<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ผ่อนปรนเงื่อนไข เปิดทางเช่าบ้านประชารัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 ม.ค. มีมติเห็นชอบปรับหลักเกณฑ์ และคุณสมบัติผู้ที่มีสิทธิ์เช่าบ้านประชารัฐ ที่เป็นการเช่าระยะยาว จากเดิมที่มีการอนุมัติให้เริ่มโครงการไปแล้วเมื่อวันที่18 เม.ย. 60 ตามจุดประสงค์เพื่อต้องการให้คนมีบ้านอยู่มากขึ้น แต่ทั้งนี้จากหลักเกณฑ์เดิมที่กำหนดให้ผู้ที่จะเช่นบ้านประชารัฐ ปัจจุบันจะต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยอื่น ๆ จึงเป็นปัญหาทำให้ประชาชนทั่วไปโดนจำกัดสิทธิ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กำหนดให้ประชาชนที่มีสิทธิ์ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ , ประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 35,000 บาทต่อคนต่อเดือน และประชาชนทั่วไป โดยไม่กำหนดว่าจะเป็นข้าราชการหรือไม่ให้มีสิทธิ์เข้ามาร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เกิดกรณีที่คนที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพ ก็อยากจะมีบ้านอยู่ในกรุงเทพ แต่ติดที่มีบ้านอยู่ที่ต่างจังหวัดอยู่แล้ว จึงไม่ผ่านคุณสมบัติที่กำหนดไว้ ซึ่ง ครม. มีมติให้เปลี่ยนกฎเกณฑ์ใหม่ เพื่อให้ตรงจุดประสงค์ที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรก &amp;rdquo;นายณัฐพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจากสถิติในโครงการบ้านประชารัฐ ในพื้นที่ชะอำแปลงที่ 260 โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 377 หน่วย มีผู้ยื่นเข้ามาทำเรื่อง 600 กว่าราย แต่จากที่ติดหลักเกณฑ์ดังกล่าว เหลือผู้ที่มีสิทธิ์ 30 ราย และผ่านคุณสมบัตที่ 28 ราย ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นเกณฑ์ที่ตัดสิทธิ์คนต้องการมีบ้านไปเยอะมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27840</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., บ้านประชารัฐ, ปรับหลักเกณฑ์ผู้ที่มีสิทธิ์เช่าบ้านประชารัฐ, สนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181225/image_big_5c2239d8b873f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2018 07:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2018 07:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลงเสาเข็มบ้านประชารัฐ 5 จังหวัด ผ่อนเบาๆเดือนละ3พันบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ธนารักษ์&amp;rdquo; เล็งลงเสาเข็มบ้านคนไทยประชารัฐ ปี 2562 รวม 2,300 ยูนิต ครอบคลุม 5 จังหวัดทั่วประเทศ เคาะราคาหลังละไม่เกิน 7 แสนบาท อุ้มผู้มีรายได้น้อยผ่อนเบา ๆ เดือนละ 3 พันบาท ด้าน ออมสิน-ธ.ก.ส. ตั้งแท่นเตรียมปล่อยกู้ 4,000 ล้าน

นายอำนวย ปรีมนวงศ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้ลงนามสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อการก่อสร้างและบริหารโครงการบ้านคนไทยประชารัฐ ในที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน ชบ.633 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหี จ.ชลบุรี เนื้อที่ 10-0-00 ไร่ ผู้ได้รับสิทธิ คือ บริษัท ฟอร์ คอน จำกัด มูลค่าโครงการ 175.30 ล้านบาท และที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน ปข.573 ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เนื้อที่ 6-3-01 ไร่ ผู้ได้รับสิทธิ คือ บริษัท ประจวบแกรนด์ โฮเต็ล จำกัด มูลค่าโครงการ 126.47ล้านบาท โดยคาดว่าผู้พัฒนาโครงการ จะเริ่มเปิดขายให้กับประชาชนได้ในปีนี้

นอกจากนี้ ยังมีโครงการบ้านคนไทยประชารัฐอีก 3 จังหวัดคือ เชียงใหม่ เชียงราย และขอนแก่น ซึ่งได้ผู้ชนะโครงการทั้งหมดแล้ว และจะมีการลงนามสัญญาเช่าที่เพื่อก่อสร้างได้ภายในเดือน ธ.ค.2561 เป็นสิทธิการเช่าระยะยาว 30 ปี คิดค่าเช่าตารางวาละ 1 บาทต่อเดือน สำหรับมูลค่าโครงการทั้ง 5แห่ง ประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน จะร่วมกันปล่อยกู้ให้กับผู้พัฒนาโครงการรวม 2,000 ล้านบาท และปล่อยให้ประชาชนกู้ซื้ออีก 2,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายอำนวย กล่าวว่า บ้านคนไทยประชารัฐ เป็นการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล ที่ต้องการจัดสร้างที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย สามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองบนที่ดินราชพัสดุ โดยเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียน ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิ จองซื้อกรรมสิทธิ์ก่อน แต่ถ้าไม่มีความสามารถในการกู้ ก็จะเปิดให้ผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อเดือน และประชาชนทั่วไปจองตามลำดับ ซึ่งที่ผ่านมา จากการเปิดรับฟังความต้องการทั้ง 5จังหวัด พบว่ามียอดความต้องการจองสิทธิที่อยู่อาศัยรวมกว่า 2,900 ยูนิต ซึ่งสูงกว่าจำนวนยูนิตที่จะเปิดขายจริงที่ 2,300 ยูนิต

