<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 09:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“คลัง” มั่นใจ &#039;บ้านดีมีดาวน์&#039;  1 แสนสิทธิ์เกลี้ยงภายใน4เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ย. 2562 นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2562 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบโครงการ &amp;ldquo;บ้านดีมีดาวน์&amp;rdquo; โดยให้การสนับสนุนเงินดาวน์ 50,000 บาท แก่ผู้ซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งสามารถเข้าร่วมโครงการโดยลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.บ้านดีมีดาวน์.com ได้ตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค. 2562 เวลา 8.00 น. จนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2563 และจะต้องได้รับการอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินและจดจำนองตั้งแต่วันที่27 พ.ย. 2562 จนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2563 คนละ 1 สิทธิ์ (1 บัตรประชาชนต่อ 1 สิทธิ์) โดยจำกัดผู้ได้รับสิทธิ์จำนวน 1 แสนราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการต้องมีตัวตนในฐานข้อมูลของกรมการปกครอง อยู่ในฐานภาษีของกรมสรรพากร มีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อเดือน หรือ 1.2 ล้านบาทต่อปี และต้องมีบัญชีเงินฝากธนาคารพร้อมลงทะเบียนพร้อมเพย์ที่ผูกติดกับบัตรประชาชน เมื่อลงทะเบียนแล้วจะได้รับการยืนยันภายใน 3 วัน ว่ามีคุณสมบัติที่จะได้รับเงินดาวน์ โดยจากข้อมูลของกรมสรรพากรมีผู้อยู่ในระบบภาษี 11 ล้านคน มีคนที่รายได้ไม่ถึง 1.2 ล้านบาทต่อปี จำนวน 10 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น ผู้ได้สิทธิ์ต้องทำการซื้อโอนบ้านใหม่จากผู้ประกอบการที่มีอยู่ขณะนี้ 2.7 แสนยูนิต ไม่จำกัดว่าต้องเป็นบ้านหลังแรก หรือ/และไม่จำกัดราคาบ้าน แต่ต้องเป็นบ้านหรือคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จในโครงการเท่านั้น เมื่อทำนิติกรรมกู้และโอนกับสถาบันการเงินได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สถาบันการเงินจะส่งชื่อผู้กู้เข้าระบบอีกครั้ง เพื่อให้อยู่ในจำนวน 1 แสนคนแรกที่ได้สิทธิ์ คืนเงิน 5 หมื่นบาท จากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ภายใน 2 วันทำการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มาตรการนี้จะทำให้เกิดการเร่งตัดสินใจซื้อและการโอนบ้าน ทำให้ผู้ประกอบการมีเงินไปหมุนเวียนโครงการใหม่ ทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งโครงการนี้รัฐบาลต้องการให้คนมีบ้านอยู่และแก้ปัญหาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ขายไม่ได้ ทำให้ไม่เกิดการลงทุนใหม่ จากมาตรการเชื่อว่าจะมีคนใช้สิทธิ์เต็มภายใน 4 เดือน&amp;quot; นายลวรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายลวรณ กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้มีการประชุมร่วมกับ 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย และสมาคมอาคารชุดไทย ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี ทั้ง 3 สมาคมได้ยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนโครงการ รวมถึงพร้อมมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยสนับสนุนประชาชนผู้ซื้อที่อยู่อาศัย เช่น บางโครงการได้ช่วยสนับสนุนค่าธรรมเนียมการโอน 0.01% และค่าจดจำนอง สำหรับที่อยู่อาศัยตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กระทรวงการคลังได้มีการประชุมร่วมกับสถาบันการเงิน จำนวน 19 แห่ง เพื่อชี้แจงรายละเอียดหลักเกณฑ์ แนวทางในการปฏิบัติ และแนวทางการตรวจสอบ ตลอดจนการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ อีกทั้ง สถาบันการเงินของรัฐทุกแห่ง ได้แก่ ธอส. ธนาคารออมสิน ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้เข้าร่วมโครงการ &amp;ldquo;บ้านดีมีดาวน์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สถาบันการเงินของรัฐได้มีการออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อให้สอดรับกับมาตรการลดภาระการซื้อที่อยู่อาศัย รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2562 ระยะที่ 2 ที่ได้ดำเนินการไปแล้วก่อนหน้านี้ ทั้งการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยมูลค่าไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยจากความร่วมมือระหว่างธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินของรัฐ และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว จะช่วยให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐสามารถบรรลุเจตนารมณ์ในการส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ให้มีการขยายตัวอย่างมีศักยภาพในปี 2563 ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51377</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านดีมีดาวน์, รัฐช่วยดาวน์บ้าน, ลวรณ แสงสนิท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190308/image_big_5c8287bfa60f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งัดสารพัดแผนกระตุ้นศก. ชาวนา-มนุษย์เงินเดือนเฮ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ครม.ไฟเขียวมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี 2562 ช่วยมนุษย์เงินเดือนมีบ้านของตัวเองผ่านโครงการ &amp;ldquo;บ้านดีมีดาวน์&amp;rdquo; ลดภาระ 50,000 บาทต่อผู้มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาท/เดือน พร้อมช่วยกลุ่มเอสเอ็มอีและชาวนาไร่ละ 500 บาทไม่เกิน 20 ไร่ ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมแย้มของขวัญปีใหม่ เปิดตลาดนัดสินค้าราคาถูกจากโรงงาน 77 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 62 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจมีการเจริญเติบโตและขยายผลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อประชาชน เกษตรกรรายย่อย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าไปได้ในช่วงที่สภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.โครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ประจำปีงบประมาณ 2563 ประกอบด้วย 3 โครงการย่อยแรก โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระดับหมู่บ้าน โดยจัดสรรเงินให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จำนวน 71,742 แห่ง แห่งละไม่เกิน 200,000 บาท ผ่านสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ภายใต้วงเงินรวม 14,348.4 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเงินทุนในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็กในชุมชน สนับสนุนผู้ประกอบการ และส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ เช่น ยุ้งฉางชุมชน โรงตากพืชผลทางการเกษตร การจัดทำแหล่งเก็บน้ำชุมชน เครื่องจักรสำหรับแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เป็นต้น หรือกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนที่ชุมชนเห็นว่าเป็นประโยชน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงการย่อยที่สอง สินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุนสินเชื่อรวม 50,000 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าลงทุนในการดำเนินกิจการและเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.01% ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี ระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.62-30 พ.ย.65 และโครงการย่อยที่สาม พักชำระหนี้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองตามความสมัครใจ โดยให้พักชำระหนี้หรือลดภาระหนี้เงินกู้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองให้กับสมาชิกที่มีความเดือดร้อน และสามารถนำเงินส่วนดังกล่าวมาประกอบอาชีพและจ่ายหนี้นอกระบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตมกล่าวต่อว่า 2.มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ผ่านโครงการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว ปีการผลิต 2562/63 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกร โดยการลดภาระค่าใช้จ่ายในการเก็บเกี่ยวข้าวและปรับปรุงคุณภาพข้าว โดยเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 62 กับกรมส่งเสริมการเกษตร จะได้รับเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวเฉพาะเกษตรกรรายย่อยอัตราไร่ละ 500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน 10,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลยังได้อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมในโครงการโดยสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 พร้อมทั้งขยายระยะเวลาการจ่ายเงินให้เกษตรกรจากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.2562 เป็นสิ้นสุดวันที่ 30 เม.ย.2563 เนื่องจากมีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2562 กับกรมส่งเสริมการเกษตรมากกว่าที่คาดการณ์ไว้&amp;quot; นายอุตตมกล่าว และว่า 3.มาตรการลดภาระการซื้อที่อยู่อาศัย ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;บ้านดีมีดาวน์&amp;rdquo; เพื่อเป็นการลดภาระและสนับสนุนให้ประชาชนทั่วไปมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยภาครัฐสนับสนุนเงินเพื่อลดภาระการผ่อนดาวน์ จำนวน 50,000 บาทต่อราย ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมมาตรการต้องเป็นผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อเดือน ระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย.62-31 มี.ค.2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงของขวัญปีใหม่ 2563 ของกระทรวงอุตสาหกรรมว่า เบื้องต้นมีนโยบายให้หน่วยงานสังกัดกระทรวง ทุกกรม กอง อุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ 77 จังหวัด ประสานกับผู้ผลิตสินค้าโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ นำสินค้าจากโรงงานมาจำหน่ายให้กับประชาชนในราคาถูกมาก เพราะไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง จัดรูปแบบตลาดนัดจำหน่ายสินค้าโรงงานทุกประเภท กลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ในชีวิตประจำวัน เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ จัดขึ้นในเดือนธันวาคมนี้ จุดจำหน่ายหลักอยู่ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ถนนพระราม 6 ส่วนตลาดนัดที่กระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ อยู่ระหว่างพิจารณารูปแบบ และสถานที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ของขวัญปีใหม่จากกระทรวงอุตสาหกรรมล็อตแรกจะเน้นการจำหน่ายสินค้าราคาถูกก่อน เพื่อบรรเทาค่าครองชีพของประชาชน และต้อนรับเทศกาลปีใหม่ที่ปกติประชาชนจะหาซื้อสินค้าในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่แล้ว ยืนยันว่าราคาจำหน่ายจะถูกกว่าซื้อตามห้าง ร้านแน่นอน เพราะเจ้าของโรงงาน พนักงาน จะเป็นผู้จำหน่ายเอง นอกจากนี้กระทรวงยังอยู่ระหว่างพิจารณาของขวัญปีใหม่ด้านอื่นเพิ่ม อาทิ สินเชื่อพิเศษสำหรับผู้ประกอบการ แต่จะต้องพิจารณาความเป็นไปได้อีกครั้ง เพราะเนื้องานของกระทรวงจัดทำของขวัญให้ประชาชนค่อนข้างยาก แต่จะพยายามทำอย่างเต็มที่&amp;quot; นายสุริยะกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
...
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51197</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจ, ชาวนาไร่ละ 500 บาทไม่เกิน 20 ไร่, บ้านดีมีดาวน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอสเอ็มอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191126/image_big_5ddd3a1e32ff6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
