<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2020 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2020 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกกระทรวงการต่างประเทศยันข้อมูลคลาดเคลื่อน สหรัฐแจ้งไทยล่วงหน้า 1 วันก่อนสังหารเบอร์ 2 อิหร่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค.63 - จากกรณีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อ้างว่าสหรัฐแจ้งไทยล่วงหน้า 1 วัน ก่อนโจมตีอิหร่าน ล่าสุด น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงผ่านว่า เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ยืนยันว่าไม่ได้มีการแจ้งให้ทราบก่อนแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54066</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาเซม สุไลมานี, ดอน ปรมัตถ์วินัย, บุษฎี สันติพิทักษ์, สหรัฐ, อิหร่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c99f85d4237c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหนGSPสับรัฐบาล ฝ่ายค้านจี้เจรจา&#039;สหรัฐ&#039; &#039;พณ.&#039;ยันกระทบจิ๊บจ๊อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พาณิชย์แจงสหรัฐตัด GSP กระทบส่งออกไม่มาก ชี้เพิ่มภาระภาษี 1.5-1.8 พันล้านบาท เตรียมอุทธรณ์ให้ทบทวนใหม่ ยันไม่เกี่ยวแบน 3 สารพิษ &amp;quot;หม่อมเต่า&amp;quot; ถกด่วนผู้บริหารกระทรวงแรงงาน โต้ไทยคุ้มครองสิทธิแรงงานยึดหลักสากล ฝ่ายค้านบี้รัฐบาลเร่งเจรจาต่อรองให้ได้สิทธิคืน พร้อมเตรียมมาตรการเยียวยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีสหรัฐอเมริกาตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรทางการค้า หรือจีเอสพี ที่ให้กับไทยบางรายการในอีก 6 เดือนข้างหน้าว่า ปัจจุบันนี้สหรัฐให้สิทธิจีเอสพีที่ส่งออกสินค้าไทยไปยังสหรัฐ รวมทั้งหมดมูลค่า 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ไทยไม่ได้ใช้สิทธิ์เต็มตามจำนวนที่ให้โดยใช้สิทธิ์แค่ 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ส่งออกไปในทุกวันนี้ จึงหมายความว่าต่อไปนี้สินค้าของไทยที่ส่งออกไปยังสหรัฐ จำนวนยอดขายรวมกัน 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐนั้น จะต้องเสียภาษีนำเข้าสหรัฐ จากเดิมที่ไม่ต้องเสียภาษี โดยภาษีที่่ไทยต้องเสียประมาณร้อยละ 4-5 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กล่าวโดยสรุปก็คือการตัดสิทธิ์จีเอสพีทำให้สินค้าไทยที่ส่งออกไปขายยังสหรัฐอเมริกา มีภาระที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น 1,500-1,800 ล้านบาทต่อปี ส่วนประเด็นที่เป็นที่มาของสหรัฐอ้างว่าใช้เป็นเงื่อนไขในการตัดสิทธิ์ ทำให้เราต้องเสียภาษีคือเรื่องแรงงาน สหรัฐต้องการให้ไทยเปิดโอกาสให้แรงงานต่างด้าวที่มาทำงานอยู่ในประเทศไทยสามารถตั้งสหพันธ์แรงงานได้เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญ ส่วนประเด็นอื่นนั้น ขอให้ทางกระทรวงแรงงานเป็นผู้ให้ข้อเท็จจริง&amp;quot; นายจุรินทร์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้เป็นช่วงพิจารณาประจำปีของสหรัฐ แต่ไทยสามารถที่จะอุทธรณ์หรือขอให้ทบทวนใหม่ได้ ซึ่งหลายครั้งที่ผ่านมา อย่างเช่นปีที่แล้ว ทบทวนรายการสินค้าคืนมาให้ 7 รายการ และปีนี้จะยื่นขอทบทวนอีก หากสหรัฐไม่ทบทวนถือว่าเป็นอำนาจของเขาเช่นกัน ต่อไปนี้ไทยจะต้องจ่ายภาษีตามเงื่อนไขที่เขากำหนด ทำให้เรามีภาระทางภาษีเพิ่มขึ้น 1,500-1,800 ล้านบาท ส่วนคำถามเรื่องการแบน 3 สารเคมีทางการเกษตรนั้น เท่าที่ติดตามไม่ได้เป็นเงื่อนไขของครั้งนี้ สิ่งที่ทราบเป็นทางการคือ เกี่ยวกับประเด็นแรงงาน สรุปว่าสิ่งที่สหรัฐอ้างในการตัดสิทธิ์ไม่เกี่ยวกับ 3 สารแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกไทยจะได้รับผลกระทบคิดเป็นประมาณร้อยละ 0.01 ของการส่งออกรวมของไทยเฉลี่ยรายปี แต่จะมีสินค้าบางรายการที่ใช้สิทธิมากที่อาจได้รับผลกระทบมากกว่ารายการอื่น โดยมีรายละเอียดดังนี้ วันที่ 25 ต.ค.62 สหรัฐประกาศตัดสิทธิ์จีเอสพีประเทศไทย (Country Review) 573 รายการ (ร้อยละ 40 จากจำนวนสินค้าที่ไทยใช้สิทธิในปี 61 รวม 1,485 รายการ) มีผลบังคับใช้ 25 เม.ย.63 และมีการคืนสิทธิให้ไทย 7 รายการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี 61 ไทยมีการใช้สิทธิจีเอสพี เพียง 355 รายการ (จาก 573 รายการ) มูลค่า 1,279.8 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราการใช้สิทธิเฉลี่ยร้อยละ 66.7 อาทิ อาหารทะเลแปรรูป พาสต้า ถั่วชนิดต่างๆ แยมผลไม้ น้ำผลไม้ ซอสถั่วเหลือง เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์เครื่องครัวและของใช้ในบ้าน มอเตอร์ไฟฟ้า เหล็กแผ่นและสเตนเลส เครื่องดนตรี และอุปกรณ์ตกปลา ซึ่งการถูกตัดสิทธิ์จีเอสพี ทำให้ต้นทุนส่งออกไทยจะเพิ่มขึ้นประมาณ 50.33 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากสินค้าไทยกลุ่มนี้จะถูกเก็บภาษีนำเข้าสูงขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละ 4.5 (อ้างอิงจากอัตรา MFN rate ของสหรัฐ ปี 61)
กระทบส่งออกไม่มาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สนค.ประเมินว่าการถูกตัดสิทธิ์จีเอสพีส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทยอย่างจำกัด อัตราภาษีที่สูงขึ้นอาจทำให้มูลค่าการส่งออกไปสหรัฐ สำหรับสินค้ากลุ่มที่โดนตัดสิทธิ์ในปี 63 (เมื่อมาตรการมีผลบังคับใช้) ลดลงมูลค่า 28.8-32.8 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.01 ของมูลค่าการส่งออกรวมของไทย&amp;quot; นางสาวพิมพ์ชนกระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การส่งออกไทยที่มีจุดเด่นในการกระจายตัวของสินค้ากลุ่มใหม่ที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อเนื่องในอนาคต อาทิ เครื่องนุ่งห่ม รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน และเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เครื่องครัว และของใช้ในบ้าน จะช่วยยังสนับสนุนการส่งออกของไทยในตลาดสหรัฐต่อไปได้ แต่การถูกตัดจีเอสพีทำให้ความได้เปรียบด้านต้นทุนภาษีหมดไป และไทยจะเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้น ดังนั้น การรักษาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ส่งออกควรกระชับสัมพันธ์กับผู้นำเข้าพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการส่งเสริมการส่งออกและการตลาดเชิงรุก เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด (มีการพึ่งพาสิทธิจีเอสพี มากกว่าร้อยละ 50 และส่วนแบ่งตลาดต่ำกว่าร้อยละ 10) ได้แก่ คอนโซล โต๊ะและฐานรองอื่นๆ ที่ติดตั้งด้วยเครื่องอุปกรณ์ (HS8537) รถจักรยานยนต์ (HS8711) แว่นสายตาหรือแว่นกันลม/กันฝุ่น (HS9004) หลอดหรือท่ออ่อนทำจากยางวัลแคไนซ์ (HS4009) อ่างล้างหน้า (HS6910) เครื่องสูบของเหลว (HS8413) สารเคลือบผิว Epoxy Resin (HS3907) เครื่องสูบลมหรือสูบสูญญากาศ (HS8414) อาหารปรุงแต่งที่ทำจากธัญพืช (HS1904) ยางนอกชนิดอัดลม (HS4011) หากไทยสามารถกระจายความเสี่ยงส่งออกสินค้าที่ถูกตัดสิทธิ์ไปยังตลาดอื่นๆ ได้ จะช่วยลดกระทบต่อการส่งออกไทยได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงแรงงาน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับนายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงาน ถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาจะตัดสิทธิ์จีเอสพีไทย เนื่องจากทางการไทยไม่สามารถยกระดับสิทธิแรงงานให้เทียบเท่ามาตรฐานสากลว่า ที่ผ่านมารัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักและให้ความสำคัญในการดูแลคุ้มครองแรงงานทุกคน เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์และความปลอดภัยในการทำงาน รวมทั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ทุกภาคส่วนได้บูรณาการการทำงานมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากผลการดำเนินงาน ทำให้ประเทศไทยอยู่ในระดับความสำเร็จมากของสถานการณ์การขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด ในปี 2560 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ยังได้ปรับสถานการณ์ปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทยจาก Tier 2 Watch List มาเป็นระดับ Tier 2 และสหภาพยุโรป (อียู) ประกาศปลดใบเหลืองไอยูยู ในส่วนของการรับรองอนุสัญญาฯ ต่อองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) กระทรวงแรงงานได้ให้สัตยาบันพิธีสารส่วนเสริมปี ค.