<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2020 08:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2020 08:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทิชา&#039; ถามคนไทยจะต้องทำอะไรบ้างถ้าไม่ให้ &#039;บิ๊กป้อม&#039; เป็นนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.63 - นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกาญจนาภิเษก อดีตสมาชิกสภาปฎิรูป (สปช.) และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า ถ้าไม่ให้บูรพาพยัคฆ์ ร่วมกับลิ่วล้อหมุนการเมือง ส่งนายประวิตรขึ้นนายกฯ คนไทยต้องทำอะไรบ้าง ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67764</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิชา ณ นคร, บูรพาพยัคฆ์, ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180330/image_big_5abdf77cc7ed9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44428</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดินหน้า (ตามวิถีทางรัฐสภา) กันต่อไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าว่ากันโดยทาง พฤตินัย ประเด็นว่าด้วยเรื่อง การถวายสัตย์ฯ ซึ่งเคยถูกหยิบยกมาเล่นงานรัฐบาล ระดับแทบจะวันละ 3 เวลาหลังอาหาร ก็น่าจะเป็นไปอย่างที่ คุณน้อง ผักกาดหอม และ ป๋าเปลว สีเงิน ท่านว่าเอาไว้เมื่อวันวานนั่นแหละว่า น่าจะจบสิ้นบริบูรณ์บาล์มลงไปเป็นที่เรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว หลังพิธีเข้ารับพระราชทานพระราชดำรัส พร้อมลายพระราชหัตถ์ ของคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนในทาง นิตินัย...ก็แล้วแต่จะตีความ แปลความ จะศรีธนญชัย กันไปในลักษณะไหน ซึ่งอันนั้น...ก็ขึ้นอยู่กับบรรดาพ่อเจ้าประคุณรุนช่อง คงต้องไปรุน ไปดุนกันเอาเอง แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...น่าจะทำให้การ ทิ้งหมัดเข้ามุม ของฝ่ายค้าน คงต้องเบาลงไปอีกเยอะ ที่เคยกะจะ น็อก ให้ หลับกลางอากาศ ภายใน 3 เดือน 6 เดือนให้จงได้ สุดท้าย...คงหนีไม่พ้นต้องเจอมวยบ๊อกเซอร์ อย่าง บิ๊กตู่ ป.บูรพาพยัคฆ์ เด้งเชือกสลัดตัวเองออกจากมุม ออกมาเต้นย็อกๆ แย็กๆ ลอยหน้า ลอยตา อยู่กลางเวที เผลอๆ อาจแลบลิ้น ปลิ้นตาหลอก ให้ต้องเจ็บกระดองใจ เอาง่ายๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การที่พรรคการเมืองใดๆ ก็แล้วแต่ จำต้องดำรงตนเป็น ฝ่ายค้าน ในเที่ยวนี้...จึงไม่ใช่เรื่องกล้วยๆ สบายๆ ซักเท่าไหร่ แม้ว่าฝ่ายรัฐบาลนั้น จะมีเสียง ปริ่มน้ำ ทำท่าเจียนอยู่-เจียนไปในทางเทคนิคอยู่พอสมควร แต่ในทางความเป็นจริง หรือในแง่ข้อเท็จจริงทางการเมือง ดูจะยังมี สูตร หรือมี กรรมวิธี อีกเยอะแยะมากมาย ที่สามารถงัดมาใช้ ในการเด้งเชือกออกจากมุม ออกมาเต้นย็อกๆ แย็กๆ ลอยหน้า ลอยตา ไปได้เรื่อยๆ อย่างน้อย...ก็เช่น การดูด เป็นต้น ที่เล่นเอาฝ่ายค้านออกอาการ เพลีย กันไปมิใช่น้อย โอกาสที่จะ ลักหลับ รัฐบาลในกฎหมายสำคัญๆ ก็ดูจะรางเลือนลงไปทุกที...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกอย่างก็คือ...ระดับ คุณภาพ ของบรรดาฝ่ายค้านช่วงหลังๆ ออกจะเป็นอะไรที่ค่อนข้างลดน้อยถอยลงไปตามลำดับ อาจเป็นเพราะพรรคการเมืองส่วนใหญ่ในบ้านเรา ถ้าหากไม่ได้เป็น พรรครัฐบาล ก็มักหนักไปทาง พรรครอร่วมรัฐบาล กันเป็นหลัก กระบวนการพัฒนาความเป็นฝ่ายค้าน ให้เกิดน้ำหนัก เกิดคุณภาพ ในการ ตรวจสอบ-ถ่วงดุล มันจึงแทบไม่ค่อยหลงเหลือในช่วงหลังๆ แม้แต่พรรคที่เคยได้ชื่อว่าเป็นพรรคฝ่ายค้านที่ อันตราย ที่สุด อย่าง พรรคประชาธิปัตย์ ก็เถอะ หลังจากผ่านประสบการณ์ในการเป็นรัฐบาลและร่วมรัฐบาล มาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน พอสมควร ระดับคุณภาพก็ดูจะลดลงไปไม่น้อย ออกไปทางเจ๊าะๆ แจ๊ะๆ ซะเป็นหลักใหญ่...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งถ้าเป็น เพื่อไทย หรือ เผาไทย ด้วยแล้ว...ยิ่งลำบากหนักขึ้นไปใหญ่ ด้วยเหตุเพราะน่าจะเป็นรัฐบาลนานกว่าใครเค้าเพื่อน แถมการเลือกตั้งเที่ยวนี้ ยังเกิดความผิดพลาดในทางเทคนิค อันทำให้บรรดา ตัวแสบ หรือ ตัวจี๊ดจ๊าด ไม่มีโอกาสหลุดเข้ามาในสภาฯ แม้แต่ตัวเดียว ส่งผลให้ ไปทะเลไม่ต้องกลัวฉลาม-มาสภาฯ ไม่ต้องกลัวเฉลิม ไปด้วยประการฉะนี้ การออกมาค้านโน่น ค้านนี่ มันเลยออกไปทาง ฝ่ายแค้น อย่างชนิดน่าเสียดายเอามากๆ เพราะอันที่จริงการ ตรวจสอบ-ถ่วงดุล นั้น ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบประชาธิปไตยตามวิถีทางรัฐสภา ที่จะก่อให้เกิดผลเสีย-ผลได้ ต่อปวงชนชาวไทยทั้งมวล อย่างมิอาจละเลยและปฏิเสธโดยเด็ดขาด...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่ดูจะมีหน่วยก้าน ลีลา เป็นที่น่าหวัง น่าพึ่งพา ในบางเรื่อง บางราว ก็น่าจะเป็นพรรค อนาคตใหม่ ของพวก คนรุ่นใหม่ เขา โดยเฉพาะที่ได้โชว์ฝีมือ ฝีปาก ในการลุกขึ้นมาอภิปรายในสภาฯ จนได้กลายเป็น ดาวสภาฯ ภายในเวลาอันรวดเร็ว แต่ก็นั่นแหละ...ด้วยเหตุเพราะ วัฒนธรรมองค์กร หรือด้วยเหตุเพราะสิ่งต่างๆ มันยังไม่ ตกผลึก ดี หรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจสรุปได้ ในบางเรื่อง บางราว หรือบางครั้ง บางครา ก็อาจออกอ่าว ออกทะเล กลายเป็น ฝ่ายคลุ้มคลั่ง เอาเลยก็ยังมี อย่างประเภทกะจะ หลากหลายทางเพศ กันลูกเดียว ไม่คิดจะควบรวมตัวเองกับบรรดาเด็ก-สตรี-คนชรา-ผู้พิการ จนกลายเป็นผู้ที่เพรียกหา อภิสิทธิ์ทางเพศ อะไรไปโน่น แถมเมื่อ ม่าย-ล่าย-ลัง-จาย ดันร้องห่ม ร้องไห้ ซะอีกต่างหาก...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือประเภทที่ ออกเดินสาย กันในระดับโลก...จนก่อให้เกิดภาพที่ออกจะไม่เหมาะ ไม่ควร หรือทำให้เกิดลักษณะอาการออกไปทางคล้ายๆ ชักศึกเข้าบ้าน อะไรประมาณนั้น โดยจะรู้ตัว-ไม่รู้ตัวก็ตาม แต่โดยสรุปรวมความแล้ว...ก็น่าจะยังพอมีอะไรที่ ใช้การได้ อยู่ตามสมควร โดยเฉพาะถ้าหากเกิดการปรับแต่งท่าที ความคิด ความอ่าน ปรับจุดยืน-ทัศนคติ-และวิธีการ ให้เกิดความเหมาะสม สอดคล้อง กับเนื้อหาแท้ๆ กับแก่นแท้ ของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้อย่างจริงๆ จังๆ จริงใจและบริสุทธิ์ใจ โอกาสที่จะเกิด พรรคฝ่ายค้านที่มีคุณภาพ ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เอาเลย...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Franklin... &amp;ldquo;It is nature of man to err, of a fool to preserve in error. - ธรรมชาติของคน ย่อมทำผิดได้ แต่ธรรมชาติของคนโง่...จะยังขืนทำผิดอีกต่อไป...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44428</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่านขุนน้อย, บูรพาพยัคฆ์, ประชาธิปัตย์, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้ง&#039;ผบ.กองพัน&#039;169นาย มอบเหรียญผู้ว่าฯโดนเด้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ผบ.ทบ.&amp;quot; เซ็นคำสั่งปรับย้ายผู้บังคับกองพัน 169 นาย &amp;quot;บูรพาพยัคฆ์&amp;quot; ขยับเก้าอี้คึกคัก น้องรัก &amp;quot;มทภ.1&amp;quot; นั่ง ผบ.ร.1 พัน 2 รอ. &amp;quot;พ.ท.ณัฐภัทร&amp;quot; เข้ากรุงคุมกองพันทหารเกณฑ์ดารา &amp;quot;สีกากี&amp;quot; ปรับตัวเร่งยกระดับงานบริการโรงพัก &amp;quot;ปส.&amp;quot; มอบเหรียญสยบไพรีชื่นชม &amp;quot;ผู้ว่าฯ ชุมพร&amp;quot; ปราบยาเสพติดดีเด่น ก่อนต้องไปเข้ากรุผู้ตรวจกระทรวงตามมติ ครม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 เม.ย. พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ลงนามในคำสั่งกองทัพบก ที่ 250/2561 เรื่องให้นายทหารรับราชการ และปรับระดับเงินเดือน จำนวน 169 นาย หรือการปรับย้ายระดับผู้บังคับกองพัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปรับย้ายระดับผู้บังคับกองพันครั้งนี้ ที่น่าสนใจเป็นในส่วนของกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) หรือบูรพาพยัคฆ์ มีหลายตำแหน่งที่น่าสนใจ เช่น พ.