<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 22:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงทางออกป่าแหว่งเลิกสัญญา-รื้อถอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการเสนอทางออกบ้านป่าแหว่ง ใช้ระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยพัสดุเพื่อเลิกสัญญา และรื้อถอนโดยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ให้บ้านพักตุลาการอยู่ในสภาพพัสดุหมดความจำเป็น ด้าน &amp;quot;สุวพันธุ์&amp;quot; เผยให้คณะกรรมการในพื้นที่พิจารณา ยันจะไม่ให้มีคนเข้าอยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำ สำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊กอธิบายข้อกฎหมายเกี่ยวกับสัญญาก่อสร้างโครงการที่ทำการและบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่ จ.เชียงใหม่ มีข้อความว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีบ้านพักตุลาการของศาลอุทธรณ์ภาค 5 บริเวณเชิงดอยสุเทพ มีประเด็นข้อกฎหมายที่น่านำมาพิจารณา ผมจึงขอให้ความเห็นทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวในประเด็นข้อกฎหมายที่น่าสนใจ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ประเด็นแรก ภายหลังจากที่ผู้มีอำนาจหน้าที่และบุคคลที่เกี่ยวข้องเห็นพ้องต้องกันแล้วว่า จะไม่มีการเข้าใช้ประโยชน์ในบ้านพักตุลาการบนพื้นที่พิพาทอีกต่อไป การก่อสร้างบ้านพักตุลาการที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ยังมีความจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามสัญญาจ้างก่อสร้าง และมีข้อกฎหมายและข้อสัญญาที่เป็นทางออกของเรื่องนี้หรือไม่ อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรณีนี้ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 137 วรรคสอง ประกอบกับพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 128 กำหนดให้ส่วนราชการสามารถตกลงกับคู่สัญญาเพื่อเลิกสัญญาได้ หากเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่ทางราชการ หรือเพื่อแก้ไขข้อเสียเปรียบของทางราชการในการที่จะปฏิบัติตามสัญญานั้นต่อไป ตามระเบียบนี้ไม่ใช่ทางราชการไปบอกเลิกสัญญา แต่เป็นการให้สิทธิคู่สัญญาที่เป็นหน่วยราชการที่จะไปตกลงกับคู่สัญญาที่เป็นเอกชนเพื่อเลิกสัญญา หากเห็นว่าการปฏิบัติตามสัญญาต่อไปจะไม่เป็นประโยชน์แก่ทางราชการ หรือจะทำให้ราชการเสียเปรียบหรือเสียหายได้ ซึ่งเป็นการตกลงเลิกสัญญากันโดยสมัครใจของทั้งฝ่ายราชการและเอกชน&amp;nbsp;
อ้างจำเป็นเลิกสัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนหากเจรจากับเอกชนแล้วเอกชนไม่ตกลงด้วยที่จะเลิกสัญญา ก็มีทางออกต่อไปตามข้อสัญญา คือ ตามสัญญาจ้างก่อสร้างที่เป็นแบบมาตรฐานที่หน่วยงานราชการใช้ทำสัญญากับเอกชน จะมีข้อสัญญาที่ให้สิทธิคู่สัญญาที่เป็นหน่วยงานราชการปรับลดเนื้องานก่อสร้างตามสัญญาได้ โดยอ้างเหตุผลความจำเป็นของทางราชการ และหากคู่สัญญาที่เป็นเอกชนไม่ยินยอมด้วยอีก ก็มาสู่หนทางที่สาม คือการบอกเลิกสัญญา โดยหน่วยงานราชการนั้นคงต้องพิจารณาชั่งน้ำหนักระหว่างการบอกเลิกสัญญากับการให้สัญญาจ้างก่อสร้างดำเนินไปจนแล้วเสร็จตามสัญญาว่าอย่างใดราชการจะได้รับประโยชน์มากกว่ากัน และอย่างไหนราชการจะเสียหายน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ประเด็นที่สอง บ้านพักตุลาการของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่ก่อสร้างอยู่บนพื้นที่ที่มีปัญหาพิพาท จะสามารถรื้อถอนได้หรือไม่ ในประเด็นนี้ มีกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องที่ควรพิจารณา ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.1 ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ข้อ 