<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2018 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2018 18:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาพื้นที่ริมคลองลาดพร้าวตั้งเป้าให้สวยงามเหมือนอัมสเตอร์ดัม  เผยรื้อย้ายบ้านบุกรุกคลองแล้ว 2,656 หลัง  สร้างเสร็จแล้ว 1,223 หลังใน 29 ชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ชุมชนพหลโยธิน 32 / พลโทสรรเสริญ&amp;nbsp; แก้วกำเนิด รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; เป็นประธานยกเสาเอกบ้านประชารัฐริมคลองเพิ่มอีก 1 ชุมชน 78 ครัวเรือน&amp;nbsp; ขณะที่นักวิชาการออกแบบพัฒนาพื้นที่ริมคลองระบุจะพัฒนาคลองลาดพร้าวให้เหมือนเมืองอัมสเตอร์ดัม&amp;nbsp; ทำให้ชาวบ้านริมคลองมีรายได้จากการท่องเที่ยว&amp;nbsp; เผยความคืบหน้าสร้างบ้านริมคลองเสร็จแล้ว 1,223 ครัวเรือนใน 29 ชุมชน&amp;nbsp; ด้านชาวชุมชนร่วมมิตรฯ เขตดอนเมืองยื่นหนังสือให้รัฐบาลแก้ปัญหากลุ่มค้านโครงการทำให้สร้างบ้านไม่ได้&amp;nbsp; ส่วนแกนนำคัดค้านโครงการโดนแจ้งความดำเนินคดีแล้ว&amp;nbsp; 73 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;วันนี้ (22 มิถุนายน) เวลา&amp;nbsp; 10.00 &amp;nbsp;ที่ชุมชนพหลโยธิน 32 &amp;nbsp;ริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เขตจตุจักร&amp;nbsp; มีพิธียกเสาเอกบ้านประชารัฐริมคลอง&amp;nbsp; โดยมีพลโทสรรเสริญ&amp;nbsp; แก้วกำเนิด&amp;nbsp; รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการรณรงค์สร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; การบริหารจัดการและพัฒนาพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เป็นประธานในพิธี&amp;nbsp; มีนายสมพร&amp;nbsp; ใช้บางยาง&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; นายธนัช&amp;nbsp; นฤพรพงศ์&amp;nbsp; ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันฯ&amp;nbsp; ให้การต้อนรับ&amp;nbsp; มีตัวแทนหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สำนักงานเขตจุตจักร&amp;nbsp; กรมทหารราบที่ 9&amp;nbsp; และเครือข่ายชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าวเข้าร่วมงานประมาณ 300 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายเจริญ&amp;nbsp; ชิดชอบ&amp;nbsp; ผู้แทนชุมชนพหลโยธิน&amp;nbsp; 32 &amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp; ชุมชนมีพื้นที่ทั้งหมดจำนวน 6 ไร่เศษ&amp;nbsp; ได้รับสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ช่วงแรกระยะเวลา 30 ปี&amp;nbsp; มีครัวเรือนทั้งหมด 126 &amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp; แบ่งการก่อสร้างบ้านออกเป็น 2 กลุ่ม&amp;nbsp; คือกลุ่มที่หนึ่ง &amp;nbsp;ดำเนินการภายใต้ &amp;ldquo;สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงชุมชนพหลโยธิน 32 จำกัด&amp;rdquo; มีสมาชิกทั้งหมด 78 ครัวเรือน (รวมครอบครัวขยาย)&amp;nbsp; และกลุ่มที่สอง ดำเนินการภายใต้ &amp;ldquo;สหกรณ์เคหสถานเพื่อที่อยู่อาศัย จำกัด&amp;rdquo; &amp;nbsp;มีสมาชิกทั้งหมด 56 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในวันนี้มีพิธียกเสาเอกเพื่อก่อสร้างบ้านในกลุ่มที่ 1&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 78&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; รูปแบบเป็นบ้านแถว 2 ชั้นและ 3 ชั้น&amp;nbsp; ตามแผนงานจะแล้วเสร็จประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2562 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้แต่ละครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลผ่านทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนครัวเรือนละ 147,000 บาท&amp;nbsp; แยกเป็น&amp;nbsp; งบสาธารณูปโภค (ถนน&amp;nbsp; ประปา&amp;nbsp; ไฟฟ้า&amp;nbsp; บ่อบำบัดน้ำเสีย) ครัวเรือนละ 50,000 บาท &amp;nbsp;งบอุดหนุนเพื่อที่อยู่อาศัย (สมทบค่าตอกเสาเข็มบ้าน ฐานราก) ครัวเรือนละ 25,000 บาท &amp;nbsp;งบช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ค่าเช่าบ้านระหว่างการก่อสร้างบ้านเดือนละ 3,000 บาทจำนวน 10 เดือน&amp;nbsp; งบสมทบค่าที่อยู่อาศัยครัวเรือนละ 25,000 บาท&amp;nbsp; ค่ารื้อย้าย-ขนของครัวเรือนละ 5,000 บาท&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมทั้งสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ครัวเรือนละ 293,900 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชำระคืน 15 ปี&amp;nbsp; ผ่อนเดือนละ 2,480 บาท &amp;nbsp;ดอกเบี้ย 6% &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;พลโทสรรเสริญ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; รัฐบาลมีนโยบายในการพัฒนาคูคลองในกรุงเทพฯ เพื่อให้สามารถระบายน้ำได้สะดวกและป้องกันน้ำท่วมได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเริ่มสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองลาดพร้าวซึ่งเป็นคลองสายหลักที่รับน้ำมาจากปทุมธานีเพื่อระบายลงสู่อุโมงค์ระบายน้ำ&amp;nbsp; ดังนั้นจะต้องมีการย้ายบ้านเรือนที่ปลูกสร้างกีดขวางทางเดินน้ำรวมทั้งหมดประมาณ 7,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; โดยรัฐบาลจะให้การช่วยเหลือประชาชนเพื่อให้รื้อย้ายบ้านเรือนขึ้นมาอยู่บนบกผ่านทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ครัวเรือนละ 147,000 บาท&amp;nbsp; และให้สินเชื่อเพื่อก่อสร้างบ้านอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้คอนโดฯ ของเอกชนที่สร้างอยู่ริมคลองมีราคาขายห้องหนึ่ง 2-3 ล้านบาท&amp;nbsp; แต่บ้านประชารัฐริมคลองที่พี่น้องประชาชนกำลังสร้างอยู่นี้&amp;nbsp; ราคาไม่เกิน 370,000 บาท&amp;nbsp; โดยรัฐบาลได้ให้งบสนับสนุนช่วยเหลือผ่านทาง พอช.&amp;nbsp; แต่พี่น้องก็จะต้องร่วมจ่ายด้วย&amp;nbsp; เพื่อช่วยกันพัฒนาคลองให้สะอาดสดใส&amp;nbsp; ซึ่งต่อไปจะใช้คลองเป็นเส้นทางคมนาคมได้ด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; พลโทสรรเสริญกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผศ.พงศ์พร สุดบรรทัด ผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมและการวางผังเมือง&amp;nbsp; ในฐานะผู้จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ตนได้รับโจทย์จากทางรัฐบาลว่าอยากจะให้คลองลาดพร้าวเป็นเหมือนเมืองอัมสเตอร์ดัมของประเทศเนเธอร์แลนด์&amp;nbsp; เพราะเป็นเมืองที่สวยงามตั้งอยู่ริมแม่น้ำ&amp;nbsp; มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชม&amp;nbsp; แต่คลองลาดพร้าวของเราเน่าเสียเพราะถูกละทิ้งมานาน&amp;nbsp; สามารถระบายน้ำได้เพียง 10 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp; ดังนั้นจึงต้องออกแบบให้ระบายน้ำได้ถึง 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp; นอกจากนี้ก็จะต้องขุดลอกคลองให้ลึกกว่าเดิมอีก 3 เมตร&amp;nbsp; เพื่อให้การระบายน้ำได้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;แต่ชาวบ้านก็จะต้องอยู่ได้&amp;nbsp; และจะต้องมีเศรษฐกิจที่ดี&amp;nbsp; เพื่อนำรายได้มาเป็นค่าผ่อนบ้าน&amp;nbsp; เป็นค่าเล่าเรียนของบุตรหลาน&amp;nbsp; ซึ่งหลังจากที่มีการพัฒนาพื้นที่ริมคลอง&amp;nbsp; ทำคลองให้สะอาด&amp;nbsp; ชาวบ้านมีบ้านเรือนที่สวยงามแล้ว&amp;nbsp; ก็สามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ&amp;nbsp; มีท่าเรือ&amp;nbsp; มีเส้นทางคมนาคมเชื่อมเรือ-รถยนต์-รถไฟฟ้า&amp;nbsp; มีทางเดินเท้า&amp;nbsp; เส้นทางจักรยานเลียบคลอง&amp;nbsp; ชาวบ้านสามารถนำอาหาร&amp;nbsp; ผลไม้&amp;nbsp; หรือผลิตภัณฑ์ชุมชนมาวางขายให้นักท่องเที่ยว&amp;nbsp; และต่อไปจะมีโครงการ &amp;lsquo;คลองอัจฉริยะ&amp;rsquo; โดยจะวางระบบ WIFI ในพื้นที่ชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; มีข้อมูลชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; มีแผนที่การเดินทาง&amp;nbsp; เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงข้อมูลและเดินทางมาท่องเที่ยวได้&amp;rdquo; &amp;nbsp;ผศ.พงศ์พรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายธนัช&amp;nbsp; นฤพรพงศ์&amp;nbsp; ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; กล่าวถึงความคืบหน้าในการสนับสนุนโครงการบ้านประชารัฐริมคลองเพื่อรองรับประชาชนในคลองลาดพร้าวว่า&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้ดำเนินการรื้อย้ายและสร้างบ้านใหม่แล้ว 29 ชุมชน&amp;nbsp; โดยมีบ้านที่กำลังก่อสร้าง 2,656 &amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp; ก่อสร้างเสร็จแล้ว&amp;nbsp; 1,223 ครัวเรือน&amp;nbsp; คิดเป็นความคืบหน้า&amp;nbsp; 37.57 % จากเป้าหมายทั้งหมด&amp;nbsp; 50 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 7,069&amp;nbsp; ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำ&amp;nbsp; ระยะทางรวม 45 กิโลเมตรเศษ&amp;nbsp; ขณะนี้บริษัทรับเหมาตอกเสาเข็มเพื่อเป็นรากฐานการก่อสร้างเขื่อนแล้วจำนวน&amp;nbsp; 22,232&amp;nbsp; ต้น รวมเป็นระยะทาง 16.72 กิโลเมตร&amp;nbsp; คิดเป็นความคืบหน้า 37.05 %&amp;nbsp; จากจำนวนเสาเข็มที่จะต้องตอกทั้งหมด&amp;nbsp; 60,000 ต้น&amp;nbsp; ซึ่งถือว่าล่าช้ากว่าแผนงาน&amp;nbsp; ดังนั้นกรุงเทพมหานครในฐานะที่รับผิดชอบงานสร้างเขื่อนฯ จึงเร่งให้บริษัทรับเหมาตอกเสาเข็มเพิ่มให้ได้อีก 5,000 ต้นภายในเดือนกรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ในวันเดียวกันนี้&amp;nbsp; ตัวแทนชาวชุมชนร่วมมิตรแรงศรัทธา&amp;nbsp; เขตดอนเมือง&amp;nbsp; ซึ่งเข้าร่วมโครงการบ้านประชารัฐริมคลองได้ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงพลโทสรรเสริญ&amp;nbsp; โดยระบุว่า&amp;nbsp; ชุมชนร่วมมิตรฯ มีจำนวนครัวเรือนทั้งหมด 368 &amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp; มีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 171 ครัวเรือน&amp;nbsp; รื้อย้ายบ้านเพื่อก่อสร้างบ้านใหม่แล้ว 39 หลัง&amp;nbsp; แต่ติดขัดบ้านเรือนที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการขัดขวาง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ไม่ให้ตัดต้นไม้ในชุมชน&amp;nbsp; ไม่ยอมรื้อย้ายบ้าน&amp;nbsp; จึงทำให้ชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการไม่สามารถสร้างบ้านได้&amp;nbsp; จึงขอให้ทางรัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับผู้ที่คัดค้านโครงการ&amp;nbsp; ไม่ยอมเข้าร่วม&amp;nbsp; โดยเฉพาะแกนนำและผู้ที่มีผลประโยชน์&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เป็นเจ้าของบ้านเช่า&amp;nbsp; หอพัก&amp;nbsp; ร้านค้า&amp;nbsp; ร้านอาหาร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; กรมธนารักษ์ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ราชพัสดุริมคลองได้แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกครอบครองที่ดินสาธารณะประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน &amp;nbsp;รวม 73 ราย&amp;nbsp; ส่งฟ้องศาลแล้ว&amp;nbsp; 3 ราย&amp;nbsp; ส่วนที่เหลืออยู่ในระหว่างการดำเนินการชั้นอัยการ&amp;nbsp; และมีเป้าหมายที่จะดำเนินคดีอีกประมาณ&amp;nbsp; 70 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11913</URL_LINK>
                <HASHTAG>/ พลโทสรรเสริญ  แก้วกำเนิด รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์, บ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว, ริมคลองลาดพร้าว, เจริญ  ชิดชอบ  ผู้แทนชุมชนพหลโยธิน  32</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180622/image_big_5b2cbde515259.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2018 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2018 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.พอช.ชี้แจงกรณี ‘พีมูฟ’ ขอให้ชุมชนบ้านมั่นคงใช้น้ำ-ไฟฟรีเหมือนคลองลาดพร้าว ยืนยันทุกครัวเรือนต้องจ่ายตามมิเตอร์ที่ใช้จริงในแต่ละเดือน  ไม่มีใครได้ใช้ฟรี  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน/ ผอ.พอช. ชี้แจงกรณี &amp;lsquo;พีมูฟ&amp;rsquo; ขอให้ชุมชนบ้านมั่นคงใช้น้ำ-ไฟฟรีเหมือนคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ยืนยันทุกครัวเรือนต้องจ่ายค่าน้ำ-ไฟตามที่ใช้จริงในแต่ละเดือนตามมิเตอร์&amp;nbsp; ไม่ได้ใช้ฟรี&amp;nbsp; แต่ พอช.สนับสนุนงบประมาณด้านสาธารณูปโภค&amp;nbsp; เพื่อให้ชุมชนใช้จ่ายเป็นค่าติดตั้งระบบประปา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ไฟฟ้า&amp;nbsp; ขณะที่ กปน.และ กฟน.ร่วมสนับสนุนโครงการบ้านประชารัฐริมคลอง&amp;nbsp; โดยลดค่าดำเนินการติดตั้งให้ชุมชนริมคลอง 50 %&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กรณีข่าวที่นำเสนอโดยสำนักข่าวอิสราเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกี่ยวกับการติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาให้แก่กลุ่มพีมูฟ (p-move หรือขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม) ที่กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; โดยนายจำนง หนูพันธ์ แกนนำกลุ่มพีมูฟ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;ตั้งแต่ครั้งที่พีมูฟมาชุมนุมที่กระทรวงมหาดไทย &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา &amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะนั้นได้มีการรับปากว่าจะแก้ไขปัญหาให้ภายใน 1 เดือน&amp;nbsp; ในวันนี้จึงมาติดตามความคืบหน้าในเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดินในรูปแบบของโฉนดชุมชน 58 ชุมชนทั่วประเทศ &amp;nbsp;อยากให้มีการนำร่องก่อนจำนวน 15 ชุมชน &amp;nbsp;เพื่อเร่งแก้ไขปัญหา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วนโครงการของรัฐที่เป็นส่วนต่อขยาย เช่น โครงการบ้านมั่นคง อยากให้รัฐบาลกำหนดออกมาเป็นนโยบายให้ทุกพื้นที่ที่เป็นส่วนต่อขยายในโครงการรัฐ จะต้องใช้น้ำประปา และไฟฟ้าฟรีทั้งหมด เหมือนกับชุมชนคลองลาดพร้าว ที่ต้องย้ายชุมชนไปอาศัยในโครงการบ้านมั่นคงของ พม.ก็ได้ใช้น้ำไฟฟรีทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ยังมีอยู่อีกประมาณ 4 ชุมชนใน กทม.ดังนั้น จะสองมาตรฐานไม่ได้&amp;rdquo; นายจำนงค์กล่าวถึงข้อเรียกร้องการใช้น้ำประปาและไฟฟ้าฟรีสำหรับชุมชนที่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; กรณีข้อเรียกร้องของกลุ่มพีมูฟนั้น&amp;nbsp; อาจมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; และโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; จึงขอชี้แจงเท็จจริงดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.