<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มบ้านปูผนึกเครือข่าย “Food For Fighters”  นำรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า “มูฟมี”ส่งอาหารช่วยชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)&amp;rsquo; ได้สนับสนุนบริษัทลูก &amp;lsquo;บ้านปู เน็กซ์&amp;rsquo; สานต่อภารกิจที่ 2 ในโครงการ &amp;lsquo;มูฟมี อาสาขนส่ง&amp;rsquo; ภายใต้ &amp;lsquo;กองทุนมิตรผล-บ้านปู รวมใจช่วยไทย สู้ภัย COVID-19&amp;rsquo; โดยร่วมมือกับ &amp;lsquo;MuvMi&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;เครือข่าย Food For Fighters&amp;rsquo; นำรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า &amp;lsquo;มูฟมี&amp;rsquo; (MuvMi) ขนส่งอาหาร และถุงยังชีพไปแจกจ่ายยังชุมชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมนำชุดยาและอุปกรณ์จำเป็น (Home Isolation Kits) มอบให้ผู้ป่วยที่รักษาตัวที่บ้าน ซึ่งอาศัยอยู่ตามชุมชนต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวกนกวรรณ จิตต์ชอบธรรม ผู้อำนวยการอาวุโส-กลุ่มธุรกิจยานพาหนะไฟฟ้า บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด&amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;ldquo;เราได้รับงบประมาณจาก &amp;lsquo;กองทุนมิตรผล-บ้านปูฯ&amp;rsquo; จำนวน 12 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการ &amp;lsquo;มูฟมี อาสาขนส่ง&amp;rsquo; หลังจากนำร่องให้บริการรับผู้ที่หายป่วยจากโรงพยาบาลพาส่งกลับบ้านอย่างปลอดภัยโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแล้ว ภารกิจต่อไปของโครงการ คือ มุ่งเน้นการกระจายความช่วยเหลือให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่อาศัยอยู่ในชุมชนต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่มีชุมชนแออัดอยู่มากกว่า 5,000 ชุมชน ซึ่งอาจจะยังไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางบริษัทฯ พร้อมนำบริการ Ride Sharing รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า &amp;lsquo;มูฟมี&amp;rsquo; (MuvMi) หนึ่งในโซลูชันฉลาดใช้ของบ้านปู เน็กซ์ เข้าไปสนับสนุนทีมอาสาของเครือข่าย Food For Fighters ขนส่งอาหารจำนวน 60,000 กล่อง ถุงยังชีพจำนวน 4,000 ชุด ชุดยาและอุปกรณ์จำเป็น 5,000 กล่อง นำไปมอบให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทางเครือข่าย Food For Fighters ในฐานะผู้มีประสบการณ์มาช่วยดูแล รวมทั้งยังมีภาคีเครือข่าย ทั้งมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม ไม่ว่าจะเป็น มูลนิธิดวงประทีป กลุ่มอาสาส่ง เพจช่วยด้วย (Doctor A-Z) เพจคนใจหมอ และพันธมิตรที่เป็นแนวร่วมในการดำเนินงานที่มีศักยภาพ เราจึงมั่นใจว่าอาหารและสิ่งของจำเป็นเหล่านี้ จะส่งถึงมือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนในชุมชน และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยบรรเทาความทุกข์ร้อนที่เกิดขึ้นได้อย่างตรงจุดมากที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.กฤษดา กฤตยากีรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เออร์เบิน โมบิลิตี้ เทค จำกัด ผู้ดูแลระบบการให้บริการรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้ามูฟมี กล่าวว่า &amp;ldquo;การดำเนินงานร่วมกับเครือข่าย Food For Fighters ในครั้งนี้ เป็นความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ &amp;lsquo;มูฟมี อาสาขนส่ง&amp;rsquo; ซึ่งเราได้จัดเตรียมรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้ามูฟมี ให้บริการรับอาหารจากร้านอาหารเครือข่าย เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ นำไปแจกจ่ายยังชุมชนที่เดือดร้อน โดยเครือข่าย Food For Fighters เป็นผู้บริหารจัดการและประสานงานกับชุมชน เราได้ออกแบบสภาพโดยรอบของรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้ามูฟมี ให้ตอบโจทย์การใช้งาน เพื่อให้เกิดความสะดวกในการเคลื่อนย้าย มีฉากกั้นด้านข้างป้องกันการตกหล่น และการกระแทก ทำให้การขนส่งเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งยังคงเน้นย้ำมาตรการรักษาความสะอาด โดยจะมีการฉีดพ่นฆ่าเชื้อทุกครั้งหลังจากส่งของเสร็จสิ้น ทางบริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการร่วมมือกันของทุกฝ่ายในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งความช่วยเหลือที่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความสุขเล็ก ๆ ในยามวิกฤติให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบบ้างไม่มากก็น้อย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร ผู้ก่อตั้งโครงการ Food For Fighters กล่าวว่า &amp;ldquo;เครือข่าย Food For Fighters เริ่มต้นจากการระดมทุนสั่งอาหารกล่องจากเครือข่ายร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบในสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งให้กับบุคลากรทางการแพทย์ จากนั้นก็ได้ดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่อง มีการร่วมมือกับภาคีเครือข่ายและองค์กรพันธมิตรจัดกิจกรรมในหลากหลายรูปแบบ โดยโครงการ &amp;lsquo;มูฟมี อาสาขนส่ง&amp;rsquo; เป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่เครือข่าย Food For Fighters ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน ทางเครือข่ายต้องขอบคุณทีมผู้บริหารและทีมงานของกลุ่มบ้านปู รวมถึงมูฟมี ที่มองเห็นถึงความเดือดร้อนของผู้คนในสังคม และตั้งมั่นที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้ฝ่าฟันวิกฤตินี้ไปได้ &amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119072</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านปู, มูฟมี อาสาขนส่ง, ‘มูฟมี’ (MuvMi)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615ebe72de25b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BPP ซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ “Temple I” ในสหรัฐฯ เข้าพอร์ต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค. 2564 นายกิรณ ลิมปพยอม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า &amp;ldquo;การลงทุนของบ้านปู เพาเวอร์ ในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ &amp;ldquo;Temple I&amp;rdquo; ครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดระบบนิเวศ(Ecosystem) จากบริษัทแม่ที่ดำเนินธุรกิจผลิตก๊าซธรรมชาติอยู่แล้วในสหรัฐฯ และสอดคล้องกับทิศทางการลงทุนในโรงไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (High Efficiency, Low Emissions: HELE) อยู่ในสถานะที่มีการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างกระแสเงินสดได้ทันที จุดเด่นของโรงไฟฟ้าแห่งนี้แบ่งได้เป็น 5 ข้อหลัก คือ 1. เป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยี Combined Cycle Gas Turbines หรือ CCGT ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ผสมผสานกระบวนการทำงานของ Gas Turbine (กังหันก๊าซ) กับ Steam Turbine (กังหันไอน้ำ) เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้การผลิตไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูงขึ้น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 2. ตั้งอยู่ในรัฐเท็กซัสซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง เนื่องจากมีจำนวนประชากรที่เพิ่มสูงและเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว 3. เป็นโรงไฟฟ้าที่จัดอยู่ในลำดับการเรียกจ่ายไฟฟ้า (Merit Order) &amp;nbsp;ที่ดี เหมาะกับสภาพการแข่งขันในตลาด Electric Reliability Council of Texas หรือ ERCOT ที่มีการซื้อขายไฟฟ้าแบบเสรี 4. มีความพร้อมด้านการขนส่งและการจัดเก็บก๊าซ (Gas Storage) ซึ่งมีส่วนช่วยให้บริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มความยืดหยุ่นในการเดินเครื่องเพื่อผลิตไฟฟ้าให้สอดรับกับรูปแบบความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ 5. มีสัญญาระยะยาว 30 ปี สำหรับการสำรองน้ำสำหรับกระบวนการผลิต ทำให้เกิดเสถียรภาพและเอื้อต่อกระบวนการผลิตในระยะยาว และมีระบบจัดการน้ำทิ้งที่ดี สามารถลดการปล่อยน้ำเสียจนเกือบเป็นศูนย์ (Near Zero Liquid Discharge Facility)&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การลงทุนในครั้งนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขการปิดตามธรรมเนียม (Customary Closing Conditions) คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องในสัญญา และคาดว่า BPP จะรับรู้รายได้ภายในไตรมาส 4/2564 บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายกำลังผลิตไฟฟ้าอย่างยั่งยืนด้วยสัดส่วนที่สมดุลระหว่างพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไปและพลังงานหมุนเวียน โดยมองหาโอกาสการลงทุนในโรงไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยี HELE ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในตลาดที่มีความเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าและมีนโยบายสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง&amp;rdquo; นายกิรณ กล่าวเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ &amp;ldquo;Temple I&amp;rdquo; ส่งผลให้ในปัจจุบัน บ้านปู เพาเวอร์มีกำลังผลิตตามสัดส่วนการลงทุนรวม 3,300 เมกะวัตต์เทียบเท่า โดยภายในปี 2564 ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าที่คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มอีก 3 แห่ง ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมหวินเจา (Vinh Chau) ระยะที่ 1 ในเวียดนาม กำลังผลิต 30 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นอีก 2 โครงการ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เคเซนนุมะ (Kesennuma) กำลังผลิต 20 เมกะวัตต์ และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ชิราคาวะ (Shirakawa) กำลังผลิต 10 เมกะวัตต์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112949</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านปู, โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ “Temple I”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_61137a6519b3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักลงทุนต้องไม่พลาด &#039;บ้านปู&#039; เปิดจองหุ้นกู้เคาะดอกเบี้ยสูง 2.90-3.80% ต่อปี  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 ส.