<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 21:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 21:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรือล่มกลางแม่น้ำดานูบในฮังการี ทัวริสต์โสมดับ 7 ยังสูญหาย 21 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เรือนำเที่ยวชมทิวทัศน์ชนกับเรือสำราญกลางแม่น้ำดานูบในกรุงบูดาเปสต์ของฮังการีเมื่อคืนวันพุธ เรือนำเที่ยวอับปาง นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เสียชีวิต 7 คน และมีผู้สูญหาย 21 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือของตำรวจฮังการีค้นหาผู้รอดชีวิตหลังอุบัติเหตุเรืออับปางกลางแม่น้ำดานูบในกรุงบูดาเปสต์ เมื่อค่ำวันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือนำเที่ยวชมทิวทัศน์ในแม่น้ำดานูบชื่อเรือ &amp;quot;เมอร์เมด&amp;quot; ความยาว 26 เมตร บนเรือมี 35 ชีวิต รวมถึงนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ 30 คน, ไกด์ 3 คน, กัปตันและลูกเรือชาวฮังการี 2 คน โดนเรือสำราญ &amp;quot;ไวกิงซีกิน&amp;quot; ชนและจมลงเมื่อเวลาราว 21.15 น. วันพุธที่ 29 พฤษภาคม ตามเวลาท้องถิ่น จุดที่เรือจมใกล้กับอาคารรัฐสภาฮังการี ซึ่งเป็นจุดชมวิวยามค่ำคืนที่ได้รับความนิยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้ยืนยันว่า นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เสียชีวิตในอุบัติเหตุเรือล่มครั้งนี้ 7 ราย ด้านบริษัทนำเที่ยวของเกาหลีใต้เผย ผู้โดยสารบนเรือลำนี้อายุน้อยที่สุดเป็นเด็กหญิงวัย 6 ขวบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปอล ยอร์ฟี โฆษกสำนักบริการเหตุฉุกเฉินฮังการี เผยว่า นอกจากพบศพนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ 7 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยนักท่องเที่ยวขึ้นจากแม่น้ำ 7 คน ส่งเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล โดยมีอาการภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติและช็อก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพหัวเรือของเรือไวกิงซีกินที่มีร่องรอยจากการชนกับเรือนำเที่ยว / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริสตอฟ กาล โฆษกตำรวจฮังการี เผยว่า ผู้โดยสารบนเรือสูญหาย 21 คน รวมถึงกัปตันเรือชาวฮังการีและลูกเรือ ส่วน พ.ต.อ.ลอยท์ กาบอร์ ปาตาคี แห่งตำรวจดับเพลิงฮังการี กล่าวว่า ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายขยายไปตลอดแม่น้ำดานูบบริเวณทางใต้ของกรุงบูดาเปสต์ และเจ้าหน้าที่ติดต่อกับเซอร์เบียประเทศเพื่อนบ้านให้ช่วยค้นหาด้วย ตำรวจเผยว่า 3 ศพที่พบห่างจากจุดที่เรือจมหลายกิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อาดรีอัน ปอล แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีพร้อมแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดบนสะพานมาร์กาเร็ต ซึ่งใกล้กับจุดที่เรือล่ม เผยให้เห็นว่า ก่อนที่เรือทั้ง 2 ลำจะชนกัน เรือเมอร์เมดหันเรือไปหาเรือไวกิงซีกิน จากนั้นเรือสำราญชนเรือเมอร์เมด ทำให้เรือจมลงภายในเวลาแค่ 7 วินาที ตำรวจสอบสวนเหตุเรือจมครั้งนี้เป็นความประมาททางอาญาในทางน้ำสาธารณะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37250</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้, บูดาเปสต์, ฮังการี, เรือชนกัน, เรือล่ม, แม่น้ำดานูบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190530/image_big_5cefe3dca05f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2018 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2018 09:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถไฟสายบูดาเปสต์–บูคาเรสต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สะพานโซ่&amp;nbsp;Szechenyi&amp;nbsp;เชื่อมเปสต์ฝั่งตรงข้ามกับปราสาทบูดา โดยมีจัตุรัส&amp;nbsp;Clark Adam&amp;nbsp;และรถกระเช้าส่งต่อขึ้นมาอีกที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมตั้งใจเก็บ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ปราสาทบูดา&amp;quot;&amp;nbsp;(Buda Castle)&amp;nbsp;ที่เป็นทั้งปราสาทและราชวังไว้เยี่ยมชมในช่วงขากลับก่อนจบทริป ซึ่งก็เป็นไปตามแผน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้อมปราการเมืองเป็นสิ่งแรกที่ถูกก่อสร้างขึ้นบน &amp;ldquo;เนินเขาบูดา&amp;rdquo; เมื่อปี ค.ศ.&amp;nbsp;1247&amp;nbsp;ก่อนที่ปราสาทและราชวังส่วนแรกจะเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ.&amp;nbsp;1265&amp;nbsp;ซึ่งต่างอยู่ในช่วงระยะเวลาการครองราชย์ของสมัยกษัตริย์บีลา ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่งฮังการีและโครเอเชีย จากนั้นก็มีการก่อสร้างเพิ่มเติมเรื่อยมา จากสถาปัตยกรรมโกธิคมาเป็นเรเนซองส์ ก่อนที่จะถูกจักรวรรดิออตโตมันยึดครองในปี ค.ศ.&amp;nbsp;1541&amp;nbsp;อันกินเวลาต่อจากนั้นถึง&amp;nbsp;145&amp;nbsp;ปี ราชวงศ์ฮับสบวร์กพยายามอยู่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ครั้งกว่าจะแย่งชิงมาได้ในสมัยจักรพรรดิลีโอโพล ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมื่อปี ค.ศ.&amp;nbsp;1686&amp;nbsp;จากการรวมพลังกันของพันธมิตรคริสเตียนหลายประเทศเพื่อขับไล่กองทัพเติร์ก แต่ก็ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับตัวปราสาท โดยเฉพาะจากกระสุนปืนใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ราชวังสไตล์บาโร้กขนาดมหึมาที่เห็นกันอยู่ในทุกวันนี้ถูกสร้างขึ้นในกลางคริสต์ศตวรรษที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;และการก่อสร้างส่วนขยายเพิ่มเติมเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ.&amp;nbsp;1905&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเสียหายครั้งใหญ่ต่อปราสาทบูดาได้เกิดขึ้นอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง นั่นคือระหว่างการปฏิวัติฮังการี ในปี ค.ศ.&amp;nbsp;1849&amp;nbsp;เพื่อปลดแอกฮังการีจากราชวงศ์ฮับส์บวร์กแห่งออสเตรียที่จบลงด้วยความล้มเหลว และอีกครั้งระหว่างสงครามโลกครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ช่วงปลายซึ่งฮังการีอยู่ข้างเดียวกับเยอรมนีของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ การถูกรุกคืบและโอบล้อมโดยกองทัพโซเวียตที่เรียกว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ซีจ ออฟ บูดาเปสต์&amp;rdquo;&amp;nbsp;ระหว่างธันวาคม ค.ศ.&amp;nbsp;1944&amp;nbsp;ถึง กุมภาพันธุ์ ค.ศ.&amp;nbsp;1945&amp;nbsp;ทำให้ปราสาทบูดาพังจนแทบไม่เหลือชิ้นดีและบางส่วนกลายเป็นกองเพลิง สิ่งของมีค่าจำนวนมากถูกปล้นสะดมไปโดยทั้งฝ่ายทหารนาซีผู้แตกพ่ายและทหารโซเวียตผู้มาใหม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปราสาทบูดา มุมมองจากถนน&amp;nbsp;F&amp;ouml;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังสงครามในยุคที่ฮังการีกลายเป็นประเทศคอมมิวนิสต์การซ่อมแซมและสร้างใหม่ก็ค่อยๆ ดำเนินไปจนกลับมาดูดีอีกครั้ง และได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ.&amp;nbsp;1987&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน ภายในพื้นที่เกือบ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตารางกิโลเมตรของปราสาทบูดา มีโบราณสถานสำคัญอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น หอศิลป์แห่งชาติ, โบสถ์มัทธิอัส, โบสถ์อีแวนเจลิค, วังประธานาธิบดี, หอจดหมายเหตุแห่งชาติ, พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์บูดาเปสต์, พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางด้านดนตรี, พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางด้านการทหาร, พิพิธภัณฑ์ทางด้านเภสัชศาสตร์, พิพิธภัณฑ์โทรศัพท์ และพิพิธภัณฑ์ฮูดินี ยอดนักมายากลชาวฮังกาเรียน ซึ่งแต่ละแห่งล้วนมีราคาค่าเข้าชมที่แตกต่างกันไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปราสาทบูดายังถูกใช้เป็นสถานที่จัดเทศกาลเฉลิมฉลองประจำปีอีกหลายงาน อาทิ เทศกาลไวน์, เทศกาลเบียร์, เทศกาลช็อกโกแลต, เทศกาลหนังสือ, เทศกาลงานฝีมือ, เทศกาลปาลิงกาและไส้กรอก ซึ่ง&amp;nbsp;&amp;ldquo;ปาลิงกา&amp;rdquo;&amp;nbsp;ก็คือบรั่นดีจากผลไม้หลากหลายชนิด คล้ายๆ&amp;nbsp;&amp;ldquo;รัคเคีย&amp;rdquo;&amp;nbsp;ของเซอร์เบียและบอสเนีย และ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุยกา&amp;rdquo;&amp;nbsp;ของโรมาเนีย ซึ่งทุกเทศกาลจะมาพร้อมกับคอนเสิร์ตและอาหารการกิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปปั้นพระแม่มารี&amp;nbsp;(Virgin Mary Statue)&amp;nbsp;ยื่นออกมาจากกำแพงปราสาทบูดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผมเองทราบแต่เพียงว่าเทศกาลเบียร์ของปี ค.ศ.