ศ.2014 ส่วนเสริมอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 29 ว่าด้วยแรงงานบังคับ ค.ศ.1930 และแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เพื่อบังคับใช้กฎหมาย การช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากแรงงานบังคับ และกำหนดบทลงโทษเกี่ยวกับการบังคับใช้แรงงานหรือบริการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งการยื่นจดทะเบียนให้สัตยาบันอนุสัญญาไอแอลโอ ฉบับที่ 188 ว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานภาคประมง ค.ศ.2007 ต่อไอแอลโอ เพื่อคุ้มครองแรงงานประมงให้ได้รับสิทธิด้านสุขภาพ ประกันสังคม และความปลอดภัยในการทำงาน โดยจะมีผลบังคับใช่ในวันที่ 18 พ.ย.นี้ ขณะเดียวกันยังได้พิจารณาให้สัตยาบันอนุสัญญาฯ ฉบับที่ 87 และ 98 เกี่ยวกับการรวมตัวตั้งเป็นสหภาพแรงงานและเจรจาต่อรอง ซึ่งขณะนี้กำลังปรับปรุงกฎหมายเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและกฤษฎีกา รวมทั้งรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับไอแอลโอ เพื่อให้การดูแลคุ้มครองแรงงานทุกคนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องตามหลักมาตรฐานสากลต่อไป
ปมแรงงานแค่ข้ออ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ 3 สาเหตุกรณีสหรัฐตัดจีเอสพีไทยบางรายการมูลค่าเกือบ 4 หมื่นล้าน มีผลอีก 6 เดือนข้างหน้า โดยอ้างเรื่องปัญหาแรงงานนั้น น่าจะเป็นข้ออ้างหาเหตุมากกว่า เพราะก่อนหน้านี้สหรัฐพอใจการแก้ไขปัญหาแรงงานจนยกฐานะไทยจากเทียร์ 3 เป็นเทียร์ 2 ส่วนปัญหาประมงได้มอบธงเขียวให้ไทยและยกเป็นตัวอย่างประเทศที่ประสบความสำเร็จในการต่อต้านประมงผิดกฎหมายไอยูยู&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เท่าที่เคยเจรจากับผู้แทนการค้าของสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) สมัยรัฐบาลโอบามา พอประเมินได้ว่าสาเหตุหลักน่าจะเหลือแค่ 3 กรณี 1.สหรัฐตัดจีเอสพี เพราะรายการสินค้ากลุ่มที่ถูกยกเลิกสิทธิพิเศษทางภาษีมียอดส่งออกไปสหรัฐเกินพิกัดกติกาจีเอสพี แบบนี้เรียกว่าตัดจีเอสพีตามเนื้อผ้า ยังเจรจาขอผ่อนปรนออกไปก่อนหรือลดรายการที่ตัดสิทธิพิเศษบางรายการโดยอาศัยความเป็นมิตรพิเศษตามสนธิสัญญาเอมิตีและการค้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.สหรัฐค้าขายสู้ไม่ได้ เสียเปรียบดุลการค้าไทยหลายแสนล้าน เลยใช้มาตรการยกเลิกสิทธิพิเศษทางภาษีกับกลุ่มสินค้าไทยที่ได้สิทธิประโยชน์จีเอสพี เช่นเดียวกับการที่สหรัฐเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนและสหภาพยุโรป หากเป็นเหตุผลนี้ ก็ยังมีโอกาสเจรจาต่อรองอีก 6 เดือน 3.สหรัฐต้องการใช้การตัดสิทธิพิเศษจีเอสพีเพื่อต่อรองแลกเปลี่ยนผลประโยชน์แบบหมูไปไก่มา เช่น การขอให้ไทยเปิดให้นำเข้าเนื้อหมูที่ใช้สารเร่งเนื้อแดงจากสหรัฐ หรือขอให้ไทยทบทวนการแบนสารพิษไกลโฟเซตที่ทั้งทางการสหรัฐและหอการค้าสหรัฐไม่เห็นด้วย เพราะกระทบผลประโยชน์ของบริษัทอเมริกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เห็นว่าถ้าเป็นเหตุผลหลังสุด คงยากที่ทางการไทยจะยอมอ่อนข้อ เพราะเป็นเรื่องสุขภาพของคนไทย ด้วยสาเหตุดังกล่าว ทางการสหรัฐควรทบทวนตัวเองมากกว่าเรียกร้องให้ทางการไทยทบทวน และหากยังคิดจะเป็นมิตรที่ดีกับคนไทยและประเทศไทย อย่าใช้มาตรการจีเอสพีกดดันแบบนี้เป็นอันขาด&amp;quot; นายอลงกรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้รับทราบข้อมูลมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว เมื่อครั้งที่ รมว.พาณิชย์ของสหรัฐมาร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนที่ไทย ซึ่งมีการหยิบยกประเด็นนี้มาหารือ ขณะเดียวกัน นายจุรินทร์ได้มีหนังสือรายงานถึงนายกรัฐมนตรีถึงประเด็นดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์จะเป็นผู้แถลงชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ในเรื่องนี้เอง นอกจากนี้ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการที่ไทยห้ามนำเข้าสารเคมีทางการเกษตรของสหรัฐอย่างแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศรับทราบรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้ประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์แล้วเช่นกัน ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จะมีการแถลงข่าวรายละเอียดเรื่องนี้ในวันที่ 28 ต.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการที่รัฐบาลไทยมีนโยบายยกเลิกการใช้สารเคมี 3 ชนิดในภาคเกษตรของไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กรณีนี้จะสร้างความน่ากังวลหรือส่งผลกระทบกับประเทศไทยหรือไม่ เพราะขณะนี้การประชุมสุดยอดอาเซียนกำลังจะเกิดขึ้น โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ไม่มี เพราะกรอบการเจรจาด้านการค้ากับสหรัฐเป็นเรื่องที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องหารือกันมาก่อนแล้ว
บี้รบ.เร่งเจรจาสหรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การตัดจีเอสพีถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อภาวะเศรษฐกิจอย่างมาก เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า ขณะนี้การส่งออกมีปัญหาอยู่แล้ว จากค่าเงินบาทที่แข็งค่ามาก ประกอบกับสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ แต่ในสงครามการค้าไทยเรายังมีโอกาส จากที่สหรัฐไม่ซื้อสินค้าหลายอย่างจากจีน เราก็อาจเข้าเป็นตัวแทนได้ แต่เมื่อถูกตัดจีเอสพีและสินค้าส่วนใหญ่ที่เป็นธุรกิจกลุ่มเอสเอ็มอี ยกเว้นธุรกิจรายใหญ่อย่างชิ้นส่วนยานยนต์ จึงกระทบคนส่วนใหญ่ และยังกระทบไปสู่การเลิกจ้างแรงงาน ดังนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งเจรจาและหาสาเหตุในการถูกตัดจีเอสพี และแก้ให้ถูกจุด ว่าจะสามารถเจรจากับสหรัฐได้อย่างไรในฐานะคู่ค้า ประเทศไทยจะต้องไม่เป็นลูกไล่ของประเทศใด เรามีศักดิ์ศรีที่ทัดเทียมกับทุกประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องหาสาเหตุให้ได้ว่าเขาใช้เหตุผลที่เป็นธรรมอะไรมาตัดจีเอสพี และเราจะยกเรื่องอะไรมาต่อสู้ เพื่อยกอำนาจการต่อรองกับเขา โดยที่สหรัฐเองก็ต้องพึ่งพาเราหลายเรื่อง ดังนั้นการตัดจีเอสพีโดยที่เหตุผลไม่พอ เป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยต้องปกป้องผลประโยชน์ของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดจีเอสพีครั้งนี้มีมูลค่าถึง 40,000 ล้านบาท จะต้องกระทบเศรษฐกิจอย่างแน่นอน เพราะขณะนี้ 4 เครื่องยนต์แรกของเรา คือการส่งออก ก็สลบอยู่แล้ว ค่าเงินบาทที่แข็งก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ การท่องเที่ยวก็ชะลอตัวลงมาก ขณะที่การลงทุนใหม่ไม่มีเลย