&amp;ldquo;จำนวนยอดจองสิทธิในรอบ Pre-Sale ที่กรมธนารักษ์ลงพื้นที่กว่า 2,900ยูนิต ส่วนใหญ่เป็นยอดจองจากผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งหลังจากนี้ สามารถไปติดต่อขอซื้อสิทธิ์ในการพักอาศัยกับโครงการได้ทันที และหากธนาคารอนุมัติสินเชื่อ ก็พร้อมเข้าอยู่ได้ปลายปี 2562โดยมีราคาต่อยูนิตไม่เกิน 7 แสนบาท ให้ผ่อนต่อเดือน ไม่เกิน 3 พันบาท&amp;rdquo; นายอำนวย กล่าว

สำหรับที่ดินราชพัสดุ จ.ชลบุรี มีรูปแบบโครงการ แบ่งเป็นพื้นที่อยู่อาศัย อาคารพักอาศัยรวม 2 ชั้น 12 หลัง จำนวน 252 ยูนิต และพื้นที่เชิงพาณิชย์ อาคาร Community Mall 2 ชั้น เป็นศูนย์อาหาร มินิมาร์ท สรรพสินค้า ส่วนพาณิชย์ และลานกิจกรรม ส่วนที่ดินราชพัสดุ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีรูปแบบโครงการ เป็นพื้นที่อยู่อาศัย อาคารพักอาศัยรวม 4 ชั้น 2 หลัง จำนวน 90 ยูนิต และอาคารพักอาศัยรวม 5 ชั้น 2 หลัง จำนวน 120 ยูนิต รวมทั้งหมด 210 ยูนิต และพื้นที่เชิงพาณิชย์ ตลาดชุมชนชั้นเดียว 106 แผง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23056</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธนารักษ์, บ้านประชารัฐ, อำนวย ปรีมนวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181123/image_mid_5bf80154de231.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2018 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2018 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน :  ประสบการณ์จากอาเซียน  “การพัฒนาเมืองไม่ได้หมายความว่าต้องไล่คนออกไป”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์ประชุมเมืองทองธานี/&amp;nbsp;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จัดงาน &amp;nbsp;&amp;lsquo;Thailand Social Expo 2018&amp;rsquo;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นมหกรรมด้านสังคมครั้งแรกของประเทศไทย &amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;3 &amp;ndash; 5&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ณ ฮอลล์&amp;nbsp;5-8 &amp;nbsp;ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค &amp;nbsp;เมืองทองธานี &amp;nbsp;ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และขบวนองค์กรชุมชนได้จัดเวทีวิชาการ &amp;ldquo;นวัตกรรมชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rdquo; &amp;nbsp;มีการเสวนาในประเด็นต่างๆ &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;เรื่อง &amp;nbsp;&amp;ldquo;Inslusive&amp;nbsp;City Development&amp;rdquo;&amp;nbsp;โดยวิทยากรจากประเทศอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสตราจารย์&amp;nbsp;Yap Kioe Sheng&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Urban Poverty and Housing Advisor) &amp;nbsp;จากประเทศสิงคโปร์กล่าวว่า &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ผู้คนอาศัยอยู่ในชนบท&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันคนย้ายเข้ามาอยู่ในเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;และตอนนี้เรามีเมืองที่ใหญ่มาก&amp;nbsp;ทั้งคนที่รวย &amp;nbsp;คนจนมาอาศัยอยู่ร่วมกัน&amp;nbsp;การพัฒนาเมืองก็มีข้อดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะทุกคนเข้าเมืองมาเพื่อทำงานหาเงิน&amp;nbsp;โอกาส&amp;nbsp;&amp;nbsp;เทคโนโลยี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ความรู้ก็มีมาก&amp;nbsp;ในเมืองใหญ่สิ่งที่ยากคือ&amp;nbsp;การหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม&amp;nbsp;และต้องเรียนรู้การอยู่อาศัยร่วมกันท่ามกลางความแตกต่างในพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งแตกต่างจากในชนบทที่ทุกคนเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ทุกคนที่อาศัยอยู่ในเมือง&amp;nbsp;ต่างก็เป็นพลเมืองของพื้นที่และได้ทำหน้าที่ที่สำคัญ &amp;nbsp;ไม่ว่าจะขายอาหารริมถนน &amp;nbsp; ขับรถมอเตอร์ไซค์ &amp;nbsp;คนเก็บขยะ &amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเมือง&amp;nbsp;ดังนั้นทุกคนในเมืองจึงควรได้รับการดูแลและได้รับการสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;ควรเป็นพื้นที่ของทุกคน&amp;nbsp;เป็นเมืองของทุกคน &amp;nbsp;คนจน&amp;nbsp;คนแก่&amp;nbsp;เด็ก&amp;nbsp;เยาวชน&amp;nbsp;แต่ในบางครั้งเมืองก็กลับกลายเป็นพื้นที่ของคนรวยเท่านั้น&amp;nbsp;กรุงเทพฯ เป็นเมืองของคนขับรถ&amp;nbsp;ไม่มีพื้นที่สำหรับเดิน&amp;nbsp;ไม่มีระบบขนส่งสาธารณะที่ถูก (มีรถไฟฟ้าที่ราคาแพง)&amp;nbsp;ไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับคนพิการที่ใช้รถเข็น&amp;rdquo;ศาสตราจารย์ &amp;nbsp;Yap&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;และว่า &amp;nbsp;เราคงไม่ได้ร้องขอให้รัฐบาลมาทำอะไรให้เราเพียงฝ่ายเดียว&amp;nbsp;แต่ในฐานะประชาชนเราต้องลุกขึ้นมาจัดการปัญหาต่างๆ&amp;nbsp;ของเราเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เวลาเราพูดถึงเรื่องการพัฒนา&amp;nbsp;มักพูดถึงแต่เรื่องเงิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เศรษฐกิจแต่เพียงเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ยังไม่พอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เราควรมองถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;การมีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทุกคนมีอยู่มีกิน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เข้าถึงการรักษาสุขภาพ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่มีกระทรวง&amp;nbsp;พม. ซึ่งเป็นกระทรวงหลักในการดำเนินการเรื่องเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Marco &amp;nbsp;Kusumawijaya&amp;nbsp;(Senior Advisor,&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;for Urban Studies Jakarta)&amp;nbsp;ประเทศอินโดนีเซีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;เมืองในยุค&amp;nbsp;1.0เป็นเมืองที่รัฐเป็นผู้จัดการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่เมือง&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;คือชุมชนและรัฐร่วมกันจัดการเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว&amp;nbsp;เมืองจาการ์ตา&amp;nbsp;(เมืองหลวงของประเทศ) เผชิญกับการไล่รื้อครั้งใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เราได้ดำเนินการอย่างหนักในการต่อสู้เรื่องการไล่รื้อ&amp;nbsp;เรานำเสนอแนวทางการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม&amp;nbsp;โดยได้รับความรู้และประสบการณ์จาก พอช. และกรณีตัวอย่างจากประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเริ่มงานในจาการ์ตา&amp;nbsp;เริ่มต้นเหมือนที่ดำเนินการในโครงการบ้านมั่นคงในประเทศไทย&amp;nbsp;มีการดำเนินงานสำรวจข้อมูล&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ชุมชนในเมืองจาการ์ตา&amp;nbsp;แต่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ชุมชนเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการดำเนินงานเมืองเทียบกับประชากรทั้ง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านคนในประเทศอินโดนีเซีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เราได้สร้างกลยุทธ์ในการออกแบบชุดให้กับคนหาบเร่แผงลอย &amp;nbsp;เพื่อใช้ในการพูดคุยชักชวนเจ้าหน้าที่รัฐให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ก็ยังมีปัญหา &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ความเชื่อมั่นจากหน่วยงานรัฐ&amp;nbsp;ที่ไม่เชื่อมั่นในเรื่องการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยใช้การสร้างที่อยู่อาศัยเป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนจากเดิมที่รัฐเป็นหน่วยงานที่ไล่รื้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้องเปลี่ยนมาเป็นสนับสนุน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;Marco&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;และบอกว่า ระบบการบริหารของรัฐต้องเปลี่ยนมาสนับสนุนชุมชน &amp;nbsp;แต่หน่วยงานที่สนับสนุนการดำเนินงานของชุมชนก็ไม่มีอย่างชัดเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp;อีกทั้งคนทำงานในพื้นที่ก็ยังไม่เข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ตอนนี้เรามีหน่วยงานใหม่ในการสนับสนุนทุนเพื่อก่อสร้างที่อยู่อาศัยในหน่วยงานที่มีอยู่เดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมทั้งมีการจัดสรรที่ดินที่เหมาะสม&amp;nbsp;&amp;nbsp; และขณะนี้เราพยายามตั้งองค์กรที่คล้ายๆ พอช.ในระดับจังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งมีความพยายามในการร่างยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Murali Ram&amp;nbsp;จากโครงการ&amp;nbsp;Think city&amp;nbsp;ประเทศมาเลเซีย &amp;nbsp;ซึ่งเป็นองค์กรเพื่อสังคมที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล &amp;nbsp;โดยสนับสนุนงบประมาณลงไปสู่ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมงานกับหน่วยงานท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่ปีนัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยการอนุรักษ์บ้านเก่า&amp;nbsp;ตึกเก่า &amp;nbsp;อนุรักษ์วัฒนธรรมและพื้นที่ทางวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;200&amp;nbsp;ปีที่แล้ว&amp;nbsp;ปีนังเป็นเมืองท่าที่คึกคัก&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันเมืองได้เปลี่ยนไป&amp;nbsp;กลายเป็นอาคารบ้านช่องที่ทรุดโทรม&amp;nbsp;ผู้คน จึงอพยพย้ายออกจากเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการฯ&amp;nbsp;จึงมาหาจุดแข็งของเมืองว่าเรื่องใดที่เราจะฟื้นฟูเมืองได้&amp;nbsp;ซึ่งก็คือเรื่องวัฒนธรรม