โครงการบ้านมั่นคงที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช.สนับสนุน&amp;nbsp; เป็นการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้แก่ชาวชุมชนที่มีความเดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เป็นที่ดินเช่า&amp;nbsp; หรือบุกรุกที่ดินของรัฐหรือเอกชน&amp;nbsp; ไม่มีความมั่นคงในการอยู่อาศัย&amp;nbsp; โดยชุมชนที่เดือดร้อนจะต้องรวมตัวกันเพื่อแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; จัดตั้งคณะทำงาน&amp;nbsp; จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จัดตั้งสหกรณ์เคหสถานขึ้นมาบริหารงาน&amp;nbsp; โดย พอช.และหน่วยงานต่างๆ ร่วมสนับสนุน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จัดหาที่ดินแปลงใหม่&amp;nbsp; โดยการเช่าหรือซื้อ&amp;nbsp; เพื่อปลูกสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ พอช.จะสนับสนุนสินเชื่อเพื่อก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; ครัวเรือนหนึ่งไม่เกิน&amp;nbsp; 300,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; ระยะเวลาผ่อนชำระภายใน 20 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp; อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พอช.จะสนับสนุนงบประมาณด้านสาธารณูปโภค&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การปรับถมพื้นที่&amp;nbsp; สร้างถนน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟฟ้า &amp;nbsp;ประปา &amp;nbsp;ระบบบำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; กรณีที่ดินเดิม&amp;nbsp; ครัวเรือนละ 30,000 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;กรณีที่ดินใหม่&amp;nbsp; ครัวเรือนละ&amp;nbsp; 50,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณผ่านสหกรณ์ฯ&amp;nbsp; เพื่อให้สหกรณ์นำไปดำเนินงานสร้างบ้านและสาธารณูปโภคต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;พอช.ดำเนินโครงการบ้านมั่นคงมาตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; ปัจจุบันดำเนินการแล้วทั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวม 74&amp;nbsp; จังหวัด&amp;nbsp; จำนวน 2,134&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; รวมแล้วกว่า 100,000&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งแต่ละครัวเรือนมีน้ำประปาและไฟฟ้าเข้าถึงทุกครัว&amp;nbsp; ไม่ต้องพ่วงจากภายนอกมาใช้&amp;nbsp; หรือต้องจ่ายแพงเหมือนเมื่อก่อน&amp;nbsp; แต่ทุกเรือนก็จะต้องจ่ายค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้าตามมิเตอร์เหมือนประชาชนทั่วไป&amp;nbsp; ไม่มีใครได้ใช้ฟรี&amp;quot;&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2. โครงการบ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เป็นโครงการความร่วมในการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองที่มีหลายหน่วยงานเข้ามาสนับสนุน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ภายใต้สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคม (พม.) สนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือผู้เดือดร้อน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ค่าเช่าบ้านในระหว่างการสร้างบ้าน&amp;nbsp; การรื้อย้ายบ้าน&amp;nbsp; การก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งสินเชื่อก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรมธนารักษ์ให้ชุมชนเช่าที่ดินในอัตราผ่อนปรน&amp;nbsp;&amp;nbsp; การประปานครหลวง (กปน.)&amp;nbsp; การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)&amp;nbsp; สนับสนุนการรื้อย้ายและติดตั้งท่อประปา-ไฟฟ้าเข้าสู่ชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีรูปแบบการดำเนินการ&amp;nbsp; 2 รูปแบบ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1.รื้อย้ายบ้านให้พ้นแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ&amp;nbsp; แล้วสร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิม (กรณีมีพื้นที่เหลือจากแนวก่อสร้างเขื่อน)&amp;nbsp; 2.จัดหาที่ดินใหม่เพื่อสร้างบ้าน (กรณีที่ดินเดิมมีพื้นที่ไม่เพียงพอ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;3.การก่อสร้างสาธารณูปโภคในชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ถนน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระบบประปา&amp;nbsp; ไฟฟ้า&amp;nbsp; บ่อบำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ทั้งในชุมชนเดิมและชุมชนที่จัดหาที่ดินใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอช.จะสนับสนุนงบประมาณให้แก่ชุมชนต่างๆ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยคิดตามจำนวนครัวเรือนที่เข้าร่วมและอยู่อาศัยจริง&amp;nbsp; ครัวเรือนละ 50,000 บาท&amp;nbsp; โดยจ่ายงบประมาณผ่านสหกรณ์เคหสถานที่ชุมชนจัดตั้งขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อให้สหกรณ์ฯ นำไปบริหารจัดการเป็นค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งเป็นค่าติดตั้งระบบประปา&amp;nbsp; ไฟฟ้าเข้าสู่ชุมชนและครัวเรือน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วนการติดตั้งมิเตอร์ประปาและมิเตอร์ไฟฟ้าเข้าสู่ครัวเรือนต่างๆ ในชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; การประปานครหลวงและการไฟฟ้านครหลวงจะลดค่าดำเนินการให้ชุมชน 50 %&amp;nbsp; โดยสหกรณ์ฯ จะใช้จ่ายจากงบประมาณที่ทาง พอช.สนับสนุน&amp;nbsp; เมื่อติดตั้งระบบน้ำประปาและไฟฟ้าในชุมชนแล้ว &amp;nbsp;แต่ละครัวเรือนที่ใช้น้ำประปาและไฟฟ้าก็จะต้องจ่ายตามมิเตอร์หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละเดือน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ได้ใช้น้ำประปาและไฟฟ้าฟรีแต่อย่างใด&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช.ชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับกรณี&amp;nbsp; 4 ชุมชนในกรุงเทพฯ ที่เป็นสมาชิกของกลุ่มพีมูฟ&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1.ชุมชนหลัง สน.ทองหล่อ&amp;nbsp; 2.ชุมชนเพชรคลองจั่น&amp;nbsp; 3.ชุมชนโรงหวาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ 4.ชุมชนหลวงวิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้ทั้ง 4 ชุมชนกำลังอยู่ในกระบวนการที่จะเข้าร่วมกับโครงการบ้านมั่นคงของ พอช.&amp;nbsp; ซึ่งหากทั้ง 4 ชุมชนได้เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงแล้ว&amp;nbsp; ก็จะได้รับการสนับสนุนทั้งเรื่องสินเชื่อและงบสนับสนุนด้านสาธารณูปโภคตามหลักการของ พอช.เหมือนกับชุมชนอื่นๆ ทั่วไป &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10888</URL_LINK>
                <HASHTAG>p-move หรือขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม, กระทรวงมหาดไทย, บ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว, ผอ.พอช., สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน, สมชาติ   ภาระสุวรรณ  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b18ea9fe5c73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2018 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเดินหน้าสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม-บ้านประชารัฐริมคลอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รัฐบาลเดินหน้าจัดระเบียบพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เร่งสร้างเขื่อนระบายน้ำคลองลาดพร้าวเพื่อป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ &amp;ndash;สร้างบ้านประชารัฐรองรับประชาชนที่รุกล้ำลำคลอง&amp;nbsp; &amp;lsquo;เสธ.ไก่อู&amp;rsquo; ควง &amp;lsquo;สกลธี&amp;rsquo; รองผู้ว่า กทม.&amp;nbsp; และผู้บริหาร พอช. ฯลฯ จัดกิจกรรม On Ground สร้างความเข้าใจกับพี่น้องริมคลองลาดพร้าว ขณะที่การสร้างเขื่อนฯ คืบหน้า 35.15 %&amp;nbsp; สร้างบ้านแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; 29&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp; รวม 2,656&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2554&amp;nbsp; ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการระบายน้ำในคลองสายหลักในเขตกรุงเทพฯ ไม่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; เนื่องจากมีบ้านเรือนปลูกสร้างรุกล้ำลงไปในคลองเป็นจำนวนมาก รัฐบาลจึงมีนโยบายจัดระเบียบสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ&amp;nbsp; เริ่มที่คลองลาดพร้าวเป็นแห่งแรก&amp;nbsp; โดยมอบหมายให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบการสร้างเขื่อนระบายน้ำคอนกรีตเพื่อป้องกันน้ำท่วมในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ระยะทาง (ทั้งสองฝั่ง) 45.3 กิโลเมตร&amp;nbsp; ความกว้างของแนวเขื่อนเฉลี่ย 38 เมตร&amp;nbsp; และขุดลอกคลองให้ลึกกว่าเดิม 4 เมตร&amp;nbsp; มีเป้าหมายแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน&amp;nbsp; 2562&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;nbsp;&amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จัดทำแผนงานรองรับชาวชุมชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำที่ดินราชพัสดุและรุกล้ำคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ตามแผนงาน &amp;lsquo;บ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว&amp;rsquo; โดยรื้อย้ายบ้านออกจากพื้นที่ริมคลองเพื่อสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 50 ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 7,069&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2559&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน&amp;nbsp; 5,101 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังไม่เข้าร่วม&amp;nbsp; 1,740&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้โครงการดังกล่าวยังไม่เป็นไปตามแผนงาน&amp;nbsp; เนื่องจากยังมีประชาชนบางส่วนที่ยังไม่ให้ความร่วมมือ&amp;nbsp; ไม่ยอมรื้อย้ายบ้านออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ&amp;nbsp; ทำให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างเขื่อนฯ เข้าไปตอกเสาเข็มไม่ได้&amp;nbsp; ขณะที่การสร้างบ้านในชุมชนเดิมก็มีความล่าช้าเพราะต้องปรับผังชุมชนใหม่เพื่อสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; แต่ติดขัดบ้านเรือนที่ยังไม่เข้าร่วม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พลโทสรรเสริญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; แก้วกำเนิด หรือ &amp;lsquo;เสธ.ไก่อู&amp;rsquo;&amp;nbsp; ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการสร้างการรับรู้โครงการดังกล่าวจึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดกิจกรรม &amp;lsquo;On Ground&amp;rsquo; ลงพื้นที่ &amp;nbsp;ครั้งที่ 1 &amp;lsquo;คืนความสุขให้คนคลอง&amp;nbsp; คืนสายคลองให้คนเมือง&amp;rsquo; เมื่อวันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน&amp;nbsp; โดยนำผู้บริหาร กทม.นายสกลธี&amp;nbsp; ภัททิยกุล&amp;nbsp; รองผู้ว่าฯ&amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ ผอ.พอช. ผู้อำนวยการเขตบางเขน&amp;nbsp; ตัวแทน คสช. ฯลฯ&amp;nbsp; และสื่อมวลชนล่องเรือสำรวจความคืบหน้าการสร้างเขื่อนระบายน้ำ-การสร้างบ้านประชารัฐริมคลอง&amp;nbsp; จากท่าเรือวัดบางบัวไปยังชุมชนรุ่นใหม่พัฒนา&amp;nbsp; เขตบางเขน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยที่ชุมชนรุ่นใหม่พัฒนามีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลอง&amp;nbsp; เพื่อให้เห็นประโยชน์ในการพัฒนาพื้นที่ริมคลอง&amp;nbsp; การสร้างบ้านประชารัฐริมคลองรองรับประชาชนที่ต้องย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การออกร้านธงฟ้าจำหน่ายข้าวสาร&amp;nbsp; น้ำมันพืช&amp;nbsp; และน้ำตาลในราคาถูก&amp;nbsp; การซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp; ตัดผมฟรี&amp;nbsp; รวมทั้งการแสดงต่างๆ ของชาวชุมชนและวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; ลำตัดคณะ &amp;lsquo;แม่ขวัญจิต&amp;nbsp; ศรีประจันต์&amp;rsquo;&amp;nbsp; และนักร้อง &amp;lsquo;โฉมฉาย&amp;nbsp; อรุณฉาย&amp;rsquo; แสดงบนแพริมน้ำ&amp;nbsp; มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 1,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พลโทสรรเสริญ&amp;nbsp; แก้วกำเนิด&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ที่ผ่านมามีนักการเมืองบางคนไปบอกกับชาวบ้านชุมชนริมคลองลาดพร้าวว่า&amp;nbsp; คนที่สร้างบ้านเรือนบุกรุกแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับเงินชดเชยจาก กทม.