<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 11:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2020 06:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจงนับคนไร้บ้านพท.สาธารณะ77จังหวัดเกือบ3พันคน กทม.แชมป์สูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ก่อนถึงวันที่อยู่อาศัยโลก สสส.และภาคีเครือข่ายผลักดันแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม พัฒนาสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผลแจงนับคนไร้บ้านครั้งแรก! ครอบคลุมทั้งประเทศ 77 จังหวัด พบคนไร้บ้านในพื้นที่สาธารณะเกือบ 3 พันคน หากรวมผู้ไร้บ้านในศูนย์พักพิงเลขหลักหมื่น กทม.มากที่สุด ผู้สงอายุไร้บ้านน่าห่วง ส่วนใหญ่อยู่คนเดียว ไม่ได้รับความคุ้มครองสวัสดิการ ได้รับความเดือดร้อนเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มแรงงานนอกระบบ ชี้ฐานข้อมูลคนไร้บ้านช่วยต่อยอดเชิงนโยบายหนุนเสริมระบบการดูแลและป้องกันภาวะคนไร้บ้านอย่างยั่งยืน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และภาคีเครือข่ายร่วมกันจัดเวทีสาธารณะ &amp;ldquo;แถลงผลสำรวจแจงนับคนไร้บ้าน สู่การขยายผลเชิงปฏิบัติและนโยบาย&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 24 ม.ค.2563 ที่ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) อยู่ในอาณาบริเวณวังสะพานขาว เคยเป็นวังที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร (เสนาบดีกระทรวงกลาโหมพระองค์แรก) ต่อมาในปี 2493 กระทรวงมหาดไทยได้ขอซื้อที่ดินพร้อมอาคารจากทายาทเพื่อเป็นที่ตั้งของกรมประชาสงเคราะห์ ซึ่งเดิมอาศัยพื้นที่พระราชวังสราญรมย์อยู่ ปัจจุบันวังสะพานขาวแห่งนี้ได้รับการอนุรักษ์เป็นโบราณสถาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า สสส.ให้ความสำคัญกับคนไร้บ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบาง ความเหลื่อมล้ำทางสังคมและสุขภาพ ปัจจุบันไม่มีฐานข้อมูลหรือตัวเลขคนไร้บ้านในพื้นที่สาธารณะที่ชัดเจน สสส.ร่วมกับสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคีเครือข่ายพัฒนาเครื่องมือและวิธีวิทยาแบบ One Night Count (ONC) หรือ The Point-in-Time (PIT) เพื่อสำรวจแจงนับประชากรคนไร้บ้านทั้งประเทศใน 77 จังหวัด โดยนำร่องในพื้นที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และขอนแก่น เมื่อปี 2558 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทั้งนี้ การสำรวจแจงนับประชากรคนไร้บ้านครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการดำเนินการครอบคลุมทั้งประเทศ พบคนไร้บ้านทั้งหมด 2,719 คน เป็นเพศชายร้อยละ 86 และเพศหญิงร้อยละ 14 ช่วงอายุที่พบส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 57 อยู่ในช่วงวัยแรงงานตอนปลาย (อายุ 40-59 ปี) และมีสัดส่วนผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) อยู่ที่ร้อยละ 18 ซึ่งคนไร้บ้านสูงอายุมีสัดส่วนการอยู่คนเดียวมากที่สุดร้อยละ 60 กรุงเทพมหานครเป็นจังหวัดที่มีคนไร้บ้านมากที่สุด ร้อยละ 38 รองลงมาคือ นครราชสีมา ร้อยละ 5 เชียงใหม่ ร้อยละ 4 สงขลา ร้อยละ 4 ชลบุรี ร้อยละ 3 ขอนแก่น ร้อยละ 3 และจังหวัดอื่นๆ ซึ่งเป็นที่น่าสนใจว่าพบคนไร้บ้านในพื้นที่ของทุกจังหวัด ในแต่ละปีมีคนไร้บ้านที่เสียชีวิตในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง ขณะเดียวกันประชากรที่เข้าสู่ภาวะไร้บ้านในแต่ละปี หรือประชากรที่อยู่ในภาวะไร้บ้านสะสมจะมีจำนวนที่มากกว่าตัวเลขการแจงนับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภรณีกล่าวว่า ผลการแจงนับครั้งนี้มีความสำคัญอย่างมาก เป็นพื้นฐานต่อการขับเคลื่อนและทำงานกับประเด็นคนไร้บ้านของ สสส.ต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะในประเด็นการกระจายตัวของคนไร้บ้าน พบว่าส่วนใหญ่กระจุกตัวในพื้นที่เมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ นครราชสีมา และสงขลา เป็นต้น ในขณะที่จังหวัดอื่นๆ มีจำนวนไม่มาก ดังนั้น สสส.จึงมุ่งทำงาน 2 แนวทาง คือ จังหวัดที่มีจำนวนคนไร้บ้านมาก เน้นการขยายผลนวัตกรรมศูนย์พักคนไร้บ้าน ส่วนจังหวัดที่มีจำนวนคนไร้บ้านไม่มาก สสส.จะร่วมกับภาคีเครือข่ายพัฒนาชุดเครื่องมือและกระบวนการแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านโดยท้องถิ่น เพื่อให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของตนได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส., นพพรรณ พรหมศรี เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การสำรวจคนไร้บ้านใน 77 จังหวัด พบว่ามีจำนวน 5,000 คน แต่หากรวมคนไร้บ้านที่อยู่ในศูนย์พักพิงของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จำนวน 4,000 คน จะมีจำนวนคนไร้บ้านอยู่ในจำนวนหลักหมื่นคน จากตัวเลขดังกล่าวถือได้ว่าเป็นจำนวนค่อนข้างสูง คนกลุ่มนี้ไม่มีหลักประกันในชีวิตไม่ได้รับความคุ้มครองทั้งด้านสวัสดิการ ได้รับความเดือดร้อนเมื่อเปรียบเทียบกับคนจนกลุ่มอื่นๆ กลุ่มแรงงานนอกระบบ &amp;ldquo;เท่าที่สำรวจคนไร้บ้านอายุสูงสุด 70 ปี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภรณีตั้งข้อสังเกตว่าการที่ผู้สูงอายุออกมาเป็นคนไร้บ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ไม่มีลูก หรือมีลูก แต่ลูกไม่เลี้ยงดู บางรายอยู่กับลูก แต่มีความไม่สบายใจจึงออกมาอยู่ในศูนย์คนไร้บ้าน หรือผู้ต้องขังหญิงบางรายยอมรับผิดแทนลูกเพื่อจะได้เข้าไปอยู่ในเรือนจำ อย่างน้อยก็ไม่อดตาย มีข้าวกินทุกมื้อ ผู้สูงอายุที่ได้รับแรงกดดันจากครอบครัว มีปัญหาการกระทบกระทั่งกัน ลูกมองว่าผู้สูงอายุกลายเป็นภาระ เพราะลำพังการทำมาหากินก็ยากลำบากแล้ว ผู้สูงอายุจึงออกมาจากบ้านเพื่อความสบายใจ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กลุ่มคนไร้บ้านมีทั้งที่มีบัตรประจำตัวประชาชนและไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน บางรายบัตรประจำตัวประชาชนหาย เมื่อจะทำบัตรใหม่ก็ต้องหาคนรับรอง จังหวัดที่พบคนไร้บ้านมากที่สุดคือ กรุงเทพฯ โคราช เชียงใหม่ คนไร้บ้านจะใช้ชีวิตอยู่ในตลาด ตามสถานีรถไฟ และสถานีขนส่งต่างๆ จะใช้ชีวิตแบบต่างคนต่างอยู่ ที่น่าแปลกมากก็คือคนไร้บ้านในจังหวัดสงขลา คนไร้บ้านที่เป็นชาวมุสลิมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และยังมีเรื่องที่คาดไม่ถึงคือ ปัญหาคนไร้บ้านในจังหวัดเล็กๆ สิ่งเหล่านี้ต้องมีการถอดบทเรียนที่เชียงใหม่ ขอนแก่น การสร้างแกนนำมีพี่เลี้ยงช่วยเหลือในการสร้างศูนย์บริหารจัดการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ได้เป็นเรื่องง่าย จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านในจังหวัดใหญ่ๆ ก่อน การทำความเข้าใจกับ 86 หน่วยงานที่เข้ามาเป็นกลไกสำรวจ ให้มีความเข้าใจคนไร้บ้านมากยิ่งขึ้นด้วย โดยเฉพาะการออกแบบจัดการพื้นที่ของตัวเอง ติดอาวุธทางความรู้ หน่วยงาน อบต.บอกว่าเขาตกเป็นจำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภรณีกล่าวว่า ปัญหาของคนไร้บ้านสะท้อนให้เห็นภาวะเปราะบางทางเศรษฐกิจและสังคมที่ขยายตัว เป็นเรื่องความเหลื่อมล้ำในสังคม ทำให้คนไร้บ้านเข้าไม่ถึงสวัสดิการการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ จากการแจงนับยังพบว่ามีคนไร้บ้านที่มีความพิการอย่างเห็นได้ชัด ร้อยละ 4 และมีปัญหาสุขภาพจิตที่เห็นได้ชัด ร้อยละ 7.6 ตัวเลขที่น่าสนใจก็คือภาคอีสานมีสัดส่วนของคนพิการมากกว่าสัดส่วนของทั้งประเทศเกือบ 1 เท่าตัว (ร้อยละ 8) ทั้งนี้จะมีการสำรวจทั่วทั้งประเทศอีก 3-4 ปีข้างหน้า เพื่อนำมาเปรียบเทียบให้เห็นความเปลี่ยนแปลง เพื่อนักวิชาการจะได้นำข้อมูลมาวิเคราะห์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขณะนี้มีคนไร้บ้านในพื้นที่สำนักงานเขตบางกอกน้อย เป็นบ้านที่จุคน 70 คน ซึ่งล้นเกินจริง คนไร้บ้านเป็นเจ้าของและบริหารจัดการกันเอง สร้างกฎกติกาพื้นที่ของการอยู่ร่วมกัน ขณะนี้ศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านแห่งที่ 3 บางพูน ปทุมธานี สนับสนุนโดย สสส.และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ใกล้แล้วเสร็จ เปิดใช้ในช่วงสงกรานต์เดือน เม.ย.นี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นพพรรณ พรหมศรี เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย กล่าวว่า การสำรวจแจงนับครั้งนี้ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงานถึง 86 องค์กร ทั้งสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคมในระดับพื้นที่ อันเป็นพื้นฐานในการสร้างความเข้าใจและความตระหนักต่อประเด็นคนไร้บ้านที่มีความสัมพันธ์กับความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ รวมทั้งสถานการณ์ปัญหาคนจน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทั้งนี้ คนไร้บ้านอาจมิใช่ปัญหาในตนเอง หากแต่ประเด็นที่สะท้อนให้เห็นหรือเป็นผลลัพธ์ของปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจด้านอื่นๆ โดยเฉพาะประเด็นความเหลื่อมล้ำทางสังคม รวมถึงประสิทธิภาพของนโยบายด้านสวัสดิการ ทั้งนี้ จะเป็นประโยชน์มากขึ้นหากมีการสำรวจแจงนับประชากรคนไร้บ้านในทุกรอบ 1-5 ปี เพื่อชี้ให้เห็นความเปลี่ยนแปลงทางประชากรคนไร้บ้าน กล่าวคือ หากจำนวนตัวเลขคนไร้บ้านมีจำนวนสูงขึ้น ก็จะเป็นตัวสะท้อนให้เห็นว่าการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำหรือปัญหาคนจนยังไร้ประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง วิทยากรเวทีสาธารณะ สุทธิ จันทรวงษ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ, สมชาติ ภาระสุวรรณ ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.), ประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น, สุชิน เอี่ยมอินทร์ นายกสมาคมคนไร้บ้าน, นพพรรณ พรหมศรี เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย ดำเนินรายการโดย ธีรเดช งามเหลือ สถานีโทรทัศน์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56783</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), ที่อยู่อาศัย, บ้าน., สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200210/image_big_5e40debf8a4be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2020 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2020 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.พม.มอบของขวัญปีใหม่ ‘บ้านพอเพียง’ ที่ จ.อุบลฯ-ระยอง   ขณะที่ พอช.