<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 21:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำรวจป่าชุ่มน้ำ &#039;ชุมชนบ้านบุญเรือง&#039; ระบบนิเวศเปลี่ยน-ปลาสูญหลายชนิดเหตุเขื่อนจีนกั้นโขง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำรวจป่าชุมชนบ้านบุญเรืองยามน้ำหลาก หลังน้ำไม่เข้า 2 ปี เหตุเขื่อนจีนกั้นโขงทำลายระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ-ปลาหลายชนิดหายไป แนะรัฐบาลไทยหารือทางการจีนปล่อยน้ำโขงให้เป็นไปตามธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.64 - ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจป่าชุ่มน้ำบ้านบุญเรือง อ.เชียงของ จ.เชียงราย เพื่อเก็บข้อมูลความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าภายหลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ภายหลังเกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันทำให้ปริมาณน้ำในลุ่มแม่น้ำอิงมีมากและเอ่อสูงท่วมตลิ่งเข้าไปยังป่าชุ่มน้ำที่ชุมชนดูแลรักษาแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้นั่งเรือพายโดยมีชาวบ้านเป็นฝีพาย พาลัดเลาะเข้าไปในป่าบ้านบุญเรืองที่ยังมีต้นไม้ใหญ่น้อยขึ้นอยู่หนาแน่น โดยน้ำได้ท่วมพื้นที่ป่าเป็นบางส่วนโดยมีระดับน้ำความสูงกว่า 1 เมตร ทั้งนี้ป่าริมแม่น้ำอิงมีเอกลักษณ์เฉพาะ คือ ต้นไม้ต่างๆ เช่น ต้นส้มแสง ต้นข่อย สามารถแช่อยู่ในน้ำที่หลากตามฤดูกาลได้นานหลายเดือน ขณะที่ฝูงปลานานาชนิดจากแม่น้ำโขงและแม่น้ำอิง รวมทั้งห้วยหนองคลองบึงต่างๆ ได้ว่ายเข้าไปหากินและขยายพันธุ์ในป่าชุ่มน้ำ เนื่องจากมีอาหารตามธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นลูกไม้ต่างๆ หรือเหล่าแมลงและไส้เดือนที่หนีน้ำขึ้นไปอยู่ตามเนินดินและกิ่งไม้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชเญศพงษ์ คุรุปรัชญามรรค ชาวบ้านบุญเรือง และผู้ประสานงานสภาประชาชนลุ่มน้ำอิงตอนล่าง กล่าวว่า น้ำหลากเข้าป่าเป็นครั้งที่ 4 ของปีนี้ แต่เป็นการท่วมป่าเพียงระยะสั้นๆ แค่ไม่เกิน 1-2 คืน แล้วก็เริ่มลดระดับลง ทำให้ความหลากหลายในพื้นที่จึงไม่ยังมากเท่าที่ควร โดยน้ำไม่ได้หลากเข้าป่าบุญเรืองตามที่ควรจะเป็นตามวัฏจักรฤดูกาลมา 2 ปีแล้ว ทำให้พันธุ์สัตว์น้ำและการกระจายเมล็ดพันธุ์พืชมีปัญหา สาเหตุเกิดจากน้ำต้นทุน จากกว๊านพะเยา มีปริมาณน้อยลง ขณะที่แม่น้ำโขงก็มีปริมาณน้อยเช่นกัน โดยขณะนี้แม่น้ำโขงมีปริมาณน้ำสูงเพียงราว 2.9 เมตร ซึ่งถือว่าต่ำมากในฤดูน้ำหลาก แทนที่จะสูง 4-6 เมตรเหมือนฤดูฝนตามธรรมชาติในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลายปีที่ผ่านมาปลาหลายชนิดที่ชาวบ้านเคยหาได้ก็หายไป เช่น ปลากดคังตัวใหญ่ๆ และปลาอีกหลายชนิดที่หายไปตั้งแต่ปี 2541 ปลาบางชนิดที่ชาวบ้านเคยจับได้ตัวใหญ่ๆ ตอนนี้จับได้ตัวเล็กลง เพราะความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ&amp;nbsp;เราเคยเก็บข้อมูลปลาในแม่น้ำอิงที่มีพันธุ์ปลาราว 