<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้การบุรีรัมย์นำตำรวจลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วม สั่งจัดชุดระวังมิจฉาชีพก่อเหตุซ้ำเติมประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์&amp;nbsp; ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ได้นำข้าราชการตำรวจจาก หน่วยปฎิบัติการพิเศษ(นปพ.) ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ กว่า 30 นาย ร่วมกับทหารจาก มณฑลทหารบกที่ 26 และทหารจาก กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 23 ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก หน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมสถาน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด อบจ.บุรีรัมย์ และเทศบาลตำบลอิสาณ ออกทำการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในหมู่บ้านรุ่งโรจน์ธานี ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งกำลังได้รับความเดือดร้อนและผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งเข้าให้การช่วยเหลือ ทั้งการช่วยขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และขนย้ายสิ่งของออกมาจากพื้นที่น้ำท่วม รวมถึงเร่งนำกระสอบทรายมากั้นตามบ้านเรือน และวิดน้ำออกจากบ้าน เพื่อป้องกันน้ำที่จะเอ่อเข้าท่วมในพื้นที่บ้านเรือนของประชาชนอีก รวมถึงการจัดรถบรรทุกไว้สำหรับขนลำเลียง หรือบรรทุกประชาชนเข้าออกหมู่บ้านด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น จากผลกระทบน้ำท่วมในครั้งนี้ และเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการเดินทาง และสัญจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.รุทธพล ระบุว่า นอกจากการจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร มาคอยอำนวยความสะดวก ให้กับประชาชนในพื้นที่ และที่สัญจรผ่านไปมาในเส้นทางดังกล่าวด้วยแล้ว ยังได้จัดชุดปฏิบัติการเฝ้าระวัง ออกตรวจตราในพื้นที่ เพื่อป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรม ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมประชาชน โดยเฉพาะที่มีการขนย้ายสิ่งของมีค่าต่างๆ เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และสิ่งของมีค่าอื่นๆมาไว้อยู่ในที่สูงต่างๆ ก็ได้จัดกำลังตำรวจคอยดูแลเรื่องความปลอดภัยทรัพย์สินดังกล่าว รวมถึงออกตรวจดูแลบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพเข้ามาซ้ำเติมประชาชนที่กำลังเดือดร้อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120179</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, บุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e53a17e1fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120156</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุรีรัมย์&#039;เอาอยู่&#039;โควิดรายวันลดเหลือ 23 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กราฟฟิก:ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 บุรีรัมย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64- &amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานข้อมูลสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ (โควิด-19) ระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2564 ถึง วันที่ 18 ต.ค.2564 ของ จ.บุรีรัมย์ ว่า วันนี้ พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 23 ราย โดยเป็นผู้ป่วยติดเชื้อพบในพื้นที่จังหวัด 2 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 21 ราย แยกเป็น ติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง 17 ราย และติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง (พบก่อนเข้าสถานกักกันตัว) LQ 4 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 16,354 ราย เสียชีวิตสะสม 75 ราย หายป่วยสะสม 15,806 ราย ยังรักษาอยู่ 473 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ ทั้ง 23 ราย กระจายใน 6 อำเภอ จากทั้งหมด 23 อำเภอ แยกเป็น ผู้ติดเชื้อพบในพื้นที่อำเภอสตึก 2 ราย (ในพื้นที่ 1 ราย), อ.