ตั้งเป้าพัฒนาที่อยู่อาศัยปีนี้  21,115 หลังทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ รมว.พม. (ที่ 2 จากซ้าย) มอบบ้านพอเพียงชนบทหลังแรกที่ จ.อุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุบลราชธานี / &amp;lsquo;จุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;rsquo; รมว.พม.ประเดิมมอบบ้านพอเพียงให้ผู้ด้อยโอกาสที่จังหวัดอุบลราชธานีและระยองในวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์นี้&amp;nbsp; ตามโครงการ &amp;lsquo;มอบของขวัญปีใหม่จากใจรัฐบาลโดย พม.&amp;rsquo; จำนวน 11,500 ครัวเรือน โดยสนับสนุนการซ่อมสร้างบ้านเรือนครอบครัวที่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านชำรุดทรุดโทรมให้มีความมั่นคงแข็งแรง&amp;nbsp; เหมาะสมแก่การอยู่อาศัย&amp;nbsp; ตามโครงการบ้านพอเพียงชนบทของ พอช.ที่ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน &amp;nbsp;ส่วนเป้าหมายการพัฒนาที่อยู่อาศัยทุกโครงการในปีนี้ 21,115 ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ใช้งบประมาณ 1,708 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่รัฐบาลมอบหมายให้ทุกหน่วยงานดำเนินโครงการ &amp;lsquo;มอบของขวัญปีใหม่จากใจรัฐบาล&amp;rsquo; ให้แก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp; เนื่องในโอกาสปีใหม่ พ.ศ.2563&amp;nbsp; ซึ่งในส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้จัดเตรียมของขวัญด้านที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo; จำนวน&amp;nbsp; 11,500 ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ซึ่งโครงการนี้เป็นการสนับสนุนให้ครอบครัวที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนทรุดโทรม&amp;nbsp; มีสภาพไม่ปลอดภัย&amp;nbsp; ไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หลังคารั่ว&amp;nbsp; เสาเรือนผุ&amp;nbsp; บันไดโยกคลอน&amp;nbsp; พื้นบ้าน&amp;nbsp; ฝาบ้าน&amp;nbsp; ห้องน้ำ&amp;nbsp; ห้องครัวชำรุด&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ได้ซ่อมแซมบ้านเรือนให้มีความมั่นคง&amp;nbsp; แข็งแรง&amp;nbsp; มีความปลอดภัยในการอยู่อาศัย&amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณครัวเรือนหนึ่งไม่เกิน 19,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันนี้ (1 กุมภาพันธ์) นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และผู้บริหารกระทรวง พม. ได้เดินทางมาที่บ้านโนนสร้างคำ&amp;nbsp; ตำบลไร่ใต้&amp;nbsp; อ.พิบูลมังสาหาร&amp;nbsp; จ.อุบลราชธานี&amp;nbsp; เพื่อมอบของขวัญปีใหม่&amp;nbsp; 2563 &amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo;&amp;nbsp; หลังแรกในจังหวัดอุบลราชธานี (จากทั้งหมด 213 หลัง) ให้แก่ครอบครัวผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; โดยมีนายเธียรชัย&amp;nbsp; พุทธรังษี&amp;nbsp; รองผู้ว่า จ.อุบลราชธานี&amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; และชาวบ้านตำบลไร่ใต้ประมาณ 300&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ครอบครัวนางหนูจันทร์ เกาะแก้ว&amp;nbsp; อายุ 54 ปี&amp;nbsp; ชาวบ้านตำบลไร่ใต้&amp;nbsp; มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านเดิมเป็นบ้านไม้ทรุดโทรมผุพัง โดยชาวชุมชนและทหารจากมณฑลทหารบกที่ 22 &amp;nbsp;จ.อุบลราชธานีช่วยกันสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ขนาด 4X6 ตารางเมตร&amp;nbsp; โครงสร้างเป็นปูนและไม้&amp;nbsp; ก่อด้วยอิฐบล็อค&amp;nbsp; เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 25-30 &amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp; ใช้เวลาก่อสร้าง 6 วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช้งบประมาณจาก พอช. 19,000 บาท&amp;nbsp; และงบสมทบจากขบวนองค์กรชุมชนและจังหวัดอุบลฯ ประมาณ 10,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สภาพบ้านเดิมก่อนสร้างและหลังก่อสร้างเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นางหนูจันทร์และสามีมีอาชีพปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ 3 ไร่&amp;nbsp; แต่ได้รับความเสียหายเนื่องจากน้ำท่วมพื้นที่เพาะปลูก&amp;nbsp; ทำให้ไม่มีรายได้&amp;nbsp; ต้องรับจ้างทำงานทั่วไป&amp;nbsp; แต่มีงานไม่มากนัก&amp;nbsp; เนื่องจากทั้งคู่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ&amp;nbsp; โดยนางหนูจันทร์ป่วยเป็นโรค ไตและความดันโลหิตสูง&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสามีร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม.กล่าวว่า&amp;nbsp; โครงการบ้านพอเพียงชนบทที่จังหวัดอุบลราชธานีขับเคลื่อนโดยสภาองค์กรชุมชนตำบล ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี&amp;nbsp; เพราะผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือมาจากการคัดเลือกของชุมชน &amp;nbsp;โดยราชการไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ใช้การประชาคมของชุมชนในการคัดเลือกครอบครัวที่มีความเดือดร้อนให้ได้รับการซ่อมสร้างบ้าน&amp;nbsp; จึงถือเป็นรากฝอยของประชาธิปไตย&amp;nbsp; โดยในขณะนี้มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศแล้วกว่า 7,700 แห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp; ซึ่งสภาองค์กรชุมชนฯ จะต้องนำเรื่องบ้านพอเพียงไปขับเคลื่อนต่อไป&amp;nbsp; และต้องแสดงให้เห็นถึงพลังของสภาองค์กรชุมชนเพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ได้รับรู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการบ้านพอเพียงชนบทความจริง พอช.ควรจะทำได้ถึง 400,000 หลังทั่วประเทศ&amp;nbsp; แต่ได้รับงบประมาณน้อยไม่ถึง หลังละ 20,000 บาท&amp;nbsp; จึงต้องใช้การบูรณาการของทุกภาคส่วน&amp;nbsp; เพราะวัสดุและค่าแรงสูงขึ้น&amp;nbsp; ผมจึงได้เรียนกับท่านนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; เพื่อขอให้ทหารช่างมาช่วยเหลือสร้างซ่อมบ้านให้แก่ชาวบ้าน&amp;nbsp; ซึ่งท่านก็ยินดี&amp;nbsp; สั่งการให้ทหารช่างมาช่วย&amp;nbsp; ทำให้ลดงบประมาณด้านค่าแรงลงได้&amp;nbsp; และวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้น&amp;nbsp; ซึ่งจะต้องทำในจุดอื่นๆ ต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมว.พม.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในวันดังกล่าว&amp;nbsp; รัฐมนตรี พม.ได้มอบป้ายโครงการบ้านพอเพียงชนบท ปี 2563 ที่จะดำเนินการในจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp; จำนวน &amp;nbsp;213 &amp;nbsp;หลังคาเรือน &amp;nbsp;งบประมาณรวม 4,047,000 บาท ให้แก่ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี มอบงบประมาณซ่อมแซมบ้านผู้สูงอายุ จำนวน 5 หลัง งบประมาณรวม 128,000 บาท&amp;nbsp; มอบงบประมาณซ่อมแซมบ้านผู้พิการ จำนวน 2 หลัง &amp;nbsp;งบประมาณรวม &amp;nbsp;40,000 บาท &amp;nbsp;มอบงบประมาณปรับสภาพแวดล้อมบ้านผู้สูงอายุ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่งความสุข ลดทุกข์ปรับโถ&amp;rdquo; (ปรับปรุงห้องสุขา) 1 หลัง งบประมาณ&amp;nbsp; 5,000 บาท&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมอบเงินสงเคราะห์ครอบครัว จำนวน 8 ครอบครัว งบประมาณรวม 24,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.พม. (ที่ 4 จากขวา) มอบงบประมาณสนับสนุนโครงการบ้านพอเพียง จ.อุบลราชธานี รวม 213 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์&amp;nbsp; รัฐมนตรี พม.จะเดินทางไปที่ตำบลหนองบัว&amp;nbsp; อำเภอบ้านค่าย&amp;nbsp; จังหวัดระยอง&amp;nbsp; เพื่อเป็นประธานใน งาน &amp;lsquo;Kick Off มหกรรมบ้านพอเพียง : ซ่อมบ้าน สร้างโอกาส ส่งความสุข ปี 2563&amp;rsquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการซ่อมสร้างบ้าน &amp;nbsp;10 &amp;nbsp;หลังแรก&amp;nbsp; (จากทั้งหมด 1,525 หลังใน 8 จังหวัดภาคตะวันออก) และมอบบ้านพอเพียงหลังแรกที่สร้างบ้านใหม่ให้แก่ผู้สูงอายุครอบครัวนายอัมรินทร์ อุ่นเรือน &amp;nbsp;ซึ่งมีฐานะยากจน&amp;nbsp; บ้านเดิมเป็นเพิงก่อสร้างด้วยเศษไม้&amp;nbsp; หลังคาสังกะสี&amp;nbsp; สภาพผุผังทรุดโทรม &amp;nbsp;ถูกปลวกทำลาย &amp;nbsp;โดยชาวชุมชน&amp;nbsp; และช่างอาสาช่วยกันสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ขนาด 5X7 ตารางเมตร&amp;nbsp; ชั้นเดียว&amp;nbsp; ก่อสร้างด้วยอิฐบล็อค&amp;nbsp; ใช้งบประมาณจาก พอช.&amp;nbsp; ตามโครงการบ้านพอเพียงชนบท 18,000 บาท &amp;nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระยอง (พมจ.ระยอง) 40,000 บาท&amp;nbsp; งบจากศูนย์คนไร้ที่พึ่ง 3,000 บาท&amp;nbsp; และโถส้วมจากบริษัทสุภัทราแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัมรินทร์มีอายุ 62 ปี&amp;nbsp; อาศัยอยู่กับภรรยา&amp;nbsp; มีอาชีพรับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; รับจ้างเก็บน้ำยาง&amp;nbsp; มีรายได้วันละประมาณ 150 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปลูกสร้างบ้านในที่ดินของน้องสาวมานานกว่า 20 ปี &amp;nbsp;ในช่วงปลายปี 2562 นายอัมรินทร์และภรรยาประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ล้มทำให้ได้รับบาดเจ็บที่ไหปลาร้า ทำให้ทำงานหนักไม่ได้ ประกอบกับมีผู้จ้างงานน้อย จึงไม่มีรายได้ &amp;nbsp;เมื่อมีโครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; คณะกรรมการในตำบล&amp;nbsp; ซึ่งประกอบด้วยผู้ใหญ่บ้านและ อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) ได้มาสำรวจครอบครัวผู้เดือดร้อน&amp;nbsp; และเสนอให้มีการซ่อมสร้างบ้านให้แก่นายอัมรินทร์&amp;nbsp; แต่เนื่องจากสภาพบ้านเดิมผุผังทรุดโทรม&amp;nbsp; ไม่สามารถรื้อซ่อมแซมได้&amp;nbsp; จะต้องสร้างบ้านใหม่โดยการช่วยเหลือและสนับสนุนจากหลายฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมรู้สึกดีใจที่ได้บ้านหลังใหม่&amp;nbsp; ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่มาช่วยกันหางบมาให้&amp;nbsp; ขอบคุณคนที่มาช่วยสร้างบ้านด้วย เพราะลำพังผมกับเมียก็ไม่มีปัญญาที่จะหาเงินมาสร้างใหม่&amp;nbsp; เพราะมีรายได้พอกินไปวันๆ เท่านั้น&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายอัมรินทร์บอกความรู้สึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพบ้านนายอัมรินทร์ก่อนสร้างและหลังสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้รัฐมนตรี พม.