ค. 2564 นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เปิดเผยว่า บ้านปูเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ให้กับผู้ลงทุนทั่วไป ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม และวันที่ 2-3 สิงหาคมนี้ ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่าย 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารซีไอเอ็มบี (ไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โดยการจองซื้อผ่านสาขาปกติและระบบออนไลน์ หรือแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ หุ้นกู้ฯ ดังกล่าวมีจำนวน 3 รุ่น ประกอบด้วย หุ้นกู้ฯ อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.90% ต่อปี หุ้นกู้ฯ อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.30% ต่อปี และหุ้นกู้ฯ อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.80% ต่อปี หุ้นกู้ฯ ทั้ง 3 รุ่น กำหนดชำระดอกเบี้ยทุก 6 เดือน โดยบริษัทฯ และหุ้นกู้ฯ ได้รับการจัดอันดับความเชื่อถือที่ระดับ &amp;ldquo;A+&amp;rdquo; แนวโน้มอันดับเครดิต &amp;ldquo;Stable&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;คงที่&amp;rdquo; จากบริษัท ทริส เรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บริษัทฯ และผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้เชื่อว่าการเสนอขายหุ้นกู้ฯ ครั้งนี้ จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนที่เชื่อมั่นในศักยภาพการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ ในระยะเวลาและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญจากอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ A+ ที่สามารถเสริมความเชื่อมั่นให้นักลงทุนเห็นถึงความแข็งแกร่งในภาพรวมของบริษัทฯ และความสามารถในการรักษาวินัยทางการเงินและการบริหารเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงความน่าสนใจของธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรที่ครอบคลุมภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่บ้านปูยังมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์พลังงานแห่งโลกอนาคต &amp;nbsp;โดยเฉพาะพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งแผนขับเคลื่อนธุรกิจของบ้านปูตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนได้เป็นอย่างดี และทำให้หุ้นกู้ฯ บ้านปูเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสมฤดีกล่าวเสริมว่า &amp;ldquo;ในปัจจุบัน แม้จะต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายในการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้ภาวะวิกฤติที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ผลการดำเนินธุรกิจของบ้านปู ยังคงสร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้การดำเนินมาตรการลดต้นทุน และบริหารงบลงทุนอย่างรัดกุมเพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจซบเซาทั่วโลก ตลอดจนการเดินหน้าเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ (Banpu Transformation) &amp;nbsp;สู่โลกยุค Never Normal เพื่อต่อยอดกลยุทธ์ Greener &amp;amp; Smarter ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนภารกิจในการส่งมอบอนาคตพลังงานเพื่อความยั่งยืน &amp;nbsp;ผ่านการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ควบคู่ไปกับการขยายพอร์ตฟอลิโอพลังงานสะอาด พร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงด้วยระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้เข้าดำเนินธุรกิจครอบคลุม 10 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศออสเตรเลีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศมองโกเลีย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศสหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยสร้างการเติบโตจาก 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน ประกอบด้วย ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การตลาด การค้า โลจิสติกส์ การจัดหาเชื้อเพลิง และสายส่ง กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน ครอบคลุมโรงไฟฟ้าจากพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไป และจากพลังงานหมุนเวียน และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน ประกอบด้วยธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาและทุ่นลอยน้ำ ธุรกิจจัดเก็บพลังงาน ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า และธุรกิจพัฒนาชุมชนอัจฉริยะที่กำลังเร่งสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งการพัฒนาโซลูชันและขยายการให้บริการที่ตอบโจทย์ลูกค้ายุคใหม่ อย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจตามแผนธุรกิจ 5 ปี ฉบับใหม่ สำหรับปี 2564-2568 เพื่อต่อยอดสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยกลยุทธ์ Greener &amp;amp; Smarter&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังคงมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างต่อเนื่อง ผู้จัดการการจัดจำหน่ายจึงได้เพิ่มช่องทางการจองซื้อ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ลงทุนทั่วไปที่เป็นบุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อหุ้นกู้ฯ ทั้ง 3 รุ่น ผ่านระบบออนไลน์หรือแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ หรือการจองซื้อหุ้นกู้ฯ ผ่านทางโทรศัพท์บันทึกเสียงโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปจองซื้อหุ้นกู้ฯ ที่สาขา หรือ หน่วยงานขายของผู้จัดการการจัดจำหน่ายดังกล่าว นักลงทุนที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ฯ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 4 แห่งได้แล้วตั้งแต่วันนี้ โดยสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ https://market.sec.or.th/public/ipos/IPOSDE01.aspx?TransID=344146 &amp;nbsp;หรือติดต่อผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ฯ ทั้ง 4 แห่ง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110280</URL_LINK>
                <HASHTAG>จองซื้อหุ้นกู้, บ้านปู, หุ้นกู้, อัตราดอกเบี้ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f4f29cd39ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บ้านปู&#039;ซื้อโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ออสเตรเลีย 2 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย. 2564 บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ ประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 2 แห่ง ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ (New South Wales) ประเทศออสเตรเลีย ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เบอริล (Beryl หรือ BSF) กำลังการผลิต 110.9 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มานิลดรา (Manildra หรือ MSF) กำลังการผลิต 55.9 เมกะวัตต์ ผ่านหน่วยลงทุน Banpu Energy Hold Trust ที่จัดตั้งโดยบริษัท บ้านปู เอเนอร์จี ออสเตรเลีย จำกัด (Banpu Energy Australia Pty Ltd.) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบ้านปู ถือหุ้นในอัตราร้อยละ 100&amp;nbsp; และ บริษัท บ้านปู รีนิวเอเบิล ออสเตรเลีย จำกัด (Banpu Renewable Australia Pty Ltd.) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด ที่บ้านปู ถือหุ้นในอัตราร้อยละ 50&amp;nbsp; โดยโรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งถือว่าเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่โครงการแรกของบ้านปูในประเทศออสเตรเลีย นับเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานการลงทุนทั้งในเชิงกลยุทธ์ด้านพลังงานสะอาด และต่อยอดระบบนิเวศด้านพลังงานของบ้านปูในประเทศออสเตรเลีย ตามกลยุทธ์ Greener &amp;amp; Smarter ของบริษัทฯ ผลักดันให้บริษัทฯ ก้าวสู่เป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 6,100 เมกะวัตต์ภายในปี 2568

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า &amp;ldquo;บ้านปูยังคงเดินหน้าลงทุนในธุรกิจพลังงานที่หลากหลายและครอบคลุมทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ สอดคล้องกับกลยุทธ์ Greener &amp;amp; Smarter สำหรับความสำเร็จในครั้งนี้ เราได้เข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วในประเทศออสเตรเลีย 2 แห่ง จากบริษัท นิว เอเนอร์จี โซลาร์ จำกัด (New Energy Solar Limited) โดยมีมูลค่าการลงทุน 97.5 ล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือ เทียบเท่า 2,332 ล้านบาท โดยการลงทุนครั้งนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่เน้นโครงการที่สร้างกระแสเงินสดได้ทันที ทั้งยังเป็นอีกก้าวสำคัญของธุรกิจบ้านปูในการขยายพอร์ตพลังงานสะอาดและต่อยอดระบบนิเวศของธุรกิจบ้านปูในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีความแข็งแกร่งในธุรกิจต้นน้ำมาอย่างยาวนาน ด้วยความเชี่ยวชาญและความพร้อมในด้านทรัพยากรบุคคล ความสัมพันธ์ที่ดีกับภาครัฐและเครือข่ายธุรกิจกับคู่ค้าและพันธมิตรที่ดีเยี่ยมอีกด้วย&amp;rdquo;

โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 2 แห่งมีกำลังการผลิตรวม 166.8 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ BSF กำลังการผลิต 110.9 เมกะวัตต์ เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนมิถุนายน 2562 และ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ MSF กำลังการผลิต 55.9 เมกะวัตต์ เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนธันวาคม 2561 โรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยจากผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ระดับ Tier-1 รวมถึงมีระบบหมุนตามแสงอาทิตย์ (Single Axis Tracking System) ส่งผลให้มีอัตราความสามารถในการผลิตเฉลี่ย (Capacity Factor) ในระดับที่ดี รวมทั้งตั้งอยู่ในบริเวณที่มีค่าการสูญเสียไฟฟ้า (Marginal Loss Factor หรือ MLF) ในระดับที่คงที่ เนื่องจากมีความพร้อมในระบบสาธารณูปโภค ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ มีเสถียรภาพในการรับรู้รายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย นอกจากนี้รัฐนิวเซาท์เวลส์ (New South Wales) ยังมีปริมาณความต้องการและการเติบโตของการใช้ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบสายส่งของประเทศ ผ่านตลาดซื้อขายไฟฟ้าแห่งชาติ (National Electricity Market หรือ NEM) ตามสัญญาการซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะยาว โดยผู้รับซื้อไฟฟ้าจากโครงการทั้ง 2 แห่งมีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในกลุ่มน่าลงทุน (Investment Grade) ส่งผลถึงกระแสเงินสดที่บริษัทฯ จะได้รับอย่างมั่นคงในระยะยาว นอกจากนี้รัฐนิวเซาท์เวลส์ มีนโยบายที่ชัดเจนในการสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ทั้งพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ โดยในปี 2563 มีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 14 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดในตลาดซื้อขายไฟฟ้าแห่งชาติ (NEM) และมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดตั้ง บริษัท Banpu Energy Australia ขึ้นเพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ Greener &amp;amp; Smarter ของบ้านปูในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งนับว่าเป็นประเทศที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่อบริษัทฯ เป็นอย่างมาก&amp;nbsp; โดย Banpu Energy Australia จะสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ถึงพร้อมด้วยนวัตกรรม ครอบคลุมธุรกิจที่ครบวงจร โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด โซลูชันด้านพลังงาน และการบริหารจัดการพอร์ตฟอลิโอในประเทศออสเตรเลีย ในการนี้ Banpu Energy Australia จะเป็นผู้บริหารจัดการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 2 แห่งนี้

&amp;ldquo;การลงทุนในครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการวางรากฐานการลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาดในประเทศออสเตรเลีย และยังเป็นการก้าวสู่ตลาดซื้อขายไฟฟ้าที่มีความก้าวหน้าและเป็นตลาดขายส่ง (Wholesale Electricity Market) ที่เปิดเสรีอีกด้วย เราพร้อมขยายพอร์ตการลงทุนที่ตอบโจทย์กลยุทธ์ Greener &amp;amp; Smarter ในประเทศออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเข้าลงทุนผ่านการซื้อกิจการที่สามารถรับรู้รายได้ได้ทันที การพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด (Decarbonization) บนพื้นที่บริเวณเหมืองถ่านหินใต้ดิน ซึ่งบ้านปูได้เข้าไปลงทุนตั้งแต่ปี 2552 หรือต่อยอดสู่ธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานในอนาคต อันถือเป็นการเชื่อมโยงต่อยอดระบบนิเวศทางธุรกิจภายในกลุ่มบ้านปูที่แข็งแกร่งอีกด้วย&amp;rdquo; นางสมฤดีกล่าวปิดท้าย

บ้านปู ยังคงเดินหน้าในการสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายกำลังการผลิต 6,100 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568 โดยมองหาโอกาสการลงทุนในโรงไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในตลาดที่มีความเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าและมีนโยบายสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง รวมโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 2 แห่งนี้ บ้านปู จะมีกำลังผลิตรวมจากพลังงานหมุนเวียน 1,073&amp;nbsp; เมกะวัตต์
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105555</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ออสเตรเลีย, บ้านปู, โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bdc5fc7db40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> บ้านปูฯโชว์ไตรมาส 3 แกร่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย. 2563 นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า &amp;ldquo;ในช่วงเวลาที่ผ่านมา บ้านปูฯ ได้รับเสียงสะท้อนจากสื่อและสถาบันที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลังงานว่าเป็นหนึ่งในผู้เปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่ธุรกิจที่ยั่งยืนได้อย่างชัดเจน ด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเทในการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG และกลยุทธ์ Greener &amp;amp; Smarter ทำให้เรามีเป้าหมายที่ชัดเจนในการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจโลกในไตรมาส 3 มีสัญญาณฟื้นตัวขึ้นจากครึ่งปีแรก บริษัทฯ ยังคงดำเนินมาตรการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง และบริหารงบลงทุนอย่างรัดกุม &amp;nbsp;เน้นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนในทันทีและมีความเสี่ยงต่ำ รวมทั้งเน้นการรักษาสภาพคล่องทางการเงิน เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง ทั้งนี้เพื่อให้บริษัทฯมีเสถียรภาพในการเติบโตทางธุรกิจเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผู้มีส่วนได้เสียได้อย่างต่อเนื่อง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพรวมกลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงานในไตรมาสที่ 3 ของปี 2563 บริษัทฯ ยังคงเน้นมาตรการลดต้นทุนการผลิตของเหมืองในทุกประเทศ เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านอุปสงค์และราคาตลาดที่อ่อนตัวลง ในขณะเดียวกัน ได้ต่อยอดกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตในธุรกิจก๊าซธรรมชาติ โดยมุ่งขยายธุรกิจต้นน้ำ เน้นมองหาโอกาสเพิ่มเติมในการลงทุนที่สามารถสร้างพลังร่วม (synergy) กับแหล่งก๊าซธรรมชาติ 2 แหล่งที่มีอยู่ ในจังหวะราคาซื้อขายที่ต่ำลง รวมทั้ง มองหาโอกาสการลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจกลางน้ำ เช่น ท่อส่งและระบบโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของธุรกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนากระบวนการผลิตของแหล่งก๊าซที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า ธุรกิจก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทฯ ได้อย่างมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน สามารถสร้างกระแสเงินสดและผลกำไรที่แข็งแกร่งให้กับบริษัทฯ ได้อย่างต่อเนื่อง รับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมในสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มขึ้นจากปริมาณขายไฟฟ้าและไอน้ำที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งได้รับส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีและโรงไฟฟ้าเอชพีซีอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนมีการผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าได้อย่างราบรื่น รวมถึงการก่อสร้างโครงการต่างๆ ที่ยังคงเป็นไปตามแผน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน ภายใต้การดำเนินงานของ &amp;nbsp;&amp;lsquo;บ้านปู เน็กซ์&amp;rsquo; &amp;nbsp;รุดหน้านำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการ และใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น โดยร่วมกับภูเก็ต พัชทรี ทัวร์ นำเรือ &amp;lsquo;บ้านปู เน็กซ์ อีเฟอร์รี่&amp;rsquo; (Banpu NEXT e-Ferry) เรือท่องเที่ยวไฟฟ้าทางทะเลลำแรกของไทย มาให้บริการในเส้นทางภูเก็ต-พังงา ยกระดับการบริการด้านการท่องเที่ยวสีเขียว (Green Tourism) รวมทั้งผลักดันสมาร์ทโมบิลิตี้ (Smart Mobility) อันเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาสมาร์ทซิตี้ (Smart City) ส่งเสริมไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ให้หันมาใช้รถพลังงานสะอาดมากขึ้น โดยนำโครงการ &amp;lsquo;Banpu NEXT EV Car Sharing&amp;rsquo; มานำร่องเปิดจุดบริการระดับแฟล็กชิพแห่งแรก &amp;lsquo;สามย่านมิตรทาวน์&amp;rsquo; ครบครันทั้งจุดรับ-คืนรถ และจุดชาร์จที่ใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งเดินหน้าขยายจุดบริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล เเละต่างจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด บ้านปู เน็กซ์ ลงนามความร่วมมือครั้งสำคัญกับ &amp;lsquo;ไทร เบคก้า เอ็นเตอร์ไพร์ส&amp;rsquo; พัฒนา &amp;lsquo;โครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ หรือโซลาร์ลอยน้ำ&amp;rsquo; (Solar Floating) กำลังการผลิตรวมสูงถึง 16 เมกะวัตต์ นับเป็นโครงการโซลาร์ลอยน้ำของภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพื่อเสริมให้นิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง จ. ระยอง ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ยกระดับนิคมอุตสาหกรรมสู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้จะพบกับความท้าท้ายในยุค &amp;ldquo;Never normal&amp;rdquo; บ้านปูฯ ยังคงเดินหน้าดำเนินธุรกิจตามกลยุทธ์ Greener &amp;amp; Smarter ได้อย่างต่อเนื่อง เราพร้อมสร้างความเชื่อมั่นต่อกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียด้วย &amp;ldquo;อนาคตพลังงานเพื่อความ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83621</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านปู, สมฤดี ชัยมงคล, ไตรมาส 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5facf05cb7355.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 11:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บ้านปูฯ โชว์กำไรไตรมาส 1 แตะ   1,721 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 พ.