้ำ 3 เดือน และคืนเงินประกันค่าประปา รวมวงเงินที่จะใช้ 3 พันล้านบาท ส่วนที่มีประชาชนเรียกร้องให้ลดค่าไฟเพิ่มเติมนั้น ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานที่จะเป็นผู้พิจารณา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงได้ตรึงค่าไฟฟ้าไว้ที่ระดับ 3.60 บาทต่อหน่วย จนถึงเดือน มิ.ย.63 รวมทั้งได้ผ่อนผันให้โรงงาน กิจการเอสเอ็มอี โรงแรม เป็นต้น ที่เดิมต้องจ่ายค่าไฟฟ้าในอัตราคงที่ที่กำหนดให้จ่ายตามใช้จริง รวมทั้งลดค่าไฟฟ้า 30% ให้โรงแรม หอพักที่ผันตัวเองเป็นโรงพยาบาลดูแลผู้ป่วย สังเกตอาการ หรือเป็นโรงพยาบาลสนามด้วย&amp;nbsp;
&amp;#39;แม้ว&amp;#39; แจกแอลกอฮอล์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวของนักการเมืองนั้น นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;(พท.) ระบุว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มอบเงินจำนวนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือประชาชนผ่าน ส.ส.พรรคทั่วประเทศ โดยให้จัดหาแอลกอฮอล์มาแจกจ่ายประชาชนพื้นที่ละ 100-200 ขวด ซึ่งในภาคอีสานนั้นนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าพรรค รวมทั้งนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรค และตนเองได้ร่วมกันสมทบเงินอีกจำนวนหนึ่ง โดยทยอยแจกไปแล้วใน 3 &amp;nbsp;จังหวัด คือ อุบลราชธานี, ยโสธร และอำนาจเจริญ จังหวัดละ 15,000 ขวด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แอลกอฮอล์ที่แจกให้ประชาชนนั้นบรรจุในขวดใสเป็นแอลกอฮอล์ 75% โดยมีภาพของนายทักษิณพร้อมกับระบุข้อความว่า &amp;ldquo;เป็นห่วงพี่น้องชาวไทย จากใจทักษิณ ชินวัตร นายกฯ คนที่ 23&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการ พท.กล่าวว่า พรรคได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมากว่าถูกระบบคัดกรองปฏิเสธสิทธิ์ ทำให้ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท ทั้งที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐโดยตรง ซึ่งแม้รัฐบาลจะเปิดโอกาสให้ผู้เดือดร้อนได้อุทธรณ์สิทธิ์ในสัปดาห์หน้า แต่เป็นห่วงว่าการจ่ายเงินช่วยเหลือที่ล่าช้าเกือบเดือนตั้งแต่ประชาชนขาดรายได้ จะทำให้บางครอบครัวอยู่ไม่รอดถึงวันรับเงิน จึงอยากเร่งรัดรัฐบาลให้แก้ปัญหานี้เป็นอันดับแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเจอด้วยตัวเองหลายเคส เช่นแม่ลูกสามที่เกือบใช้เงินก้อนสุดท้ายซื้อยาล้างห้องน้ำฆ่าตัวตายหมู่ ถ้าไม่เจอก่อนป่านนี้จะเป็นยังไงก็ไม่รู้ ซึ่ง ส.ส.หลายคนก็เจอแบบเดียวกัน จึงอยากวิงวอนรัฐบาลอีกครั้งให้จ่ายเงินให้ครอบคลุมทุกกลุ่มโดยเร็ว ก่อนที่เหตุการณ์ต่างๆ จะย่ำแย่ไปกว่านี้&amp;rdquo; น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวและว่า ต้องฝากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ให้เข้าไปดูแลเรื่องการตรึงราคาด้วย เพราะพบว่ามีการขึ้นราคาจำนวนมากนอกเหนือจากไข่ไก่
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท.กล่าวเช่นกันว่า ภาพที่ประชาชนบุกกระทรวงการคลังเพื่อทวงเงินเยียวยา 5,000 บาทนั้น อธิบายสถานการณ์ความรับผิดชอบของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากระบบเอไอที่นำมาใช้คัดกรองไร้ประสิทธิภาพก็ต้องทบทวนปรับปรุง ไม่ใช่แก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก อย่ามัวแต่ไปแนะนำประชาชนตากแดดฆ่าเชื้อโรค เงินมีแล้ว ยิงศรให้ตรงเป้า จ่ายเงินเยียวยาให้ถูกคน ไหนบอกว่าเราไม่ทิ้งกัน แต่ไร้ประสิทธิภาพแบบนี้มีคนถูกทิ้งไว้ข้างหลังจำนวนมาก