จะมอบงบประมาณบ้านพอเพียง ภาคตะวันออก 8 จังหวัด ปี 2563 &amp;nbsp;จำนวน 1,525 หลัง&amp;nbsp; งบประมาณรวม 27,360,000 บาท&amp;nbsp; มอบบ้านพอเพียงจังหวัดระยองที่สร้างเสร็จแล้วปี 2562 จำนวน 212 หลัง &amp;nbsp;มอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ช่างชุมชน&amp;nbsp; หน่วยงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร้านค้าที่ให้การสนับสนุนโครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; รวมทั้งมอบของขวัญปีใหม่สำหรับผู้สูงอายุจังหวัดระยอง &amp;ldquo;ส่งความสุข&amp;nbsp; ลดทุกข์ปรับโถ&amp;rdquo; (ซ่อมห้องสุขา) โดยภาคเอกชนจังหวัดระยอง &amp;nbsp;และมอบงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดระยอง &amp;nbsp;จำนวน 4 ล้านบาทจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองให้แก่ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชน จ.ระยอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ดำเนินการโดย พอช.ว่า&amp;nbsp; ในปี 2563 &amp;nbsp;พอช. มีแผนงานสนับสนุนให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยในเมืองและชนบททั่วประเทศมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน &amp;nbsp;รวม 21,115 ครัวเรือน &amp;nbsp;รวมงบประมาณ 1,708 ล้านบาทเศษ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แยกเป็น 1.โครงการบ้านมั่นคง จำนวน 5,500 ครัวเรือน &amp;nbsp;2.โครงการบ้านพอเพียงชนบท (ซ่อมสร้างบ้านที่ทรุดโทรม มีฐานะยากจน) จำนวน 11,500 ครัวเรือน &amp;nbsp;3.โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมประชากร 3,115 ครัวเรือน&amp;nbsp; และ 4.ที่อยู่อาศัยชั่วคราว&amp;nbsp; กรณีไฟไหม้&amp;nbsp; ไล่รื้อ&amp;nbsp; 1,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ดำเนินการโดย พอช. มีเป้าหมายทั้งหมดประมาณ 1,050,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยมีวิสัยทัศน์ คือ &amp;ldquo;คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในปี 2579&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนกระบวนการดำเนินโครงการบ้านพอเพียงนั้น&amp;nbsp; จะให้องค์กรชุมชนที่มีการจัดตั้งอยู่ในพื้นที่แล้ว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการตำบล&amp;nbsp; เป็นแกนหลักในการดำเนินโครงการ&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่การจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อสำรวจข้อมูลครัวเรือนที่มีความเดือดร้อน&amp;nbsp; โดยมีทีมช่างชุมชนช่วยสำรวจ&amp;nbsp; คำนวณวัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ในการซ่อมแซมบ้านเรือน&amp;nbsp; นำข้อมูลจากการสำรวจครัวเรือนมาจัดเวทีประชาคมให้ชาวชุมชนช่วยกันรับรองสิทธิ&amp;nbsp; เพื่อให้ได้ครัวเรือนที่มีความเดือดร้อนจริง&amp;nbsp; จากนั้นชุมชนจะเสนอโครงการมายัง พอช. เพื่ออนุมัติโครงการและงบประมาณ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช. พอช.ชี้แจงกระบวนการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช. (ที่ 2 จากขวา) และ รมว. พม.( ที่ 3 จากขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการซ่อมสร้างบ้านเรือนนั้น&amp;nbsp; ชุมชนและครัวเรือนที่เดือดร้อนจะช่วยกันซ่อมสร้าง โดยนำงบประมาณที่ได้รับมาจัดซื้อวัสดุพร้อมกันในปริมาณมาก&amp;nbsp; ทำให้ได้ส่วนลด ใช้แรงงานจิตอาสา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หน่วยทหารในพื้นที่&amp;nbsp; และช่างชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ซ่อมสร้างได้เร็วและประหยัดงบประมาณ&amp;nbsp; ในกรณีที่สภาพบ้านทรุดโทรมและผุพังมาก&amp;nbsp; ไม่สามารถรื้อเพื่อซ่อมแซมได้&amp;nbsp; จำเป็นต้องสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ชุมชนและหน่วยงานในท้องถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; เทศบาล&amp;nbsp; รวมทั้งภาคเอกชนจะช่วยกันสนับสนุนงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์เพิ่มเติม&amp;nbsp; ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 5-7 วันจนได้บ้านหลังใหม่&amp;nbsp; ถือเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp; ทั้งภาครัฐ&amp;nbsp; เอกชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;นายสมชาติกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; โครงการบ้านพอเพียงชนบทจำนวน&amp;nbsp; 11,500 หลังทั่วประเทศ&amp;nbsp; ขณะนี้กำลังดำเนินการในทุกภูมิภาค&amp;nbsp; แยกเป็น&amp;nbsp; 1.ภาคเหนือ จำนวน 2,200 ครัวเรือน 2.ภาคอีสาน 2,700 ครัวเรือน 3.ภาคกลางและตะวันตก 2,200 ครัวเรือน &amp;nbsp; 4. กรุงเทพฯ ปริมณฑลและตะวันออก 2,200 ครัวเรือน และ 5.ภาคใต้ 2,200 ครัวเรือน งบประมาณไม่เกินครัวเรือนละ 19,000 บาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น 218,500,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;ทั้งนี้โครงการบ้านพอเพียงชนบท เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 ตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) มีเป้าหมายทั้งหมด&amp;nbsp; 352,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน (มกราคม 2563) ดำเนินการซ่อมสร้างแล้วเสร็จ &amp;nbsp;รวม 39,194 ครัวเรือน ในพื้นที่ 2,391 ตำบล ใช้งบประมาณ 713 ล้านบาทเศษ ส่วนในปี 2563 &amp;nbsp;มีเป้าหมาย 11,500&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ใช้งบประมาณ&amp;nbsp; 218.5 ล้านบาท&amp;nbsp; ตามแผนงานจะดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนมิถุนายนนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนในปีงบประมาณ 2564&amp;nbsp; ตั้งเป้าหมายจำนวน 49,326 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการบ้านพอเพียงชนบท &amp;nbsp;แม้ พอช.จะใช้งบประมาณสนับสนุนไม่มากนัก&amp;nbsp; แต่ประเด็นสำคัญก็คือการใช้บ้านเป็นเครื่องมือในการพัฒนา&amp;nbsp; เพื่อให้คนในชุมชนและทุกภาคส่วนในท้องถิ่นเข้ามาช่วยเหลือเกื้อกูลกัน&amp;nbsp; ทำให้คนจนเข้าถึงบริการทางสังคม &amp;nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; นอกจากนี้โครงการบ้านพอเพียงชนบทยังนำไปสู่การวางแผนเพื่อพัฒนาชุมชนในด้านอื่นๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เรื่องสวัสดิการชุมชน &amp;nbsp;การสร้างอาชีพ&amp;nbsp; ธุรกิจชุมชน&amp;nbsp; การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;และถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ชาวบ้านได้รวมพลังองค์กรชุมชนและภาคีต่างๆ&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการพัฒนาชุมชนต่อไปในอนาคต&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าวย้ำ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56016</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), จุติ  ไกรฤกษ์’, ที่อยู่อาศัย, นายสมชาติ ภาระสุวรรณ, บ้าน., สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200201/image_big_5e353c6acc2eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.พม.ประเดิมมอบบ้านให้ผู้ด้อยโอกาสที่ จ.อุบลฯ-ระยอง  ด้าน พอช.เดินหน้าบ้านพอเพียง-ซ่อมสร้าง 11,500 หลังทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กระทรวง พม./ &amp;lsquo;จุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;rsquo; รมว.พม.ประเดิมมอบบ้านพอเพียงให้ผู้ด้อยโอกาสที่จังหวัดอุบลราชธานีและระยองในวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์นี้&amp;nbsp; ตามโครงการ &amp;lsquo;มอบของขวัญปีใหม่จากใจรัฐบาลโดย พม.&amp;rsquo; โดยสนับสนุนการซ่อมสร้างบ้านเรือนครอบครัวที่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านชำรุดทรุดโทรมให้มีความมั่นคงแข็งแรง&amp;nbsp; เหมาะสมแก่การอยู่อาศัย&amp;nbsp; ตามโครงการบ้านพอเพียงชนบทของ พอช.ที่ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน &amp;nbsp;มีเป้าหมาย 11,500 ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ใช้งบประมาณ 218.5 ล้านบาท&amp;nbsp; ตั้งเป้าซ่อมสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดภายในมิถุนายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตามที่รัฐบาลมอบหมายให้ทุกหน่วยงานดำเนินโครงการ &amp;lsquo;มอบของขวัญปีใหม่จากใจรัฐบาล&amp;rsquo; ให้แก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp; เนื่องในโอกาสปีใหม่ พ.ศ.2563&amp;nbsp; ซึ่งในส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้จัดเตรียมของขวัญด้านที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo; จำนวน&amp;nbsp; 11,500 ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ซึ่งโครงการนี้เป็นการสนับสนุนให้ครอบครัวที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนทรุดโทรม&amp;nbsp; มีสภาพไม่ปลอดภัย&amp;nbsp; ไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หลังคารั่ว&amp;nbsp; เสาเรือนผุ&amp;nbsp; บันไดโยกคลอน&amp;nbsp; พื้นบ้าน&amp;nbsp; ฝาบ้าน&amp;nbsp; ห้องน้ำ&amp;nbsp; ห้องครัวชำรุด&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ได้ซ่อมแซมบ้านเรือนให้มีความมั่นคง&amp;nbsp; แข็งแรง&amp;nbsp; มีความปลอดภัยในการอยู่อาศัย&amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณครัวเรือนหนึ่งไม่เกิน 19,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้&amp;nbsp; นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และผู้บริหารกระทรวง พม. จะเดินทางมาที่บ้านโนนสร้างคำ&amp;nbsp; ตำบลไร่ใต้&amp;nbsp; อ.พิบูลมังสาหาร&amp;nbsp; จ.อุบลราชธานี&amp;nbsp; เพื่อมอบของขวัญปีใหม่&amp;nbsp; 2563 &amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo;&amp;nbsp; หลังแรกในจังหวัดอุบลราชธานี (จากทั้งหมด 213 หลัง) ให้แก่ครอบครัวนางหนูจันทร์ เกาะแก้ว&amp;nbsp; อายุ 54 ปี&amp;nbsp; ชาวบ้านตำบลไร่ใต้&amp;nbsp; ซึ่งมีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านเดิมเป็นเพิงไม้ผุพัง&amp;nbsp; โดยชุมชนและทหารจากมณฑลทหารบกที่ 22 &amp;nbsp;จ.