<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2021 11:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อาหารถิ่น กินที่บ้าน” ททท.ภาคกลาง เติมความสุขคนอยู่บ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ททท. ภูมิภาคภาคกลางจัดหลากกิจกรรมเติมความสุขให้คนอยู่บ้าน ชวนทำ&amp;ldquo;อาหารถิ่น กินที่บ้าน&amp;rdquo; นำ &amp;ldquo;เชฟบุ๊ค&amp;rdquo; สอนทำเมนูง่ายๆ สำหรับคนอยู่บ้านทานเองได้ โดยใช้วัตถุดิบที่หาได้จากท้องถิ่น พร้อมชวนร่วมสนุก &amp;ldquo;&amp;ldquo;คิดถึงสุดสุดสมุทรสาคร&amp;rdquo; ส่งภาพประทับใจที่เคยถ่ายในจังหวัดสมุทรสาคร บอกเล่าเรื่องราวเข้ามาร่วมรับของรางวัล&amp;nbsp; ภายในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวจุฑาทิพย์&amp;nbsp; เจริญลาภ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ภูมิภาคภาคกลาง กล่าวว่า ในช่วงที่ยังมีการแพร่ระบาดของโควิด 19 อยู่นี้ สิ่งที่ทุกคนควรต้องปฎิบัตตามคือมาตรการความปลอดภัยตามแนวทางสาธารณสุขทั้งการใส่หน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง รวมทั้งการ &amp;ldquo;อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการช่วยเติมความสุขให้คนที่ต้องหยุดอยู่กับบ้านในช่วงนี้ รวมทั้งเป็นการสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการในภาคส่วนต่างๆ ททท.ภูมิภาคภาคกลาง จึงจัดกิจกรรม &amp;ldquo; อาหารถิ่น กินที่บ้าน&amp;rdquo; ขึ้น โดยร่วมกับ &amp;quot;เชฟบุ๊ค&amp;quot; - บุญสมิทธิ์ พุกกะณะสุต เชฟชื่อดังจากรายการโทรทัศน์ที่เน้นแนวคิด &amp;ldquo;การสอนทำอาหารง่ายๆ ที่คนทำไม่เป็นก็ทำตามได้เลย&amp;rdquo;มาช่วยคิดและปรุงอาหารให้ชม โดยนำวัตถุดิบท้องถิ่นต่างๆ จากพื้นที่ภาคกลางมาเป็นวัตถุดิบในการทำอาหาร&amp;nbsp; ซึ่งประชาชน สามารถรับชมย้อนหลังผ่านช่องทางออนไลน์ ของ ททท. ภูมิภาคภาคกลาง&amp;nbsp; อาทิ&amp;nbsp; เว็บไซต์&amp;nbsp; www . เที่ยวภาคกลาง.com, Facebook:&amp;nbsp; TAT_ Tiewpakklang&amp;nbsp; และ Facebook : Chefbook &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเมนูอาหารที่ &amp;quot;เชฟบุ๊ค&amp;quot; ปรุงให้ชมและทำตาม มีทั้งอาหาร คาว&amp;nbsp; เช่น แกงส้ม&amp;nbsp; แกงคั่ว แกงเผ็ด&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ ของหวานเช่น&amp;nbsp; พุดดิ้ง พานาค็อตตา ฯลณ&amp;nbsp; โดยแต่ละเมนูใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อ และมีอัตลักษณ์เฉพาะตัวในภาคกลาง&amp;nbsp; ซึ่งประชาชนที่สนใจสั่งซื้อทางออนไลน์ มาประกอบอาหารเองที่บ้านได้&amp;nbsp; อาทิ&amp;nbsp; ปลาช่อนแดดเดียว จังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp; ,แห้วหรือ สมหวัง วังยาง จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp; , สับปะรด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; ,น้ำตาลโตนด เมืองเพชรบุรี ,&amp;nbsp; มะพร้าวน้ำหอม&amp;nbsp; เมืองราชบุรี ,&amp;nbsp; ลิ้นจี่&amp;nbsp; เมืองสมุทรสงคราม&amp;nbsp; กระท้อน เมืองลพบุรี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลังจากนี้ เมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลายทาง &amp;quot;เชฟบุ๊ค&amp;quot; จะคัดเลือกแฟนคลับที่เข้าร่วมทำกิจกรรมออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังแหล่งผลิตวัตถุดิบอาหารชุมชนด้วยอีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการ &amp;ldquo;อาหารถิ่น กินที่บ้าน&amp;rdquo; กับเชฟบุ๊ค&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผ่านช่องทางออนไลน์ ที่เพิ่งจบไปเมื่อเร็วๆนี้ สร้างการรับรู้ให้แก่คนไทยเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; ถือเป็นเครื่องยืนยันว่า แม้จะยังออกเดินทางท่องเที่ยวไม่ได้ คนส่วนใหญ่ในประเทศก็พร้อมมีส่วนร่วมทำกิจกรรม และสามารถช่วยชุมชนต่าง ๆ ทั่วภาคกลาง ให้ขายวัตถุดิบท้องถิ่นสำหรับทำอาหารได้หลากหลาย&amp;quot;&amp;nbsp; ผู้อำนวยการททท. ภูมิภาคภาคกลางกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้อำนวยการททท. ภูมิภาคภาคกลาง กล่าวต่อว่า สำหรับภาคกลาง ถือว่ามีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย&amp;nbsp; ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัฒนธรรม&amp;nbsp; ประเพณีอันดีงาม อาหารรสชาติอร่อย และ เกจิอาจารย์ที่เป็นศูนย์รวมความศรัทธา&amp;nbsp; แต่ด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 หลังจากนี้ รูปแบบการท่องเที่ยวของผู้คนจะต้องเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp; โดยหลังจากนี้&amp;nbsp; ททท. จะมุ่งไปสนับสนุนการท่องเที่ยวในวิถีใหม่ หรือนิวนอร์มอล-New Normal&amp;nbsp;&amp;nbsp; มุ่งเน้นการท่องเที่ยวในรูปแบบครอบครัว หรือ กลุ่มเพื่อนสนิท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่มีขนาดเล็กลง&amp;nbsp; แทนการมุ่งเน้นเป็นกรุ๊ปทัวร์ หรือการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะจำนวนมาก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ททท.ยังให้ความสำคัญความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเป็นหลักสำคัญ โดยจะสนับสนุนให้ประชาชนไปเลือกท่องเที่ยวผ่านผู้ประกอบการ ที่มีตราสัญลักษณ์ ตามมาตรฐาน SHA&amp;nbsp; หรือ&amp;nbsp; โครงการ Amazing Thailand Safety &amp;amp; Health Administration (SHA)&amp;nbsp; ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. และกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีผู้ประกอบการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 10 ประเภทกิจการ ได้แก่ 1.ภัตตาคาร ร้านอาหาร 2.โรงแรม ที่พัก สถานที่จัดประชุม 3.นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว 4.ยานพาหนะ 5. บริษัทนำเที่ยว 6.สุขภาพและความงาม 7.ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า 8.กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว 9.โรงละคร โรงมหรสพ การจัดกิจกรรม และ 10.ร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ เข้าร่วม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้ามาใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ททท.