ชงจ่าย 3 พันอายุ 18 ปีขึ้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล พร้อมคณะได้ไปยื่นเรื่องที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล โดยเรียกร้องให้เปลี่ยนแนวทางดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนในกลุ่มอื่นๆ ให้ครอบคลุมทั้งนอกระบบและในระบบ เพราะหากเยียวยารายละ 5,000 บาทให้แรงงาน &amp;nbsp;14.5 ล้านคนเป็นเวลา 3 เดือน จะใช้งบประมาณ 217,500 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในวิสัยที่จัดสรรได้ ทั้งนี้พรรคจะเปิดเว็บไซต์ www.ทำไมไม่ได้5พัน.com เพื่อรับเรื่องร้องเรียนและนำเข้าสู่กระบวนการกลไกของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเป็นปากเสียงให้ประชาชนได้รับสิทธิ์อันชอบธรรมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญเลิศ คชายุทธเดช สื่ออิสระ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) 2540 ระบุว่า ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่าเป็นคนไร้ราก คนจรหมอนหมิ่น ซึ่งไม่เคยอยู่ในทะเบียนหรือสารบบใดๆ ที่คาดว่ามีจำนวนนับพันคน จึงอยากให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เข้าไปดูแล และใช้วิกฤติไวรัสระบาดเป็นโอกาสจัดระเบียบคนไร้รากเหล่านี้
ขณะเดียวกัน คณาจารย์ 18 รายจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ร่วมลงนามในแถลงการณ์หัวข้อ &amp;ldquo;หากไม่มีเสรีภาพจากความอดอยากและความทุกข์ทน (Freedom from &amp;nbsp;hunger and miseries) ย่อมไม่มีสุขภาพที่ดี&amp;rdquo; โดยเรียกร้องให้รัฐบาลปรับการเยียวยา 5,000 บาทที่มีปัญหา มาเป็นการจ่ายเงินช่วยเหลือประมาณ 3,000 บาทต่อคนต่อเดือนให้แก่ประชากรทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ยกเว้นบุคลากรของภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมตามมาตรา &amp;nbsp;33 โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณทั้งสิ้น 440,000 ล้านบาทในเวลา 3 เดือน รวมทั้งจัดให้แจกจ่ายอาหารและปัจจัยเพื่อการดำรงชีพโดยตรงแก่กลุ่มคนเปราะบางทุกกลุ่ม ซึ่งงบประมาณที่ใช้สำหรับถุงยังชีพ 2 &amp;nbsp;ล้านคน 3 เดือนจะคิดเป็นเงิน 7,800 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พวกเราขอเรียกร้องต่อเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ให้ยุติการเก็บค่าเช่าทั้งต่อที่อยู่อาศัยและสถานประกอบการขนาดเล็ก และขอเรียกร้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้สถาบันการเงินยุติการคำนวณดอกเบี้ยในสินเชื่อคงค้างของบุคคลและนิติบุคคลขนาดเล็กในตลอดช่วงเวลาวิกฤติครั้งนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63259</URL_LINK>
                <HASHTAG>www.เราไม่ทิ้งกัน.com, กุลิศ สมบัติศิริ, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, บุญเลิศ คชายุทธเดช, ปรเมธี วิมลศิริ, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, สมคิด จันทมฤก, สุทธิ สุโกศล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนันต์ สุวรรณรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200415/image_big_5e970d1101ec3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;บุญเลิศ&#039;จี้รัฐบาลรีบหยุด 3 ปัญหาใหญ่ทางสังคมช่วงโควิด-19ระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.63-นายบุญเลิศ คชายุทธเดช อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ2540 กล่าวถึงปัญหาไวรัสโควิด-19 ว่า &amp;nbsp;จากการติดตามสภาวะทางสังคมหลังจากไวรัสระบาดมาเกือบ 3 เดือน พบมี 3 ปัญหาสำคัญควรที่รัฐบาล รัฐสภา ประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ควรจะมีมาตรการป้องกันและแก้ไข โดยเร่งด่วนได้แก่ 1.การฆ่าตัวตาย 2.ฉกชิงวิ่งราวจี้ปล้น &amp;nbsp;3.ภาระหนี้สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญเลิศกล่าวว่า ปัญหาการตกงาน ปัญหาภาระหนี้สินปัญหาค่าใช้จ่ายรายวันที่คนไม่สามารถหาเงินมาซื้อข้าวกินเพื่อดูแลครอบครัว ก่อให้เกิดความเครียดจากการระบาดของโควิด-19 รัฐบาลกำหนดให้อยู่แต่ในบ้าน ทำให้คนจำนวนหนึ่งสิ้นหวังในชีวิต ไม่อยากอยู่ดูโลกอีกต่อไป ยอมที่จะพลัดพรากจากพ่อแม่ ลูกเมีย จึงตัดสินใจฆ่าตัวด้วยวิธีต่างๆ โดยเฉพาะการรมควัน ดังปรากฏเป็นข่าวรายวันตามหน้าสื่อ เป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างมาก เพื่อมิให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ควรที่รัฐบาล โดยกระทรวง กรม กองที่รับผิดชอบและ ส.ส. ส.ว.