โนนดินแดง 1 ราย (ในพื้นที่ 1 ราย), อ.เมือง 9 ราย, อ.นางรอง 7 ราย, อ.ละหานทราย 1 ราย และ อ.เฉลิมพระเกียรติ 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอำเภอที่พบผู้ป่วยสะสมมากที่สุด คือ อ.เมือง 1,612 ราย รองลงมา อ.ประโคนชัย 1,564 ราย, อ.สตึก 1,463 ราย, อ.กระสัง 1,432 ราย, อ.ลำปลายมาศ 1,353 ราย, อ.บ้านกรวด 815 ราย ตามลำดับ ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคสะสม ทั้งหมด 3,200 ราย แยกเป็นรายใหม่ 2 ราย และรายเก่า 3,198 ราย ส่วนการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่สีแดงเข้ม/แดง/ส้ม สะสม 32,707 ราย แยกกักตัวที่บ้าน 31,093 ราย และกักตัวในท้องถิ่น 1,614 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน สถานการณ์เตียง ผู้ป่วยโควิด-19 จังหวัดบุรีรัมย์ เตียงทั้งหมด 4,850 เตียง ครองเตียง 458 เตียง เหลือเตียงว่าง 4,392 เตียง แยกเป็น ผู้ป่วยสีแดง ทั้งหมด 28 เตียง ครองเตียง 28 เตียง ไม่มีเตียงว่าง ผู้ป่วยสีเหลือง ทั้งหมด 181 เตียง ครองเตียง 177 เตียง มีเตียงว่าง 4 เตียง และ ผู้ป่วยสีเขียว ทั้งหมด 4,641 เตียง ครองเตียง 253 เตียง เหลือเตียงว่าง 4,388 เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ถึงแม้มียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ แต่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ก็ยังมีมาตรการคุมเข้มอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ซึ่งขณะนี้ มีประชาชนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ได้แสดงความจำนงลงทะเบียนประสงค์รับวัคซีน จำนวน 976,842 คน จากจำนวนผู้ลงทะเบียนผ่าน Buriram IC สะสม 1,041,465 คน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120156</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุรีรัมย์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e21f8c0bae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 18:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 18:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือหมู่บ้านในตัวเมืองบุรีรัมย์ ถูกน้ำท่วมกว่า 200 หลังคาเรือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.64 -&amp;nbsp;นายธัชกร&amp;nbsp;หัตถาธยากูล&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการระบายน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านรุ่งโรจน์ธานี ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ หลังเกิดน้ำท่วมฉับพลัน กว่า 200 หลังคาเรือน ซึ่งได้รับผลกระทบจากฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณเอ่อท่วมถนนในหมู่บ้าน สูงกว่า 40-50 ซม. ตั้งแต่เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้จังหวัดบุรีรัมย์ได้บูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงาน เช่น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบุรีรัมย์ ทหาร ตำรวจ อบจ. และ เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลอิสาณ&amp;nbsp; ได้เร่งนำ เครื่องจักรหนัก ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ เร่งระบายน้ำ บริเวณด้านหน้าถนนเส้นทางสายบุรีรัมย์&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;นางรอง ทางเข้า หมู่บ้านรุ่งโรจน์ธานี ลงสู่ลำห้วยจระเข้มาก (บริเวณข้างห้างแม็คโครบุรีรัมย์) ส่วนเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ได้บรรจุกระสอบทราย ใส่รถบรรทุกเข้าไปภายในหมู่บ้าน เพื่อวางเป็นแนวกั้นน้ำไม่ให้ไหลเข้าสู่ตัวบ้านของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธัชกร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp; จากปริมาณน้ำฝนที่ตกต่อเนื่อง 2 วัน 2 คืน ทำให้มีปริมารน้ำจำนวนมาก ซึ่งบริเวณหมู่บ้านรุ่งโรจน์ธานีน้ำไม่สามารถไหลข้ามถนนเส้น บุรีรัมย์&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;นางรองได้ ลงสู่ลำห้วยจระเข้มากได้ และขณะนี้ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 2 เครื่อง และกำลังติดตั้งเพิ่มอีก 1 เครื่อง เพื่อที่จะสูบน้ำลงลำห้วยจระเข้มาก ให้เร็วที่สุด เพื่อน้ำจะไหลไปสู่ ลำตะโคง และลำน้ำมูลต่อไป ส่วนประชาชนที่ใช้เส้นทางผ่านบริเวณนี้หากไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยง ไปใช้เส้นทางอื่น เนื่องจากอาจไม่ได้ความสะดวก และบริเวณนี้มีเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวต้องมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120114</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, บุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d5eece4366.