<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2021 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2021 19:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองกำลังติดอาวุธโจมตีหมู่บ้าน ฆ่าอย่างน้อย160ศพที่บูร์กินาฟาโซ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กลุ่มติดอาวุธที่่เชื่อว่าเป็นนักรบญิฮาดสังหารหมู่พลเรือนในเมืองทางเหนือของบูร์กินาฟาโซเมื่อเช้ามืดวันเสาร์ เอเอฟพีอ้างเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในวันอาทิตย์ว่า ยอดเสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 160 คนแล้ว รวมเด็ก&amp;nbsp; 20 คน เป็นการโจมตีนองเลือดที่สุดนับแต่กลุ่มอิสลามิสต์ก่อความรุนแรงในประเทศแอฟริกาตะวันตกแห่งนี้เมื่อปี 2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน กล่าวว่า การโจมตีที่หมู่บ้านโซลฮาน ในจังหวัดยากาของบูร์กินาฟาโซ เริ่มต้นเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. แหล่งข่าวท้องถิ่นกล่าวว่า กลุ่มติดอาวุธโจมตีที่มั่นของกลุ่มอาสาสมัครปกป้องมาตุภูมิ (วีดีพี) ที่เป็นกองกำลังป้องกันพลเรือนต่อต้านนักรบญิฮาดที่สนับสนุนกองทัพของประเทศ ก่อนที่นักรบเหล่านี้จะออกอาละวาดโจมตีวางเพลิงบ้านเรือนและเข่นฆ่าชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีกลุ่มใดยอมรับว่าอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุรุนแรงครั้งนี้ แต่การโจมตีโดยกลุ่มอิสลามิสต์เกิดขึ้นบ่อยครั้งในบูร์กินาฟาโซ โดยเฉพาะในภูมิภาคชายแดน จุดเกิดเหตุครั้งนี้อยู่ใกล้ชายแดนมาลีและไนเจอร์ ที่นักรบญิฮาดที่เชื่อมโยงกับอัลกออิดะห์และกลุ่มรัฐอิสลามออกก่อเหตุโจมตีพลเรือนและทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นผู้หนึ่งกล่าวเมื่อค่ำวันเสาร์ว่า คนบาดเจ็บหลายคนเสียชีวิตเพราะบาดแผล และยังพบศพเพิ่มอีกหลายศพ จำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุดในเวลานี้อยู่ที่ 138 คน และยังมีคนบาดเจ็บอีกหลายสิบราย แหล่งข่าวความมั่นคงรายหนึ่งกล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการฆ่าคนจำนวนมากที่สุดจนถึงขณะนี้ และยอดเสียชีวิตยังอาจเพิ่มขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมาในวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหลายคนยืนยันว่าจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 160 คน เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจากการเลือกตั้งรายหนึ่งว่า คนในพื้นที่พบศพแล้วทั้งหมด 160 ศพจากหลุมฝังศพรวม 3 หลุม ในจำนวนนี้รวมถึงเด็กประมาณ 20 คน แหล่งข่าวในพื้นที่อีกคนก็ยืนยันตัวเลขนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีรอช มาร์ก คริสติยอง กาโบเร ประณามการสังหารหมู่ที่หมู่บ้านโซลฮานว่าโหดร้ายป่าเถื่อนและเลวทราม รัฐบาลของเขากล่าวว่า &amp;quot;ผู้ก่อการร้าย&amp;quot; ฆ่าพลเรือนทุกวัย วางเพลิงเผาบ้านหลายหลังและตลาดใหญ่ของเมืองนี้ รัฐบาลยังได้ประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศนาน 3 วัน จนถึงเวลา 11.59 น.ของวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโจมตีเมื่อกลางดึกวันศุกร์เกิดไล่หลังการโจมตีเมื่อช่วงค่ำที่หมู่บ้านทาดาร์ยัตในภูมิภาคเดียวกัน มีคนถูกฆ่าตาย 14 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศแอฟริกาตะวันตกแห่งนี้เผชิญการโจมตีนองเลือดบ่อยครั้งโดยนักรบญิฮาดหลายกลุ่มมาตั้งแต่ปี 2558 รวมถึงกลุ่มสนับสนุนอิสลามและมุสลิม (จีเอสไอเอ็ม) และกลุ่มรัฐอิสลามในเขตซาฮาราใหญ่ (อีไอจีเอส)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105462</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าหมู่พลเรือน, นักรบญิฮาด, บูร์กินาฟาโซ, ประธานาธิบดีรอช มาร์ก คริสติยอง กาโบเร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210606/image_big_60bcc67b10bf5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2020 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2020 21:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คู่รักต่างชาติโดนลักพาในบูร์กินาฟาโซปี 2561 หนีไปโผล่ที่มาลี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คู่รักสาวแคนาดาและหนุ่มอิตาลีที่โดนลักพาตัวในบูร์กินาฟาโซเมื่อปลายปี 2561 หนีคนร้ายออกมาได้โดยถูกพบตัวที่ภาคเหนือของมาลี เจ้าหน้าที่ยืนยันไม่ได้จ่ายค่าไถ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลูกา ทัคเคตโต และเอดิธ แบลส์ ขณะเดินทางถึงสนามบินบามาโกเมื่อวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอดิธ แบลส์ หญิงชาวแคนาดา และลูกา ทัคเคตโต คู่ชีวิตชาวอิตาลี ทั้งคู่อายุราว 30 ปี โดนลักพาตัวขณะเดินทางอยู่ในบูร์กินาฟาโซเมื่อปี 2561 แต่เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม มีผู้พบทั้งสองคนใกล้กับเมืองคิดัลทางตะวันตกเฉียงเหนือของมาลี แล้วพามาที่กองกำลังรักษาสันติภาพขององค์การสหประชาชาติในมาลี และเมื่อวันเสาร์พวกเขาก็ขึ้นเครื่องบินเที่ยวบินพิเศษมาที่กรุงมาบาโกของมาลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งคู่ดูสุขภาพแข็งแรงดี แต่กลับรู้สึกตกตะลึงเมื่อได้รับการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่มาลี, สหประชาชาติ และแคนาดา ด้วยการใช้ข้อศอกชนกันแทนการจับมือ จนได้รับคำอธิบายว่านี่เป็นการทักทายตามมารยาทแบบใหม่เพราะวิกฤติไวรัสโคโรนาที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ จากนั้นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่สวมหน้ากากอนามัยและชุดป้องกันมาวัดอุณหภูมิของพวกเขา ทั้งสองไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ก่อนจะเดินทางไปทำเนียบประธานาธิบดีมาลีเพื่อรอส่งตัวกลับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีอิบราฮิม บูบาการ์ คีตา ของมาลีกล่าวชื่นชมทั้งคู่ที่มีความกล้าหาญทางจิตใจและความทรหดของร่างกายที่หลบหนีคนร้ายที่จับตัวออกมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีไบล์ ดราเม รัฐมนตรีต่างประเทศมาลี ยืนยันกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพีที่สนามบินว่า ไม่มีการจ่ายค่าไถ่ตัวคู่ชีวิตชาวตะวันตกคู่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบลส์และทัคเคตโตหายตัวไปเมื่อกลางเดือนธันวาคม 2561 ระหว่างขับรถจากเมืองโบโบดิอูลาสโซมากรุงวากาดูกูของบูร์กินาฟาโซ ที่ระยะทางมากกว่า 360 กิโลเมตร พวกเขามีแผนจะไปทำงานในโครงการเพื่อมนุษยธรรมในโตโก ไม่มีกลุ่มใดออกมายอมรับว่าลักพาตัวพวกเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59859</URL_LINK>