จะได้ระดมสติปัญญาหาวิธีการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมเป็นรายคน ไม่ใช่แก้ไขแบบเหวี่ยงแหด้วยการให้สัมภาษณ์ออกสื่อซึ่งไม่สามารถแก้ไขปัญหาผู้ที่เดือดร้อนในยุคข้าวยากหมากแพงได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หน่วยงานรัฐ ส.ส. ส.ว.ควรหาทางช่วยเหลือคนที่เลือดเข้าตา สิ้นไร้ไม้ตอก มีวิธีการใดที่จะรับแจ้งจากผู้เดือดร้อนขั้นวิกฤตแล้วรีบติดต่อลงไปช่วยเหลือ มีข้าวไปให้กิน &amp;nbsp;เอาเงินไปให้จ่ายหรือใช้หนี้ ปลอบขวัญให้มีกำลังใจในการสู้ชีวิตและมีความหวัง ทั้งนี้เพื่อหยุดการฆ่าตัวตาย ทุเลาภาระหนี้สิน ลดคดีอาชญากรรมฉกชิงจี้ปล้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญเลิศกล่าวว่า อยากให้ข้าราชการ ส.ส., ส.ว.และนักการเมืองท้องถิ่นได้เรียนรู้ว่า สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงสั่งให้เจ้าพนักงานแขวนกระดิ่งขนาดใหญ่ไว้ที่ประตูพระราชวังด้านหน้า ใครมีทุกข์ร้อนประการใด จะขอให้จงระงับดับเข็ญก็ให้ลั่นกระดิ่งร้องทุกข์ได้ทุกเวลา &amp;nbsp;พระองค์ จะเสด็จออกมาฟัง และตัดสินด้วยพระองค์เอง ปัจจุบันเรามีรัฐบาลและสภา มีช่องทางการสื่อสารมากมายแต่กลับไม่คิดหาวิธีรับฟังปัญหาของคนที่กำลังคิดสั้น จะฆ่ายกครัว จะจี้ปล้น เป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62134</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, บุญเลิศ คชายุทธเดช, ปัญหาสังคม, รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180709/image_big_5b437b446c65a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2020 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2020 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตสสร.40 &#039;บุญเลิศ&#039;จี้นายกชัดเจนเรื่องจัดสัมมนาพยุงเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค. 2563 นายบุญเลิศ คชายุทธเดช อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2540 เปิดเผยว่า ขณะนี้หน่วยงานรัฐได้เกิดความสับสนเรื่องจะจัดประชุมสัมมนาดีหรือไม่ เพราะเมื่อวันที่14มีนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแถลงว่า ผู้บริหารกระทรวงสธ.ได้ประชุมกันแล้วจะเสนอมาตรการต่างๆต่อที่ประชุมคณะกรรมการโควิด-19แห่งชาติวันที่16มีนาคมนี้ หนึ่งในมาตรการคือ การยกเลิกนโยบายให้หน่วยงานรัฐจัดสัมมนาเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรีเพิ่งมีมติเห็นชอบในการประชุมเมื่อวันที่10มีนาคมที่ผ่านมาให้ทุกภาคส่วนของราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจจัดประชุมและสัมมนาภายในประเทศในระยะ3เดือน คือเมษายน-มิถุนายนเพื่พยุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รัฐบาลชุดนี้ชอบเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาวันหนึ่งออกนโยบาย มาตรการอย่างหนึ่ง ต่อมาก็ยกเลิก เรื่องจัดสัมมนาจะเอาอย่างไรแน่ จะให้จัดหรือไม่ให้จัด หน่วยงานรัฐเขาเวียนหัว ปฏิบัติไม่ถูก ทำไมรัฐบาลไม่คุยกันให้เรียบร้อยก่อน มติครม.ออกมาแล้ว แต่สาธารณสุขเกิดไม่เห็นด้วย อย่างนี้ก็มีด้วยหรือ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญเลิศ กล่าวอีกว่า การที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำพรรคฝ่ายค้านเชิญชวนให้ส.ส.ฝ่ายค้าน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและส.ว.เข้าชื่อไม่น้อยกว่า 1ใน 3 เพื่อเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ไม่น่าจะใช่เป็นการหาเรื่องหลอกด่ารัฐบาล ขณะนี้ต้องยอมรับว่าบ้านเมืองกำลังมีปัญหาหลายเรื่องรุมเร้า จนรัฐยาลซึ่งเป็นฝ่ายบริหารซวนเซ เปรียบเป็นเรือก็โคลงเคลง จับต้นชนปลายไม่ถูก ควรที่ฝ่ายนิติบัญญัติจะได้แสดงบทบาทร่วมแกเปัญหาในภาวะวิกฤต ซึ่งรธน.ก็เปิดช่องไว้ในมาตรา152และ154 จะให้สภาผู้แทนฯหรือรัฐสภาซักถามข้อเท็จจริง นำปัญหามาหารือร่วมกันระหว่างรัฐสภากับคณะรัฐมนตรีโดยการอภิปรายนั้นไม่มีการลงมติ แต่ต้องเปิดสภาวิสามัญให้ได้ก่อน หากผู้นำรัฐบาลไม่ต้องการฟังเสียงของสภาก็เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะตัดสินใจ เพียงแต่ขอให้คิดให้ดี เพราะถ้าตัดสินใจผิดพลาดแล้วไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59784</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดสัมมนาพยุงเศรษฐกิจ, บุญเลิศ คชายุทธเดช, อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ2540</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200315/image_big_5e6da34dcb611.