ภูมิภาคภาคกลาง ยังมีกิจกรรม เชิญชวนทุกท่านร่วมสนุก กับโครงการ &amp;quot;คิดถึงสุดสุดสมุทรสาคร&amp;quot; ด้วยการส่งภาพประทับใจ ที่เคยถ่ายจากการเดินทางในจังหวัดสมุทรสาคร โดยจะไม่จำกัดเวลาอายุของภาพถ่าย&amp;nbsp; พร้อมบอกเล่าเรื่องราวประกอบภาพเข้ามาที่ เว็บไซต์ &amp;nbsp;www. คิดถึงสุดสุดสมุทรสาคร.com ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564&amp;nbsp; มีรางวัลต่างๆ เป็นการตอบแทน อาทิ หน้ากากผ้า&amp;nbsp; เสื้อยืดแสนสวย ที่พักพร้อมอาหารเช้า&amp;nbsp; ทัวร์ถ่ายภาพกับททท. เมื่อสามารถเดินทางได้ ผู้สนใจเข้าไปดูกติกาและของรางวัล พร้อมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เว็บไซต์ www.คิดถึงสุดสุดสมุทรสาคร .com &amp;nbsp;หรือ Facebook :คิดถึงสุดสุดสมุทรสาคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันได้ทำการเผยแพร่ภาพแหล่งท่องเที่ยวสวยงาม เพื่อช่วยกระตุ้นความทรงจำ ให้ระลึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จากพื้นที่ &amp;nbsp;9 สำนักงาน ททท.ภูมิภาคภาคกลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประกอบด้วย สำนักงานกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักงานประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักงานพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp; สำนักงานสมุทรสงคราม&amp;nbsp; สำนักงานกาญจนบุรี&amp;nbsp; สำนักงานสุพรรณบุรี สำนักงานลพบุรี และ สำนักงานราชบุรี&amp;nbsp; ผ่านช่องทางออนไลน์ ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp; &amp;quot;ห่างกันสักพัก ถ้าเธอรักเมืองไทย&amp;quot;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภาพที่ได้รับการเผยแพร่ ประกอบด้วยสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเช่น&amp;nbsp; วัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม,&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลาดโอ๊ะป่อย จังหวัดราชบุรี,&amp;nbsp;&amp;nbsp; วัดชินวราราม&amp;nbsp; จังหวัดปทุมธานี ,&amp;nbsp; วัดอรุณราชวรารามฯ กรุงเทพฯ , พุทธอุทยานมหารราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา , สวนบิ๊กเต๊ จังหวัดสระบุรี ,&amp;nbsp; โครงการพระราชดำริฯ แหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรี เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังช่วยทำการประชาสัมพันธ์ แจ้งข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป เช่น ข่าวการอบรมทำตลาดออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบการsme&amp;nbsp; ,การอัปเดตข้อมูลการเปิดปิดสถานที่แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ,การให้ข้อมูลซื้อขายผลิตภัณฑ์และผลไม้ของชุมชน เช่นทุเรียน&amp;nbsp; เงาะ มังคุด สัปปะรด ส้มโอ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ของดีจากวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ ชะอม จังหวัด สระบุรี &amp;nbsp;ฯลฯ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้เป็นกิจกรรมที่ททท.ภูมิภาคภาคกลาง ได้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยเติมความสุขในระหว่างที่ต้องอยู่ที่บ้านกันเป็นส่วนใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนใจข่าวสารข้อมูลการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคกลาง สามารถติดตามได้ที่ เว็บไซต์ www. เที่ยวภาคกลาง.com , เฟสบุ๊ค&amp;nbsp; TAT_ Tiewpakklang&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรณะ&amp;nbsp; รายงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106120</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.), จุฑาทิพย์  เจริญลาภ, ททท., ททท. ภูมิภาคภาคกลาง, บ้าน, อาหารถิ่น กินที่บ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210612/image_big_60c43c19ec95c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2020 19:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2020 19:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุติ ไกรฤกษ์’ รมว.พม. Kick Off ‘บ้านพอเพียงชนบท 2563’ที่ระยอง  ด้าน พอช.เดินหน้าสนับสนุนการซ่อมสร้าง 11,500 หลังทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านที่ได้รับมอบบ้านพอเพียงหลังแรก (ที่ 2 จากขวา) และนายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม. (ที่ 3 จากขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระยอง/ &amp;lsquo;จุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;rsquo; รมว.พม.ประเดิมมอบบ้านพอเพียงให้ผู้ด้อยโอกาสที่จังหวัดระยองตามโครงการ &amp;lsquo;มอบของขวัญปีใหม่จากใจรัฐบาลโดย พม.&amp;rsquo; โดยสนับสนุนการซ่อมสร้างบ้านเรือนครอบครัวที่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านชำรุดทรุดโทรมให้มีความมั่นคงแข็งแรง เหมาะสมแก่การอยู่อาศัย&amp;nbsp; ตามโครงการบ้านพอเพียงชนบทของ พอช.ที่ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp; มีเป้าหมาย 11,500 ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ใช้งบประมาณ 218.5 ล้านบาท&amp;nbsp; ตั้งเป้าซ่อมสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนมิถุนายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่รัฐบาลมอบหมายให้ทุกหน่วยงานดำเนินโครงการ &amp;lsquo;มอบของขวัญปีใหม่จากใจรัฐบาล&amp;rsquo; ให้แก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp; ซึ่งในส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้จัดเตรียมของขวัญด้านที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยตามโครงการ&amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo; จำนวน&amp;nbsp; 11,500 ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ซึ่งโครงการนี้เป็นการสนับสนุนให้ครอบครัวที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนทรุดโทรม&amp;nbsp; มีสภาพไม่ปลอดภัย&amp;nbsp; ไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หลังคารั่ว&amp;nbsp; เสาเรือนผุ&amp;nbsp; บันไดโยกคลอน&amp;nbsp; พื้นบ้าน&amp;nbsp; ฝาบ้าน&amp;nbsp; ห้องน้ำ&amp;nbsp; ห้องครัวชำรุด&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ได้ซ่อมแซมบ้านเรือนให้มีความมั่นคง&amp;nbsp; แข็งแรง&amp;nbsp; มีความปลอดภัยในการอยู่อาศัย&amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณครัวเรือนหนึ่งไม่เกิน 19,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันนี้ (2 กุมภาพันธ์) ที่บ้านหนองกรับ หมู่ที่ 3 ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ&amp;nbsp; เป็นประธานในงาน &amp;lsquo;Kick Off มหกรรมบ้านพอเพียง ซ่อมบ้าน สร้างโอกาส ส่งความสุข ปี 2563&amp;rsquo; &amp;nbsp;ให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนทรุดโทรม&amp;nbsp; โดยมีผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด พม.&amp;nbsp; นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ผู้บริหารสถาบันฯ&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp; นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง&amp;nbsp; และประชาชนเข้าร่วมงานประมาณ 500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งาน &amp;lsquo;Kick Off มหกรรมบ้านพอเพียง : ซ่อมบ้าน สร้างโอกาส ส่งความสุข ปี 2563&amp;rsquo; ที่ตำบลหนองบัว&amp;nbsp; อ.บ้านค่าย จ.ระยอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นการซ่อมสร้างบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; 10&amp;nbsp; หลังแรกในจังหวัดระยอง&amp;nbsp; (จากทั้งหมด 1,525 หลังใน 8 จังหวัดภาคตะวันออก) โดยรัฐมนตรี พม.ได้มอบบ้านพอเพียงหลังแรกที่เพิ่งสร้างเสร็จให้แก่ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ครอบครัวนายอัมรินทร์ อุ่นเรือน&amp;nbsp; ซึ่งมีฐานะยากจน&amp;nbsp; บ้านเดิมเป็นเพิงก่อสร้างด้วยเศษไม้&amp;nbsp; หลังคาสังกะสี&amp;nbsp; สภาพผุผังทรุดโทรม&amp;nbsp; โดยชาวชุมชนและช่างอาสาช่วยกันสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ขนาด 5X7 ตารางเมตร&amp;nbsp; ชั้นเดียว&amp;nbsp; ก่อสร้างด้วยอิฐบล็อค&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพบ้านของนายอัมรินทร์ก่อนสร้างใหม่และสภาพบ้านใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้รัฐมนตรี พม. ได้มอบงบประมาณโครงการบ้านพอเพียงชนบทภาคตะวันออก 8 จังหวัด ปี 2563&amp;nbsp; จำนวน 1,525 หลัง&amp;nbsp; งบประมาณรวม 27,360,000 บาท&amp;nbsp; มอบบ้านพอเพียงจังหวัดระยองที่สร้างเสร็จแล้วปี 2562 จำนวน 212 หลัง&amp;nbsp; มอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ช่างชุมชน&amp;nbsp; หน่วยงาน ร้านค้าที่ให้การสนับสนุนโครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; รวมทั้งมอบของขวัญปีใหม่สำหรับผู้สูงอายุจังหวัดระยอง &amp;ldquo;ส่งความสุข&amp;nbsp; ลดทุกข์ปรับโถ&amp;rdquo; (ซ่อมห้องสุขา) โดยภาคเอกชนจังหวัดระยอง และมอบงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดระยอง&amp;nbsp; จำนวน 4 ล้านบาทจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองให้แก่ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชน จ.ระยอง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.ทำงานอย่างเต็มที่ วันนี้มีความพร้อม งบประมาณที่ได้รับจากรัฐบาลเพียงแค่ 1 ใน 4 ของเป้าหมาย&amp;nbsp; ยังสามารถซ่อม-สร้างบ้าน ได้อีกเยอะ&amp;nbsp; โดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลขับเคลื่อนเรื่องบ้านพอเพียง จะขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; ต้องสนับสนุน พอช.ให้ดำเนินงานได้เต็มที่&amp;nbsp; และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการสร้างบ้านพอเพียงจนสำเร็จ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บ้านพอเพียงเป็นบ้านที่เกิดขึ้นตามมติของชุมชนในตำบล&amp;nbsp; โดยการผ่านเวทีประชาคมที่เห็นร่วมกันว่าครอบครัวใดสมควรจะได้รับ&amp;nbsp; ไม่ใช่ว่าหน่วยงานต้องเป็นผู้ชี้เป้าหรือชี้นำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเป็นฐานรากของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง&amp;nbsp; เพราะว่าฟังเสียงของชาวบ้านส่วนใหญ่&amp;nbsp; เป็นการสนองตอบการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในชุมชน&amp;nbsp; เพราะว่าชุมชนเป็นผู้พิจารณากันเอง&amp;nbsp; ปัจจุบันมีสภาองค์กรชุมชนตำบลจำนวน 7 พันกว่าตำบลทั่วประเทศไทย ซึ่งปี 2563 ได้ของบประมาณบ้านพอเพียง จำนวน 11,500 หลัง&amp;nbsp; โดยจะให้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นผู้ขับเคลื่อนเรื่องบ้านพอเพียงต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมว.พม.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; กล่าวถึง&amp;nbsp; โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ดำเนินการโดย พอช.ในปี 2563 ว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอช. มีแผนงานสนับสนุนให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยในเมืองและชนบททั่วประเทศมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน&amp;nbsp; จำนวน 21,115 ครัวเรือน&amp;nbsp; รวมงบประมาณ 1,708 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสมชาติ ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แยกเป็น 1. โครงการบ้านมั่นคง จำนวน 5,500 ครัวเรือน&amp;nbsp; 2. โครงการบ้านพอเพียงชนบท (ซ่อมสร้างบ้านที่ทรุดโทรม มีฐานะยากจน) จำนวน 11,500 ครัวเรือน&amp;nbsp; 3. โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมประชากร 3,115 ครัวเรือน&amp;nbsp; และ 4. ที่อยู่อาศัยชั่วคราว&amp;nbsp; กรณีไฟไหม้&amp;nbsp; ไล่รื้อ&amp;nbsp; 1,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ดำเนินการโดย พอช. มีเป้าหมายทั้งหมดประมาณ 1,050,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยมีวิสัยทัศน์ คือ &amp;ldquo;คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในปี 2579&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนกระบวนการดำเนินโครงการบ้านพอเพียงชนบทนั้น&amp;nbsp; จะให้องค์กรชุมชนที่มีการจัดตั้งอยู่ในพื้นที่แล้ว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการตำบล&amp;nbsp; เป็นแกนหลักในการดำเนินโครงการ&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่การจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อสำรวจข้อมูลครัวเรือนที่มีความเดือดร้อน&amp;nbsp; โดยมีทีมช่างชุมชนช่วยสำรวจ&amp;nbsp; คำนวณวัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ในการซ่อมแซมบ้านเรือน&amp;nbsp; นำข้อมูลจากการสำรวจครัวเรือนมาจัดเวทีประชาคมให้ชาวชุมชนช่วยกันรับรองสิทธิ&amp;nbsp; เพื่อให้ได้ครัวเรือนที่มีความเดือดร้อนจริง&amp;nbsp; จากนั้นชุมชนจะเสนอโครงการมายัง พอช. เพื่ออนุมัติโครงการและงบประมาณ&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมว.พม. ชี้แจงกระบวนการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวทีเสวนาบ้านพอเพียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการซ่อมสร้างบ้านเรือนนั้น&amp;nbsp; ชุมชนและครัวเรือนที่เดือดร้อนจะช่วยกันซ่อมสร้าง โดยนำงบประมาณที่ได้รับมาจัดซื้อวัสดุพร้อมกันในปริมาณมาก&amp;nbsp; ทำให้ได้ส่วนลด ใช้แรงงานจิตอาสา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หน่วยทหารในพื้นที่&amp;nbsp; และช่างชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ซ่อมสร้างได้เร็วและประหยัดงบประมาณ&amp;nbsp; ในกรณีที่สภาพบ้านทรุดโทรมและผุพังมาก&amp;nbsp; ไม่สามารถรื้อเพื่อซ่อมแซมได้&amp;nbsp; จำเป็นต้องสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ชุมชนและหน่วยงานในท้องถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; เทศบาล&amp;nbsp; รวมทั้งภาคเอกชนจะช่วยกันสนับสนุนงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์เพิ่มเติม&amp;nbsp; ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 5-7 วันจนได้บ้านหลังใหม่&amp;nbsp; ถือเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp; ทั้งภาครัฐ&amp;nbsp; เอกชน&amp;nbsp; และชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มอบงบประมาณซ่อมบ้านพอเพียงในระยองรวม 212&amp;nbsp; ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.พอช. กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; โครงการบ้านพอเพียงชนบทปี 2563&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 11,500 หลังทั่วประเทศ&amp;nbsp; ขณะนี้กำลังดำเนินการในทุกภูมิภาค&amp;nbsp; แยกเป็น&amp;nbsp; 1.ภาคเหนือ จำนวน 2,200 ครัวเรือน 2.ภาคอีสาน 2,700 ครัวเรือน 3.ภาคกลางและตะวันตก 2,200 ครัวเรือน &amp;nbsp; 4. กรุงเทพฯ ปริมณฑลและตะวันออก 2,200 ครัวเรือน และ 5.ภาคใต้ 2,200 ครัวเรือน งบประมาณไม่เกินครัวเรือนละ 19,000 บาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น 218,500,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการบ้านพอเพียงชนบท เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 ปัจจุบัน (มกราคม 2563) ดำเนินการซ่อมสร้างแล้วเสร็จ &amp;nbsp; รวม 39,194 ครัวเรือน ในพื้นที่ 2,391 ตำบล ใช้งบประมาณ 713 ล้านบาทเศษ ส่วนในปี 2563 &amp;nbsp;จำนวน 11,500&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ตามแผนงานจะดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนมิถุนายนนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มอบความช่วยเหลือให้แก่ผู้ด้อยโอกาส&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56084</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), จุติ ไกรฤกษ์, ที่อยู่อาศัย, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, บ้าน, บ้านพอเพียง, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200202/image_big_5e36c0b39d3c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42463</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2019 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2019 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช้าหมดอดได้บ้าน เคหะฯ อัดโปรแรง 3 เด้ง ลดราคาบ้านทำเลทองกว่า 1,227 หน่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;การเคหะแห่งชาติขนสต็อกบ้านกว่า 37 โครงการในพื้นที่ทำเลทองเขตเศรษฐกิจกว่า 1,227 หน่วยยูนิต ทั้งโครงการบ้านเอื้ออาทรและโครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชน ยกทัพขึ้นเหนือเปิดจองในงาน &amp;ldquo; มหกรรมแสดงสินค้า การค้า การลงทุน นานาชาติ (ไทย-จีน-AEC) &amp;rdquo; &amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 17- 25 ส.ค.62 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ์ฯ จ.เชียงใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสุดใจ สมัครัตน์ &amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่าทางฝ่ายการตลาดและการขายได้เร่งปิดการขายโครงการที่นำมาปรับปรุงและนำกลับมาขายใหม่ของการเคหะฯ เพื่อสร้างรายได้และเพิ่มผลประกอบการภายในปี 2562 โดยเฉพาะผู้ที่กำลังมองหาและต้องการบ้านในพื้นที่โซนภาคเหนือตอนบนและตอนล่างได้มีโอกาสเป็นเจ้าของบ้านอย่างทั่วถึง ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ได้เพิ่มโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าของการเคหะฯ มากกว่าทุกงานที่ผ่านมา ราคาเริ่มต้นที่ 300,000 กว่าบาท และวางเงินจองเพียง 1,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละไม่กี่พันบาทเท่านั้น พร้อมโปรแรงสุดพิเศษถึง 3 ต่อ เฉพาะงานนี้ โดยต่อที่ 1 การเคหะฯ มอบส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เลือกซื้ออาคารชุดในอัตราร้อยละ 10 หรือแบบบ้านพร้อมที่ดินรับส่วนลดเพิ่มในอัตราร้อยละ 5&amp;nbsp; ต่อที่ 2 บ้านทุกหลังที่จองภายในงาน รับฟรีค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ และต่อที่ 3 พร้อมติดตั้งเหล็กดัดและมุ้งลวดฟรีสำหรับผู้ที่ซื้ออาคารชุดมูลค่า&amp;nbsp; 12,000 