<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘13 ปีสภาองค์กรชุมชน’ เครือข่ายประชาชนทั่วประเทศ ประชุมสภาฯ ระดับชาติ ชูประเด็น“สิทธิพลเมือง-กระจายอำนาจเพื่อสังคมที่เป็นธรรม”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประชุมสภาองค์กรชุมชนระดับชาติเมื่อปี 2563 ที่ผ่านมาที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การเมืองในรัฐสภาเพื่อเปิดศึกซักฟอกรัฐบาลกำลังเข้มข้นดุเดือด&amp;nbsp; ส่วนการเมืองบนท้องถนนก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน&amp;nbsp; ขณะที่เครือข่ายภาคประชาชนทั่วประเทศในนามของ &amp;lsquo;สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rsquo; กำลังเฟ้นประเด็นปัญหาต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อประชาชนเพื่อนำมาเสนอในที่ประชุมระดับชาติในวันที่ 10 กันยายนนี้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;โควิด-19&amp;nbsp; ภัยพิบัติ &amp;nbsp;ปัญหาที่ดินทำกิน&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; กลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp; ผลกระทบจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ&amp;nbsp; การผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนจะนำประเด็นปัญหาและข้อเสนอจากภาคประชาชน...ไปออกแบบขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงให้เป็นรูปธรรมและเป็นจริงต่อไป&amp;hellip;!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;13 ปี...สภาของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-3.7pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;lsquo;สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rsquo; จัดตั้งขึ้นตาม &amp;lsquo;พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551&amp;rsquo;&amp;nbsp;ในสมัยรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์&amp;nbsp; จุลานนท์&amp;nbsp; โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รักษาการตาม พ.ร.บ. นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีเจตนารมณ์เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ&amp;nbsp; ส่งเสริมให้กลุ่มและองค์กรต่างๆ ในตำบล (บางพื้นที่อาจเป็นเทศบาลหรือในกรุงเทพฯ เป็นเขต) &amp;nbsp;รวมตัวกันจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อนำปัญหาหรือเสนอแนวทางการพัฒนาในตำบลมาประชุม&amp;nbsp;ปรึกษาหารือ เสนอความเห็น เสนอแนวทางพัฒนาหรือแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;และสามารถเสนอแนะต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-3.7pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สุวัฒน์&amp;nbsp; คงแป้น ที่ปรึกษาสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ซึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนในการร่าง พ.ร.บ. และผลักดันให้เกิด &amp;lsquo;สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rsquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;อธิบายเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp; เมื่อที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลได้แนวทางในการแก้ไขปัญหาหรือแนวทางการพัฒนาชุมชนแล้ว &amp;nbsp;เรื่องใดที่สามารถดำเนินการได้เอง &amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชนฯ และสมาชิกก็สามารถนำไปดำเนินการได้ทันที &amp;nbsp;แต่หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่างๆ &amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชนฯ สามารถนำไปเสนอแนะการแก้ไขปัญหาและแนวทางการพัฒนาต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-3.7pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยสภาองค์กรชุมชนตำบลแต่ละแห่งจะต้องจัดประชุมอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง&amp;nbsp; และจัดประชุมสภาฯ ระดับจังหวัดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; สามารถเสนอแนวทางการพัฒนาจังหวัดต่อผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์การบริหารส่วนจังหวัด &amp;nbsp;เพื่อนําไปประกอบการพิจารณาการจัดทําแผนพัฒนาจังหวัด&amp;nbsp; รวมทั้งเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาตามความต้องการของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การจัดทำบริการสาธารณะ&amp;nbsp; การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ &amp;nbsp;สังคม &amp;nbsp;คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-3.7pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-3.7pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;สภาองค์กรชุมชนเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ประชาชนในตำบลแสดงความเห็นและความต้องการ&amp;nbsp; เป็นรากฐานของประชาธิปไตยทางตรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นอกจากนี้จะต้องมีการจัดประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลในระดับชาติปีละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; ที่สำคัญก็คือ&amp;nbsp; ตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนฉบับนี้&amp;nbsp; มาตรา 32 &amp;nbsp;(3) &amp;nbsp;กำหนดให้ที่ประชุมสภาฯ ระดับชาติ &amp;nbsp;สรุปปัญหาที่ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ประสบ และข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ &amp;nbsp;ซึ่งหมายความว่า &amp;nbsp;ปัญหาของประชาสามารถนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้โดยตรง &amp;nbsp;ทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด &amp;nbsp;รวดเร็ว &amp;nbsp;และมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;ถือเป็นบทบาทที่สำคัญของสภาองค์กรชุมชนฯ&amp;rdquo; &amp;nbsp;สุวัฒน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จนถึงปัจจุบัน พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551&amp;nbsp; ย่างเข้าสู่ปีที่ 13 &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;7,795 แห่ง &amp;nbsp;(ร้อยละ 99.62 ของจำนวนตำบล/เทศบาล/เขตทั่วประเทศ 7,825 แห่ง) &amp;nbsp;โดยแยกเป็น &amp;nbsp;กรุงเทพ ฯ ปริมณฑลและตะวันออก 881 แห่ง &amp;nbsp;ภาคกลางและตะวันตก 1,159 แห่ง &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp; 2,908 แห่ง&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ &amp;nbsp;1,176 แห่ง &amp;nbsp;และภาคเหนือ &amp;nbsp;1,671 แห่ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบล (ผู้แทนชุมชนและผู้ทรงคุณวุฒิ) รวม &amp;nbsp;254,944 คน &amp;nbsp;มีกลุ่มหรือองค์กรชุมชน/เครือข่ายองค์กรชุมชนที่จดแจ้ง &amp;nbsp;รวม 156,280 องค์กร &amp;nbsp;(ดูรายละเอียด พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนฯ และผลการดำเนินงาน 12 ปีสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ได้ที่ web.codi.or.th )&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;รูปธรรมการใช้สภาฯ แก้ปัญหาในท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จำนวนสภาองค์กรชุมชนตำบลที่มีการจัดตั้งทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp; 7,795&amp;nbsp; แห่ง&amp;nbsp; ในจำนวนนี้มีสภาฯ ที่รวมกลุ่มกันจัดตั้งตั้งแต่ปี&amp;nbsp; 2551 &amp;nbsp;และบางแห่งเพิ่งจัดตั้งได้ไม่นาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; &amp;nbsp;เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการส่งเสริมการจัดตั้งสภาฯ&amp;nbsp; ส่งเสริมกิจกรรมและการดำเนินงานของสภาฯ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การพัฒนาศักยภาพแกนนำสภาฯ&amp;nbsp; การศึกษาวิจัย&amp;nbsp; สนับสนุนงบประมาณในการจัดประชุมสภาฯ&amp;nbsp; ตั้งแต่ระดับตำบล-ระดับชาติ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลแต่ละแห่งจะมีสมาชิกประมาณ 30-40 คน&amp;nbsp; มาจากผู้แทนกลุ่มต่างๆ ในตำบล&amp;nbsp; โดยจะมีการคัดเลือกประธานสภาฯ &amp;nbsp;รองประธาน&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขานุการ &amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;รวมทั้งคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิในตำบลให้เป็นที่ปรึกษา &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปราชญ์ชาวบ้าน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ครู &amp;nbsp;&amp;nbsp;พระ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฯลฯประกอบกับสภาพบริบทของแต่ละตำบล&amp;nbsp; ทำให้การดำเนินงานของสภาฯ&amp;nbsp; แต่ละแห่งแตกต่างกันไปตามสภาพของสังคม&amp;nbsp; พื้นที่&amp;nbsp; และปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; ที่ตำบลเผชิญอยู่&amp;nbsp; เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านดง &amp;nbsp;อ.