&amp;nbsp;2018&amp;nbsp;นี้จะมีขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;15 &amp;ndash; 18&amp;nbsp;มิถุนายน ผู้จัดงานจะนำเบียร์ของฮังการีกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;เจ้า และอีกบางยี่ห้อจากประเทศชั้นนำด้านการผลิตเบียร์มาให้บริการ ส่วนเทศกาลไวน์นั้นจะมีขึ้นในช่วงต้นเดือนกันยายนอันเหมาะกับสภาพอากาศที่จะดื่มไวน์กลางแจ้งมากกว่าฤดูกาลอื่นๆ แต่จะว่าไปการดื่มไวน์กันอย่างหัวราน้ำแบบบรั่นดีหรือเบียร์นั้นเป็นสิ่งที่พิสดารอยู่หน่อยๆ นอกเสียจากว่าจับคู่กับอาหารบางชนิดและดื่มกินอย่างมีศิลปะแบบเรื่อยๆ เอื่อยๆ ก็ว่าไปอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ออกจากปราสาทโดยใช้ลิฟต์ภายในอาคารหลังหนึ่ง เดินเลียบแม่น้ำไปทางด้านทิศใต้แล้วข้ามสะพานเอลิซาเบธไปยังฝั่งเปสต์ จากนั้นก็เดินเลียบแม่น้ำไปไปยังทิศใต้อีกจนถึงเชิงสะพานลิเบอร์ตี เลี้ยวซ้ายไปยังถนนที่พุ่งตรงมาจากสะพาน เดินอีกนิดก็ถึง&amp;nbsp;For Sale Pub&amp;nbsp;(อยู่ตรงข้ามกับ &amp;ldquo;ตลาดกลาง&amp;rdquo;&amp;nbsp;หรืออาจเรียก&amp;nbsp;Great Market Hall&amp;nbsp;ตลาดในร่มที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในกรุงบูดาเปสต์)&amp;nbsp;หวังจะกินกูลาสให้จงได้ แต่ปรากฏว่าคิวนอกร้านยาวเหมือนเดิม จึงเดินผ่านร้านนี้ไป กะว่าเจอร้านอาหารฮังกาเรียนร้านถัดไปก็จะเข้าไปทันที ไม่จำเป็นต้องพิจารณาให้มากแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเจอร้านชื่อ&amp;nbsp;Pesti Sorcsarnok&amp;nbsp;ผมก็เปิดประตูเข้าไป บรรยากาศในร้านดีกว่า&amp;nbsp;For Sale Pub&amp;nbsp;หากว่าตั้งใจมาดินเนอร์ โดยเฉพาะผู้ที่มากับคนรักหรือมาเป็นครอบครัว ส่วน&amp;nbsp;For Sale Pub&amp;nbsp;นั้นเหมาะแก่การดื่มมากกว่า เพียงแต่ว่ากูลาสของเขาขึ้นชื่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มนักท่องเที่ยวใช้บริการเช่า &amp;ldquo;เซกเวย์&amp;rdquo; ในการทัวร์ปราสาทบูดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมสั่ง&amp;nbsp;&amp;ldquo;กูลาส&amp;rdquo;&amp;nbsp;(Goulash)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นซุปเนื้อต้มรวมกับมะเขือเทศ, มันฝรั่ง, พริกปาปริก้า และผักอีกบางชนิด เสิร์ฟมาในหม้อสเตนเลสซึ่งวางบนเตาไฟเล็กๆ มีหูหิ้วอีกที หลายคนเข้าใจผิดว่ากูลาสเป็นสตูว์เนื้อข้นๆ แล้วเรียกกูลาสว่าเป็นซุปกูลาส ซึ่งความจริงแล้วสตูว์ดังกล่าวเรียกว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;เปอคอยต์&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กูลาสเสิร์ฟพร้อมขนมปังแผ่นในตะกร้า และเมื่อกินกับไวน์แดงท้องถิ่นแบบดราย ยี่ห้อ&amp;nbsp;Egri Bikaver&amp;nbsp;รสชาติเข้ากันได้ดีเพราะในหม้อกูลาสมีเนื้อหั่นขนาดเท่าลูกเต๋าอยู่หลายชิ้น นอกจากนี้ผมก็ยังสั่งสเต็กเนื้อที่หั่นเป็นชิ้นเรียบร้อยแล้ว โรยด้วยหอมทอดกรอบชิ้นบางๆ ทั้งเป็นริ้วและเป็นวงกลม จะเรียกว่าโรยก็คงไม่ถูก ควรเรียกว่าโปะมามากกว่าเพราะหอมทอดพูนชามจนไม่เห็นเนื้อด้านล่าง ผมเลือกกินเนื้อจนหมดเหลือหอมทอดไว้ครึ่งหนึ่ง แล้วเรียกเก็บเงินก่อนเดินกลับโฮสเทล &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากอาบน้ำเก็บเสื้อผ้าเสร็จ มีเวลาเหลือก่อนรถไฟออกผมจึงนำเทนเนสซีวิสกี้ที่เหลือประมาณครึ่งขวดออกมาดื่มกับเกย์หนุ่มอัลเบิร์ตและรีเซ็พชั่นสาวเสมือนการบอกลา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่เอาขวดนี้ไปด้วยหรือ ?&amp;rdquo;&amp;nbsp;รีเซ็พชั่นสาวถาม ผมตอบเธอว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับคุณทั้งสองคน&amp;rdquo;&amp;nbsp;พวกเขาขอบคุณเป็นการใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้านหน้าของตัวประสาทบูดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหลือเวลาอีกประมาณ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;นาทีเมื่อผมไปถึงสถานีรถไฟที่จะออกเดินทางในเวลา&amp;nbsp;22.50&amp;nbsp;น. มีคณะของเด็กเยอรมันเบียดเสียดหาห้องหรือตู้ของตัวเองกันอยู่เต็มโบกี้ บางคนที่ได้ห้องแล้วก็ยังไม่เดินเข้าไป ผมมองเห็นห้องของตัวเองแล้วแต่พวกเด็กวัยรุ่นเยอรมันออกันเต็มทางเดินไม่สามารถเดินเข้าห้องได้ จึงเดินไปซื้อน้ำเปล่ากับตู้กด เมื่อกลับมารถไฟก็เคลื่อนออกจากสถานีแต่เด็กเยอรมันยังคงอยู่ที่เดิม ผมวางกระเป๋าสะพายหลังและกระเป๋าล้อเลื่อนบรรจุของฝากเจ้ากรรมไว้ตรงใกล้ๆ ทางเชื่อมระหว่างโบกี้แล้วถือกระเป๋าใบเล็กซึ่งใส่ของมีค่าไว้ฝ่าฝูงเด็กเยอรมันไปเข้าห้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องในรถไฟชั้นสองนี้สำหรับผู้โดยสาร&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คน