<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เที่ยวตามฝันครั้งหนึ่งในชีวิต ชะอำ-หัวหิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ผู้ร่วมกิจกรรมเที่ยวตามฝันครั้งหนึ่งในชีวิต)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ชะอำ หัวหิน&amp;rdquo; อาจไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวใหม่สำหรับใครหลายคน หรือบางคนอาจจะเคยไปมากกว่าหนึ่งครั้ง เพราะไม่ไกลจากกรุงเทพฯ นัก ใช้เวลาเดินทางแค่ 2-3 ชม.ก็ถึง ยิ่งช่วงนี้อากาศในกรุงเทพฯ กำลังแย่ เพราะถูกฝุ่นปกคลุมไปทั้งเมือง ก็น่าจะออกมาสูดอากาศบริสุทธ์นอกกรุงกัน
ทริปที่เราไปมาล่าสุดเป็นกิจกรรม &amp;ldquo;เที่ยวตามฝันครั้งหนึ่งในชีวิต&amp;rdquo; ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;เมืองไทย ใครๆ ก็เที่ยวได้&amp;rdquo; ที่จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้พากลุ่มอาสาสมัครกรุงเทพมหานคร (อสส.) และกลุ่มอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ที่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และมีผลงานดีเด่นตลอดปี 2561 จำนวน 20 คน เที่ยวฟรีเส้นทางชะอำ-หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไปช่วงวันที่ 3-4 ก.พ.ที่ผ่านมานี่เอง เป็นทริปชิลๆ ไม่เหนื่อย ไปแต่สถานที่ยอดนิยม ไม่ว่าจะเป็นแหลมผักเบี้ย ฟาร์มแกะชะอำ เพลินวาน ฯลฯ เพราะอย่างที่บอกก่อนหน้านี้ว่าอาจจะมีคนส่วนหนึ่งที่ยังไม่เคยมา พวกพ่อๆ แม่ๆ ผู้ร่วมทริปนี้บางคนยังไม่เคยมาเลยก็มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันแรกออกเดินทางกันตั้งแต่ 7-8 โมง พอมากันครบทั้งกลุ่มเรา กลุ่ม อสส. และกลุ่ม อปพร.แล้ว รถก็มุ่งหน้าสู่ จ.เพชรบุรี ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง ระหว่างทางก็พูดคุยกัน เล่นเกมกันบ้างในช่วงแรกๆ แต่พอสักพักเสียงเริ่มเงียบสงบลง คล้อยหลับไปตามๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สิ้นสุดทางเดินป่าชายเลนแหลมผักเบี้ยจะเป็นจุดชมวิวทะเล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แห่งแรกที่มาถึงคือ โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านแหลม จ.เพชรบุรี หรือเรียกสั้นๆ คือแหลมผักเบี้ย ที่นี่มีความสำคัญที่คนไทยทุกคนควรมาสักครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะเป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ดำเนินงานเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสีย เราและชาวคณะนั่งรถรางเพื่อชมโครงการ ระหว่างทางมีเจ้าหน้าที่มาคอยอธิบาย ตั้งแต่จุดแรกก็พบเห็นบ่อน้ำขนาดใหญ่สีเขียว ส่งกลิ่นเหม็น เจ้าหน้าที่อธิบายว่า บ่อนี้เป็นบ่อสกปรกสุด มาจากภาคครัวเรือน ทั้งน้ำจากการซักผ้า ล้างจาน อาบน้ำ หรือจะเป็นการชำระล้างต่างๆ ส่งมาจากตัวเมือง มาให้ทางโครงการบำบัด ซึ่งมี 4 ระบบ ที่เป็นวิธีธรรมชาติช่วยธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(บ่อบำบัดน้ำเสียในโครงการพระราชดำริ ที่แหลมผักเบี้ย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ระบบแรก คือ บ่อบำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp;เวลาที่มีน้ำเสียไหลมาแต่ละบ่อก็จะไหลล้นผ่านอาคารระบายน้ำด้านบน