อาคารบ้านเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเรื่องอาหาร&amp;nbsp;เราจึงเริ่มฟื้นฟูโดยทำงานร่วมกับชุมชนมัสยิดในการอนุรักษ์มัสยิด&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างความเชื่อใจของคนในพื้นที่ &amp;nbsp; โดยทำการอนุรักษ์อาคารเก่าในพื้นที่&amp;nbsp;และพัฒนาปรับปรุงจนกลายมาเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจของเมือง&amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;มีการจัดงาน&amp;nbsp;Grorge Town Festival&amp;nbsp;ซึ่งเป็นงานที่มีชื่อเสียง&amp;nbsp;มีการบันทึกเรื่องราว&amp;nbsp;ดนตรี จนสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์&amp;rdquo;&amp;nbsp;Murali Ram&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Murali Ram&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า &amp;nbsp;เมือง&amp;nbsp;Grorge Town&amp;nbsp;เป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็สามารถพัฒนาให้เป็นเมืองที่มีชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีผู้คนเข้ามาใช้ชีวิตและดำเนินธุรกิจในเมืองได้&amp;nbsp;ไม่จำเป็นต้องย้ายมาอยู่อาศัยในเมืองใหญ่&amp;nbsp;มีการปรับปรุงพื้นที่สาธารณะในเมืองด้วยการทำงานร่วมกับคนในเมือง&amp;nbsp;ทำให้คนรู้สึกอยากกลับเข้ามาอยู่ในเมืองเพราะมีพื้นที่ที่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปรับปรุงกลุ่มบ้านแถว&amp;nbsp;จากเดิมที่มีแผนในการไล่รื้อคนที่อยู่อาศัยออก&amp;nbsp;จึงลงพื้นที่เข้าไปดำเนินการกับกลุ่มเจ้าของบ้านเช่าและผู้เช่าในการปรับปรุงอาคาร&amp;nbsp;ทำงานร่วมกับ&amp;nbsp;ACHR(มูลนิธิที่อยู่อาศัยแห่งเอเชีย) &amp;nbsp;มีการจัดกระบวนการการมีส่วนร่วม&amp;nbsp;เพื่อให้คนที่อาศัยอยู่เดิมได้มีที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;ซึ่งคนเป็นหัวใจสำคัญของพื้นที่นั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการบัตเตอร์เวิร์ธ&amp;nbsp;การฟื้นฟูพัฒนาย่าน&amp;nbsp;เริ่มต้นด้วยการค้นหาจุดเด่นของพื้นที่&amp;nbsp;ด้วยการเริ่มต้นการสำรวจและการพูดคุยกับคนในเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อค้นหาอัตลักษณ์และศักยภาพของพื้นที่ร่วมกัน&amp;nbsp;ด้วยกระบวนการเดินสำรวจเมือง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้ผู้คนเข้าใจเมืองตนเองมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Parked&amp;nbsp;Angkera&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Deputy Director General of the Housing)จากประเทศกัมพูชา &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;การเจริญเติบโตของเมืองพนมเปญดึงดูดให้คนเข้ามาในเมืองมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประกอบกับปัญหาของภาคชนบท&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรกรรมไม่สร้างรายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงผลักดันประชากรให้เข้ามาในเมือง&amp;nbsp;ทั้งนี้ผู้คนในพนมเปญ&amp;nbsp;55%&amp;nbsp;ต้องเผชิญกับปัญหาความยากจน&amp;nbsp;การไม่มีที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชากรต้องอยู่ในสลัม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประกอบกับทางการไม่ยอมรับว่าในเมืองมีปัญหาคนจนที่อาศัยในสลัม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับประเทศ&amp;nbsp;รัฐบาลมีแผนในการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;80,000&amp;nbsp;ยูนิตต่อปี &amp;nbsp;แผนการพัฒนานี้มีเป้าหมายเข้าถึงกลุ่มคนผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐบาลได้ทำงานร่วมกับเอกชนเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;เหรียญสหรัฐ (ประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แสนบาท) &amp;nbsp;เพื่อให้คนมีรายได้น้อยเข้าถึง&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้หากเอกชนทำโครงการสำหรับผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp;รัฐบาลจะทำการสนับสนุนงบประมาณให้กับเอกชนด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;Parked &amp;nbsp;กล่าวและบอกว่า &amp;nbsp;การจัดการเรื่องที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;รัฐบาลจะมีแผนการพัฒนาแบบองค์รวม&amp;nbsp;เพื่อให้คนรายได้น้อย &amp;nbsp;ปานกลาง&amp;nbsp;รายได้สูง &amp;nbsp;สามารถอาศัยอยู่ร่วมกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในส่วนของชุมชน&amp;nbsp;ขณะนี้ได้มีการร่างแผนการพัฒนาชุมชนและจะเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญต่อไป&amp;nbsp;ปัจจุบันมีการประสานความร่วมมือในการทำงานร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งเอกชน&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;และภาคีความร่วมมืออื่นๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Natalja&amp;nbsp;Wehmer&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากโครงการที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติ&amp;nbsp;(UN-Habitat)&amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;เมื่อไหร่ก็ตามที่คนพัฒนา&amp;nbsp;ประเทศนั้นก็จะพัฒนาไปด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันประชากร&amp;nbsp;20%&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในประเทศต้องอาศัยอยู่ในสลัม&amp;nbsp;อยู่ในที่ที่มีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี&amp;nbsp;เราจะทำอะไรกับปัญหานี้ได้หรือไม่&amp;nbsp;? &amp;nbsp;ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ&amp;nbsp;และปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องตัดสินใจร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ในการเข้าถึงที่ดิน&amp;nbsp;การเข้าถึงทรัพยากรจากภาครัฐ&amp;nbsp;เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย&amp;nbsp;แต่&amp;nbsp;UN&amp;nbsp;มีแผนเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วาระการพัฒนาที่ยั่งยืน &amp;nbsp;มีเป้าหมายบรรลุภายในปี&amp;nbsp;2573&amp;nbsp;(SDGs&amp;nbsp;2030 Agenda)&amp;nbsp;เป็นข้อตกลงที่รัฐบาลทุกรัฐบาลที่เป็นสมาชิก&amp;nbsp;UN&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้การเห็นชอบในการดำเนินงานตามแนวทางนี้&amp;nbsp;เป็นข้อตกลงของรัฐบาลในการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนนี้&amp;nbsp;ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;การออกแบบเมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;nbsp;ผู้มีรายได้น้อยจะเป็นกลุ่มคนที่ได้รับการสนับสนุนจากคนรอบข้าง และตัวเองต้องลุกขึ้นมาพัฒนาตนเองด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;ผู้แทนสหประชาชาติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้การพัฒนาที่ยั่งยืนไม่เพียงแต่มีเป้าหมายเพียงข้อใดข้อหนึ่งเท่านั้น&amp;nbsp;แต่ยังมีเป้าหมายในการสร้างความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่นและชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งทุกคนสามารถใช้เรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นเครื่องมือสำคัญในการเจรจาต่อรองกับหน่วยงานรัฐได้&amp;nbsp;ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งการแก้ไขปัญหาความยากจน&amp;nbsp;ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;ล้วนแล้วแต่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งสิ้น&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นเรื่องที่รัฐบาลได้ลงนามบันทึกข้อตกลงในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาเหล่านี้แล้ว&amp;nbsp;จึงอยากให้แต่ละเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ละพื้นที่ได้วางเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของตนเอง&amp;nbsp;และพัฒนาต่อยอดเรื่องเหล่านี้ให้ไปสู่ระดับประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ปรึกษาคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่าเมืองต่างๆ ในประเทศไทยและในเอเซียมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากการเปลี่ยนแปลงของเมืองที่จะเกิดขึ้นได้ก็จะเกิดการไล่รื้อ&amp;nbsp;เมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้คน&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ระบบโครงสร้างความสัมพันธ์ผู้คนในเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ประชากรในโลกยังต้องอาศัยอยู่ในที่อยู่อาศัยที่ไม่มั่นคง&amp;nbsp;บางเมืองคนมากกว่าครึ่งต้องอาศัยอยู่ในสลัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวโน้มความท้าทายของการพัฒนาในประเทศเอเชีย&amp;nbsp;จะเกิดการเคลื่อนย้ายผู้คนจากชนบทเข้าเมือง&amp;nbsp;รัฐบาลแต่ละประเทศมีแนวโน้มในการรวมศูนย์มากขึ้น&amp;nbsp;เกิดการไล่ที่&amp;nbsp;เกิดการอพยพย้ายถิ่นเพื่อทำมาหากิน&amp;nbsp;การอยู่อาศัยแบบปัจเจกมากขึ้น&amp;nbsp;ที่อยู่อาศัยอยู่ไกล&amp;nbsp;ต่างคนต่างอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่มีงบประมาณในการพัฒนาเรื่องที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างของประเทศสิงคโปร์&amp;nbsp;ใช้เรื่องที่อยู่อาศัยในการสร้างสถานภาพ&amp;nbsp;สร้างความเป็นพลเมืองให้กับผู้คนในเมือง คนสิงคโปร์มากกว่า&amp;nbsp;90 %&amp;nbsp;อาศัยอยู่ในแฟลต&amp;nbsp;หลายประเทศทั่วโลกอยากนำแนวทางนี้มาพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นต้นแบบ แต่โมเดลนี้ไม่ได้เหมาะสมกับทุกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในเมืองไทย ได้มีกระบวนการคิดค้นเรื่องการแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างก้าวหน้าและรวดเร็ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;คือการแก้ไขปัญหาโดยประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งเรื่องของที่อยู่อาศัยไม่ใช่สินค้า&amp;nbsp;ไม่ใช่ให้ใครมาสร้าง&amp;nbsp;แต่ที่อยู่อาศัยคือการสร้างชุมชน&amp;nbsp;ต้องให้คนในชุมชนเป็นหลักในการพัฒนา&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวสมสุขกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมสุขกล่าวถึงเรื่องการพัฒนาเมือง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ทิศ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;1.