ขณะที่โรงงานกำลังปิดตัวลงเพราะกำลังซื้อไม่พอ เพราะการส่งออกน้อยลง แล้วยังต้องมาได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้อีก อาจทำให้คนตกงานเยอะ ปีหน้าคาดว่าคนจะตกงานถึง 500,000 คน&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลออกมาพูดถึงความสำเร็จของการแก้ปัญหาแรงงานและได้รับการยอมรับจากสหรัฐ แต่สวนทางกับเหตุผลที่ใช้ตัดสิทธิ์ไทยในครั้งนี้นั้น คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เป็นเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลจะต้องทำให้เกิดความชัดเจน เพราะการแก้ปัญหาประมงของรัฐบาล คือการทำลายระบบภาคประมงทั้งหมด ทำให้คนเป็นแสนเป็นล้านต้องตายสนิท เพื่อแลกกับเรื่องของแรงงาน ท้ายที่สุดเมื่อรัฐบาลบอกว่าสำเร็จ แต่เป็นสาเหตุของการถูกตัดสิทธิ์ ก็ต้องมาดูว่าเป็นข้อบกพร่องในส่วนใดที่รัฐบาลต้องแก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า การถูกตัดสิทธิ์จีเอสพี จะทำให้การลงทุนในสินค้าหมวดหมู่ดังกล่าวลดลง หรือจะมีการย้ายฐานการผลิตออกจากไทย เพื่อไปลงทุนในประเทศที่ยังคงได้รับสิทธิจีเอสพีอยู่ ซึ่งจะทำให้การลงทุนของไทยที่ลดต่ำอยู่แล้วลดต่ำลงไปอีก แถมอาจจะมีการโยกย้ายฐานการผลิตและการส่งออกซ้ำเติมด้วย ผลของการที่ไทยถูกสหรัฐตัดสิทธิ์จีเอสพีเหมือนกับผลของการที่ไทยไม่สามารถเจรจาการค้ากับสหภาพยุโรป (อียู) ในช่วงที่มีรัฐบาลจากการปฏิวัติได้ ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลได้เร่งแก้ไขปัญหา และเร่งเจรจากับสหรัฐเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การถูกระงับสิทธิจีเอสพียังแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไร้ประสิทธิภาพและไม่ได้รับความเชื่อมั่นจากต่างชาติเหมือนที่เคยอวดอ้าง แต่ผลงานเดียวที่รัฐบาลสามารถเจรจาสำเร็จคือการสั่งซื้ออาวุธจากสหรัฐ ทั้งนี้ การส่งออกของไทยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาติดลบอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันไทยเป็นประเทศที่มีมูลค่าการส่งออกภายใต้สิทธิจีเอสพีสูงเป็นอันดับ 1 การถูกระงับสิทธิจะเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ให้แย่ลง เพราะสินค้าไทยหลายรายการอาจถูกประเทศที่ยังได้รับสิทธินี้ใช้ความได้เปรียบในแง่ของราคาเข้ามาแย่งตลาด หากรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้จะกระทบต่อการส่งออกของไทยในระยะยาว ดังนั้นขอให้เร่งออกมาตรการเยียวยาและลดผลกระทบที่สามารถดำเนินการได้จริง&amp;nbsp;
แนะเตรียมเยียวยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องที่เกินคาดหมาย และควรเป็นประเด็นที่กระทรวงพาณิชย์ต้องเฝ้าระวัง และเตรียมมาตรการรับมือเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว เพราะประเทศไทยเป็น 1 ใน 21 ประเทศ ที่ถูกสหรัฐอเมริกาตรวจสอบอย่างละเอียด เนื่องจากมีมูลค่าการค้ากับสหรัฐอเมริกาสูงกว่า 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี และไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงถึงร้อยละ 7 ของจีดีพี &amp;nbsp;ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่สหรัฐอเมริกากำหนดไว้มาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ควรต้องตอบคำถามกับประชาชน คือ 1.ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าหรือไม่ ว่าประเทศไทยอาจจะถูกสหรัฐอเมริกาตัดสิทธิ์จีเอสพี และประเมินผลกระทบไว้มากน้อยเพียงไร 2.ได้เตรียมมาตรการรองรับเพื่อแก้ปัญหา หรือบรรเทาผลกระทบจากการถูกสหรัฐอเมริกาตัดสิทธิ์ไว้ล่วงหน้าหรือไม่ อย่างไร 3.ในระยะเวลา 6 เดือนนับจากนี้ ก่อนถึงวันที่ 25 เม.ย.63 ที่การถูกตัดสิทธิ์จีพีเอสจะมีผลบังคับใช้ มีแผนที่จะดำเนินการอย่างไรบ้าง ซึ่งสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ รัฐบาลควรจะต้องประเมินว่าการถูกตัดสิทธิ์ในกรณีนี้ จะส่งผลให้เกิดการหดตัวของภาคการส่งออกมากน้อยเพียงไร และการหดตัวของการส่งออกนั้นจะส่งผลต่อแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานผู้มีรายได้น้อยมากแค่ไหน ผลของการตัดสิทธิ์จีเอสพีในกรณีนี้ จะซ้ำเติมการแรงงานเพิ่มขึ้นหรือไม่ ขนาดไหน และรัฐบาลได้เตรียมมาตรการเยียวยาอะไรไว้รองรับแล้วบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลยังมีเวลาอีกตั้ง 6 เดือน ในการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา เพื่อแสวงหาทางออกร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาสิทธิแรงงานประมงให้มีน้ำหนักเพียงพอ ที่จะทำให้สหรัฐอเมริกายกเลิกคำสั่งการตัดสิทธิ์ได้ ซึ่งรัฐบาลควรจะรายงานความคืบหน้าถึงการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหานี้ ให้กับประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ&amp;quot; นายวิโรจน์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า สถานการณ์ในวันนี้คล้ายก่อนเกิดวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 นอกจากประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว ประเทศจีนก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่เราจะต้องวางแผนรับมืออย่างหนัก จากการเข้ามาแทรกแซงสินค้าเกษตร ทำลายตลาด ทำลายระบบ ที่เราจะได้ผลประโยชน์แค่ช่วงแรก แต่จะส่งผลอย่างมากในระยะยาว กับสินค้าเกษตรไทย เราอย่าหวังลมๆ แล้งๆ ว่าประเทศมหาอำนาจจะจริงใจกับเรา การที่ประเทศสหรัฐอเมริกาตัดจีเอสพีไทย มิใช่เรื่องปัญหาสิทธิแรงงาน แต่เป็นเรื่องหมาป่ากับลูกแกะ เรื่องจีเอสพีเป็นแค่การเริ่มต้นเปิดประตูให้เศรษฐกิจไทยล้มระเนระนาด เพื่อที่เขาจะเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์สูงสุดจากไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องประกาศนโยบายแข็งกร้าว แข็งขืน แสดงให้เห็นว่า อย่าทำแบบนี้กับประเทศไทย ระยะเวลา 6 เดือนต่อจากนี้ เราต้องตั้งหลัก ปรับตัว เปลี่ยนทิศทาง ผมเชื่อว่าหากการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563 เราปรับสถานการณ์ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง รับมือเรื่องนี้ได้ เราจะรอด และสามารถยืนได้อย่างแข็งแรง สภาพการณ์เช่นนี้ ถ้ารัฐบาลยังพอมีปัญญาเหลืออยู่ ก็ควรปรับตัว แต่ถ้าไม่มีปัญญา ก็ควรออกไปได้แล้ว ให้คนมีปัญญาได้เข้ามาทำงาน&amp;quot; ประธาน นปช.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48974</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, จตุพร พรหมพันธุ์, จิราพร สินธุไพร, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, บุษฎี สันติพิทักษ์, พิชัย นริพทะพันธุ์, พิมพ์ชนก วอนขอพร, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อลงกรณ์ พลบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191027/image_big_5db59a4b87037.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช็อก!24ชม.