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ช้างใหญ่&#039; ตอบไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้จะพ้นจากการเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านสื่อสารมวลชนไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่คนตัวเล็กใจใหญ่และใจสู้อย่าง บุญเลิศ คชายุทธเดช ที่คนรู้จักกันในนาม บุญเลิศ ช้างใหญ่&amp;nbsp; อดีตคอลัมนิสต์ชื่อดัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็ยังใจจดใจจ่อกับภารกิจปฏิรูปประเทศ อยากเห็นความก้าวหน้าและความสำเร็จเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บุญเลิศ วนเวียนอยู่กับการเป็นที่ปรึกษาและอนุกรรมการหลายชุดที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศ ทั้งด้านการศึกษา ด้านสื่อสารมวลชน ด้านการเมือง ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันเป็นกรรมการฝ่ายปฏิบัติการพิเศษของชมรม สปช.57 ที่มี ดร.ทัศนา บุญทอง เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อ คสช.จะเฟ้นหาคนใน สปช.มาเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ประเภทสรรหา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อนพ้อง สปช.หลายคนเลยนึกถึง บุญเลิศ โทรศัพท์และส่งไลน์ส่วนตัวไปสอบถามข่าวคราวและความคืบหน้าต่างๆ ทั้งเรื่องรัฐธรรมนูญและกระบวนการสรรหา ส.ว. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สื่อมวลชนอิสระอย่างอาจารย์บุญเลิศตอบได้หมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่กับคำถาม &amp;ldquo;ทำยังไงถึงจะได้เป็น ส.ว.&amp;rdquo; อดีต สปช.บุญเลิศกลับตอบไม่ได้ ไม่รู้จะบอกพรรคพวกเพื่อนฝูง สปช.ยังไง เนื่องจากเป็นเรื่องของ คสช.ที่เขาจะพิจารณาคัดเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วอาจารย์บุญเลิศจะได้เป็น ส.ว.ไหมครับ? เหยี่ยวข่าวถามชัดๆ ตรงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมตอบไม่ได้ สุดแท้แต่ คสช.จะพิจารณา เอาไว้ประกาศชื่อออกมาก็รู้เองว่าได้เป็นหรือไม่ได้เป็น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ไม่ตอบเพราะรู้มารยาทและเข้าใจดีว่า คสช.จะเลือกคนที่ทำงานเป็น พร้อมสานภารกิจปฏิรูปประเทศ 5 ปีข้างหน้าได้ทันที...รับรองไม่มียี้อย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:right&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่างสงสัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34223</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ช่างสงสัย, ดร.ทัศนา บุญทอง, บุญเลิศ คชายุทธเดช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา5สายกวาดเก้าอี้ส.ว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.รับพลาดเป้าผู้สมัคร ส.ว. จากระดับแสนมาแค่ระดับพัน กัดฟันไม่กระทบสรรหา เผยมีบางชื่อผิดสเปกแล้ว &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; ตีมึนไม่รู้มีคนวิ่งเต้น ชี้ภาระหนักพ้นเก้าอี้ 2 ปีเล่นการเมืองไม่ได้ ปูดวาง 5 สายคั่วเก้าอี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลการรับสมัครสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ว่า สำนักงาน กกต.กำลังสรุปยอดอย่างเป็นทางการอยู่ แต่คร่าวๆ อยู่ที่ 7,100 คน ซึ่งหลังจากนี้ผู้อำนวยการเลือก ส.ว.จะตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร 5 วัน และประกาศรายชื่อผู้สมัครในวันที่ 5 ธ.ค. ส่วนผู้ไม่มีชื่อในประกาศ สามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาได้ภายใน 3 วัน หรือภายในวันที่ 8 ธ.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต.ยอมรับว่า ยอดผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็น ส.ว.กว่า 7,000 คน ไม่เป็นไปตามที่ กกต.