ท.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ร.12 พัน 2 รอ. เป็น ผบ.ร.12 พัน 3 รอ., พ.ท.ภาณุ ขวัญสุวรรณ รองเสธ.ร.12 รอ. น้องรักของ พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1 เป็น ผบ.ร.1 พัน.2 รอ., พ.อ.ไชยปราการ พิมพ์จินดา เสธ.ร.21 รอ. เป็นรอง ผบ.ร.21 รอ., &amp;nbsp;พ.อ.สมพร โตภาพ รองเสธ.พล.ร.2 รอ. เป็นเสธ.ร.21 รอ., พ.ท.อภิชัย จูสนิท ผบ.ร.12 พัน 1 รอ. เป็น เสธ.ร.12 รอ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ท.พรพิสุศ์ บุญรอด หน.ฝกม.พล.ร.2 รอ. เป็น ผบ.ร.12 พัน.1 รอ., พ.อ.สุทัศน์ ยุทธ ภีมพล รอง ผอ.กกบ.ทน.1 เป็น ผบ.กรม.ทพ.13, พ.ท.สมเจตน์ ผลประเสริฐ รอง ผบ.กรม.ทพ.12 เป็น ผบ.ม.พัน 30 พล.ร.2 รอ., พ.อ.สิทธิชัย พร้อมเจริญ เสธ.ป.2 รอ. เป็นรอง ผบ.ป.2 รอ., พ.ท.บดินทร์ อุปสาร ผบ.ม.6 พัน 21 เป็น ผบ.ม.6 พัน 6, พ.ท.ไมตรี สุวะไกร หน.ฝขว.พล.ร.6 เป็น ผบ.ร.6 พัน 2, พ.อ.ศิวดล ยาคล้าย ผบ.กรม.ทพ.26 เป็นเสธ.ร.3, พ.ท.ธานินทร์ ดมหอม ผบ.ร.23 พัน 1 เป็น ผบ.กรม.ทพ.26, พ.อ.สุพรเทพ ไชยยงค์ เสธ.ร.8 เป็น ผบ.กรม.ทพ.22, พ.ท.ใหญ่ยิ่ง หาญสุทธิธรรม ผบ.ร.8 พัน 1 เป็นเสธ.ร.8&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ท.อภิวัชร์ ชารีโคตร หน.ฝขว.พล.ร.3 เป็น ผบ.ร.8 &amp;nbsp;พัน 1, พ.อ.ไกรพินิช วาเล็กบุตร ผบ.ร.7 พัน 5 เป็น ผบ.กรม.ทพ.36, พ.ท.สืบสกุล ชมภูนุช ผบ.พัน.ร.7 พัน 2 เป็น ผบ.ร.7 พัน 5, พ.ท.กฤตินันท์ นิโลบล หน.ฝขว. พล.ม.1 เป็น ผบ.ม.2 พัน 7, พ.อ.ณัฐกร เรือนติ๊บ เสธ.ร.14 เป็น ผบ.กรม.ทพ.35, พ.ท.ชนกานต์ แสงศร ผบ.ร.4 พัน 2 เป็นเสธ.ร.14, พ.ท.วรัญชิต หลักหาญ หน.ฝกบ.พล.ร.4 เป็น ผบ.ร.4 พัน 2, พ.อ.วีระวัตร คำคุณ เสธ.รพศ.2 เป็นรอง ผบ.รพศ.2, พ.อ.สถาพร ชูศรี ฝยก.นสศ. เป็นเสธ.รพศ.2, พ.อ.สมพงษ์ สุขประดิษฐ์ รองเสธ.พล.ม.2 รอ. เป็นรอง ผบ.ม.4 รอ., พ.ท.ปรีดา ปรีดานันต์ หน.ฝกร.พล.ม.2 รอ. เป็น ผบ.ม.1 พัน 1 รอ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีการแต่งตั้ง พ.ท.ณัฐภัทร ม่วงกล่ำ จาก ผบ.ร.9 พัน 3 กาญจนบุรี ขยับมาเป็น ผบ.พัน ร.มทบ.11 คุมเรือนจำทหาร และกองพันทหารเกณฑ์ดารา &amp;nbsp; เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันเดียวกัน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป.), พล.ต.ท.พรหมธร ภาคอัต ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 เพื่อติดตามงานป้องกันและปราบปรามตามแผนพิทักษ์ภัยให้ประชาชน 2561 รอบ 2 ไตรมาส เพื่อขับเคลื่อนโครงการไทยนิยมยั่งยืนตามนโยบายรัฐบาล และติดตามการขับเคลื่อนการยกระดับให้บริการประชาชนของสถานีตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า ได้สั่งกำชับตำรวจทั่วประเทศให้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะแผนพิทักษ์ภัยให้ประชาชน รวมทั้งสอบถามในแต่ละพื้นที่แต่ละภาคดำเนินการแผนดังกล่าวไปถึงไหนบ้าง การระดมกวาดล้างทุกวันที่ 10, 20, 30 ของทุกเดือน ผลการดำเนินการเป็นอย่างไร รวมทั้งเป้าหมายที่กำหนดไว้ทั้ง 10 กลุ่มดำเนินการอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญเรื่องการยกระดับประชาชนของสถานีตำรวจทุกสถานีตำรวจทุก 1,482 โรงพัก จะต้องมีการดำเนินการทั้ง 7 ด้าน ทั้งการบริการประชาชน การจราจร การป้องกัน การปราบปราม การสืบสวน การสอบสวน ในแต่ละพื้นที่ต้องมีผลที่ชัดเจน เพื่อให้การดำเนินสามารถตอบสนองต่อประชาชนได้ โดยเฉพาะเรื่องบริการทั้งในโรงพัก นอกโรงพัก รวมทั้งโครงการไทยนิยมยั่งยืน ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ทุกภาคส่วนเข้าร่วม โดยเฉพาะการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ตำรวจต้องร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กลาโหม แก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับชุมชน หมู่บ้าน&amp;quot; พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า การขับเคลื่อนการยกระดับให้บริการประชาชนของสถานีตำรวจ ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.