รายละ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; แสนกว่าบาท&amp;nbsp; แต่คนที่อยู่ริมคลองไม่ได้รับเงินชดเชย&amp;nbsp; ถือว่าเป็นความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; แต่ข้อเท็จจริงคนที่บุกรุกแม่น้ำเจ้าพระยามีประมาณร้อยกว่าราย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนชุมชนริมคลองมีการบุกรุกกว่า 1,600&amp;nbsp; คลอง&amp;nbsp; มีผู้บุกรุกกว่า&amp;nbsp; 30,000 ครอบครัว&amp;nbsp; หากจะจ่ายชดเชยต้องใช้เงินกว่า 6,000 ล้านบาท&amp;nbsp; ซึ่งเป็นเงินจำนวนมหาศาล&amp;nbsp; ต้องดึงเอามาจากภาษีรายได้เพื่อพัฒนาประเทศ&amp;nbsp; ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;เดิมพื้นที่ริมคลองเป็นที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; ไม่อนุญาตให้ใครอยู่อาศัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ตอนนี้รัฐบาลจะให้ประชาชนอยู่อย่างถูกกฎหมาย&amp;nbsp; เสียค่าเช่าประมาณปีละ&amp;nbsp; 100 บาท&amp;nbsp; และมีเงินช่วยเหลือครอบครัวละ 147,000 บาท&amp;nbsp; เพื่อใช้ในการรื้อย้าย&amp;nbsp; สร้างที่อยู่อาศัยชั่วคราว&amp;nbsp; เป็นค่าเดินทางไปทำงาน&amp;nbsp; และสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; โดยมีสินเชื่อให้กู้รายละ 330,000-360,000 บาท&amp;nbsp; และผ่อนเดือนละ 1,000-3,000 บาทต่อเดือน&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนมีบ้านใหม่ที่สวยงาม&amp;nbsp; เป็นการสร้างอนาคตให้ลูกหลาน&amp;nbsp; แต่ผู้ที่จะได้รับการช่วยเหลือก็จะต้องเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากไม่เข้าร่วมก็จะอยู่ไม่ได้&amp;nbsp; เพราะผิดกฎหมาย&amp;nbsp; และจะต้องถูกดำเนินคดีด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; พลโทสรรเสริญกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการ&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; กล่าวถึงแผนงานโครงการ &amp;lsquo;บ้านประชารัฐริมคลอง&amp;rsquo; ว่า&amp;nbsp; ตามแผนงานรองรับชาวชุมชนที่ต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ ในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ซึ่งมีชาวบ้านปลูกบ้านเรือนอยู่ในที่ดินราชพัสดุและบางส่วนปลูกสร้างรุกล้ำลงไปในคลอง&amp;nbsp; มีทั้งหมด 50 ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 7,069&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; อยู่ในพื้นที่&amp;nbsp; 8 เขต&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; วังทองหลาง&amp;nbsp; ห้วยขวาง&amp;nbsp; ลาดพร้าว&amp;nbsp; จตุจักร&amp;nbsp; บางเขน&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; ดอนเมือง&amp;nbsp; และสายไหม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2559&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp; 42 ชุมชนที่อยู่อาศัยในที่ดินเดิมได้หลังจากที่รื้อย้ายบ้านออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ&amp;nbsp; ขณะนี้บางชุมชนก่อสร้างบ้านเสร็จแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนอีก 8 ชุมชนมีพื้นที่ไม่พอเพียงจึงต้องจัดซื้อที่ดินใหม่&amp;nbsp; เป็นที่ดินเอกชนอยู่ในเขตสายไหม&amp;nbsp; และที่ดินของบริษัทบริหารสินทรัพย์&amp;nbsp; กรุงเทพพาณิชย์&amp;nbsp; จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp; ขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง&amp;nbsp; โดย พอช.มีงบประมาณสนับสนุนการสร้างบ้านครัวเรือนละ 147,000 บาท&amp;nbsp; และสินเชื่อก่อสร้างบ้านครัวเรือนละ 330,000 บาท&amp;nbsp; กรณีก่อสร้างบ้านในชุมชนเดิม&amp;nbsp; และสินเชื่อ 360,000 บาท&amp;nbsp; กรณีซื้อที่ดินใหม่และสร้างบ้าน&amp;nbsp; อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี&amp;nbsp; ผ่อนชำระ 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้มีบ้านที่กำลังก่อสร้างทั้งในชุมชนเดิมและชุมชนที่ซื้อที่ดินใหม่ รวม 29 ชุมชน จำนวน  2,656 ครัวเรือน คิดเป็น 37.57 % ของจำนวนบ้านที่จะสร้างทั้งหมด&amp;nbsp; โดยมีบ้านที่ก่อสร้างแล้วเสร็จจำนวน 1,223 ครัวเรือน  ส่วนที่เหลือจะดำเนินการต่อไป&amp;rdquo; ผอ.พอช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม&amp;nbsp; ระยะทาง&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; ฝั่ง&amp;nbsp; รวม 45.3&amp;nbsp; กิโลเมตร&amp;nbsp; บริษัทริเวอร์เอ็นจิเนียริ่ง&amp;nbsp; จำกัด ประมูลงานได้ในวงเงิน&amp;nbsp; 1,645 ล้านบาท&amp;nbsp; ขณะนี้มีความคืบหน้าประมาณ&amp;nbsp; 35.15 %&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยบริษัทตอกเสาเข็มเพื่อเป็นรากฐานเขื่อนไปแล้วเป็นระยะทาง 15.85&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กิโลเมตร&amp;nbsp; จำนวนเสาเข็มที่ตอกแล้ว&amp;nbsp; 21,091 &amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากจำนวนเสาเข็มทั้งหมดประมาณ 60,000 ต้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งถือว่าล่าช้ากว่าแผนงาน&amp;nbsp; ดังนั้น กทม.จึงเร่งให้บริษัทริเวอร์ฯ ตอกเสาเข็มเพิ่มจำนวน&amp;nbsp; 5,500 ต้นภายในเดือนสิงหาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้การก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำเริ่มจากบริเวณอุโมงค์เขื่อนพระราม 9&amp;nbsp; (ใกล้คลองแสนแสบ&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง) ไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; ความยาวทั้งสองฝั่งประมาณ 45 กิโลเมตร&amp;nbsp; ความกว้างของเขื่อน 25 - 38 เมตร&amp;nbsp; และสร้างทางเดินหรือจักรยานเลียบคลองพร้อมรั้วกันตก&amp;nbsp; นอกจากนี้จะขุดลอกคลองให้ลึกกว่าเดิมอีก 4&amp;nbsp; เมตร&amp;nbsp; เพื่อให้การระบายน้ำคล่องตัว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตามแผนงานจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน&amp;nbsp; 2562&amp;nbsp; ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จน้ำในคลองลาดพร้าวจะไหลเข้าสู่อุโมงค์เขื่อนพระราม 9 และอุโมงค์ลอดใต้คลองบางซื่อ&amp;nbsp; เพื่อระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและไหลลงสู่ทะเลต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยสำนักการระบายน้ำ กทม.ระบุว่าจะทำให้ประสิทธิภาพในการระบายน้ำเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมประมาณ 1 เท่าตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนผู้ที่ยังไม่ให้ความร่วมมือกับทางราชการและไม่ยอมรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลองเพื่อเปิดพื้นที่ให้การ&amp;nbsp; ก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำและก่อสร้างบ้านใหม่นั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีทั้งหมด&amp;nbsp; 1,740&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยผู้ที่เป็นแกนนำขัดขวางการดำเนินงาน&amp;nbsp; เนื่องจากมีผลประโยชน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เป็นเจ้าของบ้านเช่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; หอพัก&amp;nbsp; ร้านค้า&amp;nbsp; ร้านอาหาร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรมธนารักษ์ในฐานะเจ้าของที่ดินราชพัสดุได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว&amp;nbsp; 73 &amp;nbsp;ราย&amp;nbsp; ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 9&amp;nbsp; โดยการเข้าไปยึดถือครองที่ดินของรัฐ&amp;nbsp; ซึ่งเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่ริมตลิ่ง&amp;nbsp; ทางน้ำ&amp;nbsp; คลอง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ซึ่งมีโทษตามกฎหมายที่ดินและกฎหมายอาญา&amp;nbsp; มีอัตราโทษจำคุก&amp;nbsp; 3 - 5 ปี&amp;nbsp; ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการในชั้นอัยการ&amp;nbsp; และเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินโครงการอีกประมาณ 78 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10572</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว, บ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว’, ผอ.พอช., สกลธี  ภัททิยกุล, สกลธี’ รองผู้ว่า กทม., สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สมชาติ  ภาระสุวรรณ ผอ.พอช., เสธ.ไก่อู, ‘คืนความสุขให้คนคลอง  คืนสายคลองให้คนเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b13723549b4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10485</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวมพล...คนรักคลองลาดพร้าวเดินหน้าสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม-บ้านประชารัฐริมคลอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;รัฐบาลเดินหน้าจัดระเบียบพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เร่งสร้างเขื่อนระบายน้ำคลองลาดพร้าวเพื่อป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ &amp;ndash;สร้างบ้านประชารัฐรองรับประชาชนที่รุกล้ำลำคลอง&amp;nbsp; &amp;lsquo;เสธ.ไก่อู&amp;rsquo; นำทัพทีมประชาสัมพันธ์ลงพื้นที่ชุมชนริมคลองสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนเพื่อเปิดพื้นที่สร้างเขื่อน-สร้างบ้าน&amp;nbsp; จัดกิจกรรม On Ground ลงพื้นที่เสาร์ที่ 2 มิถุนายนนี้&amp;nbsp; ขณะที่การสร้างเขื่อนฯ คืบหน้า 35.15 %&amp;nbsp; สร้างบ้านแล้ว 29&amp;nbsp; ชุมชน รวม 2,656&amp;nbsp; ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;จากเหตุการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2554&amp;nbsp; ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการระบายน้ำในคลองสายหลักในเขตกรุงเทพฯ ไม่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; เนื่องจากมีบ้านเรือนปลูกสร้างรุกล้ำลงไปในคลองเป็นจำนวนมาก รัฐบาล คสช. โดยคณะกรรมการอำนวยการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ ซึ่งมีพลเอกประวิตร&amp;nbsp; วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp; เป็นประธาน&amp;nbsp; จึงมีนโยบายจัดระเบียบสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ เริ่มที่คลองลาดพร้าวเป็นแห่งแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;โดยมอบหมายให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบการสร้างเขื่อนระบายน้ำคอนกรีตเพื่อป้องกันน้ำท่วมในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ระยะทาง (ทั้งสองฝั่ง) 45.3 กิโลเมตร&amp;nbsp; ความกว้างของแนวเขื่อน 25 - 38 เมตร&amp;nbsp; และขุดลอกคลองให้ลึกกว่าเดิม 4 เมตร&amp;nbsp; มีเป้าหมายแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน&amp;nbsp; 2562&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ&amp;nbsp; &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จัดทำแผนงานรองรับชาวชุมชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำที่ดินราชพัสดุและรุกล้ำคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ตามแผนงาน &amp;lsquo;บ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว&amp;rsquo; &amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการสร้างบ้านใหม่รองรับประชาชน รวมทั้งหมด 50 ชุมชน จำนวน&amp;nbsp; 7,069 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2559 โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน&amp;nbsp; 5,101 ครัวเรือน ยังไม่เข้าร่วม&amp;nbsp; 1,740&amp;nbsp; ครัวเรือน ทำให้โครงการดังกล่าวยังไม่เป็นไปตามแผนงาน&amp;nbsp; เนื่องจากยังมีประชาชนบางส่วนที่ยังไม่ให้ความร่วมมือ&amp;nbsp; ไม่ยอมรื้อย้ายบ้านออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ&amp;nbsp; ทำให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างเขื่อนฯ เข้าไปตอกเสาเข็มไม่ได้&amp;nbsp; ขณะที่การสร้างบ้านในชุมชนเดิมก็มีความล่าช้าเพราะต้องปรับผังชุมชนใหม่เพื่อสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; แต่ติดขัดบ้านเรือนที่ยังไม่เข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;เสธ.ไก่อูนำทัพลงพื้นที่ดึงประชาชนร่วมพัฒนาคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;พลโทสรรเสริญ&amp;shy;&amp;nbsp; แก้วกำเนิด หรือ &amp;lsquo;เสธ.ไก่อู&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;รักษาราชการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการรณรงค์และสร้างการรับรู้&amp;nbsp; การบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ&amp;nbsp; จึงลงพื้นที่เพื่อชี้แจงและสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการเห็นความสำคัญ&amp;shy;ของการพัฒนาคลอง&amp;nbsp; เห็นประโยชน์ของส่วนรวม&amp;nbsp; รวมถึงประโยชน์ของครอบครัวและอนาคตของลูกหลานในการรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลอง&amp;nbsp; เพื่อก่อสร้างบ้านใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ที่มั่นคง&amp;nbsp; สวยงาม&amp;nbsp; มีสั&amp;shy;&amp;shy;ญญาเช่าระยะยาวและถูกต้องจากกรมธนารักษ์ในฐานะหน่วยงานเจ้าของที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;โดยเริ่มที่ชุมชนรุ่นใหม่พัฒนา&amp;nbsp; เขตบางเขน&amp;nbsp; และชุมชนชายคลองบางบัว&amp;nbsp; เขตหลักสี่&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; พร้อมด้วยผู้อำนวยการเขตหลักสี่&amp;nbsp; ผอ.เขตบางเขน นายธนัช&amp;nbsp; นฤพรพงศ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช.&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารชุดมวลชนสัมพันธ์&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขต&amp;nbsp; และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ&amp;nbsp; ประสานมิตร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ประมาณ 100 คน&amp;nbsp; ร่วมชี้แจงสร้างความเข้าใจกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;นอกจากนี้ในวันที่&amp;nbsp; 2 มิถุนายนนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรมประชาสัมพันธ์ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; เช่น กรุงเทพมหานคร สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ตำรวจ&amp;nbsp; ทหาร ฯลฯ จัดกิจกรรม &amp;lsquo;On Ground&amp;rsquo; ครั้งที่ 1 &amp;lsquo;คืนความสุขให้คนคลอง&amp;nbsp; คืนสายคลองให้คนเมือง&amp;rsquo; ที่ชุมชนรุ่นใหม่พัฒนา เขตบางเขน เพื่อให้ประชาชนเห็นประโยชน์และความสำคั&amp;shy;ญของการพัฒนาคลองลาดพร้าว โดยจะมีกิจกรรมตั้งแต่เวลา 14.00-18.30 น.&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ดนตรีกลางคลอง&amp;nbsp; มีศิลปินแห่งชาติ &amp;lsquo;แม่ขวั&amp;shy;จิต&amp;nbsp; ศรีประจันต์&amp;rsquo; , &amp;lsquo;โฉมฉาย&amp;nbsp; อรุณฉาน&amp;rsquo; วงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์แสดงบนแพลากจูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;การล่องเรือตรวจเยี่ยมโครงการ&amp;nbsp; จากวัดบางบัว-ชุมชนรุ่นใหม่พัฒนา&amp;nbsp; มีผู้ว่า กทม.&amp;nbsp; รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; ผู้บริหาร พอช.&amp;nbsp; ผู้แทน คสช.&amp;nbsp; ตำรวจ&amp;nbsp; กรมธนารักษ์ ฯลฯ เข้าร่วม&amp;nbsp; มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดในชุมชน ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ตัดผมฟรี เวทีเสวนา การแข่งขันพายเรือหรรษา ร่วมรับประทานอาหารเย็น ฯลฯ&amp;nbsp; คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 1,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;พลโทสรรเสริญ&amp;shy;&amp;nbsp; แก้วกำเนิด&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ที่ผ่านมามีนักการเมืองบางคนไปบอกกับชาวบ้านชุมชนริมคลองลาดพร้าวว่า&amp;nbsp; คนที่สร้างบ้านเรือนบุกรุกแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับเงินชดเชยจาก กทม.