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุรีรัมย์ &#039;วัด - โรงเรียน&#039; จมบาดาล อลหม่านหนีน้ำกลางดึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.64 - จากสถานการณ์ฝนตกหนักสะสมตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ประกอบกับมวลน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียงไหลมาสมทบ &amp;nbsp;ส่งผลให้เกิดกระแสน้ำหลากเข้าท่วมเขตเทศบาลเมืองนางรอง &amp;nbsp;อ.นางรอง &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์.ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา &amp;nbsp;แบบไม่ทันตั้งตัว &amp;nbsp;ทั้งวัดใหม่เรไรทอง &amp;nbsp;วัดถนนหัก &amp;nbsp;โรงเรียนบ้านถนนหัก (เพียรประจงวิทยา) &amp;nbsp;และบ้านเรือนราษฎรใน 3 ชุมชน คือ​ ชุมชนถนนหัก &amp;nbsp;ชุมชนหนองโพรง &amp;nbsp;และชมชนทุ่งแหลม &amp;nbsp;มากกว่า 30 หลังคาเรือน &amp;nbsp;ไม่สามารถขนย้ายข้าวของเครื่องใช้ &amp;nbsp;และทรัพย์สินมีค่าต่างๆ ขึ้นที่สูงได้ทัน เพราะน้ำหลากเข้าท่วมอย่างรวดเร็วในช่วงกลางดึก &amp;nbsp;ทำให้ข้าวของหลายอย่างเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า และวัสดุครุภัณฑ์ต่างๆ ในโรงเรียนบ้านถนนหัก ได้รับความเสียหายหลายรายการ &amp;nbsp;นอกจากนี้​ บ้านพักครู และรถยนต์ที่จอดไว้ก็ถูกน้ำท่วมด้วยเช่นกัน &amp;nbsp;ซึ่งระดับน้ำท่วมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1 &amp;ndash; 1.50 &amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp; ขณะที่ถนนหลายสายในเขตเทศบางเมืองนางรองก็ถูกน้ำท่วมสูงจนต้องปิดการสัญจร &amp;nbsp; เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านทางเทศบาล &amp;nbsp; หน่วยกู้ภัย &amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ &amp;nbsp;ก็ได้ลงพื้นที่สำรวจและให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น &amp;nbsp;อาทิ &amp;nbsp;การช่วยย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง &amp;nbsp;และเร่งบรรจุกระสอบทรายแจกจ่ายเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำทะลักเข้าท่วมเป็นวงกว้างมากขึ้นอีก &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนอง &amp;nbsp;น้อยพาลี อายุ 47 ปี ชาวบ้านถนนหัก กล่าวว่า &amp;nbsp;หลังจากมีฝนตกหนักคลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ประกอบกับมีมวลน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียงไหลมาสมทบ &amp;nbsp;ก็ทำให้เกิดน้ำท่วมทั้งวัด &amp;nbsp;โรงเรียน และบ้านเรือนราษฎรในช่วงกลางดึกแบบไม่ทันตั้งตัว &amp;nbsp;โดยน้ำเริ่มท่วม​ เมื่อช่วงตี 2 &amp;nbsp; ทำให้หลายคนไม่สามารถขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูงได้ทัน &amp;nbsp;ก็ต้องปล่อยแช่น้ำ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งปีนี้ถือว่าน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบ 10 ปี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้านนางสุภนิจ เมฆหมอก ประธานชุมชนถนนหักพัฒนา &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;เมื่อประมาณ ปี 2551 และ 2554 &amp;nbsp;ก็เคยเกิดปัญหาน้ำท่วมในชุมชน หลังจากนั้นทางเทศบาลก็ไม่เข้ามาแก้ไขปัญหาวางท่อระบายน้ำ เพื่อให้น้ำสามารถไหลได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้นแล้ว &amp;nbsp; แต่ปีนี้ที่เกิดน้ำท่วมอีกอาจเพราะเนื่องจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน &amp;nbsp;จึงทำให้น้ำหลากเข้าท่วมช่วงกลางดึก &amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้ทางเทศบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;ก็ได้เข้ามาสำรวจและให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว &amp;nbsp;ทั้งเร่งระบายน้ำที่ท่วมให้ลดลงโดยเร็วด้วย แต่ก็ต้องเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;เพราะไม่รู้ว่าน้ำยังจะเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะที่นายสันติ &amp;nbsp;ประถมพรมราช &amp;nbsp;สท.