215 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐสามารถดำเนินการกับพัสดุที่หมดความจำเป็นได้ด้วยวิธีการต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ เช่น ขาย แลกเปลี่ยน โอนให้แก่หน่วยงานของรัฐ หรือองค์การสาธารณกุศล แปรสภาพหรือทำลาย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่หน่วยงานรัฐกำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากมีความชัดเจนว่าจะไม่มีการเข้าใช้ประโยชน์ในบ้านพักตุลาการอย่างแน่นอน บ้านพักตุลาการนี้ก็อาจจะถือว่าอยู่ในความหมายของพัสดุที่หมดความจำเป็นได้ และสามารถดำเนินการกับบ้านพักตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ข้อ 215 ดังกล่าว ด้วยการขาย แลกเปลี่ยน โอน แปรสภาพหรือทำลายได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้มีปัญหาในการตีความคำว่า พัสดุหมดความจำเป็น โดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องในเรื่องนี้มีความเห็นว่า พัสดุหมดความจำเป็นจะต้องเป็นพัสดุที่ผ่านการใช้งานมาแล้วเท่านั้น ไม่รวมถึงพัสดุใหม่ที่ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน ดังนั้น ระเบียบกระทรวงการคลังฯ ข้อ 215 นี้ อาจไม่สามารถนำมาใช้บังคับกับกรณีของบ้านพักตุลาการที่เป็นบ้านเพิ่งสร้างใหม่ได้ แม้จะหมดความจำเป็นในการใช้งานแล้วก็ตาม ซึ่งเพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องนี้ว่า สามารถนำเอาระเบียบกระทรวงการคลังฯ ข้อ 215 มาใช้บังคับกับการรื้อถอนบ้านพักตุลาการได้หรือไม่ ควรที่หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องจะหารือเรื่องนี้ไปยังคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.2 หากปรากฏว่าระเบียบกระทรวงการคลังฯ ข้อ 215 ดังกล่าวข้างต้นไม่สามารถนำมาใช้บังคับกับกรณีของบ้านพักตุลาการได้ ก็ยังมีแนวทางในการดำเนินการเพื่อรื้อถอนบ้านพักต่อไปได้ตามระเบียบและกฎหมาย ด้วยการขอยกเว้นไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 เพื่อที่จะทำการรื้อถอนบ้านพักต่อไป โดยขอยกเว้นต่อคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ซึ่งมีอำนาจตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มาตรา 29 (4) ในการยกเว้นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ได้
จะไม่ให้มีคนเข้าอยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้ลงพื้นที่พูดคุยหาทางออกปัญหาการก่อสร้างบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ข้อเสนอต่างๆ อยากให้คณะกรรมการในพื้นที่ได้พิจารณาเป็นลำดับขั้นตอนขึ้นมา เพื่อความรอบคอบ ทั้งนี้ การหารือร่วมกันเมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา มีข้อเสนอให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา โดยกำลังพิจารณาเรื่องอำนาจหน้าที่และองค์ประกอบต่างๆ คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 1-2 วันนี้ โดยคณะกรรมการดังกล่าวมีคณะทำงาน 2 ชุด เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับเป็นป่าที่สมบูรณ์ รวมถึงการดูแลสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกเรื่องมีคณะกรรมการลงไปดูแลแล้ว เรื่องหลักการใหญ่ๆ ก็เห็นชอบตรงกันหมดแล้ว เหลือแต่แนวทางการปฏิบัติ ผมคิดว่ามีความชัดเจนในระดับหนึ่ง ก็ขอให้เป็นเรื่องในพื้นที่ได้พิจารณาหาทางดำเนินการต่อไป โดยในขณะนี้ข้อสรุปเบื้องต้นที่ได้คือ จะไม่ให้มีคนเข้าอยู่อาศัย&amp;rdquo; นายสุวพันธุ์กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ ตัวแทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการรังวัดพื้นที่ตามแนวเขตป่าดังเดิม