โบกี้รถไฟมีทางเดินแคบๆ อยู่ด้านขวามือของตัวรถแบบคนเดินสวนกันได้พอดีโดยไม่แบกหามสัมภาระ หากใครมีสัมภาระก็ต้องหลบเข้าไปในห้องโดยสารห้องใดห้องหนึ่งก่อนเพื่อคอยให้อีกฝ่ายเดินสวนไป ห้องโดยสารที่ซอยย่อยหลายห้องเรียงกัน ขนาดห้องประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตารางเมตร (หรืออาจจะน้อยกว่า) เมื่อเข้าไปได้ก็รู้สึกว่าค่อนข้างคับแคบ มีเตียงนอนเรียงกัน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฝั่ง ซ้ายขวา ฝั่งละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เตียง เรียงกันขึ้นไปตามแนวดิ่งคล้ายรถไฟชั้นสองของอินเดีย&amp;nbsp; ชั้นล่างสุดนอนสะดวกที่สุด ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต้องปีนโดยใช้เท้าเหยียบชั้นล่างขึ้นไป ส่วนชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นั้นก็ต้องใช้เท้าเหยียบทั้งชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และอาจจะเหยียบชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของฝั่งตรงข้ามด้วย แต่ก็มีบันไดเคลื่อนที่สามารถยกมาเทียบไว้แล้วปีนขึ้นไปได้ ซึ่งจะเป็นภาระคนชั้นล่างในการยกเข้าที่เก็บอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดบางส่วนของสถาปัตยกรรมแบบบาโร้ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บนเบาะที่นอนมีผ้าปู ผ้าห่ม และปลอกหมอนวางไว้ให้สำหรับทำเตียงด้วยตัวเอง คนอยู่ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จะทำได้ยากมาก ขนาดของเตียงนอนดูแล้วเล็กกว่าของอินเดีย แต่สะอาดกว่า มีที่วางสัมภาระอยู่เหนือศีรษะตรงประตูและที่วางเหนือหน้าต่าง หากผู้โดยสารเต็มห้องทั้งหกคน ก็จะไม่เพียงพอ ผมต้องวางใต้เตียงชั้นล่าง ซึ่งสตรีชาวโรมาเนียนอายุประมาณสี่สิบต้นๆ ที่นอนอยู่ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฝั่งตรงข้ามแนะนำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขึ้นนอนโดยที่ยังมีกระเป๋าสะพายใส่เสื้อผ้าอยู่ข้างนอก ถามสตรีคนเดิมว่าจะปลอดภัยไหม เธอพูดเหมือนสั่ง จับใจความได้ว่าให้ไปเอาเข้ามา แต่ผมจำต้องวางกระเป๋าใบนี้ตรงพื้นระหว่างเตียงสองฝั่ง ยัดใต้เตียงไม่ได้แล้วเพราะมีของคนอื่นเบียดเสียดอยู่เต็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เตียงชั้นล่างฝั่งของผมคืออาจารย์ผู้หญิง ชั้นบนสุดคืออาจารย์ผู้ชายที่นำคณะเด็กมัธยมปลายจากเยอรมนีไปออกค่ายอาสาในประเทศโรมาเนีย ทราบภายหลังว่าพวกเขาจะออกค่ายที่หมู่บ้านเดิมทุกปี ส่วนอีกฝั่ง เตียงชั้นล่างคือป้าโรมาเนียผู้พูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก (แต่แกเริ่มพูดตอนเช้าอีกวัน) ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คือเจ๊ใจดี พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ แต่ฟังรู้เรื่อง ชั้นบนสุดคือนักเรียนหญิงเยอรมัน เธอเข้ามานอนหลังสุดหลังจากออกไปโม้กับเพื่อนอยู่จนราวตีหนึ่ง ตอนที่เจ้าหน้าที่ขึ้นมาตรวจพาสปอร์ตตอนที่สองกว่าๆ เธอไม่ตื่น อาจารย์ชายต้องเอื้อมมือไปเขย่าตัวอยู่นานกว่าจะตื่นได้ แล้วควานหาพาสปอร์ตอย่างงัวเงียยื่นให้เจ้าหน้าที่โดยไม่ได้ลืมตา &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตัวผมนั้น ตอนตรวจ &amp;ldquo;คนออกเมือง&amp;rdquo; ใช้เวลาไม่นาน คงเพราะเจ้าหน้าที่ฮังการีคิดว่าไหนๆ ก็ออกไปแล้ว แต่ตอนที่เจ้าหน้าที่ฝั่งโรมาเนียขึ้นมาตรวจ &amp;ldquo;คนเข้าเมือง&amp;rdquo; ใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะประทับตราลงในพาสปอร์ต โดยมีการเรียกเจ้าหน้าที่อีกคนที่มีเครื่องมือทันสมัยกว่ามาช่วยดู&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมนอนหลับลงไปได้อย่างยากลำบากก็คือตั๋วโดยสารได้หายไป ผมรู้ตัวว่าตั๋วหายตอนที่จัดเตียงเสร็จ แต่เจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วได้ตรวจไปแล้วก่อนจะขึ้นรถในตอนแรก ผมถามเจ๊ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ว่าจะเดือดร้อนไหม เธอใช้แอพแปลภาษาจากมือถือแล้วยื่นให้ผมอ่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่ต้องกังวล&amp;rdquo;&amp;nbsp;แอพแปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หอศิลป์แห่งชาติฮังการี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตื่นเช้าขึ้นมามีคนเดินขายกาแฟและชาแบบรถไฟบ้านเรา แต่ไม่แน่ใจว่ามีตู้เสบียงหรือเปล่า เตียงอื่นๆ ตื่นกันหมดแล้ว เจ๊ใจดีกับป้าพูดภาษาอังกฤษเก่งฝั่งตรงข้ามปรับเตียงเป็นที่นั่ง ซึ่งเตียงชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สามารถปรับเป็นที่นั่งได้ ความจริงแล้วต้องพูดว่าที่นั่งปรับเป็นเตียงได้มากกว่า เมื่อคุยกับเจ๊และป้าโรมาเนียว่าอาจจะไม่ไปถึงบูคาเรสต์ แต่จะลงที่เมืองบราชอฟเพราะอยากแวะทักทาย &amp;ldquo;จูดี้&amp;rdquo; แมวอ้วนแห่งโรลลิ่งสโตนโฮสเทล แล้วพรุ่งนี้ค่อยนั่งรถบัสตรงไปยังสนามบิน&amp;nbsp;Henri Coanda&amp;nbsp;ชานกรุงบูคาเรสต์ ซึ่งใช้เวลาประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชั่วโมง และผมก็มีเวลาเหลือเฟือเพราะเที่ยวบินออกหลังเที่ยงคืนไปแล้ว ทั้งคู่สนับสนุนความคิด อยากให้ผมเที่ยวต่างเมืองมากกว่าบูคาเรสต์ ว่าแล้วป้าก็ยื่นลูกพีชให้ผมกินเป็นมื้อเช้า อีกทั้งกรอกน้ำจากขวดตัวเองเติมให้ขวดของผม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาการกลัวเจ้าหน้าที่มาตรวจตั๋วยังไม่หายไป เพราะเมื่อวานเจ้าหน้าที่คนนั้นบอกว่า&amp;nbsp;11&amp;nbsp;โมงจะมีการตรวจอีกครั้ง และไม่รู้ว่าตัวแกจะยังอยู่บนรถคันนี้หรือลงไปก่อนแล้ว พอเห็นแกโผล่หน้ามาก็ใจชื้นหน่อยเพราะอย่างน้อยแกเคยเห็นตั๋วผมแล้ว แต่ก็ไม่บอกว่าตั๋วหาย ถ้ามีการตรวจเมื่อไหร่ค่อยอธิบายอีกที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประมาณบ่ายสองโมงรถไฟใกล้จะถึงบราซอฟและยังไม่มีการตรวจตั๋วรอบที่สอง เจ้าหน้าที่คนเดิมเดินมาใกล้ๆ ผมจึงชิงถามแกก่อนว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;อีกห้านาทีได้ไหมกว่าจะถึงสถานีบราชอฟ&amp;rdquo;&amp;nbsp;แกตอบ&amp;nbsp;&amp;ldquo;สามนาที&amp;rdquo;&amp;nbsp;ผมได้แต่ภาวนาว่าอย่าเล่นพิเรนทร์ตรวจตั๋วกันตอนนี้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อรถไฟผ่อนความเร็วลงเตรียมจอด แกสะกิดผมที่แขนแล้วพูดขึ้นว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;จะเอาตั๋วคืนไหม&amp;rdquo;&amp;nbsp;พร้อมหยิบตั๋วออกมายื่นให้ ผมถามว่าตั๋วไปอยู่ที่แกตั้งแต่เมื่อไหร่ แกบอกว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว&amp;rdquo;&amp;nbsp;ไม่ทันได้ถามว่าแกหยิบไปจากผมตอนไหน หรือมีคนเจอแล้วเอาไปให้ รถไฟก็เทียบจอด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5717</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยว, บูดาเปสต์, ปราสาทบูดา, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาส, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2018 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บูดาเปสต์..อีกครั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot;&gt;&amp;nbsp;เกาะมาร์กาเร็ตกลางแม่น้ำดานูบ สวรรค์ของทุกสิ่งมีชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot;&gt;เนื่องจากต้องขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ จากกรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย ในอีกสามสี่วันข้างหน้า แผนเดิมที่ว่าจะไปเยือนเมืองกรากุฟ ประเทศโปแลนด์ คำนวณแล้วเหลือเวลาไม่พอ จึงต้องเดินทางออกจากกรุงปรากไปยังกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี อย่างเร่งด่วน แล้วค่อยเข้าโรมาเนียหลังจากนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;อีกทั้งขาเดินทางกลับไม่ค่อยคล่องตัวมากนักด้วยกระเป๋าสะพายหลัง 1 ใบ และเป้ใบเล็กสะพายด้านหน้าอีก 1 ใบสำหรับสัมภาระจำเป็นตลอดทั้งทริป 6สัปดาห์ บัดนี้จำต้องลากกระเป๋าล้อเลื่อนเพิ่มอีก 1 ใบ ซึ่งอูเวอร์ เพื่อนนักสะสมกล้องให้ยืม ในกระเป๋าบรรจุกล้องคอมแพ็คโบราณ 6 ตัวที่อูเวอร์ฝากไปให้พิพิธภัณฑ์ที่เมืองไทย และของฝากอีกหลายชิ้นของพี่แก้ว เพื่อนรุ่นพี่ผู้ให้ที่พักอาศัยในแฟรงก์เฟิร์ต เธอซื้อฝากพรรคพวกที่กรุงเทพฯ อย่างเมามัน น้ำหนักของกระเป๋าใบนี้ก่อนขึ้นเครื่องชั่งได้ 13 กิโลกรัม รวมทุกชิ้นที่ผมต้องแบกผ่านสามสี่ประเทศ เท่ากับ 30 กิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ตั๋วระบุเวลารถไฟออกที่ 11.48 น. แต่จวนจะ 11.40 น.