อุบลราชธานีช่วยกันสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ขนาด 4X6 ตารางเมตร&amp;nbsp; โครงสร้างเป็นปูนและไม้&amp;nbsp; ก่อด้วยอิฐบล็อค&amp;nbsp; เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 26-31 &amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp; ใช้เวลาก่อสร้าง 6 วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;บ้านนางหนูจันทร์และสามีก่อนสร้าง (ซ้าย) ช่างอาสาช่วยกันสร้างบ้าน (ขวา)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้นางหนูจันทร์และสามีมีอาชีพปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ 3 ไร่&amp;nbsp; แต่ได้รับความเสียหายเนื่องจากน้ำท่วมพื้นที่เพาะปลูก&amp;nbsp; ทำให้ไม่มีรายได้&amp;nbsp; ต้องรับจ้างทำงานทั่วไป&amp;nbsp; แต่ไม่มีงานมากนัก&amp;nbsp; เนื่องจากทั้งคู่สภาพร่างกายไม่แข็งแรง&amp;nbsp; โดยนางหนูจันทร์ป่วยเป็นโรคผิวหนัง&amp;nbsp; และมีปัญหาเรื่องโพรงจมูก&amp;nbsp; ส่วนสามีสติปัญญาไม่สมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ในวันดังกล่าว&amp;nbsp; รัฐมนตรี พม.จะมอบงบประมาณโครงการบ้านพอเพียงชนบท ปี 2563 ที่จะดำเนินการในจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp; จำนวน &amp;nbsp;213 &amp;nbsp;หลังคาเรือน &amp;nbsp;งบประมาณรวม 4,047,000 บาท ให้แก่ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี &amp;nbsp;มอบงบประมาณซ่อมแซมบ้านผู้สูงอายุ จำนวน 5 หลัง งบประมาณรวม 128,000 บาท&amp;nbsp; มอบงบประมาณซ่อมแซมบ้านผู้พิการ &amp;nbsp;จำนวน 2 หลัง &amp;nbsp;งบประมาณรวม &amp;nbsp;40,000 บาท &amp;nbsp;มอบงบประมาณปรับสภาพแวดล้อมบ้านผู้สูงอายุ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่งความสุข ลดทุกข์ปรับโถ&amp;rdquo; (ซ่อมแซมห้องสุขา) 1 หลัง งบประมาณ&amp;nbsp; 5,000 บาท&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมอบเงินสงเคราะห์ครอบครัว จำนวน 8 ครอบครัว งบประมาณรวม 24,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์&amp;nbsp; รัฐมนตรี พม.จะเดินทางไปที่ตำบลหนองบัว&amp;nbsp; อำเภอบ้านค่าย&amp;nbsp; จังหวัดระยอง&amp;nbsp; เพื่อเป็นประธานใน งาน &amp;lsquo;Kick Off มหกรรมบ้านพอเพียง : ซ่อมบ้าน สร้างโอกาส ส่งความสุข ปี 2563&amp;rsquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการซ่อมสร้างบ้าน &amp;nbsp;10 &amp;nbsp;หลังแรก&amp;nbsp; (จากทั้งหมด 1,525 หลังใน 8 จังหวัดภาคตะวันออก) และมอบบ้านพอเพียงหลังแรกที่สร้างบ้านใหม่ให้แก่ผู้สูงอายุครอบครัวนายอัมรินทร์ อุ่นเรือน &amp;nbsp;ซึ่งมีฐานะยากจน&amp;nbsp; บ้านเดิมเป็นเพิงก่อสร้างด้วยเศษไม้&amp;nbsp; หลังคาสังกะสี&amp;nbsp; สภาพผุผังทรุดโทรม &amp;nbsp;ถูกปลวกทำลาย &amp;nbsp;โดยชาวชุมชน&amp;nbsp; และช่างอาสาช่วยกันสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ขนาด 5X7 ตารางเมตร&amp;nbsp; ชั้นเดียว&amp;nbsp; ก่อสร้างด้วยอิฐบล็อค&amp;nbsp; ใช้งบประมาณจาก พอช.&amp;nbsp; ตามโครงการบ้านพอเพียงชนบท 18,000 บาท &amp;nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระยอง (พมจ.ระยอง) 40,000 บาท&amp;nbsp; งบจากศูนย์คนไร้ที่พึ่ง 3,000 บาท&amp;nbsp; และการสนับสนุนสร้างห้องสุขาจากบริษัทสุภัทราแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;บ้านนายอัมรินทร์ก่อนสร้าง (ซ้าย) ขณะกำลังสร้าง (ขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายอัมรินทร์มีอายุ 62 ปี&amp;nbsp; อาศัยอยู่กับภรรยา&amp;nbsp; มีอาชีพรับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; รับจ้างเก็บน้ำยาง&amp;nbsp; มีรายได้วันละประมาณ 150 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปลูกสร้างบ้านในที่ดินของน้องสาวมานานกว่า 20 ปี &amp;nbsp;ในช่วงปลายปี 2562 นายอัมรินทร์และภรรยาประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ล้มทำให้ได้รับบาดเจ็บที่ไหปลาร้า ทำให้ทำงานหนักไม่ได้ ประกอบกับมีผู้จ้างงานน้อย จึงไม่มีรายได้ &amp;nbsp;เมื่อมีโครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; คณะกรรมการในตำบล&amp;nbsp; ซึ่งประกอบด้วยผู้ใหญ่บ้านและ อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) ได้มาสำรวจครอบครัวผู้เดือดร้อน&amp;nbsp; และเสนอให้มีการซ่อมสร้างบ้านให้แก่นายอัมรินทร์&amp;nbsp; แต่เนื่องจากสภาพบ้านเดิมผุผังทรุดโทรม&amp;nbsp; ไม่สามารถรื้อซ่อมแซมได้&amp;nbsp; จะต้องสร้างบ้านใหม่โดยการช่วยเหลือและสนับสนุนจากหลายฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ผมรู้สึกดีใจที่ได้บ้านหลังใหม่&amp;nbsp; ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่มาช่วยกันหางบมาให้&amp;nbsp; ขอบคุณคนที่มาช่วยสร้างบ้านด้วย เพราะลำพังผมกับเมียก็ไม่มีปัญญาที่จะหาเงินมาสร้างใหม่&amp;nbsp; เพราะมีรายได้พอกินไปวันๆ เท่านั้น&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายอัมรินทร์บอกความรู้สึก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้รัฐมนตรี พม.จะมอบงบประมาณบ้านพอเพียง ภาคตะวันออก 8 จังหวัด ปี 2563 &amp;nbsp;จำนวน 1,525 หลัง&amp;nbsp; งบประมาณรวม 27,360,000 บาท&amp;nbsp; มอบบ้านพอเพียงจังหวัดระยองที่สร้างเสร็จแล้วปี 2562 จำนวน 212 หลัง &amp;nbsp;มอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ช่างชุมชน&amp;nbsp; หน่วยงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร้านค้าที่ให้การสนับสนุนโครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; รวมทั้งมอบของขวัญปีใหม่สำหรับผู้สูงอายุจังหวัดระยอง &amp;ldquo;ส่งความสุข&amp;nbsp; ลดทุกข์ปรับโถ&amp;rdquo; (ซ่อมห้องสุขา) โดยภาคเอกชนจังหวัดระยอง (CSR ระยอง) และมอบงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดระยอง &amp;nbsp;จำนวน 4 ล้านบาทจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองให้แก่ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชน จ.ระยอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ดำเนินการโดย พอช.ว่า&amp;nbsp; ในปี 2563 &amp;nbsp;พอช. มีแผนงานสนับสนุนให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยในเมืองและชนบทมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน &amp;nbsp;รวม 21,115 ครัวเรือน &amp;nbsp;รวมงบประมาณ 1,708 ล้านบาทเศษ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.ร่วมยกเสาเอกสร้างบ้านใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;แยกเป็น 1.โครงการบ้านมั่นคง จำนวน 5,500 ครัวเรือน &amp;nbsp;2.โครงการบ้านพอเพียงชนบท (ซ่อมสร้างบ้านที่ทรุดโทรม มีฐานะยากจน) จำนวน 11,500 ครัวเรือน &amp;nbsp;3.โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมประชากร 3,115 ครัวเรือน&amp;nbsp; และ 4.ที่อยู่อาศัยชั่วคราว&amp;nbsp; กรณีไฟไหม้&amp;nbsp; ไล่รื้อ&amp;nbsp; 1,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ดำเนินการโดย พอช. มีเป้าหมายทั้งหมดประมาณ 1,050,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยมีวิสัยทัศน์ คือ &amp;ldquo;คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในปี 2579&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนกระบวนการดำเนินโครงการบ้านพอเพียงนั้น&amp;nbsp; จะให้องค์กรชุมชนที่มีการจัดตั้งอยู่ในพื้นที่แล้ว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการตำบล&amp;nbsp; เป็นแกนหลักในการดำเนินโครงการ&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่การจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อสำรวจข้อมูลครัวเรือนที่มีความเดือดร้อน&amp;nbsp; โดยมีทีมช่างชุมชนช่วยสำรวจ&amp;nbsp; คำนวณวัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ในการซ่อมแซมบ้านเรือน&amp;nbsp; นำข้อมูลจากการสำรวจครัวเรือนมาจัดเวทีประชาคมให้ชาวชุมชนช่วยกันรับรองสิทธิ&amp;nbsp; เพื่อให้ได้ครัวเรือนที่มีความเดือดร้อนจริง&amp;nbsp; จากนั้นชุมชนจะเสนอโครงการมายัง พอช. เพื่ออนุมัติโครงการและงบประมาณ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช. ชี้แจงกระบวนการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนการซ่อมสร้างบ้านเรือนนั้น&amp;nbsp; ชุมชนและครัวเรือนที่เดือดร้อนจะช่วยกันซ่อมสร้าง โดยนำงบประมาณที่ได้รับมาจัดซื้อวัสดุพร้อมกันในปริมาณมาก&amp;nbsp; ทำให้ได้ส่วนลด ใช้แรงงานจิตอาสา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หน่วยทหารในพื้นที่&amp;nbsp; และช่างชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ซ่อมสร้างได้เร็วและประหยัดงบประมาณ&amp;nbsp; ในกรณีที่สภาพบ้านทรุดโทรมและผุพังมาก&amp;nbsp; ไม่สามารถรื้อเพื่อซ่อมแซมได้&amp;nbsp; จำเป็นต้องสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ชุมชนและหน่วยงานในท้องถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; เทศบาล&amp;nbsp; รวมทั้งภาคเอกชนจะช่วยกันสนับสนุนงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์เพิ่มเติม&amp;nbsp; ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 5-7 วันจนได้บ้านหลังใหม่&amp;nbsp; ถือเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp; ทั้งภาครัฐ&amp;nbsp; เอกชน&amp;nbsp; และชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;นายสมชาติกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; โครงการบ้านพอเพียงชนบทจำนวน&amp;nbsp; 11,500 หลังทั่วประเทศ &amp;nbsp;ขณะนี้กำลังดำเนินการในทุกภูมิภาค&amp;nbsp; แยกเป็น&amp;nbsp; 1.ภาคเหนือ จำนวน 2,200 ครัวเรือน 2.ภาคอีสาน 2,700 ครัวเรือน 3.ภาคกลางและตะวันตก 2,200 ครัวเรือน &amp;nbsp;4. กรุงเทพฯ ปริมณฑลและตะวันออก 2,200 ครัวเรือน และ 5.