เศรษฐกิจนำ&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;กายภาพเป็นหลัก (ต้องมีชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีเมืองที่ดี&amp;nbsp;สวยงาม )&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;คนและสังคมเป็นหลัก&amp;nbsp;ดังนั้นเมืองจะพัฒนาไปทำไมถ้าไม่พัฒนาเพื่อคนในเมือง&amp;nbsp;?&amp;nbsp;และให้ประชาชนมีส่วนร่วม&amp;nbsp;เชื่อมโยง&amp;nbsp;&amp;nbsp;วางแผน&amp;nbsp;และมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน &amp;nbsp;ซึ่งการทำเรื่องที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;คือระบบการอยู่อาศัยร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่ใช่เฉพาะแต่เรื่องที่อยู่ที่นอน&amp;nbsp;แต่เป็นการสร้างสิทธิขั้นพื้นฐานร่วมกัน&amp;nbsp;มีสวัสดิการ&amp;nbsp;มีสังคมร่วมกัน&amp;nbsp;ช่วยเหลือกัน&amp;nbsp;ชุมชนเป็นรากฐานของการสร้างเมือง&amp;nbsp;เป็นประชาชนที่ตื่นรู้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การพัฒนาเมืองไม่ได้หมายความว่าต้องไล่คนออกไป&amp;nbsp;แต่เป็นการเปลี่ยนการพัฒนาใหม่&amp;nbsp;คนเดิม &amp;nbsp;ชุมชนเดิม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปรับปรุงที่อยู่อาศัยใหม่&amp;nbsp;จัดพื้นที่ใหม่&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;inclusive&amp;nbsp;city&amp;nbsp;หมายถึงการที่คนทุกคนในเมืองได้เป็นส่วนหนึ่งของเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้มีที่อยู่อาศัยที่ดี &amp;nbsp;สวยงาม &amp;nbsp;ปลอดภัยในที่ดินเดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นเรื่องบ้านและที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;จึงเป็นจุดเริ่มต้น &amp;nbsp;นำไปสู่การพัฒนาเรื่องอื่นๆ&amp;nbsp;อย่างรอบด้าน&amp;nbsp;เป็นการสร้างระบบใหม่ของเมืองที่มีองค์ประกอบจากท้องถิ่น &amp;nbsp; ชุมชน &amp;nbsp;สถาบันการศึกษา &amp;nbsp;และภาคีอื่นๆ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวสมสุขกล่าวสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในงานเสวนาครั้งนี้ &amp;nbsp;ในช่วงท้ายตัวแทนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ และตัวแทนเครือข่ายองค์กรชุมชนได้ร่วมกันมอบเงินบริจาคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในแขวงอัตตะปือ &amp;nbsp;สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวให้แก่ผู้แทนจากลาวที่เข้าร่วมในงานครั้งนี้ &amp;nbsp;จำนวนเงิน&amp;nbsp;31,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14687</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อาเซียน, Thailand Social Expo 2018, ขบวนการองค์กรชุมชน, คณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ, ชุมชน, นวัตกรรมชุมชน, บ้านประชารัฐ, พอช, อิมแพ็ค เมืองทองธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180804/image_big_5b6571b383c6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2018 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2018 17:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สีสันบ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:18.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำ กทม. ระบุว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีประชาชนปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำคูคลองสาธารณะทั้งหมดจำนวน 1,161 คลอง &amp;nbsp;จำนวนครัวเรือนที่รุกล้ำ 23,500 ครัวเรือน &amp;nbsp;ประชากรประมาณ 94,000 คน&amp;nbsp; ซึ่งบ้านเรือนจำนวนมากที่รุกล้ำลำคลองนี้&amp;nbsp; สำนักการระบายน้ำระบุว่าทำให้ประสิทธิภาพในการระบายน้ำลดน้อยลง&amp;nbsp; และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นจึงควรรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำลำคลองเพื่อไม่ให้กีดขวางทางเดินของน้ำ โดยการสร้างเขื่อนคอนกรีตและประตูระบายน้ำขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เขื่อนคอนกรีตป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นผลสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 &amp;nbsp;หลังจากนั้นในปีต่อมา &amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2555 เห็นชอบการจัดการสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ &amp;nbsp;โดยจะมีการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตตลอดแนวคลองสายหลัก คือคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ความยาวทั้งสองฝั่งประมาณ 45 กิโลเมตร &amp;nbsp;เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างคล่องตัว แต่รัฐบาลในขณะนั้นยังไม่ได้ดำเนินการ&amp;nbsp; ต่อมาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้ามาบริหารบ้านเมือง หลังจากนั้นในวันที่ 3 มีนาคม 2558 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีคำสั่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบรับโครงการนี้ไปดำเนินการต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันที่ 16 กันยายน 2558&amp;nbsp; พลเอกประยุทธ์ได้ลงนามแต่งตั้ง&amp;nbsp; &amp;ldquo;คณะกรรมการอำนวยการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ&amp;rdquo; มี &amp;lsquo;พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ&amp;rsquo; รองนายกฯ เป็นประธาน &amp;nbsp;มี รมว.มหาดไทย, รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ, ผู้ว่าฯ กทม.เป็นรองประธาน ฯลฯ&amp;nbsp; มีผู้บัญชาการทั้ง 4 เหล่าทัพ รวมทั้งปลัดกระทรวงต่างๆ ร่วมเป็นคณะกรรมการ มีอำนาจหน้าที่กำหนดกรอบแนวทาง&amp;nbsp; มาตรการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดที่รุกล้ำลำคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:18.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โครงการดังกล่าวในช่วงแรก (พ.ศ.2559-2561) ประกอบด้วยการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีต ค.ส.ล.และประตูระบายน้ำในคลองลาดพร้าว (คลองบางบัว-คลองถนน-คลองสอง) และคลองบางซื่อ จากอุโมงค์เขื่อนยักษ์พระราม 9 - รามคำแหงไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้ เขตสายไหม &amp;nbsp;เพื่อระบายน้ำลงสู่อุโมงค์เขื่อน-แม่น้ำเจ้าพระยา แล้วไหลลงสู่ทะเลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รูปแบบเป็นเขื่อนคอนกรีต ค.ส.ล.(สมอยึดด้านหลัง) ความยาว 40,000 เมตร และ 5,300 เมตร รั้วเหล็กกันตกความยาว 43,000 เมตร &amp;nbsp;และประตูระบายน้ำ 1 แห่ง &amp;nbsp;บริษัทริเวอร์เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด&amp;nbsp; ประมูลงานได้ในวงเงิน 1,645 ล้าน หน่วยงานที่รับผิดชอบการก่อสร้างเขื่อนคือ กองระบบคลอง &amp;nbsp;สำนักการระบายน้ำ &amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;&amp;nbsp;ความกว้างของเขื่อนประมาณ &amp;nbsp;38 เมตรตลอดทั้งโครงการ &amp;nbsp;และจะมีการขุดลอกคลองให้ลึกจากเดิมอีก 3 เมตรด้วย&amp;nbsp; ขณะนี้การก่อสร้างเขื่อนมีความคืบหน้าประมาณ 30 %&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;lsquo;บ้านประชารัฐริมคลอง&amp;rsquo; แผนงานรองรับที่อยู่อาศัยชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;คลองลาดพร้าวมีความยาวทั้งหมด 31.9&amp;nbsp; กิโลเมตร&amp;nbsp; เริ่มจากบริเวณอุโมงค์เขื่อนพระราม 9 เชื่อมกับคลองแสนแสบ&amp;nbsp; (เขตวังทองหลาง)&amp;nbsp; มายังวัดลาดพร้าว-วังหิน-บางบัว (เขตจุตจักร)-คลองถนน (เขตดอนเมือง) -สะพานใหม่ และคลองสอง&amp;nbsp; (เขตสายไหม)&amp;nbsp; มี 50 ชุมชน &amp;nbsp;รวม&amp;nbsp; 7,069&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประชากรเกือบ 30,000&amp;nbsp; คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ชาวบ้านอยู่อาศัยบนที่ดินริมคลองซึ่งกรมธนารักษ์ดูแลมานานไม่ต่ำกว่า 50 ปี&amp;nbsp; โดยไม่ได้เสียค่าเช่า&amp;nbsp; และบางส่วนที่มาอยู่ในภายหลัง&amp;nbsp; เมื่อไม่มีที่ว่างบนฝั่งจึงปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำลงไปในลำคลอง&amp;nbsp; แต่ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้เข้ามาจัดระเบียบ&amp;nbsp; เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นปัญหามวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดปัจจุบันได้มอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รับผิดชอบเรื่องแผนงานรองรับที่อยู่อาศัยของประชาชนที่ปลูกบ้านเรือนตามแนวลำคลอง&amp;nbsp; ตามแนวทาง &amp;lsquo;บ้านประชารัฐริมคลอง&amp;rsquo; ซึ่งกระทรวง พม.ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด คือ &amp;ldquo;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;ldquo;พอช.&amp;rdquo; รับไปดำเนินงานต่อ&amp;nbsp; เนื่องจาก พอช.ได้ดำเนินโครงการ &amp;ldquo;บ้านมั่นคง&amp;rdquo; รองรับชาวบ้านที่มีรายได้น้อยมาตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; และได้ดำเนินโครงการบ้านมั่นคงชุมชนริมคลองในปี 2547&amp;nbsp; มีชุมชนที่สร้างบ้านเรือนเสร็จไปแล้วตั้งแต่ปี 2548&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนริมคลองบางบัว, ชุมชนเชิงสะพานไม้ 1, ชุมชนสามัคคีร่วมใจ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการ พอช.