<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้นแบบอนุรักษ์เพลงรำเหย่ยพื้นบ้าน  &quot;ป้าบุษ&quot;ไอดอลวัยตกกระของลูกหลาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ใครที่ชื่นชอบรายการทีวี เกี่ยวกับผู้สูงอายุมากประสบการณ์ ที่เป็นต้นแบบหรือโรลโมเดลของคนวัยหลัก 6 ที่มีคุณภาพและลูกหลานๆ จาก ต.หนองสาหร่าย จ.กาญจนบุรี คงรู้จักกันดีสำหรับ &amp;ldquo;ป้าบุษ รำเหย่ย&amp;rdquo; กับเสียงร้องเพลงพื้นบ้าน สำเนียงเหน่อ แต่ไพเราะปนฉะฉานของเพลงรำเหย่ยผสมเพลงแรป ในแบบฉบับของ คุณป้าบุษกร พรหมมา ประธานวัฒนธรรม หมู่บ้านหนองขุย ต.หนองสาหร่าย จ.กาญจนบุรี ที่เจ้าตัวได้หยิบเอาเพลงรำเหย่ยซึ่งเป็นเพลงพื้นถิ่นของชาว ต.หนองสาหร่าย มาขับขานให้ไพเราะน่าฟังและเข้ากับยุคสมัย ที่เด็กๆ มักชื่นชอบเพลงแรป แต่ทว่าก็ไม่ลืมเพลงประจำถิ่นของตัวเอง เพราะได้ยินกันมาตั้งแต่แบเบาะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;นอกจากการเป็นแบบวัยเก๋าที่สืบสานวัฒนธรรมการร้องเพลงพื้นบ้านอย่างรำเหย่ยแล้ว ป้าบุษ ในวัย 68 ปี ยังชอบร้องเพลงฉ่อย ชอบตีกลองยาว ร้องเพลงลูกทุ่งโชว์ ตลอดจนเชี่ยวชาญในการเป็นหมอทำขวัญข้าว และหมอทำขวัญข้าวขึ้นยุ้ง ที่ได้รับมรดกตกทอดมาจากปู่ย่าตายาย กระทั่งปัจจุบันเจ้าตัวได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรให้ความรู้กับเด็กและเยาวชนยุคใหม่เกี่ยวกับการร้องรำเพลงเหย่ย เพลงฉ่อย และการตีกลองยาว ประจำโรงเรียนในชุมชน อย่างโรงเรียนสระลุมพุก จ.กาญจนบุรี อาทิตย์ละ 2 วัน (บ่าย 2 โมงถึง 4 โมงเย็น) ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และ ปีที่ 6 ที่สำคัญเจ้าตัวยังทำหน้าที่เป็น อสม.ประจำหมู่บ้าน ตั้งแต่ปี 2534 จนถึงปัจจุบัน อีกทั้งวันว่างจากการให้ความรู้เด็กๆ เจ้าตัวยังประกอบอาชีพทำสวนทำไร่ และเป็นเกษตรกรปลูกพริก ผักสวนครัวปลอดสารพิษ จำหน่ายและแบ่งปันให้คนชุมชนได้บริโภคอีกเช่นกัน ...ถือเป็นผู้สูงวัยที่มีคุณภาพที่ควรเอาเป็นแบบทั้งวัยเด็ก และวัยผู้ใหญ่ด้วยกัน ทั้งในแง่ของการสืบสานวัฒนธรรม และการดูแลสุขภาพแบบบ้านๆ แต่ได้ใจทั้งคนรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่ให้หยิบมาทำตาม  &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ป้าบุษ เล่าให้ฟังว่า &amp;ldquo;การดูแลสุขภาพของป้าบุษไม่มีอะไรมาก เราก็จะเลือกกินผักสวนครัวปลอดสารเคมีที่เราปลูกเองโดยไม่ได้ซื้อจากร้านค้า เช่น ฟักทอง บวบ ผักคะน้า กล้วย ถั่วแปบ หรือแม้แต่พริกสดที่เราไม่ได้ฉีดยา