ภาคใต้ 2,200 ครัวเรือน งบประมาณไม่เกินครัวเรือนละ 19,000 บาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น 218,500,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;ทั้งนี้โครงการบ้านพอเพียงชนบท เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 ปัจจุบัน (มกราคม 2563) ดำเนินการซ่อมสร้างแล้วเสร็จ &amp;nbsp;รวม 39,194 ครัวเรือน ในพื้นที่ 2,391 ตำบล ใช้งบประมาณ 713 ล้านบาทเศษ ส่วนในปี 2563 &amp;nbsp;จำนวน 11,500&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ใช้งบประมาณ&amp;nbsp; 218.5 ล้านบาท&amp;nbsp; ตามแผนงานจะดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนมิถุนายนนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55872</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวง พม., ที่อยู่อาศัย, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, บ้าน., บ้านพอเพียง, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., ‘จุติ  ไกรฤกษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e326d591ec8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 15:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2020 06:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“คืนบ้านใหม่ให้พี่น้อง  คืนสายคลองให้ส่วนรวม” พอช.สนับสนุนการสร้างบ้านใหม่ชุมชนริมคลองเปรมฯ  6,836 ครัวเรือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;สภาพชุมชนริมคลองเปรมประชากรมีบ้านเรือนปลูกสร้างรุกล้ำคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2554&amp;nbsp; สาเหตุหนึ่งมาจากการระบายน้ำในคลองสายหลักในกรุงเทพฯ ไม่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; เนื่องจากมีบ้านเรือนปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองจำนวนมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ลำคลองคับแคบ&amp;nbsp; ตื้นเขิน&amp;nbsp; รัฐบาลจึงมีแผนการแก้ไขปัญหาและป้องกันน้ำท่วม&amp;nbsp; โดยจะมีการสร้างเขื่อนระบายน้ำและขุดลอกคลองในลำคลองสายหลักในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; จำนวน 9 แห่ง&amp;nbsp; เริ่มจากคลองลาดพร้าวเป็นแห่งแรกในปี 2559 และดำเนินการในคลองเปรมประชากรในปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคณะรัฐมนตรี (รัฐบาล คสช.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 &amp;nbsp;เห็นชอบ &amp;lsquo;แผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานระบบคลองและการพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมประชากร&amp;rsquo; &amp;nbsp;ระยะเวลาดำเนินการ 9 ปี (พ.ศ.2562-2570) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ&amp;nbsp; ป้องกันน้ำท่วม&amp;nbsp; และบำบัดน้ำเสียในคลองเปรมประชากรทั้งระบบ&amp;nbsp; ความยาวทั้งหมด 50.8 กิโลเมตร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;นอกจากแผนการฟื้นฟูคลองเปรมประชากรดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; การพัฒนาคลองเปรมฯ ทั้งระบบยังรวมถึงการพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมฯ และพื้นที่ริมคลองด้วย &amp;nbsp;โดยการออกแบบวางผังพื้นที่ริมคลองให้องค์ประกอบต่างๆ &amp;nbsp;มีความสอดคล้องกัน &amp;nbsp;คือการพัฒนาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;&amp;nbsp;การจัดระบบสาธารณูปโภคและผังเมือง &amp;nbsp;&amp;nbsp;การปรับปรุงภูมิทัศน์&amp;nbsp; การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;แผนพัฒนาจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ &amp;nbsp;ล้อ (รถยนต์) &amp;ndash; ราง (รถไฟ-รถไฟฟ้า) &amp;ndash; เรือ &amp;ndash; ทางจักรยาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;และแผนพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ส่วนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; จะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำคลองเปรมฯ และวางผังเพื่อจัดระเบียบที่อยู่อาศัยใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดำเนินการตามโครงการบ้านมั่นคงของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับประชาชนในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ&amp;nbsp; พร้อมระบบสาธารณูปโภคต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีระบบการจัดการน้ำเสียในครัวเรือน&amp;nbsp; การจัดการขยะ&amp;nbsp; มีศูนย์เด็กเล็ก&amp;nbsp; ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศูนย์ฝึกอาชีพ&amp;nbsp; ศูนย์การเรียนรู้&amp;nbsp; ลานกีฬา&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนมีสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มกราคม&amp;nbsp; พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธียกเสาเอกเพื่อสร้างบ้านใหม่ที่ชุมชนประชาร่วมใจ 2 เขตจตุจักร&amp;nbsp; ริมคลองเปรมประชากร&amp;nbsp; ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนาคลองเปรมทั้งระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ภาพกราฟฟิกบ้านใหม่ของชาวชุมชนริมคลองเปรมประชากร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ธนัช&amp;nbsp; นฤพรพงศ์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; มีชุมชนริมคลองเปรมฯ จำนวน&amp;nbsp; 32 ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่ในเขตจตุจักร&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; และดอนเมือง&amp;nbsp; และอีก&amp;nbsp; 6 หมู่บ้านอยู่ในเขต จ.ปทุมธานี&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 6,386&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ซึ่งชุมชนเหล่านี้สามารถอยู่อาศัยในที่ดินเดิมได้ทั้งหมด&amp;nbsp; แต่จะต้องรื้อบ้านออกจากพื้นที่ริมคลองและแนวก่อสร้างเขื่อนฯ&amp;nbsp; เพื่อปรับผังชุมชนแล้วก่อสร้างบ้านใหม่ทั้งหมด&amp;nbsp; เพื่อให้ทุกครอบครัวอยู่ในชุมชนเดิมได้&amp;nbsp; โดยได้รับสิทธิในที่ดินเท่ากันทุกครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เบื้องต้นขนาดบ้านและแบบบ้านจะมีทั้งบ้านชั้นเดียวและสองชั้น&amp;nbsp; ขนาด 4x7 และ 5x6 ตารางเมตร&amp;nbsp; ตามขนาดพื้นที่ของชุมชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วนงบประมาณที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จะสนับสนุนการก่อสร้างบ้านใหม่จะเหมือนกับที่ดำเนินการในชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ&amp;nbsp; โดยแบ่งเป็น 1.การปรับปรุงสาธารณูปโภค&amp;nbsp; อุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; เป็นต้น&amp;nbsp; รวมครัวเรือนละ 147,000 บาท&amp;nbsp; 2.งบสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; วงเงินครัวเรือนละไม่เกิน 360,000 บาท &amp;nbsp;ผ่อนชำระ 20 ปี &amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4%&amp;rdquo;&amp;nbsp; ธนัชแจงรายละเอียดการสนับสนุนของ พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;พลเอกประยุทธ์เป็นประธานยกเสาเอกสร้างบ้านใหม่ชุมชนริมคลองเปรมฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทั้งนี้เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีและคณะ&amp;nbsp; ได้เดินทางมาประธานพิธียกเสาเอกสร้างบ้านใหม่ให้แก่ชาวชุมชนประชาร่วมใจ 2 เขตจตุจักร&amp;nbsp; ซึ่งเป็นชุมชนแรกที่มีการรื้อย้ายและสร้างบ้านใหม่จำนวนทั้งหมด 210 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจะเริ่มสร้างบ้านเฟสแรกแรกจำนวน&amp;nbsp; 20&amp;nbsp; หลัง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;พลเอกประยุทธ์ประธานพิธียกเสาเอกบ้านมั่นคงริมคลองเปรมฯ หลังแรก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า&amp;nbsp; ชุมชนประชาร่วมใจ 2 &amp;nbsp;เป็นชุมชนแรกในคลองเปรมประชากรที่มีการพัฒนา&amp;nbsp; จากเดิมที่ชุมชนอยู่อาศัยอย่างไม่ถูกต้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลก็ทำให้พี่น้องได้เช่าที่ดินอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; เป็นบ้านที่ถูกกฎหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; เพื่อสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยทุกคนภายในปี 2579&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนอกจากจะดำเนินการพัฒนาในคลองเปรมประชากรและคลองลาดพร้าวแล้ว&amp;nbsp; ต่อไปก็จะพัฒนาคลองสายอื่นในกรุงเทพฯ &amp;nbsp;รวมทั้งหมด 9 คลองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;โครงการนี้เป็นโครงการที่มีความสำคัญ&amp;nbsp; เป็นโครงการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp; ที่จะทำให้คูคลองมีความสะอาด&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยให้ทุกฝ่าย&amp;nbsp; ทุกหน่วยงานช่วยกันขับเคลื่อน&amp;nbsp; ร่วมมือกันพัฒนา&amp;nbsp; เหมือนกับคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ทำให้บ้านน่าอยู่มีความสวยงาม&amp;nbsp; ซึ่งต่อไปชุมชนจะต้องทำเรื่องท่องเที่ยว&amp;nbsp; ทำเรื่องอาชีพ&amp;nbsp; และเรื่องสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; และให้ปลูกต้นไม้&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีสถานที่ให้เด็กได้พักผ่อน&amp;nbsp; มีที่ค้าขาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; และให้ทุกคนช่วยกันดูแลคลอง&amp;nbsp; เพื่ออนาคตของลูกหลานต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; พลเอกประยุทธ์กล่าวย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ เนื้อที่ 10 ไร่เศษ&amp;nbsp; และมอบใบอนุญาตก่อสร้างบ้านจำนวน 210&amp;nbsp; หลังให้แก่ผู้แทนชุมชนประชาร่วมใจ 2&amp;nbsp; ส่วนการก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน 20 หลัง&amp;nbsp; จะใช้เวลาประมาณ 8 เดือน&amp;nbsp; หลังจากนั้นจะทยอยสร้างในเฟสต่อไป&amp;nbsp; รวมทั้งชุมชนอื่นๆ ที่มีความพร้อมก็จะทยอยรื้อย้ายเพื่อก่อสร้างบ้านใหม่ภายในปีนี้&amp;nbsp; ตามแผนงานการก่อสร้างบ้านในชุมชนริมคลองเปรมฯ ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปทุมธานีทั้งหมด 6,386 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;จะแล้วเสร็จภายในปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;บ้านใหม่ชุมชนริมคลองเปรมประชากร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ชุมชนประชาร่วมใจ 2 เป็นชุมชนแห่งแรกในคลองเปรมประชากรที่ชาวชุมชนร่วมใจกันรื้อบ้านออกจากแนวคลองเพื่อให้รัฐบาลดำเนินการพัฒนาคลองเปรมฯ ทั้งระบบ&amp;nbsp; โดยก่อนหน้านี้หน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; กองทัพภาคที่ 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; กรมธนารักษ์&amp;nbsp; กรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp; สำนักงานเขตต่างๆ&amp;nbsp; และหน่วยงานในท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp; ได้ร่วมกันจัดเวทีประชุมสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีชุมชนที่เข้าร่วมทั้งหมด&amp;nbsp; 32 ชุมชนในเขตกรุงเทพฯ&amp;nbsp; และ 6 หมู่บ้านในเขต จ.