<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2019 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2019 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จิ้งจอกยังยับคาบ้าน! ร็อดเจอร์สรับยากแล้วหยุดหงส์แชมป์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
เบรนแดน ร็อดเจอร์ส บอสทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับว่า ในตอนนี้ เป็นเรื่องที่ยากมากมากที่จะหยุด ลิเวอร์พูล จากการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ ได้หลัง โดนทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ บุกถล่มเละคา คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม 4-0 ในนัดบ็อกซิ่ง เดย์ เมื่อคืนวันพฤหัสฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับสองของตาราง ต้องกลับไปทบทวนตัวเองไปอีกรอบหากจะหวังลุ้นแชมป์กับทีมอื่นในปีนี้ หลังลงเตะในบ้าน กลับพ่ายแพ้อย่างยับเยินให้กับทีมที่ลุ้นแชมป์ด้วยกัน โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ เหมาไป 2 ประตู บวกกับ เจมส์ มิลเนอร์ กับ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ อีกคนละลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลิเวอร์พูล ตอนนี้ ทำคะแนนทิ้งห่างไปถึง 13 แต้มแล้ว และยังเตะน้อยกว่าทีมของ ร็อดเจอร์ส อีกหนึ่งนัด ซึ่งเขายอมรับว่า ทีมของ คล็อปป์ ตอนนี้ ทิ้งห่างจนลับตาไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกขาเป็นทีมที่สุดยอดเล่นด้วยความมั่นใจสูงมากหลังจากไม่แพ้ใครมายาวนาน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53371</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, บ็อกซิ่ง เดย์, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, ลิเวอร์พูล, เบรนแดน ร็อดเจอร์ส, เลสเตอร์ ซิตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191227/image_big_5e05a176d4451.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2025 14:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2019 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โซลค์ชาร์ยก&quot;กรีนวู้ด&quot;เทียบ&quot;โรนัลโด้&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คริสเตียโน โรนัลโด เข้าร่วมรายชื่อผู้เล่นที่ยังคงเล่นได้จนถึงวัย 40
พวกเขากล่าวว่าชีวิตเริ่มต้นเมื่ออายุ 40 คริสเตียโน โรนัลโด กำลังจะพบว่ามันเป็นความจริงหรือไม่ เมื่อเขาบรรลุหลักไมล์นี้ ยังคงยิงประตูได้ในอัตราที่น่าทึ่ง และเพิ่งอายุครบ 40 ปีในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ผู้ชนะรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย ทำสองประตูให้กับสโมสรอัล-นาสเซอร์ในซาอุดีอาระเบีย โปรลีก เมื่อวันจันทร์ ทำให้ยอดประตูในอาชีพของเขารวมเป็น 923 ประตู - และยังคงเป็นตัวหลักให้ทีมชาติโปรตุเกส
มีผู้เล่นคนใดบ้างที่ยังคงแข็งแกร่งหลังจากอายุเกิน 40 ปี? ชื่ออย่าง ปีเตอร์ ชิลตัน, ดิโน ซอฟฟ์, โรเจอร์ มิลลา - หรือแม้แต่ เซอร์ สแตนลีย์ แมทธิวส์ ผู้ยิ่งใหญ่ - จะฝังอยู่ในใจของแฟนบอลบางยุคบางสมัย แต่ก็ยังมีอีกมากมายตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ศตวรรษใหม่&amp;hellip;
ว่าแต่ปีนี้ โรนัลโด้จะสามารถทำผลงานในศึกยูฟ่าเนชั่นส์ลีกได้ดีขนาดไหน? เยี่ยม 10 อันดับ เว็บพนันออนไลน์ ไม่ผ่านเอเย่นต์ ของเรา&amp;nbsp; เพื่อเดิมพันตอนนี้เลย!