อยู่แล้ว โกรันเพื่อนชาวเซิร์บผู้ตั้งรกรากในสาธารณรัฐเช็กนานกว่า 20 ปี ซึ่งจะมาส่งผมก็ยังเดินทางมาไม่ถึง เขาโทรมาว่าหาที่จอดรถไม่ได้เสียที โชคดีที่จออิเล็คทรอนิกส์แสดงตารางรถไฟขึ้นข้อความว่าเที่ยวของผมจะเลื่อนออกไป 20 นาที และอีกสักพักก็บวกเพิ่มเป็น 40 นาที โกรันจึงมาทันเดินไปส่งผมที่ชานชาลาและได้พูดคุยล่ำลากัน รถไฟวิ่งมาเทียบได้ครู่เดียวก็เปิดหวูดออกเดินทางมุ่งหน้าบูดาเปสต์&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;มุมมองจากกลางสะพานมาร์กาเร็ตไปยังฝั่งบูดา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ในตั๋วเขียนหมายเลขรถ (คันหรือโบกี้) และห้องนั่งไว้ ผมได้ห้องที่ 116 จึงให้สงสัยว่าคันหนึ่งจะมีถึง 116 ห้องได้อย่างไร ขึ้นไปเห็นห้องที่ 16 จึงเอากระเป๋าวางไว้ก่อนแล้วเดินไปเรื่อยๆ ปรากฏว่าเจอห้อง 116 จากทั้งหมดที่มีประมาณ 120 ห้องต่อ 1 คัน (ฝั่งซ้ายและขวา คั่นกลางด้วยทางเดินแคบๆ) ก็กลับไปเอากระเป๋าที่ห้อง 16 ซึ่งเป็นห้องที่ไม่มีการจองตั๋วล่วงหน้า มีคนอัดกันอยู่เต็ม ส่วนห้องของผมมีสองหนุ่มอเมริกันที่เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี พวกเขาให้รางวัลตัวเองด้วยการท่องเที่ยวยุโรป หนึ่งในนั้นเป็นคนอิตาเลียนที่ไปเกิดในสหรัฐฯ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ห้องหนึ่งมี 6 ที่นั่ง ฝั่งละ 3 ที่นั่งหันหน้าเข้าหากัน ห้องของเราเริ่มแรกมี 3 คน จากนั้นมีคนสลับขึ้นมาแล้วก็ลงไป ซึ่งผมเชื่อว่าพวกเขาไม่ได้จองที่นั่ง มีสตรีคนหนึ่งถือกระเป๋าปริศนาขึ้นมานั่งข้างๆ ผม ก่อนที่เธอจะลงจากรถไฟไม่นานก็ได้เปิดกระเป๋าใบนั้นเพียงแง้มๆ ผมไม่สามารถมองเห็นข้างในได้ แล้วเธอก็ป้อนนมจากขวดเล็กๆ ให้กับสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ในนั้น เมื่อเธอลงไปพวกเราสามคนก็สงสัยกันว่าในนั้นคืออะไร ทำไมสิ่งมีชีวิตในนั้นไม่ร้องออกมาเลย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมแบ่งขนมที่ได้รับจากเจ้าของ All Seasons Hostel ในกรุงปรากให้กับสองหนุ่มอเมริกัน ถุงแรกเป็นขนมปังแครกเกอร์ พวกเขาชอบกันมาก ถุงที่สองผมควานเจอขนมปังแท่งคล้ายกูลิโกะที่ไม่เคลือบอะไร พวกเขาก็ชอบกันอีก โดยเฉพาะอิตาเลียนเจ้าเนื้อ พวกเขาเรียกมันว่า &amp;ldquo;เพรทเซล&amp;rdquo; เมื่อขนมผมหมดคนที่ดูสุภาพกว่า (ไม่ใช่อิตาเลียน) หยิบเวเฟอร์ธัญพืชยื่นให้ผม รสชาติอร่อยดี ดูที่ซองจึงทราบว่าเขาหอบมาจากอเมริกา เมื่อถามก็ได้รับคำตอบว่าใช่ ตอนหลังอิตาเลียนตุ้ยนุ้ยหยิบขนมซึ่งน่าจะเป็นถั่วลิสงเคลือบอะไรบางอย่างออกมากินอย่างเพลิดเพลิน ถุงขนาดใหญ่มาก แต่เขาไม่แบ่งใครเลย แม้แต่เพื่อนเขาเอง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;The Centennial Memorial&amp;nbsp;สร้างขึ้นบนเกาะมาร์กาเร็ตเมื่อปี ค.ศ.&amp;nbsp;1973&amp;nbsp;เพื่อรำลึกครบรอบ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ปี การรวมเมือง&amp;nbsp;Buda, Obuda (บูดาเก่า) และ&amp;nbsp;Pest&amp;nbsp;เป็นBudapest&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผ่านไปหลายชั่วโมง ผมเดินไปที่โบกี้ร้านอาหาร ราคาอาหารและเครื่องดื่มย่อมเยาอย่างไม่น่าเชื่อ สั่งไส้กรอกมา 2 ชิ้น (ร้านให้กำหนดจำนวนชิ้นเอาเอง) และ Pilsner Urquell 1 แก้วแกล้มนิยายของ &amp;ldquo;เออร์เนสต์ เฮมมิงเวย์&amp;rdquo; ที่อ่านค้างไว้ และไม่ทันจะหมดแก้วที่สองนิยายก็จบลงพร้อมกับรถไฟที่ใกล้จะเข้าเทียบสถานีบูดาเปสต์ตะวันออก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมเดินกลับไปยังตู้หมายเลข 116 บอกสองหนุ่มมะกันว่าใกล้จะถึงแล้ว พวกเขาก็เก็บของเตรียมตัวกันอย่างรวดเร็ว เมื่อรถไฟจอดที่สถานีในเวลาประมาณ1 ทุ่มพวกเขาก็ลงไปทันที ผมน่าจะลงจากรถไฟเป็นคนสุดท้าย เพราะผู้โดยสารคนอื่นๆ เดินไปไกลแล้ว และมองไปด้านหลังก็ไม่มีใครเดินตามมา เมื่อถึงสถานีเมโทรที่อยู่ติดกับสถานีรถไฟก็ซื้อตั๋วจากเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติโดยสารไปยังสถานี Kalvin ter ช่วงที่จะออกสู่พื้นถนนไม่มีบันไดเลื่อนจึงต้องยกกระเป๋าของฝากขึ้นบันได รู้สึกว่าไหล่ขวาที่ใช้ยกเจ็บจี๊ดขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผ่านมาจนถึงวันนี้เกือบจะปีหนึ่งแล้วอาการแปลกๆ ที่ไหล่ขวานี้ยังไม่หายไป หากหมุนไหล่ขึ้นลงก็จะได้ยินเสียง &amp;ldquo;แกล็กๆๆ&amp;rdquo; จึงเป็นอุทาหรณ์ว่าถ้าท่านเจอนักเดินทางแบบแบ็คแพ็คเกอร์ที่มีข้าวของล้นตัวอยู่แล้ว ท่านโปรดชั่งใจสักนิดก่อนจะฝากของกับเขาไป แม้เขาจะพูดว่ายินดีพร้อมมีรอยยิ้มให้ก็ตาม &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;น้ำพุดนตรี&amp;rdquo; พลิ้วไหวไปตามจังหวะดนตรี ในช่วงฤดูร้อนจะมีแสงสีเข้ามาเพิ่มด้วย​​​​​​​&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ท้องฟ้าเวลาทุ่มกว่าๆ ยังสว่างจ้าเพราะยุโรปกำลังเข้าสู่ฤดูร้อน ผมเดินไปตามเส้นทางที่จำได้ กดกริ่งของ Suite Hostel พูดกับเครื่องอินเตอร์คอมว่าต้องการที่พักก็มีคนกดรีโมตเปิดประตูให้ รีเซ็พชั่นชื่อ &amp;ldquo;อัลเบิร์ต&amp;rdquo; เกย์หนุ่มชาวเยอรมันเดินลงมารับที่กลางบันไดขึ้นชั้นสอง อย่างกับฉากในหนังโรแมนติก