ปทุมธานี&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 6,386 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาคลองเปรมฯ ทั้งหมดนี้&amp;nbsp; จะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลองและแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ&amp;nbsp; และปรับผังชุมชนเพื่อก่อสร้างบ้านและชุมชนใหม่ในที่ดินเดิม&amp;nbsp; โดยชุมชนจะต้องรวมตัวกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์เคหสถานเพื่อให้มีสถานะเป็นนิติบุคคลและร่วมกันบริหารจัดการโครงการ&amp;nbsp; และทำสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุจากกรมธนารักษ์อย่างถูกต้อง&amp;nbsp; เปลี่ยนสถานะจากผู้บุกรุกเป็นชุมชนที่เช่าที่ดินอย่างถูกกฎหมาย&amp;nbsp; ระยะเวลาเช่าช่วงแรก 30 ปี&amp;nbsp; อัตราค่าเช่าผ่อนปรน (ประมาณ 1.50-3 บาท/เดือน/ตารางวา)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนรูปแบบบ้านมีหลายขนาดเพื่อให้ชาวชุมชนได้ร่วมออกแบบและเลือกให้ตรงกับความต้องการ&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นบ้านแถว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; บ้านแถวชั้นเดียว&amp;nbsp; ขนาด 4 X 7 ตารางเมตร&amp;nbsp; ราคา 290,000 บาท&amp;nbsp; ผ่อนชำระเดือนละ 1,500 บาท&amp;nbsp; บ้านแถวสองชั้น&amp;nbsp; ขนาด 4 X 7 ตารางเมตร&amp;nbsp; ราคา 450,000 บาท&amp;nbsp; ผ่อนชำระเดือนละ 2,600 บาท&amp;nbsp; บ้านแถวสองชั้น&amp;nbsp; ขนาด 5 X 6 ตารางเมตร&amp;nbsp; ราคา 450,000 บาท&amp;nbsp; ผ่อนชำระเดือนละ 2,600 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระยะเวลาผ่อนชำระ 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เปิดใจเจ้าของบ้านหลังแรก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สมร&amp;nbsp; จันทร์ฉุน&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ในฐานะประธานสหกรณ์เคหสถานประชาร่วมใจ 2&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ชาวบ้านในชุมชนรู้สึกตื่นเต้นและปลื้มใจที่นายกฯ เห็นความสำคัญในการพัฒนาชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; และมาเป็นประธานในพิธียกเสาเอกสร้างบ้านใหม่ซึ่งหากสร้างบ้านเสร็จแล้ว&amp;nbsp; ชาวชุมชนก็จะร่วมกันฟื้นฟูคลอง&amp;nbsp; เพราะเมื่อก่อนน้ำในคลองยังสะอาด&amp;nbsp; ชาวบ้านตักน้ำในคลองมาใช้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตักใส่ตุ่มแล้วเอาสารส้มแกว่งให้ตกตะกอน&amp;nbsp; ในคลองก็ยังมีคนปลูกผักบุ้งขาย&amp;nbsp; แต่เดี๋ยวนี้เน่าสนิท&amp;nbsp; จึงอยากช่วยกันฟื้นฟูคลองให้ดีเหมือนเดิม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วนเรื่องการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; เราก็จะเว้นพื้นที่เพื่อให้มีสถานที่ออกกำลังกาย&amp;nbsp; มีสวนหย่อมเป็นที่พักผ่อน&amp;nbsp; รวมทั้งส่งเสริมอาชีพชาวชุมชนเพื่อให้มีรายได้&amp;nbsp; โดยเฉพาะคนที่อยู่บ้านเฉยๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่มีงานทำ&amp;nbsp; รวมทั้งผู้สูงอายุ&amp;nbsp; เราจะประสานกับหน่วยงานให้เข้ามาส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;มณีรัตน์ ภู่บำรุง&amp;nbsp; เจ้าของบ้านหลังแรกที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธียกเสาเอกสร้างบ้าน&amp;nbsp; เล่าว่า &amp;nbsp;อาศัยอยู่ที่ชุมชนประชาร่วมใจ 2 มานานกว่า 30 ปี&amp;nbsp; อาชีพค้าขายข้าวเหนียวหมูปิ้ง &amp;nbsp;สมาชิกในครอบครัวมีทั้งหมด 5 คน &amp;nbsp;เมื่อก่อนคนยังอยู่ไม่เยอะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; น้ำในคลองจะใส&amp;nbsp; ไม่ดำเหมือนปัจจุบัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เจ้าของบ้านหลังแรก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ส่วนเรื่องบ้านมั่นคง&amp;nbsp; ชาวบ้านที่นี่ได้ไปดูตัวอย่างที่คลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เห็นแล้วเราก็อยากได้บ้านแบบนั้นบ้าง&amp;nbsp; เพราะมันสวยและดูเป็นระเบียบ&amp;nbsp; ส่วนสภาพบ้านของเราก็เก่าและทรุดโทรมแล้ว&amp;nbsp; เพราะอยู่กันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ &amp;nbsp;จึงพร้อมใจเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกไม่กี่เดือนก็จะได้บ้านหลังใหม่&amp;nbsp; เป็นบ้านแถว 2 ชั้น&amp;nbsp; ขนาด 4&amp;times;7 &amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผ่อนชำระให้สหกรณ์ฯ เดือนละ 2,820 บาท &amp;nbsp;ราคาบ้านทั้งหลังประมาณ 430,000 บาท &amp;nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นราคาบ้านที่ไม่แพงมาก&amp;nbsp; เรามีกำลังที่จะส่งไหว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ดีใจมากที่นายกฯ มาเป็นประธานลงเสาเอกให้&amp;nbsp; และรู้สึกดีใจที่ได้บ้านในโครงการนี้ &amp;nbsp;อยากขอบคุณรัฐบาลและทุกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือโครงการนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะแต่ก่อนที่เราอยู่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;มันไม่ใช่ที่ของเรา &amp;nbsp;ตอนนี้เราได้บ้านมั่นคงมาเป็นบ้านของเรา เป็นที่ของเราถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาไล่ที่เรา&amp;rdquo;&amp;nbsp; เจ้าของบ้านหลังแรกบอกถึงความรู้สึก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;9 ขั้นตอนสร้าง &amp;lsquo;บ้านมั่นคงริมคลอง&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โครงการ &amp;nbsp;&amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช. ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; มีหลักการสำคัญ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ให้ชาวบ้านหรือผู้ที่เดือดร้อนรวมตัวกันเพื่อแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; ส่วน พอช. รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นฝ่ายสนับสนุน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน พอช.สนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงไปแล้วทั้งในเมืองและชนบททั่วประเทศ&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 1,231 โครงการ จำนวน 112,777 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ธนัช&amp;nbsp; นฤพรพงศ์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  พอช.&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคงในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ&amp;nbsp; รวมทั้งคลองเปรมประชากร&amp;nbsp; ต่างก็มีกระบวนการพัฒนาที่อยู่อาศัยเหมือนกัน&amp;nbsp; โดยมีกระบวนการ 9 ขั้นตอน&amp;nbsp; ดังนี้&amp;nbsp; 1.สร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp; โดย พอช.จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ชี้แจงสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;2.ทบทวนข้อมูลชุมชน&amp;nbsp; โดย พอช.ร่วมกับชุมชน&amp;nbsp; สำรวจข้อมูลครัวเรือนและชุมชน&amp;nbsp; สำรวจปัญหาและความต้องการของชุมชน&amp;nbsp; จำนวนผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;3.จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์และสหกรณ์เคหสถาน&amp;nbsp; เพื่อสร้างวินัยการออมและเป็นทุนในการสร้างบ้าน&amp;nbsp; และจดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถาน&amp;nbsp; เพื่อให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล&amp;nbsp; สำหรับทำนิติกรรมสัญญา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เช่าที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; และบริหารจัดการโครงการ&amp;nbsp; โดยมีคณะกรรมการที่มาจากชาวชุมชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;4.รังวัด&amp;nbsp; เช่าที่ดิน&amp;nbsp; ออกแบบ&amp;nbsp; วางผังชุมชน&amp;nbsp; เนื่องจากพื้นที่ชุมชนริมคลองมีเนื้อที่และจำนวนครัวเรือนไม่เท่ากัน&amp;nbsp; บ้านบางหลังมีเนื้อที่มาก&amp;nbsp; จึงต้องรังวัดและออกแบบให้ทุกครอบครัวสามารถอยู่ในชุมชนเดิมได้&amp;nbsp; โดยทุกครอบครัวจะได้สิทธิ์ในที่ดินเท่ากัน&amp;nbsp; และออกแบบผังชุมชนให้ตรงกับความต้องการของชาวชุมชน&amp;nbsp; และที่สำคัญคือการเช่าที่ดินราชพัสดุอย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;5.อนุมัติโครงการและงบประมาณ&amp;nbsp; ชุมชนที่จัดทำกระบวนการตามข้อ 1-4 เสร็จแล้ว&amp;nbsp; จะต้องส่งโครงการเข้ามาเพื่อให้ พอช.อนุมัติโครงการและงบประมาณ&amp;nbsp; 6.ขออนุญาตก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; รื้อบ้าน&amp;nbsp; รื้อระบบประปา&amp;nbsp; ไฟฟ้า&amp;nbsp; จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมสร้างบ้านสร้างชุมชนใหม่&amp;nbsp; 7.เบิกจ่ายงบประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;8.ก่อสร้างบ้านและสาธารณูปโภค&amp;nbsp; โดยสหกรณ์เคหสถานที่ชุมชนจัดตั้งขึ้นมาจะบริหารจัดการก่อสร้าง&amp;nbsp; โดยการจ้างผู้รับเหมา&amp;nbsp; และมีคณะกรรมการตรวจสอบ&amp;nbsp; ตรวจรับงาน&amp;nbsp; 9.พัฒนาคุณภาพชีวิตทุกมิติ&amp;nbsp; หลังจากสร้างบ้านเสร็จทั้งชุมชน&amp;nbsp; แต่ละชุมชนจะมีแผนการพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ปลูกต้นไม้&amp;nbsp; ปรับภูมิทัศน์&amp;nbsp; จัดการขยะ&amp;nbsp; บำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพและกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp; ทั้งเด็ก&amp;nbsp; เยาวชน&amp;nbsp; แม่บ้าน&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; และผู้พิการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;บ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าวและเขื่อนระบายน้ำที่สร้างเสร็จแล้วที่ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญเขตสายไหม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;โครงการบ้านมั่นคงริมคลองนี้เมื่อแล้วเสร็จ&amp;nbsp; จะทำให้ชาวชุมชนที่เคยรุกล้ำคลอง&amp;nbsp; ก่อสร้างบ้านไม่ถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp; เปลี่ยนมาเป็นผู้อยู่อาศัยอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; โดยการเช่าที่ดินราชพัสดุจากกรมธนารักษ์&amp;nbsp; และได้รับใบอนุญาตก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; เมื่อสร้างบ้านแล้วเสร็จ&amp;nbsp; ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะร่วมกันสนับสนุนการพัฒนาชุมชนในทุกมิติ&amp;nbsp; รวมทั้งจะร่วมกันฟื้นฟูและดูแลคลองให้มีสภาพดีขึ้น&amp;nbsp; เป็นการคืนบ้านใหม่ให้พี่น้อง&amp;nbsp; คืนสายคลองให้ส่วนรวมอย่างแท้จริง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  พอช.กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55698</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชนริมคลองเปรม, ที่อยู่อาศัย, บ้าน., สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200128/image_big_5e2fe7e087b4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2019 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2019 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การเคหะแห่งชาติหวังกำไร 2,000 ล้านบาทในปี 2562 จากยอดขายทะลุ 10,000 หน่วย  เผยปีหน้าเผชิญปัญหาจำนวนหน่วยขายน้อยกว่าเดิม  ต้องปรับแผนใช้โครงการร่วมทุนเอกชนเป็นหัวหอกขับเคลื่อนเสริม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การเคหะแห่งชาติหวังกำไร 2,000 ล้านบาทในปี 2562 จากยอดขายทะลุ 10,000 หน่วย &amp;nbsp;เผยปีหน้าเผชิญปัญหาจำนวนหน่วยขายน้อยกว่าเดิม&amp;nbsp; ต้องปรับแผนใช้โครงการร่วมทุนเอกชนเป็นหัวหอกขับเคลื่อนเสริม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยถึงผลประกอบการประจำปีงบประมาณ 2562 ว่าปีนี้การเคหะแห่งชาติสามารถทำยอดขายหน่วยอาศัยได้มากถึงระดับ 10,000 หน่วย และปิดการขายได้เร็ว&amp;nbsp; โดยคาดหวังจะมีกำไรถึง 2,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้วที่มีกำไร 1,700 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในปี 2563 ไม่ค่อยเอื้ออำนวยนัก เนื่องจากได้รับอนุมัติขายไม่ถึง 10,000 หน่วย น้อยกว่าจำนวนหน่วยในปีนี้ ดังนั้นการเคหะแห่งชาติจำเป็นต้องหาวิธีการอื่นมาสนับสนุนเพื่อเพิ่มยอดขายและผลกำไร โดยใช้สินทรัพย์ในมือให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะการร่วมทุนกับภาคเอกชนทั้ง 3 รูปแบบ ได้แก่ โครงการร่วมลงทุนกับเอกชน (Joint Investment) โครงการร่วมดำเนินกิจการระหว่างภาครัฐและเอกชน (Joint Operation) และโครงการร่วมสนับสนุนภาคเอกชน (Joint Support)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การร่วมทุนทั้ง 3 รูปแบบได้รับความสนใจจากคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนที่มี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยเฉพาะรูปแบบการร่วมลงทุน (Joint Investment) ใน 4 โครงการขนาดใหญ่ ได้แก่ โครงการเคหะชุมชนเชียงใหม่ (หนองหอย) โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 3-4 โครงการร่มเกล้า และโครงการลำลูกกา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การเคหะฯ ได้รับความสนใจมากเมื่อเทียบกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอื่น เพราะมีจำนวนโครงการร่วมทุนขนาดใหญ่ถึง 4 โครงการ วงเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 5-6 หมื่นล้านบาท และอาจขยับเพิ่มเป็นร่วม 1 แสนล้านบาทในท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้าหลายด้าน ทั้งการส่งออกและการลงทุนจากรัฐอย่างเดียว&amp;rdquo; ดร.ธัชพลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46040</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเคหะแห่งชาติ, กำไร, ชุมชน., บ้าน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190918/image_big_5d81bc05c0b51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2019 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2019 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคหะฯ ปล่อยหมัดเด็ดเปิดโอกาสจองบ้านก่อนสิ้นปี ลุยทีเดียวสองอีเวนท์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวสุดใจ สมัครัตน์&amp;nbsp; ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่าทางการเคหะแห่งชาติได้ทุ่มเทและมุ่งเป้าพัฒนาคุณภาพบ้านเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการบ้านแบบเข้าถึงทุกกลุ่ม ตลอดจนเพื่อเร่งสร้างยอดขายในช่วงปลายปีงบประมาณ 62 &amp;nbsp;โดยฝ่ายการตลาดและขายจึงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายตลอดเดือนกันยายน ซึ่งรวมบ้านคุณภาพดี เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้าชมและเลือกซื้อบ้านหลายระดับราคาบนทำเลที่มีศักยภาพสูง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ผู้ช่วยผู้ว่าการเคหะฯ กล่าวเพิ่มเติมว่าจากการออกบูธแล้วยังได้จัดให้มีโปรโมชั่นพิเศษ&amp;nbsp; ฟรีค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ รวมถึงติดตั้งเหล็กดัดมุ้งลวดเฉพาะลูกค้าที่ซื้ออาคารชุดในโครงการบ้านเอื้ออาทรทุกโครงการภายในงาน &amp;ldquo; มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41 &amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 12&amp;ndash;15 กันยายนนี้ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ณ รอยัล พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ตลอดจนได้เพิ่มทางเลือกและโอกาสสำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้านสไตล์โฮมออฟฟิศ การเคหะฯ กำหนดเปิดให้จองบ้านทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น เนื้อที่ 20 ตร.ว. ราคาเริ่มต้น 3,410,000 บาท&amp;nbsp; และบ้านแฝด เนื้อที่ 35 ตร.ว. ราคาเริ่มต้น 3,620,000 บาท ในโครงการรถไฟฟ้า (TOD) ลำลูกกา คลอง 2 ซึ่งเข้าชมแบบบ้านและติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ที่บูธ ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 2 ในวันที่ 15 กันยายนเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:.5in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; ทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติ ได้ออกบูธอีกหลายพื้นที่ในเขตปริมณฑลและภูมิภาค ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ Call Center &amp;nbsp;โทร 1615&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45337</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเคหะแห่งชาติ, บ้าน., สุดใจ สมัครัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d7602fbc744d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2019 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2019 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.จัดงาน“รื้อบ้าน สร้างเรือน คืนเขื่อน ให้สายคลอง” สร้างบ้านใหม่ที่ชุมชนริมคลองบางซื่อรวม 422 หลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ริมคลองบางซื่อ/ พอช. จัดงาน &amp;ldquo;รื้อบ้าน สร้างเรือน คืนเขื่อน ให้สายคลอง&amp;rdquo; ที่ชุมชนริมคลองบางซื่อ&amp;nbsp; เขตห้วยขวาง&amp;nbsp; ประเดิมรื้อบ้าน 10 หลังแรกจากทั้งหมด 49 หลัง&amp;nbsp; จากนั้นจะสร้างให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้&amp;nbsp; และเตรียมรื้อ-สร้างบ้านใหม่อีก 3 ชุมชนริมคลองบางซื่อ&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 422 หลัง&amp;nbsp; ขณะที่การรื้อย้าย-สร้างบ้านใหม่ทั้งหมด 50 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 7,069 หลัง&amp;nbsp; ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว 32 ชุมชน&amp;nbsp; สร้างบ้านเสร็จแล้ว 2,068&amp;nbsp; หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ตามที่รัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ&amp;nbsp; โดยให้ กทม.ก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเพื่อเพิ่มประสิทธิ ภาพการระบายน้ำในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ ระยะทางทั้งหมด (ทั้ง 2 ฝั่ง) ประมาณ 45 กิโลเมตร และจะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำแนวคลอง-แนวก่อสร้างเขื่อน&amp;nbsp; เพื่อสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; รวม 50 ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน 7,069 ครัวเรือน&amp;nbsp; โดยรัฐบาลมอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนฯ&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2559&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้การก่อสร้างเขื่อนฯ มีความคืบหน้าประมาณ 40 % &amp;nbsp;ส่วนการรื้อย้ายชุมชนและก่อสร้างบ้านใหม่ดำเนินการไปแล้ว 32 ชุมชน&amp;nbsp; ก่อสร้างบ้านแล้วเสร็จ&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 2,068&amp;nbsp; หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-15.3pt; text-align:justify&quot;&gt;ล่าสุดวันนี้ ( 3 เมษายน) ที่ชุมชนริมคลองบางซื่อรัชดาภิเษก&amp;nbsp; เขตห้วยขวาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้จัดงาน &amp;ldquo;รื้อบ้าน สร้างเรือน คืนเขื่อน ให้สายคลอง&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยมีการรื้อย้ายบ้านเรือนริมคลองบางซื่อที่อยู่ในแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; เพื่อเตรียมก่อสร้างบ้านใหม่ในพื้นที่ที่อยู่นอกแนวเขื่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีนายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนเป็นประธานในการจัดงาน&amp;nbsp; มีผู้บริหาร พอช.