<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59275</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับลูกสาวบรรยิน เสพยาอี-ส่งบำบัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับลูกสาว พ.ต.ท.บรรยิน พร้อม 2 เพื่อนชาย ขับเบนซ์เจอด่านตรวจ สน.ทองหล่อ เจ้าหน้าที่พบยาอี ตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วงหลังยอมรับเสพยามา ศาลสั่งส่งตัวลูกสาวบรรยินไปตรวจพิสูจน์ฟื้นฟูที่สถานกักขังกลาง ปทุมธานี ขณะที่ผู้ต้องหาได้รับประกันตัวชั่วคราว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 9 มีนาคมนี้ มีรายงานข่าวแจ้งว่า ขณะที่ ร.ต.อ.ฉัตรพงศ์ ภัทรสันติภูมิ รอง สวป.สน.ทองหล่อ พร้อมด้วย ด.ต.ปรีชา ภูมิกระจ่าง, ด.ต.ประภาส สุเพ็งคำ ผบ.หมู่ (ป.) สน.ทองหล่อ ได้ทำการตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อป้องกันอาชญากรรมและระดมกวาดล้างยาเสพติดและอาวุธปืน บริเวณหน้าอุทยานเบญจสิริ ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตวัฒนา กทม. ต่อมาได้มีรถเก๋งยี่ห้อเบนซ์ รุ่นซีแอลเอส 350 สีขาว หมายเลขทะเบียน ศน 2244 กรุงเทพมหานคร ขับผ่านเข้ามาถึงจุดตรวจ โดยภายในรถมีคนขับรถรวมทั้งผู้โดยสาร จำนวน 3 คน ทราบชื่อต่อมานายพรพัฒน์ พีระบูล อายุ 39 ปี, นายเวโรจน์ ยงวัฒนานันท์ อายุ 38 ปี และ น.ส.บุษยา ตั้งภากรณ์ อายุ 30 ปี อดีตผู้สมัคร ส.ส.นครสวรรค์ เขต 1 บุตรสาวของ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา ซึ่งเป็นเพื่อนกัน และเมื่อเห็นตำรวจก็มีอาการตื่นตกใจและมีพิรุธต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เรียกให้หยุดและขอทำการตรวจค้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจค้นพบวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (อีลิมินไฟว์) อยู่ในความครอบครองของนายพรพัฒน์ พีระบูล จึงควบคุมตัวทั้งสามพร้อมรถของกลางและยาเสพติดทั้งหมดมาทำการสอบสวนต่อยัง สน.ทองหล่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ได้เสพยาอีมา โดยไปที่งานปาร์ตี้ย่านคลอง 6 จ.ปทุมธานี เมื่อ 2 วันก่อนที่จะมาถูกจับกุม จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวทั้งหมดส่งตรวจหาสารเสพติดในร่างกายอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลคลองตัน ผลการตรวจพบสารเสพติดแอมเฟตามีนในปัสสาวะทั้ง 3 คน จึงแจ้งข้อหา &amp;quot;เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี หรือแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และแจ้งข้อหานายพรพิพัฒน์ ว่า &amp;quot;มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (อีลิมินไฟว์) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอีหรือแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย จากนั้นคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อส่งศาลดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ที่ศาลแขวงพระนครใต้ พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้มีคำสั่งส่งตัว น.ส.บุษญา ตั้งภากรณ์ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาคดีเสพยาอี ซึ่งเป็นบุตรสาวของ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ไปควบคุมตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดพื้นที่ในเขตรับผิดชอบถึงบริเวณหน้าอุทยานเบญจสิริ ตรวจพบผู้ต้องหาโดยสารรถเบนซ์ สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ขับผ่านมา เมื่อพบเจ้าหน้าที่ได้แสดงอาการตื่นตกใจ มีพิรุธต้องสงสัย คล้ายผู้ที่ครอบครองสิ่งผิดกฎหมาย และดูเหมือนพยายามซุกซ่อนอะไรบางอย่างไว้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกลุ่มจึงได้แสดงตัวและส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้น ขณะนั้นสถานที่ทำการตรวจค้นมีแสงสว่างเพียงพอแก่การมองเห็นจากไฟบนถนนสาธารณะและไฟฉายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากผู้ถูกค้นเป็นผู้หญิง จึงได้ให้หยิบสิ่งของที่อยู่ภายในเสื้อผ้าที่ตัวเองได้สวมใส่อยู่เพื่อแสดงออกมา ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด แต่จากการสังเกตพบว่าผู้ถูกจับมีลักษณะท่าทางมึนเมาคล้ายผู้ที่เสพสิ่งเสพติด จึงสอบถามผู้ถูกจับว่าได้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษหรือไม่ ผู้ถูกจับให้การว่าเพิ่งเสพยาอีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญผู้ถูกจับมาทำการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะเบื้องต้นที่ สน.