ฟรานเชสโก้ ต็อตติ
ฟรานเชสโก้ ต็อตติ ร้องไห้ในเกมสุดท้ายของเขากับโรมาในปี 2017 ต็อตติเป็นผู้เล่นที่จงรักภักดีกับสโมสรเดียว เปิดตัวกับโรมาในวัยเพียง 16 ปีในปี 1993 และไม่เคยย้ายไปไหน เพลย์เมคเกอร์ในตำนานรายนี้ลงเล่นให้กับสโมสรที่เขารักมากถึง 786 นัดในทุกรายการ ยิงได้ 307 ประตู - ซึ่งเป็นสถิติของสโมสร เขาถูกแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมโรมาในวัยเพียง 22 ปี - กัปตันที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์เซเรีย อา - และพาทีมคว้าแชมป์ลีกอิตาลีในฤดูกาล 2000-01
เขาลงเล่นนัดสุดท้ายให้กับสโมสรเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2017 เพียงแปดเดือนหลังจากอายุครบ 40 ปี
เท็ดดี้ เชอริ่งแฮม
เท็ดดี้ เชอริ่งแฮม ยิงประตูตีเสมอให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ปี 1999 ก่อนที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะยิงประตูชัยในช่วงท้ายเกม อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ เท็ดดี้ เชอริ่งแฮม แขวนสตั๊ดในวัย 42 ปี เมื่อจบฤดูกาล 2007-08 กับโคลเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
หลังจากโชว์ฟอร์มเด่นกับมิลวอลล์ในวัยรุ่น เชอริ่งแฮมถูกคว้าตัวโดย ไบรอัน คลัฟ ผู้จัดการทีมของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ในปี 1991 ก่อนจะย้ายไปท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ในเดือนสิงหาคม 1992
เขาจบฤดูกาลแรกของพรีเมียร์ลีกในฐานะดาวซัลโวสูงสุด แต่ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาได้เติบโตเป็นหนึ่งในกองหน้าชั้นยอด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย และยิงประตูตีเสมอในนัดชิงยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ปี 1999 เขาคว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมผู้สื่อข่าวฟุตบอลในฤดูกาล 2000-01 และยังคงครองสถิติเป็นผู้ทำประตูที่อายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก โดยยิงประตูให้เวสต์แฮมพบกับพอร์ทสมัธในวัย 40 ปี 268 วัน
โรมาริโอ
โรมาริโอยิง 5 ประตูในศึกฟุตบอลโลก 1994 ซึ่งบราซิลคว้าแชมป์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ อดีตแข้งทีมชาติบราซิล โรมาริโอ โด่งดังหลังจากคว้าตำแหน่งดาวซัลโวในการแข่งขันฟุตบอลโอลิมปิกปี 1988 เขามีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมกับพีเอสวี ไอนด์โฮเฟน และบาร์เซโลนา หลังจากย้ายออกจากวาสโก ดา กามา ในปี 1988 โดยยิงได้ 167 ประตูรวมกันกับทั้งสองสโมสร ก่อนจะกลับไปเล่นที่บราซิลกับฟลาเมงโกในปี 1995&amp;nbsp;
เขายิง 55 ประตูจากการลงเล่น 70 นัดให้กับทีมชาติบราซิล คว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของฟีฟ่าในปี 1994 หลังจากยิง 5 ประตูในฟุตบอลโลก เขาลงเล่นนัดสุดท้ายให้กับอเมริกา ฟุตบอล คลับ ในเดือนพฤศจิกายน 2009 ขณะอายุ 43 ปี - แม้จะกลับมาลงเล่นอีกครั้งในปีที่แล้วเพื่อเล่นร่วมกับลูกชายของเขา โรมารินโญ
ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ
ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ สวมปลอกแขนกัปตันพาอินเตอร์ มิลาน คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในปี 2010 อดีตนักเตะทีมชาติอาร์เจนตินา ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ ใช้เวลา 19 ปีกับอินเตอร์ มิลาน หลังจากย้ายมาจากแบนฟิลด์ในปี 1995 เขาเป็นเจ้าของสถิติลงเล่นมากที่สุดของอินเตอร์ โดยลงสนามไปถึง 862 นัด ก่อนแขวนสตั๊ดในฤดูกาล 2013-14 เพียงสามเดือนก่อนอายุครบ 41 ปี เขาคว้าแชมป์เซเรีย อา 5 สมัย และแชมเปียนส์ลีกในปี 2010 ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่&amp;nbsp;