คาดไว้ที่ 90,000- 100,000 รายทั่วประเทศ ซึ่งอาจมีหลายปัจจัยที่ทำให้ผู้มาสมัครน้อย แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบหรือทำให้การเดินหน้าคัดเลือกผู้สมัครมีปัญหา ทั้งนี้ ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัครตามช่องทางต่างๆ ทั้งเว็บไซต์และ กกต.จังหวัด โดยหากพบว่ามีข้อมูลเท็จหรือทุจริต สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สำนักงาน กกต.ทุกจังหวัด เมื่อ กกต.ได้รับข้อมูลแล้วจะตรวจสอบหาพยานหลักฐานมาประกอบ ถ้าพบมีมูลความจริงจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เบื้องต้นพบผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติแล้ว 1-2 ราย เช่น มีผู้ที่เพิ่งพ้นโทษยังไม่เกิน 5 ปี องค์กรเดียวกันแต่ส่งผู้สมัครซ้ำ และเป็นบุพการีสามีหรือภรรยาของผู้ที่สมัครแล้ว ซึ่งไม่สามารถสมัครได้&amp;rdquo; นายณัฏฐ์ระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญเลิศ คชายุทธเดช อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เสนอแนวความคิดในการคัดเลือกกันเองของผู้สมัคร ส.ว.ว่า กกต.ส่วนกลาง หรือ 7 เสือ กกต.ควรมีมติให้มีการแนะนำตัวด้วยการเชิญมาประชุมพร้อมหน้ากันของผู้สมัครทั้ง 3 ระดับ และกำหนดกติกาขึ้นมาว่าจะให้พูดคนละไม่เกินกี่นาที เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของผู้สมัครว่าจะเลือกใคร
&amp;ldquo;การส่งเอกสารหรือข้อมูลแนะนำตัวให้ผู้สมัครของแต่ละกลุ่มและวิธีการสมัครก่อนวันเลือกไม่น้อยกว่า 3วันนั้น ไม่เพียงพอสำหรับการได้ข้อมูล ควรจัดให้ผู้สมัครมาพบกัน เห็นตัวเป็นๆ ฟังการพูดแนะนำตัว เป็นการสร้างบรรยากาศประชาธิปไตยไปในตัว&amp;rdquo; นายบุญเลิศกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา ส.ว.ในส่วนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าไม่ทราบรายละเอียด ทราบเพียงแต่ว่าคณะกรรมการดังกล่าวจำนวน 9-12 คน จะแต่งตั้งภายในเดือน ธ.ค.นี้ หลังจากนั้นเขาจะใช้วิธีการสรรหาวิธีใดก็แล้วแต่ แต่คิดว่าคงไม่ใช้วิธีรับสมัคร เพราะจะวุ่นวาย และอาจมีผู้สมัครมากจนไม่มีเวลาไปตรวจสอบ แต่ที่สำคัญคือเรื่องคุณสมบัติ เพราะจะไม่เหมือนกับการเปิดรับสมัครของ กกต. ที่แต่ละคนจะรับรองคุณสมบัติตัวเองได้ แต่ถ้าไม่เปิดรับสมัครเรื่องคุณสมบัติเป็นเรื่องยาก คงต้องให้คณะกรรมการสรรหาเป็นผู้ไปคิดเอาเอง ส่วนที่มีกระแสข่าวสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พยายามวิ่งเต้นเป็น ส.ว.นั้น ไม่ทราบ ไม่รับรู้ ตอนที่เขารับสมัครกันเหมือนจะสนุก แต่จริงๆ แล้วใครจะเป็น ส.ว.นั้น มีภาระหน้าที่ยาก และต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและประกาศ อีกทั้งระหว่างเป็น ส.ว.เป็นกรรมการอะไรของรัฐไม่ได้เลย เมื่อพ้นจากตำแหน่งยังไปเป็นข้าราชการการเมืองอะไรไม่ได้อีก 2 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานถึงความเคลื่อนไหวการเตรียมคัดเลือก ส.ว. 194 คนในโควตา คสช.ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ใกล้จะประกาศรายชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว. 9-12 คนแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุคคลจากฝ่ายบริหารเป็นหลัก และมีแนวโน้มว่าคณะกรรมการสรรหาฯ จะเลือกและทาบทามมากกว่าใช้วิธีการเปิดรับผู้สมัครเหมือน กกต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานแจ้งอีกว่า ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวที่คึกคักทั้งจากอดีต สปช.และอดีตสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ซึ่งมีการจับกลุ่มนัดหารือกันเป็นประจำในชื่อ ชมรมสมาชิก สปช. 2557 รวมทั้งในส่วนของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งแนวโน้มของผู้ที่จะถูกทาบทามให้เป็น ส.ว.ขณะนี้มีด้วยกัน 5 สาย ประกอบด้วย 1.สายของ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งส่วนใหญ่กลุ่มเพื่อนนายกฯ 2.สาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม 3.สายของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนายทหารสายประจำการ 4.สายของนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. และ 5.