ในพื้นที่โครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ซึ่งเป็นส่วนที่ล้ำแนวป่าดั้งเดิมขึ้นไป ครอบคลุมพื้นที่ก่อสร้างบ้านพัก 45 หลัง และอาคารชุด 9 หลัง โดยจะทำให้เห็นแนวเขตที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมในการฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม และเตรียมส่งมอบให้อุทยานหรือป่าไม้ดำเนินการฟื้นฟูสภาพร่วมกับภาคประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเข้าดำเนินการรังวัดในครั้งนี้ อนุญาตให้เข้าพื้นที่เฉพาะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการรังวัดเท่านั้น โดยตัวแทนภาคประชาชนไม่ได้เข้าพื้นที่ด้วย แต่ได้ร่วมสังเกตการณ์อยู่บนเนินดินพื้นที่ข้างๆ ที่อยู่ติดกัน โดยได้มีการปักธงสีเขียว รวมทั้งผูกริบบิ้นเขียวกับต้นไม้ เพื่อแสดงสัญลักษณ์การรณรงค์ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์หน้า จะนำกำลังทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้เครื่องจักรเข้าดำเนินการทำเส้นทางเข้า-ออกพื้นที่โครงการผ่านทางศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อให้การเข้า-ออกมีความสะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องผ่านพื้นที่ของศาลอุทธรณ์ภาค 5 และในวันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม 2561 ทางมณฑลทหารบกที่ 33 และจังหวัดเชียงใหม่ จะนำประชาชนร่วมทำกิจกรรมปลูกป่าในพื้นที่โครงการ ซึ่งเป็นการฟื้นฟูพื้นที่ในระยะเร่งด่วนก่อนที่เข้าสู่ช่วงหน้าฝน เพื่อให้มีพืชคลุมดินที่จะสามารถป้องกันการถูกชะล้างได้บางส่วน
เสียความรู้สึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เปิดเผยว่า เสียความรู้สึกพอสมควร เพราะตามหลักการแล้ว การรังวัดจะต้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าร่วม แต่ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะเครือข่ายได้มีการศึกษาและรวบรวมข้อมูลพื้นที่ได้อย่างครบถ้วนอยู่แล้ว โดยภาพรวมถือว่าการดำเนินการรังวัดในครั้งนี้ผ่านไปด้วยดี และไม่มีปัญหาใดๆ คาดว่าหลังจากการรังวัดแล้ว ทางธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่น่าจะจัดทำแผนที่เสร็จภายในเย็นวันนี้ ซึ่งทางเครือข่ายฯ จะเฝ้าติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิด เพราะมีจุดยืนและเป้าหมายเพียงต้องการขอคืนพื้นที่ป่าคืนเท่านั้น และไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งเพิ่มขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบัณรส บัวคลี่ โฆษกเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Bunnaroth Buaklee ระบุว่า เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ได้รับแจ้งจากประชาชนชาวเชียงใหม่รายหนึ่ง โดยสารเครื่องบินสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG104 เส้นทาง สุวรรณภูมิ-เชียงใหม่ พบเห็นชายผู้หนึ่งที่ระบุว่าเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่รุกล้ำป่าเชิงเขา ทิวเขาถนนธงชัยตะวันออก บริเวณดอยสุเทพ คุยโทรศัพท์ก่อนที่เครื่องบินจะบินขึ้น มีประโยคหนึ่งพาดพิงไปถึงแกนนำเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ด้วยข้อความที่หยาบคายถึงขั้นเรียกคำว่า &amp;ldquo;ไอ้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 09.55 น. เที่ยวบินมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ชายคนดังกล่าวโทรศัพท์อีกครั้ง โดยต้นสายกล่าวว่า ต้องฟ้องเอาผิดแกนนำเป็นคนแรก ส่วนคนอื่นๆ ถ้าไม่คดีอาญาก็คดีแพ่ง ขณะนี้ให้ยื้อเรื่องราวออกไปก่อน เพราะมีคนประมาณ 80% เห็นด้วย ยังมีอีก 10% ที่ไม่เอาด้วย ถ้าไม่รีบทำอะไร โครงการนี้ล่มแน่ๆ ยังไงจะรอสแตนด์บายอยู่ทางนี้ มีอะไรโทร.