                <HASHTAG>บูร์กินาฟาโซ, มาลี, ลักพาตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200315/image_big_5e6e42582d90a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2019 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2019 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักรบญิฮาดโจมตีบูร์กินาฟาโซ ฆ่าพลเรือนรวมผู้หญิง 35 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักรบญิฮาดยกกองทัพมอเตอร์ไซค์บุกโจมตีชุมชนและฐานทัพในภาคเหนือของบูร์กินาฟาโซเมื่อวันอังคาร สังหารชีวิตพลเรือน 35 ราย เป็นผู้หญิงเกือบทั้งหมด ถือเป็นเหตุโจมตีนองเลือดที่สุดในรอบเกือบ 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2562 กล่าวว่า การโจมตีเมื่อเช้าวันอังคารซึ่งยืดเยื้อนานหลายชั่วโมง เกิดขึ้นที่เมืองอาร์บินดาในจังหวัดโซมของประเทศแอฟริกาตะวันตกแห่งนี้ นอกจากพลเรือนแล้ว ยังมีทหารเสียชีวิต 7 นาย ส่วนนักรบญิฮาดถูกฆ่าตาย 80 คน กองทัพบูร์กินาฟาโซกล่าวว่า ผู้ก่อการร้ายกลุ่มใหญ่นี้บุกโจมตีฐานทัพและชุมชนในเมืองอาร์บินดาอย่างพร้อมเพรียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีรอค มาร์ก คริสเตียน คาโบเร กล่าวว่า มีพลเรือนเสียชีวิต 35 คน เกือบทั้งหมดเป็นผู้หญิง เขาประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศนาน 48 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรมิส ดันจีนู โฆษกรัฐบาล เผยในเวลาต่อมาว่า พลเรือนที่ตายนั้นเป็นผู้หญิง 31 คน นอกจากนี้ยังมีทหาร 20 นายและพลเรือน 6 คนได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บูร์กินาฟาโซมีพรมแดนติดกับมาลีและไนเจอร์ ตกเป็นเป้าโจมตีของนักรบญิฮาดที่โยงใยกลุ่มรัฐอิสลามและอัลกออิดะห์ในภูมิภาคซาเฮลมาตั้งแต่ปี 2558.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53267</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าพลเรือน, นักรบญิฮาด, บูร์กินาฟาโซ, ประธานาธิบดีรอค มาร์ก คริสเตียน คาโบเร, โจมตีฐานทัพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed5d2b4cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49780</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2019 20:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2019 20:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิงถล่มรถคนงานเหมืองในบูร์กินาฟาโซ ดับ 37 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กลุ่มติดอาวุธซุ่มโจมตีขบวนรถบัสขนส่งคนงานเหมืองแร่ของแคนาดาในบูร์กินาฟาโซ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 37 คน และบาดเจ็บ 60 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไซดู ซานู ผู้ว่าการเขตเอสต์ของบูร์กินาฟาโซ แถลงเมื่อเช้าวันพุธที่ 6 พฤศจิกายนว่า กลุ่มติดอาวุธไม่ทราบฝ่ายซุ่มยิงขบวนรถบัส 5 คันที่ผู้โดยสารเป็นพนักงานท้องถิ่น, ผู้รับเหมา และซัพพลายเออร์ของบริษัทเหมืองแร่เซมาโฟ ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 37 คน และบาดเจ็บ 60 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท เซมาโฟ อิงค์ ของแคนาดาที่ได้รับสัมปทานเหมืองแร่แห่งนี้แถลงว่า รถบัส 5 คันที่นำคนงานเหมืองไปที่เหมืองแร่ของบริษัทโดยมีรถทหารคุ้มกัน ถูกซุ่มโจมตีบนถนนห่างจากเหมืองทองในเมืองบูนกู ในจังหวัดทาปัวราว 40 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเผยกับเอเอฟพีว่า รถทหารที่นำขบวนรถบัสของคนงานเหมืองเหยียบวัตถุระเบิด จากนั้นกลุ่มติดอาวุธที่ซุ่มอยู่กราดยิงรถบัส 2 คันของคนงานเหมืองแร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท เซมาโฟ แถลงด้วยว่า ทางบริษัทให้ความร่วมมือในทุกระดับกับเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงของพนักงานและผู้รับเหมาของบริษัท และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุซุ่มยิงครั้งนี้ ส่วนเหมืองแร่ของบริษัทยังมีความปลอดภัยและดำเนินกิจการตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่ต้นปี 