สายที่เคยทำงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร และมีสายสัมพันธ์อันดี ทั้งนักธุรกิจ ตัวแทนองค์กรเอกชน (เอ็นจีโอ) และนักวิชาการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23313</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล, บุญเลิศ คชายุทธเดช, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181202/image_big_5c03e5403d972.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯปลื้มปฏิรูปได้ผล การเมืองถล่มจนคนแย่! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ปลื้มคะแนนความยากง่ายในการทำธุรกิจไทยยังติดอันดับ 30 ประเทศแรกของโลก คุยเป็นผลจากการปฏิรูป แต่ฝ่ายการเมืองถล่มยับ ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำหนัก เพื่อไทยจับมือประชาธิปัตย์แฉราคายางพารา ปาล์มโงหัวไม่ขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พอใจผลคะแนนความยากง่ายในการทำธุรกิจไทย หรือ Doing Business 2019 ที่รายงานโดยธนาคารโลกล่าสุด โดยประเทศไทยมีความก้าวหน้าด้วยคะแนน 78.45 จากคะแนนเต็ม 100 เพิ่มจากปีที่แล้วที่ได้คะแนน 77.39 แม้ว่าอันดับจะตกลงไป 1 อันดับ จากอันดับที่ 26 เป็น 27 แต่ยังคงเป็น 30 ประเทศแรกจาก 190 ประเทศทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ เน้นย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการปฏิรูปกฎระเบียบตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพื่อลดช่องว่างของมาตรฐานประเทศไทยกับมาตรฐานระดับสูงของโลก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า จากรายงานระบุว่า ประเทศไทยปฏิรูปได้ดีใน 4 ด้านสำคัญ คือ 1.การเริ่มต้นธุรกิจ มีค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนลดลง 2.การขอใช้ไฟฟ้าหรือการเข้าถึงไฟฟ้า มีความสะดวกสบายมากขึ้น ปรับลดขั้นตอนการขอเชื่อมไฟฟ้า และเพิ่มความโปร่งใสในการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมไฟฟ้า 3.การชำระภาษี มีการปรับปรุงระบบการคำนวณและยื่นแบบภาษีรายได้นิติบุคคลทางระบบออนไลน์ และ 4.การค้าระหว่างประเทศ ได้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Matching System) มาใช้ในการควบคุมตู้สินค้า ช่วยลดระยะเวลาในการขนถ่ายสินค้าข้ามแดนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในหลายประเทศที่มีการปฏิรูปด้านการขอใช้ไฟฟ้ามากที่สุด โดยได้คะแนนสูงถึง 98.57 คะแนน ใกล้เคียงกับแนวปฏิบัติที่ดีเลิศของโลก ส่วนตัวชี้วัดด้านการแก้ไขปัญหาล้มละลาย ซึ่งเป็นประเด็นท้าทายของโลกนั้น ไทยได้คะแนนเพิ่มขึ้นจาก 75.64 เมื่อปีก่อน เป็น 76.64 ในปีนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีชื่นชมธนาคารโลกที่ได้สะท้อนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทำให้ทั่วโลกเห็นความก้าวหน้าของประเทศ ส่วนเรื่องใดที่ไทยยังมีจุดอ่อน ก็จะเร่งปรับปรุงให้ดีขึ้นต่อไป พร้อมทั้งฝากขอบคุณที่เห็นว่าไทยมีความมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงบรรยากาศในการประกอบธุรกิจให้กับผู้ประกอบการเอกชน ซึ่งจะช่วยให้คนไทยมีงานที่ดีขึ้น และนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม รวมทั้งการสนับสนุนในเรื่องต่างๆ ที่ธนาคารโลกมีต่อประเทศไทย
นักการเมืองถล่มหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ฝ่ายการเมืองยังคงเห็นว่าเศรษฐกิจระดับล่างยังย่ำแย่ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยืนยันราคายางก้อนถ้วย 6 โลร้อย หรือกิโลกรัมละ 15- 16 บาท เป็นความจริง ไม่ได้เต้าข่าว ที่สื่อบางสื่อว่าตนให้ข่าวราคายางกิโลกรัมละ 16 บาท ผิดปกติอย่างแรงนั้น ตนถึงกับต้องพิสูจน์ด้วยการเดินทางไปพบนายทัยฮง พ่อสาร รองประธาน กยท.