หาได้ เมื่อผู้พบเห็นแจ้งเบาะแสพร้อมภาพถ่ายชายคนดังกล่าว พบว่าเป็นผู้มีบทบาท มีตำแหน่งเกือบสูงสุดในสายงานธุรการขององค์กรใหญ่สำคัญ ซึ่งจากเรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้แกนนำต้องประเมินสถานการณ์ใหม่อีกครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8967</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนกฤต วรธนัชชากุล, นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ, นายบัณรส บัวคลี่, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, บ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5, รื้อถอนโดยระเบียบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมู่บ้านป่าแหว่ง, เชิงดอยสุเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180510/image_big_5af44baea6009.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8628</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห้ามใช้&#039;บ้านพักศาล&#039;-ปลูกป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สุวพันธุ์&amp;quot; หัวโต๊ะเจรจาสางปมบ้านพักศาล ได้ข้อสรุปตามดำรินายกฯ &amp;quot;ห้ามทุกหน่วยงานอยู่-เร่งฟื้นฟูป่า&amp;quot; พร้อมตั้ง กก.จัดการพื้นที่ ภาคประชาชนพอใจรัฐให้คำมั่น คืนดอยสุเทพที่สมบูรณ์ดังเดิม 7 พ.ค. เริ่มเดินหน้าตามโรดแมป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมาร่วมประชุมหารือกับกลุ่มเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กรณีโครงการก่อสร้างบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่กำลังเป็นปัญหาถูกต่อต้านการใช้พื้นที่เชิงดอยสุเทพในเวลานี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนการประชุมร่วมกับเครือข่ายกว่า 50 องค์กร นายสุวพันธุ์ได้หารือกับกลุ่มแกนนำ เพื่อกำหนดกรอบแนวทางการหารือตามวัตถุประสงค์และดำริของนายกรัฐมนตรี ที่อยากให้ช่วยกันแก้ไขปัญหาแบบสันติวิธี เป็นเวทีของการช่วยกันหาทางออก ซึ่งมีตัวแทนของเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาติดตามสถานการณ์อย่างมาก รวมถึงสื่อมวลชนทุกแขนง ท่ามกลางการดูแลความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งประชุมครั้งนี้มีการระบุชื่อของผู้เข้าร่วมประชุมจากเครือข่ายต่างๆ ตามที่ได้มีการประสานงานเอาไว้ และไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีรายชื่อเข้าร่วม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา และป้องกันมือที่สามมาสร้างความสับสนในเวที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ก่อนหารือทีมโฆษกของเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ได้สรุปยืนยันเรื่องสำคัญที่จะหารือกับนายสุวพันธุ์ โดยยึดตามที่นายกรัฐมนตรีได้ส่งสัญญาณออกมาล่าสุดว่า จะให้มีการเร่งฟื้นฟูสภาพพื้นที่ในทันที และจะไม่ให้ใครเข้าไปใช้งานสถานที่ดังกล่าวอีก ดังนั้นรัฐบาลต้องเตรียมจัดการหาที่ก่อสร้างบ้านพักใหม่ ทางเครือข่ายยืนยันชัดเจนมาตั้งแต่เริ่มว่า ต้องการพื้นที่ป่าคืน ไม่เอาป่าแหว่ง ดังนั้นการจะได้ป่าแบบเดิมคืนมา ต้องไม่มีอาคารสิ่งปลูกสร้างเหลืออยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ประเมินว่าการหารือครั้งนี้คงไม่สามารถยุติได้ทั้งหมด อาจจะต้องยืดเยื้ออีกระยะ เพราะนายกรัฐมนตรียังไม่ได้พูดคำว่ารื้อหรือรื้อย้ายใดๆ ออกมา แต่การเจรจากับรัฐมนตรีสุวพันธุ์ครั้งนี้ อย่างน้อยที่สุดควรจะได้ความชัดเจน และความมั่นใจจากรัฐบาลว่าจะไม่ยื้อ หรือซื้อเวลาผ่านการตั้งคณะกรรมการแบบที่เคยเป็นมาหลายๆ กรณี ดังนั้นจะต้องมีสัญญาและลำดับขั้นตอนดำเนินการเป็นโรดแมปที่จะนำไปสู่การคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ โดยต้องเป็นป่าผืนเดียวกันจากอ่างเก็บน้ำแม่จอกไปถึงห้วยตึงเฒ่า และจะเสนอให้ผนวกประกาศเป็นพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ให้หมด ประชาชนจะไม่ต้องคอยมาระวังเรื้องของป่าแหว่ง 2 ป่าแหว่ง 3 ในอนาคต และมั่นใจได้ว่าเป็นเขตป่าอนุรักษ์ที่ยั่งยืนต่อไป รวมทั้งมีกลไกให้ประชาชนเข้าไปร่วมจัดการดูแล ซึ่งรัฐบาลต้องตัดสินใจให้ชัด เพราะประชาชนประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนแล้วว่า ขอให้เอาป่าดอยสุเทพกลับคืนมา มิฉะนั้นเรื่องราวทั้งหลายจะยังไม่จบ ทุกคนจะยืนหยัดเรียกร้องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้เข้าหารือกับเครือข่ายทั้งหมด เพื่อแจ้งเจตนารมณ์และแนวทางที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลกำลังหาแนวทางแก้ไข ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบที่รัฐบาลจะเข้ามาหาข้อยุติครั้งนี้ พร้อมแจ้งผลการหารือร่วมกับแกนนำ โดยใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม นายสุวพันธุ์เปิดเผยว่า การหารือครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และได้ข้อสรุปร่วมกัน 3 แนวทาง คือ 1.พื้นที่ดังกล่าวจะไม่ให้มีหน่วยงานใดเข้าไปอยู่อาศัย 2.แนวทางการฟื้นฟูจะดำเนินการปลูกป่าโดยให้ธนารักษ์พื้นที่ดำเนินการสำรวจและรังวัดแนวเขตให้ชัดเจน ส่วนเขตพื้นที่ที่ใช้การได้ด้านล่าง ก็ทำแนวเขตให้ชัดด้วย และ 3.เป็นข้อสรุปร่วมกับเครือข่าย คือจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุด ซึ่งมาจากทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ร่วมกันพิจารณาเรื่องของการจัดการในพื้นที่ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ความเป็นไปได้ในการขยายพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ การใช้ประโยชน์ในพื้นที่โดยรอบ การจัดการสิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น ซึ่งทางจังหวัดเชียงใหม่จะได้มีการประชุมหารือเพื่อขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าว ตามข้อเจรจาในวันที่ 7 พ.ค. ทั้งนี้ ยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนสำคัญให้กับทุกหน่วยงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมได้รับนโยบายจากนายกฯ มา 2 ข้อคือ พื้นที่ดังกล่าวจะต้องไม่มีคนอยู่อาศัย ซึ่งแนวทางคือทางศาลจะส่งมอบพื้นที่คืนให้กรมธนารักษ์ และกรมธนารักษ์ส่งมอบพื้นที่ให้เป็นที่อุทยานแห่งชาติ ส่วนข้อสองคือ เร่งฟื้นฟูป่าทันที ซึ่งจะมีการคิกออฟในการปลูกป่าตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค.นี้ ส่วนข้ออื่นๆ ที่ทางเครือข่ายเรียกร้อง เช่น การรื้อถอนอาคารบ้านพัก 45 หลังและอาคารชุด 9 หลัง จะมีการตั้งคณะกรรมการมาร่วมเพื่อดำเนินการต่อไปตามแต่ละประเด็นๆ ไป เพื่อให้เป็นป่าสมบูรณ์ตามเจตนารมณ์ต่อไป เบื้องต้นให้ผู้รับเหมาก่อสร้างส่งมอบงานให้แล้วเสร็จในเดือน มิ.ย.นี้ตามกำหนดก่อน&amp;rdquo; นายสุวพันธุ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจากนี้ให้ธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่เข้าไปรังวัดพื้นที่ให้เกิดความชัดเจน ซึ่งยึดแนวที่ภาคประชาชนเสนอ เพื่อให้ทราบว่าพื้นที่ใดคือแนวที่จะฟื้นฟู พื้นที่ใดคือส่วนที่ศาลยังคงใช้ประโยชน์ได้ เช่น ส่วนของสำนักงาน แนวด้านล่าง จากนั้นส่วนของพื้นที่ที่อยู่ในความดูแลของกรมธนารักษ์ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป โดยรัฐบาลจะรับภาระในการหาพื้นที่ใหม่ และงบประมาณจัดสร้างใหม่ให้ศาล ซึ่งดำเนินการตามขั้นตอนไป ส่วนด้านการฟื้นฟู นายกฯ ต้องการให้ทำทันที โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดทำแผนการฟื้นฟู การปลูกป่า ปลูกต้นไม้ ซึ่งให้ประชาชนร่วมหารือและดูแลร่วมได้ โดยให้มีกรรมการระดับจังหวัดเข้ามาดูแล ขณะที่มณฑลทหารบกที่ 33 เตรียมการแล้ว จะเริ่มต้นกันในวันที่ 27 พ.