ก็รับประทานผักและปลาเป็นอาหารหลัก และเนื่องจากอายุมากขึ้น ตอนเย็นๆ นั้นก็จะดื่มนมเพื่อเสริมสร้างกระดูกไปด้วย นอกจากนี้ก็จะเลือกกินของเปรี้ยวและของเผ็ด เช่น มะม่วงน้ำปลาหวาน เพราะจะทำให้สมองโล่ง และรู้สึกสบายหัวมากขึ้น ประกอบอายุมาก ฟันอาจจะไม่ค่อยดี ป้าบุษก็จะขูดมะม่วงให้เป็นฝอยๆ เพื่อให้กินง่ายกับน้ำปลาหวานและอร่อยมากขึ้น&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ฟังเคล็ดลับการกินอาหารอร่อยและได้สุขภาพดีจากผักผลไม้ปลอดสารเคมีที่ปลูกเองแล้ว ทว่า ป้าบุษ ยังแอบกระซิบว่า เจ้าตัวไม่มีโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง แถมยังได้นำหลัก 5 อ.จากการเป็น อสม.ประจำหมู่บ้านมาปรับใช้การเสริมสุขภาพให้แข็งแรง มีอารมณ์ที่แจ่มใส และที่แน่ๆ เจ้าตัวก็ไม่ลืมบอกเคล็ดลับความงามให้กับหนุ่มสาวยุคใหม่ โดยการใช้สมุนไพรในการเติมสวยให้กับเจ้าตัวมาแต่ไหนแต่ไร และหันหลังให้กับครีมบำรุงยุคสมัยนี้  &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;วิธีที่ทำให้อารมณ์ของป้าแจ่มใส ภายใต้หลัก 5 อ.จากความรู้ในการเป็น อสม.ประจำหมู่บ้าน คือการร้องเพลงให้อารมณ์เบิกบาน เช่น เวลาที่ป้าไม่ได้ไปเป็นวิทยากรให้ความรู้กับเด็กๆ และไม่ได้ไปออกรายการทีวีในเทปต่างๆ ที่ติดต่อป้ามา ป้าบุษก็ร้องเพลง ขณะที่ป้าเก็บพริก บางครั้งก็ร้องเพลงลูกกรุง บางครั้งก็ร้องเพลงลูกทุ่งของสุรพล สมบัติเจริญ, ละอองดาว สกาวเดือน หรือแม่ผ่องศรี วรนุช แค่นี้ก็มีความสุขแล้วค่ะ ส่วนการดูแลสุขภาพและความงามให้เป็นไปตามวัยของป้าบุษ คือการใช้สมุนไพรไทยอย่างการนำว่านหางจระเข้มาฝานเอาแต่เนื้อวุ้นและนำมาพอกหน้า เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า ส่วนผมนั้นก็ยังใช้น้ำมะกูดสระผมและอาบน้ำ อีกทั้งนำมะขามเปียกมาแช่น้ำและถูตัว ทำให้ผิวผ่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ส่วนการออกกำลังกายของป้าบุษ ก็เลือกใช้วิธีที่ง่ายที่สุด คือการเหยียบกะลามะพร้าวคว่ำ และใช้สองมือพิงผนัง หรือข้างฝาบ้าน เพราะเวลาที่เท้าของเราได้หยิบบนกะลามะพร้าวนั้น ก็จะทำให้ได้ยืดเหยียดเส้นประสาทใต้ฝ่าเท้า และยืดกำลังแขนเช่นกัน ป้าทำทุกวันวันละ 15 นาทีก่อนเข้านอน ซึ่งจะทำให้นอนหลับสบายมากขึ้น ส่วนหนึ่งป้าก็เป็นคนที่ค่อนข้างหลับง่ายอยู่แล้วค่ะ หรือบางวันก็สลับมาแกว่งแขนวันละ 15 นาที มันจะช่วยทำให้เลือดลมไหลเวียนไปเลี้ยงระบบหัวใจได้ดีอีกเช่นกันค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ทว่า เน็ตไอดอลคนวัยเกษียณ แห่งเมืองกาญจน์ ที่เล่าด้วยน้ำเสียงเหน่อแบบจริงใจว่า