รายละ 1&amp;nbsp; แสนกว่าบาท&amp;nbsp; แต่คนที่อยู่ริมคลองไม่ได้รับเงินชดเชย&amp;nbsp; ถือว่าเป็นความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; แต่ข้อเท็จจริงคนที่บุกรุกแม่น้ำเจ้าพระยามีประมาณร้อยกว่าราย&amp;nbsp; ส่วนชุมชนริมคลองมีการบุกรุกกว่า 1,600&amp;nbsp; คลอง&amp;nbsp; มีผู้บุกรุกกว่า&amp;nbsp; 30,000 ครอบครัว&amp;nbsp; หากจะจ่ายชดเชยต้องใช้เงินกว่า 6,000 ล้านบาท&amp;nbsp; ซึ่งเป็นเงินจำนวนมหาศาล&amp;nbsp; ต้องดึงเอามาจากภาษีรายได้เพื่อพัฒนาประเทศ&amp;nbsp; ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;เดิมพื้นที่ริมคลองเป็นที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; ไม่อนุ&amp;shy;ญาตให้ใครอยู่อาศัย&amp;nbsp; แต่ตอนนี้รัฐบาลจะให้ประชาชนอยู่อย่างถูกกฎหมาย&amp;nbsp; เสียค่าเช่าประมาณปีละ&amp;nbsp; 100 บาท&amp;nbsp; และมีเงินช่วยเหลือครอบครัวละ 147,000 บาท&amp;nbsp; เพื่อใช้ในการรื้อย้าย&amp;nbsp; สร้างที่อยู่อาศัยชั่วคราว&amp;nbsp; เป็นค่าเดินทางไปทำงาน&amp;nbsp; และสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; โดยมีสินเชื่อให้กู้รายละ 330,000-360,000 บาท&amp;nbsp; และผ่อนเดือนละ 1,000-3,000 บาทต่อเดือน&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนมีบ้านใหม่ที่สวยงาม&amp;nbsp; เป็นการสร้างอนาคตให้ลูกหลาน&amp;nbsp; แต่ผู้ที่จะได้รับการช่วยเหลือก็จะต้องเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp; หากไม่เข้าร่วมก็จะอยู่ไม่ได้&amp;nbsp; เพราะผิดกฎหมาย&amp;nbsp; และจะต้องถูกดำเนินคดีด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; พลโทสรรเสริญ&amp;shy;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;กรมธนารักษ์แจ้งความดำเนินคดีรุกล้ำที่สาธารณะแล้ว&amp;nbsp; 73 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ส่วนผู้ที่ยังไม่ให้ความร่วมมือและไม่เข้าร่วมโครงการรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลองเพื่อเปิดพื้นที่ให้การก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำและก่อสร้างบ้านใหม่นั้น&amp;nbsp; มีทั้งหมด&amp;nbsp; 1,740&amp;nbsp; ครัวเรือน เจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธ์และผู้นำชุมชนเข้าเจรจาเป็นรายครัวเรือน&amp;nbsp; ทำให้มีผู้เปลี่ยนใจเข้าร่วมรวม 55 ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ส่วนผู้ที่เป็นแกนนำขัดขวางการดำเนินงาน&amp;nbsp; เนื่องจากมีผลประโยชน์&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เป็นเจ้าของบ้านเช่า&amp;nbsp; หอพัก&amp;nbsp; ร้านค้า&amp;nbsp; ร้านอาหาร ฯลฯ&amp;nbsp; กรมธนารักษ์ในฐานะเจ้าของที่ดินราชพัสดุได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว&amp;nbsp; 73&amp;nbsp; ราย&amp;nbsp; ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 9&amp;nbsp; โดยการเข้าไปยึดถือครองที่ดินของรัฐ&amp;nbsp; ซึ่งเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่ริมตลิ่ง&amp;nbsp; ทางน้ำ คลอง ฯลฯ&amp;nbsp; มีโทษตามกฎหมายที่ดินและกฎหมายอา&amp;shy;จมีอัตราโทษจำคุก&amp;nbsp; 3 - 5 ปี &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการในชั้นอัยการ&amp;nbsp; และจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาพื้นที่อีกประมาณ 78 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม&amp;nbsp; ระยะทาง&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; ฝั่ง&amp;nbsp; รวม 45.3&amp;nbsp; กิโลเมตร&amp;nbsp; บริษัทริเวอร์เอ็นจิเนียริ่ง&amp;nbsp; จำกัด ประมูลงานได้ในวงเงิน&amp;nbsp; 1,645 ล้านบาท&amp;nbsp; ขณะนี้มีความคืบหน้าประมาณ&amp;nbsp; 35.15 %&amp;nbsp; โดยบริษัทตอกเสาเข็มเพื่อเป็นรากฐานเขื่อนไปแล้วเป็นระยะทาง 15.85&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กิโลเมตร&amp;nbsp; จำนวนเสาเข็มที่ตอกแล้ว&amp;nbsp; 21,091&amp;nbsp; ต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากจำนวนเสาเข็มทั้งหมดประมาณ 60,000 ต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งถือว่าล่าช้ากว่าแผนงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; คณะอนุกรรมการบริหารจัดการและพัฒนาพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว ซึ่งมีพลเอก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;เฉลิมชัย&amp;nbsp; สิทธิสาท&amp;nbsp; ผู้บั&amp;shy;ชาการทหารบกเป็นประธานฯ&amp;nbsp; ได้เดินทางมาตรวจพื้นที่โครงการในเขตสายไหมเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา และเร่งรัดให้บริษัทรับเหมาตอกเสาเข็มให้ได้อีก 5,500 ต้น&amp;nbsp; หรือคิดเป็นระยะทางประมาณ&amp;nbsp; 4,133&amp;nbsp; เมตร&amp;nbsp; ภายในเดือนสิงหาคมนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ทั้งนี้การก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำจะเริ่มจากบริเวณอุโมงค์เขื่อนพระราม 9&amp;nbsp; (ใกล้คลองแสนแสบ&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง) ไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; ความยาวทั้งหมด (ทั้งสองฝั่ง) ประมาณ 45 กิโลเมตร&amp;nbsp; ความกว้างของเขื่อน 25 - 38 เมตร นอกจากนี้ก็จะขุดลอกคลองให้ลึกกว่าเดิมอีก 4 เมตร เพื่อให้การระบายน้ำคล่องตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ตามแผนงานจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน&amp;nbsp; 2562&amp;nbsp; ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จน้ำในคลองลาดพร้าวจะไหลเข้าสู่อุโมงค์เขื่อนพระราม 9 และอุโมงค์ลอดใต้คลองบางซื่อ&amp;nbsp; เพื่อระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและไหลลงสู่ทะเลต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยสำนักการระบายน้ำ กทม.ระบุว่าจะทำให้ประสิทธิภาพในการระบายน้ำเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมประมาณ 1 เท่าตัว..!!&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;คลองลาดพร้าวมีความยาวประมาณ&amp;nbsp; 22 กิโลเมตร&amp;nbsp; เชื่อมกับคลองแสนแสบบริเวณอุโมงค์ระบายน้ำพระราม 9 เขตวังทองหลาง (ใกล้ทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา)&amp;nbsp; ตลอดเส้นทางที่คลองลาดพร้าวไหลผ่านจะมีชื่อเรียกต่างกันตามย่านที่มีวัดหรือชุมชนตั้งอยู่&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เมื่อผ่านวัดลาดพร้าวเรียกว่า &amp;ldquo;คลองลาดพร้าว&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผ่านชุมชนวังหิน (เขตจตุจักร) เรียกว่า &amp;ldquo;คลองวังหิน&amp;rdquo; ผ่านวัดบางบัว (เขตบางเขน) เรียกว่า &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;คลองบางบัว&amp;rdquo;&amp;nbsp; จนไปบรรจบกับคลองสอง&amp;nbsp; เขตสายไหม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;รากเหง้าชุมชนคนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าคลองลาดพร้าวขุดขึ้นมาในสมัยใด&amp;nbsp; แต่สันนิษฐานว่าน่าจะใกล้เคียงกับการขุดคลองแสนแสบ&amp;nbsp; (คลองแสนแสบเริ่มขุดในปี พ.ศ.2380&amp;nbsp; ในสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อเป็นเส้นทางลำเลียงทัพในสงครามระหว่างสยามกับ&amp;shy;ญวน&amp;nbsp; เชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยากับบางปะกง)&amp;nbsp; โดยเฉพาะหากพิจารณาจากการตั้งถิ่นฐานของบ้านเรือนและวัด&amp;nbsp; ซึ่งส่วนให&amp;shy;ญ่มักจะสร้างอยู่ริมแม่น้ำและลำคลอง&amp;nbsp; พบว่า&amp;nbsp; วัดบางบัวที่ตั้งอยู่ริมคลองลาดพร้าว (เขตบางเขน) สร้างขึ้นในราวปี 2380&amp;nbsp; และวัดลาดพร้าวสร้างขึ้นในปี 2410&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ในขณะที่แรงงานในการขุดคลองแสนแสบ (รวมถึงการขุดแก้คลองพระโขนงและคลองซอยต่างๆ) ซึ่งมีทั้งแรงงานที่ถูกกองทัพสยามกวาดต้อนเข้ามาในสมัยต้นรัตนโกสินทร์&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชาวจาม (มุสลิม) จากเขมร&amp;nbsp; ชาวลาว&amp;nbsp; ชาวมลายูจากปัตตานี&amp;nbsp; และแรงงานรับจ้างชาวจีน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อการขุดคลองเสร็จในอีก 3 ปีถัดมา (พ.ศ.2383-2384)&amp;nbsp; ทางราชการจึงให้แรงงานเหล่านี้ตั้งรกรากอยู่ในพื้นที่ริมคลอง&amp;nbsp; โดยเฉพาะชาวมุสลิม&amp;nbsp; ไล่ตั้งแต่ชุมชนบ้านครัว (ชาวจามจากเขมร) ริมคลองแสนแสบย่านมหานาค&amp;nbsp; ลงมาจนถึงคลองตัน&amp;nbsp; บางกะปิ&amp;nbsp; มีนบุรี&amp;nbsp; และหนองจอก&amp;nbsp; รวมทั้งในย่านคลองตันเชื่อมกับคลองพระโขนง&amp;nbsp; และคลองลาดพร้าวก็มีชุมชนมุสลิมตั้งกระจายอยู่ตลอดแนวคลองเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;จากประวัติของชุมชนมุสลิมสามอิน&amp;nbsp; เล่าสืบทอดกันมาว่า&amp;nbsp; ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้นำชาวมุสลิมจำนวนหนึ่งได้นำครอบครัวจากปัตตานีและกรุงศรีอยุธยาบางส่วนมาปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ที่ริมคลองแห่งหนึ่ง (คลองสามอิน) ซึ่งเป็นคลองย่อยที่เชื่อมกับคลองตัน&amp;nbsp; ซึ่งต่อมาเรียกว่า &amp;lsquo;บ้านสามอิน&amp;rsquo;&amp;nbsp; มีสุเหร่าสามอิน (มัสยิดฮี่ดาย่าตุ้ลอิสลาม) เป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจ (ปัจจุบันอยู่ในซอยสุขุมวิท 71&amp;nbsp; เขตวัฒนา&amp;nbsp; อยู่ใกล้คลองตัน-คลองพระโขนง)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ส่วนคำว่า &amp;ldquo;สามอิน&amp;rdquo; แผลงมาจากคำว่า &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;สะมะอีน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ซึ่งเป็นชื่อของผู้นำมุสลิมคนแรกของที่นี่ โดยผู้คนที่เดินทางผ่านไปมา&amp;nbsp; เมื่อผ่านทางนี้และทักทายกัน&amp;nbsp; ถามว่าไปไหน&amp;nbsp; ก็จะบอกว่า &amp;ldquo;ไปบ้านสะมะอีน&amp;rdquo;&amp;nbsp; จนกลายเป็น &amp;ldquo;สามอิน&amp;rdquo; ต่อมาเมื่อมีผู้คนอยู่อาศัยกันหนาแน่น&amp;nbsp; ชาวมุสลิมจากบ้านสามอินจึงได้ขยายครอบครัวไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่คลองแสนแสบ (ซอยนวลน้อย)&amp;nbsp; คลองตัน&amp;nbsp; คลองลาดพร้าว&amp;nbsp; คลองจั่น&amp;nbsp; และคลองซอยต่างๆ ซึ่งในสมัยเมื่อราว 100 กว่าปีก่อน&amp;nbsp; พื้นที่แถบนี้ก็คือ &amp;nbsp;&amp;lsquo;ทุ่งบางกะปิ&amp;rsquo; ที่กว้างใหญ่&amp;shy;่นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ชุมชนมุสลิมในคลองลาดพร้าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;lsquo;ฮาซัน&amp;nbsp; แสงจันทร์&amp;rsquo; &amp;nbsp;อายุ 62 ปี&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศ เขตห้วยขวาง (ใกล้แยกเหม่งจ๋าย) เล่าว่า&amp;nbsp; ชาวมุสลิมที่นี่ส่วนใหญ&amp;shy;่มีพื้นเพมาจากชุมชนสามอิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เชื้อสายชาวปัตตานี&amp;nbsp; ตนเองเกิดที่นี่&amp;nbsp; พ่อแม่และปู่ย่าตายายก็เกิดที่นี่&amp;nbsp; อยู่อาศัยต่อเนื่องมานานไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp; 100 ปี&amp;nbsp; เมื่อสมัยก่อนที่นี่ยังเป็นทุ่งนา&amp;nbsp; ชาวบ้านส่วนใหญ&amp;shy;่มีอาชีพทำนา&amp;nbsp; แต่ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; ต้องเช่านาทำ&amp;nbsp; หรือเป็นลูกจ้างทำนา&amp;nbsp; ได้ค่าจ้างเป็นข้าวเปลือกปีละ 10-15 ถัง และหาปลาในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เพราะเมื่อก่อนน้ำในคลองยังสะอาด&amp;nbsp; อาบน้ำในคลอง&amp;nbsp; น้ำกินก็ใช้น้ำคลองตักใส่ตุ่มแล้วเอาสารส้มมากวนปล่อยให้ตกตะกอน&amp;nbsp; หรือรองน้ำฝนเอาไว้กิน &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;เมื่อก่อนชาวบ้านจะหาปลาด้วยการยกยอในคลอง&amp;nbsp; ปลาที่มีมาก&amp;nbsp; คือปลาหมู&amp;nbsp; กุ้งก้ามกราม&amp;nbsp; ปลาช่อนก็มีเอาไปขายที่ตลาดห้วยขวางกิโลฯ ละ 6 บาท&amp;nbsp; พอปี 2515-2516&amp;nbsp; น้ำในคลองเริ่มเน่าเสีย &amp;nbsp;เพราะมีโรงงานอุตสาหกรรมมาตั้งโรงงานอยู่แถวซอยลาดพร้าว 80 แล้วปล่อยน้ำเสียลงคลอง ทำให้น้ำในคลองเริ่มเน่า&amp;nbsp; ปลาจึงหายไป&amp;nbsp; ส่วนการทำนาก็เลิกทำประมาณช่วงปี 2526 เพราะที่ดินเริ่มแพง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;เจ้าของจึงขายที่นา&amp;nbsp; อีกอย่างก็คือ&amp;nbsp; หนูนามันเยอะ&amp;nbsp; ทำนาสู้หนูไม่ได้&amp;nbsp; จึงต้องเลิกทำ&amp;rdquo; &amp;nbsp;ลุงฮาซันเล่าย้อนอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ครอบครัวของลุงฮาซันที่ชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศ เป็นตัวอย่างหนึ่งของชาวมุสลิมที่เข้ามาตั้งรกรากอยู่ริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ปัจจุบันมีชุมชนมุสลิมตั้งอยู่หลายชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนลาดพร้าว 80 (มัสยิดอีมาร่อตุ๊ดดิน) ชุมชนร่วมมิตรแรงศรัทธา ใกล้ตลาดยิ่งเจริญ&amp;shy; (เขตดอนเมือง)&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 1,000&amp;nbsp; ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;จากทุ่งนากลายเป็นหมู่บ้านจัดสรร&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;นอกจากชุมชนมุสลิมในคลองลาดพร้าวที่ตั้งรกรากมานานนับร้อยปีแล้ว&amp;nbsp; มีหลายชุมชนในคลองลาดพร้าวที่มีชาวไทยพุทธปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่มานานไม่น้อยกว่ากัน&amp;nbsp; โดยเฉพาะชุมชนที่ตั้งอยู่ระหว่างวัดลาดพร้าวและวัดบางบัวซึ่งเป็นวัดที่ปลูกสร้างมานานไม่ต่ำกว่า 150 ปี&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;คุณตาแฉล้ม&amp;nbsp; วงศ์ขวั&amp;shy;ญ &amp;nbsp;อายุ 79 ปี&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; ตนเองเกิดที่ริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; พ่อแม่อยู่ที่นี่มานานไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp; 100&amp;nbsp; ปี&amp;nbsp; ครอบครัวเช่าที่ดินทำนามาตั้งแต่ตนจำความได้&amp;nbsp; เมื่อก่อนใช้ควายไถนา น้ำในคลองยังสะอาด&amp;nbsp; กุ้ง&amp;nbsp; ปลายังสมบูรณ์&amp;nbsp; มีมากมาย&amp;nbsp; ทั้งตะเพียน&amp;nbsp; ปลาช่อน&amp;nbsp; ปลาหลด&amp;nbsp; ปลาหมอโค้ว&amp;nbsp; กุ้งก้ามกรามขนาด 3 ตัวต่อ 1 กิโลกรัม&amp;nbsp; ผักก็หาได้จากในคลอง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผักบุ้ง&amp;nbsp; หากินได้ไม่อดอยาก&amp;nbsp; เวลามีงานบุญ&amp;shy;ประเพณีหรือเทศกาลสำคั&amp;shy;ญทางศาสนา&amp;nbsp; ชาวบ้านจะพายเรือไปทำบุญ&amp;shy;ที่วัดลาดพร้าวหรือวัดบางบัวเพราะมีระยะทางพอๆ กัน&amp;nbsp; เมื่อก่อนยังมีเรือพาย&amp;nbsp; เรือสำปั้นมาขายผลไม้ในคลอง&amp;nbsp; แต่ตอนหลังก็หายไป&amp;nbsp; เพราะมีตลาดใหม่ๆ เกิดขึ้น&amp;nbsp; การเดินทางด้วยรถยนต์สะดวกกว่า&amp;nbsp; เรือจึงค่อยๆ หายไปจากคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;ผมเลิกทำนาประมาณปี 2520 เพราะที่ดินแถวนี้เจริ&amp;shy;ญขึ้น&amp;nbsp; มีหมู่บ้าน&amp;nbsp; มีหอพักนักศึกษาเกิดขึ้น&amp;nbsp; เจ้าของจึงขายที่นาออกไป&amp;nbsp; อีกทั้งการทำนาก็ไม่ค่อยได้ผล&amp;nbsp; เพราะพื้นที่รอบๆ กลายเป็นตึกหมดแล้ว&amp;nbsp; น้ำในคลองก็เริ่มเน่าเสีย&amp;nbsp; เพราะน้ำจากท่อระบายน้ำ&amp;nbsp; ท่อน้ำทิ้งต่างๆ ก็ไหลลงคลอง&amp;nbsp; ปูปลาจึงหนีไปอยู่ที่อื่น&amp;rdquo;&amp;nbsp; คุณตาแฉล้มเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ปัจจุบันย่านลาดพร้าว-โชคชัย 4-วังหิน&amp;nbsp; ซึ่งเมื่อก่อนเป็นทุ่งนาทั้งแถบ&amp;nbsp; วันนี้กลายเป็นย่านพักอาศัย&amp;nbsp; มีหมู่บ้านจัดสรร&amp;nbsp; คอนโดฯ&amp;nbsp; อาคารพาณิชย์&amp;nbsp; ร้านอาหาร&amp;nbsp; แหล่งบันเทิง&amp;nbsp; ฯลฯ เกิดขึ้นหนาแน่น&amp;nbsp; จนมองไม่เห็นสภาพทุ่งนาในอดีตอีกต่อไป ..!!