มะกันกราดยิง2ที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อเมริกาช็อก เหตุกราดยิง 2 ครั้งซ้อนในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์รวม 29 ศพ วันเสาร์หนุ่มผิวขาววัย 21 ปีใช้ปืนไรเฟิลกราดยิงที่ห้างวอลมาร์ทในรัฐเทกซัส ฆ่าเหยื่อ 20 ศพก่อนมอบตัว &amp;quot;ทรัมป์&amp;quot; ประณามขี้ขลาด ต่อมาวันอาทิตย์เกิดเหตุกราดยิงที่รัฐโอไฮโออีก 9 ศพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม 2562 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยรายนี้ได้ และกำลังตรวจสอบแถลงการณ์ที่เชื่อว่าเขาเป็นผู้เขียนซึ่งเชื่อมโยงว่าคดีนี้อาจเป็นอาชญากรรมจากความเกลียดชัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนกล่าวว่า เหตุการณ์เกิดเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ของวันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม (ราว 23.30 น. วันเดียวกันของไทย) มือปืนใช้อาวุธปืนไรเฟิลจู่โจม เอเค-47 กราดยิงใส่ผู้คนแบบไม่เลือกหน้า เริ่มที่ลานจอดรถของห้างวอลมาร์ทในเมืองเอลปาโซ จากนั้นได้เข้าไปภายในอาคาร มือปืนสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงทหารและสวมที่ครอบหู ภาพจากกล้องโทรศัพท์มือถือเผยให้เห็นร่างเหยื่อหลายศพที่ลานจอดรถ วิดีโออีกชิ้นเผยสภาพความโกลาหล ลูกค้าวิ่งหนีออกจากห้างอย่างตื่นตระหนกโดยมีเสียงปืนดังก้อง ข้อมูลของตำรวจเผยว่า ขณะเกิดเหตุนั้นห้างมีลูกค้ามาใช้บริการเนืองแน่น โดยน่าจะมีอยู่ระหว่าง 1,000-3,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกร็ก แอบบอต ผู้ว่าการรัฐเทกซัส และเกร็ก อัลเลน ผู้บังคับการตำรวจเทกซัส ยืนยันว่า มีชาวเมืองเอลปาโซเสียชีวิต 20 คน และบาดเจ็บ 26 คน รายงานข่าวกล่าวว่า เหยื่อที่กำลังรับการรักษาในโรงพยาบาลมีอายุตั้งแต่ 2 ปี ถึง 82 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจยืนยันว่า มือปืนอายุ 21 ปี เป็นชาวเมืองอัลเลน รัฐเทกซัส และเป็นผู้ต้องสงสัยคนเดียวที่ถูกจับกุม สื่อสหรัฐระบุว่า มือปืนเป็นชายผิวขาวชื่อแพทริก ครูเซียส เขายอมมอบตัวกับตำรวจห่างจากห้างวอลมาร์ท 1 ช่วงตึก เกร็ก อัลเลน ผู้บังคับการตำรวจเทกซัสเผยว่า ตำรวจพบแถลงการณ์ที่เชื่อว่าเป็นของผู้ต้องสงสัยรายนี้ซึ่งมีเนื้อหาที่บ่งบอกว่าคดีนี้อาจเป็นคดีอาชญากรรมจากความเกลียดชัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ความยาว 4 หน้าเผยแพร่ในเว็บบอร์ด 8chan ซึ่งเป็นช่องทางที่พวกหัวรุนแรงสุดโต่งนิยมใช้ และเชื่อว่าถ้อยแถลงนี้เขียนโดยครูเซียส กล่าวถึงการโจมตีที่วอลมาร์ทว่าเพื่อตอบโต้ &amp;quot;การรุกรานของพวกฮิสปานิกในเทกซัส&amp;quot; และยังบ่งบอกด้วยว่าเขาคาดว่าจะโดนฆ่าตายระหว่างก่อเหตุ ถ้อยแถลงนี้ยังสนับสนุนมือปืนชาวออสเตรเลียที่กราดยิงในมัสยิด 2 แห่งที่เมืองไครสต์เชิร์ชของนิวซีแลนด์เมื่อเดือนมีนาคม สังหารชาวมุสลิม 51 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองเอลปาโซที่เกิดเหตุนี้อยู่ติดแม่น้ำรีโอแกรนด์ที่กั้นพรมแดนสหรัฐกับเมืองซิวดัดฮัวเรซของเม็กซิโก สองเมืองนี้รวมกับเมืองลาสครูเซส รัฐนิวเม็กซิโก ที่อยู่ติดกัน กลายเป็นมหานครติดชายแดนที่ประชากรราว 2.5 ล้านคนพูดทั้งภาษาอังกฤษและสเปน หรือที่เรียกว่ากลุ่มฮิสปานิก ซึ่งถือเป็นถิ่นที่มีประชากรพูด 2 ภาษาจำนวนมากที่สุดในอเมริกาเหนือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ของเม็กซิโก กล่าวว่า มีพลเมืองเม็กซิกันเสียชีวิตด้วย 3 คน และบาดเจ็บ 6 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุกราดยิงครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ยิงคนตายหมู่มากที่สุดเป็นอันดับ 8 ในประวัติศาสตร์สหรัฐสมัยใหม่ และเกิดคล้อยหลังเพียง 6 วันจากเหตุการณ์มือปืนวัยรุ่นกราดยิงในเทศกาลกระเทียมที่เมืองกิลรอย รัฐแคลิฟอร์เนีย สังหารเหยื่อ 3 คน ซึ่งรวมถึงเด็ก 2 คน เหตุการณ์นั้นมือปืนวัย 19 ปีโดนตำรวจยิง จากนั้นเขาก็ยิงตัวตาย การกราดยิงที่วอลมาร์ทเอลปาโซยังเกิดกับห้างวอลมาร์ทเป็นครั้งที่ 2 หลังจากมือปืนยิงเหยื่อเสียชีวิต 2 คนที่มิสซิสซิปปีเมื่อวันอังคารที่ 2 สิงหาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์ซึ่งพักผ่อนสุดสัปดาห์ที่กอล์ฟคลับของเขาที่นิวเจอร์ซีย์ ทวีตว่า การกราดยิงครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเรื่องน่าเศร้า แต่ยังเป็นการกระทำที่ขี้ขลาดด้วย ไม่มีเหตุผลหรือข้ออ้างใดมาแก้ตัวได้สำหรับการฆ่าคนบริสุทธิ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเบโต โอเริร์ค อดีต ส.ส.จากเอลปาโซ พรรคเดโมแครต ที่เสนอตัวเป็นผู้แทนพรรคลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐปีหน้า กล่าวกับนักข่าวขณะมาเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลเอลปาโซว่า ทรัมป์พิสูจน์ชัดว่าเขาเป็นคนเหยียดผิวและกระพือการเหยียดผิวในประเทศนี้ จากการที่เขากล่าวโจมตี ส.ส.หญิงผิวสีต่างเชื้อชาติ 4 คน และการกล่าวถึงคนเม็กซิกันว่าเป็นพวกผู้ร้ายข่มขืน ช่วง 3 ปีที่ทรัมป์อยู่ในตำแหน่ง สหรัฐมีคดีอาชญากรรมจากความเกลียดชังเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.เอลิซาเบธ วอร์เรน ซึ่งอยู่ในกลุ่มตัวเก็งที่เสนอตัวชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีในฐานะตัวแทนพรรคเดโมแครต กล่าวว่า มีชุมชนที่ต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมแบบนี้มากมายเกินไปแล้ว และอเมริกาจำเป็นต้องลงมือเดี๋ยวนี้เพื่อยุติการแพร่ระบาดของความรุนแรงจากอาวุธปืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในวันอาทิตย์ เอเอฟพีและบีบีซีรายงานอ้างคำแถลงของตำรวจรัฐโอไฮโอของสหรัฐว่า เกิดเหตุมือปืนกราดยิงสังหารเหยื่ออีก 9 คน ที่เมืองเดย์ตัน รัฐโอไฮโอ เมื่อเช้ามืดวันอาทิตย์ มือปืนเสียชีวิตด้วย 1 ราย นอกจากนี้มีรายงานผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างน้อย 16 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีกล่าวว่า ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.วันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น (12.00 น.วันเดียวกันของไทย) ว่าเกิดเหตุยิงด้านนอกบาร์แห่งหนึ่งในเขตโอเรกอนของเมืองเดย์ตัน แม็ต คาร์เปอร์ รองผู้กำกับการตำรวจเมืองเดย์ตัน ยืนยันว่า ตำรวจสายตรวจในพื้นที่ยิงคนร้ายยิงเสียชีวิต ขณะนี้ยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจของคนร้าย ตำรวจกำลังพยายามระบุตัวมือปืนรายนี้ และกำลังสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์รวมถึงเจ้าหน้าที่เพื่อดูว่ายังมีคนอื่นเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่
วิดีโอที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียจับภาพเหตุการณ์บนถนนที่ผู้คนวิ่งหนีโดยมีเสียงปืนดังหลายสิบนัด เชื่อว่าการยิงเกิดด้านนอกเน็ดเปปเปอร์บาร์ บนถนนสาย 5 อินสตาแกรมของเน็ดเปปเปอร์และเฟซบุ๊กของบาร์โฮลอินเดอะวอลล์ที่อยู่ใกล้กันกล่าวว่าพนักงานทุกคนปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงเหตุกราดยิงที่เมืองเอลปาโซ รัฐเทกซัส ว่าสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ร่วมกับสถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ เมืองฮุสตัน และสถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ เมืองดัลลัส รัฐเทกซัส ได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ยังไม่มีรายงานคนไทยบริเวณดังกล่าวได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ สามารถติดต่อหมายเลขฉุกเฉินของ สอท. ได้ที่ +1 202 999 7690 และ FB ฝ่ายกงสุล Thaiconsulardc.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42707</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุษฎี สันติพิทักษ์, ส.ว.เอลิซาเบธ วอร์เรน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกร็ก แอบบอต, เบโต โอเริร์ค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190804/image_big_5d46e10d471fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2019 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2019 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กต.ยันไม่มีคนไทยโดยลูกหลงกราดยิงที่เท็กซัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.2562 &amp;ndash; น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ตามที่เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2562 เกิดเหตุคนร้ายกราดยิงที่เมืองเอล ปาโซ รัฐเท็กซัส ประเทสสหรัฐอเมริกาทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเสียชีวิตจำนวนมาก ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทวิตเตอร์กล่าวย้ำให้การสนับสนุนกับรัฐบาลท้องถิ่นอย่างเต็มที่นั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ร่วมกับสถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ เมืองฮุสตัน และสถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส ได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วยังไม่มีรายงานคนไทยบริเวณดังกล่าวได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ สามารถติดต่อหมายเลขฉุกเฉินของ สอท. ได้ที่ +1 202 999 7690 และ Facebook ฝ่ายกงสุล Thaiconsulardc
