<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39601</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2019 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2019 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปธ.สหพัฒน์ จี้ธปท.ดูแลค่าเงินบาท ชี้ตอนนี้เกษตรกรแย่แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย. 2562 นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ในขณะนี้ภาพรวมตลาดค้าปลีกค่อนข้างเงียบเหงา โดยเฉพาะในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา &amp;nbsp;ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากปัญหากำลังซื้อของกลุ่มคนระดับล่าง ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมือง ที่ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้แล้วเสร็จและอีกประเด็น คือ &amp;nbsp;เรื่องค่าเงินบาท ที่แข็งค่าเร็วเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ค่าเงินบาทที่แข็งค่ามีผลอย่างมาก ต่อรายได้ของคนรากหญ้า และเกษตรกร เนื่องจากค่าเงินที่แข็งค่าขึ้น ทำให้รายได้ที่ควรจะได้หายไป จากเดิม เคยขายได้เงินมา 34 บาท ตอนนี้ขายได้ในราคา 30 บาท เห็นได้ชัดว่า รายได้หายไป 10% ทันที ซึ่งเงินที่หายไปนั้นมหาศาลมาก ถ้าเทียบกับการส่งออกทั้งหมด และส่งผลต่อรายได้คนฐานรากอย่างแท้จริง&amp;quot; นาย บุณยสิทธิ์ &amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จึงอยากซึ่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เข้ามาดูแลให้เงินบาทมีเสถียรภาพไม่แข็งค่าหรืออ่อนค่าเร็วเกินไป เพราะตอนนี้ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและปัจจุบันอยู่ที่ 30.87 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากที่ก่อนหน้านี้อยู่ที่ 32-34 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งความเห็นส่วนตัวมองว่า ค่าเงินบาทที่ดีที่สุด คือ อยู่ที่ 34 บาท/ดอลลาร์
และอีกเรื่องที่กระทบต่อความเชื่อมั่น ภาคเอกชน ก็คือ การจัดตั้งรัฐบาลที่มีความล่าช้า ซึ่งทำให้การบริหารนโยบายทางเศรษฐกิจเกิดการสะดุด ซึ่งในมุมมองของเอกชน ควรจะต้องมีรัฐบาลชุดใหม่ ภายในเดือน ก.ค. ถ้าตั้งไม่ได้จะกระทบต่อความเชื่อมั่น และกระทบกับเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังแน่นอน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39601</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำลังซื้อของกลุ่มคนระดับล่าง, บาทแข็ง, บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา, ประธานเครือสหพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d146e7b04026.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37696</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สหพัฒน์” ห่วงรัฐบาลมาช้า! กระทบเชื่อมั่นต่างชาติ รับยอดอาจวืดเป้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย. 2562 นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า ในช่วงระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจค่อนข้างซบเซา เนื่องจากการจัดตั้งรัฐบาลยังไม่นิ่ง และหวังว่าจะสามารถเห็นภาพที่ชัดเจนได้ภายในเดือน มิ.ย. นี้ เพราไม่เช่นนั้นอาจทำให้นักลงทุนต่างชาติขาดความเชื่อมั่น ส่งผลให้เลือกไปลงทุนประเทศเพื่อนบ้านแทน อาทิ เวีดยนาม และอินโดนีเซีย แน่นอนว่าย่อมทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสจากการชะลงทุนจากต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการลงทุนของบริษัทนั้นก็มีการชะลอออกไปเช่นเดียวกัน จากเดิมที่คาดการณ์ว่าหากมีรัฐบาลใหม่และการเมืองมีเสถียรภาพ น่าจะมีการลงทุนสำหรับปี 2562-2563 น่าจะมากกว่าปีที่ผ่านมา 2-3 เท่า ซึ่งจากสถานการณ์ปัจจุบันนับว่าช้าไป และหากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่แล้ว ก็อยากให้มีมาตรการเพื่อช่วยประชาชนระดับล่าง โดยเฉพาะการใส่เม็ดเงินลงไปเพื่อให้เกิดการจับจ่าย เพราะที่ผ่านมากำลังซื้อค่อนข้างชะลอตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การค้าขายก็เหมือนการขับรถยนต์ หากสถานการณ์ดีเราก็เร่งสปีด แต่ถ้าไม่ดีก็ถอยหรือเหยียบเบรค ซึ่งสภาพเศรษฐกิจเมืองไทยที่ผ่านมา ทั้งทางด้านการส่งออกและภายในประเทศ ก็ไม่ค่อยดีนัก แต่ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพียงในไทย คาดว่าการเติบโตของเครือฯ จากที่ตั้งไว้ 5-6% อาจโตได้เพียงเล็กน้อย หรือลดลงจากเป้าไปครึ่งหนึ่ง&amp;rdquo; นายบุณยสิทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดำเนินธุรกิจเครือสหพัฒน์ปี 2562-2563 มีอยู่ด้วยกันหลายกลุ่ม ทั้งในส่วนของการมีพาร์ทเนอร์เข้ามาเติมเต็ม เพื่อดึงนักลงทุนต่างชาติเข้ามาในสวนอุตสาหกรรมของเครือสหพัฒน์ ได้แก่ กบินทร์บุรี ลำพูน และแม่สอด ส่วนพื้นที่ในศรีราชาค่อนข้างเต็มแล้ว โดยพาร์ทเนอร์ดังกล่าวมาจากประเทศญี่ปุ่น