&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;สำเนียง&amp;nbsp; บุญ&amp;shy;ลือ &amp;nbsp;อายุ 62 ปี&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนร่วมใจพิบูล&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; (ตั้งอยู่ด้านหลังโรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์-ถนนลาดพร้าว) เขตห้วยขวาง&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; ครอบครัวของตนเมื่อก่อนก็ทำนาเหมือนกัน&amp;nbsp; สมัยก่อนในคลองลาดพร้าวยังมีโรงสีรับซื้อข้าวอยู่ 2 โรง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนหลังเมื่อมีหมู่บ้านจัดสรรมากขึ้น&amp;nbsp; ที่นาเปลี่ยนมือ&amp;nbsp; โรงสีจึงเลิกไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;สมัยก่อนบ้านเรือนริมคลองลาดพร้าวยังไม่หนาแน่น&amp;nbsp; ชุมชนพิบูลยังมีบ้านไม่กี่หลังคาเรือน&amp;nbsp; คนที่ปลูกบ้านอยู่ก็จะเป็นคนดั้งเดิม&amp;nbsp; เป็นชาวนา&amp;nbsp; ปลูกบ้านอยู่ริมคลอง&amp;nbsp; แต่ตอนหลังแถบห้วยขวาง-ลาดพร้าวเจริญ&amp;shy;ขึ้น&amp;nbsp; คนที่มีบ้านอยู่ริมคลองก็ชักชวน&amp;shy;ญาติพี่น้องจากที่อื่นเข้ามาอยู่&amp;nbsp; บางคนแต่งงานก็ขยายครอบครัวออกไปปลูกบ้านใหม่ขึ้นมา&amp;nbsp; บ้างก็เป็นคนจากต่างจังหวัดเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ตอนหลังจึงเริ่มมีบ้านเช่า&amp;nbsp; ชุมชนของผมเริ่มมีบ้านเรือนหนาแน่นตั้งแต่ช่วงปี 2526-2527&amp;nbsp; เป็นต้นมา&amp;rdquo; ลุงสำเนียงเล่าถึงการเติบโตของชุมชนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ปัจจุบันชุมชนร่วมใจพิบูล 2&amp;nbsp; มีบ้านเรือนทั้งหมด&amp;nbsp; 224 ครัวเรือน&amp;nbsp; จำนวนชาวบ้านประมาณ&amp;nbsp; 1.200&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; ส่วนให&amp;shy;ญ่ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; พนักงานบริษัท-ห้างร้าน&amp;nbsp; มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; และค้าขายเล็กๆ น้อยๆ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ชุมชนร่วมใจพิบูล&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; เป็นตัวอย่างหนึ่งของการขยายตัวของชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; บางชุมชนปลูกสร้างบ้านเรือนมาก่อนปี 2500&amp;nbsp; ซึ่งสมัยนั้นกรมชลประทานยังดูแลที่ดินริมคลอง&amp;nbsp; เพราะคลองลาดพร้าวขุดเพื่อการเกษตรและชลประทาน&amp;nbsp; แต่เมื่อการทำนาหมดไป&amp;nbsp; กรมชลประทานจึงไม่ได้ดูแลพื้นที่ริมคลอง&amp;nbsp; ที่ดินริมคลองปัจจุบันเป็นที่ดินราชพัสดุอยู่ในความดูแลของกรมธนารักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;จากชุมชนเล็กๆ จนขยายกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ&amp;shy;่ที่มีบ้านเรือนปลูกสร้างเรียงรายไปตามลำคลอง&amp;nbsp; บางชุมชนที่มีพื้นที่คับแคบ&amp;nbsp; คนที่มาอยู่ทีหลังหรือมีครอบครัวขยายจึงปลูกสร้างบ้านรุกล้ำลงไปในคลอง&amp;nbsp; ทำให้ลำคลองแคบลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันคลองลาดพร้าวมีชุมชนต่างๆ ตั้งเรียงรายอยู่ใน 8 เขต&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; ห้วยขวาง&amp;nbsp; ลาดพร้าว&amp;nbsp; จตุจักร&amp;nbsp; บางเขน&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; ดอนเมือง&amp;nbsp; และสายไหม&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 50&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp; ประมาณ 7,069 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างเขื่อน และบ้านริมคลองที่เขตสายไหม เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช.หนุนสร้างบ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว 50 ชุมชน 7,069 ครัวเรือน&amp;nbsp; สร้างเสร็จแล้ว 2,656 ครัวฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนัช&amp;nbsp; นฤพรพงศ์&amp;nbsp; ผู้ช่วยผู้อำนวยการ&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; กล่าวถึงแผนงานโครงการ &amp;lsquo;บ้านประชารัฐริมคลอง&amp;rsquo; ว่า&amp;nbsp; ตามแผนงานรองรับชาวชุมชนที่ต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ ในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ซึ่งชาวบ้านปลูกบ้านเรือนอยู่ในที่ดินราชพัสดุและบางส่วนปลูกสร้างรุกล้ำลงไปในคลอง&amp;nbsp; มีทั้งหมด 50 ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 7,069&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; อยู่ในพื้นที่ &amp;nbsp;8 เขต&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; วังทองหลาง&amp;nbsp; ห้วยขวาง&amp;nbsp; ลาดพร้าว&amp;nbsp; จตุจักร&amp;nbsp; บางเขน&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; ดอนเมือง&amp;nbsp; และสายไหม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2559&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp; 42 ชุมชนที่อยู่อาศัยในที่ดินเดิมได้หลังจากที่รื้อย้ายบ้านออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ&amp;nbsp; ขณะนี้บางชุมชนก่อสร้างบ้านเสร็จแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนอีก 8 ชุมชนมีพื้นที่ไม่พอเพียงจึงต้องจัดซื้อที่ดินใหม่&amp;nbsp; เป็นที่ดินเอกชนอยู่ในเขตสายไหม &amp;nbsp;และที่ดินของบริษัทบริหารสินทรัพย์ &amp;nbsp;กรุงเทพพาณิชย์ &amp;nbsp;จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;-ขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้มีบ้านที่ก่อสร้างเสร็จทั้งในชุมชนเดิมและชุมชนที่ซื้อที่ดินใหม่&amp;nbsp; รวม 29 &amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน &amp;nbsp;2,656 ครัวเรือน&amp;nbsp; คิดเป็น&amp;nbsp; 37.57 % ของจำนวนบ้านทั้งหมด ของจำนวนบ้านทั้งหมด ก่อสร้างแล้วเสร็จจำนวน 1,223 ครัวเรือน และมีเป้าหมายภายในเดือนธันวาคม 2561 จะก่อสร้างบ้านให้แล้วเสร็จอีก &amp;nbsp;&amp;nbsp;27 โครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวม 1,660 &amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp; ส่วนที่เหลือจะดำเนินการในปีต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; ธนัชกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยึดชาวบ้านเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการบ้านประชารัฐริมคลองดำเนินแนวทางตามโครงการบ้านมั่นคงของ พอช. &amp;nbsp;ซึ่ง พอช.ทำโครงการบ้านมั่นคงเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยมาตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; หลักการสำคัญคือ ให้ชาวชุมชนริมคลองรวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นการพัฒนาแนวใหม่&amp;nbsp; ไม่ใช่รูปแบบของการสงเคราะห์หรือหน่วยงานรัฐเข้าไปสร้างบ้านให้ชาวบ้านแบบให้เปล่า&amp;nbsp; แต่ให้ชุมชนหรือชาวบ้านมีส่วนร่วมและเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น&amp;nbsp; รวมกลุ่มกันโดยจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อสำรวจข้อมูลปัญหาและความต้องการ&amp;nbsp; ช่วยกันออกแบบบ้าน&amp;nbsp; วางผังชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์และสหกรณ์เคหสถานเพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้านหรือจัดซื้อที่ดิน&amp;nbsp; และร่วมกันบริหารโครงการ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้การสนับสนุนด้านความรู้และความช่วยเหลือ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พอช.ส่งสถาปนิกเข้าไปให้คำแนะนำแก่ชุมชน&amp;nbsp; เรื่องการออกแบบบ้าน&amp;nbsp; ออกแบบผังชุมชน&amp;nbsp; กรมส่งเสริมสหกรณ์เข้าไปให้ความรู้เรื่องการจัดตั้งสหกรณ์เคหสถาน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนรูปแบบในการดำเนินโครงการบ้านประชารัฐริมคลอง&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1. หากชุมชนใดสามารถอยู่ในที่ดินเดิมได้ &amp;nbsp;(หลังจากสำรวจและวัดแนวเขตว่าพ้นจากแนวเขื่อนฯ แล้ว) จะต้องทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ ระยะเวลาช่วง แรก 30 ปี (สามารถต่อสัญญาได้ครั้งละ 30 ปีตามระเบียบของกรมธนารักษ์) อัตราค่าเช่าประมาณ 1.25 - 4 &amp;nbsp;บาท/ตารางวา/เดือน (ขึ้นอยู่กับทำเล) และเนื่องจากพื้นที่ชุมชนริมคลองมีจำกัด &amp;nbsp;ดังนั้นครอบครัวใดที่เคยครอบครองที่ดินมากก็จะต้องเสียสละแบ่งปันที่ดินให้ครอบครัวอื่นๆ ได้อยู่อาศัยร่วมกัน&amp;nbsp; โดยการแบ่งที่ดินให้แต่ละครอบครัวเท่ากัน &amp;nbsp;ขนาดบ้านประมาณ&amp;nbsp; 4x6 - 4x8 ตารางเมตร&amp;nbsp; มีทั้งบ้านชั้นเดียวและ&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; ชั้น&amp;nbsp; (บางชุมชนมี 3 ชั้น) ขึ้นอยู่กับความต้องการของชาวบ้านและความสามารถในการผ่อนชำระสินเชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;โดย พอช.จะสนับสนุนเรื่องสินเชื่อไม่เกิน 330,000 บาท/ครัวเรือน (กรณีสร้างบ้านในชุมชนเดิม) ระยะเวลาผ่อน 20 ปี ดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณสร้างสาธารณูปโภคครัวเรือนละ 75,000 บาท เงินอุดหนุนและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ 72,000 บาท &amp;nbsp;รวมเป็นเงิน 147,000 บาท/ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยใช้วิธีการจ่ายผ่านสหกรณ์เคหสถานที่ชาวบ้านร่วมกันจัดตั้งขึ้นมาเพื่อบริหารโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2. หากชุมชนใดมีพื้นที่ไม่เพียงพอ &amp;nbsp;ชาวบ้านอาจจะรวมตัวกันไปหาที่ดินแปลงใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากชุมชนเดิม เพื่อความสะดวกในการประกอบอาชีพ การเดินทาง สถานศึกษา เช่น ที่ดินของบริษัทในสังกัดกระทรวงการคลัง หรือที่ดินเอกชน โดย พอช.จะให้การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อซื้อที่ดินและสร้างบ้านครัวเรือนละไม่เกิน 360,000 บาท และช่วยเหลือเหมือนกับข้อ 1&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.หากไม่มีที่ดินที่เหมาะสม พอช.จะประสานกับการเคหะแห่งชาติเพื่อหาที่อยู่อาศัยรองรับชาวชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครง การบ้านเอื้ออาทร แฟลตการเคหะ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการสร้างบ้านนั้น&amp;nbsp; ชุมชนจะคัดเลือกบริษัทหรือผู้รับเหมามาสร้างบ้านทั้งชุมชน&amp;nbsp; มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อแบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สืบราคา&amp;nbsp; จัดซื้อวัสดุ&amp;nbsp; ตรวจสอบ&amp;nbsp; จัดทำบัญชี&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อให้การก่อสร้างบ้านและบริหารโครงการเป็นไปด้วยความโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับชาวชุมชนที่ไม่มีรายได้&amp;nbsp; ผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; หรือผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ที่ไม่มีความสามารถในการผ่อนชำระเพื่อก่อสร้างบ้านใหม่นั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ธนัชกล่าวว่า&amp;nbsp; ที่ผ่านมามีหลายชุมชนที่ชาวบ้านร่วมกันลงขันครัวเรือนละ 1,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; เพื่อก่อสร้างบ้านกลางให้เป็นที่อยู่อาศัยของผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ&amp;nbsp; ชุมชน กสบ.หมู่ 5&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม&amp;nbsp; เขตจตุจักร&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นหากชุมชนใดมีผู้ด้อยโอกาสก็จะต้องปรึกษาหารือกันว่าจะช่วยเหลือกันอย่างไร&amp;nbsp; ส่วน พอช.ก็จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อาจจะประสานหน่วยงานหรือบริษัทต่างๆ&amp;nbsp; ที่มีกิจกรรม CSR &amp;nbsp;หรือคืนกำไรสู่สังคมเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามหลักการของกระทรวง พม.และ พอช.&amp;nbsp; คือ &amp;lsquo;เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rsquo;&amp;nbsp; ยิ่งจน&amp;nbsp; ยิ่งเดือดร้อน&amp;nbsp; เราก็จะต้องช่วยเหลือ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ธนัชกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;สานพลังประชารัฐสร้างบ้านริมคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสนับสนุนให้ประชาชนเป็นแกนหลักในการบริหารจัดการบ้านประชารัฐและพัฒนาพื้นที่ริมคลองนั้น&amp;nbsp; ไม่ใช่ พอช.