พรหมธร และ พล.ต.ท.วิสนุ ลงไปตรวจสอบแต่ละพื้นที่ ในการบริการประชาชน รวมทั้งที่จอดรถ ห้องน้ำสะอาด ให้บริการยิ้มแย้มแจ่มใสหรือไม่ รวดเร็วเพียงใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องการให้ทุกคนที่ไปโรงพักเสมือนเป็นบ้านหลังที่ 2 ไม่ต้องการให้ประชาชนคนใดไปโรงพักแล้วต้องมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงต้องฝากไป เราพยายามสร้างตำรวจของเราเอง โดยเฉพาะพนักงานสอบสวนต้องบริการประชาชนด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส&amp;quot; รอง ผบ.ตร.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.พรหมธรกล่าวว่า ได้ลงพื้นที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพื่อประสานความร่วมมือกับอาสาสมัครหรือผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้ความร่วมมือในการเป็นล่าม แปลภาษา ขณะเดียวกันพี่น้องประชาชนที่นับถืออิสลาม โรงพักได้มีการจัดพื้นที่เฉพาะ เช่น การละหมาด อาหารสำหรับผู้ต้องโทษ ก็จะมีการจัดเป็นพิเศษ โดยพื้นที่ทั่วไปมีการยกระดับความสะอาดให้บริการเป็นหลัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตอบสนองการแจ้งเหตุเป็นจุดที่เน้นมาก ทั้งทาง 191 หรือแอปพลิเคชันโปลิศไอเลิร์ตยู เจ้าหน้าที่ต้องไปถึงที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด ตลอดจนพี่น้องที่มาติดต่อที่โรงพัก ก็จะต้องเข้าไปสอบถามเพื่อไม่ให้ประชาชนมาใช้เวลาที่โรงพักยาวนานจนเกินสมควร ผลตอบรับเป็นที่พอใจ&amp;quot; ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร (บก.ภ.จว.ชุมพร) พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภ.8 พร้อมด้วยนายณรงค์ พลละเอียด ผวจ.ชุมพร ร่วมกันแถลงข่าวตำรวจด่านตรวจความมั่นคงบ้านพละ จับกุมยาบ้ากว่า 3 แสนเม็ด ไอซ์ 50 กิโลกรัม ซึ่งภายหลังการแถลงข่าว พล.ต.ท.สรศักดิ์ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(ผบช.ปส.) ให้มอบประกาศนียบัตรและเหรียญสยบไพรี จากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ให้กับนายณรงค์ พลละเอียด ผวจ.ชุมพร ก่อนจะเดินทางไปรับตำแหน่งใหม่ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีคำสั่งโยกย้ายให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ทั้งๆ ที่เหลือเวลารับราชการอีกราว 5 เดือนจะครบเกษียณอายุราชการในช่วงเดือน ต.ค.2561 &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สรศักดิ์กล่าวว่า นายณรงค์ถือเป็นผู้ว่าฯ คนแรกของพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 8 ที่ได้รับเหรียญสยบไพรี ซึ่งยังไม่เคยมีผู้ว่าราชการจังหวัดท่านใดเคยได้รับมาก่อน เพราะที่ผ่านมา จ.ชุมพรมีผลงานการปราบปรามจับกุมยาเสพติดมากที่สุดในภาคใต้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณรงค์กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและมีความยินดีอย่างมากที่ได้รับเหรียญสยบไพรีดังกล่าว