ทองหล่อ ซึ่งผู้ถูกจับยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจปัสสาวะด้วยความสมัครใจ ขณะทำการตรวจ ผู้ถูกจับไม่ได้ดื่มน้ำหรือรับประทานสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการตรวจปัสสาวะปรากฏว่าผลเป็นบวก จึงเชิญตัวผู้ถูกจับไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกายที่โรงพยาบาลคลองตัน แล้วพบสารเสพติดประเภทยาอี หรือแอมเฟตามีนในปัสสาวะ จึงแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ฐานเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) โดยผิดกฎหมาย จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เหตุเกิดที่แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 9 มี.ค.2563 เวลาประมาณ 06.10 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ศาลพิจารณาคำร้องแล้ว ให้ส่งตัวไปยังสถานกักขังกลาง ปทุมธานี เพื่อควบคุมตัวและตรวจพิสูจน์ตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 พร้อมแจ้งให้คณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามกฎหมายดังกล่าวทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังมีรายงานว่า น.ส.บุษญา ผู้ต้องหา ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในชั้นการควบคุมตัวและตรวจพิสูจน์ตามกฎหมายของคณะกรรมการฟื้นฟูฯ ซึ่งได้รับการประกันตัวไปแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59275</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด.ต.ประภาส สุเพ็งคำ, ด.ต.ปรีชา ภูมิกระจ่าง, บุษยา ตั้งภากรณ์, พรพัฒน์ พีระบูล, ร.ต.อ.ฉัตรพงศ์ ภัทรสันติภูมิ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เวโรจน์ ยงวัฒนานันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200309/image_big_5e6645f073924.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับบรรยินเหิม!อุ้มพี่ผู้พิพากษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองปราบฯ จับ &amp;quot;บรรยิน&amp;quot; พันฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีโอนหุ้น เจ้าตัวยันบริสุทธิ์-ลูกสาวอ้างโดนกลั่นแกล้ง เลขาฯ ศาลเผยวงจรปิดจับภาพทีมอุ้มดักรอหน้าศาล ก่อนโทร.ข่มขู่ให้ยกฟ้องคดี ชี้เหตุร้ายแรงไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จ่อวางมาตรการเข้มป้องเกิดซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ช่วงเช้ามืด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดหนุมานของกองบังคับการปราบปราม นำหมายศาลเข้าทำการตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 119/11 ม.4 ตำบลนครสวรรค์ตก อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครสวรรค์ และควบคุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ 56 ปี อดีต รมช.พาณิชย์ และ อดีต ส.ส.นครสวรรค์หลายสมัย พร้อมพวกรวม 3 คน มายังกองบังคับการกองปราบปราม เพื่อสอบสวนขยายผลในคดีฆาตกรรมนายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ อายุ 67 ปี พี่ชายของ น.ส.พนิดา ศกุนตะประเสริฐ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งเป็นผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีโอนหุ้นนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ชุดสืบสวนสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ 1 คน และให้การสารภาพว่าได้ก่อเหตุฆาตกรรมอำพรางพี่ชายของผู้พิพากษารายหนึ่ง โดยให้การซัดทอดว่ามี พ.ต.ท.บรรยินเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16.00-17.00 น. ขณะที่พี่ชายของผู้พิพากษาอาวุโสประจำศาลอาญากรุงเทพใต้ เดินทางมารับน้องสาว ได้ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์อุ้มจากแท็กซี่ไปจากหน้าศาล โดยหลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้รายงานความคืบหน้าให้นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ทราบอยู่เป็นระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสาเหตุที่อุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนนั้น เพื่อให้ยกฟ้องคดีที่ พ.