กล่าวว่า&amp;nbsp; หลักการสำคัญในการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงชุมชนริมคลองก็คือ 1. หากชุมชนใดสามารถอยู่ในที่ดินเดิมได้ (หลังจากสำรวจและวัดแนวเขตว่าพ้นจากแนวเขื่อนแล้ว) จะต้องทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ &amp;nbsp;ระยะเวลาช่วงแรก 30 ปี (สามารถต่อสัญญาได้ครั้งละ 30 ปี) อัตราค่าเช่าไม่เกิน 2 บาท/ตารางวา/เดือน)&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงจะเริ่มปลูกสร้างบ้าน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนกระบวนการสร้างบ้าน&amp;nbsp; ชาวชุมชนจะต้องรวมตัวกันจัดตั้งสหกรณ์เคหสถานขึ้นมาเพื่อบริหารโครงการ&amp;nbsp; มีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อออมเงินสร้างบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการสำรวจข้อมูลชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออกแบบผังชุมชน&amp;nbsp; ออกแบบบ้านร่วมกัน&amp;nbsp; โดยมีสถาปนิกจาก พอช.เป็นที่ปรึกษา &amp;nbsp;ใช้วิธีการจ้างผู้รับเหมาหรือบริษัทก่อสร้างบ้าน ฯลฯ และเนื่องจากพื้นที่ชุมชนริมคลองมีจำกัด ดังนั้นครอบครัวใดที่เคยครอบครองที่ดินมากก็จะต้องเสียสละแบ่งปันที่ดินให้ครอบครัวอื่นๆ ได้อยู่อาศัยร่วมกัน&amp;nbsp; โดยการแบ่งที่ดินให้แต่ละครอบครัวเท่ากัน&amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุนเรื่องสินเชื่อไม่เกิน&amp;nbsp; 360,000 บาท/ครัวเรือน&amp;nbsp; ระยะเวลาผ่อน 20 ปี&amp;nbsp; ดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี&amp;nbsp; รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณสร้างสาธารณูปโภคครัวเรือนละ &amp;nbsp;75,000 บาท&amp;nbsp; เงินอุดหนุนและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ&amp;nbsp; 72,000&amp;nbsp; บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2. หากชุมชนใดมีพื้นที่ไม่เพียงพอ ชาวบ้านอาจจะรวมตัวกันไปหาที่ดินแปลงใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากชุมชนเดิม เพื่อความสะดวกในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp; การเดินทาง&amp;nbsp; สถานศึกษา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่ดินของบรรษัทสินทรัพย์ในสังกัดกระทรวงการคลัง&amp;nbsp; หรือที่ดินเอกชน&amp;nbsp; โดย พอช.จะให้การสนับสนุนสินเชื่อครัวเรือนละไม่เกิน 450,000&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; และช่วยเหลือเหมือนกับข้อ 1&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;3. หากไม่มีที่ดินที่เหมาะสม&amp;nbsp; พอช.อาจจะประสานกับการเคหะแห่งชาติเพื่อหาที่อยู่อาศัยรองรับชาวบ้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครงการบ้านเอื้ออาทร&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการบ้านประชารัฐริมคลอง&amp;nbsp; เป็นความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กรมธนารักษ์&amp;nbsp; กรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp; คสช.&amp;nbsp; สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; สำนักงานเขต&amp;nbsp; การไฟฟ้า&amp;nbsp; การประปา&amp;nbsp; สสส. ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; มีสภาพแวดล้อมที่ดี&amp;nbsp; และนอกจากจะสร้างบ้านใหม่แล้ว&amp;nbsp; หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสนับสนุนและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชาวชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมเรื่องอาชีพ&amp;nbsp; การจัดการขยะ&amp;nbsp; การบำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; ส่งเสริมกิตกรรมเด็ก&amp;nbsp; เยาวชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; สตรี&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; และคนพิการด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินการนั้น&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าวว่า&amp;nbsp; ขณะนี้สร้างบ้านเสร็จไปแล้ว 34 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 1,190&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่ระหว่างการก่อสร้าง&amp;nbsp; 1,231 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีชุมชนที่อยู่อาศัยในที่ดินเดิมไม่ได้จำนวน&amp;nbsp; 958&amp;nbsp; ครัวเรือนร่วมกันจัดซื้อที่ดินเพื่อสร้างชุมชนใหม่&amp;nbsp; รวม 6 โครงการ&amp;nbsp; ส่วนที่เหลืออีก 16&amp;nbsp; โครงการขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8846</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำ กทม., บ้านประชารัฐ, บ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว, ประตูระบายน้ำ, ปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำคูคลอง, สมชาติ  ภาระสุวรรณ  ผู้อำนวยการ พอช, อุโมงค์เขื่อนยักษ์พระราม 9, เขื่อนคอนกรีตป้องกันน้ำท่วม, โครงการบ้านมั่นคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180509/image_big_5af2c7ad15023.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