จะมีบทบาทเพียงหน่วยงานเดียว&amp;nbsp; แต่ยังมีหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมสนับสนุนการพัฒนา&amp;nbsp; ไม่ต่ำกว่า 16&amp;nbsp; หน่วยงาน&amp;nbsp; เป็น &amp;lsquo;การสานพลังประชารัฐ&amp;rsquo;&amp;nbsp; ตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; กองทัพบก และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)&amp;nbsp; ส่งเจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธ์เข้าไปสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(รูป 10)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประปานครหลวง&amp;nbsp; การไฟฟ้านครหลวง&amp;nbsp; สนับสนุนการติดตั้งระบบประปา-ไฟฟ้าในชุมชน&amp;nbsp; กรมส่งเสริมสหกรณ์เข้าไปสนับสนุนการจัดตั้งและบริหารสหกรณ์เคหสถาน&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; โดยสำนักงานเขตต่างๆ สนับสนุนการพัฒนาชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; อำนวยความสะดวกในขั้นตอนขออนุญาตก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรมธนารักษ์สนับสนุนการให้ชุมชนเช่าที่ดินระยะยาวเพื่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; โดยคิดอัตราผ่อนปรน&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp; สนับสนุนเรื่องที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ธนาคารอาคารสงเคราะห์สนับสนุนงบประมาณการพัฒนาในชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างที่ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; เป็นชุมชนริมคลองแห่งแรกที่สร้างบ้านเสร็จทั้งชุมชนจำนวน 65 หลังในช่วงต้นปี 2560 &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาให้การสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของชาวชุมชน&amp;nbsp; ส่วนบริษัทเอกชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; บริษัทอิตาเลี่ยน-ไทย, บริษัทเสนา&amp;nbsp; ดีเวลลอปเม้นท์&amp;nbsp; จำกัด, บริษัทซีพี,&amp;nbsp; อารียา&amp;nbsp; พรอพเพอร์ตี้&amp;nbsp; ฯลฯ เข้ามาให้การสนับสนุนสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียภายในชุมชน&amp;nbsp; ติดตั้งไฟฟ้าโซล่าเซลล์บริเวณพื้นที่ริมคลอง&amp;nbsp; มอบต้นไม้เพื่อปรับภูมิทัศน์ชุมชน&amp;nbsp; มอบสีทาบ้าน&amp;nbsp; มอบอุปกรณ์การออกกำลังกาย&amp;nbsp; สนามเด็กเล่น&amp;nbsp; จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ได้ร่วมกับชาวชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญและชุมชนริมคลองต่างๆ&amp;nbsp; จัดทำโครงการ &amp;lsquo;ประชารัฐร่วมใจ&amp;nbsp; สร้างวินัยการจัดการขยะชุมชนริมคลอง&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยส่งเสริมให้ชาวชุมชนริมคลองคัดแยกขยะ&amp;nbsp; เพื่อลดปริมาณขยะ&amp;nbsp; นำไปขายเป็นขยะรีไซเคิล&amp;nbsp; หรือนำกลับมาใช้ใหม่&amp;nbsp; และที่สำคัญคือ&amp;nbsp; การสร้างวินัยไม่ทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงในคลอง&amp;nbsp; เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; และป้องกันไม่ให้ขยะไปกีดขวางทางเดินของน้ำ&amp;nbsp; ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การระบายน้ำในคลองไม่มีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;&amp;lsquo;11&amp;nbsp; ขั้นตอน&amp;rsquo;&amp;nbsp; สร้างบ้านประชารัฐริมคลอง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;สร้างบ้านตามใจผู้อยู่ บ้านหรูไม่เกิน 360,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;แต่ไหนแต่ไรมา&amp;nbsp; เมื่อรัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐจะนำที่ดินของรัฐที่มีประชาชนเข้าไปรุกล้ำปลูกสร้างบ้านเรือนเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ก็จะใช้วิธีการขับไล่&amp;nbsp; หรือจัดหาที่อยู่อาศัยใหม่ที่ห่างไกลจากชุมชนเดิมมาก&amp;nbsp; ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องการทำมาหากิน&amp;nbsp; มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลูกหลานต้องหาที่เรียนใหม่ ฯลฯ&amp;nbsp; โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการทำมาหากิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะคนจนที่อาศัยอยู่ในเมืองส่วนใหญ่มีอาชีพที่เกี่ยวพันกับสังคมเมือง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เป็นลูกจ้างทั่วไป&amp;nbsp; เป็นกรรมกร&amp;nbsp; ช่างก่อสร้าง&amp;nbsp; ขับแท็กซี่&amp;nbsp; มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; ขายอาหาร&amp;nbsp; หาบเร่&amp;nbsp; แผงลอย&amp;nbsp; เก็บของเก่า&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;lsquo;โครงการบ้านประชารัฐริมคลอง&amp;rsquo; เป็นรูปแบบหนึ่งที่จะช่วยให้ชาวชุมชนสามารถอยู่อาศัยในชุมชนเดิมได้&amp;nbsp; คือหากชุมชนใดมีพื้นที่เหลือจากแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ&amp;nbsp; และรื้อย้ายบ้านออกจากแนวเขื่อนและแนวคลองแล้ว&amp;nbsp; จำเป็นที่จะต้องมีการปรับผังชุมชนใหม่&amp;nbsp; เพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถอยู่อาศัยในชุมชนเดิมได้ทั้งหมด&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยชาวชุมชนจะต้องรวมตัวกันและจดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถานเพื่อให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล&amp;nbsp; แล้วทำสัญญาเช่าที่ดินอยู่อาศัยอย่างถูกต้องกับกรมธนารักษ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะเวลาช่วงแรก 30 ปี&lt;/p&gt;


&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; การจัดทำโครงการบ้านประชารัฐริมคลองนี้&amp;nbsp; ไม่ใช่ พอช.ไปสร้างบ้านให้ชาวบ้าน&amp;nbsp; แต่เป็นการใช้หลักการของ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; ที่ พอช.ทำมาตั้งแต่ปี 2546 &amp;nbsp;นั่นคือ &amp;ldquo;ให้ชุมชนหรือผู้ที่เดือดร้อน&amp;nbsp; รวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; โดยมี พอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุน&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยชุมชนจะต้องแต่งตั้งตัวแทนชาวบ้านขึ้นมาเป็นคณะทำงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีกระบวนการทำงาน 11 ขั้นตอน&amp;nbsp; ดังนี้&lt;/p&gt;


&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;1.สร้างความเข้าใจโครงการ&amp;nbsp; โดยการชี้แจงสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชน&amp;nbsp; มีคณะกรรมการชุมชน&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ พอช. เจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธ์&amp;nbsp; ทหาร&amp;nbsp; ตำรวจ&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต&amp;nbsp; กรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp; กรมธนารักษ์&amp;nbsp; สำนักการระบายน้ำ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ร่วมกันจัดประชุมชี้แจงเป็นกลุ่ม&amp;nbsp; หรือใช้วิธีพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;2.ร่วมกันสำรวจข้อมูล&amp;nbsp; รับรองข้อมูล&amp;nbsp; พิจารณาสิทธิ์&amp;nbsp; เพื่อให้ได้ข้อมูลครัวเรือน&amp;nbsp; ผู้อยู่อาศัย&amp;nbsp; ขนาดพื้นที่ของชุมชน&amp;nbsp; และความต้องการที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนการสร้างบ้านและออกแบบผังชุมชน&amp;nbsp; หลังจากนั้นจะมีการพิจารณาสิทธิ์และรับรองสิทธิ์&amp;nbsp; เพื่อให้ชาวชุมชนช่วยกันยืนยันว่า&amp;nbsp; เจ้าของบ้านหลังนี้มีตัวตนและอาศัยอยู่จริง&amp;nbsp; เพื่อไม่ให้มีการสวมสิทธิ์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;3.ตั้งกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; เพื่อให้ชาวชุมชนได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนสำหรับก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; บางชุมชนกำหนดเงินออมขั้นต่ำ 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน&amp;nbsp; บางชุมชนอาจมากกว่า&amp;nbsp; แล้วแต่ข้อตกลงของแต่ละชุมชน&amp;nbsp; หากมีเงินออมมาก&amp;nbsp; ยอดเงินที่จะขอกู้จาก พอช.ก็จะลดน้อยลง&amp;nbsp; (พอช.กำหนดให้ครัวเรือนและชุมชนที่จะขอใช้สินเชื่อต้องมียอดเงินออมรวมไม่ต่ำกว่า 10 % ของยอดเงินกู้) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;4.จดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถาน เพื่อให้มีสถานะเป็นนิติบุคคล&amp;nbsp; และบริหารโครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทำสัญญาเช่าที่ดินกับกรมธนารักษ์&amp;nbsp; เสนอใช้สินเชื่อและงบสนับสนุนจาก พอช.&amp;nbsp; บริหารการก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;


&lt;p&gt;5.จัดการเรื่องที่ดิน&amp;nbsp; โดยการแบ่งปันและเสียสละ&amp;nbsp; คนที่เคยมีที่ดินและบ้านหลังใหญ่&amp;nbsp; จะต้องเสียสละให้คนที่รุกล้ำแนวคลองสามารถขึ้นมาอยู่บนฝั่งได้&amp;nbsp; โดยเฉลี่ยแปลงที่ดินที่จะสร้างบ้านให้มีขนาดเท่ากัน&amp;nbsp; และ 1 ครอบครัวได้ 1 สิทธิ์&amp;nbsp; หรือตามข้อตกลงของชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ครอบครัวที่มีผู้อยู่อาศัยเกิน 8 คน&amp;nbsp; จะได้รับสิทธิ์ขยายเพิ่ม 1 สิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ร่วมกันออกแบบบ้าน&amp;nbsp; ออกแบบผังชุมชน&amp;nbsp; นำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจชุมชนและครัวเรือนมาออกแบบผังชุมชนและออกแบบบ้าน&amp;nbsp; โดยมีสถาปนิกและเจ้าหน้าที่ของ พอช.เป็นพี่เลี้ยง&amp;nbsp; เพื่อให้ได้แบบบ้านและผังชุมชนที่ตรงกับความต้องการของชาวบ้าน&lt;/p&gt;


&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;7.เสนอโครงการและงบประมาณต่อ พอช. เมื่อผ่านกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ ดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนจะต้องยื่นโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยในนามสหกรณ์เคหสถานมายัง พอช.เพื่อพิจารณาอนุมัติ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;8.วางแผน&amp;nbsp; ขออนุญาตก่อสร้าง&amp;nbsp; และรื้อย้าย&amp;nbsp; ชุมชนจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ พอช.&amp;nbsp; สถาปนิกและวิศวกร&amp;nbsp; วางแผนการก่อสร้าง&amp;nbsp; แผนการรื้อย้าย&amp;nbsp; และจัดเตรียมเอกสารเพื่อขออนุญาตก่อสร้างจากกรมธนารักษ์และสำนักงานเขต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;9.ทำนิติกรรมสัญญา&amp;nbsp; และเบิกจ่ายงบประมาณ&amp;nbsp; เมื่อ พอช.อนุมัติโครงการแล้ว&amp;nbsp; ชุมชนจะต้องส่งตัวแทนในนามของสหกรณ์เคหสถานที่จดทะเบียนเอาไว้ไปทำนิติกรรมสัญญาเพื่อเบิกจ่ายงบประมาณ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;10.กระบวนการก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; เมื่อได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช.แล้ว&amp;nbsp; ชุมชนจะมีการคัดเลือกผู้รับเหมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการแบ่งหน้าที่กันทำงาน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จัดทำบัญชี&amp;nbsp; ตรวจสอบการเงิน&amp;nbsp; และตรวจสอบการดำเนินการก่อสร้าง&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;11.พัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; เมื่อก่อสร้างบ้านเสร็จแล้ว&amp;nbsp; ชุมชนจะร่วมกับ พอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เรื่องอาชีพ&amp;nbsp; มีการวางแผนการจัดตลาดนัด&amp;nbsp; ตลาดน้ำชุมชน&amp;nbsp; เรือโดยสารในคลอง&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ,&amp;nbsp; พัฒนาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลูกต้นไม้&amp;nbsp; ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; การคัดแยกขยะ&amp;nbsp; การบำบัดน้ำเสียในครัวเรือนก่อนปล่อยลงคลอง,&amp;nbsp; จัดกิจกรรมเด็กและเยาวชน&amp;nbsp; พัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ&amp;nbsp; กลุ่มแม่บ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;ทั้งหมดนี้คือกระบวนการสร้างบ้านประชารัฐริมคลอง&amp;nbsp; &amp;ldquo;เป็นบ้านที่มากกว่าคำว่าบ้าน&amp;rdquo; เพราะชุมชนมีส่วนร่วมคิด&amp;nbsp; ร่วมทำ&amp;nbsp; ร่วมกันบริหารโครงการ &amp;nbsp;และเมื่อสร้างบ้านเสร็จแล้วชาวบ้านก็จะร่วมกันพัฒนาชุมชนให้น่าอยู่&amp;nbsp; โดยมีหน่วยงานต่างๆ ร่วมให้การสนับสนุน&amp;nbsp; เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวชุมชนและลูกหลานให้มีอนาคตที่สดใสและมั่นคงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;เสียงจากคนริมคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;ลุงฮาซัน&amp;nbsp; แสงจันทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศ&amp;nbsp; เขตห้วยขวาง&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ปลูกบ้านริมคลองมาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่&amp;nbsp; บ้านเรือนก็ผุพัง&amp;nbsp; เพราะสร้างมานาน&amp;nbsp; เมื่อก่อนก็มีข่าวว่าทางราชการจะมาไล่ที่&amp;nbsp; จะเอาไปทำถนนเลียบคลอง&amp;nbsp; ชาวบ้านก็อยู่ไม่สุข&amp;nbsp; ไม่อยากจะซ่อมบ้าน&amp;nbsp; เพราะซ่อมไปแล้ว&amp;nbsp; ไม่รู้จะโดนไล่วันไหน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;ตอนแรกที่มีโครงการบ้านประชารัฐริมคลองนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ&amp;nbsp; กลัวจะโดนหลอก&amp;nbsp; พอมีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเข้ามา&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้ง พอช.&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่เขต&amp;nbsp; ทหาร&amp;nbsp; ทำให้ชาวบ้านเริ่มเชื่อ&amp;nbsp; จึงร่วมทำโครงการฯ&amp;nbsp; ใช้เวลาสร้าง 6 เดือน&amp;nbsp; ตกแต่งอีก 2 &amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp; จึงย้ายเข้ามาอยู่&amp;nbsp; ตอนนี้ไม่ต้องนอนผวาแล้ว&amp;nbsp; เพราะเช่าที่ดินกับกรมธนารักษ์&amp;nbsp; บ้านก็สวยงาม&amp;nbsp; ผ่อนเดือนละ 2,700 &amp;nbsp;บาท&amp;nbsp; ถ้าอยากอยู่สุขสบายก็ต้องดิ้นรนหารายได้มาผ่อนบ้าน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ลุงฮาซันบอก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border: none; margin-bottom: 10pt; padding: 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;ประภัสสร&amp;nbsp; ชูทอง&amp;nbsp; ประธานชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม&amp;nbsp; เขตจตุจักร&amp;nbsp; บอกว่า &amp;ldquo;เมื่อก่อนชุมชนอยู่กันอย่างไม่เป็นระเบียบ&amp;nbsp; เอาบ้านหันหลังลงคลอง&amp;nbsp; ส้วมก็ลงในคลอง&amp;nbsp; เด็กๆ ไม่กล้าพาเพื่อนมาเที่ยวที่บ้าน&amp;nbsp; แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไป&amp;nbsp; ชุมชนดูสวยงาม&amp;nbsp; ช่วยกันปลูกต้นไม้&amp;nbsp; ปลูกผักสวนครัวหน้าบ้าน&amp;nbsp; มีห้องประชุม&amp;nbsp; มีห้องสมุดชุมชนให้เด็กเข้าไปใช้&amp;nbsp; ต่อไปเราจะทำร้านค้าชุมชน เพื่อนำรายได้มาพัฬฒนาชุมชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;วิลัย&amp;nbsp; เรืองมา&amp;nbsp; ประธานชุมชนรุ่นใหม่พัฒนา&amp;nbsp; เขตบางเขน&amp;nbsp; บอกว่า &amp;ldquo;อยากฝากถึงคนที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการว่า&amp;nbsp; ให้ถามตัวเองว่า&amp;nbsp; ตอนนี้เราปลูกบ้านอยู่บนที่ดินของใคร&amp;nbsp; ใช่ที่ดินของเราหรือเปล่า&amp;nbsp; รัฐบาลเข้ามาช่วยขนาดนี้แล้ว&amp;nbsp; ถ้ายังไม่เข้าร่วม&amp;nbsp; อนาคตลูกหลานเราจะเป็นอย่างไร&amp;nbsp; จะไปอยู่ที่ไหน&amp;nbsp; ถ้าจะบอกว่าไม่มีเงินผ่อนบ้าน&amp;nbsp; ไม่อยากเป็นหนี้&amp;nbsp; แล้วเราเป็นหนี้เพื่อใคร&amp;nbsp; เพื่อลูกหลานจะได้มีบ้าน&amp;nbsp; มีอนาคตที่ดีหรือเปล่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10485</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจกรรม On Ground, ธนัช  นฤพรพงศ์, บ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว, พลเอกเฉลิมชัย  สิทธิสาท  ผบ.