ต.ท.บรรยิน เป็นจำเลย ในความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 จากกรณีการโอนหุ้นนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด ร่วม 300 ล้านบาท จึงมีการบีบบังคับผู้พิพากษารายนี้ช่วยในคดี แต่ไม่สามารถทำได้ จึงต้องลงมือฆาตกรรมอำพรางและนำศพไปทิ้งน้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีนี้ ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้ดำเนินการสืบพยานโจทก์-จำเลยทั้ง 2 ฝ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว นัดฟังคำพิพากษาวันที่ 20 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) น.ส.​บุษยา ตั้งภากรณ์ หรือเบล อดีตผู้สมัคร ส.ส.นครสวรรค์ เขต 1 &amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย บุตรสาวของ พ.ต.ท.บรรยิน เดินทางมาที่กองปราบฯ หลังทราบข่าวจากน้องชายว่าบิดาถูกตำรวจปราบปรามจับกุมที่บ้านในจังหวัดนครสวรรค์เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยระบุพร้อมน้ำตาว่า เชื่อมั่นในตัวบิดาว่าไม่ได้ทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา แต่หากทำผิดจริง เชื่อว่าบิดาน่าจะมีเหตุผลอะไรบางอย่าง เพราะว่าบิดาเป็นคนดี เหตุการณ์ครั้งนี้อาจจะเป็นอีกครั้งที่ครอบครัวถูกกลั่นแกล้ง เหมือนที่ครอบครัวถูกกระทำมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ผู้เสียชีวิตในคดีนี้คือพี่ชายของผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งถือว่าไม่ใช่บุคคลธรรมดาทั่วไปที่จะสามารถก่อเหตุลักษณะดังกล่าวได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดหนุมานพร้อมอาวุธครบมือ คุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน ผู้ต้องหาในคดีอุ้มฆ่า หน่วงเหนี่ยวกักขังนายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ มาสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา ขณะควบคุมตัวไปสอบสวน พ.ต.ท.บรรยินกล่าวสั้นๆ ว่า &amp;quot;โดนคุมตัวมาตั้งแต่ 6 โมงเช้า ยังติดต่อทนายไม่ได้ และยังงงๆ กับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมมั่นใจในความบริสุทธิ์&amp;quot; ขณะที่ถูกควบคุมตัวได้ตะโกนหาลูกสาวที่มารออยู่ &amp;quot;เบลตามมาๆ&amp;quot; แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้ขึ้นไปยังห้องสอบสวนแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาประมาณ 30 นาที จึงนำตัวลงมาควบคุมไว้ที่ห้องขังชั้น 1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า ในช่วงบ่ายของวันที่ 24 ก.พ. พนักงานสอบสวน บก.ป. จะนำตัว พ.ต.ท.บรรยินกับพวก ผู้ต้องหาในคดีอุ้มฆ่า หน่วงเหนี่ยวกักขังพี่ชายผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีโอนหุ้น มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญาเป็นครั้งแรก และในวันที่ 25 ก.พ. เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์จะแถลงข่าวการจับกุมคดีดังกล่าวอย่างเป็นทางการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากขณะนี้คดียังไม่เสร็จสิ้น โดยยังต้องมีการสืบสวนสอบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 17.30 น. จากเท่าที่ปรากฏหลักฐานได้มีคนร้าย 3-4 คน ร่วมกันอุ้มลักพาตัวนายวีรชัยหายขึ้นรถ ภายหลังจากการลักพาตัวในวันเดียวกัน กลุ่มคนร้ายได้โทรศัพท์เข้ามาหา น.ส.พนิดา เพื่อข่มขู่ขอให้ยกฟ้องคดีโอนหุ้นนายชูวงษ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น น.ส.พนิดาจึงเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการบันทึกเทปสนทนาการข่มขู่ดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน ทางสำนักงานศาลยุติธรรม ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้ประสานทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีการตั้งทีมสืบสวนขึ้นมาในวันดังกล่าวทันที ติดตามคดีเรื่อยมา แต่ด้วยความห่วงใยเรื่องความปลอดภัยของตัวประกัน เรื่องดังกล่าวจึงต้องอยู่ในชั้นความลับ ไม่สามารถที่จะเป็นข่าวได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสราวุธกล่าวว่า ทีมสืบสวนสอบสวนสามารถสืบจนได้ทราบว่ามีผู้เกี่ยวข้องก่อเหตุคือใครบ้าง และทราบว่ามีคดีที่เกี่ยวพันอยู่เหตุการณ์ลักพาตัวครั้งนี้ 2 คดี คือคดีฆาตกรรมนายชูวงษ์ เเละการโอนหุ้น 300 ล้านบาท โดยเมื่อมีการรวบรวมพยานหลักฐาน ทีมสืบสวนได้ติดตามสถานที่กบดานคนร้าย จนเมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้ขออนุญาตศาลอาญาออกหมายจับ จนสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ตามที่เป็นข่าว นอกจากนี้ ยังมีการขอหมายค้น กว่า 20 จุด ในการหาพยานหลักฐานมัดตัวคนร้ายครบถ้วน ซึ่งทราบมาว่าตอนนี้สามารถจับคนร้ายได้ 3 คนแล้ว กำลังตามจับบางส่วนที่หลบหนีอยู่ ส่วนเรื่องจำนวนคนร้ายที่ก่อเหตุนั้น ถ้าสืบสวนไปเกี่ยวพันถึงใคร ตำรวจจะขอหมายจับเพื่อจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในวันนี้ ผมพร้อมด้วยนายอาคม รุ่งแจ้ง อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ นายชนาธิป เหมือนพะวงศ์ รองเลขาธิการประธานศาลฎีกา เป็นตัวแทนนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ซึ่งติดภารกิจเดินทางไปประชุมที่ต่างประเทศ เดินทางไปให้กำลังใจ น.ส.พนิดา และแจ้งข่าวให้ได้ทราบ น.ส.พนิดายังอยู่ในภาวะเสียใจ ซึ่งสำนักงานศาลฯ ได้ดูแลความปลอดภัยตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา เราได้ประสานกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดหน่วยคุ้มกันดูแลความปลอดภัยมาโดยตลอด ซึ่งในปัจจุบันภายหลังเกิดเหตุท่านก็ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ&amp;quot; เลขาธิการศาลยุติธรรมระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการคุ้มกันนอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว เจ้าพนักงานตำรวจศาล (คอร์ทมาร์แชล) จะเข้าไปเสริมการดูแลในเรื่องคุ้มกันและการเดินทางปฏิบัติหน้าที่ คดีนี้หลักฐานทั้งหมดที่ศาลมีได้ส่งให้ตำรวจกองปราบฯ หมดแล้ว กล้องวงจรปิดที่จับภาพคนร้ายไม่ต่ำกว่า 3 คน ได้ตั้งแต่มาดักรอที่หน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ก่อนลักพาตัวประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนกล้องวงจรปิดจับภาพ พ.ต.ท.บรรยินได้เลยหรือไม่นั้น ต้องถามเจ้าหน้าที่ ซึ่งแจ้งว่ามีพยานหลักฐานครบถ้วนในการออกหมายจับ พ.ต.ท.บรรยินกับพวกแล้ว รายละเอียดจะอยู่ในสำนวนสอบสวนที่ทางตำรวจจะแถลงต่อสื่อมวลชนเอง เรื่องนี้เราต้องขอบคุณ ผบ.ตร.ที่ได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างมาก จนสามารถจับตัวคนร้ายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสราวุธกล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก จะพูดทุกครั้งในการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) หรือคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) เนื่องด้วยความห่วงใยความปลอดภัยของผู้ถูกลักพาตัว แต่เราต้องเก็บเป็นความลับ เพื่อคำนึงความปลอดภัย ซึ่งเหตุการณ์การจับตัวประกันเพื่อต่อรองให้ตัดสินคดีที่เกิดขึ้น นับว่าเป็นเรื่องร้ายแรงที่ไม่เคยเกิดขึ้นในศาลยุติธรรมมาก่อน ถือว่าเป็นเรื่องกระทบความเป็นอิสระในการพิจารณาพิพากษาคดีของผู้พิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนี้ สำนักงานศาลยุติธรรมจะต้องวางมาตรการในเชิงป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น ต่อไปถ้าหากมีคดีสำคัญหรือเกี่ยวพันกับผู้มีอิทธิพล จะต้องวิเคราะห์เรื่องการป้องกันเหตุที่อาจจะเกิด อาจต้องมีการอารักขาตัวองค์คณะ ดังนั้นเราจึงต้องมีการเพิ่มอัตรากำลังเจ้าพนักงานตำรวจศาลโดยเร็ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57989</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุษยา ตั้งภากรณ์, พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์, พนิดา ศกุนตะประเสริฐ, พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200223/image_big_5e527f6301168.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