ที่ผ่านมาก็ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณเกี่ยวกับการป้อกันปราบปรามปัญหายาเสพติดมาต่อเนื่อง ทั้งอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสาร เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ และติดตั้งกล้องวงจรปิดตามจุดเสี่ยงและเส้นทางลักลอบลำเลียงขนยาเสพติดมาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ารู้สึกอย่างไรกับคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายในครั้งนี้ ผู้ว่าฯ ชุมพรกล่าวว่า เป็นข้าราชการ เมื่อผู้บังคับบัญชามีคำสั่งมาอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้น แต่ก็รู้สึกเสียดายโครงการต่างๆ ที่กำลังเดินหน้าพัฒนา จ.ชุมพร จึงต้องฝากผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรคนใหม่ด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่ารู้สึกน้อยใจและคิดจะลาออกก่อนเกษียณราชการหรือไม่ เพราะตำรวจชื่นชมการทำงาน แต่กลับมีคำสั่งโยกย้ายไปเป็นผู้ตรวจกระทรวง นายณรงค์กล่าวว่า จะลาออกหรือไม่เรื่องนี้ตนยังบอกไม่ได้ ต้องรอดูก่อน ซึ่งก็เข้าใจ ผู้บังคับบัญชาคงจะมีเหตุผล ซึ่งตนไม่ทราบ แต่อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ไม่มีปัญหาอะไร.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7878</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองพันทหารเกณฑ์ดารา, บูรพาพยัคฆ์, ปราบยาเสพติดดีเด่น, พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เหรียญสยบไพรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180425/image_big_5ae08fc5f027f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2018 10:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2018 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การเมืองหลังเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร? เมื่อกองทัพปรับสมดุลย์ในรอบทศวรรษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.61- จากกรณี เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ 260 ตำแหน่ง ซึ่งพบว่า สาย &amp;quot;วงศ์เทวัญ&amp;quot; ขยับคุมกำลังในตำแหน่งหลักยกแผง หากย้อนหลังไปนับแต่หลังการรัฐประหาร &amp;nbsp;กันยายน 2549 &amp;nbsp;โค่นรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร แล้ว ขั้วอำนาจในกองทัพถูกเปลี่ยนผ่านจากกลุ่มเตรียมทหาร 10 (ตท.10) มาสู่กลุ่ม &amp;quot;บูรพาพยัคฆ์&amp;quot; (กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์) และกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ทหารเสือราชินี) ที่มีฐานอยู่ภาคตะวันออกมากกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกองทัพมีการแบ่งสายแบ่งรุ่นไม่ได้เพิ่งเกิดในปัจจุบัน หากย้อนกลับไปในอดีต พบว่า นายทหารจรป.5 กับจปร.7 สร้างประวัติศาสตร์ทางการเมือง เป็นที่จดจำมาจนถึงปัจจุบันนี้ &amp;nbsp;โดยเฉพาะเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ระหว่างพล.อ.สุจินดา คราประยูร กับพล.ต.จำลอง ศรีเมือง และยุคหลังเป็นยุคของวงศ์เทวัญ และ บูรพาพยัคฆ์ แต่มิได้ต่อสู้กันดุเดือดเท่า รุ่นพี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จปร.5 (โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 5) สมาชิกในกลุ่มนี้อาทิ พลโท สุจินดา คราประยูร พลโท อิสระพงศ์ หนุนภักดี พลอากาศโท เกษตร โรจนนิล และ พลเรือโท ประพัฒน์ กฤษณจันทร์ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการปราบ กบฏทหารนอกราชการ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2528 ต่อมานายทหารกลุ่มนี้เป็นแกนนำสำคัญในการรัฐประหารรัฐบาล พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 ในนาม คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ รสช. ต่อมา พลเอกสุจินดา คราประยูร ผู้บัญชาการทหารบก และ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะรองประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทำให้ประชาชนไม่พอใจจนกลายเป็น พฤษภาทมิฬ ในเวลาต่อมา ปัจจุบันนายทหารกลุ่ม จปร.5 ได้ยุติบทบาททางการเมืองไปแล้วภายหลังเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จปร.7 หรือ กลุ่มยังเติร์ก (โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 7) ซึ่งเป็นกลุ่มนายทหารหนุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการเมืองสมัยรัฐบาลพลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ โดยสนับสนุนให้เขาดำรงตำแหน่งในปี 2520 แต่ในปี 2523 กดดันให้เขาลาออก จนสนับสนุนพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในเวลาต่อมา สมาชิกในกลุ่ม อาทิ พลตรี มนูญกฤต รูปขจร อดีตประธานวุฒิสภาและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์, พลเอก พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) รวมถึงพลตรี จำลอง ศรีเมือง อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มนี้พยายามรัฐประหาร 2 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จทั้ง 2 ครั้ง คือ กบฏเมษาฮาวาย ในปี 2524 และ กบฏ 9 กันยา ในปี 2528 ด้วยในช่วงเวลานั้นหลายคนมีตำแหน่งคุมกำลังพล และหลายคนได้ผ่านสงครามครั้งสำคัญ ๆ มามาก เช่น สงครามเกาหลี, สงครามเวียดนาม, สงครามลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พล.ต.จำลอง เป็นแกนนหลักของ จปร.7 &amp;nbsp;มีกลุ่มเพื่อนรัก เพื่อนตาย &amp;nbsp;พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี &amp;nbsp; เสธ.หมึก พลโทพิรัช สวามิวัศดุ์ ช่วยสนับสนุนอยู้ข้างหลัง พบว่าทั้งจปร.5 จปร. 7 เดินเกมทั้งใต้ดินบนดิน จนนำไปสู่การสังหารประชาชน ในวันที่ 17-24 พฤษภาคม 2535&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เตรียมทหาร 10 (ตท.10, โรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 10) รุ่นเดียวกับทักษิณ ชินวัตร (เดิมยศ พันตำรวจโท) นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 บุคคลสำคัญอื่นในรุ่นนี้ เช่น พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและอดีตผู้บัญชาการทหารบก, พลเอก พฤณท์ สุวรรณทัต อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, พลเอก ทรงกิตติ จักกาบาตร์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วงศ์เทวัญ ใช้เรียกทหารบกที่รับราชการในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ และกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล. 1 รอ.) ซึ่งมีฐานอำนาจที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งต่อมาจะได้เป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยระดับคุมกำลังพลที่มีผลต่อความมั่นคงของชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บูรพาพยัคฆ์ ใช้เรียกกลุ่มทหารกองทัพบกที่รับราชการในกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 และ พ.ศ. 2557 รวมทั้งยังถือเป็นขั้วอำนาจสำคัญทางฝ่ายทหารที่มีอิทธิพลต่อรัฐบาลในระหว่างการรัฐประหารทั้งสองครั้งดังกล่าว บุคคลสำคัญของกลุ่มที่มีสื่อมวลชนมักกล่าวถึงในช่วงความขัดแย้งทางการเมืองต่อมาถึงรัฐประหาร พ.ศ. 2557 ได้แก่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจากการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารครั้งล่าสุดนี้ เริ่มมองเห็นว่า กองทัพกลับมาเป็นกลุ่มก้อนเดียวกันมากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา จึงเป็นที่น่าจับตาว่า การเลือกตั้ง และการเมือง หลังจากนั้นจะมีความมั่งคงขนาดไหน ในขณะที่ความขัดแย้งในกองทัพถูกปรับสมดุลย์จนมีความมั่นคงมากที่สุด อย่างน้อยก็ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5053</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพ, จปร5-จปร7, บูรพาพยัคฆ์, วงศ์เทวัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aa9e9552f862.