บาท&amp;nbsp; หรือสำหรับบ้านแฝดและบ้านเดี่ยวมูลค่า 18,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แบบบ้านที่เปิดขายภายในงานมีให้เลือกหลากรูปแบบด้วยกันทั้งอาคารชุด 4 ชั้น หรือ 5 ชั้น บ้านเดี่ยว 2 ชั้น บ้านแฝด 2 ชั้น บ้านเดี่ยวชั้นเดียวและทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา สุโขทัย กำแพงเพชร ตาก พิจิตร แพร่ ลำปาง อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ ไปจนถึงจังหวัดสระบุรี เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วยผู้ว่าการเคหะฯ กล่าวเพิ่มเติมว่านับเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ต้องการซื้อบ้านในทำเลพื้นที่เขตเศรษฐกิจตามที่กล่าวมาข้างต้นไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งกับข้อเสนอสุดพิเศษที่การเคหะแห่งชาติมอบให้ภายในงานครั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ Call Center ของการเคหะแห่งชาติ โทร 1615&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42463</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการการเคหะแห่งชาติ, ทำเลทอง, บ้าน, สุดใจ สมัครัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190801/image_big_5d426ee59ab46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2019 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2019 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนคนโคราชจับมือ พอช.จัดงานมอบบ้านพอเพียง 430 ครอบครัว ตั้งเป้าปี 2563 สนับสนุนการซ่อมแซมบ้านเรือนผู้เดือดร้อนทั่วประเทศอีก 40,000 หลัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นครราชสีมา/&amp;nbsp; เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน จ.นครราชสีมา&amp;nbsp; จับมือ พอช. จัดงานมอบบ้านพอเพียงชนบท &amp;nbsp;ซ่อมแซมบ้านเรือนที่มีสภาพทรุดโทรม&amp;nbsp; ฐานะยากจน&amp;nbsp; ใน จ.นครราชสีมา&amp;nbsp; รวม 430 ครอบครัว&amp;nbsp; เผย 3 ปี พอช.สนับสนุนการซ่อมแซมบ้านพอเพียงทั่วประเทศแล้ว 352,000 หลัง&amp;nbsp; งบประมาณไม่เกินหลังละ 18,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; โดยใช้แรงงานจิตอาสาและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp; ตั้งเป้าปี 2563 สนับสนุนอีก 40,000 หลัง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;วันนี้ (31 กรกฎาคม) เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน จ.นครราชสีมา &amp;nbsp;ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; &amp;nbsp;และหน่วยงานภาคี&amp;nbsp; ร่วมกันจัดงาน &amp;lsquo;โครงการมอบบ้านพอเพียง&amp;nbsp; เพื่อคนพอเพียงจังหวัดนครราชสีมา&amp;rsquo; ที่โรงเรียนบ้านดอนชมพู (สังฆประชานุเคราะห์) ต.ดอนชมพู&amp;nbsp; อ.โนนสูง&amp;nbsp; จ.นครราชสีมา&amp;nbsp; เพื่อมอบบ้านพอเพียงให้แก่ประชาชนที่มีสภาพบ้านเรือนทรุดโทรมและมีฐานะยากจน&amp;nbsp; ดำเนินการซ่อมแซมบ้านในปี 2560-2562 &amp;nbsp;จำนวน 430 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในพื้นที่ 19 ตำบลใน จ.นครราชสีมา&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีนายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการบริหาร &amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เป็นประธานพิธีมอบบ้านพอเพียง&amp;nbsp; มีนายอนันต์ศักดิ์ วุฒิสิงห์ชัย &amp;nbsp;นายอำเภอโนนสูง และสมาชิกเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลต่างๆ&amp;nbsp; เข้าร่วมงานประมาณ 600&amp;nbsp; คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; (กลาง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายสมคิด&amp;nbsp; สิริวัฒนากุล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการบริหารขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp; กล่าวว่า เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนจังหวัดนครราชสีมาเป็นกลุ่มองค์กรที่รวมตัวกันจัดตั้งขึ้นมาตามพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชนตำบล พ.ศ.2551 เพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา &amp;nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิกเครือข่ายรวมกันจำนวน 289 ตำบล และกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการจดแจ้งสภาองค์กรชุมชนตำบลให้ครอบคลุมครบทุกพื้นที่ในเขตจังหวัดนครราชสีมา โดยได้รับการสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ปัจจุบันเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนจังหวัดนครราชสีมา ได้ดำเนินการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp; โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง &amp;nbsp;ภายใต้ยุทธศาสตร์ &amp;ldquo;โคราชหนึ่งเดียว&amp;rdquo; &amp;nbsp;คือ &amp;nbsp;การขับเคลื่อนงานพัฒนาในทุกมิติ &amp;nbsp;ทั้งด้านสังคม &amp;nbsp;เศรษฐกิจ &amp;nbsp;ทรัพยากร&amp;nbsp; สิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;ตลอดจนด้านสุขภาพ &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายเดียวกัน &amp;nbsp;ด้วยพลังของความเป็นหนึ่งเดียวในการร่วมมือเพื่อการแก้ไขปัญหาของพี่น้องชาวโคราช &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยในช่วงที่ผ่านมาได้จัดทำแผนพัฒนาเชิงพื้นที่จำนวน 88 &amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp; การเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน 30 &amp;nbsp;พื้นที่ &amp;nbsp;การพัฒนาผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคง 48 &amp;nbsp;ชุมชน &amp;nbsp;รวม &amp;nbsp;4,881 ครอบครัว &amp;nbsp;&amp;nbsp;กองทุนสวัสดิการชุมชน 135 &amp;nbsp;พื้นที่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;และการจัดการทรัพยากรเกษตรยั่งยืน 50 พื้นที่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วนโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยตามโครงการบ้านพอเพียง&amp;nbsp; เป็นการสนับสนุนการซ่อมแซมบ้านเรือนให้กับชาวบ้านที่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนทรุดโทรม &amp;nbsp;ดำเนินการในปี 2560-2562 &amp;nbsp;ซ่อมแซมบ้านไปแล้ว&amp;nbsp; 430 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ สนับสนุนงบประมาณไม่เกินครัวเรือนละ&amp;nbsp; 18,000 บาท&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการคัดเลือกครัวเรือนที่จะได้รับการซ่อมแซมบ้านนั้น&amp;nbsp; ดำเนินการโดยสภาองค์กรชุมชนตำบลในพื้นที่ร่วมกับผู้นำชุมชน&amp;nbsp; สำรวจข้อมูลครัวเรือนที่เดือดร้อน&amp;nbsp; และมีการจัดเวทีพิจารณารับรองสิทธิ์เพื่อให้ได้ครอบครัวที่มีความเดือดร้อนจริง&amp;nbsp; ซ่อมการซ่อมสร้างจะใช้แรงงานจิตอาสา&amp;nbsp; มีการสนับสนุนด้านวัสดุ&amp;nbsp; อุปกรณ์จากหน่วยงานในท้องถิ่น&amp;nbsp; และภาคเอกชนช่วยกันสมทบ&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสมคิดกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายไมตรี อินทุสุต ประธานกรรมการบริหาร&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.ทำงาน 4 เรื่องใหญ่&amp;nbsp; คือ 1.สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; ที่ขับเคลื่อนโดยผู้นำชุมชนในตำบลต่างๆ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในท้องถิ่น&amp;nbsp; และประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาร่วมกันพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง&amp;nbsp; 2.สวัสดิการชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยให้ชาวบ้านออมเงินกันวันละ 1 บาท เพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; ตั้งแต่เกิด&amp;nbsp; เจ็บป่วย&amp;nbsp; แก่&amp;nbsp; และตาย&amp;nbsp; รวมทั้งช่วยเรื่องภัยพิบัติ&amp;nbsp; อาชีพ&amp;nbsp; สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; และเยาวชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันมีกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศประมาณ 6,000 กองทุน&amp;nbsp; 3.เรื่องบ้าน&amp;nbsp; มี 5 ประเภท&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; บ้านมั่นคง&amp;nbsp; บ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; รวมทั้งบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; และ 4.เรื่องเศรษฐกิจและสิทธิชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งทั้ง 4 เรื่องนี้&amp;nbsp; พอช.ขับเคลื่อนโดยการสนับสนุนให้ชาวบ้านบริหารและจัดการตนเอง&amp;nbsp; เพื่อนำไปสู่ชุมชนเข้มแข็ง&amp;nbsp; ทำให้พี่น้องประชาชนมีความผาสุก&amp;nbsp; พูนสุข&amp;nbsp; และสุขเกษม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วนโครงการบ้านพอเพียงชนบทนี้&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอช.ร่วมกับเครือข่ายสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่วมกันสำรวจผู้มีความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยของชาวบ้านในชนบทที่มีสภาพบ้านเรือนทรุดโทรม&amp;nbsp; ไม่มั่นคงแข็งแรง &amp;nbsp;และมีฐานะยากจน&amp;nbsp; โดย พอช. สนับสนุนการซ่อมแซมบ้านครัวเรือนหนึ่งไม่เกิน 18,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; และภาคประชาชน&amp;nbsp; รวมทั้งภาคเอกชน&amp;nbsp; ร่วมสนับสนุนงบประมาณและแรงงาน ดำเนินการไปแล้ว 76 จังหวัด 5,362 ตำบล &amp;nbsp;รวม&amp;nbsp; 352,000 ครัวเรือน &amp;nbsp;และในปี 2563 นี้&amp;nbsp; หากได้รับงบประมาณเพิ่มเติมจะดำเนินการสร้าง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ซ่อมแซม ปรับปรุงที่อยู่อาศัยได้อีก 40,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายไมตรีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้โครงการบ้านพอเพียงชนบทเป็นส่วนหนึ่งของ&amp;nbsp; &amp;lsquo;แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี&amp;rsquo;&amp;nbsp; (พ.ศ.2560-2579) ดำเนินการโดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีเป้าหมายครัวเรือนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; ไม่มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 1,053,702 &amp;nbsp;ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; แยกเป็น&amp;nbsp; 1. ผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชุมชนแออัด&amp;nbsp; 701,702 ครัวเรือน&amp;nbsp; (ชุมชนริมคลอง 11,004 ครัวเรือน, บ้านมั่นคง 69,000 ครัวเรือน, คนไร้บ้าน&amp;nbsp; 698&amp;nbsp; ราย)&amp;nbsp; 2.ผู้มีรายได้น้อยในชนบท&amp;nbsp; 352,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; (บ้านพอเพียงชนบท 325,000 ครัวเรือน)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ในช่วงบ่าย &amp;nbsp;นายไมตรี อินทุสุต และคณะอนุกรรมการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ &amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้เยี่ยมเยียนให้กำลังครอบครัวที่ได้รับการซ่อมแซมบ้านพอเพียงในตำบลดอนชมพู&amp;nbsp; อ.โนนสูง&amp;nbsp; จำนวน 3 ครอบครัว&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;บ้านนางลัดดา ลาฝอย &amp;nbsp;&amp;nbsp;บ้านนางใจ คูณกลาง &amp;nbsp;&amp;nbsp;และบ้านนางสาวสาคร &amp;nbsp;คูณกลาง &amp;nbsp;จากเดิมที่มีสภาพบ้านเรือนทรุดโทรมได้รับการซ่อมแซมโดยแรงงานจิตอาสาในตำบล&amp;nbsp; ทำให้บ้านเรือนมีความมั่นคงแข็งแรงดีขึ้นกว่าสภาพเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42413</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนองค์กรชุมชนคนโคราช, ซ่อมแซมบ้านเรือน, นครราชสีมา, บ้าน, พอข, มอบบ้านพอเพียง, สมคิด  สิริวัฒนากุล, ไมตรี  อินทุสุต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190731/image_big_5d416735114aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2018 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2018 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศุภาลัย ลุยพัฒนาแบรนด์ ESSENCE ต่อเนื่อง กับโครงการศุภาลัย เอสเซ้นส์ สวนหลวง ชูความหลากหลายแบบบ้านและทำเลบางนา-ตราด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;บมจ.