เขายังเป็นผู้เล่นที่ติดทีมชาติอาร์เจนตินามากที่สุดด้วย 145 นัด ก่อนจะเลิกเล่นทีมชาติในปี 2011
จานลุยจิ บุฟฟ่อน
จานลุยจิ บุฟฟ่อน แขวนถุงมือกับปาร์มา สโมสรที่เขาเริ่มต้นอาชีพในเซเรีย อา ในปี 1995 เจ้าของสถิติลงเล่นในเซเรีย อามากที่สุด และเป็นผู้รักษาประตูที่ติดทีมชาติมากที่สุดในประวัติศาสตร์ บุฟฟ่อน แขวนถุงมือในวัย 45 ปี ในเดือนสิงหาคม 2023 ในอาชีพที่ยาวนานถึง 28 ปี เขาคว้าแชมป์เซเรีย อา กับยูเวนตุสถึง 10 สมัย รวมถึงแชมป์ฟุตบอลโลกในปี 2006 บุฟฟ่อนยังคว้าแชมป์ลีกเอิงกับปารีส แซงต์-แชร์กแมงในฤดูกาล 2018-19 หลังจากย้ายออกจากเซเรีย อา เป็นครั้งแรก&amp;nbsp;
แต่เขาจบอาชีพของเขากับสโมสรที่เริ่มต้น นั่นคือปาร์มา โดยลงเล่น 19 นัดในเซเรีย บี ฤดูกาล 2022-23 ก่อนจะแขวนถุงมือ
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิงได้ 511 ประตูในอาชีพค้าแข้ง &amp;ndash; แต่ไม่เคยคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
ตำนานกองหน้าทีมชาติสวีเดน ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิงได้ 511 ประตูให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปหลายแห่ง รวมถึงปารีส แซงต์-แชร์กแมง, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทั้งสองทีมในมิลาน เขาคว้าแชมป์ถึง 34 ถ้วย รวมถึงแชมป์ลีก 14 สมัย และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบัลลงดอร์มากถึง 11 ครั้ง
แต่ถึงแม้จะมีโปรไฟล์สุดหรู เขากลับไม่เคยได้สัมผัสถ้วยยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก โดยแชมป์ยุโรปเดียวของเขาคือยูโรปาลีกกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปี 2017&amp;nbsp;
เขาเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติสวีเดน โดยยิงได้ 62 ประตูจากการลงเล่น 122 นัด อิบราฮิโมวิชประกาศเลิกเล่นฟุตบอลในวัย 41 ปี หลังจากจบช่วงที่สองของเขากับเอซี มิลาน
ไรอัน กิ๊กส์
ไรอัน กิ๊กส์ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 13 สมัย ในฐานะนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ อดีตปีกตัวจี๊ดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและทีมชาติเวลส์ ไรอัน กิ๊กส์ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 13 สมัย, เอฟเอ คัพ 4 สมัย และยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2 สมัย รวมแล้ว 34 ถ้วยในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด เขาลงเล่นให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมากที่สุดเป็นสถิติของสโมสร ด้วยจำนวน 963 นัด รวมถึงการติดทีมชาติเวลส์ 64 นัด&amp;nbsp;
แม้จะไม่เคยได้เล่นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ระดับชาติ แต่เขาก็มีโอกาสเป็นกัปตันทีมสหราชอาณาจักรในโอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่ลอนดอน กิ๊กส์ลงเล่นนัดสุดท้ายให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในเกมชนะฮัลล์ ซิตี้ 3-1 ในเดือนพฤษภาคม 2016 ขณะอายุ 40 ปี ก่อนจะรับตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการทีมภายใต้การคุมทีมของหลุยส์ ฟาน กัล
เปาโล มัลดินี
เปาโล มัลดินี ช่วยเอซี มิลาน คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในปี 2007 &amp;ndash; เพียงสองปีหลังจากพ่ายแพ้ลิเวอร์พูลในนัดชิงปี 2005 หลังนำ 3-0
ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดตลอดกาล เปาโล มัลดินี ใช้เวลาทั้งอาชีพค้าแข้งกับเอซี มิลาน โดยลงเล่นมากถึง 902 นัดให้กับสโมสร