2558 ภาคเหนือของบูร์กินาฟาโซเกิดเหตุโจมตีหลายครั้งโดยฝีมือนักรบญิฮาดที่มาจากมาลี ประเทศเพื่อนบ้าน เหตุก่อการร้ายรุนแรงที่สุดของประเทศเกิดเมื่อเดือนมกราคม 2559 นักรบญิฮาดโจมตีโรงแรมสเปนดิดและคาแฟ่แห่งหนึ่งในกรุงวากาดูกู มีผู้เสียชีวิต 30 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเดือนสิงหาคม กลุ่มติดอาวุธโจมตีค่ายทหารในเมืองโคโตกูใกล้พรมแดนมาลี สังหารทหาร 24 นาย และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ค่ายทหารทางเหนือของประเทศถูกโจมตี มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย เป็นทหาร 5 นายและพลเรือน 5 คน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49780</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนงานเหมือง, ซุ่มโจมตี, บูร์กินาฟาโซ, เซมาโฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed5d2b4cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2018 20:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2018 20:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไต้หวันส่ง F-16 ตามประกบเครื่องบินทิ้งระเบิดของจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไต้หวันส่งเครื่องบินเอฟ-16 ประกบเครื่องบินทิ้งระเบิดของจีน 2 ลำ ที่มาซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันเมื่อวันศุกร์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากกระทรวงกลาโหมของไต้หวัน เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2561 เครื่องบินเอฟ-16 (ซ้าย) ของไต้หวัน บินตามประกบเครื่องบินทิ้งระเบิด เอช-6 ของจีน / TAIWAN DEFENCE MINISTRY / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทรวงกลาโหมไต้หวันแถลงเมื่อวันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม ว่ากองทัพไต้หวัดส่งเครื่องบินขับไล่เอฟ-16 บินขึ้นตรวจสอบเครื่องบินทิ้งระเบิดเอช-6 ของจีน 2 ลำ ที่มาบินซ้อมรบรอบเกาะไต้หวัน โดยเครื่องบินของจีนบินผ่านช่องแคบบาชีทางใต้ของไต้หวัน และผ่านช่องแคบมิยาโกะใกล้กับเกาะโอกินาวาของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงกล่าวว่า กระทรวงจะติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด และจะมีมาตรการตอบโต้ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อปกป้องความมั่นคงทางกลาโหมของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์นี้เกิดคล้อยหลังเพียง 1 วัน ที่บูร์กินาฟาโซ ประเทศในแอฟริกาตะวันตก ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน เป็นประเทศที่ 2 ในรอบ 1 เดือน แล้วหันไปสถาปนาทางการทูตกับจีนแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี สภากิจการแผ่นดินใหญ่ของไต้หวันยังได้แถลงถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่จากจีนยื่นเรื่องเพื่อขอมาเยี่ยมไต้หวัน โดยบอกว่า ต้องมีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มงวด เนื่องจากเกรงว่าเจ้าหน้าที่คอมมิวนิสต์จีนจะเข้ามาสร้างความแตกแยกและรบกวนความสงบสุขในสังคมไต้หวัน ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อเรื่องการรวมชาติ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10001</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, บินประกบ, บูร์กินาฟาโซ, เครื่องบินทิ้งระเบิด, เอช-6, เอฟ-16, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180525/image_big_5b080ecfc2d20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