นอกจากงานด้านการสืบสานวัฒนธรรม การร้องการรำเพลงพื้นบ้านให้กับเด็กๆ วัยเรียน หรือแม้แต่อนุรักษ์ประเพณีเกี่ยวข้าว ด้วยการเป็นหมอทำขวัญข้าว และหมอทำขวัญข้าวขึ้นยุ้งไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดูเพื่อไม่ให้สูญหายแล้ว งานในวันว่างของเจ้าตัวคือการทำสวนทำไร่ ปลูกพริกปลูกผักสวนครัวปลอดภัยไว้กินไว้ขายเลี้ยงชีพ ที่สำคัญการได้ทำงานเมื่อวัยเข้าสู่วัยเกษียณนับเป็นความสุขใจอย่างหนึ่ง ในฐานะคนรุ่นใหญ่ที่ต้องการถ่ายทอดสิ่งดีๆ ทั้งการร้องรำทำเพลงไปสู่คนรุ่นลูกหลาน เนื่องจากรักงานในด้านนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;รวมถึงการทำงานเป็นจิตอาสาอย่าง อสม.ประจำหมู่บ้านมาหลายสิบปี ซึ่งทุกวันนี้ยังต้องเข้าไปส่งข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่ประจำอนามัยประจำหมู่บ้านเกี่ยวกับครอบครัวที่รับผิดชอบ ทั้งรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับครัวเรือนที่มีผู้พิการ โดยเจ้าตัวได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยม ไปชวนพูดคุย หรือแม้แต่รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการให้ความรู้การรับประทานอาหารอย่างถูกวิธีของผู้สูงอายุ ที่งานนี้เจ้าตัวบอกว่าทำด้วยความสุขและความเต็มใจ &lt;/p&gt;


	ทุกวันนี้ป้าบุษอายุ 68 ปี แต่ก็มีความสุขกับการทำงานในรูปแบบต่างๆ ที่ได้รับ ทุกอย่างมันก็สลับเปลี่ยนหมุนเวียนไปกันไปค่ะ เช่น เวลาที่ไปเป็นวิทยากรให้กับเด็กนักเรียนเกี่ยวกับการร้องรำทำเพลงพื้นบ้านนั้น หากว่าเด็กสนใจอยากเรียนอะไร ป้าบุษก็จะให้เขาเรียน เช่น ถ้าเด็กอยากรำ วันนั้นก็สอนรำไทย หรือเด็กอยากตีกลองยาว ก็จะสอนการตีกลองยาว หรืออยากร้องรำเหย่ยผสมเพลงแรป ป้าก็จะสอนตามที่เด็กร้องขอ อีกทั้งหากเด็กคนไหนเก่งด้านไหน ก็จะดึงตัวออกมาให้เป็นผู้นำกับเพื่อนในห้องเรียน สมมุติว่าเด็กคนนั้นรำสวย ป้าก็จะคัดเด็กออกมา และเวลาที่ทางผู้ใหญ่ในตำบลมีงาน และเชิญป้าบุษไปออกงานต่างๆ อาทิ งานเกี่ยวข้าวร้องเพลง หรือรำอวยพรต่างๆ ป้าก็จะพาเด็กที่มีความสามารถในด้านต่างๆ ไปออกงานด้วย เด็กๆ จะมีค่าขนมคนละ 200-300 บาท ที่สำคัญเด็กจะได้ประสบการณ์จากการออกงาน และได้แสดงความสามารถจริงๆ ด้วยค่ะ ตรงนี้เราก็รู้สึกดีใจ รู้สึกภูมิใจ ในการทำหน้าที่ของตัวเองในการอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้าน ทั้งการร้อง การรำ ไม่ให้สูญหาย อีกทั้งยังเป็นการถ่ายทอดภูมิปัญญาดีๆ เหล่านี้ไว้ให้คนรุ่นหลังได้สืบต่อไปค่ะ&amp;rdquo;.