ทบ., พลโทสรรเสริญ­  แก้วกำเนิด, พอช., มุสลิม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ฮาซัน  แสงจันทร์, เสธ.ไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b1126cae3564.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2018 18:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2018 18:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลเอกเฉลิมชัย  สิทธิสาท  ผบ.ทบ.สำรวจความคืบหน้าการสร้างบ้าน-เขื่อนระบายน้ำคลองลาดพร้าว    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เขตสายไหม /&amp;nbsp; พลเอกเฉลิมชัย&amp;nbsp; สิทธิสาท&amp;nbsp; ผบ.ทบ.ล่องเรือสำรวจความคืบหน้าการพัฒนาพื้นที่ริมคลองลาดพร้าวในเขตสายไหม&amp;nbsp; พร้อมทั้งมอบทะเบียนบ้านให้แก่ชาวชุมชนที่รื้อบ้านออกจากแนวเขื่อนระบายน้ำและสร้างบ้านใหม่เสร็จแล้ว 2 ชุมชน&amp;nbsp; 75 หลัง&amp;nbsp; เผยความคืบหน้าการสร้างบ้านใหม่ในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; สร้างแล้ว 18 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 1,190&amp;nbsp; หลัง&amp;nbsp; อยู่ระหว่างการก่อสร้าง&amp;nbsp; 1,231 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่การก่อสร้างเขื่อนมีความคืบหน้า&amp;nbsp; 35 %&amp;nbsp; ล่าช้ากว่าแผนงาน&amp;nbsp; กทม.จี้บริษัทรับเหมาเร่งก่อสร้างเขื่อนให้เสร็จตามสัญญาภายในมิถุนายนปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตามที่รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; โดยมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหารจัดการและพัฒนาพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; มีผู้บัญชาการทหารบกเป็นประธานฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบการสร้างเขื่อนระบายน้ำคอนกรีตเพื่อป้องกันน้ำท่วมในคลองลาดพร้าวระยะทาง (ทั้งสองฝั่ง) 45.3 กิโลเมตร&amp;nbsp; และให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;rsquo;พอช.&amp;rsquo; จัดทำแผนงานรองรับชาวชุมชนที่ต้องรื้อย้ายบ้านออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ รวม 50 ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 7,069&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2559&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ล่าสุดวันนี้ (15 พฤษภาคม)&amp;nbsp; เวลา&amp;nbsp; 13.30 น. พลเอกเฉลิมชัย&amp;nbsp; สิทธิสาท&amp;nbsp; ผู้บัญชาการทหารบก&amp;nbsp; ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการและพัฒนาพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; และคณะ&amp;nbsp; ได้เดินทางมาที่สำนักงานเขตสายไหม&amp;nbsp; เพื่อประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการและพัฒนาพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; หลังจากนั้น ผบ.ทบ.ได้ลงเรือสำรวจความคืบหน้าการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำฯ และการก่อสร้างบ้านใหม่ในคลองลาดพร้าว เขตสายไหม&amp;nbsp; โดยมีนางรัตนธร รัตนสกุล ผู้อำนวยการเขตสายไหม นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ และชาวชุมชนริมคลองประมาณ 200 คนให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รวมทั้งได้มอบทะเบียนบ้านให้แก่ชุมชน กสบ.หมู่ 5 และชุมชนหลังสนามมวย ทอ.รวม 75 หลัง&amp;nbsp; ซึ่งทั้ง 2 ชุมชนนี้&amp;nbsp; ชาวชุมชนได้รื้อถอนบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ และสร้างบ้านใหม่ในพื้นที่ที่เหลือจากแนวก่อสร้างเขื่อน&amp;nbsp; นอกจากนี้ ผบ.ทบ.ยังมอบสีทาบ้านและรถเข็นให้แก่ชาวชุมชนด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลเอกเฉลิมชัย กล่าวว่างานคลองลาดพร้าวมีงานที่สำคัญ 3 งานด้วยกันงานแรกคือการรื้อถอนบ้านออกจากแนวเขื่อนงานที่สองคือการสร้างบ้านมั่นคงเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยเป้าหมาย 50 ชุมชนกว่า 7,000 ครัวเรือน ดำเนินการไปแล้วกว่า 2,000 ครัวเรือนส่วนที่สามคือการปักเสาเข็มสร้างเขื่อนซึ่งตอนนี้ดำเนินการไปแล้วประมาณ 15 กิโลเมตร ซึ่งทั้งสามงานมีการทำงานที่ต้องประสานกัน ในภาพรวมของทั้งสามงานที่มีการขับเคลื่อนไปแล้วรวมกว่า 36%&amp;nbsp; ก็ถือว่ามีความคืบหน้าไปพอสมควร อย่างไรก็ตามแต่ยังช้ากว่าแผนที่กำหนดซึ่งปัญหาอุปสรรคอยู่ที่พี่น้องประชาชนบางส่วนที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งคณะทำงานได้ลงพื้นที่เน้นการเจรจาสร้างความเข้าใจเป็นหลัก เพื่อให้เป็นประโยชน์ส่วนร่วมในการเข้าร่วมโครงการให้โครงการสามารถเดินหน้าไปได้ด้วยดีสำหรับโครงการของลาดพร้าวถือเป็นโครงการที่สำคัญมาก อย่างไรก็ตามต้องผลักดันให้บรรลุถึงผลสำเร็จให้ได้ เพื่อให้คุณภาพชีวิตพี่น้องชุมชนริมคลองดีขึ้น อีกทั้งช่วยให้การระบายน้ำมีประสิทธิภาพ ส่วนผู้ที่ไม่เข้าร่วมต้องใช้เวลาในการสร้างความเข้าใจต่อไป ในส่วนของโครงได้ดำเนินการไปแล้วตามแผน ไม่สามารถเรียกร้องอะไรเพิ่มเติมได้ ท้ายสุดก็ต้องใช้มาตรการทางกฎหมาย ดังนั้นทุกๆ 3 เดือนจะมีการติดตามการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้งานแล้วเสร้จตามแนวทางรัฐบาล เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนริมคลองต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายอดุลย์&amp;nbsp; จงเกาะกลาง&amp;nbsp; ประธานชุมชน กสบ.หมู่ 5&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ชุมชน กสบ. เดิมเป็นพื้นที่ของกองการสร้างสนามบิน (กสบ.) กองทัพอากาศ&amp;nbsp; อยู่ติดกับคลองสอง (คลองลาดพร้าว) เมื่อการสร้างสนามบินแล้วเสร็จ&amp;nbsp; จึงมีประชาชนเข้ามาปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่อาศัย &amp;nbsp;เพราะอยู่ใกล้กับตลาดยิ่งเจริญ&amp;nbsp; ทำให้สะดวกต่อการทำมาหากิน&amp;nbsp; ต่อมาชุมชนเริ่มขยายตัวขึ้น&amp;nbsp; พื้นที่บนบกไม่เพียงพอต่อการอยู่อาศัย จึงมีการปลูกบ้านรุกล้ำลงไปในคลองมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;เมื่อรัฐบาลมีโครงการพัฒนาคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; โดยจะมีการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม &amp;nbsp;ชาวบ้านก็ไม่ได้คัดค้าน&amp;nbsp; และยินดีให้ความร่วมมือ&amp;nbsp; เพราะรัฐบาลก็ไม่ได้ทอดทิ้งประชาชน&amp;nbsp; ให้หน่วยงานต่างๆ เข้ามาดูแลช่วยเหลือ&amp;nbsp; โดยเฉพาะการสร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิมให้ดีกว่าเก่า&amp;nbsp; เพราะบ้านที่ชาวบ้านปลูกมานานหลายสิบปีส่วนใหญ่ก็เก่าทรุดโทรมหมดแล้ว&amp;nbsp; ชาวบ้านจึงยอมรื้อย้ายออกจากแนวเขื่อนฯ เพื่อสร้างบ้านใหม่&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานชุมชนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ชุมชน กสบ.หมู่ 5&amp;nbsp; เดิมมีทั้งหมด&amp;nbsp; 155 ครัวเรือน&amp;nbsp; สร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิม&amp;nbsp; 121 ครัวเรือน&amp;nbsp; ส่วนอีก 34 ครัวเรือนจะย้ายไปอยู่ที่ดินแปลงอื่น&amp;nbsp; ได้รับสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์เมื่อปี 2559&amp;nbsp; ในอัตราตาราวาละ 1.50 บาทต่อเดือน&amp;nbsp; พื้นที่ทั้งหมด&amp;nbsp; 8 ไร่เศษ&amp;nbsp; เริ่มก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน&amp;nbsp; 40 หลังในเดือนเมษายน 2560 ปัจจุบันการก่อสร้างบ้านเสร็จแล้ว&amp;nbsp; และมีชาวบ้านบางส่วนเข้าอยู่อาศัยแล้ว&amp;nbsp; ส่วนที่เหลืออีก 81 ครัวเรือนจะทยอยก่อสร้างต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับแบบบ้านมี 4 แบบ&amp;nbsp; ตามจำนวนสมาชิกและความสามารถในการผ่อนส่ง&amp;nbsp; คือ 1. บ้านแถว 1 ชั้น (4x7 ม.) จำนวน 6 หลัง ราคาหลังละ&amp;nbsp; 184,119 บาท 2. บ้านแถว 2 ชั้น (4x7 ม.) จำนวน 29 หลัง ราคาหลังละ&amp;nbsp; 330,271 บาท3. บ้านแฝด 2 ชั้น (4x7 ม.) จำนวน 2 หลัง ราคาหลังละ&amp;nbsp; 356,889 บาท และ 4. บ้านแถว 2 ชั้น (6x7 ม.) จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3 หลัง ราคาหลังละ&amp;nbsp; 501,301 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ชาวชุมชน กสบ.หมู่ 5 เฟสแรก&amp;nbsp; 40&amp;nbsp; ครัวเรือนได้รวมกลุ่มกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้าน&amp;nbsp; และจดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถาน&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันบริหารโครงการ&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนสนับสนุนงบประมาณสาธารณูปโภค&amp;nbsp; รวม 2,150,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุดหนุนการสร้างที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; รวม 1,075,000 บาท&amp;nbsp; ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบและเสียโอกาส&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 2,880,000 บาท และงบสินเชื่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; รวม 9,980,244 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี&amp;nbsp; ระยะเวลาผ่อนส่ง 15&amp;nbsp; ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม นอกจากการสร้างบ้านใหม่ดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; ชุมชนยังมีแผนงานในการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพชาวชุมชน&amp;nbsp; ดูแลสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; โดยจะร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)&amp;nbsp; จัดทำแผนและดำเนินโครงการต่างๆ ภายในเร็วๆ นี้&amp;nbsp; นอกจากนี้การก่อสร้างบ้านใหม่ในเฟสต่อไปจะมีการสร้างบ้านกลาง&amp;nbsp; เพื่อให้ผู้ที่ด้อยโอกาส&amp;nbsp; คนชรา&amp;nbsp; หรือผู้พิการได้อยู่อาศัยโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&amp;nbsp; รวมทั้งหมด&amp;nbsp; 4 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า&amp;nbsp; แผนงานรองรับประชาชนที่ต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำฯ ในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; หรือโครงการ &amp;lsquo;บ้านประชารัฐริมคลอง&amp;rsquo; เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2559&amp;nbsp; มีเป้าหมายดำเนินการในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 50 ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 7,069&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; เพื่อแก้ไขปัญหาการปลูกสร้างบ้านเรือนกีดขวางทางระบายน้ำ&amp;nbsp; และพัฒนาที่อยู่อาศัยของชาวชุมชนให้มีความมั่นคง&amp;nbsp; และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนกระบวนการสร้างบ้าน&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าวว่า&amp;nbsp; โครงการบ้านประชารัฐริมคลองมีหลักการ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1. หากชุมชนใดสามารถอยู่ในที่ดินเดิมได้ (หลังจากสำรวจและวัดแนวเขตว่าพ้นจากแนวเขื่อนฯ แล้ว) จะต้องทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์&amp;nbsp; ระยะเวลาช่วงแรก 30 ปี (สามารถต่อสัญญาได้ครั้งละ 30 ปี) อัตราค่าเช่าไม่เกิน 2 บาท/ตารางวา/เดือน)&amp;nbsp; นอกจากนี้ชาวชุมชนจะต้องรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อออมเงินสร้างบ้าน&amp;nbsp; และจัดตั้งสหกรณ์เคหสถานขึ้นมาเพื่อบริหารโครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการสำรวจข้อมูลชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ออกแบบผังชุมชน&amp;nbsp; ออกแบบบ้านร่วมกัน&amp;nbsp; โดยมีสถาปนิกจาก พอช.เป็นที่ปรึกษา&amp;nbsp; ใช้วิธีการจ้างผู้รับเหมาหรือบริษัทก่อสร้างบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;และเนื่องจากพื้นที่ชุมชนริมคลองมีจำกัด ดังนั้นครอบครัวใดที่เคยครอบครองที่ดินมากก็จะต้องเสียสละแบ่งปันที่ดินให้ครอบครัวอื่นๆ ได้อยู่อาศัยร่วมกัน&amp;nbsp; โดยการแบ่งที่ดินให้แต่ละครอบครัวเท่ากัน&amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุนเรื่องสินเชื่อไม่เกิน&amp;nbsp; 360,000 บาท/ครัวเรือน&amp;nbsp; ระยะเวลาผ่อน 20 ปี&amp;nbsp; ดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี&amp;nbsp; รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณสร้างสาธารณูปโภคครัวเรือนละ&amp;nbsp; 75,000 บาท&amp;nbsp; เงินอุดหนุนและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ&amp;nbsp; 72,000&amp;nbsp; บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; 2. หากชุมชนใดมีพื้นที่ไม่เพียงพอ ชาวบ้านอาจจะรวมตัวกันไปหาที่ดินแปลงใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากชุมชนเดิม เพื่อความสะดวกในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp; การเดินทาง สถานศึกษา&amp;nbsp; เช่น ที่ดินของบรรษัทสินทรัพย์ในสังกัดกระทรวงการคลัง หรือที่ดินเอกชน&amp;nbsp; โดย พอช.จะให้การสนับสนุนสินเชื่อครัวเรือนละไม่เกิน 450,000&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; และช่วยเหลือเหมือนกับข้อ 1&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; 3.หากไม่มีที่ดินที่เหมาะสม พอช.จะประสานกับการเคหะแห่งชาติเพื่อหาที่อยู่อาศัยรองรับชาวชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครง การบ้านเอื้ออาทร&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;โครงการบ้านประชารัฐริมคลอง&amp;nbsp; เป็นความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กรมธนารักษ์&amp;nbsp; กรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp; คสช.