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42657</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, บุษฎี สันติพิทักษ์, สหรัฐอเมริกา, อธิบดีกรมสารนิเทศ, เท็กซัส, เอล ปาโซ, โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c99f85d4237c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เข้าคิวซื้อเข็มบรมราชาภิเษก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปชช.เข้าคิวซื้อเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกรอบแรกคึกคัก &amp;nbsp; &amp;quot;ก.ต่างประเทศ&amp;quot; เตรียมถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีฯ &amp;nbsp;วันที่ 6 พ.ค. ที่สถานทูต 98 แห่งทั่วโลกให้คนไทยในต่างแดนรับชม &amp;quot;สธ.&amp;quot; ส่งทีมแพทย์ 271 ทีมดูแลผู้มาร่วมงาน &amp;quot;มท.&amp;quot; จัดพิธีปลูกต้นไม้มงคลพระราชทาน 29 เม.ย.นี้ &amp;quot;นักการเมือง&amp;quot; สมัครจิตอาสางานพระราชพิธีฯพรึ่บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 เม.ย. นายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมพิธีเปิดจำหน่ายเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยห้างบิ๊กซีจัดจำหน่ายเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 ในบิ๊กซี 30 สาขา 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยแบ่งเป็น 3 รอบ การจำหน่ายรอบแรก ในวันที่ 25 เม.ย., รอบที่สอง วันอังคารที่ 30 เม.ย. และรอบที่สาม วันพฤหัสบดีที่ 2 พ.ค. เพื่อให้ประชาชนได้อัญเชิญเข็มที่ระลึกนี้ประดับไว้เพื่อแสดงความจงรักภักดี และร่วมเฉลิมฉลองในช่วงงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และจะได้เก็บรักษาไว้เป็นที่ระลึกแห่งความทรงจำเหตุการณ์สำคัญของชาติไทยที่เราคนไทยทุกคนจะได้มีส่วนร่วมครั้งหนึ่งในชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันมีประชาชนมาต่อคิวเพื่อซื้อเข็มที่ระลึกฯ เป็นจำนวนมากตั้งแต่ช่วงเช้า โดยสงวนสิทธิ์สามารถซื้อได้คนละไม่เกิน 2 เข็ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการจัดกิจกรรมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 ว่า สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และคณะผู้แทนถาวรไทยในต่างประเทศ รวม 98 แห่ง เตรียมจัดกิจกรรมและพิธีที่เกี่ยวข้อง โดยวันที่ 6 พฤษภาคม จะร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคลในช่วงเวลาใกล้เคียงกับประเทศไทย พร้อมรับชมการถ่ายทอดสดพร้อมๆ กัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงภายหลังประชุมคณะทำงานปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) และผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ประพนธ์กล่าวว่า สธ.ได้ตั้งคณะทำงานปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อดูแลสุขภาพประชาชนที่มาร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยจะเปิดศูนย์ปฏิบัติการฯ ส่วนกลางประสานสนับสนุนการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 2-6 พ.ค.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การดำเนินการเตรียมไว้ 2 ส่วน คือ 1.พื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) กรมการแพทย์ได้สนธิกำลังกับ 4 เหล่าทัพ กทม. โรงเรียนแพทย์ เพื่อวางแผนให้การดูแลประชาชนในช่วงพระราชพิธี ทั้งรูปแบบของทีมหน่วยแพทย์ประจำจุด ทีมคัดกรองสุขภาพจิต ทีมเคลื่อนที่ และทีมรถพยาบาลลำเลียงกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินเข้าสู่โรงพยาบาลเครือข่ายทุกแห่งใน กทม. และ 2.ส่วนของภูมิภาค ซึ่งวันที่ 4-5 พ.ค. แต่ละจังหวัดอาจจะมีกิจกรรมของจังหวัดเอง ก็จะจัดสรรกำลังเข้ามาดูแล&amp;quot; นพ.ประพนธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองปลัด สธ.กล่าวว่า เราจะสื่อสารไปยังประชาชนที่จะมาร่วมพระราชพิธีให้มีการเตรียมตัว เนื่องจากขณะนี้สภาพอากาศร้อน ทำให้มีโอกาสขาดน้ำ อาหารอาจบูดเสียง่าย จึงควรรับประทานอาหารปรุงใหม่ และสวมเสื้อผ้าถ่ายเทอากาศได้ดี เตรียมน้ำดื่ม เตรียมเรื่องของการกันแดดให้ดี เช่น หมวก ร่ม พัด ผ้าเย็น เพื่อลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วย โดยเฉพาะโรคฮีตสโตรก แต่หากรู้สึกไม่สบายก็สามารถขอความช่วยเหลือคำปรึกษาได้เลยกับทีมแพทย์ที่จัดไว้ และหากเกิดเจ็บป่วยจริง ก็สามารถส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดตามระบบได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้มีโรคประจำตัวให้พกยาติดตัวไว้ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือเดินทางมาคนเดียว ให้เขียนชื่อนามสกุล ประวัติการแพ้ยาหรือโรคประจำตัว โรงพยาบาลที่รักษาประจำ หมายเลขติดต่อญาติไว้กับตัวเสมอ เพื่อเป็นข้อมูลหากเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยหน่วยแพทย์มีจำนวนมาก ทั้งของ สธ. เหล่าทัพ โรงเรียนแพทย์ และภูมิภาคที่มาสนับสนุน การสลับสับเปลี่ยนก็จะดูความเหมาะสม คนทำงานก็อยู่ช่วง 8-12 ชั่วโมงก็มีการพัก และมีทีมเข้าไปทดแทน โดยวันซ้อมใหญ่วันที่ 28 เม.ย. และวันที่ 5 พ.ค. ซึ่งจะมีประชาชนมาเฝ้ารับเสด็จขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค ได้เตรียมทีมแพทย์ไว้รวม 271 ทีม ประกอบด้วย ทีมกู้ชีพระดับสูง 37 ทีม, ทีมกู้ชีพระดับพื้นฐาน 44 ทีม, ทีมเดินเท้า 185 ทีม และทีมปฐมพยาบาล 48 ทีม รวมทั้งมีจิตอาสาพระราชทานด้านการแพทย์และสาธารณสุขลงทะเบียน 883 คน และเตรียมทีมเสริมจากพื้นที่ปริมณฑลอีก 15 ทีม&amp;quot; รองปลัด สธ.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้นายกรัฐมนตรีนำคณะผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเข้ารับพระราชทานต้นไม้มงคล เมื่อวันจันทร์ที่ 15 เม.ย.2562 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อเชิญไปปลูกบนถนนเฉลิมพระเกียรติ ทั้งกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆ ใน &amp;ldquo;โครงการ 1 จังหวัด 1 ถนนเฉลิมพระเกียรติ&amp;rdquo; ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรพจน์กล่าวว่า เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้พระราชทานต้นรวงผึ้ง อันเป็นต้นไม้มงคลประจำรัชกาลสำหรับแต่ละจังหวัด นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย จึงได้แจ้งให้ทุกจังหวัดดำเนินการจัดพิธีปลูกต้นไม้มงคลพระราชทาน ในวันจันทร์ที่ 29 เม.