<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2021 00:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2021 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกบ้านฉางเป็นโมเดลนำร่องสมาร์ตซิตี้ในอีอีซี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค. 2564 นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เปิดเผยภายหลังการเปิดตัว&amp;quot;บ้านฉาง เมืองต้นแบบ 5G แห่งแรกของประเทศไทย&amp;quot; โดยได้ร่วมกับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จํากัด (มหาชน) หรือ เอ็นที ว่าพื้นที่เขตพัฒนาพิเศาภาคตะวันออก (อีอีซี) ได้นำระบบ 5G มาใช้ในอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ซึ่งนำร่องเมืองสมาร์ทซิตี้บ้านฉางด้ายระบบ 5G เป็นแห่งแรกของไทย และของอาเซียน โดยได้เริ่มวางเสาสัญญาณ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ไปแล้ว 5 ตัน และจะทยอยให้ครบ 160 ต้น ภายใน 3 เดือน ซึ่งจะครองคลุมพื้นที่เมืองบ้านฉางทั้งหมด ส่วนงบประมาณที่ใช้ในโครงการนี้ประมาณ 300 ล้านบาท &amp;nbsp;โดยสัดส่วนการลงทุนจะแบ่งเป็น 3 ฝ่าย คือ เทศบางเมืองบ้านฉางประมาณ 30% เอ็นที 30% และจากรัฐบาล 40%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มองว่าการที่ไทยเป็นผู้นำในเรื่องระบบ 5G ของอาเซียน และหากเดินหน้าวางระบบได้ตามเป้าหมาย ก็คาดว่าจะทำให้เกิดเม็ดเงินลงทุนในการใช้อุปกรณ์ 5G และธุรกิจใหม่ๆ อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งตัวเลขที่ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติได้ประเมิณว่าในเอเชียจะมีมูลค่าในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ 5G กว่า 10.5 ล้านล้านบาท ภายในปี 2569 ซึ่งคาดว่าในจำนวนนี้จะเป็นเม็ดเงินที่อยู่ในประเทศเทศไทยไม่ต่ำกว่า 5% หรือกว่า &amp;nbsp;5 แสนล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย เม็ดเงินหลัก ๆ จะมาจากการใช้ 5G ในภาคอุตสาหกรรม ในการลงทุนระบบหุ่นยนต์ เครื่องจักรอัตโนมัติ เซ็นเซอร์ต่างๆ โดยได้รับการยืนยันจสกนักลงทุนทั้งญี่ปุ่นและจีนแล้วว่าจะทำให้โรงงานประหยัดต้นทุนได้มากกว่า 30% และหากโรงงานในอีอีซี ที่มีกว่า 10,000 โรงงาน จะเกิดการลดต้นทุนได้อย่างมหาศาล เกิดการลงทุนในระบบ 5G และเกิดประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งยังจะเกิดธุรกิจใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การนำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือบิ๊กดาต้า ที่เก็บรวบรวมผ่านระบบ 5จG และระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ไปให้บริการด้านการตลาด การดำเนินธุรกิจ การให้บริการ ทั้งด้านสุขภาพ ความปลอดภัย ระบบรถยนต์อัตโนมัติ และบันเทิง ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สาเหตุที่เลือก อ.บ้านฉางเป็นพื้นที่นำร่องสมาร์ทซิตี้ 5จี แห่งแรก ก็เพราะว่าเทศบาลเมืองบ้านฉาง และคนในพื้นที่มีความตื่ตตัวและความพร้อมสูงมาก โดย 3-4 ปีก่อนหน้านี้ บ้านฉางได้รวมตัวกันทำแผนเมืองอัจฉริยะไว้แล้ว และเมื่อ เอ็นที ได้วางโครงข่ายระบบ 5G เสร็จแล้ว ทำให้เดินหน้าวางเสาสัญญาณ และระบบบริหารจัดการสมาร์ทซิตี้ ได้ทันที ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่กว่า 1 หมื่นคนให้ดีขึ้น โดยโครงการนี้เป็นการนำร่อง หากประสบความสำเร็จก็จะสามารถขยายโมเดลดังกล่าวไปในพื้นที่อื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น&amp;quot;นายคณิศ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95913</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, บ้านฉาง, สมาร์ตซิตี้, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210313/image_big_604b9ffc6bd35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