ศุภาลัย เร่งเครื่องลุยพัฒนาแบรนด์แนวราบ &amp;ldquo;ESSENCE&amp;rdquo; ต่อเนื่อง เตรียมเปิดโครงการใหม่ &amp;ldquo;ศุภาลัย เอสเซ้นส์ สวนหลวง&amp;rdquo; เจาะตลาดระดับราคา 7 - 10 ล้านบาท บนทำเลคุณภาพใกล้รถไฟฟ้า 3 สาย ตอบโจทย์ทุกการอยู่อาศัยของทุกคนในครอบครัว Pre-Sale 27-28 ตุลาคม 2561 นี้ ณ สำนักงานขาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อต้นปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้มีการพัฒนาแบบบ้านรูปแบบใหม่ 3 ชั้น ทั้งบ้านเดี่ยวและบ้านรุ่นใหม่&amp;nbsp; พร้อมเปิดตัวแบรนด์แนวราบใหม่ภายใต้ชื่อ ESSENCE ประเดิมโครงการแรก ศุภาลัย เอสเซ้นส์ ลาดพร้าว ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าตั้งแต่วันแรกที่เปิดขาย &amp;nbsp;&amp;nbsp;จนปัจจุบันสามารถกวาดยอดขายไปแล้วกว่า 65 % สำหรับไตรมาสสุดท้ายเตรียมเดินหน้าลุยแบรนด์ &amp;nbsp;ESSENCE &amp;nbsp;อย่างต่อเนื่องกับ โครงการศุภาลัย เอสเซ้นส์ สวนหลวง นำผลิตภัณฑ์บ้านเดี่ยวและ&amp;nbsp; บ้านรุ่นใหม่ เพื่อเจาะตลาดระดับราคา 7 - 10 ล้านบาท ด้วยจุดเด่นความต่างของแบบบ้านแต่ละแบบ &amp;nbsp;ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้พักอาศัยได้อย่างหลากหลาย บนทำเลศักยภาพย่านบางนา - ตราด &amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่มีการคมนาคมเข้าเมืองสะดวกสบาย ทำเลของการพักอาศัยที่มีคุณภาพ และสิ่งอำนวยความสะดวก&amp;nbsp; ครบครัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศุภาลัย เอสเซ้นส์ สวนหลวง สร้างสรรค์โครงการบนพื้นที่ประมาณ 15 ไร่ มูลค่าประมาณ 740 ล้านบาท &amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;The Scent of Your Essence&amp;rdquo; สะท้อนทุกด้านที่เป็นตัวคุณ สัมผัสกับที่อยู่อาศัยแนวใหม่ในทำเลศักยภาพย่านบางนา - ตราด ซึ่งเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจด้วยทำเลที่รายล้อมทั้งแหล่งธุรกิจและแหล่งช็อปปิ้งขนาดใหญ่ในอนาคต พร้อมการคมนาคมที่สะดวกสบายเชื่อมต่อหลายเส้นทาง อาทิ ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 28 ถนนวงแหวนรอบนอก และถนนบางนา - ตราด ใกล้ทางพิเศษบูรพาวิถีและทางด่วนด่านบางนา รองรับด้วยระบบรถไฟฟ้าถึง 3 สาย รถไฟฟ้า Airport Rail Link สถานีบ้านทับช้าง รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีอุดม และ LRT บางนา - สุวรรณภูมิ (ในอนาคต) แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ สวนหลวง ร.9 อิเกีย / เมกา บางนา พาราไดซ์ พาร์ค โรงเรียนนานาชาติ &amp;nbsp;ชาร์เตอร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา โรงพยาบาลไทยนครินทร์ และสนามบินสุวรรณภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การออกแบบยังคงเอกลักษณ์ความเป็นบ้านที่ให้คุณอิสระกับความเป็นตัวเอง เป็นจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จที่ผสานทั้งความหรูหรา คุ้มค่า และความทันสมัยด้วยระบบ Home Automation อย่างลงตัว กับสังคมคุณภาพและเป็นส่วนตัวกับบ้านเพียง 86 หลังในโครงการ &amp;nbsp;พบกับบ้าน 3 ชั้น ที่ผสานฟังก์ชั่น &amp;nbsp;การใช้งานภายในบ้านได้อย่างลงตัว &amp;nbsp;ในทุกพื้นที่และยังคงเอกลักษณ์การประหยัดพลังงาน ในราคาเริ่มต้นเพียง 7.3 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บ้านเดี่ยว พื้นที่ใช้สอยมากถึง 321 ตร.ม. 5 ห้องนอน 1 ห้องเก็บของ หรือปรับเปลี่ยนเป็นห้องแม่บ้าน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ พร้อมดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาทิ &amp;ldquo;Grand Vertical Living Room&amp;rdquo; ห้องนั่งเล่นเพดานสูงถึง 6 เมตร &amp;nbsp;และบ้านรุ่นใหม่ &amp;nbsp;พื้นที่ใช้สอย 243 ตร.ม. 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ มาพร้อมกับ &amp;ldquo;Sky Terrace&amp;rdquo; ระเบียงขนาดใหญ่ชั้น 2 สามารถปรับเปลี่ยนทั้งมุมพักผ่อนหรือมุมปาร์ตี้ตามสไตล์ที่เป็นคุณ เพียบพร้อมด้วย Facilities ต่างๆ อาทิ สวนส่วนกลางให้คุณร่มรื่นด้วยสวนสวยพร้อม Play zone สโมสร สระว่ายน้ำ (ระบบน้ำแร่) และฟิตเนส มั่นใจกับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;24 ชั่วโมง พร้อมกล้อง CCTV ภายในโครงการ และเข้า - ออก ด้วยระบบ Easy Pass (เฉพาะลูกบ้าน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สัมผัสมิติใหม่ของที่อยู่อาศัยในสังคมคุณภาพ ความคุ้มค่าที่พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแล้ววันนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พบกันในงาน Pre-Sale 27-28 ตุลาคมนี้ พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย ณ สำนักขายโครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนและจองบ้านภายในงานรับเพิ่ม Samsung Galaxy Note 9 หรือ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;Gift Voucher Central มูลค่า 30,000 บาท สอบถามข้อมูลโทร. 1720 หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.supalai.com&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20681</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำเลบางนา-ตราด, นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม, บมจ.ศุภาลัย, บ้าน, ศุภาลัย เอสเซ้นส์ สวนหลวง, เปิดโครงการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181025/image_big_5bd1362338525.