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเรื่องอื่นๆ ที่เป็นข้อเสนอจากเครือข่ายที่ต้องการให้มีแผนในการดูแลพื้นที่ป่าดอยสุเทพที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงเป็นผืนเดียวกัน จะรับเอาเรื่องนี้เข้ามาพิจารณา เช่น การทำให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติเป็นป่าสมบูรณ์ หรือทำอะไรกับสิ่งปลูกสร้างที่มี ให้ตั้งกรรมการมาดำเนินการ ตามแต่ละประเด็นๆ ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการสูญเสียงบประมาณในการก่อสร้าง นายสุวพันธุ์กล่าวว่า วันนี้เราต้องใช้หลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะปัญหานี้มีเรื่องทับซ้อนอะไรกันอยู่ จึงคิดว่าเราแก้ไปทีละเปลาะ หากยังหางบประมาณไม่ได้ ต้องว่ากันไปตามวิธีการของการหางบประมาณ ส่วนการรื้อนั้นยังไม่ได้คุยกันลงไปลึกถึงเหตุผล โดยเรื่องที่มีการติดใจอยู่ ให้คณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นพิจารณาว่าควรจะเป็นอย่างไรจึงจะเหมาะสม วันนี้สิ่งที่ได้รับความประทับใจมากที่สุด คือความร่วมมือของตัวแทนและภาคีเครือข่ายภาคประชาชนทั้งกว่า 50 องค์กร ที่มาทำงานและพูดคุยกันได้ด้วยความเข้าใจและมองถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก มีงานที่ต้องทำอีกเยอะมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ แถลงท่าทีของเครือข่ายว่า จากการหารือกับรัฐมนตรี เราได้คำมั่นสัญญาว่าจะได้ผืนป่าดอยสุเทพ หรือบ้านป่าแหว่งแห่งนี้ จะกลับเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ดังเดิม ส่วนวิธีการที่จะทำต่อไปคือ จะมีการฟื้นฟูพื้นที่ที่ล้ำแนวป่าขึ้นไป คือ อาคารชุด 9 หลัง และบ้านพัก 45 หลัง จะได้รับการรังวัดโดยด่วนโดยธนารักษ์ และจะมีการทำทางเข้าด้านข้างศาลหรือบริเวณศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อเข้าไปดำเนินการด้านอื่นๆ เมื่อรังวัดเสร็จแล้ว ที่แปลงนี้ทางศาลจะทำการโอนคืนแก่ธนารักษ์ หลังจากนั้นธนารักษ์จะโอนไปให้ป่าไม้หรืออุทยานฯ เพื่อประกาศเป็นเขตอุทยานฯ ในที่สุด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รู้สึกพอใจผลการเจรจาในวันนี้ และเครือข่ายจะให้เวลาระยะหนึ่งในการทำงานของคณะกรรมการฯ เราจะจับตาอย่างใกล้ชิด วันนี้ถือว่าเป็นข่าวดี ถือว่าเป็นดอยสุเทพโมเดล ในการทำงานร่วมกันของ 52 องค์กร และฝากไปถึงบุคคลอื่นๆ ว่า ห้ามมาโหนกระแสทำกิจกรรมอื่นใด เพราะต่อไปนี้คือการฟื้นฟู และเพื่อเป็นการฉลองใหญ่ เป็นชัยชนะของเรา ด้วยการจัดกิจกรรม &amp;lsquo;ฮ้องขวัญดอยสุเทพ&amp;rsquo; หลังจากแกนนำได้หารือกันในเร็วๆ นี้ เราจะมีกิจกรรมต่อเนื่อง แต่เน้นการฟื้นฟูเชิงสร้างสรรค์และพูดคุยแต่เรื่องดีๆ ไม่มีการรับบริจาคใดๆ ทั้งสิ้น&amp;quot; นายธีระศักดิ์กล่าว และยืนยันว่า ทางกลุ่มไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น โดยวันที่ 7 พ.ค. จะเริ่มประชุมกับทางจังหวัดเพื่อเดินหน้าแก้ปัญหาต่อไปตามแนวทางที่กำหนด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8628</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรื้อถอนอาคารบ้านพัก, คืนดอยสุเทพที่สมบูรณ์ดังเดิม, นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, บ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5, สางปมบ้านพักศาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ฮ้องขวัญดอยสุเทพ, เร่งฟื้นฟูป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180506/image_big_5aef1b49c8946.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