อุบลรัตน์ &amp;nbsp;จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;ใช้เวทีสภาฯ ขับเคลื่อนและต่อสู้จนสามารถทวงคืนผืนป่าสาธารณะห้วยเม็กที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน&amp;nbsp; เนื้อที่ 31 ไร่&amp;nbsp; จากบริษัทเครื่องดื่มผสมคาเฟอีนชื่อดังที่งุบงิบทำเรื่องขอเช่าที่ดินสาธารณะโดยไม่ถูกต้อง&amp;nbsp; โดยบริษัทยอมยกเลิกสัญญาเช่าที่ดินสาธารณะแปลงดังกล่าว&amp;nbsp; และยุติการสร้างโรงงานจนเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศในช่วงปลายปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:-.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลเนินฆ้อ &amp;nbsp;อ.แกลง &amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp; เดิมชาวบ้านมีปัญหาหนี้สิน&amp;nbsp; ผลผลิตราคาตกต่ำ&amp;nbsp; แกนนำในตำบลจึงใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเวทีกลางสร้างความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน &amp;nbsp;นำไปสู่การวางแผนพัฒนาทั้งตำบล &amp;nbsp;โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เช่น &amp;nbsp;ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ &amp;nbsp;แปรรูปอาหารทะเล-ผลไม้ &amp;nbsp;จัดตั้งตลาดในชุมชน &amp;nbsp;และเป็นแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง &amp;nbsp;&amp;lsquo;มหาวิทยาลัยบ้านนอก&amp;rsquo; &amp;nbsp;ก่อนสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; มีนักท่องเที่ยวและผู้มาศึกษาดูงานตลอดทั้งปี &amp;nbsp;ประมาณปีละ 1 แสนคน &amp;nbsp;ทำรายได้เข้าชุมชนประมาณปีละ 20 ล้านบาท&amp;nbsp; ทำให้ชาวบ้านมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลแจงงาม&amp;nbsp; อ.หนองหญ้าไซ&amp;nbsp; จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp; ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; เริ่มมีผู้ติดเชื้อในตำบล&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนฯ จึงใช้เวทีสภาฯ เปิดประชุมเพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เชื้อโควิดแพร่กระจาย&amp;nbsp; โดยเชิญผู้นำในชุมชน&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; หน่วยงานสาธารณสุขในตำบล&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เข้าร่วม&amp;nbsp; นำไปสู่การสั่งปิดหมู่บ้านเป็นเวลา 14 วัน&amp;nbsp; ไม่ให้ผู้ติดเชื้อและครอบครัว&amp;nbsp; รวมทั้งคนภายนอกเดินทางเข้า-ออกหมู่บ้าน&amp;nbsp; โดยชุมชนช่วยกันจัดหาอาหาร&amp;nbsp; ยาสมุนไพร&amp;nbsp; สิ่งของจำเป็นให้แก่ผู้ติดเชื้อและครอบครัว&amp;nbsp; 59 คน&amp;nbsp; รวม 120 ครอบครัว&amp;nbsp; รวมทั้งประสานงานกับ รพ.สต.&amp;nbsp; อำเภอ&amp;nbsp; และภาคเอกชนเพื่อให้ความช่วยเหลือจนผู้ติดเชื้อทุกรายหายเป็นปกติ&amp;nbsp; เชื้อไม่แพร่กระจายไปสู่ชุมชนใกล้เคียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;สภาองค์กรชุมชนตำบลแจงงามมีบทบาทในช่วงสถานการณ์โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้สภาองค์กรชุมชนตำบลยังเป็นกลไกเชื่อมประสานงานพัฒนาในตำบลกับหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในชนบทตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านพอเพียง&amp;rsquo; ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช. เพื่อสนับสนุนการซ่อม-สร้างบ้านให้แก่ประชาชนที่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนทรุดโทรมนั้น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลจะทำหน้าที่สำรวจความเดือดร้อนของประชาชนในตำบล&amp;nbsp; เพื่อนำมาจัดทำโครงการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลรับผิดชอบ&amp;nbsp; เพื่อให้การดำเนินงานมีความโปร่งใส&amp;nbsp; ประชาชนที่เดือดร้อนได้รับการช่วยเหลือจริง&amp;nbsp; รวมทั้งสภาองค์กรตำบลบางแห่งยังขยับไปแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สุวัฒน์&amp;nbsp; คงแป้น&amp;nbsp; ที่ปรึกษาสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; บอกว่า รูปธรรมการใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นกลไกขับเคลื่อนเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของชุมชนตามตัวอย่างดังกล่าว&amp;nbsp; เป็นการแก้ปัญหาในระดับท้องถิ่น&amp;nbsp; ไม่ใช่การแก้ปัญหาในระดับโครงสร้าง&amp;nbsp; โดยเฉพาะปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากนโยบายของรัฐ&amp;nbsp; ดังนั้น พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 จึงออกแบบมาเพื่อให้มีการจัดประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลในระดับชาติปีละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; โดยมาตรา 32 &amp;nbsp;(3) &amp;nbsp;ระบุว่า &amp;ldquo;กำหนดให้ที่ประชุมสภาฯ ระดับชาติ &amp;nbsp;สรุปปัญหาที่ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ประสบ &amp;nbsp;และข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;เปิดประชุมสภาฯ ระดับชาติ ชู 10 ประเด็นปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;lsquo;การจัดประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rsquo; ในปี 2564&amp;nbsp; กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 10 กันยายนนี้&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ร่วมกับเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศจัดขึ้น&amp;nbsp; ผ่านระบบ Zoom Meetings&amp;nbsp; เพื่อปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด&amp;nbsp; เพราะในแต่ละปีจะมีผู้แทนสภาองค์กรชุมชนฯ และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมประชุมประมาณ 200 คน&amp;nbsp;โดยในปีนี้มีการจัดสมัชชาเชิงประเด็นตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม - 4 กันยายน&amp;nbsp; ผ่านระบบ Zoom Meetings&amp;nbsp; เพื่อให้ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศได้เสนอประเด็นปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งข้อเสนอแนะ&amp;nbsp; แนวทางการแก้ไข&amp;nbsp; และกลไกในการขับเคลื่อน&amp;nbsp; เพื่อนำมาสรุปและนำเสนอในวันประชุมระดับชาติวันที่ 10 กันยายน&amp;nbsp; โดยมีธีมงาน&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; &amp;ldquo;13 ปีสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ร่วมส่งเสริมสิทธิพลเมือง &amp;nbsp;กระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น &amp;nbsp;เพื่อสร้างสังคมที่เท่าเทียมและเป็นธรรม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;การจัดสมัชชาเชิงประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนประเด็นปัญหาที่นำเสนอสู่สมัชชาประเด็นในปีนี้&amp;nbsp; ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างหรือเป็นผลกระทบจากนโยบายของรัฐที่ส่งผลต่อประชาชน &amp;nbsp;แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข&amp;nbsp; หรือบางกรณีมีความล่าช้า&amp;nbsp; ไม่ทันต่อสถานการณ์และความเดือดร้อนของประชาชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; 1.สถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;2.การจัดการภัยพิบัติ&amp;nbsp; 3.การทบทวน พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท&amp;nbsp; 4.ปัญหาที่ดินทำกิน&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; 5.กลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6.ผลกระทบจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC)&amp;nbsp; 7.ผลักดันโมเดลเศรษฐกิจใหม่ในรูปแบบเศรษฐกิจเกื้อกูล&amp;nbsp; 8.การผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; 9.การคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ควบคุมภาคประชาสังคม&amp;nbsp; 10.การสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp; ทบทวนข้อตกลงการค้าเสรี (CPTPP)&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชัชวาลย์&amp;nbsp; ทองดีเลิศ &amp;nbsp;ในฐานะภาคประชาสังคม&amp;nbsp; ให้ความเห็นต่อการขับเคลื่อนปัญหาของสภาองค์กรชุมชนเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างว่า&amp;nbsp; ที่ผ่านมาภาคประชาชนถูกกดด้วยอำนาจการรวมศูนย์ตรงกลางที่ค่อนข้างเข้มข้นมาก&amp;nbsp; เช่น การรวมศูนย์ในการจัดการทรัพยากร&amp;nbsp; มีการประกาศเขตป่าเหนือพื้นที่ที่ชุมชนอยู่มาก่อน&amp;nbsp; เป็นการละเมิดสิทธิชุมชนและกลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp; ทั้งสิทธิพลเมือง&amp;nbsp; สิทธิชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ชุมชน&amp;nbsp; กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ&amp;nbsp; อยู่แบบผิดกฎหมาย&amp;nbsp; เมื่อผิดกฎหมายก็จะถูกจำกัดการพัฒนา&amp;nbsp; งบประมาณและการพัฒนาของหน่วยงานรัฐไม่สามารถเข้าไปดำเนินการในพื้นที่เหล่านี้ได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; การจัดการทรัพยากร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังเชื่อมโยงกับสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; เพราะเมื่อเกิดปัญหาโควิดทำให้เศรษฐกิจหดตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรงงานปิด&amp;nbsp; แรงงานถูกเลิกจ้าง&amp;nbsp; แต่เมื่อแรงงานกลับไปถิ่นฐานในชนบท&amp;nbsp; กลับถูกล็อกพื้นที่ไม่ให้เข้าถึงที่ดินที่ทำกิน&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เข้าไม่ถึงฐานทรัพยากรที่สำคัญ&amp;nbsp; ซึ่งเป็นพื้นฐานของชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่บางคนมีที่ดินในครอบครองกว่า 600,000 ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือการปฏิรูปการจัดการที่ดินที่ทำกินที่อยู่อาศัยใหม่&amp;nbsp; โดยการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;จุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.การพัฒนาสังคมฯ ร่วมงานประชุมสภาฯ ระดับชาติเมื่อปี 2563 ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมเชื่อว่าเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนมีข้อเสนอที่คมชัดแล้ว&amp;nbsp; แต่ทำอย่างไร&amp;nbsp; ?&amp;nbsp; จะออกแบบการขับเคลื่อนประเด็นปัญหาเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมทางสังคมขนาดใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้เป็นวาระร่วมของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นประเด็นสาธารณะ&amp;nbsp; ให้สังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนกับเราด้วย&amp;nbsp; และสิ่งที่สำคัญก็คือการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; และจะต้องติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง&amp;rdquo; &amp;nbsp;ชัชวาลย์เสนอความเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นี่คือย่างก้าวของการประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลประจำปี 2564&amp;nbsp; ที่กำลังจะเกิดขึ้น&amp;nbsp; เพื่อนำปัญหาและข้อเสนอจากผู้แทนสภาองค์กรชุมชนฯ ทั่วประเทศมาขับเคลื่อน และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง&amp;nbsp; เป็นสภาของประชาชนอย่างแท้จริง !!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสาร&amp;nbsp; เนื้อหาการประชุมได้ทาง face book สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  และเว็บไซต์ www.codi.or.th )&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115469</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 ปีสภาองค์กรชุมชน, 13 ปีสภาองค์กรชุมชน  ร่วมส่งเสริมสิทธิพลเมือง  กระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น  เพื่อสร้างสังคมที่เท่าเทียมและเป็นธรรม, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การจัดประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลในระดับชาติ, การซ่อม-สร้างบ้านให้แก่ประชาชน, จุติ  ไกรฤกษ์, ชัชวาลย์  ทองดีเลิศ, บ้านพอเพียง, พลเอกสุรยุทธ์  จุลานนท์, พอช., รัฐสภา, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สภาองค์กรชุมชนตำบล, สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านดง, สภาองค์กรชุมชนตำบลเนินฆ้อ, สภาองค์กรชุมชนตำบลแจงงาม, สิทธิพลเมือง-กระจายอำนาจเพื่อสังคมที่เป็นธรรม, สุวัฒน์  คงแป้น, เครือข่ายประชาชน, โครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในชนบท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131890b6549d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2020 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2020 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุติ  ไกรฤกษ์  รมว.พม.’ เยี่ยมประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ จ.สุราษฎร์ธานี มอบงบสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน-บ้านพอเพียงชนบท 721 หลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.พม.เยี่ยมประชาชนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุราษฎร์ธานี/ ระหว่างวันที่ 7-8 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ทีม One Home พม. จังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ พบปะเยี่ยมเยียมประชาชนที่ด้อยโอกาสและประสบปัญหาทางสังคม&amp;nbsp; พร้อมทั้งมอบงบสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน-บ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายซ่อมสร้างบ้านเรือนที่ยากจนในปีนี้รวม 721 ครัวเรือน&amp;nbsp; งบประมาณ 13 ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันที่ 7 สิงหาคม &amp;nbsp;เวลา 08.30 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ทีม One Home พม. จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มเป้าหมายที่ประสบปัญหาทางสังคมที่ตำบลท่าทองใหม่ &amp;nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์&amp;nbsp; และชุมชนนิคมสร้างตนเองพระแสง &amp;nbsp;อำเภอพระแสง &amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างทั่วประเทศ &amp;nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;ตั้งแต่เด็กแรกเกิด &amp;nbsp;เยาวชน &amp;nbsp;ผู้สูงอายุ &amp;nbsp;คนพิการ &amp;nbsp;คนไร้ที่พึ่ง &amp;nbsp;และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม &amp;nbsp;ซึ่งวันนี้ตนในฐานะตัวแทนของรัฐบาลได้เดินทางมาพบประชาชนด้วยตัวเอง &amp;nbsp;ด้วยการลงพื้นที่ตำบลท่าทองใหม่ &amp;nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์ &amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มเป้าหมายของกระทรวง พม. จำนวน 5 ครอบครัว &amp;nbsp;พร้อมมอบถุงยังชีพ&amp;nbsp; เงินสงเคราะห์กลุ่มเประบาง &amp;nbsp;รถเข็นสำหรับคนพิการ จำนวน 20 คัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.พม.มอบรถเข็นสำหรับคนพิการจำนวน 20 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น รมว.พม.และคณะ&amp;nbsp; ได้เดินทางไปที่ชุมชนนิคมสร้างตนเองพระแสง &amp;nbsp;อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี สังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวง พม. ที่มีภารกิจในการจัดสรรที่ดินให้กับผู้ที่อยู่ในนิคมเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;สวนปาล์มน้ำมัน &amp;nbsp;สวนยางพารา&amp;nbsp; ฯลฯ &amp;nbsp;โดย รมว.พม. ได้เยี่ยมชมกิจกรรม &amp;nbsp;ชิม ชม โชว์ ผลิตภัณฑ์ผู้สูงอายุ &amp;nbsp;พร้อมทั้งมอบเงินทุนการศึกษาให้กับเด็กในครอบครัวยากจน &amp;nbsp;จำนวน 36 ทุน ๆ ละ 1,000 บาท &amp;nbsp;และส่งมอบนมผงสำหรับเด็กที่ครอบครัวได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จำนวน 10 ราย &amp;nbsp;เพื่อให้เด็กที่จะโตเป็นอนาคตของชาติมีความแข็งแรง &amp;nbsp;และควรมีโอกาสได้เรียนหนังสือ เพราะการลงทุนด้านการศึกษาจะเป็นโอกาสให้พวกเขาในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การลงพื้นที่ครั้งนี้ &amp;nbsp;ทำให้เห็นถึงปัญหาอุปสรรคของประชาชนว่ามีอะไรบ้าง &amp;nbsp;และจะได้ช่วยแก้ไขอย่างรวดเร็ว วันนี้เราจะไม่มาแค่แจกรถเข็น &amp;nbsp;มอบเงิน &amp;nbsp;และจากไป &amp;nbsp;แต่เราจะดูแลและติดตามความคืบหน้าของการช่วยเหลือในระยะยาว &amp;nbsp;เพื่อให้ผู้ประสบปัญหาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพต่อไป &amp;nbsp;ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายว่า กระทรวง พม. ไม่ได้ทำงานเพียงกระทรวงเดียวอีกต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเราจะทำงานบูรณาการร่วมกับกระทรวงอื่นๆ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมว.พม.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.พม.เยี่ยมประชาชนที่ อ.ท่าฉาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในวันนี้ (8 สิงหาคม) &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายจุติ ไกรกฤษ์ &amp;nbsp;รมว.