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2018 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2018 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯโผทหาร 260 ตำแหน่ง &#039;วงศ์เทวัญ&#039; ขยับขึ้นคุมกำลัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ณรงค์พันธ์ &amp;nbsp;จิตต์แก้วแท้,พล.ต.ทรงวิทย์ หนุนภักดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค. 61 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ &amp;nbsp;260 ตำแหน่ง โดยมีตำแหน่งที่น่าสนใจ ดังนี้ กระทรวงกลาโหม อาทิ พล.อ.รุจ กสิวุฒิ ซึ่งเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 18 (ตท.18) ขยับเป็นที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ท.นิรันดร สมุทรสาคร (ตท.18) เป็นหัวหน้าฝ่ายเสนาธิการประจำปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ท.ฤทธี อินทราวุธ (ตท.18) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ต.เชี่ยวชาญ รุดดิษฐ์ &amp;nbsp;เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตราพล.อ.ท.) &amp;nbsp; พ.อ.นิมิตต์ สุวรรณรัฐ( ตท.30) ผู้บังคับการกรมทหารพัฒนาที่1 เป็นนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้พ.อ.นิมิตต์ ถือเป็นนายทหารคนสนิทพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านกองบัญชาการกองทัพไทย อาทิ พล.ท.ดุษฎี อินทรพล (ตท.18) &amp;nbsp;เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย (อัตราพล.อ.) พล.ท.จีรยุทธ ทุนเจริญ (ตท.17) เป็นผู้ทรงคุณพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย พล.ท.ธรรมนูญ เชี่ยวการปราบ (ตท.17) เป็นจเรทหาร พล.ท.นเรนทร์ สิริภูบาล (ตท.21) เป็นรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พล.อ.ชนินทร์ โตเลี้ยง (ตท.19) เป็นเสนาธิการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ พล.ต.หัสฎี วงศ์อิศเรศ (ตท.19) เป็นเจ้ากรมแผนที่ทหาร พล.ต.พร ภิเศก (ตท.19) เป็นผู้บัญชาการวิทยาลัยเสนาธิการทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ &amp;nbsp;กองทัพบก &amp;nbsp;&amp;ldquo;เสธ.อ๊อฟ&amp;rdquo; พล.ต.ทรงวิทย์ หนุนภักดี (ตท.24 ) ซึ่งเป็นบุตรชายของพล.อ.อิสระพงศ์ หนุนภักดี ขยับจากตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 (ผบ.พล.ร.11) เป็นผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ &amp;nbsp;(ผบ.พล.1 รอ.) ซึ่งในปัจจุบันถือเป็นหน่วยที่มีภารกิจสำคัญเกี่ยวกับสถาบัน &amp;nbsp;พร้อมทั้งขยับ &amp;ldquo;บิ๊กบี้&amp;rdquo; พล.ต.ณรงค์พันธ์ &amp;nbsp;จิตต์แก้วแท้ (ตท.22 ) ผบ.พล.1 รอ. ไปเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 เพื่อจ่อขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ในช่วงปลายปี &amp;nbsp;ขณะที่พ.อ.วรยุทธ แก้ววิบูลย์พันธุ์ &amp;nbsp;รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 ซึ่งเป็นน้องรักของพล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นครองยศอัตราพล.ต.ในตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 นอกจากนี้ยังมีการมีการขยับพล.ต.วุฒิชัย นาควานิช ( ตท.23 ) &amp;nbsp;รองแม่ทัพภาคที่1 ซึ่งเป็นน้องชายของพล.อ.ธีรชัย นาควานิช องคมนตรี &amp;nbsp;ขึ้นอัตราพล.ท.ในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ได้ผลักดัน &amp;ldquo;เสธ.ยอง&amp;rdquo; พล.ต.ภูมิพัฒน์ จันทร์สว่าง (ตท.24) &amp;nbsp;ผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ 1 ขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เพื่อจ่อขึ้นเป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษในช่วงปลายปี โดยพล.ต.ภูมิพัฒน์ มีอายุราชการถึงปี 2566 &amp;nbsp;พร้อม ขยับพ.อ.ชาตรี กิตติขจร เพื่อนตท.21 ของพล.ท.สุนัย ปะภูชเนย์ &amp;nbsp;ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ขึ้นเป็นผบ.พล.