เขาคว้าแชมป์เซเรีย อา 7 สมัย รวมถึงช่วยให้รอสโซเนรีคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 5 สมัย และโคปปา อิตาเลีย 1 สมัย ตลอดอาชีพค้าแข้ง 25 ปีอันยอดเยี่ยม มัลดินีติดทีมชาติอิตาลี 126 นัด แต่เลิกเล่นทีมชาติก่อนที่อิตาลีจะคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในปี 2006 ที่ระดับสโมสร เขาลงเล่นนัดสุดท้ายในปี 2009 ขณะอายุ 41 ปี&amp;nbsp;
หลังจากมัลดินีเลิกเล่น เอซี มิลานก็ประกาศรีไทร์เสื้อหมายเลข 3 เพื่อเป็นเกียรติให้กับเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53369</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, นิวคาสเซิล, บ็อกซิ่ง เดย์, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, เมสัน กรีนวู้ด, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, โอเล่ กุนนาร์ โซลค์ชาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191227/image_big_5e05a176d4451.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2019 00:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2019 00:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอเล่แย้มป็อกบานำทัพชนสาลิกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
โอเล กุนนาร์ โซลค์ชาร์ บอสทีม&amp;quot;ปีศาจแดง&amp;quot;แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยว่า พอล ป็อกบา น่าจะได้นำทัพต่อในเกมกับ นิวคาสเซิล ในนัดบ็อกซิ่งเดย์ พฤหัสฯนี้ หลังคัมแบ็คกลับมาลงสนามให้ทีมได้แล้วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ป็อกบา ที่หายหน้าไปนานนับตั้งแต่เดือน กันยายน เพราะเจ็บข้อเท้า ได้กลับมาเคาะสนิมแล้วในเกมที่ แพ้ วัตฟอร์ด 2-0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับสาวกเร้ด เดวิลส์ ที่นักเตะไม่ได้มีปัญหาบาดเจ็บให้กังวลอีกหลังแมทช์นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศส ทำผลงานได้ค่อนข้างดีในเกมที่ วิคาเรจ โร้ด โดยยังเกือบเป็นคนจ่ายบอลให้ เมสัน กรีนวู้ด ปิดสกอร์ได้ด้วยการวางบอลยาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โซลค์ชาร์ เผยว่า ด้วยฟอร์มการเล่นของ ป็อกบา ที่เห็นในนัดนั้น น่าจะพอรับประกันได้ดว่าเขาจะได้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมที่ โอลด์แทรฟฟอร์ด คืนวันพฤหัสฯ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องขอดูก่อนว่าเขารู้สึกเจ็บอะไรขึ้นมาอีกหรือเปล่า เขาทำได้ดีมากในเกมนั้นหลังถูกส่งลงสนามไป การได้เขากลับมาถือว่าเหมือนได้นักเตะตัวท็อปมาเสริมทีม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขากับ อองโทนี่ มาร์กเซียล และ มาร์คัส แรชฟอร์ด เริ่มเล่นขาขากันและสร้างโอกาสได้หลายครั้งในนัดที่แล้ว การได้ พอล กลับมาถือเป็นข่าวดีมาก เพราะเขาเป็นมิดฟิดล์ที่ครบเครื่องที่สุดคนหนึ่งในโลก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53208</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, นิวคาสเซิล, บ็อกซิ่ง เดย์, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, โอเล่ กุนนาร์ โซลค์ชาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191225/image_big_5e024880e351b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53207</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอเล่แย้มป็อกบานำทัพชนสาลิกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