พม. พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวง พม. นายถาวร &amp;nbsp;พรหมฉิม นายอำเภอท่าฉาง&amp;nbsp; และนายสมชาติ ภาระสุวรรณ &amp;nbsp;ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) &amp;nbsp;เดินทางไปยังโครงการบ้านพอเพียงชนบทตำบลเขาถ่าน&amp;nbsp; อำเภอท่าฉาง&amp;nbsp; เพื่อเยี่ยมและมอบบ้านพอเพียงชนบทให้กับประชาชนที่เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย 5 ราย&amp;nbsp; ดำเนินการโดยเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนในพื้นที่&amp;nbsp; ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลเขาถ่าน &amp;nbsp;และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องตามโครงการบ้านพอเพียงชนบทประจำปีงบประมาณ 2563&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม.กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.ทำงานอย่างเต็มที่ &amp;nbsp;วันนี้มีความพร้อม &amp;nbsp;สามารถซ่อม-สร้างบ้านได้อีกมาก&amp;nbsp; โดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลขับเคลื่อนเรื่องบ้านพอเพียง &amp;nbsp;จะช่วยขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; และต้องสนับสนุน พอช.ให้ดำเนินงานได้เต็มที่&amp;nbsp; และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการสร้างบ้านพอเพียงจนสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บ้านพอเพียงเป็นบ้านที่เกิดขึ้นตามมติของชุมชนในตำบล&amp;nbsp; โดยการผ่านเวทีประชาคมที่เห็นร่วมกันว่าครอบครัวใดสมควรจะได้รับ&amp;nbsp; ไม่ใช่ว่าหน่วยงานต้องเป็นผู้ชี้เป้าหรือชี้นำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเป็นฐานรากของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง&amp;nbsp; เพราะว่าฟังเสียงของชาวบ้านส่วนใหญ่&amp;nbsp; เป็นการสนองตอบการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในชุมชน&amp;nbsp; เพราะชุมชนเป็นผู้พิจารณากันเอง&amp;nbsp; ปัจจุบันมีสภาองค์กรชุมชนตำบลจำนวน 7 พันกว่าตำบลทั่วประเทศไทย ซึ่งในปี 2563 นี้ได้ของบประมาณบ้านพอเพียง จำนวน 11,500 หลัง&amp;nbsp; โดยจะให้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นผู้ขับเคลื่อนเรื่องบ้านพอเพียงต่อไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;รมว.พม.กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติกล่าวในตอนท้ายว่า &amp;nbsp;กระทรวง พม. มุ่งดูแลเรื่องที่อยู่อาศัยให้ผู้มีรายได้น้อยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมทั้งโครงการบ้านเช่าราคาถูกเดือนละ 999 บาท &amp;nbsp;โดยการเคหะแห่งชาติ &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ เพิ่มพูนทักษะ &amp;nbsp;เตรียมพร้อมหลังสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานในวิถีชีวิตใหม่ &amp;nbsp;โดยรัฐบาลพร้อมเป็นพี่เลี้ยงให้โอกาสกับทุกคน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการเดินทางมาพบปะเยี่ยมเยียนประชาชนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีในครั้งนี้&amp;nbsp; รมว.พม.ได้มอบงบประมาณสนับสนุนการซ่อมสร้างบ้านเรือนผู้เดือดร้อน&amp;nbsp; ฐานะยากจน&amp;nbsp; ตามโครงการบ้านพอเพียงชนบทรวม 46 ตำบล จำนวน 721 ครัวเรือน &amp;nbsp;งบประมาณ 13,750,500 บาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งบประมาณพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท &amp;nbsp;ฟื้นฟูชุมชนจากวิกฤตโควิด 19 &amp;nbsp;จำนวน 47 ตำบล &amp;nbsp;วงเงิน 3,135,000 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;และงบประมาณสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 44 ตำบล สมาชิก 51,864 &amp;nbsp;คน วงเงิน 15,559,200&amp;nbsp; บาท &amp;nbsp;และมอบถุงยังชีพให้กับผู้ด้อยโอกาสในชุมชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวันจุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุวรรณรัตน์ ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า โครงการบ้านพอเพียงชนบท จังหวัดสุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;ดำเนินการตั้งแต่ปี 2560 และในปี 2563 ได้รับการสนับสนุนจำนวน 46 ตำบล 721 ครัวเรือน งบประมาณ 13,750,500 สร้าง-ซ่อมเสร็จแล้ว 227 ครัวเรือน &amp;nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินการ 494 ครัวเรือน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโครงการบ้านพอเพียงชนบทตำบลเขาถ่าน ได้รับการสนับสนุนในปี 2563&amp;nbsp; จำนวน 21 ครัวเรือน งบประมาณ 399,000 บาท &amp;nbsp;ปัจจุบันดำเนินการสร้าง-ซ่อมแล้วเสร็จ จำนวน 18 ครัวเรือน เหลืออีก 3 ครัวเรือนอยู่ระหว่างดำเนินการ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการบ้านพอเพียงชนบทตำบลเขาถ่านได้ใช้กลไกของสภาองค์กรชุมชนตำบลในการขับเคลื่อนงานร่วมกับภาคีพัฒนาในพื้นที่ เพื่อร่วมกันสร้าง &amp;nbsp;ซ่อม&amp;nbsp; ออกแบบ&amp;nbsp; และวางแผนการทำงานทั้งระบบเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้กับผู้ยากไร้ในชุมชนให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; แข็งแรง&amp;nbsp; มีสภาพเหมาะสมแก่การอยู่อาศัย รวมถึงส่งเสริมเชื่อมโยงงานพัฒนาอื่นๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนที่มีความเดือดร้อนให้ดียิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.พม.มอบบ้านพอเพียงให้ประชาชนที่ ต.เขาถ่าน&amp;nbsp; อ.ท่าฉาง&amp;nbsp; จ.สุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73854</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวง พม., กลุ่มเปราะบาง, จุติ  ไกรฤกษ์, บ้านพอเพียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2f543002aa1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2020 19:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2020 19:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุติ ไกรฤกษ์’ รมว.พม. Kick Off ‘บ้านพอเพียงชนบท 2563’ที่ระยอง  ด้าน พอช.เดินหน้าสนับสนุนการซ่อมสร้าง 11,500 หลังทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านที่ได้รับมอบบ้านพอเพียงหลังแรก (ที่ 2 จากขวา) และนายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม. (ที่ 3 จากขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระยอง/ &amp;lsquo;จุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;rsquo; รมว.พม.ประเดิมมอบบ้านพอเพียงให้ผู้ด้อยโอกาสที่จังหวัดระยองตามโครงการ &amp;lsquo;มอบของขวัญปีใหม่จากใจรัฐบาลโดย พม.&amp;rsquo; โดยสนับสนุนการซ่อมสร้างบ้านเรือนครอบครัวที่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านชำรุดทรุดโทรมให้มีความมั่นคงแข็งแรง เหมาะสมแก่การอยู่อาศัย&amp;nbsp; ตามโครงการบ้านพอเพียงชนบทของ พอช.ที่ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp; มีเป้าหมาย 11,500 ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ใช้งบประมาณ 218.5 ล้านบาท&amp;nbsp; ตั้งเป้าซ่อมสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนมิถุนายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่รัฐบาลมอบหมายให้ทุกหน่วยงานดำเนินโครงการ &amp;lsquo;มอบของขวัญปีใหม่จากใจรัฐบาล&amp;rsquo; ให้แก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp; ซึ่งในส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้จัดเตรียมของขวัญด้านที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยตามโครงการ&amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo; จำนวน&amp;nbsp; 11,500 ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ซึ่งโครงการนี้เป็นการสนับสนุนให้ครอบครัวที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนทรุดโทรม&amp;nbsp; มีสภาพไม่ปลอดภัย&amp;nbsp; ไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หลังคารั่ว&amp;nbsp; เสาเรือนผุ&amp;nbsp; บันไดโยกคลอน&amp;nbsp; พื้นบ้าน&amp;nbsp; ฝาบ้าน&amp;nbsp; ห้องน้ำ&amp;nbsp; ห้องครัวชำรุด&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ได้ซ่อมแซมบ้านเรือนให้มีความมั่นคง&amp;nbsp; แข็งแรง&amp;nbsp; มีความปลอดภัยในการอยู่อาศัย&amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณครัวเรือนหนึ่งไม่เกิน 19,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันนี้ (2 กุมภาพันธ์) ที่บ้านหนองกรับ หมู่ที่ 3 ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ&amp;nbsp; เป็นประธานในงาน &amp;lsquo;Kick Off มหกรรมบ้านพอเพียง ซ่อมบ้าน สร้างโอกาส ส่งความสุข ปี 2563&amp;rsquo; &amp;nbsp;ให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนทรุดโทรม&amp;nbsp; โดยมีผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด พม.&amp;nbsp; นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ผู้บริหารสถาบันฯ&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp; นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง&amp;nbsp; และประชาชนเข้าร่วมงานประมาณ 500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งาน &amp;lsquo;Kick Off มหกรรมบ้านพอเพียง : ซ่อมบ้าน สร้างโอกาส ส่งความสุข ปี 2563&amp;rsquo; ที่ตำบลหนองบัว&amp;nbsp; อ.