ค. 2563 &amp;nbsp;บ้านปู รายงานผลการดำเนินธุรกิจไตรมาสแรกของปี 2563 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 633 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 19,806 ล้านบาท) ลดลงจำนวน 66 ล้านเหรียญสหรัฐจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (ประมาณ 2,065 ล้านบาท) คิดเป็น 9% &amp;nbsp;โดยมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA) รวม 134 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 4,193 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิ 55 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,721 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า &amp;ldquo;แม้วิกฤตโควิด-19 จะมีผลกระทบอย่างรุนแรงในวงกว้างในไตรมาสแรกของปี 2563 แต่บ้านปูฯ ยังคงสามารถดำเนินธุรกิจตามกลยุทธ์ Greener &amp;amp; Smarter ใน 10 ประเทศได้อย่างราบรื่นด้วยระบบการบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM) ที่มีประสิทธิภาพ โดยจัดเตรียมแผนปฏิบัติการในภาวะวิกฤตและเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านระบบออนไลน์ การกำหนดมาตรการให้พนักงานปฏิบัติงานจากที่พัก พนักงานของเรากว่า 6,000 คนมีความปลอดภัยและสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สอดคล้องกับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและนโยบายของรัฐบาลในทุกประเทศที่เราเข้าไปดำเนินธุรกิจ ซึ่งผลการดำเนินงานโดยรวมเป็นที่น่าพอใจ มีความพร้อมในการสร้างการเติบโตทางธุรกิจต่อเนื่อง หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย โดยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและปรับเปลี่ยนธุรกิจที่มีอยู่เดิมให้สอดรับกับ New Normal ที่มีผลต่อแนวโน้มการใช้พลังงานในอนาคต รวมทั้งการใช้พลังงานภาคประชาชนที่สูงขึ้น เพื่อให้ทำงานและใช้ชีวิตประจำวันได้จากทุกที่ และ New Normal นี้จะเป็นบททดสอบสำคัญในการสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในอนาคต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 บ้านปูฯ ร่วมมือกับกลุ่มมิตรผลในการจัดตั้งกองทุน มูลค่า 500 ล้านบาท เพื่อช่วยสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์และสาธารณสุขที่จำเป็นในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้บริจาคเงินไปแล้วกว่า 88 ล้านบาทให้กับหน่วยงานและโรงพยาบาลกว่า 30 แห่งทั่วประเทศไทย และร่วมมือกับ Muvmi เพื่อให้บริการรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าสำหรับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และสภากาชาดไทยในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับ FOMM ผู้นำด้านการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Compact EV) จากประเทศญี่ปุ่น และ Haup Car ผู้นำบริการคาร์แชร์ริ่งผ่านแอพลิเคชัน เพื่อให้บริการด้านการขนส่งแก่บุคลากรทางการเพทย์ในช่วงโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2563 การผลิตถ่านหินยังคงเดินหน้าได้ตามปกติ มีปริมาณการผลิตตามเป้าหมายที่วางไว้ ขณะที่ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ มีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น จากการบริหารจัดการด้านการผลิตและการคิดค้นวิธีการใหม่ ๆ เพื่อให้มีศักยภาพการผลิตก๊าซที่ดีขึ้น ตลอดจนการปรับเปลี่ยนสัญญาซื้อขายแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกระแสเงินสดให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ ขณะที่ยังสามารถสร้างการเติบโตทางการผลิตได้ตามแผน ส่วนกลุ่มธุรกิจผลิตพลังงานมีการเติบโตที่ดี โดยโรงไฟฟ้าหงสาและโรงไฟฟ้าบีแอลซีพียังคงเดินเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากรายงานดัชนีค่าความพร้อมจ่าย (Equivalent Availability Factor: EAF) กว่าร้อยละ 90 เช่นเดียวกับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศจีนและญี่ปุ่น ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีเสถียรภาพ สำหรับกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน มีการขยายพอร์ตเทคโนโลยีพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มในบริษัท Sunseap Group Pte. Ltd. (Sunseap) ผู้นำธุรกิจระบบผลิตไฟฟ้าบนหลังคาของสิงคโปร์ ส่งผลให้สัดส่วนการถือครองหุ้นเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 48.6 จากเดิมร้อยละ 38.5 และทำให้บ้านปูฯ มีกำลังการผลิตตามสัดส่วนการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 760 เมกะวัตต์ (จากระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาและโซลาร์ฟาร์ม) นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะนำรถยนต์ไฟฟ้าให้บริการผ่านแอพลิเคชัน รวมถึงเดินหน้าผนึกความร่วมมือกับ &amp;ldquo;บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด&amp;rdquo; (ปณท) เปิดตัวโครงการการบริหารจัดการมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพิ่มศักยภาพการขนส่งพัสดุให้สะดวก รวดเร็ว ทั้งยังประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านกลยุทธ์ในการสร้างการเติบโตทางธุรกิจ ในภาวะเศรษฐกิจซบเซา บริษัทฯ ดำเนินมาตรการลดค่าใช้จ่ายทั่วทั้งองค์กร และกลยุทธ์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยเฉพาะการบริหารกระแสเงินสดที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้ดียิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน บ้านปู