เมือง​นางรอง​ เขต 3 &amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;หลังได้รับทราบว่าเกิดน้ำท่วม &amp;nbsp;ก็ได้รายงานผู้บริหารเทศบาลได้รับทราบทันที &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อเร่งหาแนวทางช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน &amp;nbsp; ทั้งการเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังตามถนน บ้านเรือน &amp;nbsp;วัด &amp;nbsp;และ โรงเรียนให้ลดระดับลงโดยเร็ว &amp;nbsp; พร้อมทั้งชดเชยเยียวยากรณีที่ถูกน้ำท่วมข้าวของทรัพย์สินเสียหายด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119985</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, บุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211017/image_big_616bddd8c1543.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 15:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 15:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;น้ำมูล&#039; ล้นตลิ่ง​ หลากท่วมนาข้าว 6 หมู่บ้าน เกือบ 3 พันไร่​ จมเสียหาย ชี้เป็นพื้นที่แอ่งกระทะท่วมซ้ำซาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16&amp;nbsp;ต.ค.64 -&amp;nbsp;สถานการณ์น้ำในลำน้ำมูลที่ไหลผ่านอำเภอแคนดง&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp; มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; ทั้งจากอิทธิพลของพายุ และมวลน้ำเหนือที่ไหลมาจากจ.นครราชสีมา &amp;nbsp;ล่าสุดได้เอ่อล้นตลิ่งหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวที่กำลังออกรวงใกล้ถึงฤดูเก็บเกี่ยวของเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ต.แคนดง&amp;nbsp;อ.แคนดง คือ บ้านนาแซง&amp;nbsp;, โคกเก่า&amp;nbsp;, โนนกลาง&amp;nbsp;, ม่วงน้อย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ยางทะเล&amp;nbsp;และบ้านม่วงทะเล&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ติดริมน้ำจมแล้วเกือบ&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ไร่ หากระดับน้ำไม่ลดลงภายใน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สัปดาห์ก็คาดว่าจะได้รับความเสียหายทั้งหมด&amp;nbsp;นอกจากนี้น้ำยังได้เอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร&amp;nbsp; ศาลากลางหมู่บ้านรวมกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;หลังคาเรือน&amp;nbsp;ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หมู่บ้าน ก็ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและผลกระทบจากน้ำท่วม&amp;nbsp;เพื่อรายงานทางอำเภอและจังหวัดทราบ&amp;nbsp;เพื่อที่ได้พิจารณาให้ความช่วยเหลือทั้งชาวบ้าน และเกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วมตามระเบียบหลักเกณฑ์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไชโย&amp;nbsp;ศรีรัตน์&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านโคกเก่า&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp; สภาพพื้นที่ของทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หมู่บ้านเป็นแอ่งกระทะ ทำให้ประสบปัญหาน้ำท่วมทุกปีทั้งบ้านเรือน