บ้านค่าย จ.ระยอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นการซ่อมสร้างบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; 10&amp;nbsp; หลังแรกในจังหวัดระยอง&amp;nbsp; (จากทั้งหมด 1,525 หลังใน 8 จังหวัดภาคตะวันออก) โดยรัฐมนตรี พม.ได้มอบบ้านพอเพียงหลังแรกที่เพิ่งสร้างเสร็จให้แก่ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ครอบครัวนายอัมรินทร์ อุ่นเรือน&amp;nbsp; ซึ่งมีฐานะยากจน&amp;nbsp; บ้านเดิมเป็นเพิงก่อสร้างด้วยเศษไม้&amp;nbsp; หลังคาสังกะสี&amp;nbsp; สภาพผุผังทรุดโทรม&amp;nbsp; โดยชาวชุมชนและช่างอาสาช่วยกันสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ขนาด 5X7 ตารางเมตร&amp;nbsp; ชั้นเดียว&amp;nbsp; ก่อสร้างด้วยอิฐบล็อค&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพบ้านของนายอัมรินทร์ก่อนสร้างใหม่และสภาพบ้านใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้รัฐมนตรี พม. ได้มอบงบประมาณโครงการบ้านพอเพียงชนบทภาคตะวันออก 8 จังหวัด ปี 2563&amp;nbsp; จำนวน 1,525 หลัง&amp;nbsp; งบประมาณรวม 27,360,000 บาท&amp;nbsp; มอบบ้านพอเพียงจังหวัดระยองที่สร้างเสร็จแล้วปี 2562 จำนวน 212 หลัง&amp;nbsp; มอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ช่างชุมชน&amp;nbsp; หน่วยงาน ร้านค้าที่ให้การสนับสนุนโครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; รวมทั้งมอบของขวัญปีใหม่สำหรับผู้สูงอายุจังหวัดระยอง &amp;ldquo;ส่งความสุข&amp;nbsp; ลดทุกข์ปรับโถ&amp;rdquo; (ซ่อมห้องสุขา) โดยภาคเอกชนจังหวัดระยอง และมอบงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดระยอง&amp;nbsp; จำนวน 4 ล้านบาทจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองให้แก่ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชน จ.ระยอง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.ทำงานอย่างเต็มที่ วันนี้มีความพร้อม งบประมาณที่ได้รับจากรัฐบาลเพียงแค่ 1 ใน 4 ของเป้าหมาย&amp;nbsp; ยังสามารถซ่อม-สร้างบ้าน ได้อีกเยอะ&amp;nbsp; โดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลขับเคลื่อนเรื่องบ้านพอเพียง จะขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; ต้องสนับสนุน พอช.ให้ดำเนินงานได้เต็มที่&amp;nbsp; และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการสร้างบ้านพอเพียงจนสำเร็จ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บ้านพอเพียงเป็นบ้านที่เกิดขึ้นตามมติของชุมชนในตำบล&amp;nbsp; โดยการผ่านเวทีประชาคมที่เห็นร่วมกันว่าครอบครัวใดสมควรจะได้รับ&amp;nbsp; ไม่ใช่ว่าหน่วยงานต้องเป็นผู้ชี้เป้าหรือชี้นำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเป็นฐานรากของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง&amp;nbsp; เพราะว่าฟังเสียงของชาวบ้านส่วนใหญ่&amp;nbsp; เป็นการสนองตอบการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในชุมชน&amp;nbsp; เพราะว่าชุมชนเป็นผู้พิจารณากันเอง&amp;nbsp; ปัจจุบันมีสภาองค์กรชุมชนตำบลจำนวน 7 พันกว่าตำบลทั่วประเทศไทย ซึ่งปี 2563 ได้ของบประมาณบ้านพอเพียง จำนวน 11,500 หลัง&amp;nbsp; โดยจะให้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นผู้ขับเคลื่อนเรื่องบ้านพอเพียงต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมว.พม.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; กล่าวถึง&amp;nbsp; โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ดำเนินการโดย พอช.ในปี 2563 ว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอช. มีแผนงานสนับสนุนให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยในเมืองและชนบททั่วประเทศมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน&amp;nbsp; จำนวน 21,115 ครัวเรือน&amp;nbsp; รวมงบประมาณ 1,708 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสมชาติ ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แยกเป็น 1. โครงการบ้านมั่นคง จำนวน 5,500 ครัวเรือน&amp;nbsp; 2. โครงการบ้านพอเพียงชนบท (ซ่อมสร้างบ้านที่ทรุดโทรม มีฐานะยากจน) จำนวน 11,500 ครัวเรือน&amp;nbsp; 3. โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมประชากร 3,115 ครัวเรือน&amp;nbsp; และ 4. ที่อยู่อาศัยชั่วคราว&amp;nbsp; กรณีไฟไหม้&amp;nbsp; ไล่รื้อ&amp;nbsp; 1,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ดำเนินการโดย พอช. มีเป้าหมายทั้งหมดประมาณ 1,050,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยมีวิสัยทัศน์ คือ &amp;ldquo;คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในปี 2579&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนกระบวนการดำเนินโครงการบ้านพอเพียงชนบทนั้น&amp;nbsp; จะให้องค์กรชุมชนที่มีการจัดตั้งอยู่ในพื้นที่แล้ว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการตำบล&amp;nbsp; เป็นแกนหลักในการดำเนินโครงการ&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่การจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อสำรวจข้อมูลครัวเรือนที่มีความเดือดร้อน&amp;nbsp; โดยมีทีมช่างชุมชนช่วยสำรวจ&amp;nbsp; คำนวณวัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ในการซ่อมแซมบ้านเรือน&amp;nbsp; นำข้อมูลจากการสำรวจครัวเรือนมาจัดเวทีประชาคมให้ชาวชุมชนช่วยกันรับรองสิทธิ&amp;nbsp; เพื่อให้ได้ครัวเรือนที่มีความเดือดร้อนจริง&amp;nbsp; จากนั้นชุมชนจะเสนอโครงการมายัง พอช. เพื่ออนุมัติโครงการและงบประมาณ&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมว.พม. ชี้แจงกระบวนการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวทีเสวนาบ้านพอเพียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการซ่อมสร้างบ้านเรือนนั้น&amp;nbsp; ชุมชนและครัวเรือนที่เดือดร้อนจะช่วยกันซ่อมสร้าง โดยนำงบประมาณที่ได้รับมาจัดซื้อวัสดุพร้อมกันในปริมาณมาก&amp;nbsp; ทำให้ได้ส่วนลด ใช้แรงงานจิตอาสา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หน่วยทหารในพื้นที่&amp;nbsp; และช่างชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ซ่อมสร้างได้เร็วและประหยัดงบประมาณ&amp;nbsp; ในกรณีที่สภาพบ้านทรุดโทรมและผุพังมาก&amp;nbsp; ไม่สามารถรื้อเพื่อซ่อมแซมได้&amp;nbsp; จำเป็นต้องสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ชุมชนและหน่วยงานในท้องถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; เทศบาล&amp;nbsp; รวมทั้งภาคเอกชนจะช่วยกันสนับสนุนงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์เพิ่มเติม&amp;nbsp; ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 5-7 วันจนได้บ้านหลังใหม่&amp;nbsp; ถือเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp; ทั้งภาครัฐ&amp;nbsp; เอกชน&amp;nbsp; และชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มอบงบประมาณซ่อมบ้านพอเพียงในระยองรวม 212&amp;nbsp; ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.พอช. กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; โครงการบ้านพอเพียงชนบทปี 2563&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 11,500 หลังทั่วประเทศ&amp;nbsp; ขณะนี้กำลังดำเนินการในทุกภูมิภาค&amp;nbsp; แยกเป็น&amp;nbsp; 1.ภาคเหนือ จำนวน 2,200 ครัวเรือน 2.ภาคอีสาน 2,700 ครัวเรือน 3.ภาคกลางและตะวันตก 2,200 ครัวเรือน &amp;nbsp; 4. กรุงเทพฯ ปริมณฑลและตะวันออก 2,200 ครัวเรือน และ 5.ภาคใต้ 2,200 ครัวเรือน งบประมาณไม่เกินครัวเรือนละ 19,000 บาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น 218,500,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการบ้านพอเพียงชนบท เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 ปัจจุบัน (มกราคม 2563) ดำเนินการซ่อมสร้างแล้วเสร็จ &amp;nbsp; รวม 39,194 ครัวเรือน ในพื้นที่ 2,391 ตำบล ใช้งบประมาณ 713 ล้านบาทเศษ ส่วนในปี 2563 &amp;nbsp;จำนวน 11,500&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ตามแผนงานจะดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนมิถุนายนนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มอบความช่วยเหลือให้แก่ผู้ด้อยโอกาส&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56084</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), จุติ ไกรฤกษ์, ที่อยู่อาศัย, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, บ้าน, บ้านพอเพียง, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200202/image_big_5e36c0b39d3c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.