280 ชนิด แต่ตอนนี้หลายชนิดหายไปแล้ว แถมมีปลาต่างถิ่นผสมเข้ามามากขึ้น และยังมีเอเลี่ยนสปีชี เช่น ปลาซัคเกอร์ เช่นเดียวกับการขุดลอกหนองของทางการให้กลายเป็นสระน้ำ ทำให้พืชพันธุ์ชายน้ำหายไป พันธุ์ปลาในท้องถิ่นก็หายไปด้วย เป็นการทำลายระบบนิเวศ&amp;rdquo; ชาวบ้านบุญเรือง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชเญศพงษ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการฟื้นฟูนั้น จริงๆ แล้วป่าสามารถฟื้นฟูตัวเองได้ แต่เราต้องรักษาไม้พื้นถิ่นไว้และการกระจายเมล็ดพันธุ์ต้องมองให้ลึกถึงอาหารของนกและอาหารของสัตว์ ในป่าบุญเรืองนอกจากเราคำนึงถึงวิถีวัฒนธรรมแล้ว ยังให้วัวควายเป็นตัวกระจายเมล็ดพันธุ์ รวมถึงผึ้งที่กระจายเกสรซึ่งเป็นความสัมพันธ์ในระบบนิเวศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต กล่าวว่าปรากฎการณ์น้ำเข้าป่าบุญเรืองและป่าริมแม่น้ำอิงทำให้เห็นถึงระบบนิเวศของป่าชุ่มน้ำริมแม่น้ำอิง โดยปกติแล้วเมื่อแม่น้ำโขงหลากและมีปริมาณน้ำมาก ทำให้เกิดการไหลย้อนกลับไปยังแม่น้ำอิงและแม่น้ำสาขาต่างๆ เกิดระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ แต่สิ่งที่เห็นในวันนี้เกิดจากปริมาณน้ำในแม่น้ำอิงที่ไหลผ่านป่าและเอ่อสูงขึ้นเพราะปริมาณน้ำที่เกิดจากฝนตกหนัก แต่เป็นการหลากเข้าท่วมป่าเพียงระยะสั้นๆ เพราะปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงไม่สูงพอที่จะไหลย้อนกลับเนื่องจากการกักเก็บน้ำของเขื่อนแม่น้ำโขงตอนบน 11 เขื่อน ในประเทศจีน ทำให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศลำน้ำสาขาที่เชื่อมโยงกับแม่น้ำโขงอย่างน่ากังวลใจ หากต้องการให้ระบบนิเวศเหล่านี้ฟื้นคืนมา รัฐบาลไทยต้องหารือกับทางการจีนถึงเรื่องการจัดการเขื่อนตอนบนของแม่น้ำโขงโดยเฉพาะการทำให้น้ำไหลตามกลไกของธรรมชาติตามฤดูกาลให้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ป่าชุ่มน้ำบ้านบุญเรือง เป็น 1 ใน 26 แห่งที่เป็นระบบนิเวศเฉพาะริมแม่น้ำอิงโดยมีเนื้อที่กว่า 3 พันไร่ เคยถูกเสนอจากรัฐบาลให้เปลี่ยนเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อให้นักลงทุนเข้ามาใช้ประโยชน์ แต่ได้รับการต่อต้านจากชุมชนเนื่องจากเป็นป่าที่ชาวบ้านร่วมกันดูแลมาตั้งแต่บรรพบุรุษ กระทั่งรัฐบาลยอมถอย และเมื่อปี 2563 ป่าผืนนี้ได้รับรางวัล Equator Prize เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลกประจำปี จากโครงการพัฒนาของสหประชาชาติ (UNDP) และปัจจุบันป่าผืนนี้และป่าริมแม่น้ำอิงกำลังถูกเสนอชื่อให้เป็นขึ้นทะเบียนเป็นป่าชุ่มน้ำ (Wetlands) ตามอนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2564 กระทรวงทรัพยากรน้ำ สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ทำหนังสือ ถึงคณะทำงานร่วมของกรอบความร่วมมือแม่น้ำล้านช้างแม่น้ำโขง (LMC) จากกัมพูชา ลาว พม่า ไทย และเวียดนาม