และเชื่อมต่อกันทางตอนล่างของบ่อถัดไปเป็นลำดับก่อนที่จะนำคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ระบบที่สอง คือ ระบบพืชและหญ้ากรองน้ำเสีย&amp;nbsp;ซึ่งให้พืชช่วยบำบัดน้ำเสีย โดยการให้น้ำเสียไหลผ่านแปลงหญ้าและหญ้าที่ดีที่สุดก็คือ หญ้าธูปฤาษี ที่ช่วยปล่อยออกซิเจนจากรากลงไปเติมน้ำให้กลายเป็นน้ำดีได้ และเมื่อครบ 90 วันก็จะตัดพืชออก พอตัดแล้วก็นำไปให้กลุ่มแม่บ้านทำเครื่องสานสร้างรายได้ ระบบที่สาม คือ ระบบพื้นที่ชุ่มน้ำเทียม&amp;nbsp;กลไกก็จะคล้ายกับระบบพืชและหญ้ากรอง แต่จะแตกต่างกันด้วยวิธีการ และระบบที่สี่ คือ ระบบแปลงพืชป่าชายเลน&amp;nbsp;โดยการให้ธรรมชาติบำบัดด้วยตัวของมันเองตามระยะเวลาการขึ้นลงของน้ำทะเลในแต่ละวัน อาศัยระบบรากของพืชป่าชายเลนช่วยปล่อยก๊าซออกซิเจนเติมให้กับน้ำเสียและจุลินทรีย์ในดิน&amp;rdquo; เจ้าหน้าที่กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ชมธรรมชาติป่าชายเลน ที่แหลมผักเบี้ย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เราเดินไปเรื่อยๆ จากบ่อแรกกลิ่นแรงๆ มาบ่อถัดไปก็ไม่มีกลิ่นแล้ว ผู้ร่วมทริปหลายคนบอกว่า พ่อหลวงของเราเป็นครูผู้มากด้วยวิชา ไม่น่าเชื่อว่าจะเปลี่ยนจากน้ำเสียสกปรกให้ดีขึ้นได้ ระหว่างฟัง รถรางก็มาจอดยังจุดเส้นทางศึกษาธรรมชาติระบบนิเวศป่าชายเลน เราลงจากรถและค่อยๆ ทยอยเดินเข้าไปในป่าโกงกางระยะทางประมาณ 850 เมตร เหมือนจะไกลอยู่พอประมาณ แต่บอกเลยว่าไม่ต้องกลัวร้อน เพราะตลอดสองข้างทางที่เดินจะเต็มไปด้วยต้นโกงกางและต้นแสมมากมาย ที่แทบจะแย่งพื้นที่กันเจริญเติบโตสูงท่วมหัวจนโค้งรับกันทั้ง 2 ด้าน เสมือนหลังคาช่วยกันแดดได้เป็นอย่างดี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ระหว่างเดินเรามองเห็นเจ้าปลาตีนโผล่ขึ้นมาแป๊บเดียวมันก็หายไป ไม่ทันให้เราได้ทักทายแล้วก็ขอแชะภาพเลย ไหนจะพวกปูแสม ปูก้ามด้ามที่อยู่ในนี้ก็ยังไม่เห็น ได้ยินแต่เสียงที่พวกมันส่งออกมาเสียงดังเหมือนคนดีดนิ้วเป็นระยะๆ คนที่มาด้วยกันเขาบอกว่านั่นคือเสียง &amp;ldquo;กุ้งดีดขัน&amp;rdquo;&amp;nbsp;เวลาที่มันดีดตัวเพื่อเคลื่อนตัวเองอยู่บริเวณโคลน และทั้งหมดนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ด้านหลังฟาร์มแกะ มีวิวภูเขาสลับซับซ้อน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สูดอากาศบริสุทธิ์จากป่าชายเลน และรับประทานมื้อกลางวันเสร็จ ตกบ่ายเปลี่ยนบรรยากาศสู่กลางแจ้งที่ &amp;ldquo;Swiss ship farm&amp;rdquo; ฟาร์มแกะแห่งใหม่ในชะอำ ที่จำลองบรรยากาศให้เหมือนกับอยู่สวิตเซอร์แลนด์เหมือนกับฟาร์มแกะหลายแห่งที่ให้บรรยากาศเหมือนเมืองในยุโรป และช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่พ่อๆ แม่ๆ อสส.และ อปพร.ได้ปล่อยความเป็นวัยหนุ่มสาวออกมา บางคนบอกว่าไม่เคยมาที่นี่มาก่อน ค่อนข้างจะตื่นเต้น ไม่ว่าจะให้หญ้ากับเจ้าแกะ และหามุมถ่ายรูปสวยๆ ที่มีหลายมุมเหลือเกิน ตั้งแต่ทางเข้าก็เป็นซุ้มไม้ไผ่ มีไอเทมบ้านผีสิง หุ่นยนต์ตัวใหญ่ทันสมัย มีห้องโชว์ภาพสามมิติ ไฮไลต์น่าจะเป็นบริเวณกังหันตั้งตัวอักษรชื่อฟาร์มขนาดใหญ่ มีเก้าอี้นั่ง ด้านหลังเป็นวิวของภูเขาสลับซับซ้อน สวยยังกะภาพวาดธรรมชาติ ฟิน! สุดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ให้หญ้าแกะ Swiss ship farm)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ออกจากฟาร์มแกะก็เข้าที่พักใกล้ๆ กับชายหาดชะอำ เป็นช่วงเวลาที่หลายคนได้พักผ่อน บางคนไปเดินเล่นริมหาด บางคนก็ขอเวลางีบสักนิด เพราะตื่นเช้ามากคงเหนื่อยๆ เพลียๆ ส่วนค่ำมาก็มาก็ร่วมปาร์ตี้ย้อนวัยหวาน ลิ้มรสเมนูบุฟเฟต์อาหารทะเล มีกุ้ง ปลาหมึก ปูตัวใหญ่ๆ ให้เลือกรับประทาน ทั้งเล่นเกม ร้องคาราโอเกะ เต้นกันจนลืมอายุไปเลย บางคนงัดสเต็ปท่าเต้นยุคโบราณ ยุคดิสโก้เธคเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ยกบางแสนมาไว้ในเพลินวาน หัวหิน ผสานกับบรรยากาศต้อนรับตรุษจีน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มาชะอำแล้วจะไม่ไปหัวหินไม่ได้ เพราะอยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่ ซึ่งจุดหมายของเช้าวันถัดมาคือ เพลินวาน หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไปซื้อของฝากและเดินเล่นถ่ายรูปที่ตลาดย้อนยุค คิดว่าน่าจะถูกใจหลายคนที่ได้มาย้อนวันวานของตนเอง แอบได้ยินมาว่าที่นี่มีการปรับปรุงสถานที่เล็กน้อย ตอนที่ไปเพลินวานได้เนรมิตสถานที่ผสมผสานกับบรรยากาศบางแสน โดยยกเอาของดีเมืองชลมาไว้ที่นี่เพียบ ไม่ว่าจะข้าวหลามหนองมน ชุดสวยๆ พลิ้วๆ สำหรับสาวๆ ใส่ริมทะเล ชุดว่ายน้ำ แว่นตากันแดด ฯลฯ ส่วนบริเวณด้านหน้านี้ก็ยังมีม้าหมุนให้นั่งเล่นย้อนวัยเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สักการะหลวงพ่อทวด ที่วัดห้วยมงคล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปิดท้ายทริปด้วยการขอพรสักการะหลวงพ่อทวดก่อนจะกลับ กทม. ซึ่งเป็นองค์จำลองหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นที่เคารพสักการบูชา และเป็นที่พึ่งทางใจของเหล่าพุทธศาสนิกชน ด้วยเรื่องราวอิทธิปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อทวด (เหยียบน้ำทะเลจืด) ที่พุทธศาสนิกชนในภาคใต้ให้ความ เคารพ เลื่อมใสมาเป็นเวลานาน พอกราบไหว้เสร็จเราได้ถามผู้ร่วมทริปว่ามาเที่ยวครั้งนี้เป็นยังไงบ้าง หลายคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าสนุกมาก และมีความสุขมากที่ได้ย้อนวัยหนุ่มสาว และได้มาเที่ยวสถานที่ดังๆ ที่คนเขามากัน โดยรวมแล้วประทับใจมากๆ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม กิจกรรมครั้งนี้เป็นเพียงกิจกรรมเปิดตัวครั้งแรก ต่อไปก็จะมีกิจกรรมอื่นๆ ที่ทาง ททท.ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรทางการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวกองทัพบก ศูนย์อำนวยการท่องเที่ยวกองทัพเรือ กองทัพอากาศ และแหล่งท่องเที่ยวของพันธมิตรอื่นๆ กว่า 100 แห่ง เปิดพื้นที่ท่องเที่ยวในเขตทหารให้เที่ยวฟรีและมอบส่วนลดพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือน ก.ค.2562.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28565</URL_LINK>
                <HASHTAG>Swiss ship farm, กุ้งดีดขัน, ททท., บ่อบำบัดน้ำเสีย, ประจวบคีรีขันธ์, เพชรบุรี, แหลมผักเบี้ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190207/image_big_5c5c23a82f93e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมาแมวยัดกระสอบ มัดปากถุงกะให้ตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คนใจร้าย จับหมา-แมว 14 ตัวยัดกระสอบทิ้งไว้ในท้ายรถกระบะไร้เจ้าของ หนุ่มพลเมืองดีไปหาเพื่อนได้ยินเสียงช่วงเย็นไม่เอะใจ กระทั่งดึกจะกลับบ้านได้ยินเสียงอีก ตามหาจนเจอแจ้งตำรวจตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 30 พฤษภาคมนี้ พ.