ผมแจ้งว่า&amp;ldquo;ไม่ได้จองไว้เพราะทราบว่าพวกคุณชอบอย่างนี้มากกว่า&amp;rdquo; ซึ่งหากจองกับโฮสเทลโดยตรงหรือวอล์คอินเข้ามาจะได้ราคาถูกกว่าจองกับเว็บไซต์รับจองทั้งหลาย เพราะโฮสเทลไม่ต้องจ่ายส่วนแบ่งให้กับเว็บไซต์เหล่านั้น (แต่บางกรณีการวอล์คอินกลับแพงกว่า)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;อัลเบิร์ตจัดให้ผมนอนห้องเดียวกับครั้งที่แล้ว เป็นห้อง 6 เตียง มีแขกร่วมห้องอีกคนหนึ่ง แต่อัลเบิร์ตบอกว่าชายคนนี้จะกลับเกือบเช้า ส่วนอีกเตียงที่เหมือนมีคนนอนก็คือเตียงของอัลเบิร์ตเอง แต่เขา (เธอ) จะเข้านอนตอน 8 โมงเช้าเพราะอยู่เวรทั้งคืน อัลเบิร์ตทำงานเฉพาะสุดสัปดาห์จึงยอมอดนอนแล้วค่อยไปนอนให้เต็มที่ในวันปกติ ราคาที่พักคืนนี้ 13 ยูโร ผมจ่ายเงินยูโรใบละ 10 ยูโร และที่เหลือเป็นเงินสกุลโฟรินต์ของฮังการี&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;กิจกรรมหลากหลายบนเกาะมาร์กาเร็ต&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เวลาเกือบสี่ทุ่มแล้วตอนที่ผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ตั้งใจจะกินกูลาส อาหารประจำชาติของฮังการีตั้งแต่รอบที่แล้วแต่ต้องพลาดหวังไป อัลเบิร์ตแนะนำ For Sale Pub ใกล้ๆ สะพานเหล็ก (Liberty Bridge) ข้ามแม่น้ำดานูบ เป็นร้านที่ผมเคยมาดื่มเมื่อครั้งก่อนแต่วันนี้คนเต็มร้าน ที่เข้าคิวรออยู่นอกร้านก็ไม่น้อย ร้านอื่นๆ กำลังทยอยปิด เดินไปเดินมาหลายรอบ ตัดสินใจเข้าร้านอาหารจีน มีทั้งแบบใส่กล่องและกินในร้าน แต่ร้านมีขนาดเล็กและมีคนนั่งอยู่เต็มแล้ว ส่วนนอกร้านที่วางโต๊ะไว้ 2 ตัวบนทางเท้านั้นลมก็พัดเย็นเกินไป จึงสั่งผัดบะหมี่ปลาแซลมอนใส่กล่อง ราคา 1,200 โฟรินต์ หรือประมาณ 150 บาท (8 โฟรินต์เท่ากับ 1 บาท) เจ๊คนผัดที่น่าจะเป็นเจ้าของร้านบอกว่าต้องจ่ายเงินก่อน ผมมีเงินโฟรินต์ที่เหลืออยู่จากครั้งที่แล้วมากกว่านั้นนิดหน่อย จึงถือว่าโชคดีแล้วที่ไม่ได้เข้าไปกินกูลาสในร้านอาหารเพราะลืมไปว่ายังไม่ได้แลกเงิน เมื่อแม่ค้าผัดใส่กล่องให้เสร็จ แกถามว่ามาจากไหน พอตอบ &amp;ldquo;ไทยแลนด์&amp;rdquo; แกพูดว่า &amp;ldquo;ขอบคุณค่ะ&amp;rdquo; ผมถามว่าทำไมพูดไทยได้แกตอบว่าถามคนไทยที่เป็นลูกค้าแล้วก็จำไว้พูด&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมแวะเข้ามินิมาร์เก็ตเทสโกเพื่อซื้อน้ำดื่ม แล้วออกมานั่งกินมื้อค่ำตรงที่นั่งซึ่งสร้างยื่นออกมาจากกระจกร้าน ผมมองดูจุดนี้ก็เห็นว่าเขามีน้ำใจสำหรับคนซื้อของกินที่ต้องการกินทันทีและสำหรับคนที่อยากนั่งพักซึ่งไม่ได้เสียเงินมากมายจากการสร้างส่วนนี้เพิ่มขึ้นมา &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ที่พักของผมอยู่ในอาคารเก่าติดกับร้านอาหารชื่อ Trapez ชั้นสองเป็นผับ เมื่อไม่เห็นคนในร้านอาหารและไม่ได้ยินเสียงลอดออกมาจากผับข้างบนจึงเดินไปริมแม่น้ำดานูบที่ห่างกันแค่ประมาณ 200 เมตร ขวามือคือสะพานเหล็ก และเทพีสันติภาพอยู่บนเนินเขาอีกฝั่งน้ำ ด้านซ้ายเป็นร้านอาหารและบาร์ที่ตั้งอยู่ติดๆ กัน ผมเดินผ่านไปทางนี้ ลมพัดแรงพอสมควรจึงเดินเลยไป ผ่านสวนสาธารณะ คนหนุ่มสาวซื้อเบียร์มานั่งดื่มจับกลุ่มพูดคุยกัน บางจุดมีการจัดที่นั่งอย่างดีไว้ให้ด้วย ถือเป็นทางเลือกของคนที่ไม่อยากเปลืองเงินเข้าผับบาร์ ทางการเขาไม่ได้มองว่าการคุยการดื่มเป็นสิ่งชั่วร้ายแต่ถ่ายเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผับของนักปั่น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ขากลับผมลังเลที่หน้าร้าน Trapez อีกครั้ง แต่สุดท้ายเอาชนะใจตัวเองเดินเข้าที่พักไปเปิดแจ็คแดเนียลส์ที่เหลืออีกค่อนขวดรินแบ่งให้อัลเบิร์ต เขา (เธอ) ยินดีเป็นอย่างมาก แม้จะบอกว่าไม่อยากดื่มเยอะเพราะต้องอยู่เวรถึงเช้า แต่เมื่อผมรินให้ทีไรอัลเบิร์ตก็ไม่เคยปฏิเสธ จนตีหนึ่งกว่าๆ ผมจึงเข้านอน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ตื่นมาสายๆ ตัดสินใจที่จะไปจองตั๋วที่สถานีรถไฟเดินทางไปยังกรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนียในคืนนี้ เพื่อจะถึงบูคาเรสต์ในตอนบ่ายๆ หรือเย็นวันถัดไป บอกกับอัลเบิร์ตที่ตื่นเร็วอย่างเหลือเชื่อว่าขอจองที่พักต่ออีกคืน แต่จะเช็คเอาต์ออกไปตอนประมาณ 4 ทุ่ม เขาปรึกษากับรีเซ็พชั่นสาวหน้าตาดีคนใหม่ (มาแทนคริสตีนาผู้มีอารมณ์ขันและให้ความรู้เกี่ยวกับกูลาสแก่ผมเมื่อครั้งก่อน) แล้วบอกผมว่าไม่ต้องจ่ายเงินเพราะผมไม่ได้ใช้ห้องเพื่อนอน ผมบอกว่า &amp;ldquo;คิดไปเถอะ เกรงใจ และผมก็อาจจะกลับมางีบในตอนบ่าย&amp;rdquo; อัลเบิร์ตและรีเซ็พชั่นสาวก็ยังบอกว่าไม่เป็นไร