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54194</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, บุษกร พรหมมา, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200109/image_big_5e17201af3c93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกเอ๋ย..ปู่ย่าตายายจะบอกให้ ปิดเทอมเรียนรู้สร้างสัมพันธ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หน้าร้อนถือเป็นช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนของน้องๆ วัยประถมและมัธยมศึกษา ทั้งนี้คงจะดีไม่น้อยหากว่าเด็กๆ นั้นใช้เวลาให้เป็นประโยชน์มากกว่าการเล่นเกมในโทรศัพท์มือถือ หรือติดอยู่กับโลกออนไลน์ตลอดทั้งวัน เพราะนอกจากทำให้เกิดปัญหาสายตา โดยเฉพาะโรคต้อกระจกแล้ว อาจทำให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างสูญเสียไป ที่สำคัญยังทำให้ผู้ใหญ่ต้องคอยเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของบุตรหลานช่วงปิดเทอม มีคำแนะนำจากคนวัยเก๋าที่เลี้ยงและผูกพันกับลูกหลานมาแนะนำการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์กับน้องๆ หนูๆ ในช่วงปิดภาคเรียน ทั้งนี้บางกิจกรรมเป็นสิ่งที่เด็กๆ อาจไม่เคยทำมาก่อน หรือบางคนก็ทำจนเกิดความเคยชิน และชักชวนเพื่อนมาร่วมงานยามว่างดังกล่าว ที่สำคัญบางกิจกรรมยังสอดแทรกการดูแลกันและกันของสมาชิกในครอบครัวได้อีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(บุษกร พรหมมา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มจาก ป้าบุษ-บุษกร พรหมมา ประธานวัฒนธรรมหมู่บ้านหนองสาหร่าย จ.กาญจนบุรี ที่บอกว่า &amp;ldquo;ป้าบุษเป็นคนที่ชอบร้องรำทำเพลง ดังนั้นทุกครั้งที่ปิดภาคเรียนก็จะชวนเด็กๆ ที่มีอายุตั้งแต่ 5-12 ปี ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ด้วยการรำกลองยาว ในกลุ่มเด็กเล็กอายุ 5-7 ปี ส่วนเด็กในหมู่บ้านที่โตขึ้นมาอีกนิดอายุประมาณ 12 ปี ก็จะชักชวนให้บวชเณรภาคฤดูร้อน ทั้งนี้เพื่อป้องกันเด็กไปเล่นน้ำและจมน้ำ อีกทั้งได้ใช้เวลาว่างในการศึกษาธรรมะ ทำให้เด็กสงบและซุกซนน้อยลง ส่วนกลุ่มเด็กเล็กที่มาเรียนรำกลองยาว ถ้าคนไหนที่สามารถเล่นได้ก็จะพาไปรำกลองยาวในงานสงกรานต์ที่หน้าอำเภอ เด็กก็จะได้เงินค่าขนมคนละ 100-200 บาท ตรงนี้เด็กๆ ก็จะเกิดความภูมิใจค่ะ ก็ถืองานอดิเรกที่มีประโยชน์ แม้ว่าเด็กบางคนจะเคยเรียนรำกลองยาว หรือบวชเณรเป็นครั้งแรกก็ตามค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(กุลยา ศรีลิโก)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อกันที่ คุณป้ากุลยา ศรีลิโก ครูเกษียณราชการวัย 70 ปี แนะนำว่า กิจกรรมที่เหมาะกับเด็กช่วงปิดเทอมควรเป็นสิ่งที่เด็กๆ ชอบและสนใจ &amp;ldquo;หากเป็นเด็กเล็กหรือเด็ก ป.1 และ ป.2 ที่ต้องอยู่กับพ่อแม่ เช่น การวาดรูป การเลี้ยงสัตว์ ให้อาหารปลา ส่วนเด็กโตนั้น ผู้ปกครองก็ ต้องคอยสังเกตว่าลูกชอบอะไร และสนับสนุนในเรื่องนั้น เช่น ถ้าลูกชอบดนตรี หรือต้องการที่จะเรียนพิเศษเนื่องจากเด็กอ่อนในวิชานั้นๆ ก็ควรลูกไปเรียนติวเตอร์ หรือถ้าเขาชอบวาดรูปก็พาไปเรียนศิลปะ เพราะจะทำให้เด็กมีสมาธิ และอยู่กับเพื่อนและคนในสังคมได้ หรือหากน้องๆ หนูๆ อยากทำงานพิเศษ พ่อแม่ก็ต้องคอยดูว่าลูกๆ จะมีความปลอดภัยแค่ไหน ซึ่งถ้ามองว่าทำแล้วปลอดภัยก็ให้ทำ เพื่อที่ว่าเด็กๆ จะได้รู้คุณค่าของเงิน ว่าเงินนั้นหายากค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(อ.ศรีสมร คงพันธุ์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่างานอดิเรกอย่างการทำอาหารถือได้ว่าเป็นกิจกรรมช่วงปิดเทอมที่ช่วยปลูกฝังงานครัวเรือนให้กับเด็กๆ คำแนะนำจาก อ.