ต.ท.อุทิศ สุดใจ สารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีคนนำสุนัขและแมวใส่กระสอบจำนวน 14 ตัว วางไว้ท้ายรถกระบะที่จอดทิ้งไว้บริเวณข้างบ่อบำบัดน้ำเสียเยื้องทางเข้าหมู่บ้านกลางเมือง ซอยวัดด่านสำโรง ต.ด่านสำโรง อ.เมืองสมุทรปราการ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมอาสาร่วมด้วยช่วยกันจังหวัดสมุทรปราการ พบรถยนต์กระบะแบบตอนเดียว ยี่ห้อนิสสัน สีเทา ทะเบียน ณฉ 1867 กทม. ที่บริเวณกระบะท้ายพบกระสอบป่านกว่า 10 ใบ ถูกมัดปากอย่างแน่นหนา มีเสียงร้องของสุนัขและแมวดังออกมาเป็นระยะ นายปฏิภาณ ไทยยากรณ์ อายุ 22 ปี ผู้ที่พบเห็นได้ใช้มีดคัตเตอร์ตัดเชือกที่มัดปากกระสอบออก พบว่าภายในกระสอบมีสุนัขพันธุ์พูเดิลผสมและแมวพันธุ์ไทยในสภาพอ่อนแรง เนื่องจากถูกขังเป็นเวลานานขาดทั้งอาหารและน้ำ นายปฏิภาณจึงนำนมและอาหารที่ซื้อมาให้พวกมันกิน ตรวจนับพบว่าเป็นสุนัขจำนวน 12 ตัว แมว 2 ตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปฏิภาณบอกกับตำรวจว่า พักอาศัยอยู่ในย่านมหาวิทยาลัยหัวเฉียว เขตบางเสาธง สมุทรปราการ เมื่อช่วงเย็นวาน ตนได้ขับรถมาหาเพื่อนที่อยู่ภายในหมู่บ้านกลางเมือง และนำรถมาจอดต่อท้ายรถกระบะคันดังกล่าวตั้งแต่เวลาประมาณ 5 โมงเย็น ได้ยินเสียงแมวและสุนัขอยู่ก่อนแล้ว แต่คิดว่าเสียงดังกล่าวน่าจะดังออกมาจากหลังรั้วของบ่อบำบัดน้ำเสีย จึงไม่ได้สนใจและเดินข้ามไปหาเพื่อนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามจนกระทั่งดึก ตนกำลังจะเดินทางกลับบ้าน ขณะจะเปิดประตูรถก็ได้ยินเสียงร้องของสุนัขและแมวอีก จึงเดินวนหารอบๆ รถกระบะคันดังกล่าว พบเห็นกระสอบป่านที่ถูกมัดปากจำนวนหลายใบวางอยู่ท้ายรถ ซึ่งเสียงร้องของสุนัขและแมวดังออกมาจากกระสอบดังกล่าว จึงช่วยเหลือและแจ้งตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบถามชาวบ้านแถวนั้นบอกว่า รถกระบะคันดังกล่าวถูกนำไปจอดทิ้งไว้นานแล้ว คาดว่ามีคนจับสุนัขและแมวยัดกระสอบไปทิ้งไว้ท้ายรถโดยหวังให้ฆ่าให้ตาย ตำรวจจะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสคนใจร้ายมาดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10349</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ่อบำบัดน้ำเสีย, ปฏิภาณ ไทยยากรณ์, พ.ต.ท.อุทิศ สุดใจ, พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์., มหาวิทยาลัยหัวเฉียว, สุนัขและแมวยัดกระสอบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมา, แมว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0ea5e3a4d30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นคดีโกงที่บ่อบำบัดนํ้าเสีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ระทึก! ศาลฎีกานัด 30 พ.ค.นี้ อ่านคำพิพากษาคดีฉ้อโกงซื้อที่ดินและสัญญาโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย ค่าความเสียหาย 2.3 หมื่นล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าคดีทุจริตโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านว่า ในวันที่ &amp;nbsp;30 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ศาลแขวงดุสิต ถ.