&amp;nbsp; ผู้แทนสำนักงานเขตห้วยขวาง&amp;nbsp; กรมธนารักษ์&amp;nbsp; ทหาร&amp;nbsp; สมาชิกเครือข่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; และชาวชุมชน&amp;nbsp; เข้าร่วมงานประมาณ 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-15.3pt; text-align:justify&quot;&gt; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-15.3pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-15.3pt; text-align:justify&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ร่วมรื้อบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-15.3pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-15.3pt; text-align:justify&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;คลองบางซื่อเป็นคลองที่แยกมาจากคลองลาดพร้าว (บริเวณวัดลาดพร้าว) มีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร&amp;nbsp; มี&amp;nbsp; 4 ชุมชนตั้งอยู่&amp;nbsp; สภาพเป็นชุมชนแออัด&amp;nbsp; น้ำเน่าเสีย&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้เข้ามาสนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนฯ&amp;nbsp; โดยการรื้อย้ายบ้านออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ แล้วสร้างบ้านใหม่ให้มีความสวยงาม&amp;nbsp; มีสิ่งแวดล้อมที่ดี&amp;nbsp; มีความสะอาด&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในวันนี้จะรื้อบ้าน 10 หลังแรกในชุมชนริมคลองบางซื่อรัชดาก่อน&amp;nbsp; จากนั้นจะรื้อทั้งหมด 49 หลัง&amp;nbsp; เพื่อสร้างบ้านใหม่ให้ประชาชนเข้าอยู่อาศัยได้ภายในเดือนธันวาคมปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-15.3pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-15.3pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;พื้นที่ชุมชนริมคลองบางซื่อถือว่าเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ&amp;nbsp; เพราะการสัญจรไปมาสะดวก&amp;nbsp; อยู่ติดกับถนนรัชดาภิเษก&amp;nbsp; ใกล้สถานีรถไฟฟ้า&amp;nbsp; มีออฟฟิศ&amp;nbsp; และมีร้านค้าต่างๆ ตั้งอยู่&amp;nbsp; เมื่อสร้างบ้านใหม่แล้ว&amp;nbsp; ก็จะมีการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมต่างๆ&amp;nbsp; ทำให้ชุมชนริมคลองบางซื่อมีความสวยงาม&amp;nbsp; กลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ&amp;nbsp; ลูกหลานก็จะมีบ้านใหม่ที่มั่นคง&amp;nbsp; มีสิ่งแวดล้อมที่ดี&amp;nbsp; มีความสุข&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายไมตรีกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-15.3pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-15.3pt; text-align:justify&quot;&gt;นางประยูร&amp;nbsp; เจนวิถี&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำชุมชนริมคลองบางซื่อรัชดา&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ชุมชนอยู่อาศัยกันมานานกว่า 40 ปี&amp;nbsp; เป็นชุมชนที่สร้างบ้านอยู่ในที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; เมื่อทางรัฐบาลมีโครงการสร้างเขื่อนฯ ป้องกันน้ำท่วม&amp;nbsp; ชาวบ้านก็ไม่ได้คัดค้าน&amp;nbsp; และได้เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงหรือบ้านประชารัฐริมคลองกับทาง พอช. &amp;nbsp;เพื่อให้ กทม.สร้างเขื่อนได้&amp;nbsp; ส่วนชาวบ้านจะได้มีบ้านใหม่ที่มั่นคง ถูกกฎหมาย&amp;nbsp; โดยชาวบ้านยอมรื้อย้ายบ้านออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ เพื่อสร้างบ้านใหม่ในที่ดินเดิม&amp;nbsp; และได้ทำสัญญาเช่าที่ดินกับกรมธนารักษ์&amp;nbsp; เนื้อที่ทั้งหมด 1 ไร่&amp;nbsp; 2 งานเศษ&amp;nbsp; ค่าเช่าตารางวาละ 4 บาทต่อเดือน&amp;nbsp; ระยะเวลาเช่าช่วงแรก 30 ปี (ต่อสัญญาได้ครั้งละ 30 ปี)&amp;nbsp; เพื่อก่อสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 43 หลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; รองรับชาวบ้าน 47 ครัวเรือน (มีผู้ไม่เข้าร่วม 2 ครัวเรือน)&amp;nbsp; และจะมีบ้านกลาง&amp;nbsp; 2 หลัง&amp;nbsp; สำหรับเป็นที่อยู่อาศัยของผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; มีฐานะยากจน&amp;nbsp; หรือผู้สูงอายุที่ไม่มีลูกหลานดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-15.3pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-15.3pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;หลังจากรื้อย้ายบ้านทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้แล้ว&amp;nbsp; ชุมชนก็จะเริ่มสร้างบ้านใหม่ในเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp; ตามแผนงานจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้เราก็จะปรับปรุงพื้นที่ด้านหน้าที่ติดกับถนนรัชดาภิเษกให้เป็นตลาดชุมชน&amp;nbsp; ให้ชาวบ้านเอาสินค้าหรืออาหารต่างๆ ไปขาย&amp;nbsp; เพราะอยู่ใกล้ออฟฟิศและสถานีรถไฟฟ้า&amp;nbsp; มีคนผ่านไปมาตลอดวัน&amp;nbsp; ทำให้ชาวบ้านมีอาชีพ&amp;nbsp; มีรายได้มาผ่อนบ้านและใช้จ่ายในครอบครัว&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนริมคลองบางซื่อรัชดาบอกถึงแผนงาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-15.3pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-15.3pt; text-align:justify&quot;&gt;สภาพชุมชนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-15.3pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-15.3pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบบบ้านที่จะสร้างใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;สำหรับแบบบ้านที่จะก่อสร้าง&amp;nbsp; มี 2 แบบ&amp;nbsp; ขนาดเนื้อที่เท่ากันคือ 5.5 x 5 ตารางเมตร&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.บ้านแฝด 2 ชั้น&amp;nbsp; ราคา 417,450 บาท&amp;nbsp; ผ่อนชำระกับสหกรณ์ฯ เดือนละ&amp;nbsp; 3,205 บาท&amp;nbsp; และบ้านแฝด 3 ชั้น&amp;nbsp; ราคา 574,981 บาท&amp;nbsp; ผ่อนชำระเดือนละ 4,191 บาท&amp;nbsp; โดยชาวชุมชนรวมตัวกันจัดตั้งสหกรณ์ขึ้นมาเพื่อบริหารจัดการ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ พอช.ได้สนับสนุนงบประมาณด้านการปรับปรุงสาธารณูปโภค&amp;nbsp; อุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมครัวเรือนละ 147,000 บาท&amp;nbsp; รวมงบช่วยเหลือทั้งหมด&amp;nbsp; 7,325,500&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; และสินเชื่อที่อยู่อาศัยรวม&amp;nbsp; 15 ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากชุมชนริมคลองบางซื่อรัชดาที่กำลังรื้อย้ายเพื่อเตรียมก่อสร้างบ้านใหม่จำนวน 43 หลังแล้ว&amp;nbsp; ยังมีชุมชนริมคลองบางซื่ออีก 3 ชุมชนที่เตรียมรื้อย้ายและสร้างบ้านใหม่ภายในปีนี้อีก 3 ชุมชน&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1.ชุมชนริมคลองบางซื่อลาดพร้าว (ซอย) 34&amp;nbsp; รวม 85 หลัง&amp;nbsp; 2.ชุมชนริมคลองบางซื่อลาดพร้าว (ซอย) 42 - 44 รวม&amp;nbsp; 198 หลัง&amp;nbsp; และ 3.ชุมชนริมคลองบางซื่อลาดพร้าว (ซอย) 46 &amp;nbsp;รวม&amp;nbsp; 96&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลัง&amp;nbsp; รวมบ้านที่จะสร้างใหม่ตลอดริมคลองบางซื่อ 4 ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำนวน 422 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สภาพชุมชนริมคลองบางซื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายธนัช นฤพรพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว กล่าวว่า สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช. จัดทำแผนงานรองรับที่อยู่อาศัยของประชาชนที่รุกล้ำคลองลาดพร้าว-คลองบางซื่อ ตามโครงการบ้านมั่นคง หรือ &amp;lsquo;บ้านประชารัฐริมคลอง&amp;rsquo; รวมทั้งหมด 50 ชุมชน รวม 7,069 ครัวเรือน&amp;nbsp; และเนื่องจากพื้นที่ริมคลองเป็นที่ดินราชพัสดุ ซึ่งกรมธนารักษ์ดูแลอยู่ ดังนั้นชุมชนที่สามารถอยู่อาศัยในที่ดินเดิมได้จะต้องเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ เปลี่ยนสถานะจากผู้บุกรุกเป็นผู้เช่าที่ดินให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากอยู่ไม่ได้เพราะพื้นที่ไม่เพียงพอจะต้องจัดหาที่ดินแปลงใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนการสนับสนุนชุมชนนั้น พอช.จะสนับสนุนงบประมาณตามโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; ครัวเรือนละ 147,000 บาท &amp;nbsp;แยกเป็น 1.งบพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ครัวเรือนละ 50,000 บาท 2.งบอุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย (ปลูกสร้างบ้าน,ซื้อที่ดิน ฯลฯ ) ครัวเรือนละ 25,000 บาท 3.งบช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ (ที่พักชั่วคราว,ลดภาระหนี้สิน) ครัวเรือนละ 72,000 บาท 4.งบบริหารจัดการ ชุมชนละ 50,000-500,000 บาท 5.งบสินเชื่อเพื่อก่อสร้างบ้านครัวเรือนละ 330,000-400,000 บาท ชำระคืนภายใน 15-20 ปี ดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ปัจจุบันมีชุมชนที่กำลังก่อสร้างบ้านในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ&amp;nbsp; รวม 32 ชุมชน ก่อสร้างเสร็จไปแล้ว&amp;nbsp; จำนวน &amp;nbsp;2,068&amp;nbsp; ครัวเรือน อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 641 ครัวเรือน &amp;nbsp;และพื้นที่พร้อมก่อสร้างบ้าน 327 ครัวเรือน&amp;nbsp; ดำเนินการใน 8 เขตริมคลองฯ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; วังทองหลาง&amp;nbsp; ห้วยขวาง&amp;nbsp; ลาดพร้าว&amp;nbsp; จตุจักร&amp;nbsp; บางเขน&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; ดอนเมือง&amp;nbsp; และสายไหม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตและประตูระบายน้ำในคลองลาดพร้าว-คลองบางซื่อ (คลองบางบัว-คลองถนน-คลองสอง) ระยะทางทั้งสองฝั่ง 45 กิโลเมตรเศษ เริ่มจากบริเวณอุโมงค์เขื่อนพระราม 9 เขตวังทองหลาง ไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้ เขตสายไหม เพื่อระบายน้ำลงสู่อุโมงค์คลองบางซื่อ อุโมงค์พระราม 9 ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและทะเลต่อไป โดยบริษัทริเวอร์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด ประมูลงานได้ในวงเงิน 1,465 ล้านบาท &amp;nbsp;เริ่มก่อสร้างเดือนกุมภาพันธ์ 2559 - มิถุนายน 2562 ขณะนี้บริษัทก่อสร้างเขื่อนฯ ได้ประมาณ 40 % จากปริมาณงานทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;บ้านและเขื่อนฯ ที่สร้างเสร็จแล้วในชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ&amp;nbsp; เขตสายไหม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32914</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชนริมคลองลาดพร้าว, บ้าน., พอช., รัฐบาล, รื้อบ้าน สร้างเรือน คืนเขื่อน ให้สายคลอง, ไมตรี  อินทุสุต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190403/image_big_5ca47b17a9015.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