มีมาร์เก็ตแค็ป 7-8 แสนล้านบาท และเป็นท็อปเท็นของการบริษัทเทรดดิ้งโซนในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ ยังเตรียมร่วมมือกับกลุ่มโตคิว เพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่พักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียม และโรงแรม ซึ่งตั้งอยู่หลังเจ พาร์ค คาดการณ์ว่ามูลค่าการลงทุนอย่างน้อย 1,000 ล้านบาท รวมถึงการลงทุนกับธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ คิงส์คอลเลจ ย่านพระราม 3 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุณยสิทธิ์ กล่าวว่า บริษัทยังอยู่ระหว่างการทดลองร้านค้าที่ไม่มีพนักงานคอยให้บริการ นับเป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ตอบสนองผู้บริโภค และยกระดับการบริการขึ้นทางหนึ่ง รวมถึงยังต้องมีการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่มองเทรนด์ปัจจุบัน แต่ต้องมองแนวโน้มอนาคตของสินค้าด้วย ที่ต้องเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่แตกต่าง และเฉพาะกลุ่มกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี งานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 23 จะจัดขึ้นในวันที่ 27-30 มิ.ย.นี้ ณ ไบเทค บางนา ในคอนเซ็ปต์ &amp;ldquo;ว้าวถูกใจทุก Gen&amp;rdquo; โดยจะมีสินค้า บริการ รวมทั้งวัฒนธรรมที่หลากหลายที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนทุกเจนเนอเรชั่น และกระตุ้นกำลังซื้อจากผู้บริโภคในช่วงนี้ทางหนึ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37696</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดตั้งรัฐบาลล่าช้า, บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา, เครือสหพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b16b85dd444c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10780</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2018 23:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 23:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหพัฒน์ แนะคุมค่าเงินบาทอยู่ระดับ 33-34 บาทต่อดอลลาร์ชี้เหมาะกับการทำธุรกิจ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหพัฒน์ เผยค่าเงินควรอยู่ระดับ 33-34 บาทต่อดอลลาร์เหมาะกับการทำธุรกิจ เตรียมผนึก BTS หวังแชร์บิ๊กดาต้า เพื่อสร้างโอกาสทางการขายมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาแม้ว่าการส่งออกของไทยจะมีการขยายตัวมากขึ้น แต่ปัญหาค่าเงินบาทแข็งก็ไม่ได้เพิ่มมูลค่าทางการเงินให้มากขึ้นตามไปด้วย ส่วนตัวมองว่าค่าเงินควรอยู่ที่ระดับ 33-34 บาทต่อดอลลาร์ จึงจะเหมาะสมกับการทำธุรกิจ โดยเครือสหพัฒน์เองไม่ได้มีการส่งออกมากนัก แต่สำหรับกลุ่มประเทศทางซีแอลเอ็มวี มีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคจากไทยมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาพรวมการดำเนินธุรกิจ 5 เดือนแรก มีอัตราการเติบโตเล็กน้อยหรือเกือบทรงตัว ส่วนใหญ่กลุ่มอาหารจะไปได้ดีกว่าธุรกิจอื่น หรือมีการเติบโตขึ้นประมาณ 4-5% ขณะที่กลุ่มแฟชั่นบางแบรนด์ลดลงและบางแบรนด์ก็เพิ่มขึ้น รวมๆ แล้วค่อนข้างทรงตัวไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมแฟชั่นหลายแบรนด์เริ่มทำออนไลน์ ทำให้พฤติกรรมไปซื้อช่องทางดังกล่าวมากขึ้น ขณะที่กำลังซื้อผู้บริโภคระดับล่างอาจยังไม่ฟื้นตัวเท่าไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ ในยุคของโลกธุรกิจที่ต้องอาศัยข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อทำการตลาด จึงได้ร่วมมือกับกลุ่มบีทีเอสในการแชร์ข้อมูลของบริโภคของแต่ละฝ่ายร่วมกัน ทั้งยังเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของเครือสหพัฒน์และบีทีเอสให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบการชำระเงิน โดยบีทีเอสจะมีบัตรแรบบิทที่ผู้บริโภคสามารถใช้จ่ายสินค้าบนบีทีเอส และร้านอาหารบางแห่งได้นั้น ก็อาจใช้เป็นอีกหนึ่งช่องทางให้มาจับจ่ายกับสินค้าในเครือสหพัฒน์ได้ รวมถึงลอยัลตี้โปรแกรมที่จะทำร่วมกัน และการใช้สถานีต่างๆ ของบีทีเอสเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การขายสินค้าในยุคนี้ไม่ใช่ผลิตสินค้าออกมาแล้ววางจำหน่ายได้เลย แต่ต้องมีข้อมูลของผู้บริโภคให้มากที่สุด เพื่อนำมาผลิตสินค้าให้ตรงตามความต้องการ ออกสินค้ามาให้คนแย่งซื้อ ไม่ใช่วางขายเท่านั้น แน่นอนว่าจะทำให้ยอดขายสินค้าของสหพัฒน์เติบโตขึ้นตามไปด้วย&amp;rdquo; นายบุณยสิทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10780</URL_LINK>
                <HASHTAG>BTS, ค่าเงินบาท, บิ๊กดาต้า, บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา, เครือสหพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b16b85dd444c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