รพศ.1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านกองทัพภาคที่ 2 พล.ต. ผดุงเกียรติ โปร่งจิตต์ (ตท.18) ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 (ผบ.พล.ม.3 ) ขึ้นเป็น รองแม่ทัพภาคที่ 2 พ.อ.จุมพล จุมพลภักดี (ตท.20) เป็นผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 พ.อ.ยุทธนา เอี่ยมวิจิตร์ (ตท.20) &amp;nbsp;เป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 26 ในส่วนของกองทัพภาคที่ 4 &amp;ldquo;บิ๊กอาร์ท&amp;rdquo; พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช &amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่ 4 ยังอยู่ในตำแหน่งเดิม &amp;nbsp; พล.ต.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ (ตท.20) รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นแม่ทัพน้อยที่ 4 พล.ต.สิทธิพร มุสิกะสิน (ตท.22) &amp;nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 4 พ.อ.กฤษดา พงษ์สามารถ เป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 นอกจากนี้ยังได้มีการปรับให้พล.ต.วรเกียรติ รัตนานนท์ รองเจ้ากรมข่าวทหารบก เป็นเจ้ากรมข่าวทหารบก พล.ต. ศักดา ศิริรัตน์ รองเจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก เป็นเจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก พ.อ.ปรีชา เบ็ญจขันธุ์ เป็น ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า พ.อ.วีรยุทธ อินทร์วร เป็นผู้บัญชาการศูนย์การบินทหารบก พ.อ.บุญรอด ศรีสมบัติ เป็นผบ.โรงเรียนเสนาธิการทหารบก และพ.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ &amp;nbsp;ฝ่ายเสนาธิการผบ.ทบ. ขึ้นเป็นผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของกองทัพเรือนั้นพล.ร.ท.รัตนะ วงษาโรจน์ (ตท.18) &amp;nbsp;ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ขยับขึ้นเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ (อัตราพล.ร.อ.) พล.ร.ท.สุรพล คุปตะพันธ์ (ตท.18) ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ (อัตราพล.ร.อ.) พล.ร.ท.มิ่ง อิ่มวิทยา (ตท.16) เจ้ากรมอู่ทหารเรือ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทัพเรือ (อัตราพล.ร.อ.) พล.ร.ท.พร้อมสรรพ์ วุฑฒกนก รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นเจ้ากรมอู่ทหารเรือ พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์ (ตท.19) &amp;nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ เป็นผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 &amp;nbsp;พล.ร.ต.ศังกร พงษ์ศิริ (ตท.18) รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน พล.ร.ต.นภดล สำราญ (ตท.19) เจ้ากรมช่างโยธาทหารเรือ เป็นรองเสนาธิการทหารเรือ พล.ร.ต.นันทพล มาลารัตน์ (ตท.21) รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ เป็นผู้บัญชาการฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กองทัพอากาศ พล.อ.ท.ชัยยะ อุปริรัตน์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ (อัตราพล.อ.อ.) พล.อ.ท.หม่อมหลวงเทพสฤษดิ์ เทวกุล เจ้ากรมช่างอากาศ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ (อัตราพล.อ.อ.) พล.อ.ต.ภูมิใจ ชัยพันธุ์ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน เป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน พล.อ.ต.อภิรุม จันทรกุล รองเจ้ากรมช่างอากาศ เป็นเจ้ากรมช่างอากาศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4985</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพ, ทหาร, บูรพาพยัคฆ์, วงศ์เทวัญ, โผทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180314/image_big_5aa8d16ab83b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