โอเล กุนนาร์ โซลค์ชาร์ บอสทีม&amp;quot;ปีศาจแดง&amp;quot;แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยว่า พอล ป็อกบา น่าจะได้นำทัพต่อในเกมกับ นิวคาสเซิล ในนัดบ็อกซิ่งเดย์ พฤหัสฯนี้ หลังคัมแบ็คกลับมาลงสนามให้ทีมได้แล้วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ป็อกบา ที่หายหน้าไปนานนับตั้งแต่เดือน กันยายน เพราะเจ็บข้อเท้า ได้กลับมาเคาะสนิมแล้วในเกมที่ แพ้ วัตฟอร์ด 2-0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับสาวกเร้ด เดวิลส์ ที่นักเตะไม่ได้มีปัญหาบาดเจ็บให้กังวลอีกหลังแมทช์นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศส ทำผลงานได้ค่อนข้างดีในเกมที่ วิคาเรจ โร้ด โดยยังเกือบเป็นคนจ่ายบอลให้ เมสัน กรีนวู้ด ปิดสกอร์ได้ด้วยการวางบอลยาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โซลค์ชาร์ เผยว่า ด้วยฟอร์มการเล่นของ ป็อกบา ที่เห็นในนัดนั้น น่าจะพอรับประกันได้ดว่าเขาจะได้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมที่ โอลด์แทรฟฟอร์ด คืนวันพฤหัสฯ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องขอดูก่อนว่าเขารู้สึกเจ็บอะไรขึ้นมาอีกหรือเปล่า เขาทำได้ดีมากในเกมนั้นหลังถูกส่งลงสนามไป การได้เขากลับมาถือว่าเหมือนได้นักเตะตัวท็อปมาเสริมทีม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขากับ อองโทนี่ มาร์กเซียล และ มาร์คัส แรชฟอร์ด เริ่มเล่นขาขากันและสร้างโอกาสได้หลายครั้งในนัดที่แล้ว การได้ พอล กลับมาถือเป็นข่าวดีมาก เพราะเขาเป็นมิดฟิดล์ที่ครบเครื่องที่สุดคนหนึ่งในโลก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53207</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, นิวคาสเซิล, บ็อกซิ่ง เดย์, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, โอเล่ กุนนาร์ โซลค์ชาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191225/image_big_5e024880e351b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 07:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 00:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หงส์ยิงแหลก ทิ้งห่าง 6 แต้ม ซิตี้ร่วงที่ 3 ไก่แซง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

ลิเวอร์พูล จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ทำคะแนนทิ้งห่างคู่แข่งเป็น 6 แต้ม แล้ว หลังเปิดบ้านถล่ม นิวคาสเซิล ไป 4-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก นัดบ็อกซิ่ง เดย์ ขณะที่ สเปอร์ส แซง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นรั้งที่ 2 ได้แล้ว หลัง แชมป์เก่า พลาดท่าแพ้ 2 นัดติด เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมที่ แอนฟิลด์ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำเร็ว เพียงแค่ 11 นาที ก็ได้เฮกันแล้ว จาก เดยัน ลอฟเรน แต่กว่าประตูที่สองของเกมจะมา ต้องรอถึงครึ่งหลัง จากจุดโทษปัญหาที่ โม ซาลาห์ ล้มในเขตโทษก่อนลุกขึ้นมาสังหารเองเข้าไป และสกอร์ก็ไหลมาเพิ่มอีกสอง จาก เซอร์ดาน ชากีรี กับ ฟาบินโญ่ ช่วยทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ เปิดบ้านถล่มคู่แข่งด้วยสกอร์ขาดลอยพร้อมรักษาสถิติไม่แพ้ใครในฤดูกาลนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดบ็อกซิ่ง เดย์ เมื่อคืนวันพุธที่ 27 ธ.ค.2018 มีดังนี้ ลิเวอร์พูล ชนะ นิวคาสเซิล 4-0, เบิร์นลี่ย์ แพ้ เอฟเวอร์ตัน 1-5, คริสตัล พาเลซ เสมอ คาร์ดิฟฟ์ 0-0, เลสเตอร์ ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1, ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ชนะ บอร์นมัธ 5-0, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ ฮัดเดอร์ฟิลด์ 3-1, ฟูแล่ม เสมอ วูล์ฟส 1-1, ไบรท์ตัน เสมอ อาร์เซนอล 1-1 และ วัคฟอร์ด แพ เชลซี 1-2&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25183</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, นิวคาสเซิล, บ็อกซิ่ง เดย์, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, ลิเวอร์พูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c23b890742a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