นครไชยศรี ได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาครั้งที่ 2 คดีฉ้อโกงซื้อที่ดินและสัญญาโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ ที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง 1.กิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี (NVPSKG) 2.บริษัท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง 3.นายพิษณุ ชวนะนันท์ กรรมการบริษัท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้างฯ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.บริษัท ประยูรวิศว์การช่างฯ 5.นายสังวรณ์ ลิปตพัลลภ กรรมการบริษัท ประยูรวิศว์การช่างฯ 6.บริษัท สี่แสงการโยธา (1979)ฯ 7.นายสิโรจน์ วงศ์สิโรจน์กุล กรรมการ บริษัท สี่แสงการโยธาฯ 8.บริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์ฯ 9.นายนิพนธ์ โกศัยพลกุล กรรมการบริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์ฯ 10.บริษัท เกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์ฯ 11.นายรอยอิศราพร ชุตาภา กรรมการบริษัท เกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์ฯ 12.บริษัท คลองด่านมารีน แอนด์ ฟิชเชอรี่ฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;13.นายชาลี ชุตาภา กรรมการบริษัท คลองด่านมารีนฯ 14.นายประพาส ตีระสงกรานต์ กรรมการบริษัท คลองด่านมารีนฯ 15.นายชยณัฐ โอสถานุเคราะห์ กรรมการบริษัท คลองด่านมารีนฯ 16.บริษัท ปาล์ม บีช ดีเวลลอปเมนท์ฯ 17.นางบุญศรี ปิ่นขยัน กรรมการบริษัท ปาล์ม บีชฯ 18.นายกว๊อกวา โอเยง สัญชาติฮ่องกง ในฐานะผู้แทนบริษัท ปาล์ม บีชฯ และ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;19.นายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย เป็นจำเลยที่ 1-19 ในความผิดฐานฉ้อโกงการจัดซื้อที่ดิน อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ เนื้อที่รวม 1,900 ไร่ มูลค่า 1.9 พันล้านบาท เพื่อก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน แต่ที่ดินที่จัดซื้อมานั้นเป็นของกลุ่มบริษัทพวกจำเลยที่จัดหามา ซึ่งเป็นลำคลอง ถนนสาธารณะและป่าชายเลน พร้อมฉ้อโกงสัญญาก่อสร้างฯ มูลค่ากว่า 2.3 หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ โดยในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ ศาลแขวงดุสิต ให้ยกฟ้องในส่วนของกิจการร่วมค้า NVPSKG จำเลยที่ 1 และสั่งประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณาเฉพาะจำเลยที่ 2-19 คงเหลือจำเลยที่เข้าสู่กระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาของศาลรวม 18 รายเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อวันที่ 12 พ.ย.2552 ศาลแขวงดุสิตได้อ่านคำพิพากษา โดยพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้ง 2 ฝ่ายที่นำสืบหักล้างกันแล้วเห็นว่า พวกจำเลยกระทำผิดจริง จึงพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 3, 5, 7, 9, 11 13-15, 17, 18 และนายวัฒนา จำเลยที่ 19 คนละ 3 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจำเลยที่ 2, 4, 6, 8, 10, 12 และ 16 ปรับรายละ 6,000 บาท ทั้งนี้ ระหว่างอุทธรณ์คดี จำเลยที่ 3, 5, 7, 9, 11 13-15, 17, 18 ได้ประกันตัวคนละ 1 ล้านบาท ส่วนนายวัฒนา จำเลยที่ 19 หลบหนีคดี ศาลจึงสั่งให้ออกหมายจับ ปรับนายประกัน พวกจำเลยยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 19 พ.