จังหวัดนครพนม เพื่อสอบถามราคาจากเกษตรกรผู้มีตำแหน่งใน กยท. ก็ยืนยันราคายางก้อนถ้วยตามราคาดังกล่าวจริง ส่งผลให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ามีผู้รับซื้อยางก้อนถ้วยขณะนี้ในราคากิโลกรัมละ 38 บาท ผมจะไปกราบด้วยความขอบคุณ และขอให้มารับซื้อที่จังหวัดนครพนมเป็นจังหวัดแรก จำได้ว่าสมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีการเรียกร้องราคายางกิโลกรัมละ 80 บาท ถ้าไม่ได้จะเดินขบวน ตอนนี้ 6 โลร้อยเข้าไปแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิตกล่าวต่อไปว่า ที่สื่อเข้าใจผิดเรื่องราคายางเป็นเรื่องเล็ก แต่ที่ถือเป็นเรื่องใหญ่ก็คือ กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในรายการวันศุกร์เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา เพราะท่านสงสัยว่าคนจนมากขึ้นจริงหรือไม่ ตนมีความเห็นโดยสุจริตใจว่า ถ้าผู้บริหารไม่ทราบว่ากว่า 4 ปีที่ผ่านมา คนจนมากขึ้นๆ เศรษฐกิจปากท้องฝืดเคืองมากๆ &amp;nbsp;ถ้าไม่ทราบข้อมูลพื้นฐานดังกล่าว รัฐบาลนี้ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้เลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า รัฐบาลออก ครม.สัญจรถี่ยิบในช่วงก่อนการเลือกตั้ง ก็จะพบแต่ผักชีโรยหน้าที่ถูกจัดฉากไว้ ลองไปเดินตามท้องไร่ ท้องนา หรือตามสวนยางพาราโดยไม่ต้องจัดฉาก ท่านก็จะอยู่ในโลกของความเป็นจริงว่าความลำบากยากจนได้แผ่ซ่านไปยังเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างกว้างขวาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่ใช่กูรูเศรษฐกิจ แต่มีวิธีตรวจสอบดัชนีเศรษฐกิจครัวเรือนแบบง่ายๆ ว่า กว่า 4 ปีที่ผ่านมา เงินในกระเป๋าและหนี้สินประชาชนเพิ่มขึ้นหรือลดลง ซึ่งร้อยทั้งร้อยที่สอบถามตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าเงินในกระเป๋าลดลง แต่ที่เพิ่มขึ้นๆ คือหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้สินครัวเรือน นี่คือสภาพความเป็นจริงในชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทย ที่รอการแก้ไขจากมืออาชีพที่เคยมีผลงานให้ประชาชนจับต้องได้&amp;rdquo; นายชวลิตกล่าว
ราคาปาล์มตกต่ำมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวสวนปาล์มว่า ขณะนี้ราคาปาล์มตกต่ำมาก โดยเหลือเพียงกิโลกรัมละ 2.90 สตางค์ ชาวสวนปาล์มประท้วงเผาปาล์มหน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่ก็ถูกปิดข่าว และขณะนี้เมื่อนำปาล์มไปขายที่ลานปาล์ม ปรากฏว่ามีทหารมายึดปาล์มดิบที่ลานรับซื้อปาล์มตามคำสั่งพาณิชย์จังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งปาล์มที่ทหารยึดมีทั้งปาล์มดิบปาล์มสุกปะปนกันจำนวนหลายตันในแต่ละแห่ง โดยไม่มีการจ่ายชดเชยค่าปาล์มให้ลานปาล์มแต่อย่างใด ถามว่ายุติธรรมแล้วใช่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปัญหาปาล์มราคาตกต่ำ เพราะมีการลักลอบขนน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศเข้ามาใช่หรือไม่ และเพราะความไร้ประสิทธิภาพของนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ที่ยุ่งแต่กับเรื่องจัดตั้งพรรคการเมือง แทนที่จะมุ่งแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร เสียดายเงินเดือนรัฐมนตรีจริงๆ ผมเห็นว่าการใช้กำลังทหารไปยึดปาล์มเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ถูกต้อง และใช้กำลังทหารไปในทางที่ไม่เหมาะสม เสียภาพพจน์ของทหารเป็นอย่างมาก จึงขอเรียกร้องให้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. สั่งให้ยุติการใช้ทหารไปยึดผลปาล์มตามลานปาล์มทั่วภาคใต้โดยด่วน&amp;quot; นายวัชระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หอประชุมโรงเรียนบ้านทุ่งพรหมทอง ต.บางลาย อ.บึงนาราง จ.พิจิตร นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการ สนช.พบประชาชนตามวิถีไทยนิยมยั่งยืน พร้อมคณะสมาชิก สนช. และนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชน มีผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระศักดิ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีข่าวว่าตนเองพาผู้สมัคร จังหวัดพิจิตร 3 ราย ที่คาดว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ สนช.พบประชาชนด้วยว่า เป้าหมายหลักการลงพื้นที่หลายปีที่ผ่านมา ตนและทีมงาน สนช.ทุกคนจะเน้นรับฟังชาวบ้านในพื้นที่ เขามีปัญหาอะไร ตรงไหน ก็รวบรวมแล้วนำไปสรุปเพื่อส่งต่อให้ถึงมือรัฐบาลแทบทุกครั้ง ส่วนรัฐบาลจะแก้จุดไหนเรื่องใดก่อนหลัง ไม่ใช่หน้าที่ สนช.จะไปก้าวก่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รอบนี้มีการเปิดวีดิทัศน์โชว์ผลงานเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ด้วย เรียกว่า สนช.ช่วยตีปี๊บผลงานช่วงใกล้จะมีเลือกตั้งหรือไม่ รองประธาน สนช.ตอบว่า ตอนนี้ที่ฝ่ายการเมืองเริ่มขยับมากขึ้น เขาน่าจะเห็นว่าโรดแมปเลือกตั้งเริ่มขยับใกล้เข้ามานั้น เราก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยว รวมถึงเรื่องรัฐบาลด้วยเราก็ไม่ได้ไปยุ่ง&amp;nbsp;