พร้อมสำเนาถึงสำนักเลขาคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) และศูนย์ความร่วมมือทรัพยากรน้ำแม่น้ำล้านช้างแม่น้ำโขง ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2564 เพื่อแจ้งเตือนการลดการระบายน้ำจากเขื่อนจิงหง ในหนังสือดังกล่าวมีสาระสำคัญระบุว่า ปริมาณน้ำที่ไหลออกจากสถานีไฟฟ้าพลังน้ำจิงหง (Jinghong Hydropower) จะค่อยๆ ลดลงจาก 900-1,300 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เป็น 700 ลบ.ม. ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม- 30 สิงหาคม แม้ต่อมาจะมีรายงานว่ามีการยกเลิกแผนดังกล่าว แต่ก็พบว่าปริมาณน้ำแม่น้ำโขง บริเวณพรมแดนไทยลาว อ.เชียงแสน และ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ลดลงอย่างมากผิดฤดูกาล และมีความผันผวน แม้จะมีฝนตกมากในช่วงนี้ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113657</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงราย, บ้านบุญเรือง, ป่าชุ่มน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611bbeba034e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2020 18:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2020 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป่าชุ่มน้ำบ้านบุญเรือง&#039; คว้ารางวัลระดับโลก &#039;คนลุ่มน้ำอิง&#039; สุดปลื้มพร้อมรักษาผืนป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คนลุ่มน้ำอิง&amp;quot; สุดปลื้ม &amp;quot;ป่าชุ่มน้ำบ้านบุญเรือง&amp;quot; ได้รับรางวัลสิ่งแวดล้อมระดับโลกจากสหประชาชาติ (UNDP) เผยชาวบ้านเข้มแข็งร่วมกันปกป้องผืนป่าจนหลุดรอดจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย.63 - นายถนอม อุตมะ ประธานสภาประชาชน ลุ่มน้ำอิง เปิดเผยว่ารู้สึกยินดีอย่างมากที่ป่าชุ่มน้ำลุ่มน้ำอิง บ้านบุญเรือง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ได้รับรางวัลเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก จากโครงการพัฒนาของสหประชาชาติ (UNDP) ซึ่งเป็นรางวัลสิ่งแวดล้อมระดับนานาชาติ โดยชุมชนบ้านบุญเรือง เป็นหมู่บ้านเครือข่ายที่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสภาประชาชนลุ่มน้ำอิง ตั้งแต่ปลายปี 2558 ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าชัดเจนที่ชาวบ้านบุญเรือง ได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำงานเพื่อปกป้องป่าชุ่มน้ำของชุมชนจนเป็นที่ประจักษ์ และได้รับการยอมรับจากองค์กรระดับสากล&amp;nbsp;ในนามของประธานสภาประชาชนลุ่มน้ำอิง พวกเราภาคภูมิใจต่อรางวัลที่ชาวบ้านบุญเรืองได้รับ เป็นไปตามความตั้งใจของสภาประชาชนที่ขับเคลื่อนงานด้านการอนุรักษ์ในพื้นที่ลุ่มน้ำอิง จากต้นน้ำที่ จ.พะเยา จนไหลลงแม่น้ำโขง ที่ จ.