ย.2556 ศาลแขวงดุสิตได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ช่วงเวลาที่บริษัท ปาล์ม บีชฯ จำเลยที่ 16 ซื้อที่ดินเพื่อใช้ในโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียฯ ยังไม่แน่ชัดว่าโครงการจะใช้ที่ดินบริเวณใดบ้าง โดย คพ.เพิ่งมีโครงการชัดเจนว่า จะใช้ที่ดิน ต.คลองด่าน ในเดือน ก.พ.2539 พยานหลักฐานโจทก์จึงยังไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า พวกจำเลยเข้ามาเกี่ยวข้องหรือดำเนินการใดๆ ให้คณะกรรมการคัดเลือกของ คพ. เลือกที่ดินของบริษัท คลองด่านมารีนฯ จำเลยที่ 12 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2-19 ฟังขึ้น พิพากษากลับให้ยกฟ้องจำเลย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมากรมควบคุมมลพิษ (คม.) ได้ยื่นฎีกาขอให้ศาลฎีกาพิพากษาลงโทษพวกจำเลยด้วย กระทั่งวันที่ 7 มี.ค.2561 ศาลแขวงดุสิตได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงวันนัด ศาลแขวงดุสิตได้มีคำสั่งเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีนี้ เนื่องจากจำเลยที่ 11-13, 15 และ 19 ไม่มาศาล โดยจำเลยบางคนยังไม่ได้รับหมายนัด เพราะเปลี่ยนแปลงที่อยู่ และจำเลยบางส่วนไม่มีเลขที่พักแน่ชัด เพราะถูกไฟไหม้ รวมทั้งจำเลยบางรายมีอาการป่วยเข้ารับการผ่าตัด ต้องใช้เวลาพักฟื้นร่างกาย ขอเลื่อนฟังคำพิพากษาฎีกาไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิจารณาแล้วจึงให้ส่งหมายนัดใหม่ หากไม่มีผู้รับให้ปิดหมายแทน และนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาคดีนี้อีกครั้งวันที่ 30 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับนายวัฒนา จำเลยที่ 19 นั้น หลบหนีคดีตั้งแต่ปี 2552 โดยศาลแขวงดุสิตสั่งออกหมายจับไว้แล้ว นอกจากนี้เมื่อวันที่ 18 ส.ค.2551 นายวัฒนายังถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุก 10 ปี ฐานใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งโดยมิชอบ จูงใจให้เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน จ. สมุทรปราการ ออกโฉนดที่ดินใน อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ เนื้อที่ 1,900 ไร่ ให้กับบริษัท ปาล์ม บีช ดีเวลลอปเมนท์ฯ แต่นายวัฒนาหลบหนีคดีไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลฎีกาฯ จึงสั่งออกหมายจับ เพื่อติดตามนำตัวนายวัฒนามารับโทษตามคำพิพากษา 10 ปี ซึ่งคดีดังกล่าวมีอายุความ 15 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10285</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี (NVPSKG), คพ., นิพนธ์ โกศัยพลกุล, บริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์ฯ, บริษัท คลองด่านมารีน แอนด์ ฟิชเชอรี่ฯ, บริษัท ประยูรวิศว์การช่างฯ, บริษัท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง, บริษัท เกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์ฯ, บ่อบำบัดน้ำเสีย, พิษณุ ชวนะนันท์, รอยอิศราพร ชุตาภา, สังวรณ์ ลิปตพัลลภ, สิโรจน์ วงศ์สิโรจน์กุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0d66ca7af2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