จี้รัฐบาลแจงให้เป็นระบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระศักดิ์บอกว่า แม้ที่ จ.พิจิตรรอบนี้จะมีนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มาร่วมงานด้วยก็ตาม แต่ไม่เห็นท่านจะพูดเรื่องที่เกี่ยวกับการเมือง หรือมาโชว์ผลงานอะไร ตนอยากให้ดูที่เนื้องานที่เรารับฟังปัญหาชาวบ้านมากกว่า ไม่ใช่เอาแต่มาตามจับผิดเรื่องคัดผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งรอบนี้มีผู้ว่าฯ 4 จังหวัดมา และส่วนท้องถิ่นร่วมรับฟังปัญหา กำหนดการลงพื้นที่ก็ทำล่วงหน้าไว้เป็นแรมปี จึงไม่มีนัยอื่นๆ แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญเลิศ คชายุทธเดช อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ตัดพ้อในรายการ &amp;ldquo;ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo;เมื่อค่ำวันที่ 2 พฤศจิกายน ว่ารัฐบาลไม่ได้ปฏิรูปอะไรเพื่อใครเลย พร้อมกับเอ่ยปากขอความเป็นธรรมให้กับรัฐบาลด้วย ตนเห็นว่าหากการสื่อสารของรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปให้ความสำคัญกับการชี้แจงประชาชนอย่างจริงจังและเป็นระบบ ก็เชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรที่เป็นมรรคเป็นผลกับการปฏิรูป ไม่มองว่าการปฏิรูปล้มเหลว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;​​นายบุญเลิศกล่าวว่า มีกรรมการหลายชุดที่มีภารกิจเกี่ยวกับการผลักดันการปฏิรูป แต่ดูเหมือนว่ามองข้ามการสื่อสารสังคม ไร้ซึ่งกลยุทธ์การสื่อสารแบบมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ รวม 11 ชุด ทุกชุดได้ประกาศใช้แผนปฏิรูปประเทศไปแล้ว ยกเว้นแผนปฏิรูปด้านการศึกษาและแผนปฏิรูปตำรวจที่รอการประกาศ นอกจากนี้ยังมีคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มีนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รวมทั้งกรรมการยุทธศาสตร์ชาติอีกหลายชุด ด้วยเหตุนี้ ชาวบ้านร้านตลาดจึงจับต้องการปฏิรูปไม่ได้ ฝ่ายตรงข้ามก็นำมาโจมตี กล่าวหาว่าการปฏิรูปล้มเหลว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;​​อดีต สปช.ผู้นี้บอกว่า ผู้จะเข้ามาเป็น ส.ว.ชุดใหม่จำนวน &amp;nbsp;250 คน มีความสำคัญอย่างยิ่ง ส่งผลต่อการเดินหน้าหรือหยุดชะงักหรือถอยหลังของการปฏิรูปประเทศ เนื่องจาก ส.ว.ถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญให้มีหน้าที่ติดตาม เสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ ส.ว.จึงต้องทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด โดยไม่ลืมว่าหลังเลือกตั้งจะมีพรรคการเมืองส่วนหนึ่งต้องการแก้ไขหรือยกเลิกการปฏิรูปและยุทธศาสตร์ที่ประกาศใช้ไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;​​&amp;ldquo;การปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ว.มีผลต่อการปฏิรูปประเทศ หากได้คนที่ไม่เข้าใจเรื่องการปฏิรูป ไม่รู้ว่าแผนปฏิรูปมีอะไรบ้าง ไม่เข้าใจหน้าที่ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปว่าทำอย่างไรประเทศถึงจะเดินหน้าไปได้ แม้จะมีแผนการปฏิรูปประเทศที่ประกาศใช้แล้ว มีรัฐธรรมนูญและกฎหมายบังคับใช้ ก็ยากที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศขึ้นได้&amp;rdquo; นายบุญเลิศกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21286</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉัตรชัย พรหมเลิศ, บุญเลิศ คชายุทธเดช, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, วัชระ เพชรทอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181103/image_big_5bdd874fdd1a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