และนาข้าว&amp;nbsp;จนหลายครัวเรือนต้องปรับตัวด้วยการถมบริเวณรอบบ้านให้สูงขึ้น&amp;nbsp; เพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าตัวบ้าน&amp;nbsp;แต่นาข้าวก็ไม่สามารถเลี่ยงปัญหาน้ำท่วมได้&amp;nbsp; โดยปีนี้น้ำได้หลากเข้าท่วมนาข้าวที่กำลังออกรวงในพื้นที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หมู่บ้านแล้วเกือบ&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งหากน้ำไม่ลดลงภายใน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สัปดาห์ก็จะได้รับความเสียหายทั้งหมด&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ผู้ใหญ่บ้านทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หมู่บ้านก็ได้ออกสำรวจความเสียหายเพื่อรายงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนแล้ว&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามจากการติดตามสถานการณ์น้ำมูลยังพบว่ามีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นทุกวันเฉลี่ยวันละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;ก็ได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ประชาชนเฝ้าระมัดระวังและเตรียมพร้อมรับมือตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมพงษ์&amp;nbsp;ไกรงาม&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านบ้านนาแซงบอกว่า&amp;nbsp;ปีนี้น้ำมาเร็วกว่าปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;และมีปริมาณมากกว่าปีที่แล้วและคาดว่ามวลน้ำจากนครราชสีมา จะยังคงไหลมาสมทบลงลำน้ำมูลทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งทางผู้ใหญ่บ้านทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หมู่บ้าน ก็ได้หมุนเวียนกันลงพื้นที่ติดตามระดับน้ำทุกวันเพื่อรายงานทางอำเภอทราบและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนได้เฝ้าระวัง&amp;nbsp;ส่วนนาข้าวของเกษตรกรที่ถูกน้ำท่วมเสียหายก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชดเชยเยียวยา&amp;nbsp;และช่วยเหลือส่งเสริมการปลูกข้าวนาปรังเพื่อชดเชยข้าวนาปีที่เสียหายด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119904</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211016/image_big_616a866dbc6fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 20:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 20:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด! ลุงวัย 57 ออกหาปลาช่วงน้ำหลาก กลายเป็นศพอยู่ในตาข่ายดักปลาของตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15&amp;nbsp;ต.ค.64 -&amp;nbsp;ร.ต.อ.พนัส โกรดประโคน&amp;nbsp;รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;ได้รับแจ้งว่า​ พบศพคนจมน้ำเสียชีวิตติดในตาข่ายดักปลา&amp;nbsp;ที่คลองน้ำบ้านสี่เหลี่ยม ต.เจริญสุข&amp;nbsp; อ.เฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;จึงได้ประสานแพทย์เวรฯ รพ.เฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;และหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม จุดอำเภอเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp; ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบศพนายดำ&amp;nbsp;พรมขุนจิตร อายุ&amp;nbsp;57&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ชาวบ้านบ้านสี่เลี่ยม ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;เสียชีวิตอยู่ในตาข่ายดักปลา หรือชาวบ้านเรียกว่า (สาบ) &amp;nbsp;อยู่ในคลองน้ำด้านทิศตะวันตกของหมู่บ้าน&amp;nbsp;จึงได้นำร่างขึ้นมาจากน้ำ&amp;nbsp;จากการตรวจสอบสภาพศพเบื้องต้นไม่พบร่องรอยบาดแผลจากการถูกทำร้าย&amp;nbsp;จึงคาดว่าน่าจะเป็นการพลัดตกน้ำแล้วจมเสียชีวิตเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถาม​ นางแว่น พรมขุนจิตร อายุ&amp;nbsp;46&amp;nbsp;ปี ภรรยาผู้ตาย เล่าว่าวันนี้ตนกับสามีออกมาหาปลาด้วยกันตั้งแต่เช้าโดยการใช้ตาข่ายดักปลาในคลองที่เกิดเหตุเพราะช่วงนี้น้ำหลากจะมีปลาเยอะ&amp;nbsp; ซึ่งช่วงเช้าก็ดักได้ปลาเยอะกว่าปกติ&amp;nbsp;จึงเอาปลากลับเข้าไปไว้ที่บ้านก่อนส่วนหนึ่ง&amp;nbsp;พอช่วงบ่ายออกมาหาสามีอีกที ก็ไม่เห็นสามีอยู่ที่จุดเดิมแล้ว&amp;nbsp;มีแต่รองเท้าเตะถอดทิ้งไว้&amp;nbsp;ตอนแรกก็คิดว่าสามีอาจจะเดินไปหาจุดอื่นเพื่อดักปลา&amp;nbsp;ก็พยายามเรียกหาแต่ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบกลับจากสามี&amp;nbsp;จึงให้เพื่อนบ้านช่วยตามหาอีกช่วย&amp;nbsp;กระทั่งพบสามีจมน้ำเสียชีวิตอยู่ในตาข่ายดักปลาของตัวเอง&amp;nbsp;ก็ตกใจมากเพราะสามีเป็นคนไม่ดื่มเหล้าขยันทำมาหากิน&amp;nbsp;ส่วนสาเหตุที่สามีจมน้ำเสียชีวิต​ คาดว่าน่าจะเกิดจากโรคประจำตัวเบาหวาน ความดันกำเริบ&amp;nbsp; แล้วอาจจะหน้ามืดพลัดตกน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ น.