เชียงราย เป็นไปตามเจตนารมย์ที่ให้ความสำคัญร่วมกับชุมชนในการช่วยกันพัฒนาและดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทรงพล จันทะเรือง ประธานกลุ่มอนุรักษ์ป่าบ้านบุญเรือง กล่าวว่า ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้รับรางวัลนี้ ที่ผ่านมาเราก็ทำงานของเราอย่างแข็งขัน และขอขอบคุณเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ช่วยกันทำงานจนมีวันนี้ได้ เป็นความภาคภูมิใจร่วมกัน เพราะรางวัลนี้คือของทุกคน โดยกลุ่มอนุรักษ์ป่าบ้านบุญเรือง ได้ก่อตั้งอย่างเป็นทางการ เมื่อ วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2558 และเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเป็นช่วงที่อยู่ท่ามกลางสถานการณ์การขับเคลื่อนของชุมชนบ้านบุญเรือง ที่ปกป้องป่าชุ่มน้ำจากโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยจะเป็นการนำพื้นที่ตามจังหวัดชายแดน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ในการดูแลของหน่วยงานรัฐ หรือป่าชุมชนของชาวบ้าน ไปให้นักลงทุนเช่า ทำให้เกิดปัญหาต่างๆมากมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานกลุ่มอนุรักษ์กล่าวว่า ก่อนการตั้งกลุ่มอย่างเป็นทางการ เดิมทีชุมชนบ้านบุญเรืองมีการดูแลรักษาป่าชุ่มน้ำ (wetlands) เนื้อที่กว่า 3,706 ไร่ มาอย่างยาวนาน &amp;nbsp;โดยแบ่งพื้นที่ช่วยกันดูแลร่วมกัน 5 หมู่บ้าน &amp;nbsp;ได้แก่ บ้าน บ้านบุญเรืองใต้ ม.2 จำนวน 1,473 ไร่ บ้านบุญเรืองเหนือ ม.1 และบ้านภูแกง ม.10 จำนวน &amp;nbsp;1,113 ไร่ บ้านต้นปล้อง ม.5, บ้านต้นปล้องใต้ ม.8 จำนวน 1,120 ไร่ เป็นความร่วมมือของชุมชนในการอนุรักษ์ป่าสืบเนื่องมาตั้งแต่ครั้งในอดีต พื้นที่ป่าชุ่มน้ำบ้านบุญเรืองคือ แหล่งอาหารธรรมชาติของชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเตชภัฒน์ มะโนวงศ์ เลขานุการสภาประชาชนลุ่มน้ำอิง กล่าวว่า กลุ่มอนุรักษ์ป่าบ้านบุญเรืองที่ได้รับรางวัลจาก UNDP ในครั้งนี้ถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติ และประกาศให้ทั่วโลกได้ทราบว่า การยืนยันสิทธิของชุมชนต่อทรัพยากรที่ชาวบ้านใช้ร่วมกันได้ใช้อย่างชาญฉลาดและยั่งยืน ภายใต้กระบวนการการมีส่วนร่วมของชุมชน เห็นถึงความเข้มแข็งของชุมชน และที่สำคัญเป็นการทำงานที่เชื่อมร้อยเครือข่ายในนามสภาประชาชนลุ่มน้ำอิงที่อยากจะเห็น สิทธิชุมชนต่อการจัดการทรัพยากรดิน น้ำ ป่า อย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง รางวัล Equator Prize ของ UNDP ได้มอบทุกๆ 2 ปี ให้แก่ชุมชนและชนเผ่าพื้นเมืองที่มีแนวทางการจัดการและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67989</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงราย, บ้านบุญเรือง, ป่าชุ่มน้ำลุ่มน้ำอิง, รางวัลสิ่งแวดล้อมระดับนานาชาติ, ลุ่มน้ำอิง, วันสิ่งแวดล้อมโลก, โครงการพัฒนาของสหประชาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200606/image_big_5edb7d306f93b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