ศรีสมร คงพันธุ์ เจ้าของโรงเรียนสอนทำอาหาร &amp;ldquo;โรงเรียนการเรือน ยิ่งเจริญ&amp;rdquo; บอกว่า &amp;ldquo;ในช่วงปิดเทอมอย่างนี้ พ่อแม่สามารถจูงใจลูกให้เข้าครัวในวันหยุด เพราะการทำอาหารนั้นจะสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในครอบครัว และปลูกฝังการดูแลกันและกัน โดยเลือกอาหารง่ายๆ ที่เด็กๆ ชอบอย่าง &amp;ldquo;ส้มตำ&amp;rdquo; โดยทำรสชาติตามใจเด็ก ใส่น้ำปลา น้ำมะนาว แต่ไม่ต้องใส่พริก หรือแม้แต่การต้มไข่หรือเจียวไข่สำหรับเด็ก 7-8 ปี ตรงนี้มันอยู่ที่พ่อแม่ว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้ลูกรู้จักการเข้าครัว เพราะคนยุคใหม่มักจะชอบออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน แต่ลืมไปว่าในช่วงปิดเทอมอย่างนี้ เราสามารถเติมความรักให้แก่กันด้วยการทำอาหารร่วมกับเด็กๆ ค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(สุพร เลือกกันดี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ต่าง คุณป้าสุพร เลือกกันดี วัย 68 ปี ที่บอกคล้ายกันว่า &amp;ldquo;งานบ้าน&amp;rdquo; เป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเด็กมากที่สุด และเป็นเครื่องมือสำหรับในการดึงเด็กออกจากการเล่นเกมในโทรศัพท์มือถือ ที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพสายตา บอกว่า &amp;ldquo;ป้ามีหลาน 2 คน อายุ 15 ปีและ 9 ปี ทุกวันนี้หลานก็ชอบเล่นโทรศัพท์มือถือจนดึก แต่ตอนนี้เป็นช่วงปิดเทอม เราก็จะให้หลานๆ ทั้ง 2 คนช่วยกันทำงานบ้าน เช่น กรอกน้ำเข้าตู้เย็น ล้างชามหลังจากกินข้าวเสร็จ และช่วยกันเก็บกวาดบ้าน แม้ว่าจะทำให้เด็กละสายตาได้ 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง ก็ยังดีกว่าปล่อยให้เล่นมือถือตลอดทั้งวัน เพราะอย่างน้อยก็จะทำให้เขารู้จักรับผิดชอบตัวเองเมื่อโตขึ้นค่ะ หรือหากบ้านไหนที่พ่อแม่ขายของ เด็กๆ ก็สามารถไปช่วยขายได้ เพราะจะทำให้เด็กรู้จักการหาเงินว่าเป็นอย่างไร และไม่ฟุ่มเฟือย เพราะทุกวันนี้เด็กขอเงินจากผู้ปกครองเพียงอย่างเดียวค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(นงลักษณ์ แซ่จง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กยุคใหม่มักพบปัญหาติดเกม ดังนั้นการดึงความสนใจไปรับประทานอาหารนอกบ้าน และการปลูกฝังการรับผิดชอบงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ ก็ถือเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในช่วงปิดเทอมของน้องๆ หนูๆ มุมมองจาก คุณป้านงลักษณ์ แซ่จง วัย 67 ปี ครูสอนภาษาจีน ที่บอกว่า &amp;ldquo;ผู้ปกครองต้องหมั่นสังเกตว่าเด็กๆ ชอบรับประทานอาหารอะไร และให้พาออกไปกินข้าวนอกบ้าน ยิ่งใกล้บ้านมากเท่าไรก็ยิ่งดี เพื่อให้เด็กห่างไกลจากโซเชียล เนื่องจากอยู่บ้านมากๆ เด็กก็จะยิ่งติดมือถือ ตรงนี้ผู้ปกครองเองก็ต้องแบ่งเวลาให้ลูกในช่วงปิดเทอมด้วย นอกจากนี้ การใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอมอย่างการทำงานบ้านขณะอยู่บ้านอย่าง การล้างชาม และเก็บกวาดห้องตัวเองแล้ว ก็เป็นการปลูกฝังการช่วยเหลือตัวเองและรับผิดชอบในหน้าที่เช่นกัน แต่ถ้าลูกๆ อยากออกไปหาเพื่อนในช่วงปิดเทอม แนะนำว่าให้ผู้ปกครองไปด้วย เพื่อคอยช่วยสังเกตเพื่อนของลูกว่าเป็นอย่างไร สามารถคุยได้ไหม ก็จะช่วยสกรีนให้เด็กเลือกคบเพื่อนที่ดี ไม่ชวนกันทำสิ่งไม่เหมาะสมช่วงปิดเทอมค่ะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33153</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลยา ศรีลิโก, คุณภาพชีวิต, นงลักษณ์ แซ่จง, บุษกร พรหมมา, สุพร เลือกกันดี, อ.ศรีสมร คงพันธุ์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190407/image_big_5caa033d841bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