ย.2562 เวลา 10.00 น. ซึ่งเป็นวันคล้ายวันประสูติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พร้อมกันทุกจังหวัดทั่วประเทศ บริเวณศาลากลางจังหวัด ในพื้นที่ที่เหมาะสม มีความสง่างาม สมพระเกียรติ และเอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตในระยะยาวสืบไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงมหาดไทยขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน และภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งประชาชนจิตอาสาในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมพิธีปลูกต้นไม้มงคลพระราชทาน ตามวัน เวลาและสถานที่ดังกล่าว เพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณโดยพร้อมเพรียงกัน&amp;quot; รองปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำสมาชิกพรรค ประกอบด้วยนายสุวิทย์ เมษินทรีย์, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, นายอิทธิพล คุณปลื้ม รองหัวหน้าพรรค, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค, นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค, นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค, น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ กรรมการบริหารพรรค และสมาชิก เดินทางไปลงทะเบียนสมัครจิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่สำนักงานเขตพระนคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตมกล่าวว่า พวกเราในนามพรรคพลังประชารัฐ มาสมัครเป็นจิตอาสางานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งเป็นพระราชพิธีที่สำคัญของประเทศและคนไทย โดยกระจายกันสมัครหลายกลุ่มงาน ไม่ว่าจะเป็นงานบริการ กาชาด และนิทรรศการ ซึ่งทุกคนพร้อมที่จะทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นำคณะกรรมการบริหารพรรค และผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค เดินทางไปลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครเฉพาะกิจ ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 ที่สำนักงานเขตบางกอกน้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ถือเป็นโอกาสที่ดีของพรรคเสรีรวมไทย และปวงชนชาวไทย ที่ได้มีโอกาสแสดงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่รวบรวมมาได้ ยังมีผู้สมัครของพรรคที่ไปสมัครตามเขตพื้นที่ของตัวเอง โดยแต่ละคนก็จะสมัครตามสาขาอาชีพที่ตนถนัด โดยส่วนตัวเป็นตำรวจ ก็สมัครในส่วนของดูแลรักษาความปลอดภัย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34492</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุษฎี สันติพิทักษ์, พรพจน์ เพ็ญพาส, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, สมพาศ นิลพันธ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1cd63a417f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บึ้ม&#039;ศรีลังกา&#039;ดับเกิน200</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ศรีลังกาช็อก ระเบิดโจมตีหลายระลอก 8 จุด รวมถึงโรงแรมหรู 3 แห่ง และโบสถ์คริสต์ 3 แห่งในวันอีสเตอร์ สังหารชีวิตเหยื่อมากกว่า 200 คน รวมถึงชาวต่างชาติหลายสิบคน เจ็บอีกกว่า 400 คน ผู้นำศรีลังกาประณาม &amp;quot;ขี้ขลาด&amp;quot; ประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ จักรทิพย์สั่งคุมเข้มสถานทูตศรีลังกาประจำประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศรีลังกาเผชิญการโจมตีครั้งเลวร้ายที่สุดนับแต่สิ้นสุดสงครามกลางเมืองเมื่อ 1 ทศวรรษก่อน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานคำแถลงของรูวาน คุนาเสเกระ โฆษกของสำนักงานตำรวจศรีลังกาว่า ยอดผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ระเบิด 8 จุด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562 นั้น เพิ่มเป็นอย่างน้อย 207 คนแล้ว และบาดเจ็บอีกมากกว่า 450 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ตำรวจนายหนึ่งบอกกับเอเอฟพีว่า ผู้เสียชีวิตนั้นรวมถึงชาวต่างชาติ 35 คน โดยแหล่งข่าวในโรงพยาบาลเผยว่า มีพลเมืองชาวอังกฤษ, เนเธอร์แลนด์ และอเมริกันเสียชีวิตด้วย ส่วนคนบาดเจ็บก็มีชาวอังกฤษและญี่ปุ่นรวมอยู่ สำนักข่าวลูซาของโปรตุเกสรายงานว่ามีชายชาวโปรตุเกสเสียชีวิต 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระเบิดรุนแรงระลอกแรกเกิด 6 จุดในเวลาไล่เลี่ยกัน จากนั้นหลายชั่วโมงต่อมาเกิดระเบิดเพิ่มอีก 2 จุด แหล่งข่าวที่เป็นตำรวจและเจ้าหน้าที่โรงแรมยืนยันว่า ระเบิดอย่างน้อย 2 ครั้งนั้นเป็นการระเบิดฆ่าตัวตาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกตำรวจกล่าวว่า ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยไว้แล้ว 3 คน และกำลังสอบสวนว่าระเบิดทั้งหมดนั้นเป็นฝีมือของมือระเบิดฆ่าตัวตายทั้งหมดหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ระเบิดครั้งแรกเกิดที่โบสถ์เซนต์แอนโธนีในกรุงโคลัมโบ ตามด้วยระเบิดโจมตีโบสถ์เซนต์เซบานเตียนในเมืองเนกอมโบ ตั้งอยู่ทางเหนือของเมืองหลวง จากนั้นไม่นาน ตำรวจยืนยันว่าโบสถ์แห่งที่ 3 โดนวางระเบิดที่เมืองบัตติคาลัวซึ่งอยู่ริมชายฝั่งตะวันออก พร้อมกันกับระเบิดที่โจมตีโรงแรมหรู 3 แห่งในกรุงโคลัมโบ แห่งหนึ่งนั้นคือโรงแรมซินนามอนแกรนด์ ที่อยู่ใกล้กับบ้านพักประจำตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย มีรายงานโรงแรมแห่งหนึ่งทางใต้ของเมืองหลวงโดนโจมตี และยังเกิดระเบิดอีกจุดชานเมืองโอรุโกดาวัตตาทางเหนือของเมืองหลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่มีกลุ่มใดประกาศยอมรับว่าก่อเหตุโจมตีนองเลือดในครั้งนี้ แต่เอเอฟพีกล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีเอกสารจากสำนักงานตำรวจศรีลังกาออกคำเตือนเจ้าหน้าที่ระดับสูงเมื่อ 10 วันก่อนว่า สำนักข่าวกรองของต่างประเทศ 1 แห่งเตือนว่ากลุ่มเตาฮีตญะมาอัตแห่งชาติ (เอ็นทีเจ) ซึ่งเป็นกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงในศรีลังกา กำลังวางแผนโจมตีฆ่าตัวตายโดยมีเป้าหมายเป็นโบสถ์คริสต์สำคัญหลายแห่ง รวมไปถึงสถานทูตอินเดียในกรุงโคลัมโบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกลาโหมของศรีลังกาประกาศเคอร์ฟิวยามวิกาลทั่วประเทศเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น.ของวันอาทิตย์ โดยให้มีผลทันที รัฐบาลยังมีคำสั่งห้ามการใช้โซเชียลมีเดีย &amp;quot;ชั่วคราว&amp;quot; เพื่อป้องกันการแพร่กระจายข้อมูลผิดๆ จนกว่าจะแจ้งเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนา กล่าวว่า เขาตกใจกับเหตุวางระเบิดหลายครั้ง และเรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบ ด้านนายกรัฐมนตรีรานิล วิกรมสิงเห ของศรีลังกา ทวีตประณามการโจมตีครั้งนี้ว่า &amp;quot;ขี้ขลาด&amp;quot; และเรียกร้องชาวศรีลังกาทุกคนคงความเข้มแข็งและเป็นเอกภาพในช่วงเวลาอันโศกสลดนี้ และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่รายงานที่ไม่ผ่านการตรวจสอบหรือมาจากการคาดเดา รัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อควบคุมสถานการณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานทูตต่างชาติหลายแห่งในกรุงโคลัมโบออกคำเตือนพลเมืองของประเทศตนให้หลบอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย สายการบินศรีลังกาแอร์ไลน์เตือนผู้โดยสารให้มาถึงสนามบินล่วงหน้า 4 ชั่วโมงเพราะมาตรการรักษาความปลอดภัย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านเพจเฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคลัมโบ Royal Thai Embassy, Colombo ได้โพสต์เหตุการณ์ดังกล่าวว่า ขอให้คนไทยในศรีลังกาทุกท่านโปรดหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านและติดตามรายงานข่าวสารอย่างใกล้ชิด และหากประสบเหตุฉุกเฉินสามารถติดต่อสถานทูตได้ที่เบอร์ +94 77 307 0748