พม.ประเดิมมอบบ้านให้ผู้ด้อยโอกาสที่ จ.อุบลฯ-ระยอง  ด้าน พอช.เดินหน้าบ้านพอเพียง-ซ่อมสร้าง 11,500 หลังทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กระทรวง พม./ &amp;lsquo;จุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;rsquo; รมว.พม.ประเดิมมอบบ้านพอเพียงให้ผู้ด้อยโอกาสที่จังหวัดอุบลราชธานีและระยองในวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์นี้&amp;nbsp; ตามโครงการ &amp;lsquo;มอบของขวัญปีใหม่จากใจรัฐบาลโดย พม.&amp;rsquo; โดยสนับสนุนการซ่อมสร้างบ้านเรือนครอบครัวที่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านชำรุดทรุดโทรมให้มีความมั่นคงแข็งแรง&amp;nbsp; เหมาะสมแก่การอยู่อาศัย&amp;nbsp; ตามโครงการบ้านพอเพียงชนบทของ พอช.ที่ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน &amp;nbsp;มีเป้าหมาย 11,500 ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ใช้งบประมาณ 218.5 ล้านบาท&amp;nbsp; ตั้งเป้าซ่อมสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดภายในมิถุนายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตามที่รัฐบาลมอบหมายให้ทุกหน่วยงานดำเนินโครงการ &amp;lsquo;มอบของขวัญปีใหม่จากใจรัฐบาล&amp;rsquo; ให้แก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp; เนื่องในโอกาสปีใหม่ พ.ศ.2563&amp;nbsp; ซึ่งในส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้จัดเตรียมของขวัญด้านที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo; จำนวน&amp;nbsp; 11,500 ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ซึ่งโครงการนี้เป็นการสนับสนุนให้ครอบครัวที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนทรุดโทรม&amp;nbsp; มีสภาพไม่ปลอดภัย&amp;nbsp; ไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หลังคารั่ว&amp;nbsp; เสาเรือนผุ&amp;nbsp; บันไดโยกคลอน&amp;nbsp; พื้นบ้าน&amp;nbsp; ฝาบ้าน&amp;nbsp; ห้องน้ำ&amp;nbsp; ห้องครัวชำรุด&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ได้ซ่อมแซมบ้านเรือนให้มีความมั่นคง&amp;nbsp; แข็งแรง&amp;nbsp; มีความปลอดภัยในการอยู่อาศัย&amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณครัวเรือนหนึ่งไม่เกิน 19,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้&amp;nbsp; นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และผู้บริหารกระทรวง พม. จะเดินทางมาที่บ้านโนนสร้างคำ&amp;nbsp; ตำบลไร่ใต้&amp;nbsp; อ.พิบูลมังสาหาร&amp;nbsp; จ.อุบลราชธานี&amp;nbsp; เพื่อมอบของขวัญปีใหม่&amp;nbsp; 2563 &amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo;&amp;nbsp; หลังแรกในจังหวัดอุบลราชธานี (จากทั้งหมด 213 หลัง) ให้แก่ครอบครัวนางหนูจันทร์ เกาะแก้ว&amp;nbsp; อายุ 54 ปี&amp;nbsp; ชาวบ้านตำบลไร่ใต้&amp;nbsp; ซึ่งมีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านเดิมเป็นเพิงไม้ผุพัง&amp;nbsp; โดยชุมชนและทหารจากมณฑลทหารบกที่ 22 &amp;nbsp;จ.อุบลราชธานีช่วยกันสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ขนาด 4X6 ตารางเมตร&amp;nbsp; โครงสร้างเป็นปูนและไม้&amp;nbsp; ก่อด้วยอิฐบล็อค&amp;nbsp; เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 26-31 &amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp; ใช้เวลาก่อสร้าง 6 วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;บ้านนางหนูจันทร์และสามีก่อนสร้าง (ซ้าย) ช่างอาสาช่วยกันสร้างบ้าน (ขวา)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้นางหนูจันทร์และสามีมีอาชีพปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ 3 ไร่&amp;nbsp; แต่ได้รับความเสียหายเนื่องจากน้ำท่วมพื้นที่เพาะปลูก&amp;nbsp; ทำให้ไม่มีรายได้&amp;nbsp; ต้องรับจ้างทำงานทั่วไป&amp;nbsp; แต่ไม่มีงานมากนัก&amp;nbsp; เนื่องจากทั้งคู่สภาพร่างกายไม่แข็งแรง&amp;nbsp; โดยนางหนูจันทร์ป่วยเป็นโรคผิวหนัง&amp;nbsp; และมีปัญหาเรื่องโพรงจมูก&amp;nbsp; ส่วนสามีสติปัญญาไม่สมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ในวันดังกล่าว&amp;nbsp; รัฐมนตรี พม.จะมอบงบประมาณโครงการบ้านพอเพียงชนบท ปี 2563 ที่จะดำเนินการในจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp; จำนวน &amp;nbsp;213 &amp;nbsp;หลังคาเรือน &amp;nbsp;งบประมาณรวม 4,047,000 บาท ให้แก่ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี &amp;nbsp;มอบงบประมาณซ่อมแซมบ้านผู้สูงอายุ จำนวน 5 หลัง งบประมาณรวม 128,000 บาท&amp;nbsp; มอบงบประมาณซ่อมแซมบ้านผู้พิการ &amp;nbsp;จำนวน 2 หลัง &amp;nbsp;งบประมาณรวม &amp;nbsp;40,000 บาท &amp;nbsp;มอบงบประมาณปรับสภาพแวดล้อมบ้านผู้สูงอายุ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่งความสุข ลดทุกข์ปรับโถ&amp;rdquo; (ซ่อมแซมห้องสุขา) 1 หลัง งบประมาณ&amp;nbsp; 5,000 บาท&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมอบเงินสงเคราะห์ครอบครัว จำนวน 8 ครอบครัว งบประมาณรวม 24,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์&amp;nbsp; รัฐมนตรี พม.จะเดินทางไปที่ตำบลหนองบัว&amp;nbsp; อำเภอบ้านค่าย&amp;nbsp; จังหวัดระยอง&amp;nbsp; เพื่อเป็นประธานใน งาน &amp;lsquo;Kick Off มหกรรมบ้านพอเพียง : ซ่อมบ้าน สร้างโอกาส ส่งความสุข ปี 2563&amp;rsquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการซ่อมสร้างบ้าน &amp;nbsp;10 &amp;nbsp;หลังแรก&amp;nbsp; (จากทั้งหมด 1,525 หลังใน 8 จังหวัดภาคตะวันออก) และมอบบ้านพอเพียงหลังแรกที่สร้างบ้านใหม่ให้แก่ผู้สูงอายุครอบครัวนายอัมรินทร์ อุ่นเรือน &amp;nbsp;ซึ่งมีฐานะยากจน&amp;nbsp; บ้านเดิมเป็นเพิงก่อสร้างด้วยเศษไม้&amp;nbsp; หลังคาสังกะสี&amp;nbsp; สภาพผุผังทรุดโทรม &amp;nbsp;ถูกปลวกทำลาย &amp;nbsp;โดยชาวชุมชน&amp;nbsp; และช่างอาสาช่วยกันสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ขนาด 5X7 ตารางเมตร&amp;nbsp; ชั้นเดียว&amp;nbsp; ก่อสร้างด้วยอิฐบล็อค&amp;nbsp; ใช้งบประมาณจาก พอช.&amp;nbsp; ตามโครงการบ้านพอเพียงชนบท 18,000 บาท &amp;nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระยอง (พมจ.ระยอง) 40,000 บาท&amp;nbsp; งบจากศูนย์คนไร้ที่พึ่ง 3,000 บาท&amp;nbsp; และการสนับสนุนสร้างห้องสุขาจากบริษัทสุภัทราแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;บ้านนายอัมรินทร์ก่อนสร้าง (ซ้าย) ขณะกำลังสร้าง (ขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายอัมรินทร์มีอายุ 62 ปี&amp;nbsp; อาศัยอยู่กับภรรยา&amp;nbsp; มีอาชีพรับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; รับจ้างเก็บน้ำยาง&amp;nbsp; มีรายได้วันละประมาณ 150 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปลูกสร้างบ้านในที่ดินของน้องสาวมานานกว่า 20 ปี &amp;nbsp;ในช่วงปลายปี 2562 นายอัมรินทร์และภรรยาประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ล้มทำให้ได้รับบาดเจ็บที่ไหปลาร้า ทำให้ทำงานหนักไม่ได้ ประกอบกับมีผู้จ้างงานน้อย จึงไม่มีรายได้ &amp;nbsp;เมื่อมีโครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; คณะกรรมการในตำบล&amp;nbsp; ซึ่งประกอบด้วยผู้ใหญ่บ้านและ อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) ได้มาสำรวจครอบครัวผู้เดือดร้อน&amp;nbsp; และเสนอให้มีการซ่อมสร้างบ้านให้แก่นายอัมรินทร์&amp;nbsp; แต่เนื่องจากสภาพบ้านเดิมผุผังทรุดโทรม&amp;nbsp; ไม่สามารถรื้อซ่อมแซมได้&amp;nbsp; จะต้องสร้างบ้านใหม่โดยการช่วยเหลือและสนับสนุนจากหลายฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ผมรู้สึกดีใจที่ได้บ้านหลังใหม่&amp;nbsp; ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่มาช่วยกันหางบมาให้&amp;nbsp; ขอบคุณคนที่มาช่วยสร้างบ้านด้วย เพราะลำพังผมกับเมียก็ไม่มีปัญญาที่จะหาเงินมาสร้างใหม่&amp;nbsp; เพราะมีรายได้พอกินไปวันๆ เท่านั้น&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายอัมรินทร์บอกความรู้สึก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้รัฐมนตรี พม.จะมอบงบประมาณบ้านพอเพียง ภาคตะวันออก 8 จังหวัด ปี 2563 &amp;nbsp;จำนวน 1,525 หลัง&amp;nbsp; งบประมาณรวม 27,360,000 บาท&amp;nbsp; มอบบ้านพอเพียงจังหวัดระยองที่สร้างเสร็จแล้วปี 2562 จำนวน 212 หลัง &amp;nbsp;มอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ช่างชุมชน&amp;nbsp; หน่วยงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร้านค้าที่ให้การสนับสนุนโครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; รวมทั้งมอบของขวัญปีใหม่สำหรับผู้สูงอายุจังหวัดระยอง &amp;ldquo;ส่งความสุข&amp;nbsp; ลดทุกข์ปรับโถ&amp;rdquo; (ซ่อมห้องสุขา) โดยภาคเอกชนจังหวัดระยอง (CSR ระยอง) และมอบงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดระยอง &amp;nbsp;จำนวน 4 ล้านบาทจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองให้แก่ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชน จ.ระยอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ดำเนินการโดย พอช.ว่า&amp;nbsp; ในปี 2563 &amp;nbsp;พอช. มีแผนงานสนับสนุนให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยในเมืองและชนบทมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน &amp;nbsp;รวม 21,115 ครัวเรือน &amp;nbsp;รวมงบประมาณ 1,708 ล้านบาทเศษ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.ร่วมยกเสาเอกสร้างบ้านใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;แยกเป็น 1.โครงการบ้านมั่นคง จำนวน 5,500 ครัวเรือน &amp;nbsp;2.โครงการบ้านพอเพียงชนบท (ซ่อมสร้างบ้านที่ทรุดโทรม มีฐานะยากจน) จำนวน 11,500 ครัวเรือน &amp;nbsp;3.โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมประชากร 3,115 ครัวเรือน&amp;nbsp; และ 4.ที่อยู่อาศัยชั่วคราว&amp;nbsp; กรณีไฟไหม้&amp;nbsp; ไล่รื้อ&amp;nbsp; 1,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ดำเนินการโดย พอช. มีเป้าหมายทั้งหมดประมาณ 1,050,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยมีวิสัยทัศน์ คือ &amp;ldquo;คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในปี 2579&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนกระบวนการดำเนินโครงการบ้านพอเพียงนั้น&amp;nbsp; จะให้องค์กรชุมชนที่มีการจัดตั้งอยู่ในพื้นที่แล้ว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการตำบล&amp;nbsp; เป็นแกนหลักในการดำเนินโครงการ&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่การจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อสำรวจข้อมูลครัวเรือนที่มีความเดือดร้อน&amp;nbsp; โดยมีทีมช่างชุมชนช่วยสำรวจ&amp;nbsp; คำนวณวัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ในการซ่อมแซมบ้านเรือน&amp;nbsp; นำข้อมูลจากการสำรวจครัวเรือนมาจัดเวทีประชาคมให้ชาวชุมชนช่วยกันรับรองสิทธิ&amp;nbsp; เพื่อให้ได้ครัวเรือนที่มีความเดือดร้อนจริง&amp;nbsp; จากนั้นชุมชนจะเสนอโครงการมายัง พอช. เพื่ออนุมัติโครงการและงบประมาณ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช. ชี้แจงกระบวนการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนการซ่อมสร้างบ้านเรือนนั้น&amp;nbsp; ชุมชนและครัวเรือนที่เดือดร้อนจะช่วยกันซ่อมสร้าง โดยนำงบประมาณที่ได้รับมาจัดซื้อวัสดุพร้อมกันในปริมาณมาก&amp;nbsp; ทำให้ได้ส่วนลด ใช้แรงงานจิตอาสา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หน่วยทหารในพื้นที่&amp;nbsp; และช่างชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ซ่อมสร้างได้เร็วและประหยัดงบประมาณ&amp;nbsp; ในกรณีที่สภาพบ้านทรุดโทรมและผุพังมาก&amp;nbsp; ไม่สามารถรื้อเพื่อซ่อมแซมได้&amp;nbsp; จำเป็นต้องสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ชุมชนและหน่วยงานในท้องถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; เทศบาล&amp;nbsp; รวมทั้งภาคเอกชนจะช่วยกันสนับสนุนงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์เพิ่มเติม&amp;nbsp; ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 5-7 วันจนได้บ้านหลังใหม่&amp;nbsp; ถือเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp; ทั้งภาครัฐ&amp;nbsp; เอกชน&amp;nbsp; และชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;นายสมชาติกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; โครงการบ้านพอเพียงชนบทจำนวน&amp;nbsp; 11,500 หลังทั่วประเทศ &amp;nbsp;ขณะนี้กำลังดำเนินการในทุกภูมิภาค&amp;nbsp; แยกเป็น&amp;nbsp; 1.ภาคเหนือ จำนวน 2,200 ครัวเรือน 2.ภาคอีสาน 2,700 ครัวเรือน 3.ภาคกลางและตะวันตก 2,200 ครัวเรือน &amp;nbsp;4. กรุงเทพฯ ปริมณฑลและตะวันออก 2,200 ครัวเรือน และ 5.ภาคใต้ 2,200 ครัวเรือน งบประมาณไม่เกินครัวเรือนละ 19,000 บาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น 218,500,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;ทั้งนี้โครงการบ้านพอเพียงชนบท เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 ปัจจุบัน (มกราคม 2563) ดำเนินการซ่อมสร้างแล้วเสร็จ &amp;nbsp;รวม 39,194 ครัวเรือน ในพื้นที่ 2,391 ตำบล ใช้งบประมาณ 713 ล้านบาทเศษ ส่วนในปี 2563 &amp;nbsp;จำนวน 11,500&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ใช้งบประมาณ&amp;nbsp; 218.5 ล้านบาท&amp;nbsp; ตามแผนงานจะดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนมิถุนายนนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55872</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวง พม., ที่อยู่อาศัย, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, บ้าน., บ้านพอเพียง, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., ‘จุติ  ไกรฤกษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e326d591ec8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1845</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2026 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2018 23:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พลเอกอนันตพร’ รมว.พม.มอบบ้านพอเพียงชนบทเป็นของขวัญปีใหม่ประชาชน  2,561 ครัวเรือน  ตั้งเป้าซ่อมสร้างปีนี้อีก  15,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุดรธานี-ขอนแก่น /&amp;nbsp;พลเอกอนันตพร &amp;nbsp;รมว.พม. มอบ&amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ชาวอุดรธานีและขอนแก่น &amp;nbsp;รวม &amp;nbsp;233&amp;nbsp;ครัวเรือน &amp;nbsp;และมอบงบซ่อมแซมอีก &amp;nbsp;300&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครัวฯ &amp;nbsp;ตั้งเป้าภายในเดือนมกราคมนี้จะมอบบ้านพอเพียงได้ตามเป้าหมาย &amp;nbsp;2,561&amp;nbsp;ครัวเรือนทั่วประเทศ &amp;nbsp;ขณะที่แผนงานในปีนี้จะดำเนินการอีก&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;ครัวเรือนทั่วประเทศ &amp;nbsp;ใช้งบไม่เกินครัวเรือนละ&amp;nbsp;18,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาท &amp;nbsp;โดยชุมชนช่วยกันสมทบงบประมาณและวัสดุ &amp;nbsp;และช่วยกันซ่อมสร้าง &amp;nbsp;ทำให้ประหยัดงบและดำเนินงานได้เร็ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;&amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp;ได้จัดทำโครงการ &amp;nbsp;&amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo;&amp;nbsp;มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้แก่ครัวเรือนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp;สภาพที่อยู่อาศัยทรุดโทรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในพื้นที่ชนบททั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เริ่มโครงการในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นต้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2561&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐบาลได้มอบหมายให้แต่ละกระทรวงจัดหาของขวัญมอบให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งในส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้มอบ&amp;nbsp;&amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo;&amp;nbsp;เป็นของขวัญ&amp;nbsp;