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2018 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐยอมหั่นรายได้บ้านขายทอดตลาดหวังอุ้มคนจนมีที่อยู่อาศัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม. เห็นชอบยกเว้นเก็บค่าอากรแสตมป์สำหรับมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและห้องชุดเพื่อใช้อยู่อาศัย สำหรับโครงการประชารัฐสวัสดิการของกรมบังคับคดี หวังช่วยบรรเทาภาระผู้มีรายได้น้อย เพิ่มช่องทางมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและห้องชุดเพื่อใช้อยู่อาศัย สำหรับโครงการประชารัฐสวัสดิการของกรมบังคับคดี โดยสาระสำคัญ คือ การยกเว้นอากรแสตมป์ให้แก่ผู้ออกใบรับสำหรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ กรณีการซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและห้องชุดเพื่อใช้อยู่อาศัย สำหรับโครงการประชารัฐสวัสดิการของกรมบังคับคดี เฉพาะการโอนให้แก่ผู้ซื้อทอดตลาดที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2560 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมบังคับคดีได้จัดทำโครงการการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและห้องชุดเพื่อใช้อยู่อาศัย ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2560 โดยกำหนดให้ผู้ซื้อทอดตลาดต้องเป็นผู้มีรายได้น้อยที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงการคลัง และถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะมีสิทธิซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและห้องชุดที่นำออกมาขายทอดตลาด 1 รายต่อ 1 รายการ โดยที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและห้องชุดที่รอการขายมีราคาประเมิน ไม่เกิน 3-5 แสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ได้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ประสงค์จะเข้าร่วมประมูลในโครงการดังกล่าวต้องวางเงินประกัน 3 พันบาท โดยกระทรวงการคลัง ได้พิจารณายกเว้นค่าอากาแสตมป์ให้แก่ผู้ซื้อทอดตลาดที่อยู่อาศัยดังกล่าว เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า โครงการดังกล่าวเป็นการสนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีโอกาสมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพื่อให้โครงการเป็นไปตามเป้าหมายและลดภาระค่าอากรแสตมป์ให้แก่ผู้ซื้อทอดตลาด ซึ่งเป็นผู้มีรายได้น้อย กระทรวงการคลังจึงยกเว้นค่าอากรแสตมป์ให้แก่ผู้ออกใบรับสำหรับการโอนหรือก่อตั้งสิทธิใด ๆ เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ โดยการยกเว้นค่าอากรแสตมป์ดังกล่าว จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 12 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครม. ยังอนุมัติดำเนินโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง รองรับผู้อยู่อาศัยเดิม ระยะที่ 2,3 และ 4 จำนวน 6.21 พันหน่วย วงเงินลงทุนรวม 1.01 หมื่นล้านบาท ตามแผนแม่บทโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง (พ.ศ. 2559-2567)โดยโครงการดังกล่าว การเคหะแห่งชาติ (กคช.) เป็นผู้ใช้ที่ดินเพื่อจัดทำโครงการ รวมทั้งสิ้น 40.57 ไร่ ซึ่งโครงการการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง รองรับผู้อยู่อาศัยเดิม ระยะที่ 2,3 และ 4 จะพัฒนาเป็นอาคารสูง 26-35 ชั้น จำนวน 10 อาคาร รวมจำนวนหน่วยพักอาศัย 6.21 พันหน่วย โดยทุกระยะมีขนาดห้องพัก 33 ตารางเมตร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19643</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบังคับคดี, ครม., ช่วยเหลือคนจน, ที่อยู่อาศัย, บ้าน, บ้านขายทอดตลาด, ยกเว้นเก็บค่าอากรแสตมป์, โครงการประชารัฐสวัสดิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180911/image_big_5b97d12397665.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2018 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2018 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GOLDผุด&quot;โกลเด้นทาวน์บางแค&quot;โวสิ้นปีโกย16,000 ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ เล็งตลาดแนวราบปี 61 ขยายตัว เชื่อความต้องการผู้บริโภคโตต่อเนื่อง ล่าสุดผุดอาณาจักร&amp;rdquo;โกลเด้น เอ็มไพร์ บางแค&amp;rdquo;มูลค่ากว่า 6,100 ล้านบาท คาดสิ้นปีนี้รับรู้รายได้จากโครงการแนวราบที่ระดับ 16,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค. 61 - นายภวรัญชน์ อุดมศิริ กรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาโครงการทาวน์โฮมและบ้านแฝด บมจ.แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (GOLD) หรือ โกลเด้นแลนด์ เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2561 นี้โดยมองว่าตลาดทาวน์โฮมจะมีการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งนี้บริษัทจึงได้มีการนำนวัตกรรม และการพัฒนารูปแบบบ้านให้ทันสมัยให้มีความหลากหลาย ล่าสุดบริษัทได้พัฒนาอาณาจักรแห่งที่ 3 ภายใต้ชื่อโครงการ&amp;rdquo;โกลเด้น เอ็มไพร์ บางแค&amp;rdquo;ซึ่งภายในโครงการประกอบไปด้วย 4 โครงการ บนพื้นที่กว่า 170 ไร่ มูลค่าโครงการรวมกว่า 6,100 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในปีนี้จะเปิดตัว 3 โครงการ บนพื้นที่รวม 135 ไร่ จำนวน 846 ยูนิต มูลค่า 4,915 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ โกลเด้น นีโอ บนพื้นที่ 30 ไร่ จำนวน 166 ยูนิต มูลค่า 1,080 ล้านบาท เปิดจองในเดือน มิ.ย. นี้ ราคาขายเริ่ม 5-6 ล้านบาท โครงการ แกรนดิโอ บนพื้นที่ 71 ไร่ จำนวน 284 ยูนิต มูลค่า 2,670 ล้านบาท เปิดจองในเดือน ก.ค.นี้ ราคาขายเริ่ม 7-10 ล้านบาท และ โครงการ โกลเด้น ทาวน์ บนพื้นที่ 34 ไร่ จำนวน 396 ยูนิต มูลค่า 1,165 ล้านบาท เปิดจอง ก.ค. นี้ ราคาขายเริ่ม 2-3 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในช่วงเวลาที่ผ่านมา บริษัทได้มีการนำโมเดลการพัฒนาอาณาจักร รวม 3 แห่ง มูลค่ารวมโครงการกว่า 14,000 ล้านบาท โดยอาณาจักรแรก คือ โกลเด้นท์ เลค โคโม อ่อนนุช-พัฒนาการ พัฒนาเป็นโครงการบ้าน 5 โครงการ บนพื้นที่ 180 ไร่ จำนวน 1,038 ยูนิต มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท อาณาจักรที่สอง ภายใต้ชื่อ บริติช อเวนิว ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ ภายในประกอบไปด้วย 5 โครงการ บนพื้นที่กว่า 120 ไร่ จำนวน 950 ยูนิต มูลค่ารวม 4,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในปี 2561 นี้ บริษัทตั้งเป้ารับรู้รายได้จากโครงการแนวราบอยู่ที่ 16,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9719</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาด, ทาวน์โฮม, บ้าน, พร็อพเพอร์ตี้, อสังหา, แผ่นดินทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180522/image_big_5b03d53d2c4cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