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ ในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กต.ได้รับรายงานในเบื้องต้นจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคลัมโบ ว่ามีผู้บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดว่ามีคนไทยด้วยหรือไม่ หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และขอแสดงความเสียใจต่อเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญดังกล่าว พร้อมมีข้อสั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยเฝ้าติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในศรีลังกาอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเฝ้าติดตามสถานการณ์และสืบสวนหาข่าวบริเวณพื้นที่โบสถ์คริสต์ สถานเอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศไทย และจุดล่อแหลมต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ขณะนี้ตำรวจสันติบาลร่วมกับตำรวจที่รับผิดชอบพื้นที่ ได้จัดกำลังเพิ่มเติมไปตรวจสอบและดูแลสถานเอกอัครราชทูตศรีลังกาอย่างเต็มที่ เบื้องต้นยังไม่พบความเคลื่อนไหวหรือความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง&amp;rdquo;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว และว่า ขอให้คนไทยที่อาศัยในศรีลังกาหรือจะเดินทางไปให้ตรวจสอบข้อมูลและเฝ้าติดตามข่าวสารจากสถานทูตไทยประจำประเทศศรีลังกา หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และหากประสบเหตุฉุกเฉินสามารถติดต่อสถานทูตไทย ณ กรุงโคลัมโบ ได้ที่เบอร์โทร +94 77 307 0748.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34144</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุษฎี สันติพิทักษ์, ประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนา, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190421/image_big_5cbc79cb0adee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33226</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉ&#039;ธนาธร&#039;เชิญ12ทูตร่วมม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โป๊ะแตก! กระทรวงการต่างประเทศแฉ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; เป็นคนเชิญ 12 ทูตประเทศอียู ผู้สังเกตการณ์ยูเอ็นไปร่วมม็อบที่ สน.ปทุมวัน เตรียมทำหนังสือชี้แจง ขณะที่อดีตรอง ผอ.สำนักข่าวกรองฯ จวกยับเป็นการแทรกแซงกิจการภายใน จี้หยุดการกระทำอันน่ารังเกียจ ด้าน &amp;quot;ช่อส้มหวาน&amp;quot; แจง ถึงเชิญมาเองก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเพราะมีความสัมพันธ์อันดี รองโฆษก คสช.ตอกแอมเนสตี้อย่าสร้างความแตกแยก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีที่มีผู้แทนของสถานเอกอัครราชทูตและองค์การระหว่างประเทศหลายแห่ง ไปร่วมรับฟังการรับทราบข้อกล่าวหาที่สถานีตำรวจปทุมวันของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ว่ากระทรวงการต่างประเทศได้ติดตามข่าวดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้มีหลายภาคส่วนแสดงความวิตกกังวลมายังกระทรวงการต่างประเทศเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นทราบว่าคณะทูตและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศที่ไปปรากฏตัวในวันนั้นเป็นเพราะได้รับเชิญจากนายธนาธรเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ากระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการอะไรต่อไปหรือไม่ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศตอบว่า กระทรวงการต่างประเทศจะทำการชี้แจงข้อเท็จจริงกับคณะทูตต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ให้ความเห็นว่า คนไทยจำนวนมากรู้สึกประหลาดใจกับบทบาทของบุคคลที่เรียกตัวเองว่านักการทูตจำนวนหนึ่ง ที่อ้างว่าไปสังเกตุการณ์ที่สถานีตำรวจปทุมวัน บทบาทเช่นนี้เรียกเป็นอย่างอื่นไม่ได้ มันเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย มันเป็นการกระทำผิดสนธิสัญญาเจนีวาที่จะไม่แทรกแซงกิจการภายใน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเทศที่มักชอบอ้างประชาธิปไตย ส่งเสริมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการ สนับสนุนกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าประชาธิปไตย ที่เรียกว่าอาหรับสปริง ได้ทำให้ซีเรีย ลิเบีย เยเมนบ้านแตกสาแหรกขาด เกิดสงครามภายในประเทศ ประชาชนตายไปเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดคลื่นอพยพของประชาชนหลบภัยสงครามออกนอกประเทศนับเรือนล้านคน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนันทิวัฒน์ยังระบุว่า ประเทศที่มาของนักการทูตเหล่านั้นหยุดการกระทำอันน่ารังเกียจเสียทีเถิด ยิ่งกระทำเช่นนี้ยิ่งทำให้คนไทยเกลียดชังรัฐบาลของประเทศของท่าน เสียดายความสัมพันธ์ เสียดายความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีต่อประชาชนในประเทศเหล่านั้น อย่าให้ความอดทนของคนไทยหมดสิ้นลงต่อการกระทำของท่าน นี่เป็นคำเตือนที่มีต่อนักการทูตเหล่านั้น
ย้อนเกล็ด &amp;#39;ธนาธร&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา เผยว่า การที่นายธนาธรเชิญผู้แทนสถานทูตและองค์การระหว่างประเทศให้ไปที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน อันเป็นการยกย่องให้ความสำคัญแก่ชาวต่างประเทศมากกว่าหน่วยงานราชการของไทยก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าพิจารณาถึงสิ่งที่นายธนาธรเคยกล่าวไว้คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดช รัชกาลที่ 9 ทรงแนะนำให้ประชาชนไทยนำไปใช้ในการดำรงชีวิต และสหประชาชาติได้ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ เป็นการจุดประกายการใช้ปรัชญาเศรษฐกิจแบบพอเพียงไปสู่อาณารยประเทศทั่วโลกนั้น &amp;nbsp;เป็นเพียง &amp;quot;วาทกรรม&amp;quot; เท่านั้นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การที่คนไทยมีนิสัยชอบยิ้มให้แก่กันซึ่งชาวต่างประเทศทั่วโลกชื่นชมนั้น เพราะคนไทยไม่มีจุดยืน 3.ห้ามพระภิกษุตีระฆังหากมีเสียงรบกวนประชาชนที่อยู่ใกล้วัด และควรให้วัดย้ายไปอยู่ในสถานที่ที่ห่างจากชุมชน 4.รัฐไม่ต้องอุปถัมภ์ศาสนาพุทธ 5.การกราบไหว้ผู้อาวุโสและการไหว้ครูของนักเรียนเป็นพิธีกรรมที่ล้าหลังมากๆ ควรยกเลิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูชาติระบุว่า กล่าวโดยรวมแล้วแสดงให้เห็นว่านายธนาธรไม่ได้มีความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย ไม่ได้ภูมิใจในวัฒนธรรมอันดีงามประเพณีต่างๆ ที่บรรพบุรุษไทยสืบทอดกันมาตั้งแต่ราชอาณาจักรสยามได้ก่อตั้งขึ้นในผืนแผ่นดินนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่กล่าวว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็น &amp;quot;วาทกรรม&amp;quot; เท่านั้น แสดงให้เห็นจิตวิญญาณที่แท้จริงของนายธนาธรว่ามีความรู้สึกนึกคิดอย่างไรต่อสถาบันสูงสุดของไทย เหตุปัจจัยที่ทำให้นายธนาธรเป็นคนเช่นนี้คงเป็นเพราะบรรพบุรุษของนายธนาธรไม่ใช่คนไทยแท้ๆ แต่โบราณนั่นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา นายธนาธรเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกฐานก่อความกระด้างกระเดื่อง เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 เป็นภัยต่อความมั่นคง ที่ สน.ปทุมวัน โดยมีกลุ่มคณะทูตจากหลายประเทศ อาทิ ทูตอียู, สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, เนเธอร์แลนด์, ฟินแลนด์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ยูเอ็นร่วมสังเกตการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ช่วงเย็นของวันที่ 4 เม.ย. เจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติหรือยูเอ็นติดต่อมายังพรรคอนาคตใหม่ ทนายความของนายธนาธรและ สน.ปทุมวันด้วยตนเอง เรื่องนี้สามารถสอบถามไปยัง สน.ปทุมวันเองได้ ในส่วนของท่านทูตจากสหรัฐอเมริกา แคนาดา สหภาพยุโปรหรืออียูนั้น พรรคอนาคตใหม่มีความสัมพันธ์อันดีอยู่แล้ว ทั้ง 12 ตัวแทนจากต่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศที่จะมาร่วมสังเกตการณ์ พรรคอนาคตใหม่รู้ล่วงหน้า เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประสานสื่อมวลชนและ สน.ปทุมวัน&amp;nbsp;