fifa356 &amp;nbsp; ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;9-25มกราคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้มอบบ้านพอเพียงชนบทไปแล้ว &amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;2,068&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันนี้ (26&amp;nbsp;มกราคม)&amp;nbsp;เวลา &amp;nbsp;9.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;พลเอกอนันตพร &amp;nbsp;กาญจนรัตน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ได้เดินทางมาที่โรงเรียนผู้สูงอายุ &amp;nbsp;ตำบลนาพู่ &amp;nbsp;อำเภอเพ็ญ &amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี &amp;nbsp;เพื่อเป็นประธานมอบบ้านพอเพียงชนบทที่ซ่อมแซมเสร็จแล้วให้แก่ประชาชนในจังหวัดอุดรธานี &amp;nbsp;จำนวน &amp;nbsp;119&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และมอบงบประมาณโครงการบ้านพอเพียงที่จะซ่อมแซมในปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;150&amp;nbsp;ครัวเรือน (งบประมาณ&amp;nbsp;2,850,000&amp;nbsp;บาท) &amp;nbsp;โดยมีผู้สูงอายุและประชาชนที่ได้รับมอบบ้านพอเพียงชนบทเข้าร่วมงานประมาณ &amp;nbsp;600&amp;nbsp;คน &amp;nbsp;จากนั้น&amp;nbsp;รมว.กระทรวง พม.ได้เยี่ยมชมกิจกรรมกลุ่มผู้สูงอายุตำบลนาพู่ &amp;nbsp;และเดินทางไปเยี่ยมสถานสงเคราะห์เด็กหญิงอุดรธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงบ่าย รมว.กระทรวง พม.และคณะ &amp;nbsp;ได้เดินทางไปที่จังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;เพื่อมอบบ้านพอเพียงชนบทจังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;114&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครัวเรือน &amp;nbsp;และมอบงบประมาณบ้านพอเพียงฯ ที่จะซ่อมแซมใน จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;ในปีนี้อีก &amp;nbsp;150&amp;nbsp;ครัวเรือน (งบประมาณ&amp;nbsp;2,850,000&amp;nbsp;บาท) &amp;nbsp;และมอบเงินทุนประกอบอาชีพให้แก่ประชาชนจำนวน &amp;nbsp;150&amp;nbsp;ราย &amp;nbsp;รวมทั้งยังเยี่ยมชมโครงการต่างๆ ที่กระทรวง พม.ให้การสนับสนุน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;โครงการพัฒนาศักยภาพผู้แสดงความสามารถในที่สาธารณะ &amp;nbsp;สาขาหมอลำกลอนประยุกต์ &amp;nbsp;และเยี่ยมชาวชุมชนริมทางรถไฟเทพารักษ์&amp;nbsp;1-5&amp;nbsp;


bnk789&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกอนันตพร &amp;nbsp;กาญจนรัตน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;​รมว.พม. กล่าวว่า &amp;nbsp;รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา &amp;nbsp;มีความห่วงใยประชาชนผู้มีรายได้น้อย &amp;nbsp;โดยเฉพาะประชาชนที่มีปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยไม่มั่นคงหรือขาดแคลนที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;จึงมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ &amp;nbsp;โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จัดทำแผนยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี พ.ศ.2560-2579&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีหลายโครงการที่เริ่มดำเนินการไปแล้ว &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองในกรุงเทพฯ &amp;nbsp;โครงการบ้านมั่นคง &amp;nbsp;โครงการคนไร้บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการบ้านพอเพียงชนบทเป็นอีกโครงการหนึ่งที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp;สนับสนุนให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยในชนบท &amp;nbsp;ที่มีบ้านเรือนทรุดโทรม &amp;nbsp;ผุพัง &amp;nbsp;ได้ปรับปรุงบ้านเรือนให้มีสภาพมั่นคง &amp;nbsp;แข็งแรง &amp;nbsp;เหมาะสมกับการอยู่อาศัย &amp;nbsp;โดยในช่วงปีใหม่นี้รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะมอบบ้านพอเพียงฯ เป็นของขวัญให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ &amp;nbsp;รวม &amp;nbsp;2,561&amp;nbsp;ครัวเรือน &amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาได้มอบบ้านพอเพียงไปแล้ว &amp;nbsp;2,068&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครัวเรือน &amp;nbsp;และในวันนี้ได้มอบบ้านพอเพียงให้แก่ประชาชนในจังหวัดอุดรธานีและขอนแก่นอีก&amp;nbsp;233&amp;nbsp;ครัวเรือน &amp;nbsp;ส่วนที่เหลืออีก&amp;nbsp;260&amp;nbsp;ครัวเรือน &amp;nbsp;จะมอบให้เสร็จภายในสิ้นเดือนมกราคมนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พลเอกอนันตพรกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;และว่าภายในปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;นี้ &amp;nbsp;โครงการบ้านพอเพียงชนบทจะดำเนินอีกจำนวน &amp;nbsp;15,000ครัวเรือนทั่วประเทศ &amp;nbsp;แต่อาจจะดำเนินการได้เกินเป้าหมาย &amp;nbsp;รวมแล้วประมาณ &amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ &amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp;


save168 &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;โครงการบ้านพอเพียงชนบทเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี (พ.ศ.2560-2579) ของสถาบันฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายทั้งในเมืองและชนบททั่วประเทศ &amp;nbsp;จำนวน &amp;nbsp;1,053,702&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;แยกเป็น&amp;nbsp;1.ชุมชนแออัดและผู้มีรายได้น้อยในเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน &amp;nbsp;701,702&amp;nbsp;ครัวเรือน (บ้านมั่นคง, บ้านริมคลอง, คนไร้บ้าน)&amp;nbsp;2.ผู้มีรายได้น้อยในชนบท &amp;nbsp;ภายใต้โครงการ&amp;nbsp;&amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน &amp;nbsp;352,000&amp;nbsp;ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ผ่านมา &amp;nbsp;โครงการบ้านพอเพียงชนบทดำเนินการซ่อมแซมไปแล้วจำนวน &amp;nbsp;10,369&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครัวเรือน &amp;nbsp; ในปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;มีเป้าหมายดำเนินการอีก&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครัวเรือน &amp;nbsp;(จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ภาค &amp;nbsp;ภาคละ&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครัวเรือน) &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณไปยังกลุ่มองค์กรต่างๆ ในตำบล &amp;nbsp;เพื่อใช้ชุมชนร่วมกันบริหารและจัดการ &amp;nbsp;ใช้งบประมาณไม่เกินครัวเรือนละ &amp;nbsp;18,000บาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลักการของโครงการบ้านพอเพียงชนบท &amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;พอช.ไม่ได้เข้าไปสร้างหรือซ่อมแซมบ้านให้ชาวบ้าน &amp;nbsp;แต่ให้ชุมชนและผู้ที่มีความเดือดร้อนร่วมกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณ&amp;nbsp;ส่วนชุมชนจะช่วยกันทำงาน &amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่การสำรวจข้อมูล&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลั่นกรองข้อมูล&amp;nbsp;คัดเลือกผู้ที่มีความเดือดร้อน&amp;nbsp;การรวมกลุ่มผู้เดือดร้อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมกันจัดซื้อวัสดุ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภายใต้งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และการร่วมสมทบงบประมาณหรือวัสดุจากชุมชนและท้องถิ่น &amp;nbsp;รวมทั้งการร่วมแรงก่อสร้างโดยผู้เดือดร้อนและคนในชุมชน&amp;nbsp;


สล็อต&amp;nbsp;ทำให้ประหยัดงบประมาณ &amp;nbsp;และสามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างรวดเร็ว&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผอ.พอช. อธิบายถึงหลักการทำงานของโครงการบ้านพอเพียงชนบท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.พอช. กล่าวด้วยว่า &amp;nbsp;การดำเนินโครงการบ้านพอเพียงชนบทที่ผ่านมา &amp;nbsp;ส่วนใหญ่ชุมชนท้องถิ่นจะใช้องค์กรที่มีอยู่แล้วในตำบลเป็นกลไกในการขับเคลื่อนงาน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;ใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลมาดำเนินโครงการ &amp;nbsp;หรือแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา &amp;nbsp;มีการกำหนดกฎระเบียบเพื่อคัดเลือกผู้ที่มีความเดือดร้อนหรือสมควรได้รับการช่วยเหลือก่อน&amp;nbsp;บางตำบลมีข้อตกลงให้ผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านต้องสมทบเงินกลับคืนเข้ากองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นรายเดือน &amp;nbsp;ทำให้เกิดการคืนทุนสู่กองทุนของชาวชุมชนเอง&amp;nbsp;สามารถนำเงินกองทุนไปช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนรายอื่นๆ ต่อไปได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังนำไปสู่การเชื่อมต่อกับงานพัฒนาด้านต่างๆ&amp;nbsp;ของชุมชน&amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;การนำเงินกองทุนไปส่งเสริมการประกอบอาชีพ &amp;nbsp;ให้สมาชิกที่เดือดร้อนกู้ยืม&amp;nbsp;การจัดสวัสดิการช่วยเหลือกันในชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในท้องถิ่น &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;อบต. &amp;nbsp;เทศบาล &amp;nbsp;ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชนและท้องถิ่น &amp;nbsp;โครงการบ้านพอเพียงชนบทจึงดำเนินงานไปได้รวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1845</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนบท, ชุมชน, บ้านพอเพียง, พม., พอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180126/image_big_5a6b573bafeb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