&amp;nbsp; สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; สำนักงานเขต&amp;nbsp; การไฟฟ้า&amp;nbsp; การประปา&amp;nbsp; สสส. ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; มีสภาพแวดล้อมที่ดี&amp;nbsp; และนอกจากจะสร้างบ้านใหม่แล้ว&amp;nbsp; หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสนับสนุนและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชาวชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมเรื่องอาชีพ&amp;nbsp; การจัดการขยะ&amp;nbsp; การบำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; ส่งเสริมกิจกรรมเด็ก&amp;nbsp; เยาวชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; สตรี&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; และคนพิการด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับความคืบหน้าในการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำคอนกรีตเพื่อป้องกันน้ำท่วม ระยะทางสองฝั่งคลองยาว 45.3 กิโลเมตร จากคลองลาดพร้าวบริเวณอุโมงค์เขื่อนพระราม 9 เขตวังทองหลาง ไปยังคลองสอง (คลองลาดพร้าว) เขตสายไหม&amp;nbsp; งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 1,645 ล้านบาท&amp;nbsp; โดยบริษัทริเวอร์เอ็นจิเนียริ่ง&amp;nbsp; จำกัด&amp;nbsp; ประมูลงานได้ ซึ่งตามแผนการงานจะใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 1,260 วัน หรือแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2562 นั้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ขณะนี้ กทม.ได้ส่งมอบพื้นที่ที่ประชาชนรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวเขื่อนฯ และพื้นที่ว่างริมคลองให้แก่บริษัทริเวอร์ฯ เพื่อให้เข้าตอกเสาเข็มก่อสร้างเขื่อนไปแล้ว 120,826 เมตร และบริษัทสามารถตอกเสาเข็มได้ 20,867 ต้น&amp;nbsp; คิดเป็นความคืบหน้าโครงการ 28.03 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งล่าช้ากว่าแผนงานมาก&amp;nbsp; ดังนั้น กทม.จึงได้เร่งรัดให้บริษัททำงานให้ได้ตามแผนที่กำหนด&amp;nbsp; โดยจะต้องแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนปีหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้บริษัทริเวอร์ฯ ชี้แจงว่าเกิดปัญหาความล่าช้าเนื่องจากประชาชนจำนวนมากยังไม่ยอมรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ&amp;nbsp; ทำให้บริษัทเข้าไปตอกเสาเข็มไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9255</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว, ผอ.พอช., ผู้บัญชาการทหารบก, พลเอกเฉลิมชัย  สิทธิสาท  ผบ.ทบ., สมชาติ  ภาระสุวรรณ  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), เขตสายไหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180515/image_big_5afabfb37ba09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2018 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2018 17:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สีสันบ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:18.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำ กทม. ระบุว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีประชาชนปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำคูคลองสาธารณะทั้งหมดจำนวน 1,161 คลอง &amp;nbsp;จำนวนครัวเรือนที่รุกล้ำ 23,500 ครัวเรือน &amp;nbsp;ประชากรประมาณ 94,000 คน&amp;nbsp; ซึ่งบ้านเรือนจำนวนมากที่รุกล้ำลำคลองนี้&amp;nbsp; สำนักการระบายน้ำระบุว่าทำให้ประสิทธิภาพในการระบายน้ำลดน้อยลง&amp;nbsp; และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นจึงควรรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำลำคลองเพื่อไม่ให้กีดขวางทางเดินของน้ำ โดยการสร้างเขื่อนคอนกรีตและประตูระบายน้ำขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เขื่อนคอนกรีตป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นผลสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 &amp;nbsp;หลังจากนั้นในปีต่อมา &amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2555 เห็นชอบการจัดการสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ &amp;nbsp;โดยจะมีการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตตลอดแนวคลองสายหลัก คือคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ความยาวทั้งสองฝั่งประมาณ 45 กิโลเมตร &amp;nbsp;เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างคล่องตัว แต่รัฐบาลในขณะนั้นยังไม่ได้ดำเนินการ&amp;nbsp; ต่อมาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้ามาบริหารบ้านเมือง หลังจากนั้นในวันที่ 3 มีนาคม 2558 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีคำสั่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบรับโครงการนี้ไปดำเนินการต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันที่ 16 กันยายน 2558&amp;nbsp; พลเอกประยุทธ์ได้ลงนามแต่งตั้ง&amp;nbsp; &amp;ldquo;คณะกรรมการอำนวยการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ&amp;rdquo; มี &amp;lsquo;พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ&amp;rsquo; รองนายกฯ เป็นประธาน &amp;nbsp;มี รมว.มหาดไทย, รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ, ผู้ว่าฯ กทม.เป็นรองประธาน ฯลฯ&amp;nbsp; มีผู้บัญชาการทั้ง 4 เหล่าทัพ รวมทั้งปลัดกระทรวงต่างๆ ร่วมเป็นคณะกรรมการ มีอำนาจหน้าที่กำหนดกรอบแนวทาง&amp;nbsp; มาตรการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดที่รุกล้ำลำคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:18.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โครงการดังกล่าวในช่วงแรก (พ.ศ.2559-2561) ประกอบด้วยการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีต ค.ส.ล.และประตูระบายน้ำในคลองลาดพร้าว (คลองบางบัว-คลองถนน-คลองสอง) และคลองบางซื่อ จากอุโมงค์เขื่อนยักษ์พระราม 9 - รามคำแหงไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้ เขตสายไหม &amp;nbsp;เพื่อระบายน้ำลงสู่อุโมงค์เขื่อน-แม่น้ำเจ้าพระยา แล้วไหลลงสู่ทะเลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รูปแบบเป็นเขื่อนคอนกรีต ค.ส.ล.(สมอยึดด้านหลัง) ความยาว 40,000 เมตร และ 5,300 เมตร รั้วเหล็กกันตกความยาว 43,000 เมตร &amp;nbsp;และประตูระบายน้ำ 1 แห่ง &amp;nbsp;บริษัทริเวอร์เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด&amp;nbsp; ประมูลงานได้ในวงเงิน 1,645 ล้าน หน่วยงานที่รับผิดชอบการก่อสร้างเขื่อนคือ กองระบบคลอง &amp;nbsp;สำนักการระบายน้ำ &amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;&amp;nbsp;ความกว้างของเขื่อนประมาณ &amp;nbsp;38 เมตรตลอดทั้งโครงการ &amp;nbsp;และจะมีการขุดลอกคลองให้ลึกจากเดิมอีก 3 เมตรด้วย&amp;nbsp; ขณะนี้การก่อสร้างเขื่อนมีความคืบหน้าประมาณ 30 %&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;lsquo;บ้านประชารัฐริมคลอง&amp;rsquo; แผนงานรองรับที่อยู่อาศัยชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;คลองลาดพร้าวมีความยาวทั้งหมด 31.9&amp;nbsp; กิโลเมตร&amp;nbsp; เริ่มจากบริเวณอุโมงค์เขื่อนพระราม 9 เชื่อมกับคลองแสนแสบ&amp;nbsp; (เขตวังทองหลาง)&amp;nbsp; มายังวัดลาดพร้าว-วังหิน-บางบัว (เขตจุตจักร)-คลองถนน (เขตดอนเมือง) -สะพานใหม่ และคลองสอง&amp;nbsp; (เขตสายไหม)&amp;nbsp; มี 50 ชุมชน &amp;nbsp;รวม&amp;nbsp; 7,069&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประชากรเกือบ 30,000&amp;nbsp; คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ชาวบ้านอยู่อาศัยบนที่ดินริมคลองซึ่งกรมธนารักษ์ดูแลมานานไม่ต่ำกว่า 50 ปี&amp;nbsp; โดยไม่ได้เสียค่าเช่า&amp;nbsp; และบางส่วนที่มาอยู่ในภายหลัง&amp;nbsp; เมื่อไม่มีที่ว่างบนฝั่งจึงปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำลงไปในลำคลอง&amp;nbsp; แต่ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้เข้ามาจัดระเบียบ&amp;nbsp; เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นปัญหามวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดปัจจุบันได้มอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รับผิดชอบเรื่องแผนงานรองรับที่อยู่อาศัยของประชาชนที่ปลูกบ้านเรือนตามแนวลำคลอง&amp;nbsp; ตามแนวทาง &amp;lsquo;บ้านประชารัฐริมคลอง&amp;rsquo; ซึ่งกระทรวง พม.ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด คือ &amp;ldquo;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;ldquo;พอช.&amp;rdquo; รับไปดำเนินงานต่อ&amp;nbsp; เนื่องจาก พอช.ได้ดำเนินโครงการ &amp;ldquo;บ้านมั่นคง&amp;rdquo; รองรับชาวบ้านที่มีรายได้น้อยมาตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; และได้ดำเนินโครงการบ้านมั่นคงชุมชนริมคลองในปี 2547&amp;nbsp; มีชุมชนที่สร้างบ้านเรือนเสร็จไปแล้วตั้งแต่ปี 2548&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนริมคลองบางบัว, ชุมชนเชิงสะพานไม้ 1, ชุมชนสามัคคีร่วมใจ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการ พอช.กล่าวว่า&amp;nbsp; หลักการสำคัญในการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงชุมชนริมคลองก็คือ 1. หากชุมชนใดสามารถอยู่ในที่ดินเดิมได้ (หลังจากสำรวจและวัดแนวเขตว่าพ้นจากแนวเขื่อนแล้ว) จะต้องทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ &amp;nbsp;ระยะเวลาช่วงแรก 30 ปี (สามารถต่อสัญญาได้ครั้งละ 30 ปี) อัตราค่าเช่าไม่เกิน 2 บาท/ตารางวา/เดือน)&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงจะเริ่มปลูกสร้างบ้าน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนกระบวนการสร้างบ้าน&amp;nbsp; ชาวชุมชนจะต้องรวมตัวกันจัดตั้งสหกรณ์เคหสถานขึ้นมาเพื่อบริหารโครงการ&amp;nbsp; มีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อออมเงินสร้างบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการสำรวจข้อมูลชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออกแบบผังชุมชน&amp;nbsp; ออกแบบบ้านร่วมกัน&amp;nbsp; โดยมีสถาปนิกจาก พอช.เป็นที่ปรึกษา &amp;nbsp;ใช้วิธีการจ้างผู้รับเหมาหรือบริษัทก่อสร้างบ้าน ฯลฯ และเนื่องจากพื้นที่ชุมชนริมคลองมีจำกัด ดังนั้นครอบครัวใดที่เคยครอบครองที่ดินมากก็จะต้องเสียสละแบ่งปันที่ดินให้ครอบครัวอื่นๆ ได้อยู่อาศัยร่วมกัน&amp;nbsp; โดยการแบ่งที่ดินให้แต่ละครอบครัวเท่ากัน&amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุนเรื่องสินเชื่อไม่เกิน&amp;nbsp; 360,000 บาท/ครัวเรือน&amp;nbsp; ระยะเวลาผ่อน 20 ปี&amp;nbsp; ดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี&amp;nbsp; รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณสร้างสาธารณูปโภคครัวเรือนละ &amp;nbsp;75,000 บาท&amp;nbsp; เงินอุดหนุนและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ&amp;nbsp; 72,000&amp;nbsp; บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2. หากชุมชนใดมีพื้นที่ไม่เพียงพอ ชาวบ้านอาจจะรวมตัวกันไปหาที่ดินแปลงใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากชุมชนเดิม เพื่อความสะดวกในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp; การเดินทาง&amp;nbsp; สถานศึกษา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่ดินของบรรษัทสินทรัพย์ในสังกัดกระทรวงการคลัง&amp;nbsp; หรือที่ดินเอกชน&amp;nbsp; โดย พอช.จะให้การสนับสนุนสินเชื่อครัวเรือนละไม่เกิน 450,000&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; และช่วยเหลือเหมือนกับข้อ 1&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;3. หากไม่มีที่ดินที่เหมาะสม&amp;nbsp; พอช.อาจจะประสานกับการเคหะแห่งชาติเพื่อหาที่อยู่อาศัยรองรับชาวบ้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครงการบ้านเอื้ออาทร&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการบ้านประชารัฐริมคลอง&amp;nbsp; เป็นความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กรมธนารักษ์&amp;nbsp; กรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp; คสช.&amp;nbsp; สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; สำนักงานเขต&amp;nbsp; การไฟฟ้า&amp;nbsp; การประปา&amp;nbsp; สสส. ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; มีสภาพแวดล้อมที่ดี&amp;nbsp; และนอกจากจะสร้างบ้านใหม่แล้ว&amp;nbsp; หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสนับสนุนและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชาวชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมเรื่องอาชีพ&amp;nbsp; การจัดการขยะ&amp;nbsp; การบำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; ส่งเสริมกิตกรรมเด็ก&amp;nbsp; เยาวชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; สตรี&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; และคนพิการด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินการนั้น&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าวว่า&amp;nbsp; ขณะนี้สร้างบ้านเสร็จไปแล้ว 34 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 1,190&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่ระหว่างการก่อสร้าง&amp;nbsp; 1,231 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีชุมชนที่อยู่อาศัยในที่ดินเดิมไม่ได้จำนวน&amp;nbsp; 958&amp;nbsp; ครัวเรือนร่วมกันจัดซื้อที่ดินเพื่อสร้างชุมชนใหม่&amp;nbsp; รวม 6 โครงการ&amp;nbsp; ส่วนที่เหลืออีก 16&amp;nbsp; โครงการขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8846</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำ กทม., บ้านประชารัฐ, บ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว, ประตูระบายน้ำ, ปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำคูคลอง, สมชาติ  ภาระสุวรรณ  ผู้อำนวยการ พอช, อุโมงค์เขื่อนยักษ์พระราม 9, เขื่อนคอนกรีตป้องกันน้ำท่วม, โครงการบ้านมั่นคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180509/image_big_5af2c7ad15023.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