ผมจึงขอบคุณแล้วคิดในใจว่าต้องให้แจ็คที่เหลือกับพวกเขา ไม่ต้องหิ้วไปบูคาเรสต์&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เมื่อได้ตั๋วสำหรับคืนนี้ในราคาประมาณ 80 ยูโรแล้ว (จ่ายด้วยบัตรเดบิต) ก็ลงเมโทรกลับ แวะกินข้าวร้านคนไต้หวันข้างเทสโกซึ่งมีลักษณะคล้ายข้าวราดแกงบ้านเรา ผมสั่งข้าวผัดราดหมูทอดและผัดผัก รสชาติอร่อยเหมือนเดิม เดินกลับที่พัก เก็บของพอประมาณ เดินไปแลกเงินแล้วลงเมโทรไปยังสถานี Nyugati p&amp;aacute;lyaudvar ซึ่งอยู่ติดกับสถานีรถไฟสายตะวันตก (Nyugati p&amp;aacute;lyaudvar แปลว่าสถานีรถไฟตะวันตก) เดินมั่วๆ อยู่ไม่นานก็ไปออกแม่น้ำดานูบ เดินไปบน &amp;ldquo;สะพานมาร์กาเร็ต&amp;rdquo; (Margaret Bridge) จนถึงกลางสะพานแล้วเลี้ยวขวาตามทางเชื่อมเข้า &amp;ldquo;เกาะมาร์กาเร็ต&amp;rdquo; (Margaret Island) การมายังเกาะนี้นอกจากเดินเท้าแล้วก็ทำได้เพียงโดยสารรถเมล์ที่มีอยู่สายเดียวและแท็กซี่เท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;อาคารรัฐสภาอันเลื่องชื่อบนฝั่งเปสต์&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เกาะกลางแม่น้ำดานูบแห่งนี้ถือเป็นปอดของชาวบูดาเปสต์ มีความยาว 2.5 กิโลเมตร ไปจนติดกับอีกสะพานชื่อ Arpad Bridge ทางด้านทิศเหนือ กว้างประมาณ 500 เมตร เคยเป็นที่พำนักของขุนนางระดับสูงในคริสต์ศตวรรษที่ 12 รวมถึงเป็นที่ตั้งของโบสถ์คริสต์ 3 แห่ง ซึ่งมีอารามให้กับบาทหลวงและแม่ชีอยู่อาศัย แต่ถูกกองทัพออตโตมันบุกทำลายลงในคริสต์ศตวรรษที่ 18 ปัจจุบันจึงเหลือแต่เศษซากให้รำลึกถึง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ชื่อของเกาะมาจากชื่อราชธิดาของกษัตริย์บีลา ที่ 4 แห่งฮังการีและโครเอเชีย ซึ่งเคยประทับอยู่ในคอนแวนต์บนเกาะนี้ ในอดีตก่อนหน้านั้นถูกเรียกกันในหลากหลายชื่อ รวมถึง &amp;ldquo;เกาะกระต่าย&amp;rdquo; พื้นที่ในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นสวน แต่ก็มีทั้งสนามฟุตบอลที่ล้อมด้วยลู่วิ่ง สนามเทนนิส ศูนย์กีฬาทางน้ำ มีลู่วิ่งยางกินระยะทางรวมกว่า 5 กิโลเมตร สวนสัตว์ขนาดเล็ก โรงแรม 2 แห่ง โรงละครกลางแจ้ง ศาลาแสดงคอนเสิร์ต ถังน้ำโบราณทรง 8 เหลี่ยม สูง 57 เมตร ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นหอคอยและห้องแสดงนิทรรศการ สระน้ำพุขนาดใหญ่เรียกว่า &amp;ldquo;น้ำพุดนตรี&amp;rdquo; ซึ่งมีการแสดงแสงสีเสียงให้ดูเสมือนว่าน้ำพุเต้นรำในช่วงหน้าร้อน สองอย่างหลังที่กล่าวถึงนี้ได้รับการคุ้มครองโดยองค์การยูเนสโก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นอกจากนี้ยังมีเส้นทางปั่นจักรยาน ร้านอาหาร บาร์ ม้านั่งสำหรับนัดสนทนา ลานหญ้าสำหรับปิกนิกสังสรรค์หรือหย่อนใจ บางคู่รักก็พะเน้าพะนอกันอยู่ในอ้อมกอด เด็กๆ ปีนต้นไม้เล่น ที่เตะฟุตบอลและโยนจานร่อนก็มี บางคนนำสัตว์เลี้ยงมาวิ่งเล่นสนุกสนานกันทั้งสัตว์และคน เป็นภาพที่มีชีวิตชีวาที่สุดเท่าที่ผมพบเจอในบูดาเปสต์ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ใช้เวลาอยู่บนเกาะ 2 ชั่วโมงกว่า ผมก็เดินไปยังกลางสะพานมาร์กาเร็ตแล้วข้ามแม่น้ำไปฝั่งบูดา เดินไปยังถนนหลังอาคารแถวแรกเพื่อหลบแดดร้อนแล้วเดินไปทางทิศใต้ เห็นเด็กชายอายุสิบขวดนิดๆ เดินเอาของมาให้เด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน ส่งของให้เธอแล้วหนุ่มน้อยก็จุ๊บเสียทีหนึ่ง ก่อนวิ่งหายไป&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สถานีกระเช้าขึ้นปราสาทบูดา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ที่ด้านล่างของทางขึ้นปราสาทบูดา ขณะผมกำลังรอคิวเพื่อซื่อตั๋วขึ้นรถกระเช้าไปยังปราสาทก็มีหนุ่มอินเดียรูปร่างอ้วนท้วนเข้ามาทักทาย เขาอาศัยอยู่ในประเทศออสเตรเลียแถมยังบอกน้ำหนักให้ทราบด้วยว่าชั่งมาไม่นานนี้ได้ 110 กิโลกรัม เขาชวนผมเดินขึ้นปราสาท (ไม่ต้องเสียเงิน) แล้วก็มุ่งหน้าไปเลย ผมจะปล่อยให้ชายรุ่นเฮฟวีเวทข่มกันอย่างนี้ก็นึกสังเวชตัวเอง จึงเดินตามไปจนทันที่บริเวณทางเดินกลางเนินเขา หนุ่มอินเดียยืนหายใจหอบอยู่ พูดจาตะกุกตะกักว่าแซงไปก่อน ขอเขาพักเหนื่อยสักครู่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp5dbe398b&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมเดินไปเดินมาบนปราสาทอยู่นาน แต่ก็ไม่เจอเขาอีกเลย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5221</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยว, บูดาเปสต์, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาส, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