ส.สาวิตรี&amp;nbsp;คงเป็นพันธ์&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;42&amp;nbsp;ปี และนางยุพิน โอกระโทก&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;55&amp;nbsp;ปี เล่าว่าช่วงเช้าพวกตนก็ออกมาหาปลาอยู่ใกล้ๆ กับนายดำ&amp;nbsp;ผู้ตาย&amp;nbsp;ก็ยังพูดคุยกันอยู่เลย แต่ช่วงเที่ยงได้กลับเข้าไปกินข้าวที่บ้าน&amp;nbsp;แล้วพอตอนบ่ายออกมาอีกทีก็ไม่เห็นนายดำ แล้ว&amp;nbsp;ซึ่งเมียของนายดำ&amp;nbsp;ก็ไม่เห็นสามีเหมือนกันเห็นแต่รองเท้าถอดอยู่ริมคลองน้ำ&amp;nbsp;ภรรยาจึงให้พวกตนช่วยตามหาด้วยเพราะตะโกนเรียกแล้วไม่มีเสียงตอบกลับ&amp;nbsp;ก็พากันเดินหาหลายรอบแต่ไม่เจอ&amp;nbsp;กระทั่งประมาณบ่าย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไปเห็นร่างนายดำ ติดอยู่กับตาข่ายดักปลาของตัวเอง&amp;nbsp;ก็ตกใจก่อนจะให้ชาวบ้านมาช่วยนำร่างขึ้นจากน้ำ แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบซึ่งญาติก็ไม่ได้ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต&amp;nbsp;เพราะคิดว่าน่าจะเกิดจากโรคประจำตัวกำเริบ แล้วหน้ามืดพลัดจมน้ำเสียชีวิตเอง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้มอบศพให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119847</URL_LINK>
                <HASHTAG>จมน้ำตาย, บุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_61697ec8abb41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 20:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 20:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯบุรีรัมย์​ เตือนปชช.ในพื้นที่เสี่ยงภัย เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน​ กำชับหน่วยงานพร้อมรับมือตลอด 24 ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.64 -&amp;nbsp;นายธัชกร&amp;nbsp;หัตถาธยากูล&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย&amp;nbsp;ติดริมลำน้ำ&amp;nbsp;พื้นที่ลุ่มต่ำ&amp;nbsp;และทางน้ำไหลผ่าน&amp;nbsp;ระมัดระวังอันตรายจากภาวะน้ำท่วมฉับพลันจากอิทธิพลพายุ &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo;&amp;nbsp;ประกอบกับมวลน้ำที่จะไหลมาจากจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ที่อาจจะส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันได้&amp;nbsp;ทั้งนี้ยังได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อม&amp;nbsp;ทั้งบุคลากรและอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมงด้วย&amp;nbsp;ซึ่งจากข้อมูลพบว่า​ ขณะนี้มีน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายหลายอำเภอ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้ขอความร่วมมือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ออกประกาศเสียงตามสายประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ประชาชน ได้เฝ้าติดตามข่าวสารการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้เตรียมพร้อมรับมือกับพายุฝน และน้ำท่วมฉับพลัน ในช่วงนี้ด้วย&amp;nbsp;ซึ่งหากพื้นที่ใดมีราษฎรได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม&amp;nbsp;ก็ให้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอ เร่งเข้าให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน&amp;nbsp; พร้อมรายงานให้ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ&amp;nbsp;เพื่อจะได้ให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119846</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, บุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_61697deca6527.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