ต่อให้เชิญเองก็ไม่น่าห่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต่อให้คุณธนาธรเป็นผู้เชิญเอง ถ้าไม่ใช่ประเด็นน่าห่วงกังวลจริงๆ ตัวแทนนานาชาติเหล่านี้ก็จะไม่ร่วมติดตามสถานการณ์ เพราะมีธรรมเนียมทางการทูตในการทำงานอยู่ แต่ที่ 12 ตัวแทนนานาชาติมาร่วมสังเกตการณ์นั้น เพราะเห็นว่าการใช้กฎหมายความมั่นคงตามมาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่นนั้นถือเป็นเรื่องร้ายแรงมาก และน่ากังวลมากขึ้นไปอีกเมื่อถูกใช้กับหัวหน้าพรรคการเมืองที่เพิ่งลงเลือกตั้งครั้งแรกแต่ได้รับ ส.ส.ถึง 80 กว่าที่นั่ง ซึ่งคดีดังกล่าวอยู่ในขอบเขตของศาลทหาร พลเรือนจะต้องถูกนำขึ้นศาลทหารนั้นไม่ใช่เรื่องปกติ ทั้งยังสงสัยว่าทำไมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายปีแล้วจึงถูกหยิบยกมาใช้ในช่วงนี้ ซึ่งข้อห่วงกังวลเหล่านี้ในการหารือร่วมกันที่ สน.ปทุมวัน พล.ต.อ.ศรีวราห์ก็รับทราบดี&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์บอกว่า ไม่ได้มองว่ากระทรวงการต่างประเทศดิสเครดิตทางการเมือง แต่มองว่า เป็นการสร้างเครดิตทางการเมืองให้นายธนาธรเสียมากกว่า ที่สามารถเชิญ 12 ตัวแทนจากนานาชาติมาร่วมได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่ คสช.แถลงยืนยันศาลทหารมีความเป็นกลางนั้น ก็เป็นสิทธิ แต่เรื่องความเป็นกลางนั้นเป็นคนละเรื่องเดียวกันกับการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร เพราะในประเทศที่ยึดถือระบอบประชาธิปไตย &amp;nbsp;ประเทศเจริญแล้ว ไม่มีใครนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร&amp;quot; โฆษกพรรคอนาคตใหม่กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีแอมเนสตี้ออกมาเรียกร้องในคดีนายธนาธร โดยบอกว่าใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อปิดปากฝ่ายตรงข้ามการเมืองว่า อาจเป็นความเข้าใจที่สับสน เพราะดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายกติกาสังคม ไม่น่าใช่การจะไปปิดหรือเปิดปากใคร เท่าที่เห็นการพูดแสดงความเห็นในเรื่องใดๆ ก็ยังทำได้ปกติ และด้วยลักษณะเฉพาะตัวของหลายๆ บุคคล เชื่อว่าไม่มีปัจจัยใดที่จะไปบีบบังคับใครได้ การให้ความเห็นของบางองค์กรต่างประเทศมีลักษณะเฉพาะตามธรรมเนียมองค์กรที่ได้รับข้อมูลมาแบบจำกัด ไม่ต่างจากอดีต ซึ่งเชื่อว่าคนส่วนใหญ่คุ้นชิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยืนยันว่าผู้ถูกกล่าวหาได้รับสิทธิตามกระบวนการยุติธรรมตามปกติ &amp;nbsp;เช่นการใช้พยานหลักฐานในการพิสูจน์ความจริง การแก้ข้อกล่าวหา การใช้กลไกในกระบวนการสืบสวนสอบสวน การได้รับสิทธิคุ้มครองตามหลักกฎหมาย ไม่แตกต่างจากการดำเนินคดีของบุคคลอื่นในคดีอื่นๆ ในศาลเฉพาะทาง เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามหลักกฎหมาย เคารพในสิทธิเสรีภาพของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันเอกหญิง ศิริจันทร์กล่าวว่า การดำเนินคดีเป็นไปตามเหตุแห่งพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหา ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองท่านใดฝ่ายใด หากเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่ามีการกระทำผิดก็สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีได้ตามกระบวนการสากล
อย่าสร้างความแตกแยก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการพิจารณาคดีในอำนาจของศาลทหาร อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามกระบวนการยุติธรรม &amp;nbsp;ซึ่งผลการพิจารณาคดีที่ผ่านมาก็ไม่เคยปรากฏพบข้อกังขาใดๆ ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยืนยันเป็นกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ทุกฝ่ายได้พิสูจน์ความจริง เป็นสิ่งที่เป็นหลักสากล ไม่มีวิธีการใดเลยที่เป็นการปิดปากอย่างที่แอมเนสตี้ใช้คำนี้กล่าวหาทางการไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอเรียนว่าสังคมไทยเป็นหนึ่งเดียว แม้จะมีหลากหลายในความคิดเห็นทางการเมือง คนไทยทุกคนก็ยังได้รับการปฏิบัติในมาตรฐานเดียวกัน ส่วนผู้ที่กระทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินการตามหลักนิติรัฐ เพื่อความสงบสุขของสังคมไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก คสช.บอกว่า การเรียกร้องสิทธิตามบทบาทขององค์กรก็ว่ากันไป แต่ควรหลีกเลี่ยงการสร้างให้สังคมไทยเกิดการแบ่งฝ่าย และขอให้รับฟังกระแสสังคมไทยส่วนใหญ่ต่อประเด็นดังกล่าวด้วย &amp;nbsp;เพื่อวางบทบาทขององค์กรในจุดที่พอเหมาะพอควรต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวฝ่ายกฎหมาย คสช.เปิดเผยกรณีที่โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมาย หรือไอลอว์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กหัวข้อ &amp;quot;คสช.โป๊ะแตก! แจ้งความธนาธรผิดท้องที่ สน.ปทุมวันไม่มีอำนาจทำคดีนี้&amp;quot; &amp;nbsp;ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการชุมนุมของกลุ่มนายโรม รังสิมันต์ พร้อมพวก เนื่องในครบรอบรัฐประหารวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 ที่หน้าหอศิลป์ ขณะเดียวกันที่จังหวัดขอนแก่นมีการจัดชุมนุมของ ไผ่ ดาวดิน ควบคู่กันไป ทำให้ทั้งคู่ถูกออกหมายจับ ต่อมาในวันที่ 24 มิ.ย.58 กลุ่มนายโรม รังสิมันต์ พร้อมพวกได้เดินทางมาที่ สน.ปทุมวัน ร่วมกับผู้ชุมนุมประมาณ 200 กว่าคน และไผ่ ดาวดิน เดินทางมาจากขอนแก่นเข้าร่วมชุมนุมด้วย เพื่อท้าทายตำรวจให้ออกมาจับกุมตามหมายจับเพื่อหวังให้เกิดการปะทะ &amp;nbsp;และหากตำรวจไม่ออกมาจับกุมจะถูกแจ้งข้อหามาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น คสช.ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายธนาธรกระทำผิดมาตรา 116 สน.ปทุมวัน ถูกต้องแล้ว เพราะเป็นเหตุการณ์เกิดในวันที่ 24 มิ.ย. ซึ่งเป็นความผิดที่สำเร็จแล้ว สำหรับเหตุการณ์ในวันที่ 25 มิ.ย.ของอีกวันเป็นการชุมนุมของกลุ่มนายโรมพร้อมพวก ที่นั่งรถเมล์มาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และวันนั้นไม่มีนายธนาธรอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงไปแจ้งความกับ สน.สำราญราษฎร์ ซึ่งเป็นความผิดอีกคดีหนึ่งต่างกรรม กัน แต่ไอลอว์ไปสร้างกระแสว่า คสช.แจ้งความผิด สน. จนทำให้เกิดความสับสน เพราะนายธนาธรพลาดที่ยอมรับว่าอยู่ในพื้นที่ชุมนุม และนายโรมขึ้นรถตู้ของตนในวันที่ 24 มิ.ย.จริง ถือว่าความผิดสำเร็จในตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33226</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูชาติ ศรีแสง, นันทิวัฒน์ สามารถ, บุษฎี สันติพิทักษ์, พรรณิการ์ วานิช, พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190408/image_big_5cab5a082e63c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