ยังคงเดินหน้ามองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ในฐานะบริษัทพลังงานครบวงจรที่มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานหรือนวัตกรรมพลังงานที่สามารถตอบสนองทุกความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า ตอบโจทย์ New Normal ที่เกิดขึ้นทั่วโลก รวมทั้งก้าวไปพร้อมกับเทรนด์ด้านพลังงานแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นระบบกักเก็บพลังงานเพื่อเป็นแหล่งสำรองไฟฟ้า ระบบไมโครกริดเพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้า โมไบล์แอปสำหรับตรวจสอบการทำงานของแผงโซลาร์เซล การใช้เทคโนโลยีเอไอในการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ และการพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนพลังงานโดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เหตุการณ์วิกฤตโควิดในครั้งนี้ทำให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมรับมือกับวิกฤตการณ์และ New Normal ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผู้มีส่วนได้เสียได้อย่างต่อเนื่อง วัฒนธรรมองค์กร &amp;ldquo;บ้านปู ฮาร์ท&amp;rdquo; ของเราก็ช่วยหล่อหลอมให้พนักงานมุ่งมั่นยืนหยัดที่จะร่วมมือกันหาวิธีรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างยั่งยืน รวมถึงการสร้างพลังร่วม (Synergy) ที่มีความสำคัญต่อองค์กรมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นตัวผลักดันให้ผู้บริหารและพนักงานทุกคนในองค์กรมีแรงใจร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้&amp;rdquo; นางสมฤดี กล่าวปิดท้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65799</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านปู, ผลประกอบการ, สมฤดี ชัยมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200513/image_big_5ebb72a3f0b7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “บ้านปูฯ” อัดโปรโมชั่นใหม่“ชวนเพื่อนติดโซลาร์รูฟ รับเงินสูงสุด 500,000 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;บ้านปูฯ&amp;rdquo; ชวนคนไทยร่วมสร้างโลกสีเขียว ส่งโปรโมชั่นใหม่&amp;ldquo;แนะนำเพื่อนติดตั้งโซลาร์รูฟกับบ้านปูฯ รับเงินสูงสุด 500,000 บาท&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ด้วยการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ &amp;ldquo;Greener &amp;amp; Smarter&amp;rdquo; ของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรแห่งเอเชีย-แปซิฟิก จัดโปรโมชั่นเพื่อชวนคนไทยร่วมสร้างโลกสีเขียว ผ่านการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดที่มีความเสถียร ราคาเหมาะสม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผลักดันให้ประเทศไทยสู่สมาร์ทซิตี้ได้เร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานของบ้านปูฯ ในฐานะผู้ให้บริการด้านการวางระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และสมาร์ทซิตี้โซลูชันแบบครบวงจรที่ผสานเทคโนโลยีหลากรูปแบบและทันสมัย จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ &amp;ldquo;แนะนำเพื่อนติดตั้งโซลาร์รูฟกับบ้านปูฯ รับเงินสูงสุด 500,000 บาท&amp;rdquo; โดยผู้เข้าร่วมโปรโมชั่นจะได้รับสิทธิพิเศษ 3 ต่อทันที ต่อที่ 1 คุณได้ เพียงแนะนำเพื่อนที่เป็นผู้ประกอบการมาติดตั้งโซลาร์รูฟกับบ้านปูฯ จะได้รับเงินสูงสุดถึง 500,000 บาทต่อโครงการ1 เมื่อเพื่อนเซ็นสัญญาภายใน 29 ก.พ. 2563 ต่อที่ 2 เพื่อนได้ ผู้ติดตั้งได้ประหยัดเงินลงทุน ฟรี!ค่าดูแลรักษาระบบ พร้อมรับส่วนลดค่าไฟสูงสุด 25%2 เมื่อเซ็นสัญญาภายใน 29 ก.พ. 2563 และต่อที่ 3 โลกได้ คุณและเพื่อนจะได้ช่วยสร้างโลกสีเขียวจากการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เข้าสู่ชั้นบรรยากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โปรโมชั่นนี้มีแพ็คเกจพิเศษให้เลือกติดตั้งถึง 4 แบบ ดังนี้ 1.ขนาดติดตั้ง 30-100 กิโลวัตต์ ช่วยลด CO2 ได้สูงสุด 80 ตัน/ ปี ได้ส่วนลดค่าไฟฟ้าจากโซลาร์ 10% &amp;nbsp;2.ขนาดติดตั้ง 101-500 กิโลวัตต์ ช่วยลด CO2 ได้สูงสุด 400 ตัน/ ปี ได้ส่วนลดค่าไฟฟ้าจากโซลาร์ 15% 3.ขนาดติดตั้ง 501-999 กิโลวัตต์ ช่วยลด CO2 ได้สูงสุด 800 ตัน/ ปี ได้ส่วนลดค่าไฟฟ้าจากโซลาร์ 20% &amp;nbsp;4.ขนาดติดตั้ง 1 เมกะวัตต์ขึ้นไป ช่วยลด CO2 ได้มากกว่า 800 ตัน/ ปี ได้ส่วนลดค่าไฟฟ้าจากโซลาร์ 25% ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมโปรโมชั่นได้ที่ www.banpuinfinergy.co.th, Facebook.com/banpuinfinergy, หรือ ID Line @banpuinfinergy &amp;nbsp;ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2562 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.02-095-6599 หรือ contact@banpuinfinergy.co.th
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45973</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน), บ้านปู, โซลาร์รูฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190917/image_big_5d80a7e4e3526.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
